Posts

BLACK BAY CHRONO S&G

นาฬิกาโครโนกราฟสุดชิคในตระกูล Black Bay ทำจากเหล็กกล้าและทองคำ พร้อมคาลิเบอร์อัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง กับกลไกคอลัมน์วีลและคลัทช์แนวตั้ง บ่งบอกถึงความยึดมั่นขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิมที่สุดในการผลิตเรือนเวลาเพื่อการกีฬา

TUDOR ได้รังสรรค์นาฬิกาที่เชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับโลกแห่งกีฬาแข่งรถมาตั้งแต่เปิดตัวนาฬิกา Oysterdate เมื่อปี 1970 ซึ่งถือเป็นนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรกของแบรนด์ และด้วยแนวทางเดียวกันนี้เอง นับตั้งแต่ปี 1954 เป็นต้นมา TUDOR ได้มีการปรับปรุงนาฬิกาของนักดำน้ำมืออาชีพอย่างไม่หยุดยั้ง นาฬิการุ่น Black Bay Chrono S&G ได้ผสานรวมขนบธรรมเนียมเหล่านี้เอาไว้ภายในนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟสุดชิค ด้วยวงหน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลาและคาลิเบอร์อัตโนมัติสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง พร้อมกลไกคอลัมน์วีลและคลัทช์แนวตั้ง

จุดเด่นสำคัญ


• ตัวเรือนผิวสัมผัสแบบซาตินและขัดเงาทำจากเหล็กกล้า 316L และทองคำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. พร้อมขอบหน้าปัดแบบยึดแน่นทำจากทองคำ วงแหวนอะลูมิเนียมเคลือบผิวสีดำพร้อมสเกลวัดความเร็ว
• หน้าปัดทรงโดมเคลือบผิวสีดำด้านหรือสีแชมเปญ ผิวสัมผัสซาตินซันเรย์ พร้อมหน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลารูปวงกลมในสีที่ตัดกัน
• เข็มนาฬิกาทรง “เกล็ดหิมะ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวของนาฬิกานักดำน้ำ TUDOR มาตั้งแต่ปี 1969 ทำจากวัสดุเรืองแสง Super-LumiNova® เกรดเอของสวิส
• โครโนกราฟคาลิเบอร์ MT5813 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองผ่านการรับรองโดย COSC พร้อมสปริงซิลิคอนเพิ่มสมดุล พลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง กลไกคอลัมน์วีลและคลัทช์แนวตั้ง
• ตัวเลือกสายนาฬิกา 3 รูปแบบ สายผ้าแจ็กการ์ดสีดำ สายหนังแบบบันด์สีน้ำตาลวินเทจ หรือสายแบบริเว็ทที่ทำจากเหล็กกล้า 316L และทองคำ
• การรับประกัน 5 ปีที่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนหรือตรวจซ่อมบำรุงตามระยะ

จิตวิญญาณแห่งพื้นดินและท้องทะเล

นาฬิการุ่น Black Bay Chrono S&G ยังคงเคารพต่อความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Black Bay ด้วยเข็มนาฬิกา “เกล็ดหิมะ” อันเลื่องชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สำหรับนาฬิกานักดำน้ำมาตั้งแต่ปี 1969 ทำให้สามารถอ่านหน้าปัดได้อย่างเด่นชัดเมื่ออยู่บนหน้าปัดทรงโดม ภายในหน้าปัดจะมีวงหน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลาสองวงเป็นร่องลึกลงไปในสีที่ตัดกันซึ่งก็คือสีแชมเปญและสีดำด้าน เพื่อเพิ่มสมรรถนะสูงสุดในการอ่านเวลา ด้วยแรงบันดาลใจจากโครโนกราฟยุคแรกของ TUDOR นาฬิกามาพร้อมกับวงหน้าปัดย่อยที่มีผิวสัมผัสแบบลายเกรนรูปวงกลม แสดงการจับเวลา 45 นาที และหน้าต่างวันที่ได้ถูกจัดวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา คุณลักษณะซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของ Black Bay นั้นได้รับการรักษาไว้ภายในตัวเรือนเหล็กกล้าและทองคำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดที่เป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวของแบรนด์ ดีไซน์ของปุ่มกดทองคำจึงได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาโครโนกราฟ TUDOR ยุคแรกเริ่ม ขอบหน้าปัดแบบยึดแน่นทำจากทองคำที่มีวงแหวนอะลูมิเนียมเคลือบผิวสีดำพร้อมสเกลวัดความเร็ว แต่งเติมรูปลักษณ์แห่งความเป็นนาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟรุ่นนี้ได้อย่างโดดเด่น

สายผ้าแจ็กการ์ด สายเหล็กกล้าและทองคำ หรือสายหนัง

สายผ้านั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ TUDOR ซึ่งในปี 2010 ได้กลายเป็นนาฬิกาแบรนด์แรกที่มอบสายผ้ามาให้พร้อมกับผลิตภัณฑ์ ผ้าดังกล่าวทอขึ้นในฝรั่งเศสด้วยวิธีดั้งเดิมในสมัยศตวรรษที่ 19 โดยเครื่องทอผ้าแจ็กการ์ดของบริษัท Julien Faure ในแคว้นแซงต์ เอเตียน มีความโดดเด่นด้านคุณภาพและความรู้สึกสบายยามสวมใส่บนข้อมือที่ไม่เหมือนใคร ในปี 2020 TUDOR ได้เฉลิมฉลองครบรอบสิบปีของความร่วมมือกับบริษัท Julien Faure ที่ก่อตั้งมายาวนานถึง 150 ปี การเป็นพันธมิตรได้เริ่มต้นขึ้นจากการเปิดตัวนาฬิกา Heritage Chrono ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับสายผ้าที่รังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญในงาน Baselworld 2010

TUDOR ได้เลือกใช้สายผ้าสีดำที่ถักทอขึ้นโดยช่างฝีมือดั้งเดิมเหล่านี้สำหรับนาฬิการุ่น Black Bay Chrono S&G นาฬิการุ่นนี้ยังมีให้เลือก
ในแบบสายสเตนเลสสตีลและทองคำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสายนาฬิกาแบบพับได้ซึ่งยึดด้วยหมุดที่ TUDOR ผลิตขึ้นในช่วง
ทศวรรษที่ 1950 และ 1960 อีกด้วย โดยเป็นที่รู้จักกันดีถึงหัวหมุดที่มองเห็นได้ชัดจากด้านข้างของสายนาฬิกาที่ยึดข้อต่อสายเข้าด้วยกัน และข้อต่อเหล่านี้ยังมีโครงสร้างแบบขั้นบันไดที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย รายละเอียดที่งดงามทั้งสองนี้สามารถพบได้บนสายนาฬิกาในปัจจุบัน

ซึ่งได้ผนวกรวมวิธีการผลิตนาฬิกาสมัยใหม่เข้ากับการใช้ข้อต่อแบบติดแน่นและตัวยึดสไตล์หัวหมุดที่ขัดผิวด้วยเลเซอร์อีกด้วย และประการ
สุดท้าย เพื่อเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับจิตวิญญาณของ “การแข่งรถในทศวรรษที่ 1970” นาฬิกา Black Bay Chrono S&G จึงมาพร้อมกับ
ตัวเลือกสายอีกหนึ่งรูปแบบ สายหนังแบบบันด์สีน้ำตาลวินเทจ พร้อมเย็บตะเข็บด้านบนสีขาวนวลและตัวล็อกแบบบานพับทำจากเหล็กกล้า

คาลิเบอร์โครโนกราฟ MT5813 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง


คาลิเบอร์ MT5813 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งเป็นขุมพลังของนาฬิการุ่น Black Bay Chrono S&G แสดงชั่วโมง นาที วินาที การจับเวลา และวันที่ โดยมีผิวสัมผัสเช่นเดียวกันกับคาลิเบอร์ทั่วไปที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของ TUDOR โรเตอร์ทำจากทังสเตนแบบโมโนบล็อกที่มีลวดลายฉลุ พร้อมผิวสัมผัสซาตินที่ตกแต่งรายละเอียดแบบพ่นทราย แผ่นเชื่อมและแท่นเครื่องมีพื้นผิวแบบพ่นทรายสลับกับขัดเงาและตกแต่งด้วยเลเซอร์

