Posts

Tod’s Band งานรวมตัวของสุภาพบุรุษสุดฮอตทั้ง 7 คน กับรองเท้าคู่โปรดของพวกเขา

Exclusive! สำหรับผู้อ่าน L’Officiel Hommes Thailand เมื่อแบรนด์เครื่องหนังสุดคลาสสิคจากประเทศอิตาเลียนอย่าง ทอดส์ (Tod’s ) จัดแคมเปญประจำซีซั่นด้วยการตั้ง ‘ทอดส์แบนด์ (Tod’s Band)’ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของสุภาพบุรุษทั้งเจ็ดจากสายอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดารา หรือนายแบบ หน้าที่หลักของพวกเขาไม่ได้มาเพื่อร้องเพลง แต่มาเพื่อถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์อิตาเลียนในแบบฉบับของตนเอง โดยที่ทุกคนสวมใส่รองหนังประดับด้วยโลโก้ดับเบิ้ลที ที่แสดงให้เห็นถึงความหรูหราและโดดเด่นของรองเท้าทอดส์ในฤดูกาลนี้

 

ความเอ็กคลูซีฟของเราคือคลิปบทสนทนาสั้นๆ ของเหล่าสุภาพบุรุษที่เผยให้เห็นถึงความขี้เล่น มากสไตล์ แต่ยังคงความเฉียบคมในแบบฉบับของผู้ชายแห่งยุค

เอริค อันเดอร์วู๊ด Eric Underwood) นักบัลเล่ห์จากสหรัฐอเมริกา vs จิน ต้าฉวน (Jin Dachuan) นายแบบจากประเทศจีน

โลเรนโซ่ ริเคลมี่ (Lorenzo Richelmy) นักแสดงชาวอิตาเลี่ยน vs กาเบรียล เคน เดย์ ลูวิส (Gabriel Kane Day Lewis) นักร้องและนักแต่งเพลงชาวนิวยอร์ก

วิลล์ เพลท์ซ (Will Peltz) นักแสดงชาวอเมริกัน vs หลุยส์ ฮอฟมานน์ (Louis Hofmann)  นักแสดงชื่อดังจากประเทศเยอรมนี

ถ่ายทอดความร่วมสมัยแก่ช่างฝีมือรุ่นเก่า ลงไปในเครื่องหนังเมดอินอิตาลีจาก Tod’s

MADE IN ITALY

ด้วยเลือดรักชาติที่ฝังแน่น Diego Della Valle (ดิเอโก้ เดลลา วัลเล่) นายใหญ่แห่ง Tod’s (ท็อดส์) ได้ปลุกปั้นให้เครื่องหนังเมดอินอิตาลีของเขาปรากฏอยู่ทั่วทุกมุมโลก โดยถ่ายทอดความร่วมสมัยแก่ช่างฝีมือรุ่นเก่า และทำสารพัดสิ่งอย่างด้วยตนเองเพื่อความสำเร็จเฉกเช่นปัจจุบัน วันที่คนมีชื่อเสียงทั้งหลายต่างสวมใส่รองเท้าของเขาด้วยความภาคภูมิใจ

_dsc0245

787 ล้านยูโร คือตัวเลขเน็ตๆ จากรายได้รวมทั่วโลกของกลุ่มบริษัท Tod’s ในช่วงเก้าเดือนแรกของปีค.ศ. 2015 ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.2 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้านี้ พูดได้เต็มปากว่าธุรกิจของพวกเขาเติบโตอย่างสวยสดงดงามเมื่อเปรียบเทียบกับลักชัวรี่แบรนด์อื่นๆ สำหรับปีค.ศ. 2014 สภาพคล่องในตลาดหุ้นนั้นแข็งแกร่งมากด้วยผลลัพธ์เฉียดพันล้านยูโร ซึ่งมูลค่าของบริษัทดังกล่าวการันตีความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องประดับหรูอย่างไม่ต้องสงสัย ปัจจุบันนี้ผลกำไรทั้งหมดของกลุ่มบริษัท Tod’s 60 เปอร์เซ็นต์มาจากยอดขายของแบรนด์ Tod’s ล้วนๆ ส่วนอีก 40 เปอร์เซ็นต์มาจากแบรนด์รองเท้าอื่นๆ ในเครือ เช่น Roger Vivier (โรเช่ วิวีเย่ร์) และ Hogan (โฮแกน) รวมถึง Fay (เฟย์) แบรนด์เสื้อผ้าเรดี้-ทู-แวร์ อย่างไรก็ดี กลุ่มบริษัท Tod’s ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องได้เพราะวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของนายใหญ่ของพวกเขาเองนาม Diego Della Valle (ดิเอโก้ เดลล่า วัลเล่) จากอีกฟากของเทือกเขาแอลป์ เขาคือเจ้านายวัยหกสิบเจ็ดสิบปีที่เสมือนพ่อ! ผู้เป็นที่รักและมีอำนาจบารมีสูงในสังคมอิตาเลียน สื่อระดับชาติทุกแขนงต่างต้องพูดถึงและให้ความสำคัญกับแบรนด์ Tod’s เป็นอันดับหนึ่ง กระทั่งนักการเมืองยังให้ความเกรงขามพ่อใหญ่แห่ง Tod’s เพราะสิ่งที่เขาพูดมีอิทธิพลไม่น้อยต่อสังคมและคนหมู่มาก จนถึงหัวใจหลักของสนามฟุตบอลในประเทศอิตาลีเมื่อเขาซื้อทีม Fiorentina สโมสรฟุตบอลชื่อดังประจำเมืองฟลอเรนซ์ การรักษาสัญลักษณ์ของชาติหลากรูปแบบคือภารกิจที่ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ขวัญใจของทุกคน อาทิ การบูรณะ La Scala โรงละครโอเปร่าแห่งมิลาน ปรับปรุงซ่อมแซมโคลิเซียมแห่งโรม สร้างสรรค์ Cinecittà โรงถ่ายภาพยนตร์ขนาดใหญ่ในกรุงโรมหรือหลายคนเรียกว่า ‘Hollywood on the Tiber’ – ดิเอโก้ เดลล่า วัลเล่ – ชื่อนี้ปรากฏอยู่ทุกที่จริงๆ ที่สำคัญมันคือเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่าเขารักชาติยิ่งชีพขนาดไหน แล้วจะไม่ให้ชาวอิตาเลียนรักเขาอย่างท่วมท้นได้อย่างไรเมื่อหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมดของบริษัทถูกนำมาใช้ทะนุบำรุงกิจการบ้านเมืองภายในประเทศ แค่นั้นยังไม่พอนักธุรกิจและนักอุปถัมภ์คนนี้ยังอุทิศ 1 เปอร์เซ็นต์ของรายได้เพื่อการพัฒนาแถบแคว้นมาร์เกส์ บ้านเกิดของเขาอีกด้วย

