Posts

‘เด็กสมัยนี้’ มีสไตล์เป็นของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเดินตามแบบใคร

Young and Wild

ไม่ว่าเราจะเรียกพวกเขาว่า วัยรุ่น วัยใส หรือวัยคึกคะนอง ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เด็กสมัยนี้’ นั้นมีสไตล์เป็นของตัวเอง พวกเขาไม่จำเป็นต้องเดินตามแบบใคร

P1 w1

เชิ้ตผ้าคอตตอนสวมทับโค้ต
ตกแต่งฮู้ด กางเกงผ้าคอตตอนขาสั้น ทั้งหมด จาก Q Design and Play

 

P2 w1

เสื้อตัวยาวปักลวดลาย หมวกไหมพรม กางเกงผ้าลินิน  ทั้งหมดจาก Soda

P3 w1

เชิ้ตผ้าคอตตอนพิมพ์ลายสวมทับแจ๊กเก็ตตัวยาวเข้าชุด กางเกงผ้าฝ้าย ทั้งหมดจาก Leisure project

P4editok w1

เชิ้ตพิมพ์ลายสวมทับแจ๊กเก็ตผ้าลินินพิมพ์ลายพร้อมกางเกงเข้าชุด ทั้งหมดจาก Issue

P5 w1

เชิ้ตผ้าฝ้ายพิมพ์ลายสวมทับแจ๊กเก็ตและกางเกงเข้าชุดทั้งหมดจาก Good Mixer

P6edit w1

เสื้อคอโปโลทอลายสวมทับแจ๊กเก็ตผ้าขนสัตว์พร้อมกางเกงเข้าชุด ทั้งหมดจาก Greyhound

P9 w1

เสื้อผ้าไหมปักดอกไม้ กางเกงผ้าฝ้าย ทั้งหมดจาก Nagara

P10 w1

เชิ้ตผ้าลูกไม้สวมทับแจ๊กเก็ตผ้าขนสัตว์ กางเกงขาสั้นพิมพ์ลายทั้งหมดจาก 27 Friday

P8 w1

Assistant Style: Tattiya Jareet, Thumarat Chueajareon Assistant Photographer: Komgrit Ninchai, Thana Waiwong

Make up & Hair: Sunsamorn Tuntichotrattana Hair: Dechachai Kerdphol Model: Sasha @WM

1980 MATERIAL REVOLUTION

ค.ศ 1980 – ค.ศ 1985

เทศกาลแห่งทุกขปัญญา ระวังให้ดี เหยื่อแฟชั่นได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

ช่วงปี 1980s ถือว่าเป็นศตวรรษแห่งอิสรภาพอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ บรรยากาศของแฟชั่นในช่วงเวลานั้นถูกแนวอิเลกทริกครอบงำอย่างสนุกสุดโต่ง มีนักออกแบบคอยสร้างกระแสไฟฟ้ากระตุ้นโลกแห่งแฟชั่นโดยการสร้างเทรนด์ใหม่ๆ ของสุภาพบุรุษตลอดเวลา เราเรียกคนกลุ่มนั้นง่ายๆว่า ‘เหล่านักสร้างสรรค์’ เฉกเช่นเวลาที่เรากล่าวถึงพระเจ้าแล้วเรียกพระองค์ว่า ‘พระบิดา’ และปารีสก็กลายเป็นฉากหลังของเหล่านักคิดค้น นักออกแบบราวกับภาพ The Last Supper ของโลกแฟชั่น มี ฌอง-ปอล โกลติเยร์, โคลด มอนทานา, เคนโซ ทาคาดะ,  เธียร์รี มูแกลร์ เป็นรายนามตัวอย่างให้เห็นภาพ ทุกคนล้วนเจริญรอยตามเส้นทางการออกแบบจากช่วงสิบปีก่อนหน้า พวกเขารับเทรนด์เหล่านั้นมากลั่นกรองพร้อมกับเติมแต่งตัวตนของแต่ละคนเข้าไปอีก เป็นการเริ่มต้นการเดินทางของเทรนด์ที่สืบทอดต่อเนื่อง และเกี่ยวข้องกัน