ด้วยพลังงานสำรองนานถึง 70 ชั่วโมง และสปริงซิลิคอนเพิ่มสมดุล คาลิเบอร์โครโนกราฟ MT5813 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง จึงผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นยิ่งกว่ามาตรฐาน
ที่กำหนดโดยสถาบันอิสระแห่งนี้ อันที่จริงแล้ว ทาง COSC อนุญาตให้กลไกนาฬิกามีความผันแปรเฉลี่ยสำหรับอัตราการทำงานในแต่ละวัน
อยู่ที่ระหว่าง -4 ถึง +6 วินาทีตามเวลาสัมบูรณ์ในแต่ละครั้งที่เคลื่อนไหว แต่ TUDOR ยังคงยืนยันที่จะกำหนดความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้
ไว้ที่ -2 ถึง +4 วินาทีสำหรับนาฬิกาของบริษัทที่ประกอบสมบูรณ์แล้ว กลไกลานสมรรถนะสูงซึ่งรังสรรค์ขึ้นตามขนบธรรมเนียมที่แท้จริง
ในการผลิตนาฬิกา พร้อมกลไกคอลัมน์วีลและคลัตช์แนวตั้ง นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมความทนทานและความน่าเชื่อถืออันยอดเยี่ยมเพื่อคงไว้
ซึ่งปรัชญาแห่งคุณภาพของ TUDOR พร้อมรับประกันประสิทธิภาพด้วยการทดสอบระดับสูงสุดในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้ทดสอบผลิตภัณฑ์ TUDOR ทุกรุ่น

กลไกลานซึ่งมีที่มาจากคาลิเบอร์โครโนกราฟ Breitling 01 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของ TUDOR พร้อมระบบควบคุมภายในที่มีความแม่นยำสูงที่ TUDOR เป็นผู้พัฒนาขึ้น รวมถึงผิวสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้คือ ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือที่มีมายาวนานระหว่างสองแบรนด์ที่ได้นำเอาความเชี่ยวชาญของตนมาร่วมกันพัฒนาด้านการออกแบบและการผลิตระบบกลไกขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้ทั้งสองแบรนด์ได้รับประโยชน์จากการใช้งาน

เอกลักษณ์แห่ง BLACK BAY

เฉกเช่นเดียวกันกับนาฬิกาในตระกูล Black Bay ทุกรุ่น Black Bay Chrono S&G ใช้เข็มนาฬิกามุมเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ TUDOR ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “เกล็ดหิมะ” ดังที่ปรากฏครั้งแรกในแคตตาล็อกของแบรนด์เมื่อปี 1969 ผลลัพธ์ก็คือการผสมผสานสุนทรียภาพที่สืบสานมายาวนานเข้ากับการรังสรรค์นาฬิการ่วมสมัยได้อย่างละมุนละไม นาฬิกาในตระกูล Black Bay จึงไม่ใช่เพียงแค่การนำเอารูปแบบคลาสสิกเดิมๆ มาเปิดตัวใหม่เท่านั้น ด้วยความเชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นสู่ยุคปัจจุบัน นี่คือการหลอมรวมเอานาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR จากเกือบ 7 ทศวรรษเข้ามาไว้ด้วยกัน แม้จะมีรูปลักษณ์แบบนีโอวินเทจ แต่เทคนิคการผลิต พร้อมความแข็งแกร่ง ความน่าเชื่อถือ ความทนทาน และความเที่ยงตรง รวมถึงคุณภาพของผิวสัมผัส ล้วนเหนือชั้นกว่ามาตรฐานในปัจจุบันของอุตสาหกรรมนี้ทั้งสิ้น

ห้าสิบปีแห่งนาฬิกาโครโนกราฟของ TUDOR

ในปี 1970 TUDOR ได้เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรก Oysterdate นาฬิกาซึ่งทั้งแข็งแกร่งและเปี่ยมสมรรถนะ กับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครด้วยเอกลักษณ์แห่งสีสันที่สดใส พร้อมสัญลักษณ์บอกชั่วโมงทรงห้าเหลี่ยมที่มีรูปทรงเหมือนป้ายโฮมเพลทในการแข่งขันเบสบอล หน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลา 45 นาที และฟังก์ชันวันที่ ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ด้วยการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในทันทีจากโลกแห่งกีฬาแข่งรถ นาฬิการุ่นนี้ได้เบิกทางสู่ 50 ปีของนาฬิกาโครโนกราฟที่ TUDOR ได้ทุ่มเทพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดมา

การรับประกันโดย TUDOR

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรังสรรค์โดย Hans Wilsdorf เมื่อปี 1926 และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มีต่อการผลิตนาฬิกาที่ดีเยี่ยม TUDOR ได้มุ่งมั่นที่จะผลิตนาฬิกาที่แข็งแกร่ง ทนทาน น่าเชื่อถือ และเที่ยงตรงที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความมั่นใจในคุณภาพของนาฬิกา TUDOR จึงมอบการรับประกัน 5 ปีสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของบริษัท โดยการรับประกันนี้ไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนหรือนำนาฬิกามาตรวจซ่อมบำรุงใดๆ และสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้

เกี่ยวกับ TUDOR

TUDOR คือแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับรางวัลซึ่งนำเสนอนาฬิกาที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น มีความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่าไม่มีใครเทียบได้ ต้นกำเนิดของ TUDOR เริ่มขึ้นเมื่อปี 1926 โดยชื่อ “The Tudor” ได้ถูกจดทะเบียนในฐานะแบรนด์เป็นครั้งแรกในนามของ Hans Wilsdorf ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Rolex เขาได้จัดตั้งบริษัท Montres TUDOR SA อย่างเป็นทางการในปี 1946 เพื่อผลิตนาฬิกาตามแนวปรัชญาดั้งเดิมของ Rolex ในด้านคุณภาพ โดยมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยความทนทานและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้นี้เอง จึงทำให้ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมา เหล่าผู้กล้านักผจญภัย ทั้งบนพื้นดิน ในอากาศ ใต้น้ำ และท่ามกลางหิมะต่างพร้อมใจกันเลือก TUDOR เป็นนาฬิกาคู่ใจ คอลเลกชันของ TUDOR ในปัจจุบันนั้นประกอบด้วยนาฬิการุ่นเอกลักษณ์มากมาย อาทิ Black Bay, Pelagos, 1926 และ Royal ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา TUDOR ยังได้นำเสนอนาฬิการุ่นต่างๆ ที่ติดตั้งกลไกคาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง พร้อมฟังก์ชันการทำงานหลากหลายและสมรรถนะในการทำงานที่เหนือชั้น

หมายเลขอ้างอิง 79363N

ตัวเรือน
ตัวเรือนเหล็กกล้า 316L ขนาด 41 มม. พร้อมผิวสัมผัสแบบขัดเงาและซาติน

ขอบตัวเรือน
ขอบตัวเรือนแบบยึดแน่นทำจากทองคำ และดิสก์อะลูมิเนียมเคลือบผิวสีดำด้าน พร้อมสเกลวัดความเร็วและเครื่องหมายตำแหน่งชุบทอง

เม็ดมะยม
เม็ดมะยมทองคำแบบขันเกลียว พร้อมโลโก้ TUDOR แบบนูน
ปุ่มกดแบบขันเกลียวทำจากทองคำที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา และ 4 นาฬิกา

หน้าปัด
สีดำทรงโดมพร้อมวงหน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลาสีทอง หรือสีแชมเปญพร้อมวงหน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลาสีดำ
หน้าต่างวันที่ ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

กระจกคริสตัล
คริสตัลแซฟไฟร์ ทรงโดม

การกันน้ำ
กันน้ำได้ลึกถึง 200 ม. (660 ฟุต)

สายนาฬิกา
สายนาฬิกาเหล็กกล้า 316L และทองคำแบบริเว็ท พร้อมผิวสัมผัสแบบขัดเงาและซาติน หรือสายหนังสีน้ำตาลเข้มมีแผ่นรองถอดได้ พร้อมตัวล็อกแบบพับและสลักนิรภัยที่ทำจากเหล็กกล้า หรือสายผ้าสีดำพร้อมหัวเข็มขัด

กลไกลาน
คาลิเบอร์ MT5813 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟ
กลไกลานโครโนกราฟอัตโนมัติพร้อมระบบโรเตอร์หมุนได้สองทิศทาง

พลังงานสำรอง
ประมาณ 70 ชั่วโมง

ความเที่ยงตรง
สวิสโครโนมิเตอร์ที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการโดย COSC
(สถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์)

ฟังก์ชันการทำงาน
เข็มชั่วโมงและนาทีตรงกลาง
เข็มวินาทีแบบโครโนกราฟตรงกลาง
วงหน้าปัดย่อยแสดงการจับเวลา 45 นาที ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
เข็มวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา
หน้าต่างวันที่ปรับเปลี่ยนได้ทันทีที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยไม่จำกัดช่วงเวลาที่สามารถปรับแก้ได้
เข็มวินาทีจะหยุดเมื่อตั้งเวลาเพื่อให้ตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ

วงจรกำเนิดฐานเวลา
เม็ดถ่วงสมดุลที่ปรับแต่งอย่างละเอียดได้ด้วยสกรู
สปริงซิลิคอนเพิ่มสมดุลแบบไร้แม่เหล็ก
ความถี่: 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง (4Hz)

เส้นผ่านศูนย์กลางโดยรวม
30.4 มม.