img_3772

โรงอาหารและเนอร์สเซอรี่สไตล์อินเฮ้าส์

ทุกอย่างเริ่มต้นที่เมืองเฟอร์โมบนชายฝั่งทะเลเอเดรียติกที่ซึ่งดิเอโก้ เดลล่า วัลเล่ในวัย 22 ตัดสินใจลงหลักปักฐานหลังจากสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากเมืองโบโลญ่า และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ช่วงสั้นๆ ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อทำงานกับพ่อของเขา Dorino (โดริโน่) ในโรงงานครอบครัว ซึ่งสี่สิบปีต่อมาการผลิตรองเท้ากลายเป็นเศรษฐกิจหลักของเมือง นับแต่ปีค.ศ. 1998 ดิเอโก้เลือกที่จะตั้งบริษัทแม่ตลอดจนโรงงานผลิตในโซนอุตสาหกรรมของเมืองบรองกาโดโร่ ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่นาทีจากหมู่บ้านคาแซ็ตเต้ที่เขาเกิด ณ เวลานั้นมีเพียงตึกทำงานตึกเดียว ภาพลักษณ์ที่เห็นชวนให้นึกถึงซิลิคอน วัลเลย์กลางชนบทซึ่งรอบข้างไม่มีอะไรเลย พนักงาน 900 คน ทำงานอยู่ประจำภายในสามอาคารดังกล่าว แต่ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนายใหญ่ผู้เสมือนพ่อของทุกคนตระหนักถึงสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีของสมาชิกในครอบครัว จึงมีทั้งโรงอาหารปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นพร้อมเสิร์ฟเมนูตำรับโฮมเมด ซึ่งเขาเองก็มาอุดหนุนเป็นประจำ พร้อมเนอร์สเซอรี่สไตล์ ‘อินเฮ้าส์’ พร้อมด้วยทีมงานครูประถม หมอเด็ก และนักโภชนาการซึ่งดูแลเด็กๆ อายุระหว่าง 2-6 ขวบร่วมสามสิบคน ตลอดจนฟิตเนสที่มีเทรนเนอร์ประจำการตลอดเวลา

tods_company_09

ทุกชั้นปรากฏงานศิลป์

แต่ละอาคารมีสีสัน ท่ามกลางบันไดขนาดใหญ่โตออกแบบโดย Ron Arad (รอน เอราด) ภาพวาดของศิลปิน Giovanni Castel (จิโอวานนี คาสเตล) และโคมไฟบนเพดานของ Jacob Hashimoto (เจค็อบ ฮาชิโมโต้) ส่วนโถงทางเข้ามีลูกโลกขนาดมหึมาของ Felice Limosani (เฟลิซ ลิโมซานี) ตั้งตระหง่านโดดเด่นต้อนรับผู้มาเยือน ซึ่งนอกจากจะเป็นแผนที่โลกอันน่าทึ่งที่สุดแล้ว ของสะสมของซีอีโอชิ้นนี้ยังสื่อถึงจิตวิญญาณเขาที่มุ่งมั่นบริหารธุรกิจให้ก้าวไกลไม่มีที่สิ้นสุด ถัดเข้าไปบนผนังทางเดินข้างโรงงานผลิต แขวนรูปภาพเหล่าเซเลบริตีที่สวมรองเท้าม็อกกาซีนอันเลื่องชื่อของ Tod’s ช่วยตอกย้ำความพิเศษและประวัติความเป็นมาของเมซงเครื่องหนังได้เป็นอย่างดี ซึ่งภาพลักษณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะความหลักแหลมทางด้านนโยบายประชาสัมพันธ์ โดยเริ่มใช้แคมเปญโฆษณากับไอคอนฮอลลีวูด เช่นในยุคแรกๆ คือ Gary Grant (แกรี่ แกรนต์) และ Steve McQueen (สตีฟ แม็กควีน) สวมรองเท้าม็อกกาซีนดีไซน์พื้นปุ่มยางซึ่งกำเนิดขึ้นปลายยุค 70s และเป็นที่รู้จักทั่วโลก ส่วนไอคอนรุ่นต่อมาอย่าง Jude Law (จูด ลอว์) Brad Pitt (แบรด พิทต์) หรือ George Clooney (จอร์จ คลูนีย์) ต่างมีรูปปรากฏอยู่บนผนังทางเดินเช่นกัน
ยิ่งกว่านั้นเรายังได้เห็นแบบเท้าของท็อดส์บอยส์ทั้งหลายถูกจัดแสดงภายในอาคารข้างๆ ราวกับผลงานศิลปะ!

