Posts

The Standard, Hua Hin จุดหมายใหม่ที่ต้องไปเยือน

รอกันมานานตั้งแต่มีข่าวว่าจะมีโรงแรม The Standard ในไทย แต่มาทีก็มาเหนือความคาดหมาย เพราะเผยโฉมแห่งแรกคือที่หัวหิน และเป็นรีสอร์ตบนพื้นที่กลางเมืองหัวหินแต่มีหาดทรายที่สวยตลอดปี ดีไซน์ที่แฝงด้วยความสบายและเป็นมิตรในทุกจุด นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายที่คุณต้องมาเยือนว่ารีสอร์ตที่ฮิปจริงจังของยุคนี้ต้องเป็นอย่างไร

ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ เรามีโอกาสไปชมรีสอร์ตในเครือที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงตั้งแต่มีข่าวว่าจะมาเปิดในประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนแล้ว เพราะ The Standard จะพลิกทุกสิ่งจากมาตรฐานเดิมให้เหนือความคาดหมายโดยมีตัวอย่างในนิวยอร์ก ลอนดอนหรือแม้แต่มัลดีฟส์ แต่ที่หัวหินจะเป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกที่ The Standard สร้างทุกสิ่งขึ้นมานับตั้งแต่การเลือกโลเคชั่นที่เป็นหาดสวยสุดท้ายของหัวหินที่มีหาดทั้งปี(บางหาดจะถูกน้ำขึ้นรุกให้หาดหายในบางฤดู) และทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองหัวหินจริงๆ 

นอกจากต้นไม้ที่ร่มรื่นซึ่งเกิดจากการดีไซน์ตัวสถาปัตยกรรมเพื่อหลบให้ต้นไม้ที่อยู่มาก่อน บางต้นมีอายุหลายสิบปี อย่างต้นจามจุรีกลางลานสนามหญ้าด้านในนั้นถูกล้อมด้วยตัวอาคารที่ออกแบบให้เป็นกรอบของสนามหญ้าที่ตั้งของจามจุรีต้นนั้นให้ดูโดดเด่นด้วยรูปทรงที่แผ่กิ่งก้านเสมือนผู้อาวุโสที่รอทักทายทุกคน ตัวอาคารหลักที่เป็นห้องพักมาตรฐานนั้นดีไซน์ให้มีฟาสาดสวยแปลกตาเป็นครีบกันแดด (Fin)ประดับตัวอาคารแต่การเรียงซ้อนเหมือนเกล็ดทำให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าไปในตัวอาคารได้ ดีไซน์ของที่นี่เน้นฟังก์ชั่นควบคู่ไปกับความสวยงาม 

The Standard, Hua Hin รีสอร์ตสุดฮิพติดชายหาดที่โดดเด่นด้านงานดีไซน์ ด้วยห้องพักและห้องสวีทจำนวน 178 ห้อง และพูลวิลล่า 21 หลัง ตั้งแต่ป้ายชื่อด้านหน้าโรงแรมเลยที่ชวนฉงนว่าติดผิดกลับหัวหรือเปล่า แต่นี่คือมาตรฐานของ The Standard ที่ต้องพลิกทุกสิ่งให้เหนือความคาดเดา เมื่อมาถึงส่วนบริเวณต้อนรับและเป็นที่นั่งพักผ่อนในบรรยากาศกึ่งกลางแจ้ง โดยมี The Juice Café อยู่ใกล้ๆ กัน ทั้งสถาปัตยกรรมและสวนสวยทุกอย่างสอดคล้องกลมกลืนกัน และมีช็อปที่จำหน่ายสินค้าดีไซน์พิเศษสำหรับที่นี่และมีเทียนรูปทอร์โซชายและหญิงที่โด่งดังของแบรนด์นี้จำหน่ายอีกด้วย แต่ที่ชอบอีกอย่างก็คือคอลเล็กชันเสื้อผ้าที่ไม่มีจำหน่ายที่ไหนนอกจากที่นี่ 