ความหนา
7.23 มม.

อัญมณีในกลไก
41 เม็ด

เปิดร้าน TUDOR โฉมใหม่สไตล์ SHOP-IN-SHOP ที่สยามพารากอน

TUDOR แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ร่วมกับ PMT The Hour Glass ผู้จัดจําหน่ายนาฬิกาชั้นนําของประเทศไทยได้เปิดตัว TUDOR shop-in-shop แห่งใหม่ที่สยามพารากอน ศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในระดับภูมิภาคนี้เกิดจากความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง TUDOR และ The Hour Glass Group

ร้าน Tudor shop-in-shop แห่งนี้ตั้งอยู่บนทำเลที่เปี่ยมศักยภาพภายในศูนย์การค้าสยามพารากอนชั้น M ซึ่งพร้อมต้อนรับทุกท่านให้เข้ามาสัมผัสโลกของ Tudor ภายในร้านตกแต่งด้วยสามสีหลักของแบรนด์ ได้แก่ สีดำ สีแดงและสีขาวเพื่อบุคลิกที่เข้มและโดดเด่นเหมือนตัวตนของเรือนเวลา Tudor รุ่นต่างๆสีทั้งสามนี้ถูกนำเสนอผ่านทางวัสดุหลากชนิดในรูปแบบที่เรียบหรูทันสมัยไร้ที่ติ โดยองค์ประกอบแต่ละสีจะมอบพื้นผิวที่แตกต่างกัน สีดำจะเป็นผิวซาติน หรือปัดลายเส้นสีแดงโปร่งแสง และงานโครงสร้างที่เป็นสีขาว ร้านคอนเซ็ปท์ใหม่นี้เชื้อเชิญให้ทุกคนมาสัมผัสกับโลกของ Tudor
จุดเด่นสําคัญภายในร้านก็คือนาฬิกา Tudor รุ่นต่างๆที่พร้อมด้วยนวัตกรรมและประสิทธิภาพในการทํางานรวมไปถึงภาพแบรนด์แอมบาสเดอร์คนดังทั้งหลายเพื่อให้เกิดเป็นทัศนประสบการณ์ที่ครบถ้วน

PMT The Hour Glass ผู้จัดจำหน่ายเรือนเวลาชั้นนําของประเทศไทยเป็นตัวแทนจัดจําหน่ายนาฬิกา Tudor อย่างเป็นทางการและมีร้านค้าหมด 4 แห่ง ได้แก่ ที่สยามพารากอน เอ็มควอเทียร์ เกษรและเซ็นทรัลภูเก็ตฟลอเรสต้า ขอเชิญมาชมนาฬิกา ลองสวมใส่บนข้อมือ และทราบถึงคุณค่าของแบรนด์ได้ที่ร้านค้า พนักงานที่มีประสบการณ์สามารถให้ข้อมูลและรายละเอียดที่สำคัญ ตลอดจนคุณสมบัติทางด้านเทคนิคของนาฬิกาทุกเรือนในร้าน โดยนาฬิกาทุกเรือนทำงานด้วยกลไกที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Tudor

Tudor แบรนด์นาฬิกาสวิสมากรางวัลมีนาฬิการุ่นที่เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณกําลังมองหาเรือนเวลาแนวคลาสสิกเพื่อใส่ให้เหมาะกับลุคนักธุรกิจ หรือเรือนเวลาแนวสปอร์ตเพื่อใส่ช่วงวันหยุดสบาย ๆ คอลเลคชั่นที่โดดเด่นของแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Black Bay, Tudor Royal, Pelagos, Glamour และ Tudor 1926 มีนาฬิการุ่นและฟังก์ชั่นต่างๆให้เลือกมากมาย แต่ละรุ่นใช้เครื่องนาฬิกาจักรกลที่ผลิตเพื่อ Tudor โดยเฉพาะและบางรุ่นก็ใช้กลไกที่ Tudor ออกแบบและผลิตขึ้นใช้เองด้วย

นอกจากข้อมูลทางด้านเทคนิคแล้วพนักงานขายนาฬิกา Tudor ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และแรงบันดาลใจเบื้องหลังนาฬิกาแต่ละรุ่นตลอดจนหน้าปัดและสายชนิดต่างๆที่มีให้เลือกจุดจําหน่ายนาฬิกา Tudor อยู่ในท่าเลสะดวกสําหรับทุกคนขอเชิญมาชมนาฬิการุ่นต่างๆที่น่าสนใจได้ที่ร้าน Tudor shop-in-shop แห่งใหม่หรือทำนัดหมายกับพนักงานของเราซึ่งจะช่วยแนะนําเรือนเวลาที่จะอยู่คู่ข้อมือคุณได้ตราบนานเท่านาน

พบกับนาฬิกา Tudor ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้องหมายเลข 42 ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอนหรือทำนัดหมายได้ที่หมายเลขโทรคัพท์ + 662-2129-4777 สําหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.thehourglass.com/th/tudor/

TUDOR: PELAGOS FXD

สายดำน้ำต้องมองนาฬิการุ่นนี้จาก TUDOR เป็นพิเศษแล้ว เพราะนี่คือผลงานที่รังสรรค์ขึ้นจากสายสัมพันธ์ที่ TUDOR มีต่อนาฬิกาดำน้ำและการทำงานร่วมกับกองทัพเรือฝรั่งเศส นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการนำทางใต้น้ำและการใช้งานระดับมืออาชีพที่เปี่ยมประสิทธิภาพสูงสุด นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 การรังสรรค์หนึ่งในนาฬิกานักดำน้ำยุคใหม่รุ่นแรกๆ ของ TUDOR มาจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 ทางแบรนด์ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหานาฬิกาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องเสมอมา

ด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญของกองทัพเรือฝรั่งเศส Pelagos FXD(หมายเลขอ้างอิง 25707B/21) ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อกำหนดเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการนำทางใต้น้ำและการใช้งานระดับมืออาชีพที่เปี่ยมประสิทธิภาพสูงสุด นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 การรังสรรค์หนึ่งในนาฬิกานักดำน้ำยุคใหม่รุ่นแรกๆ ของ TUDOR มาจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 ทางแบรนด์ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหานาฬิกาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องเสมอมา TUDOR ได้หวนรำลึกถึงความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้อีกครั้งด้วยนาฬิการุ่น Pelagos FXD ซึ่ง FXD หมายถึงบาร์สำหรับใส่สายนาฬิกาแบบยึดติดกับตัวเรือนที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ในครั้งนี้แบรนด์ภูมิใจนำเสนอนาฬิกาทางเทคนิคที่ตรงตามข้อกำหนดเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ Commando Hubert ซึ่งเป็นหน่วยจู่โจมใต้น้ำที่มีชื่อเสียงของกองทัพฝรั่งเศส

จุดเด่นสำคัญ
• ตัวเรือนไทเทเนียมผิวสัมผัสซาติน ขนาด 42 มม. พร้อมบาร์สำหรับใส่สายนาฬิกาแบบยึดติด ผลิตจากแท่งโลหะชิ้นเดียว และฝาหลังตัวเรือนสลักโลโก้ Marine nationale (กองทัพเรือฝรั่งเศส) และข้อความจารึก “M.N.21” (Marine nationale 2021) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการสลักข้อความดั้งเดิมในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980
• ขอบตัวเรือนหมุนได้สองทิศทางทำจากไทเทเนียม พร้อมวงแหวนทำจากเซรามิกที่แสดงช่องแบ่งเวลา 60 นาทีแบบเรโทรเกรด เคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด X1 ของสวิส
• หน้าปัดสีน้ำเงินกรมท่าแบบด้าน ประดับด้วยเครื่องหมายชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด X1 ของสวิส
• คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) พร้อมด้วยสปริงซิลิคอนเพิ่มสมดุลและพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง
• เข็มนาฬิกาทรง “เกล็ดหิมะ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิกานักดำน้ำ TUDOR มาตั้งแต่ปี 1969 เคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด X1 ของสวิส
• สายผ้าแบบชิ้นเดียวที่เป็นระบบยึดรัดได้เองสีน้ำเงินกรมท่า พร้อมแถบกลางสีเทา และสายอีกหนึ่งเส้นทำจากยางแบบชิ้นเดียวปั๊มด้วยลายผ้า