_dsc0219

เรื่องราวของชิ้นหนัง

ต้องขอบคุณแรงงานทุกคนในชุดกราวน์สีขาวที่พิถีพิถันสร้างสรรค์รองเท้า Tod’s ด้วยมือ โดยยังคงใช้เทคนิคและกรรมวิธีดั้งเดิม เริ่มต้นจากภาพสเก็ตช์ฝีมือพ่อใหญ่ดิเอโก้ เดลลา วัลเล่เพื่อสรุปแบบและจำนวนวัสดุ จากนั้นใส่ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์สำหรับวางแบบตัดและปรินต์แต่ละชิ้นส่วนออกมาประกอบเป็นรองเท้าตัวอย่างในตอนท้าย ก่อนจะส่งไปฝ่ายอุตสาหกรรมการผลิตซึ่งรองเท้าแบบแรกถูกรังสรรค์อย่างประณีตตามกฎกติกาของบริษัทโดยช่างฝีมือจำนวน 45 ชีวิต ภายใต้การควบคุมดูแลของหัวหน้าแผนก Paolo Colo (เปาโล โคโล) ผู้เปี่ยมความกระตือรือร้นคูณสอง “ตั้งแต่ผมทำงานที่นี่ตลอด 13 ปี ตัวเลขการผลิตมีแต่เพิ่มขึ้น จากสินค้า 2 -3 แบบกลายเป็น 80 แล้วทุกวันนี้!” ส่วนความรวดเร็วในการผลิต พวกเขาจัดเตรียมหนังใหม่พร้อมผลิตในแต่ละซีซั่นเป็นจำนวนมากโดยจัดเก็บอย่างดีในโกดัง Magazzino ที่ใหม่เอี่ยมอ่อง และกว้างขวางพอสำหรับผืนหนังขนาด 58 ล้านฟุต หรือเท่ากับ 18 ล้านเมตร “ที่นี่เราใช้หน่วยเป็นฟุต (มาตราวัดแบบอเมริกัน) เพื่อให้สอดคล้องกับรองเท้า” Toni Lipani (โทนี ริปานี) หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบคุณภาพอธิบาย ตลอดระยะเวลาสี่สิบปีของเมซงหลังนี้โดยเฉพาะภาพลักษณ์เฉพาะตัวของบริษัท เขาคืออีกคนที่เป็นกำลังสำคัญ ทำหน้าที่สั่ง จัดเก็บ และตรวจสอบเครื่องหนังแต่ละชิ้น พินิจพิจารณาทั้งสี ความหนา และความยืดหยุ่น อย่างไรก็ดี รางวัล Maestro del Lavoro จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอิตาลีคือสิ่งตอบแทนสำหรับบทบาทหลักของโทนี ซึ่งเราก็ได้เห็นรางวัลนี้วางโชว์อยู่ในห้องทำงานของเขาสีภายในอาคารหลังที่สามยังไม่แห้งดีเพราะเพิ่งทาเสร็จหมาดๆ ช่างตรงกันข้ามกับประวัติเรื่องราวของเมซงอันเก๋าและเก่าแก่ของพวกเขา เรามองเห็นภาพอดีตของพ่อผู้ซึ่งถ่ายทอดรสนิยมและวิชางานฝีมือแก่ลูกชายท่ามกลางบรรยากาศรอบตัว อีกครั้งกับภาพแขวนประดับผนัง เป็นรูปถ่ายของโดริโน่ เดลลา วัลเล่ ซึ่งดูเหมือนกำลังมองทุกสิ่งอย่างผ่านเลนส์แว่นสีชา

Tod’s Band หนุ่มสาวยุคใหม่ที่ไม่ตามใคร ก้าวตามกฏเกณฑ์ของตนเอง ทั้งยังใส่ใจในรายละเอียด

Tod’s Band

Tod’s Band (ทอดส์แบนด์) คือกลุ่มคนหนุ่มสาวยุคใหม่ที่ไม่ตามใคร ก้าวตามกฏเกณฑ์ของตนเอง ทั้งความใส่ใจในรายละเอียด รวมถึงสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง เน้นย้ำด้วยคุณภาพ มุมมองที่ไม่มีใครเหมือน แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับสไตล์อิตาเลียน เล่าเรื่องผ่านเลนส์ของช่างภาพชื่อดัง วสันต์ ผึ่งประเสริฐ พบกับนิทรรศการภาพถ่าย “ทอดส์แบนด์” ณ บริเวณหน้าร้านทอดส์ ชั้น M สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 2-3 เมษายน 2559

Content by Chanond M.