ส่วนที่พักแบบวิลล่านั้นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ที่เพียบพร้อมทุกสิ่งและแวดล้อมด้วยสวนสวย โดยมีลานตรงกลาง บางหมู่วิลล่ามีต้นไม้ใหญ่ มีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่สำหรับนั่งสันทนาการ หรือจะจะจัดปาร์ตี้ ถ้าครอบครัวใหญ่ไปสามารถจองพักที่วิลล่าแล้วแยกกันอยู่ในวิลล่าแต่ละหลังโดยมีสวนและลานตรงกลางเป็นเหมือนพื้นที่ส่วนกลาง แต่ถ้ามาสองคนหรือครอบครัวเล็กๆ ก็แยกอยู่ตามวิลล่าเป็นสัดส่วนมีความเป็นส่วนตัว 

สำหรับสระว่ายน้ำที่ออกแบบมาเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ ไม่ใช่แค่รูปทรงหรือการเลือกสีของกระเบื้องที่กรุในสระ แต่การออกแบบตัวสระว่ายน้ำก็เน้นฟังก์ชั่นที่คุณจะคาดไม่ถึง พื้นรอบๆ สระเป็นผลงานวาดด้วยมือจากศิลปินกราฟิตี้ชาวเกาหลี คือมีที่นี่ที่เดียวแน่ๆ แต่ไม่ต้องกลัวว่าเวลาเดินผ่านไปมาจะมีคนมาห้ามว่าที่เหยียบอยู่นี้คืองานกราฟิตี้เพราะงานดีไซน์ของที่นี่คือให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขที่แวดล้อมด้วยดีไซน์เหล่านี้ ไม่ได้ทำมาเพื่อให้สวยแต่ทุกคนต้องเกร็งที่จะใช้สอย


 ไม่ใช่แค่สวยแต่ยังเป็นที่ที่มีอาหารอร่อยอย่างห้องอาหารและบาร์ Lido ที่เสิร์ฟความอร่อยสไตล์อิตาเลียนให้คุณได้ลิ้มลองไม่ว่าจะเป็นพิซซ่าหรือพาสต้าขอบอกเลยว่าเด็ดจริง โดยห้องนี้จะให้บริการตั้งแต่มื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือจะเป็นมื้อเย็นกับครอบครัว มื้อเช้าจะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่สั่งไข่แบบต่างๆ อย่างที่คุณต้องการได้  The Juice Café เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพหรือจะมาเติมเต็มความสดชื่นให้ร่างกาย คาเฟ่มีเมนูเครื่องดื่มหลากชนิดตั้งแต่กาแฟคั่วสด สมูทตี้ น้ำผลไม้คั้นสดหรือสกัดเย็น และของทานเล่นแบบเฮลท์ตี้

สำหรับมื้อสุดโปรดริมชายหาดคงหนีไม่พ้นที่ Praça บ้านพักตากอากาศดั้งเดิมของที่นี่ที่ได้รับการบูรณะใหม่อย่างไร้ที่ติ เสิร์ฟอาหารไทยสไตล์อิซากายะ รสชาติดั้งเดิมจับคู่กับค็อกเทลหรือไวน์เลิศรส อาหารไทยที่นี่รสจัดจ้านมาก ขอให้มาชิม การเสิร์ฟแบบอิซากายะทำให้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ติดใจแกงคั่วปูใบชะพลู, หมูย่าง, พล่าปลาทูน่าเสิร์ฟกับข้าวเกรียบทำจากข้าวเหนียว อยากทราบว่าอร่อยแค่ไหนต้องไปลองชิม

ส่วนใครที่อยากมาเติมพลัง พร้อมปรนิบัติผิวให้ครบครัน The Spa ตอบโจทย์ อีกหนึ่งสถานที่ในโรงแรมที่จะพลิกโฉมประสบการณ์การทำสปาแบบเดิมๆ ให้ไม่เหมือนเคย ตกแต่งด้วยโทนสีสันสดใสแต่เรียบง่ายสบายตาเข้าถึงความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ประกอบกับห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวสี่ห้องทั้งแบบคู่และแบบเดี่ยว ตามด้วยเทอราปิสผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมฟื้นฟูความกระปรี้กระเปร่าผสมผสานการทำทรีตเมนต์แบบดั้งเดิมให้คุณรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และสดชื่น