TUDOR และกองทัพเรือฝรั่งเศส
TUDOR ได้ร่วมมือกับ Marine nationale (กองทัพเรือฝรั่งเศส) ในปี 2021 เพื่อสืบสานความสัมพันธ์อันยาวนานที่มีมานับตั้งแต่ปี 1956 ซึ่งในครั้งนั้น Groupe d’Étude et de Recherches Sous-Marines (G.E.R.S.) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองตูลง ได้นำเอานาฬิกา Oyster Prince Submariner บางรุ่นไปประเมินประสิทธิภาพการทำงานในสถานการณ์จริง โดยเป็นนาฬิการุ่นหมายเลขอ้างอิง 7922 และ 7923 ซึ่งทั้งสองรุ่นสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 100 เมตร (330 ฟุต) และมาพร้อมกลไกลานแบบอัตโนมัติและแบบหมุนเองตามลำดับ ผู้บัญชาการของ G.E.R.S. ในขณะนั้นได้ตัดสินว่าการกันน้ำของนาฬิกาเหล่านี้ “สมบูรณ์แบบ” และประสิทธิภาพในการทำงาน “ถูกต้องทั้งหมด” ด้วยความเชื่อมั่นในสมรรถนะของอุปกรณ์จากแบรนด์ที่มาจากเจนีวานี้ เขาจึงได้สั่งซื้อนาฬิกาเพิ่ม ทำให้ TUDOR มีสถานะเป็น “ผู้จัดหานาฬิกาอย่างเป็นทางการของกองทัพเรือฝรั่งเศส” ในปี 1961

นาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทางกองทัพเรือฝรั่งเศสก็ได้เลือกใช้นาฬิกาจากทางแบรนด์หลายต่อหลายรุ่นมานานหลายทศวรรษต่อจากนั้น และในวันนี้ นาฬิกานักดำน้ำที่โด่งดังที่สุดของ TUDOR ซึ่งทางกองทัพเรือฝรั่งเศสได้เลือกใช้ก็คือรุ่นหมายเลขอ้างอิง 9401 พร้อมหน้าปัดและขอบตัวเรือนสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สลักตัวย่อ “M.N” ไว้ที่ฝาหลังตัวเรือน ตามด้วยปีที่วางจำหน่าย โดยนำเสนอนาฬิกาในสองรูปแบบ ได้แก่ รุ่นเข็มนาฬิกาทรง “เกล็ดหิมะ” พร้อมเครื่องหมายบอกชั่วโมง ส่วนอีกรุ่นจะมาพร้อมเครื่องหมายบอกชั่วโมงทรงสามเหลี่ยม นาฬิการุ่นนี้เปิดตัวในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 และได้รับการจัดหาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 และยังมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทศวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนสอนดำน้ำของกองทัพเรือฝรั่งเศส รวมถึงหน่วยจู่โจมใต้น้ำ ถึงแม้จะถูกนำออกจากรายการวัสดุคงคลังของกองทัพเรือฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แต่ทุกวันนี้ก็ยังอาจพบเห็นนาฬิการุ่นนี้ได้ในบางครั้งบนข้อมือของทหารกองหนุนและทหารเรือที่เกษียณแล้ว นาฬิการุ่น Pelagos FXD นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นฉบับอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง

ข้อกำหนดจำเพาะที่ไม่เหมือนใคร
Pelagos FXD นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นร่วมกับหน่วยจู่โจมใต้น้ำของกองทัพเรือฝรั่งเศส โดยอ้างอิงจากข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงซึ่งมีความพิถีพิถัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้นาฬิกามาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงานที่ไม่เคยมีมาก่อนในนาฬิกา TUDOR เช่น บาร์สำหรับใส่สายนาฬิกาที่เชื่อมเข้ากับตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42 มม. เพื่อเพิ่มความทนทานและความมั่นใจในการใช้งาน โดยบาร์สำหรับใส่สายนาฬิกานี้เป็นส่วนที่ต่อออกมาจากปลายขานาฬิกา และถือเป็นรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของนาฬิการุ่นนี้เลยทีเดียว

อีกหนึ่งคุณสมบัติจำเพาะของรุ่นนี้ก็คือขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ที่มี 120 ร่อง ซึ่งหมุนได้สองทิศทาง พร้อมช่องแบ่งเวลาแบบเรโทรเกรดที่แสดงตัวเลขจาก 60 ถึง 0 ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 6425:2018 ของนาฬิกานักดำน้ำ แต่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงตามวิธีที่เรียกว่า “การนำทางใต้น้ำ” อันเป็นหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของเจ้าหน้าที่หน่วยจู่โจมใต้น้ำ

การนำทางใต้น้ำ
การนำทางใต้น้ำประกอบด้วยการไปถึงตำแหน่งที่ตั้งทางทะเลได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องขึ้นมาบนผิวน้ำตามเส้นทางที่วางแผนเอาไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน นักดำน้ำจะทำการนำทางใต้น้ำนี้เป็นคู่ๆ โดยผูกโยงระหว่างกันไว้ด้วยเชือกนิรภัยหรือ “Life Line” และว่ายน้ำเป็นเส้นตรงเป็นช่วงๆ ตามที่นำทางโดยเข็มทิศแม่เหล็ก นักดำน้ำจะว่ายด้วยความเร็วคงที่ตามเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วง และว่ายให้ได้จำนวนช่วงตามที่จำเป็นพร้อมกับจับเวลาแต่ละช่วงอย่างแม่นยำ โดยการนำทางนี้จะต้องทำการเริ่มจับเวลาถอยหลังใหม่ในแต่ละครั้งที่มีการเปลี่ยนเส้นทาง เครื่องหมายแบ่งเวลาแบบทวนเข็มนาฬิกาและขอบตัวเรือนเรืองแสงของนาฬิการุ่นนี้ช่วยให้สามารถตั้งเวลาและควบคุมเวลาที่นับถอยหลังในแต่ละครั้งได้อย่างง่ายดาย โดยตั้งเวลาสำหรับการว่ายแต่ละช่วงบนขอบตัวเรือนให้สอดคล้องกับเข็มนาที เมื่อเข็มนาทีเดินไปถึงฝั่งตรงข้ามกับสามเหลี่ยม ทีมก็จะเปลี่ยนเส้นทางและนักดำน้ำที่มีหน้าที่ควบคุมเวลาก็จะเริ่มทำการจับเวลาถอยหลังครั้งถัดไป นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมวงแหวนขอบตัวเรือนขนาดใหญ่ ซึ่งกว้างกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเรือนเพื่อความสะดวกในการบิดหมุนแม้ในขณะที่สวมถุงมือดำน้ำหรือเมื่อมือรู้สึกชาจากการดำน้ำเย็นเป็นระยะเวลานาน

ในแง่ของความงาม นาฬิการุ่น Pelagos FXD ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR ที่กองทัพเรือฝรั่งเศสนำมาใช้จนกลายเป็นตำนาน โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินกรมท่าและมีเครื่องหมายบอกชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมและเข็มนาฬิกามุมเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ เกล็ดหิมะ ที่ทางแบรนด์เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1969 เพื่อให้นาฬิกาสามารถเรืองแสงได้เด่นชัดยิ่งขึ้นในสภาวะที่มีแสงสลัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมขอบตัวเรือนหมุนได้ที่เป็นวงแหวนเซรามิกพ่นทรายเคลือบด้วยสารเรืองแสง ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42 มม. กันน้ำได้ถึง 200 เมตร และมีผิวสัมผัสแบบซาตินทั้งหมดเพื่อให้มีรูปลักษณ์แบบด้านที่ช่วยลดการสะท้อนแสง เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงคุณลักษณะที่เป็นทางการของนาฬิกา ฝาหลังของตัวเรือนสลักด้วยโลโก้ Marine nationale (กองทัพฝรั่งเศส) ซึ่งประกอบด้วยสมอเรือและหมวกทหารเรืออยู่ด้านบน รวมถึงอักษรย่อ “M.N.21” สำหรับ “Marine nationale 2021” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์