ลอปติมัมรวบรวมรองเท้าสุดคลาสสิกจาก Tod’s มาให้คุณได้ชมกัน

casual Steps

ถึงนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักรองเท้าสุดคลาสสิกอย่าง Gommino จากแบรนด์เครื่องหนังสัญชาติอิตาลี Tod’s เช่นนั้นแล้วเราจะขอรวมญาติในรองเท้าตระกูลนี้มาให้ชมกันเผื่อใครยังไม่ได้เป็นเจ้าของ

1200

Mocassino Gommini ราคา 19,800 บาท

New Laccetto Occhielli New Gommini 122 ราคา 19,800 บาท

Laccetto My Colors New Gommini 122 ราคา 21,500 บาท

Morsetto Legno Gommini Nuovo ราคา 22,500 บาท

Mocassino Gommini ราคา 19,800 บาท

New Laccetto Occhielli New Gommini 122 ราคา 19,800 บาท

Morsetto Legno Gommini Nuovo ราคา 22,500 บาท

Morsetto Legno Gommini Nuovo ราคา 22,500 บาท

Content by Chanond Mingmit, Photography by F/Number 9

6 สำนักงานใหญ่สุดอลังการของแบรนด์ดังจากเมืองสปาเก็ตตี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่ออกแบบเสื้อผ้าเท่านั้น

Ideal Workplaces

ดูเหมือนว่าเหล่าแบรนด์หรูแห่งอิตาลีกำลังขับเคี่ยวกันอยู่ในทีด้วยธีม ‘ใครมีสำนักงานใหญ่ที่สวยที่สุด’ และในทางปฏิบัติแล้วไม่มีแบรนด์ไหนยอมกันเลย ขอเชิญพบกับ ‘สำนักงานใหญ่’ แสนสวยที่ช่วยยกระดับวัฒนธรรมของแบรนด์ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยองค์ประกอบอื่นๆ อย่าง ออฟฟิศ โชว์รูม โรงงาน หอประชุม ไปจนถึงร้านอาหาร

TOD’S

03. 900 Kite-Light by Jacob Hashimoto w1

ปีที่สร้าง : ค.ศ.1998

สถาปนิก : บาร์บารา พิสทิลลี

ที่อยู่ : เลขที่ 1 ถนน della Valle Bernardo, Sant’Elpidio a Mare

เกร็ด : ในตึกนี้มีแทบทุกอย่างพร้อมเหมือนเป็นเมืองเล็กๆ ทั้ง เนิร์สเซอรี ร้านอาหาร ฟิตเนสคลับ หอประชุม ฯลฯ

 พื้นที่ : 8,500 ตารางเมตร

FENDI

05_Palazzo della CiviltÖ Italiana_photo by Helene Binet w1

ปีที่สร้าง : ค.ศ.1940

สถาปนิก : โจวานนี กัวรินี่, เออร์เนสโต บรูโน ลาพาดูลา และมาริโอ โรมาโน

ที่อยู่ : จัตุรัสคอนคอร์เดีย, โรม

เกร็ด : เฟนดิทำสัญญาเช่าอาคารพิพิธภัณฑ์อารยธรรมอิตาลีเป็นเวลา 15 ปี เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่โดยไม่ยุ่งกับส่วนจัดแสดง

 พื้นที่ : 8,400 ตารางเมตร

SALVATORE FERRAGAMO

Salvatore Ferragamo (Florence) - Palazzo Spini Feroni(16) w1

 ปีที่สร้าง : ค.ศ.1289

สถาปนิก : อาร์โนลโฟ ดิ คัมบิโอ, ลาโป เตเดสโก และทีมงาน

ที่อยู่ : เลขที่ 2 ถนน Tornabuoni, ฟลอเรนซ์

เกร็ด : เป็นอาคารเก่าของศาลากลางเมืองฟลอเรนซ์

 พื้นที่ : 2,500 ตารางเมตร

GIORGIO ARMANI

0001A_1780903

 ปีที่สร้าง : ค.ศ.2001

สถาปนิก : ทาดาโอะ อันโด

ที่อยู่ : เลขที่ 59 ถนน Bergognone มิลาน

เกร็ด : การฟื้นฟูอาคารนี้ขึ้นมาทำให้อดีตย่านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมบริเวณนี้ได้รับอานิสงส์กลับมาคึกคักเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง

 พื้นที่ : 12,000 ตารางเมตร

ERMENEGILDO ZEGNA

Zenga Milan(2) w1

 ปีที่สร้าง : บูรณะใหม่ใน ค.ศ.2008

สถาปนิก : แอนโตนิโอ ซิเตอริโอ กับทีมงาน และ Studio Beretta

ที่อยู่ : เลขที่ 56A ถนน Savona มิลาน อิตาลี

เกร็ด : ทางเดินถูกดีไซน์ในลักษณะสะพานแขวน ‘Lanificio’ เพื่อระลึกถึงโรงทอผ้าที่สำนักงานแรกในเมืองทริเวโร

 พื้นที่ : 8,400 ตารางเมตร

DSQUARED2 

DSQUARED2 (5) w1

ปีที่สร้าง : บูรณะใหม่ใน ค.ศ. 2010

สถาปนิก : Storage Studio

ที่อยู่ : เลขที่ 9 ถนน Ceresio มิลาน

ความเป็นมา : บูรณะจากอาคารเก่าแก่ของสำนักงานใหญ่ขององค์กรพลังงาน Enel, EdF

เกร็ด : มีร้านอาหาร Ceresio 7 และสระว่ายน้ำบนดาดฟ้า

 พื้นที่ : 5,000 ตารางเมตร

Content by Editorial Team

เบื้องหลังการถ่ายทำแฟชั่นเซ็ท Escape Velocity ที่ลงในลอปติมัม ไทยแลนด์ฉบับเดือนธันวาคม