The Standard, Hua Hin พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 นี้ ด้วยสองโปรโมชั่นสุดพิเศษ สแตนดาร์ด ไทม์* มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าผู้เข้าพักสามารถเลือกเวลาเช็คอินและเช็คเอาท์ได้ตามเวลาที่สะดวก รวมไปถึงแพ็คเกจ สโตว์อะเวย์ ลอง สเตย์ สเปเชียล* สำหรับเข้าพัก 3 คืนติดต่อกัน รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน, ส่วนลด 15% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม, ส่วนลด 15% สำหรับรายการนวดและทรีตเม้นท์ในเมนูสปาที่ The Spa, ส่วนลด 15% สำหรับบริการซักรีด, การใช้บริการอุปกรณ์เรือคายัคและกระดานบอร์ดพายเรือแบบยืน (SUP) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง/วัน, และส่วนลดสูงสุดถึง 30% จากราคาที่ดีที่สุดที่มีอยู่ขณะที่ทำการจองห้องพัก เปิดให้จองก่อนใครได้แล้ววันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพิ่มเติมได้ที่ shh.reservations@standardhotels.com หรือ www.standardhotels.com 

*โปรโมชั่นเป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไข

The Standard’s first resort in Thailand.

The Standard เตรียมเปิดตัวโรงแรมแฟล็กชิพในเอเชีย The Standard, Bangkok Mahanakhon รวมถึงรีสอร์ตติดชายหาดอีก 2 แห่ง The Standard, Hua Hin และ The Standard, Ibiza โดยอมาร์ ลัลวานี่ ซีอีโอ Standard International (สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล) บริษัทแม่ของเครือโรงแรม The Standard (เดอะ สแตนดาร์ด) แสดงความเชื่อมั่นต่อธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ท่ามกลางความท้าทายจากผลกระทบของโควิด19 พร้อมเผยทัศนะในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางวิกฤติจนสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโรงแรมใหม่ล่าสุดที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและขยายการเติบโตให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท ได้แก่ The Standard, Hua Hin (เดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน) รีสอร์ตติดชายหาดแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำหนดเปิดตัววันที่ 1 ธันวาคม 2564 ตามด้วย The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร) อันถือเป็นโครงการแฟล็กชิพประจำเอเชียของ แบรนด์ ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2565 บริษัทฯ ยังสร้างความฮือฮาด้วยการเผยความพร้อมของ The Standard, Ibiza (เดอะ สแตนดาร์ด อิบิซ่า) ที่จะเปิดให้บริการในปี 2565 โดยโรงแรมใหม่ทั้งสามแห่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มต้นแผนการขยายตลาดด้วยโครงการเด่น 12 แห่งในเมืองท่องเที่ยว ในตลาดสำคัญทั่วโลก รวมถึงในสิงคโปร์ เมลเบิร์น ลิสบอน ดับลิน บรัสเซลส์ และลาสเวกัส

“ในนามของ The Standard ผมมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะแนะนำโรงแรมสมาชิกใหม่ของเราอย่าง The Standard, Hua Hin ที่มีกำหนดเปิดบริการในเดือนธันวาคมของปีนี้ รวมถึง The Standard, Bangkok Mahanakhon โครงการแฟล็กชิพของเราในเอเชีย ที่จะเปิดตัวปี2565 และ The Standard, Ibiza โรงแรมแห่งที่สองของเราในยุโรป” มร. อมาร์ ลัลวานี่ ซีอีโอ Standard International เผย

แบรนด์ The Standard เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ หนึ่งในแบรนด์ที่มีนวัตกรรมด้านไลฟ์สไตล์ ที่สร้างสรรค์โดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ โดย The Standard กำหนดเป้าหมายสำคัญของทุกโครงการให้มีความท้าทายขนบแบบเดิม ยกระดับสุนทรียภาพของรูปลักษณ์ให้จับต้องได้ และมอบประสบการณ์สุดพิเศษในแบบที่จะสัมผัสด้เฉพาะที่โรงแรมในเครือ The Standard เท่านั้น