สายนาฬิกาผ้าทอที่เป็นมรดกตกทอดของกองทัพเรือฝรั่งเศส
แต่เดิมนั้นทางกองทัพเรือฝรั่งเศสได้สั่งนาฬิกา TUDOR แบบไม่มีสาย จากนั้นจึงนำไปใส่สายของตนเองทั้งในแบบแฮนด์เมดหรือแบบอื่นๆ โดยดูเหมือนว่าจะมีสายนาฬิกาสองรูปแบบที่ใช้อย่างแพร่หลายตลอดระยะเวลาหลายปี แบบแรกคือสายสีดำทำจากไนลอนถักแบบชิ้นเดียว และอีกแบบที่พบเห็นน้อยกว่าก็คือสายแบบแฮนด์เมดที่ทำจากยางยืดร่มชูชีพ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่มองเห็นได้จากสีเขียวของสายและแถบกลางที่เป็นสีเหลืองหรือแดง ซึ่งสายแบบหลังอันเป็นอนุสรณ์ตกทอดที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในการใช้งานที่เชื่อมโยงกับนักดำน้ำของฝรั่งเศสอย่างเหนี่ยวแน่นนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจของสายนาฬิกาผ้าในรุ่น Pelagos FXD

สายผ้าแบบชิ้นเดียวนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ TUDOR ซึ่งในปี 2010 ได้กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาแบรนด์แรกๆ ที่มอบสายผ้ามาให้พร้อมกับนาฬิกา ผ้าดังกล่าวทอขึ้นในฝรั่งเศสด้วยเครื่องทอผ้าแจ็กการ์ดสมัยศตวรรษที่ 19 โดยบริษัท Julien Faure ในแคว้นแซงต์ เอเตียน มีความโดดเด่นด้านคุณภาพและความรู้สึกสบายยามสวมใส่บนข้อมือที่ไม่เหมือนใคร สำหรับรุ่น Pelagos FXD นั้น TUDOR และ Julien Faure ได้มีการพัฒนาเทคนิคขั้นสูงแบบใหม่ในการผลิตสายนาฬิกาเพื่อให้สอดคล้องกับความเรียบง่ายในการทำงานของนักดำน้ำกองทัพเรือฝรั่งเศส รังสรรค์ขึ้นจากริบบิ้นโพลีเอทิลีนถักสีน้ำเงินกรมท่าขนาด 22 มม. ที่มีแถบกลางสีเงิน หัวเข็มขัดไทเทเนียมรูปตัว “D” และระบบยึดรัดได้เอง โดยสามารถปรับให้พอดีกับข้อมือขนาดต่างๆ และให้ความรู้สึกสบายขณะสวมใส่

และด้วยความบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อที่ Julien Faure ธุรกิจครอบครัวซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1864 ได้ทอริบบิ้นสำหรับตกแต่งเฉพาะในโรงงานของตนเองเป็นเวลาหลายปีโดยตั้งชื่อตามเรือของกองทัพเรือฝรั่งเศส และเป็นส่วนสำคัญของบาชิ หมวกพู่สีแดงอันเป็นตำนานที่ทหารเรือและลูกเรือฝรั่งเศสสวมใส่กัน

นอกจากนี้ Pelagos FXD ยังมาพร้อมสายอีกหนึ่งเส้นทำจากยางแบบชิ้นเดียวปั๊มลาย พร้อมหัวเข็มขัดรวมมาให้ด้วย นับว่าเป็นครั้งแรกที่ TUDOR ได้นำเสนอสายในรูปแบบเรียบง่ายที่สวมใส่สบายนี้

คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเอง
คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเอง ซึ่งขับเคลื่อนนาฬิการุ่น Pelagos FXD แสดงชั่วโมง นาที และวินาที โดยมีพื้นผิวแบบเดียวกันกับคาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองรุ่นอื่นๆ ของ TUDOR ได้แก่ โรเตอร์ทำจากทังสเตนแบบโมโนบล็อกที่มีลวดลายฉลุ พร้อมพื้นผิวซาตินที่ตกแต่งรายละเอียดแบบพ่นทราย แผ่นเชื่อมและแท่นเครื่องมีพื้นผิวแบบพ่นทรายสลับกับขัดเงาและตกแต่งด้วยเลเซอร์

โครงสร้างถูกออกแบบมาเพื่อรับประกันถึงความทนทาน อายุการใช้งานที่ยืนยาว ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรง เช่นเดียวกับเม็ดถ่วงสมดุลในตัวนาฬิกาซึ่งรักษาสมดุลด้วยแผ่นเชื่อมอันมั่นคงที่มีจุดยึดสองจุด และด้วยสปริงซิลิคอนแบบไร้แม่เหล็ก คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองจึงเป็นโครโนมิเตอร์ที่ผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นยิ่งกว่ามาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันอิสระแห่งนี้ โดยอันที่จริงแล้ว ทาง COSC อนุญาตให้กลไกนาฬิกามีความผันแปรเฉลี่ยสำหรับอัตราการทำงานในแต่ละวันอยู่ที่ระหว่าง -4 ถึง +6 วินาทีตามเวลาสัมบูรณ์ในแต่ละครั้งที่เคลื่อนไหว แต่ TUDOR ยังคงยืนยันที่จะกำหนดความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ไว้ที่ -2 ถึง +4 วินาทีสำหรับนาฬิกาของบริษัทที่ประกอบสมบูรณ์แล้ว

อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นก็คือพลังงานสำรองของคาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองนั้น “ไม่หยุดสุดสัปดาห์” หรือกล่าวคือประมาณ 70 ชั่วโมง จึงทำให้ผู้สวมใส่สามารถถอดนาฬิกาในคืนวันศุกร์และสวมกลับคืนอีกครั้งตอนเช้าวันจันทร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องไขลานหรือตั้งเวลาใหม่

นาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR
ประวัติศาสตร์ของนาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1954 ที่ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นหมายเลขอ้างอิง 7922 ด้วยคุณสมบัติการกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร (330 ฟุต) นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของนาฬิกา “นักดำน้ำ” ที่ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ราคาที่เอื้อมถึงได้ ความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรง สิ่งเหล่านี้คือตัวแทนแห่งหลักปรัชญาของนาฬิกาประเภทเครื่องมือของแบรนด์ หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกเป็นเวลากว่า 70 ปี นาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR ยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และมีหลายรุ่นที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากมืออาชีพในสายงานต่างๆ ซึ่งรวมถึงกองทัพราชนาวีที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกหลายประเทศ การเปิดตัว Pelagos FXD ในปี 2021 บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ TUDOR ที่จะสืบสานเรื่องราวใต้ทะเลร่วมกับพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างกองทัพเรือฝรั่งเศสต่อไป

การรับประกันโดย TUDOR
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรังสรรค์โดย Hans Wilsdorf เมื่อปี 1926 และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเขาที่ต้องการสร้างนาฬิกาที่ตอบโจทย์สูงสุด TUDOR ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลิตนาฬิกาที่แข็งแกร่ง ทนทาน น่าเชื่อถือ และเที่ยงตรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความมั่นใจในคุณภาพที่เหนือชั้นของนาฬิกา TUDOR จึงมีความยินดีมอบการรับประกันห้าปีสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น โดยการรับประกันนี้ไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนหรือนำนาฬิกามาตรวจซ่อมบำรุงใดๆ และสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ TUDOR ยังแนะนำให้นำนาฬิกามาเข้ารับบริการทุก 10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งานจริงในแต่ละวันด้วย

เกี่ยวกับ TUDOR
TUDOR คือแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับรางวัล ซึ่งนำเสนอนาฬิกาที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น มีความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่าไม่มีใครเทียบได้ ต้นกำเนิดของ TUDOR เริ่มขึ้นเมื่อปี 1926 โดยชื่อ “The Tudor” ได้ถูกจดทะเบียนในฐานะแบรนด์เป็นครั้งแรกในนามของ Hans Wilsdorf ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Rolex เขาได้ก่อตั้งบริษัท Montres TUDOR SA ในปี 1946 เพื่อผลิตนาฬิกาซึ่งมีทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือดังเช่น Rolex แต่อยู่ในระดับราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ ด้วยความทนทานและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้นี้เอง จึงทำให้ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมา เหล่าผู้กล้านักผจญภัย ทั้งบนพื้นดิน ใต้น้ำ และท่ามกลางหิมะต่างพร้อมใจกันเลือก TUDOR เป็นนาฬิกาคู่ใจ คอลเลกชันของ TUDOR ในปัจจุบันนั้นประกอบด้วยนาฬิการุ่นเอกลักษณ์มากมาย อาทิ Pelagos, Black Bay, 1926 และ Royal ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา TUDOR ยังได้นำเสนอคาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง พร้อมฟังก์ชันการทำงานหลากหลายและสมรรถนะในการทำงานที่เหนือชั้น

ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมด้วยตัวคุณเองทางออนไลน์ได้ที่ https://tudor.watch/PelagosFXD

TUDOR ROYAL


นาฬิกาสปอร์ตชิคที่เหนือชั้นยิ่งกว่าด้วยสายนาฬิกาแบบชิ้นเดียวกับตัวเรือน ขอบตัวเรือนแบบสลักลายร่องและกลไกลานอัตโนมัติ นาฬิกาตระกูล TUDOR Royal รุ่นใหม่นี้จึงเหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ

Royal เป็นชื่อที่ TUDOR นำมาใช้เป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 1950 เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพที่เหนือระดับของนาฬิกา ตระกูล TUDOR Royal ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของมรดกตกทอดนี้ ด้วยการนำเสนอนาฬิกาสปอร์ตชิคระบบอัตโนมัติพร้อมสายนาฬิกาแบบชิ้นเดียวกับตัวเรือนในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้และคุณภาพที่ไม่ยิ่งหย่อน สมรรถนะทางเทคโนโลยีสุดล้ำและความงดงามประณีตคือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของนาฬิกาในตระกูลนี้ ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างนาฬิกาคลาสสิกและนาฬิกาสปอร์ต โดยมีให้เลือกในรุ่นสเตนเลสสตีลหรือสเตนเลสสตีลและทองคำ และนำเสนอใน 4 ขนาดพร้อมหน้าปัดที่มีให้เลือกถึง 9 รูปแบบ

จุดเด่นสำคัญ

  • ตัวเรือนขนาด 28, 34, 38 และ 41 มิลลิเมตร ทำจากสเตนเลสสตีล 316L หรือสเตนเลสสตีล 316L และทองคำ 
  • หน้าปัดผิวสัมผัสแบบซาตินซันเรย์หลากหลายแบบ พร้อมตัวเลขโรมันหรือแบบฝังเพชร
  • เข็มนาฬิกาทรง Baton เคลือบสารเรืองแสง Swiss Super-LumiNova®
  • ช่องแสดงวันที่ และวันของสัปดาห์สำหรับรุ่นเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม.
  • สายนาฬิกา “ห้าข้อต่อ” ที่เป็นชิ้นเดียวกับตัวเรือน ผิวสัมผัสแบบซาตินและขัดเงา ทำจากสเตนเลสสตีล 316L หรือสเตนเลสสตีล 316L และทองคำ
  • การรับประกันห้าปีที่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนหรือตรวจซ่อมบำรุงตามระยะ

TUDOR ROYAL คือสัญลักษณ์แห่งการท้าทาย #BORNTODARE

นับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1926 TUDOR ได้มุ่งมั่นที่จะรังสรรค์นาฬิกาที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในราคาที่ย่อมเยาที่สุด เป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่งทั้งในขณะนั้นและจวบจนถึงทุกวันนี้มาจากการสืบสานวิสัยทัศน์ของ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้งแบรนด์ นักประดิษฐ์ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลิตนาฬิกายุคใหม่ นั่นคือความแม่นยำสำหรับนาฬิกาข้อมือ การกันน้ำและกลไกลานอัตโนมัติ เขากล้าที่จะฝันถึงเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยความสมบูรณ์แบบทางเทคนิคและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ และได้รังสรรค์แบรนด์ TUDOR ขึ้นเพื่อทำความฝันนั้นให้กลายเป็นจริง นาฬิกาในตระกูล TUDOR Royal คือตัวอย่างที่เด่นชัดของมรดกตกทอดแห่งการยืนหยัดในวิสัยทัศน์และคำมั่นสัญญาต่อผู้ที่จะเป็นเจ้าของในอนาคตถึงคุณภาพที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในราคาที่ย่อมเยาที่สุด ผลิตขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์จากแท่งสเตนเลสสตีล 316L ซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่แข็งแกร่งที่สุด

ตัวเรือนของรุ่น TUDOR Royal นั้นกันน้ำในทุกสถานการณ์จนถึงระดับความลึก 100 เมตร (330 ฟุต) ใต้ผิวน้ำทะเลด้วยเม็ดมะยมแบบขันเกลียวและฝาหลัง แม้จะมองไม่เห็น แต่กลไกลานซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความเชี่ยวชาญของสวิตเซอร์แลนด์ในด้านกลไกขนาดเล็กได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและทำงานตามมาตรฐานการจับเวลาที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกา  ประการสุดท้ายก็คือสายนาฬิกา “5 ข้อต่อ” ซึ่งใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดดเด่นด้วยคุณภาพที่เหนือชั้นทั้งในด้านการออกแบบ การผลิต และความประณีตของชิ้นงาน คุณสมบัติเหล่านี้และอีกมากมายนำไปสู่คุณภาพที่ได้รับการกล่าวขานของ TUDOR ตามปรัชญาที่เป็นตัวแทนบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ นั่นคือ #BornToDare ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ดียิ่งขึ้นต่อไปอยู่เสมอ

นาฬิกาสปอร์ตชิคพร้อมสายนาฬิกาแบบชิ้นเดียวกับตัวเรือน 

นาฬิกาในตระกูล TUDOR Royal คือตัวแทนแห่งความสมดุล ความหรูหรา และการใช้งานที่อเนกประสงค์ รายละเอียดของการออกแบบมอบบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะขอบตัวเรือนแบบสลักลายร่องที่ไม่เหมือนใครซึ่งเป็นการสลับกันระหว่างพื้นผิวขัดเงากับลายร่อง  TUDOR Royal ให้รูปลักษณ์ที่ดูลื่นไหลและสไตล์ที่มั่นคง ด้วยสายนาฬิกาเหล็กแบบชิ้นเดียวกับตัวเรือนที่สอดประสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ด้วยเอกลักษณ์ของข้อต่อแบบกว้างผิวซาติน 3 ชิ้นที่อยู่ระหว่างข้อต่อแบบแคบผิวเงา 2 ชิ้น คุณภาพของผิวสัมผัสที่ลื่นละมุน และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือขอบของข้อต่อเหล่านี้ล้วนตอกย้ำอย่างชัดเจนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ TUDOR เพื่อให้สวมใส่สบายยามที่อยู่บนข้อมือ มีให้เลือกทั้งในแบบสเตนเลสสตีล แบบข้อต่อสลับกันระหว่างสเตนเลสสตีลและทองคำ นาฬิกาในตระกูลนี้จึงตอบสนองได้ทุกรสนิยมด้วยพื้นผิวหลากหลายแบบ TUDOR Royal ออกแบบมาให้รองรับข้อมือได้ทุกขนาด ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 ขนาดด้วยกัน โดยรุ่น 41 มม. นั้นจะยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษกับระบบกลไกที่แสดงวันพร้อมกันกับวันที่

นาฬิกาสปอร์ตชิคพร้อมหน้าปัดอันประณีต

นาฬิกาในตระกูล TUDOR Royal เสนอเอกลักษณ์ที่เป็นลวดลายซันเรย์บนหน้าปัดที่ไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกในสีดำ สีเงิน สีแชมเปญ หรือสีน้ำเงิน ลวดลายซึ่งแผ่รัศมีจากจุดกึ่งกลางของหน้าปัดนี้สร้างเอฟเฟ็กต์แสงและเงาสะท้อนที่สวยสะดุดตา ซึ่งขับเน้นให้นาฬิกาในตระกูลนี้ดูหรูหราโดดเด่นยิ่งขึ้น และยังมีในรุ่นหน้าปัดมุกประดับเพชรที่ดูสวยหวานเหมาะสำหรับสุภาพสตรี และเพื่อแต่งเติมให้ดูเก๋ไก๋ยิ่งขึ้น TUDOR จึงได้ประดับตัวเลขโรมันให้กับนาฬิกาในตระกูล TUDOR Royal อีกด้วย 