JPG หรือ ฌอง-ปอล โกลติเยร์ เจ้าของฉายา The Terrible Child เป็นหัวโจกของยุคนี้ เขาทำให้ผู้ชายต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ายกตู้ วิ่งเข้าชนกฎเกณฑ์และข้อห้ามต่างๆนานาอย่างสนุกสนาน เสื้อผ้าเล่นน้ำหนัก เล่นสนุกกับวัตถุดิบและการหยิบยกเรื่องเพศเข้ามาใช้ ทุกอย่างถูกนำมาใช้อย่างสนุก ความสับสนปนเปและการผสมผสานของรูปแบบงานจนเป็นเรื่องที่ถูกอกถูกใจ กระแสแฟชั่นยุคนั้นทะยานสูงลิ่วในกลุ่มคนที่มองหาความสุข สนุกสังสรรค์กันในสถานที่เริงรมย์สุดฮิป ซึ่งเป็นแหล่งรวมัวของเจ้าพ่อ เจ้าแม่แห่งสไตล์ที่นับว่าสวยสง่าเลิศเลอเป็นที่สุด

Jean Paul lopt 1 Jean paul lopt 2

ภาพแคมเปญของคอลเลกชั่นฤดูร้อน 1988 ภายใต้ชื่อ ‘Tribute to Frida Kahlo’ กำกับศิลป์โดย Jean Paul Gaulier เขียนภาพประกอบโดย Fred Langlais

Kenzo ss14 lopt 2 Kenzo ss14 lopt 4

Kenzo Menswear คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2014

ทุกหนทุกแห่ง ทุกคนเป็นฝ่ายมองและฝ่ายถูกมอง องค์ประกอบบนเรือนร่าง ไม่ว่าจะเป็น โลโก้ โมโนแกรม สีสัน วัสดุสุดเว่อร์ เครื่องประดับหรือเครื่องแต่งกายส่งประกายแวววับ ทองและอื่นๆ อีกทั้งยังก่อกำเนิดกลุ่มคนที่ถูกจัดประเภทให้เป็น เหยื่อแฟชั่น เมื่อใครก็ตามเดินผิดกฎเกณฑ์แฟชั่น พวกเขาจะถูกนำมาพูดต่อหรือเขียนถึงในหน้านิตยสาร นอกจากนี้สังคมชาวรักร่วมเพศในยุคนั้นก็กลายเป็นกลุ่มคนที่ลุกขึ้นมามีบทบาท ทำอะไรต่อมิอะไรกันมากที่สุด ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญของเทรนด์ในยุคนี้ก็ว่าได้

claude_montana

Thierry lopt 0 Thierry lopt 01

สีสันสดใสวัสดุที่หรูหราและรูปทรงที่ก้าวร้าว แสดงถึงความเป็นผู้นำแฟชั่นในขณะนั้นของ Claude Montana

 

ค.ศ 1985 – ค.ศ 1990 

ช่วงเวลาแห่งการทดลองสิ่งใหม่ และพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องแบบ

ถึงคราวที่ชนชาติแห่งความละเอียดอ่อนอย่างญี่ปุ่นและความจุกจิกเริ่มบุกเข้ามาในเมืองหลวงของแฟชั่น โยจิ ยามาโมโตะ, เร คาวาคูโบ (แห่ง Comme des Garcons) อิซเซ มิยาเกะ… ชื่อที่ออกเสียงยากเหล่านี้เริ่มเดินสวนสนามกันเข้าออกแมกกาซีนแฟชั่น พวกเขานำทรวดทรงแปลกตาเข้ามาครอบงำโลกแฟชั่นทั่วทุกหนทุกแห่ง การตัดเย็บชุดที่มีทรวดทรงแปลกใหม่ การวางน้ำหนัก การทิ้งตัวของชิ้นผ้าที่สัดส่วนผิดแปลกไป สีดำบนสีดำและทุกอย่างเป็นสีดำ พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับชุดกิโมโน ซึ่งนำจิตวิญญาณของงานแนวสตรีท ที่หยิบยืมงานห่มและเดรปมาใช้ด้วยวิธีการเหนือชั้น