“คุณมี 2 ทางเลือก ทะเลสาบที่เสมือนกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพท้องฟ้า ทิวไม้หรือมหานครแสนวุ่นวาย ตึกสูง หน้าต่างบานเล็ก ถึงเวลารื้อเสื้อคลุมผ้าขนสัตว์จกาตู้ปัดฝุ่นรองเท้าหนัง คุณคงรู้ว่าต้องเลือกทางไหน” หากคุณอ่านจบแล้วคุ้นหูกับคำพูดทั้งหมดที่กล่าวมา นั่นไม่แปลกหรอกเพราะคุณได้อ่านลอปติมัมไทยแลนด์ฉบับเดือนธันวาคมไปแล้วต่างหาก และคราวนี้เราก็นำเบื้องหลังการถ่ายทำพร้อมกับภาพแฟชั่นเซ็ทในเล่มมาให้คุณได้เตือนความจำกันเล็กน้อย

เซ็ทนี้ประกอบไปด้วยสเวตเตอร์ผ้าขนสัตว์ จาก Canali, กางเกงและเข็มขัดหนัง จาก Ermenegildo Zegna Couture, รองเท้าหนังพื้นยาง จาก Tod’s, หมวกผ้าขนสัตว์ จาก Tommy Hilfiger

_Q4A1169BN w1

เซ็ทนี้ประกอบไปด้วยเสื้อคลุมและเสื้อยืด จาก Dolce & Gabbana, กางเกงผ้าขนสัตว์ จาก Tommy Hilfiger, เข็มขัดหนัง จาก Ermenegildo Zegna Couture

_Q4A1315BN w1

เซ็ทนี้ประกอบไปด้วยเสื้อสูทกระดุมสองแถว จาก Tommy Hilfiger, เสื้อคอปก จาก Ermenegildo Zegna Couture, กางเกงห้ากระเป๋า จาก Tod’s

_Q4A1999BN w1

เซ็ทนี้ประกอบไปด้วยแจ๊กเก็ตประดับขนสัตว์ จาก Fendi, เสื้อยืด จาก Canali, กางเกงผ้าขนสัตว์ จาก Dior Homme, รองเท้าหุ้มข้อ จาก Dolce & Gabbana

_Q4A1902BN w1

Content by Atinan N., Photography by Alessio Migliardi

3 นักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ ที่เลือกใช้ TOD’S ในงานต่างๆ

เรามาดู 3 นักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์ที่เลือกใช้ TOD’S เข้าร่วมงานต่างๆ กันว่าเขาเลือกใช้อะไรในการแต่งตัวและจะออกมาดูดีขนาดไหน

1.Hayden Christensen นักแสดงชายชื่อดังเลือกใช้กระเป๋า Tod’s Double Stripe Tote ขณะกำลังออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติลอสแองเจลิสHaydenChristensenDoubleStripeToteLAXSeptember8, 2015

2.Jason Clarke นักแสดงชายชื่อดังเลือกใส่รองเท้าหนังจาก Tod’s เข้าคู่กับชุดทักซิโด้เข้าร่วมพิธีเปิดและรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง Everest ในเทศกาลภาพยนตร์ Venice Film Festival ครั้งที่ 72 เมืองเวนิซ ประเทศอิตาลีและ เลือกใส่รองเท้าบู๊ทสีน้ำตาลจาก Tod’s เข้าร่วมในเทศกาลภาพยนตร์ Deauville American Film Festival ครั้งที่ 41 เมืองโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส

JasonClarkeLaceUpBootDeauvilleSeptember 5, 2015

3.Eddie Redmayne นักแสดงชายชื่อดังเลือกใส่รองเท้า Suede Gommino Driving จากคอลเลกชั่นล่าสุด Fall/Winter15เข้าร่วมในเทศกาลภาพยนตร์ Venice Film Festival ครั้งที่ 72 เมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี และงาน Audi Polo Challenge 2015 เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

EddieRedmayneGomminoDrivingShoeAudiPoloChallengeJuly3, 2015

คอลเลกชั่น Tod’s Fall/Winter 2015-16 ใหม่ล่าสุด

คอลเลกชั่นผู้ชายของทอดส์ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2015-16 แสดงให้เห็นถึง การนำความรู้ทางเทคนิคมาผสานเข้ากับจิตวิญญาณของแบรนด์แบบ Made In Italy นั้น สามารถก่อให้เกิดสไตล์หรูหราร่วมสมัยและแปลกใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นรองเท้า ทอดส์ได้ผสมการตัดเย็บอันประณีตบรรจงและเทคนิคล้ำสมัยเข้าด้วยกัน นำเสนอในสไตล์สวมใส่ง่าย ใช้งานได้จริง และยังคงความมีรสนิยม เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ชายสมัยใหม่