การรับประกันโดย TUDOR

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรังสรรค์โดย Hans Wilsdorf เมื่อปี 1926 และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สูงสุด TUDOR ได้มุ่งมั่นที่จะผลิตนาฬิกาที่แข็งแกร่ง ทนทาน น่าเชื่อถือ และเที่ยงตรงอย่างไม่หยุดยั้งตลอดมา ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความมั่นใจในคุณภาพที่เหนือชั้นของนาฬิกา วันนี้ TUDOR จึงมีความยินดีมอบการรับประกันห้าปี สำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่จำหน่ายหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นไป โดยการรับประกันนี้ไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนหรือนำนาฬิกามาตรวจซ่อมบำรุงใดๆ และสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ TUDOR ที่ซื้อระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2018 ถึง 31 ธันวาคม 2019 ก็ยังจะได้รับการขยายเวลารับประกันไปอีก 18 เดือน นับเป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 3 ปีครึ่งอีกด้วย TUDOR ยังแนะนำให้นำนาฬิกามาเข้ารับบริการทุก 10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งานจริง

หมายเลขอ้างอิง 28600/3, 28500/3, 28400/3, 28300/3

ตัวเรือน

ตัวเรือนเหล็กกล้า 316L ขนาด 41, 38, 34 หรือ 28 มม. พร้อมผิวสัมผัสแบบซาตินและขัดเงา

ขอบตัวเรือน

ขอบตัวเรือนแบบสลักลายร่องทำจากเหล็กกล้า 316L หรือทองคำ 18 กะรัต ที่สลับกันระหว่างรอยบากและพื้นผิวขัดเงา

เม็ดมะยม

เม็ดมะยมแบบขันเกลียวทำจากเหล็กกล้า 316L หรือทองคำ 18 กะรัต พร้อมสัญลักษณ์โลโก้ TUDOR แบบนูน

หน้าปัด

สีดำ สีเงิน สีแชมเปญ หรือสีน้ำเงิน ตกแต่งผิวซันเรย์ ประดับเพชรหรือไม่ประดับเพชร

หน้าปัดไข่มุกสีขาวประดับอัญมณี (เฉพาะรุ่น 34 และ 28 มม.)

ตัวเลขโรมัน

วันของสัปดาห์ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา (เฉพาะรุ่น 41 มม.)

วันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา

กระจกคริสตัล

คริสตัลแซฟไฟร์

การกันน้ำ

กันน้ำลึกสูงสุดถึง 100 ม. (330 ฟุต)

สายนาฬิกา

สายนาฬิกาแบบชิ้นเดียวกับตัวเรือนทำจากเหล็กกล้า 316L หรือเหล็กกล้า 316L และทองคำ 18 กะรัต 5 แถว ข้อต่อด้านนอกและตรงกลางผิวซาติน ข้อต่อตัวเชื่อมผิวขัดเงา พร้อมระบบล็อกแบบบานพับและสลักนิรภัย

กลไกลาน

กลไกลานอัตโนมัติ, คาลิเบอร์ T603 (41 มม.) หรือ T601 (38 และ 34 มม.) หรือ T201 (28 มม.) 

พลังงานสำรอง

ประมาณ 38 ชั่วโมง

ฟังก์ชันการทำงาน

เข็มชั่วโมง นาที และวินาทีตรงกลาง

วันที่แบบกึ่งอัตโนมัติที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

วันของสัปดาห์แบบกึ่งอัตโนมัติที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา (เฉพาะรุ่น 41 มม.)

เข็มวินาทีจะหยุดเมื่อตั้งเวลาเพื่อให้ตั้งได้อย่างแม่นยำ

นาฬิกาดำน้ำที่มาพร้อมเรื่องราวและตำนานสำหรับคนถนัดซ้ายตัวจริง

Left – Hand Diver

หนึ่งในอุปสรรคสุดเศร้าสำหรับชาวมือซ้ายคือการที่ต้องถอดนาฬิกาออกจากข้อมือทุกครั้งที่ต้องการปรับเม็ดมะยม แต่วันนี้ถึงเวลาที่คนถนัดซ้ายจะได้เฮกันแล้ว … แต่ก็แอบเดือดร้อนกระเป๋าสตางค์กันอย่างแน่นอน

ต้องบอกก่อนเลยว่านาฬิกาที่มีเม็ดมะยมอยู่ฝั่งซ้ายนั้นตามปกติแล้วคือของหายากในวงการนาฬิกาวินเทจและในยุคปัจจุบัน
ก็ไม่ได้มีให้เลือกซื้อกันทุกรุ่นเช่นกัน ปกติคุณมักจะเจอกับเม็ดมะยมฝั่งขวากันเสียส่วนใหญ่ หรือจะพูดง่ายๆ ว่านาฬิกา
ที่ออกจำหน่ายแต่ละปีนั้น เป็นเม็ดมะยมฝั่งขวาราว 95 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น แต่เม็ดมะยมซ้ายจะมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่านั้น นั่นก็จะหมายความว่านาฬิกาเม็ดมะยมซ้ายก็จะกลายเป็นของหายากในอนาคตอันไกลหรืออันใกล้นี้แน่ๆ

PELAGOS LHD 1

แต่ที่ต้องเฮกันดังๆ เพราะ Tudor (ทิวดอร์) เพิ่งจะเปิดตัวรุ่น Pelagos LHD ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ไปได้ไม่นาน เรามาเริ่มสาธยายถึงความเจ๋งของนาฬิกาเรือนนี้กันก่อน บอกเลยว่ารูปลักษณ์นั้นเท่มากๆ หลักชั่วโมง เข็มนาฬิกา ตัวอักษร และหลักนาทีบนขอบหมุนนั้นใช้สีเบจตัดกับหน้าปัดสีดำ และขอบหมุนวัสดุเซรามิกสีดำ ซึ่งในอดีตนั้นกว่าคุณจะได้หลักชั่วโมง เข็มนาฬิกา ตัวอักษร และหลักนาทีบนขอบหมุนเป็นสีเบจอมเหลืองขนาดนี้ต้องใส่และดูแลกันแบบยาวๆ เป็นเวลานับสิบปีรอให้สารที่เคลือบนั้นค่อยๆ เปลี่ยนสีไปตามอายุ แต่ใน Pelagos LHD ไม่ต้องรอให้เสียเวลา มีมาให้หล่อกันตั้งแต่วันแรกที่แกะกล่อง ถัดมาก็เป็นตัวอักษรบรรทัดที่บอกชื่อรุ่น Pelagos พิมพ์เป็นตัวสีแดง ต้องบอกว่าถ้าอยู่ในรุ่นวินเทจของค่ายมงกุฎนั้นราคาทะลุทะลวงกระเป๋าสตางค์ฉีกกันไปแล้ว แต่เราก็คาดว่าหากรุ่นนี้ผลิตกันแค่ปีเดียวและขายออกไปไม่เยอะ รับรองเลยในอนาคตหากใส่และรักษาอย่างทะนุถนอม ราคาของนาฬิกาเรือนนี้คงน่าตกใจไม่ใช่น้อย และถัดมาที่โดดเด่นที่สุดและจะพลาดไม่ได้เลยคือเม็ดมะยมที่ติดตั้งอยู่ฝั่งซ้าย หรือพระเอกของเรือนนี้ที่มีตำนานในอดีต ครั้งที่กองทัพเรือฝรั่งเศสสั่งผลิตให้ทหารใช้โดยเฉพาะนักสะสมจึงชอบมากเป็นพิเศษส่วนที่เป็นทุนเดิมของ Pelagos เรือนนี้อยู่แล้วคือเข็มชั่วโมง Snowflake ที่เป็นกลิ่นอายจากตำนานของรุ่นนี้ เครื่องระบบกลไกอัตโนมัติ MT5612-LHD จากโรงงาน Tudor และสุดท้ายคือวัสดุไทเทเนียมที่ใช้ผลิตตัวเรือนนั้นก็จะพบได้แค่ในรุ่น Pelagos เท่านั้นด้วย

mt5612-lhd

นับว่าได้ว่าแทบทุกส่วนในนาฬิกาเรือนนี้นั้นไม่ว่าส่วนไหนๆ  ก็มีแต่เรื่องราวที่น่าหลงใหลและอัดแน่นไปด้วยคุณภาพตามแบบฉบับสวิสขนานแท้ และหากใครไม่ชอบสวมใส่สายไทเทเนียมเนื่องจากเป็นรอยง่ายล่ะก็ ในกล่องจะบรรจุสายยางสีดำมาให้เปลี่ยนตามใจอีกด้วย

