Posts

The Artist Is Present – GUCCI

Alessandro Michele ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จาก Gucci และ Maurizio Cattelan ศิลปินชาวอิตาเลียน สองหัวเรือใหญ่แห่งศตวรรษจากทั้งสองวงการร่วมกันตั้งคำถามถึงเรื่องของการลอกเลียนแบบและการเปลี่ยนความฝันและจินตนาการที่จับต้องไม่ได้ให้กลายเป็นรูปธรรมที่สามารถจับต้องได้จริงผ่านผลงานการสร้างสรรค์ของพันธมิตรศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกภายใต้แนวความคิดเดียวกัน โดยนิทรรศการครั้งนี้ถูกริเริ่มและจัดขึ้นโดยคัตเตลัน และถูกขับเคลื่อนโดยมิเคเล โดยทั้งสองได้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับความเป็นจริงในการนำเสนอในแง่มุมของศิลปะที่สามารถจับต้องได้จริงทั้งในแง่ของศิลปินผู้สร้างสรรค์และผู้เสพผลงาน

โดยศิลปินทั้งหมดกว่า 30 ชีวิตจากทั่วโลกรวมถึงศิลปินจีนที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ต้องการที่จะนำเสนอเรื่องราวของการลอกเลียนแบบ การทำซ้ำ การรื้อถอนและประกอบสร้างขึ้นมาใหม่ ว่าเป็นสิ่งที่ถูกดูแคลนเสมอไปหรือไม่ หรือว่าค่านิยมของการลอกเลียนแบบนั้นถ้ามองจากในอีกมุมมันคือการรักษางานของต้นฉบับไว้ไม่ให้สูญหาย และมีคุณค่าในแง่ของศิลปะการสร้างสรรค์ไม่ต่างจากผลงานต้นแบบ

โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดไม่ให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา โดยการทำซ้ำโดยเก็บรักษาต้นฉบับไว้นั้นเป็นหลักการค่านิยมที่ริเริ่มกระทำกันก่อนหน้านี้ในงานศิลปะของฝั่งยุโรปด้วยซ้ำไป ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้จึงมีกระบวนการคิดและสร้างผลงานภายใต้โจทย์ความคิดการลอกเลียนแบบสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น

โดยเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าผลงานที่เรารับรู้ว่าเป็นต้นฉบับนั้นไม่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว เฉกเช่นเดียวกับผลงานของ Gucci ที่ผ่านมาภายใต้การสร้างสรรค์ของมิเคเลที่ได้ผสมผสานเอาแรงบันดาลใจที่มีอยู่แล้วตามวัฒนธรรมต่างๆ จากทั่วโลกผนวกเข้ากับผลงานการออกแบบของตัวเองเช่นนี้เรียกว่าการลอกเลียนแบบหรือไม่

หรือสิ่งที่มิเคเลกำลังสร้างสรรค์อยู่นั้นเป็นการเก็บรักษาข้อมูลทางวัฒนธรรมของโลกผ่านผลงานศิลปะที่เป็นรูปธรรมในรูปแบบที่เราเรียกว่าเครื่องแต่งกายนั้นจึงตอกย้ำไปอีกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกล้วนร้อยเรียงเล่าเรื่องต่อเนื่องกันแม้กระทั่งโลกของแฟชั่นและโลกของศิลปะที่ผสมผสานกันอย่างไร้รอยต่ออย่างสิ้นเชิง

การคัดลอกผลงานเปรียบเสมือนการหมิ่นประมาท การไม่เคารพต่อพระเจ้า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงถึงการรับรู้ของสิ่งที่มีอยู่อย่างมีนัยสำคัญคือคำกล่าวของคัตเตลันต่อนิทรรศการครั้งนี้ ถ้าไม่นับรวมความย้อนแย้งและการเสียดสีต่อนิทรรศการในครั้งนี้ที่ได้ไปจัดขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่ง เวลานี้นับเป็นแหล่งขุดทองแห่งใหม่ของโลก รวมไปถึงยังเป็นประเทศที่มีปริมาณการบริโภคอย่างมหาศาล การแสดงความเคารพต่อกันทั้งในแง่ของวัฒนธรรมที่แตกต่างและในมุมของความเป็นมนุษย์นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เพราะศิลปะคือภาษาสากลที่ไม่มีเส้นแบ่งใดๆ มากั้นนั่นเอง

The Artists on show:

John Ahearn (with Rigoberto Torres), John Armleder, Nina Beier, Brian Belott, Anne Collier, Jose Dávila, Wim Delvoye, Eric Doeringer, Sayre Gomez, Andy Hung Chi-Kin, Matt Johnson, Jamian Juliano-Villani, Kapwani Kiwanga, Ragnar Kjartansson, Josh Kline, Louise Lawler, Margaret Lee, Hannah Levy, Lu Pingyuan, Ma Jun, Nevine Mahmoud, Aleksandra Mir, Pentti Monkkonen, Philippe Parreno, Jon Rafman, Mika Rottenberg, Reena Spaulings, Sturtevant, Superflex, Oscar Tuazon, Kaari Upson, Danh Vo, Gillian Wearing, Lawrence Weiner, Christopher Williams, XU ZHEN®, Yan Pei-Ming, Damon Zucconi