ด้วยดีไซน์แปลกตา แต่ยืนอยู่บนพื้นฐานของความคิดที่ไม่ซับซ้อน พวกเขาต้องการทำเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและใช้งานได้จริง เป็นศิลปะอันสวยงามเปรียบดังหีบเพลงที่เป็นผลงานจากจินตนาการกับความมัธยัสถ์ ความพอเพียงระหว่างจินตนาการกับประโยชน์ใช้สอยอันชาญฉลาด และไม่เพิ่มเติมอะไรที่เกินความจำเป็น นี่คือแนวคิดจริงแท้ มีปากมีเสียงจุดยืนอย่างชัดเจนของศิลปินยุคนั้น นักโฆษณา เจ้าของแกลลอรี นักหนังสือพิมพ์ นักวิจารณ์ หรือนักแสดงหน้าใหม่ที่เคยชื่นชอบการแต่งกายด้วยสีขาวสะอาดตา กลับรับวัฒนธรรมการแต่งกายกายด้วยสีดำไปใช้ และไม่คิดวิจารณ์แต่อย่างใด เพียงรับไปโดยรู้แค่ว่า นี่คือโยจิ หรือ นั่นคือกอมม์ เดส์ การ์ซองส์  ภายในเวลาอันสั้น งานออกแบบของทั้งสองกลายมาเป็นเครื่องแบบสุดเท่ของสุภาพบุรุษที่เรียกได้ว่า ‘ช่างคิด’ เหล่าแมกกาซีนนำเรื่องราวเหล่านี้มาตกผลึกและสรุปได้ว่า มันคือการกลับมาของแฟชั่นไม่ระบุเพศในเวลาต่อมา ซึ่งนักวิจารณ์คนดังอย่าง ซูซี เมงเคส เคยกล่าวไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่า สีดำ ยังคงเป็นเครื่องแบบของคนแฟชั่นมาถึงปัจจุบัน

Yohji yamamoto lopt 1

เจ้าพ่อชุดดำ Yohji Yamamoto Photo by Flickr

 

STYLE

ในยุคก่อนสงครามโลก การแต่งกายเปรียบได้กับยูนิฟอร์ม กฎเกณฑ์สารพัดลอยลมอยู่ในอากาศ พอๆกับข้อห้ามมากมาย ซึ่งถ้าคุณไม่ใช่เหล่าเจ้าขุนมูลนาย หรือชนชั้นสูงผู้ชอบลองของ เพื่อค้นหาเทรนด์หรือลูกเล่นใหม่ๆมาส่งต่อสู่สังคม หากคุณพลาดไป แม้เพียงการติดกระดุมผิดเม็ดเดียว ก็จบข่าว… ลาก่อน

lopt style3

ลอปติมัมจะมาชวนคุณมาทำความเข้าใจคำว่า  ‘สไตล์’ ในมิติอื่นๆที่คุณอาจไม่เคยเข้าใจ

สไตล์คืออะไร-ทำอย่างไรจึงจะดูดีมีสไตล์-สไตล์อะไรที่เข้ากับคุณ-ค้นหาสไตล์ตัวอย่างไร?
เอาเถิดเรื่องเหล่านี้คงมีให้อ่านได้เกลื่อน รวมถึงใน L’Optimum ฉบับสไตล์ 4 ฉบับที่ผ่านมา ส่วนใหญ่คงบอกนิยาม บอกวิธีการว่าจะต้องทำตัวอย่างไรให้มีสไตล์ หรือบอกข่าวสารข้อมูบเพื่ออัพเดตให้มีสไตล์ไม่ตกเทรนด์ตกยุค แต่อยากจะมาชวนคิดถึง สไตล์ในมิติอื่น ที่คุณอาจจไม่เคยคิดหรือคนที่คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระหน่อมแน้มเบาหวิว ไม่มีความหนักแน่นไม่เหมือนเรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่ผู้หญิงๆดูไม่แมน อันนั้นคงเป็นมุมมองในการมองเรื่องสไตล์เพียงมิติเดียวแบบผิวเผินหรือเพียงด้านเดียวเท่านั้น