LOOK_05

รองเท้าผ้าใบ (sneaker) สุดหรูทันสมัยเกิดจากการโคจรมาบรรจบกันของสไตล์ทางการและสปอร์ต ทั้งยังเป็นสไตล์ที่ปรากฏในรองเท้ารุ่นอื่นๆด้วย พื้นรองเท้าใหม่แบบรองเท้าวิ่งช่วยให้รองเท้าคลาสสิกอย่าง

12

รองเท้าม็อคคาซิน (moccasin) 

01

รองเท้ามังก์สแตรป (monk strap)

10

และรองเท้าผูกเชือก (lace-up) ดูแปลกใหม่ขึ้นทันตา โดยเฉพาะรองเท้าผูกเชือก ซึ่งโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยส้นประดับโลหะรูปทรงเหมือนเดือย

02

นอกจากนี้ทอดส์ยังนำรองเท้ารุ่นซิกเนเจอร์มาตีความใหม่ อย่างรองเท้าสำหรับการขับรถ เช่น รุ่น กอมมิโน (Gommino) ซิตี้กอมมิโน (City Gommino) และ ซิตี้ สไปเดอร์ (City Spider) ประดับด้วยห่วงโลหะที่ด้านบน และมีให้เลือกหลากวัสดุและลวดลาย

LOOK_02

สไตล์หรูหราของทอดส์นั้น เกิดจากการผสมผสานอย่างชาญฉลาดระหว่างดีไซน์แห่งอนาคตและเทคโนโลยี กับทักษะฝีมือและมรดกแห่งอดีต แนวคิดนี้ไม่เพียงปรากฏในคอลเลกชั่นรองเท้าประจำฤดูกาลนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคอลเลกชั่นเสื้อผ้า และกระเป๋าด้วย

15

คอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายของทอดส์ประกอบด้วยชิ้นงานหลักที่ออกแบบอย่างสุดเนี้ยบในเฉดสีธรรมชาติขรึมๆ และวัสดุสุดหรู ชิ้นเด็ดประจำฤดูกาลนี้คือเสื้อโค้ทบุนวมแบบพาร์ก้า (Parka) ซึ่งกำเนิดขึ้นจากจิตวิญญาณแบบนักบิน ด้วยสไตล์สปอร์ต ผสานฟังก์ชั่นการใช้งาน

LOOK_07

หากก็ดูเป็นทางการด้วยการตัดเย็บจากหนังเคลือบเงา หรือผ้าที่มีเท็กซ์เจอร์แบบภาพวาดเฉดสีเทา (grisaille) ซึ่งชวนให้นึกถึงผ้าตัดสูทของอิตาลี เชื่อแน่ว่าเสื้อโค้ทพาร์ก้าของทอดส์นี้จะกลายเป็นชิ้นงานคลาสสสิกในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย

COOL MATERIALS

ต้องบอกเลยว่า ‘โลกกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านที่ผู้ชายหันมาสนใจตัวเองมากยิ่งขึ้น’ เห็นได้จากสมัยนี้ที่ไม่ได้มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ใส่ตุ้มหู ใส่แหวนครบ 5 นิ้ว มีข้อมือครึ่งแขน หรือแม้แต่เข็มขัดลายเจ็บๆผู้ชายแบบเราก็ใส่มาแล้ว ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็กน้อยในการแต่งตัวแต่ขอบอกเลยว่า ‘มองข้ามได้ที่ไหน’ นั่นแหละครับท่านผู้อ่าน

1. BELT

หากพูดถึงเข็มขัดก็เปรียบได้เหมือนแอ็กเชสชอรีที่มาช่วยสร้างความเรามั่นใจให้รู้สึกว่าใส่เสื้อผ้าแล้วกระชับคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งผู้ชายที่ชอบใส่ยีนส์ยิ่งจำเป็นใหญ่ สำหรับซัมเมอร์นี้ Moschino นำสีสันของธงจากหลากหลายชาติมาพิมพ์ลงบนหนัง ตกแต่งด้วยตัวอักษรแบรนด์สีดำ เจ็บตามสไตล์ เจเรมี สก็อตเขาล่ะ ทางด้าน Givenchy ไฮไลท์อยู่ตรงที่ลายพิมพ์ดอกจิปซอฟฟิล่า หรือ ‘Baby Breath’ ดอกไม้สีขาวขนาดเล็กสร้างความเท่แต่สอดแทรกความนุ่มนวนในเวลาเดียวกัน ฝั่ง Dior Homme  เชื่อว่าหลายคนเห็นลายขีดเขียนหลากสีในซัมเมอร์นี่กันจนชินตา มาถึง Gucci คอลเลกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากทหารเรือก็ถูกนำมาเล่นกับเข็มขัดด้วย อย่างว่าผู้ชายหลายคนยังคงชอบความคลาสสิกเรียบง่าย ในโทนสีเบสิกอย่างสีดำ Burberry หนังสีดำลายงู หรือสีดำเรียบ แต่แอบเท่ที่หัวสีทองอย่าง Giuseppe Zanotti ด้าน Tod’s และ Kenzo 2 เส้นนี้หยิบมาใส่ได้ทุกลุค