The Standard, Hua Hin ซึ่งเป็นรีสอร์ตติดชายหาดแห่งแรกของแบรนด์ในประเทศไทยจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 ธันวาคม โดยมีห้องพัก 178 ห้อง พูลวิลล่า 21 หลัง ติดหาด The Standard, Hua Hin จะเป็นจุดหมายที่ไม่เคยตกยุคสำหรับกลุ่มลูกค้าคนไทยผู้ชื่นชอบการพักผ่อนอย่างสร้างสรรค์และกลุ่มลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของ The Standard ทั่วโลก

หัวหินเป็นเมืองตากอากาศที่เริ่มจุดหมายของนักเดินทางตั้งแต่พ.ศ. 2454 เมื่อเส้นทางรถไฟเชื่อมกรุงเทพฯ กับภาคใต้เริ่มให้บริการมาถึงเมืองชายหาดแห่งนี้ในช่วงกลางยุค 1920s (พ.ศ.2 463-2473) ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองโปรดในช่วงวันหยุดสำหรับชนชั้นสูง ในช่วง 10 กว่าปีหลังจากนั้น เมื่อเวลาผ่านไป หมู่บ้านประมงเงียบสงบแห่งนี้เปลี่ยนโฉมเป็นเมืองริมทะเลจุดหมายหลักของนักเดินทางโดยยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้หัวหินยังเป็นเมืองโปรดในช่วงสุดสัปดาห์สำหรับผู้คนจากกรุงเทพ ฯ ที่รอคอยประสบการณ์แบบที่ The Standard สัญญาว่าจะมอบให้ได้ นั่นคือ รีสอร์ตติดชายหาดที่โดดเด่นมีชีวิตชีวานำเสน่ห์ของหัวหินมาสะท้อนอยู่ในองค์ประกอบต่างๆ ของโรงแรม ภายใต้ความสง่างาม เรียบง่าย และเต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ของทำเลอันเป็นที่ตั้งจองโรงแรม เสริมด้วยการนำเสนอที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความสนุกสนานในแบบสากล

The Standard, Bangkok Mahanakhon จะเป็นโรงแรมแฟล็กชิพของแบรนด์ The Standard ในทวีปเอเชีย จะกลายเป็นแลนด์มาร์กที่น่าตื่นตาตื่นใจของประเทศไทย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของ คิง เพาเวอร์ มหานคร อาคาร 78 ชั้น ที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของไทยในปัจจุบัน โดยโรงแรมแห่งนี้จะสะท้อนความเป็นเมืองหลวงที่เปี่ยมพลังของกรุงเทพฯ ด้วยห้องพัก 155 ห้อง เพนท์เฮาส์ สระว่ายน้ำริมระเบียง ฟิตเนส ห้องประชุม รวมทั้งบริการอาหารและเครื่องดื่ม และสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนตอนกลางคืน ตั้งแต่ห้อง The Parlor (เดอะ พาร์เลอร์) ไปจนถึง tea room (ที รูม) และร้านอาหารชื่อดังอย่าง Standard Grill (สแตนดาร์ด กริล) โดยร้านอาหารและบาร์ชั้น 76 แห่งนี้เสิร์ฟความอร่อยพร้อมวิวสุดอลังการของกรุงเทพฯ และเมื่อเพิ่มความสูงขึ้นไปสองชั้นสู่จุดชมวิวบนชั้น 78 ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้จะกลายเป็นประสบการณ์สัมผัสเส้นขอบฟ้าที่สมบูรณ์แบบ โดยโรงแรมแห่งนี้กำหนดเปิดให้บริการในปี 2565

The Standard, Bangkok Mahanakhon ออกแบบโดย Jaime Hayon (ไฮเม เฮยอน) นักออกแบบชาวสเปน ร่วมกับทีมออกแบบภายในมือรางวัลของ The Standard โดยโครงการที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแห่งนี้จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งในพอร์ตโฟลิโอของ The Standard เคียงข้างสมาชิกก่อนหน้าที่คว้ารางวัลต่าง ๆ มามากมาย อาทิ The Standard, High Line (เดอะ สแตนดาร์ด ไฮไลน์) และ Standard, London (เดอะ สแตนดาร์ด ลอนดอน) รวมถึงโรงแรมล่าสุดในเครืออย่างThe Standard, Huruvalhi Maldives (เดอะ สแตนดาร์ด ฮูรุวาลี มัลดีฟส์)