หนึ่งในนาฬิกาเรือนล่าสุดจาก Tudor ที่เพิ่งจะคว้ารางวัลนาฬิกาที่มีความโดดเด่นมาจาก GPHG

tudor-black-bay-bronze-1

แต่แต่นาฬิกา Tudor Heritage Black Bay Bronze รุ่นนี้ได้เปิดตัวก็มีแววว่าจะฉายแสงเจิดจรัสและคงจะอนาคตดีแน่ๆ และตั้งแต่ครั้งที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาคงจะไม่มีใครคิดเช่นเดียวกับเราแน่ๆ ว่านาฬิกาเรือนนี้จะไปคว้ารางวัลอะไร แต่ล่าสุดในงานประกาศผล GPHG หรือ Grand Prix d’Horlogerie de Genève ผลปรากฏว่า Black Bay Bronze ได้รางวัล Petite Aiguille Prize ในฐานะนาฬิกาที่มีความโดดเด่นในระดับราคาขายปลีกไม่เกิน 8,000 สวิสฟรังก์ ก็คงจะทำให้แฟนๆ Tudor นั้นได้ใจชื้นและมีหนึ่งหัวข้อในการพูดคุยถึงนาฬิกาบนข้อมือตัวเองมากขึ้นไปอีก

เอกลักษณ์แห่งการดีไซน์นาฬิกาข้อมือจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่เคยเลือนหายไปจาก Tudor

Timeless Design 

ก่อนที่จะไปเริ่มต้นกับ Tudor Heritage Black Bay รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น มารู้จักกับแบรนด์ Tudor (ทิวดอร์) สักเล็กน้อยว่าแรกๆ นั้นคอลเลกชั่นนาฬิกาที่มีให้เลือกก็ไม่หลากหลายเหมือนทุกวันนี้ ต้นตำรับสุดคลาสสิกของแบรนด์คือรุ่น Date-Day, Heritage Chronos 
และ Submariner ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีมูลค่าสูง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ Tudor แบรนด์น้องชายร่วมสายเลือดของ Rolex (โรเล็กซ์)  ในอดีตชิ้นส่วนบางชิ้นของ Tudor เช่น ตัวเรือน ฝาหลัง เม็ดมะยม และบานพับสาย ก็เป็นฝีมือการผลิตของ Rolex ทำให้ในปัจจุบันคนที่สะสม Rolex ก็ไม่พลาดที่จะเก็บ Tudor ควบคู่ไปด้วยเพราะบางรุ่นของ Tudor นั้นผลิตออกมาน้อยกว่า Rolex เสียอีก และ Tudor Submariner แต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเช่นเดียวกับ Rolex Submariner ยิ่งถ้าเรือนไหนมีหน้าปัดเป็น Gilt Dial’ หรือที่ภาษาบ้านๆ เรียกกันว่า ตัวอักษรบนหน้าเป็นสีทองอมเหลืองแล้วล่ะก็ ความหายากของนาฬิกาเรือนนั้นจะสูงเกินบรรยายเลยล่ะ

8ee623dc87bfad7d0c1140aeda28b146

ก็รู้จักความขลังและเรื่องราวส่วนหนึ่งของแบรนด์ Tudor ไปเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาพบกับ Tudor Heritage Black Bay ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร มีวัสดุตัวเรือนให้เลือก 2 แบบคือ สเตนเลสสตีล และสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำ ขอบตัวเรือนสามารถหมุนได้ มีสเกลบอกหลักนาทีอยู่บนขอบตัวเรือน หน้าปัดจะมีพื้นเป็นสีดำทุกรุ่น ส่วนตัวอักษรที่เป็นแบบ Gilt นั้นจะมีเฉพาะรุ่นสเตนเลสสตีลชอบฟิล์มสีดำและแดงเท่านั้น ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ ทุกรุ่นจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ MT 5602 จากโรงงาน Tudor เอง โดยคุณสามารถวางใจกับเครื่องรุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะได้รับ
การการันตีว่าผ่านมาตรฐานระดับโครโนมีเตอร์จากสถาบัน COSC มาแล้ว สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง และดำน้ำได้ลึดสูงสุดที่ 200 เมตร สามารถเลือกสวมใส่ได้ทั้งสายสเตนเลสสตีลพร้อมบานพับหรือสายหนังที่ผ่านการฟอกมาให้เข้ากับตัวเรือน แต่ถ้าคุณอยากจะลองสวมใส่ให้วินเทจ ในกล่องจะมีสายผ้าแถมมาให้ก็ทดลองดูว่าจะเหมาะกับข้อมือคุณเพียงใด

และน้องชายที่ตามออกมาท้ายสุดของตระกูล Heritage Black Bay นั้นก็คือรุ่นที่ตัวเรือนผลิตจากวัสดุบรอนซ์ ตัวเรือนจะมีขนาด 43 มิลลิเมตร ซึ่งก็นับได้ว่า Tudor เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกา
ชั้นนำจากสวิสแบรนด์แรกๆ ที่ใช้วัสดุบรอนซ์เช่นกัน ขอบตัวเรือนสามารถหมุนได้ ผลิตจากวัสดุบรอนซ์พร้อมสเกลบอกนาทีบนขอบ ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม หน้าปัดสีน้ำตาลตัวอักษรแบบ ‘Gilt’ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ MT5601 จากโรงงาน Tudor และได้รับการรับรองความแม่นยำจากสถาบัน COSC เช่นเดียวกับเครื่องรุ่น MT 5602 สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 70 ชั่วโมง ดำน้ำได้ลึกสูงสุด 200 เมตร ส่วนฝาหลังนั้นมองผ่านๆ คุณอาจจะคิดว่าเป็นวัสดุบรอนซ์แต่จริงๆ แล้วคือสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีบรอนซ์ สามารถเลือกสวมใส่ได้ทั้งสายหนังที่ผ่านการฟอกแบบวินเทจพร้อมบานพับวัสดุบรอนซ์ หรือสายผ้าสีน้ำตาลวินเทจที่เตรียมไว้
ให้ในกล่องก็เท่ไปอีกแบบ และหากถามว่าวัสดุบรอนซ์พิเศษตรงไหน คุณลองนึกถึงกางเกงยีนส์ผ้าดิบที่ไม่ผ่านการฟอก แล้วคุณก็ใส่ไปสักระยะหนึ่งอาจจะ 6 เดือน หรือ 1 ปี เฟดของกางเกงยีนส์ที่ขึ้นนั้นก็จะไม่ซ้ำกับใครเป็นหนึ่งในสเน่ห์ของยีนส์ผ้าดิบ วัสดุบรอนซ์ก็เช่นกันสีของตัวเรือนนั้นจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่คุณเจออาจจะเข้มขึ้นหรืออาจจะเป็นดวงๆ ก็แล้วแต่ว่าคุณจะลุยขนาดไหน แล้วคนที่เห็นจะคุณสวมนาฬิกาเรือนนี้ก็จะเข้าใจได้เลยว่า “นายมันขาลุยของจริงนี่นา”

m79230dk-0001_black_95760dk_det1_amb_xxl

และแน่นอนว่าหลายคนต้องสงสัยถึง
ที่มาที่ไปของเข็มทรงแปลกประหลาดที่มีชื่อเรียกว่า Snowflake และเม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่ตีตรา
ดอกกุหลาบไว้อย่างสวยงามว่ามาจากไหนแน่ๆ 
วันนี้เรามาพร้อมกับคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ และเข้าใจแน่นอน เข็ม Snowflake นั้นคือดีเอ็นเอที่ถูก
ส่งตรงมาจากนาฬิการุ่นพิเศษที่ Tudor ผลิตให้กองทัพเรือฝรั่งเศสใช้ในช่วงปี ’70s ทำให้นาฬิกา Tudor วินเทจรุ่นนั้นเป็นหนึ่งในของสะสมชิ้นโปรดของคอลเลกเตอร์ทั่วโลก ส่วนเม็ดมะยมขนาดใหญ่นั้นก็ถ่ายทอดมาจากรุ่นพิมพ์นิยมรหัสตัวถัง 7924 ที่ผลิตออกมาเมื่อปีค.ศ. 1958 ซึ่งตอนนี้
ก็เป็นหนึ่งในรุ่นยอดฮิตเช่นกัน

tudor-heritage-watches-heritage-black-bay-bronze-watch-2016