loptimum item a11

loptimum itema2

LOPTIMUM BELT1

LOPTIMUM BELT2

2. BRACELETS AND CUFFS

กฏของการออกแบบข้อมือในยุคนี้จะแค่เพื่อความสวยงามอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้อง ‘เพิ่มพลัง’ ได้ด้วย!! ราศีไหนใส่สีไหน อยากเด่นเรื่องไหนควรใส่สีไหน… (แล้วแต่วิจารญาณของแต่ละคน) อันไหนที่สบายใจก็ทำเถอะถ้าไม่ได้เดือดร้อนใคร ‘สุขอยู่ที่ใจ’ แต่ก็ไม่รู้ว่าข้อมือสีดำจาก Gucci อันนี้จะช่วยในเรื่องของการงานการเงินอะไรหรือเปล่า หากแต่เพื่อความคูล ‘ได้อยู่’ ด้าน Fendi และ Tod’s ก็ยังคงสไตล์ข้อมือหนังสานหลากสีข้อมือพื้นฐานที่ผู้ชายส่วนใหญ่จะมี ทางฝั่งของ Swarovski, Vivinne Westwood เน้นคู่วัสดุที่ไปด้วยกันทุกยุคอย่างหนังสีดำและเครื่องเงิน

loptimum item1

LOPTIMUM BRACELETS2

LOPTIMUM BRACELETS3

3. RINGS

แหวนถือเป็นแอ็กเชสซอรีที่ปัจจุบันนี้ผู้ชายให้ความสนใจมากขึ้น อาจเป็นเพราะอิทธิพลมาจากสไตล์ ร็อค แอนด์ โรลล์ หรือแม้แต่กลุ่มฮาลีย์ที่คลั่งไคล่เครื่องเงินตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าจะเลือกให้ดีแหวนสำหรับผู้ชายไม่ควรที่จะมีเพชร พลอย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันแวววาว(สาว)เกินไป อาจมีผสมผสานโบฮีเมียนบ้าง ร็อคบ้าง อย่างแหวนหัวเหยี่ยวจาก Saint Laurent หรือสายพังค์แบบเจ้าแม่ Vivienne Westwood แหวนสีเงินทรงล้ำจาก Maison Martin Margiela …

loptimum item5

LOPTIMUM RING1

LOPTIMUM RINGS2

4. CUFFLINKS

แรงบันดาลใจในคอลเลกชั่นฤดูร้อนของแต่ละแบรนด์ยังคงถูกดึงมาใช้ออกแบบ ‘กระดุมข้อมือ’  การเลือกนำมาใช้มันเลยอยู่ที่สไตล์ของแต่ละคน ว่าอันไหน ‘ใช่’ ตัวเรามากที่สุด ต้องขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ถึงจะเป็นส่วนเล็กๆในเครื่องแต่งกาย อยู่ในมุมมืดของแขนเสื้อ แต่หารู้ไม่ขนาดไม่เกินนิ้วครึ่งของมันนี่แหละ โคตรเสริมความดูเป็นผู้รากมากดีในตัวขึ้นมาได้เยอะเลย…ไม่ได้บอกให้เชื่อ แต่อยากให้ลอง

loptimum th

co1

john varvatos

ความยิ่งใหญ่ของกลิ่นอาย ร็อค แอนด์ โรลล์ JOHN VARVATOS

LOPTIMUM CUFFLINKS1

LOPTIMUM CUFFLINKS2

5. NECKLACES

บางครั้งเวลาที่หยิบสร้อยมาสวมบนคอโล่งๆ ก็ทำให้ลุคดูคูลขึ้นทันตาเห็น อ่อที่สำคัญมันอยู่ที่ความมั่นใจ (ความมั่นใจต้องมาก่อน) สร้อยสำหรับผู้ชายมักถูกออกแบบให้ดู ‘ไม่เว่อร์’ อยู่แล้ว อย่างมากก็แค่หนังสีดำสานมีจี้เล็กๆ หรือเป็นโซ่เงิน อะไรประมารนั้น ….

loptimum item 4 copy

LOPTIMUM NECKLACES3

LOPTIMUM NECKLACES1

LOPTIMUM NECKLACES2

10 TOTE BAGS FOR SUMMER

เราต่างรู้ดีว่า มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ไม่กล้าถือกระเป๋าใส่ของเพราะขาดความมั่นใจจากสายตาของคนรอบข้าง แต่ก็อย่าลืมว่าออกจากบ้านด้วยกระเป๋าคู่ใจสักใบ มันเท่กว่าเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่แล้ว…

Paul Smith
ว่าด้วยชื่อ พอล สมิธ ยังคงสร้างสรรค์ผลงาน ‘คิดบวก’ ต่อไปถึงแม้ว่าคอลเลกชั่นนี้จะติดกลิ่น ‘Blue period’ ของปิกัสโซมาบ้าง ความคูลแฝงอยู่ในลวดลายพืชพันธ์ผลไม้ กับป็อปอาณืต ซึ่งไม่แปลกนักสำหรับแบรนด์นี้ กับโทนสีเขียวหม่น น้ำเงินกรมท่า และม่วง กระเป๋าโทตใบนี้ที่สะท้อนถึงความเป็นผู้ชายที่ไม่หยุดนิ่งตามแบบฉบับ พอล สมิธ ได้เป็นอย่างดี

Paul ss15

Jace Spade
ร้อนนี้ ‪Jack spade‬ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘City Grid on Urban Bags’ เอาใจหนุ่มเมืองมาก(สัม)ภาระ นำเสนอกระเป๋าแคนวาสพิมพ์ลายกริดตาราง ฝีมือการสรรค์สร้างโดยอาร์ตติสหนุ่ม ‪Ian Hundley‬ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแผนผังมหานครนิวยอร์กนำมาลดทอนสะท้อนความเรียบง่ายแต่มากด้วยดีไซน์อีกเช่นเคย…