Related Post

โค้งสุดท้าย!!! เสพงานศิลป์สุดติสต์จาก Marina Abramović Institute ณ bacc

อาจจะช้าไปหน่อย แต่เราสารภาพว่า เรารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของ Marina Abramović เป็นครั้งแรกจากงาน The Artist Is Present ของเธอที่จัดแสดง ณ MoMA กรุงนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2010 ที่เปิดโอกาสให้คนดูมานั่งสบตาเธอเป็นระยะเวลาหนึ่ง และสิ่งที่ทำให้เราสนใจคือ การปรากฏตัวของ Ulay อดีตคู่รักและเพื่อนร่วมงานสุดอื้อฉาวของเธอนั่นเอง

หลังจากนั้น เราก็ไปเสิร์ชหาผลงานการแสดงเก่าๆ ของเธอ (กับ Ulay) และค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอผ่านยูทูบ และเฟสบุค ซึ่งก็สารภาพ(อีกครั้ง)ว่าเราไม่สามารถทำความเข้าใจกับอะไรต่อมิอะไรที่เธอแสดงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก และเราก็แอบโบ้ยเบาๆ ว่าเหตุผลที่เราไม่เข้าใจนั้น ก็เพราะว่าเราเสพงานศิลป์เหล่านั้นผ่านแชนแนลยูทูบ ไม่ได้เห็นการแสดงดังกล่าวสดๆ ต่อหน้านั่นเอง

ดังนั้น เมื่อมีการประกาศงาน Bangkok Art Bienale 2018 ขึ้นโดยมีการโหมโรงว่าจะมารีน่าและลูกศิษย์จะมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย เราก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและตีตั๋ว (ฟรี) ไปเฝ้าเพอร์ฟอร์แมนซ์ A Possible Island? ทุกวาระและโอกาสที่จะพอเป็นไปได้ในทันที

การแสดงครั้งนี้คือเพอร์ฟอร์แมนซ์ต่อเนื่องจาก 8 ศิลปินจาก Marina Abramović Institute ใช้กระบวนการ The Abramović Method แสดงต่อเนื่องเพื่อนำพาผู้ชมเข้าสู่ห้วงเวลาคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ โดยมีแก่นกลางที่เชื่อว่าภายในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของห้วงเวลาและชุดข้อมูลในปัจจุบั้นนั้น ทำให้ห้วงเวลาในชีวิตของเราถูกแทนที่ด้วยความกลัวต่างๆ ทั้งกลัวความเดียวดาย กลัวไม่มีที่ทางในสังคม และกลัวที่จะคิดนอกกรอบ

การแสดง A Possible Island? จึงชวนคุณมาให้ความสำคัญกับ ‘ห้วงเวลา’ ปัจจุบันผ่านการหายใจ การควบคุมสติ และการใช้ ‘เวลา’ แต่ละวินาทีอย่างพินิจพิเคราะห์ผ่านการตีความของศิลปินทั้งแปดชีวิต ซึ่งการแสดงนี้จะแสดงอย่างต่อเนื่อง และผู้ชมจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแสดง ส่วนการตีความของการแสดงแต่ละชุดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชม ณ ห้วงเวลานั้นอย่างแท้จริง

ตัวเราเอง หลังจากได้เข้าๆ ออกๆ การแสดงชุดนี้หลายต่อหลายครั้ง เราได้สัมผัสประสบการณ์อันหลากหลายที่อธิบายได้ยาก สิ่งที่ปรากฏในหัวเราคือวลีที่เราเคยได้ยินจากไหนสักที่ว่า ‘Good art should disturb the comfort, and comfort the disburbed. – ศิลปะที่ดีควรจะกระตุ้นเราผู้ที่เฉื่อยชา และปลอบประโลมผู้ที่สับสน’ เพราะไม่ว่าเราจะเข้าไปในงานด้วยอารมณ์ใดก็ตาม เราจะกลับออกมาด้วยอารมณ์ขั้วตรงข้ามเสมอ นอกจากนั้น มันยังทำให้เราคิดถึงความอึดอัดตอนที่เราดูภาพยนตร์เรื่อง The Square (2017) เพราะความคับข้องใจ ความไม่เข้าใจ และความเร่งเร้ารุนแรงของงานเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดูเหมือนจะล้อเล่นกับโสตประสาตการรับรู้และกรอบคิดของสังคมของเราจนกระทั่งกระตุ้นอารมณ์หวาดกลัว และไม่มีที่มีทางในสังคมจำลองบนชั้น 8 ณ หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัมผัสมนตรา เสน่ห์ และความหลอนของการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์แบบต่อเนื่องของ 8 ศิลปินจาก Marina Abramović Institute (MAI) ณ ห้องโถงชั้น 8 หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่จะแสดงถึงวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

Photo credit: BACC/Jukkrit.H

Related Post