Jack spade

Fendi
หนึ่งในสิ่งที่เราไม่อยากให้คุณพลาดสำหรับซัมเมอร์ คือคอลเลกชั่นฤดูร้อนจาก Fendi (ผู้ที่โดดเด่นในเรื่องของงานเฟอร์และเครื่องหนัง) กับกระเป๋าสีดำทรงสีเหลี่ยมผ้าไนลอน ตกแต่งซิปและดวงตาที่เฟนดิได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลายสัญลักษณ์ประจำชนเผ่า พร้อมความแข็งแรงของสายหนัง ดูไม่มากไป ไม่น้อยไป แต่เชื่อเถอะว่าคูลได้ใจ…

Fendi SS1

Tod’s
หากว่าด้วยเรื่องของเครื่องหนังต้องยกให้แบรนด์นี้เลย ทั้งความเฉียบคมและประณีตเช่นเดียวกับกระเป๋ารุ่น Script Bag เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่น Double Stripe กระเป๋ารุ่นนี้เน้นความสมดุลของสัดส่วน ฐานกระเป๋าตกแต่งด้วยปุ่มยางกอมมิโน ยิ่งถ้าเป็นใบใหญ่ก็ยิ่งจุของได้มาก…

Tods ss15

Salvatore Ferragamo
ความเฉียบแหลมในการเลือกสรรวัสดุที่ต่างกัน เพื่อสร้างสุนทรียภาพของแต่ละยุคสมัยคือแรงบันดาลใจสำหรับคอลเลคชั่นฤดูร้อนของ Salvatore Ferragamo ที่เน้นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่มีลวดลายและการถักทอที่แข็งแรง หากมองผิวเผินจะดูไม่สมบูรณ์ดีนักแต่ว่าเปี่ยมไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา เกริ่นไปยาวเยียวแต่นั่นแหละคือ สิ่งที่บ่งบอกถึงใจความสำคัญของกระเป๋าใบนี้ ….

Ferragamo ss15

Loewe
ประเดิมงานแรกของคลีเอทีฟไดเร็คเตอร์คนใหม่ของ โลเอเว่ กับ โจนาธาน แอนเดอร์สัน ว่าด้วยเรื่องการตีโจทย์เพื่อสร้างตัวตนใหม่แต่ยังคงความคลาสสิกตามต้นฉบับ โดยชิ้นงานเก่าๆ ถูกนำมาปัดฝุ่น เติมสีสันให้ดูคูล อย่างกระเป๋าหนังลวดลายทางยาวสีดำที่ประทับตราโลโก้(ใหม่) เชื่อเถอะว่าใบนี้แหละจะกลายเป็นไอเท็มหลักที่หลายคนอยากมีไว้ครอบครอง

loewe ss15

Jil Sander
(หนึ่งใน) ใบโปรด (มากมาย) จาก จิล ซานเดอร์ กับกระเป๋าหนังสีดำคมกริบ แสดงให้เห็นถึงความคลาสสิกที่มาพร้อมความเท่ รายละเอียดการตัดเย็บด้วยช่างฝีมือระดับเทพ ไม่น่าแปลกหากจะถือไปไหนแล้วมีคนจำนวนไม่น้อยเหลียวหลังตาม

Jil Sander ss15

Emporio Armani
แบรนด์ที่ยังคงวนเวียนอยู่กับความเป็นตัวเองอย่างเหนี่ยวแน่น และไม่เคยหนีห่างจากลุคขรึมตามแบบฉบับ ในซีซั่นนี้ไอเท็มหลักอย่างกระเป๋ามาพร้อมกับลูกเล่นผ้าไนลอนสังเคราะห์ เพิ่มลูกเล่นด้วยลายพิมพ์กราฟฟิกทางขวางกับคู่สีอมตะอย่าง ขาว ดำ เสริมความคูลให้ฤดูร้อนนี้ดุเดือดไปอีกแบบ

loptimum ss

Kenzo
‘ความสนุก’ คือสไตล์หลักของแบรนด์ และซัมเมอร์นี้เขาไม่ทำให้ผิดหวังแม้แต่น้อย (ความจริงมันเริ่มสนุกตั้งแต่แฟชั่นโชว์ที่มาพร้อมสายฝน ที่ตกแบบไม่คาดคิด และปักตระไคร้ไม่ทัน) กระเป๋าทรงทันสมัยแบบคนเมืองสีฟ้าตกแต่งตัวอักษร Kenzo สายหนังสีขาวใบนี้ ให้อารมณ์แบบ An American in Paris … ตามแบบฉบับหนุ่มฝรั่งเศสเขาล่ะ

kenzo ss15

Giuseppe Zanotti
หากเอ่ยชื่อแบรนด์นี้ หลายคนคงนึกถึงรองเท้า! ใช่ ด้วยเอกลักษณ์อันเด่นดังจนกลายเป็นตำนานมันก็ไม่แปลก… และขอต้อนรับเข้าสู่ซัมเมอร์ 2015 ไปกับ Giuseppe Zanotti ท่ามกลางทะเลกับกระเป๋าหนังจระเข้นิ่ม ขาดด้วยผ้าแถบสีกากีและขาว แบบที่เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งความหรูหราและสปอร์ต

Giu ss15