ถ้าเรามองว่าสไตล์คือ ต้นทุนทางวัฒนธรรม ของคนคนนั้น จะเป็นเรื่องอะไรที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นไหม? คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเราอยู่ในโลกทุนนิยมเสรี ทุกอย่างมีต้นทุนในการใข้ในการแลกมาซึ่งทุนอื่นๆ ได้ต่อยอดต่อไป คุณผู้เกิดมามีหน้าตาอันงดงามหวานน้อย หล่อเวอร์เป็น มาริโอ้ ก็ถือว่าคุณมีต้นทุนทางกายภาพที่ดีเลิศ เมื่อถึงเวลาและโอกาสคุณสามารถต่อยอดต้นทุนทางกายภาพไปแลกเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ หรือ เงิน

loptimum style lo

กลับเข้าเรื่องว่าสไตล์จะเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมให้คุณได้อย่างไร?
การได้มาซึ่งต้นทุนทางวัฒนธรรมนั้นจะต้องมีขั้นตอนและเวลาในการสะสมทุน การมีสไตล์ใช่ว่าเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่แล้วติดตัวออกมาเหมือนต้นทุนทางกายภาพรูปลักษณ์หรือต้นทุนทางสังคม เหมือนชาติกำเนิดได้ ต่อให้มีข้อได้เปรียบที่ว่าเกิดในครอบครัวที่แสนสไตลิชยิ่งต่อตามเถอะ ก็จะใช่ว่าคุณจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนมีไตล์เหมือนคุณพ่อคุณแม่ ในทางกลับกันต่อให้คุณเกิดในครอบครัวที่ห่างไกลจากเทรนด์ แฟชั่น ก็ใช่ว่าคุณจะโตมาเป็นคนมี ‘สไตล์’ ไม่ได้

การมีต้นทุนทางสไตล์นั้น คุณสามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของคุณ หรือใช้แลกเปลี่ยนทุนด้านอื่นๆมาได้อีก จากระดับง่ายๆว่า คุณเป็นคนมีสไตล์ เพื่อนๆยอมรับ อาจจะได้รับการไหว้วานให้ช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าในสามีเพื่อน ซึ่งปรากฎว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการอะไรสักวงการหนึ่งที่คุณต้องการคอนเน็กชั่นอยู่พอดี เท่ากับว่าคุณใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมแลกต้นทุนทางสังคมมาได้ อาจจะไปไกลถึงขั้นแอดวานซ์ว่าคุณเป็นผู้มีสไตล์ขนาดได้รับรางวัลจากองค์กรแฟชั่น สถาบันน่าเชื่อถือต่างๆ มากมายว่าเป็น ผู้แต่งกายดีเยี่ยม หรืออะไรก็ตาม คุณจึงได้รับเชิญเป็นวิทยากรต่างๆที่ได้เงินในการบรรยายหรืออกสื่อต่างๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เท่ากับว่าคุณใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมแลกกับทุนทางเศรษฐกิจมา

loptimum style 2

สไตล์เป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกต่าง
บางครั้งเราเกิดการจัดอันดับ หรือเหยียดกัน อ๊ะๆๆ อย่ามาทำตัวเป็นคนดีว่าไม่เค้ย… ไม่เคยทำอย่างนั้น ง่ายๆเลยเวลาเห็นเพื่อนร่วมงานแต่งตัวมาแล้วคุณทักเพื่อนว่า ‘เฮ้ย แม่งสะเหล่อหว่ะ’ นั่นแหละเป็นการเหยียดหรือการดูถูกชนิดหนึ่งแล้ว!!!

การเหยียดเป็นเรื่องที่ต้องห้ามในสามัญสำนึกของสังคมโลก
อย่างการเหยียดชาติพันธุ์ เหยียดเพศ เหยียดผิว เหยียดชนชั้น เหยียดวัย.. อย่างไรก็ตามการเหยียดสไตล์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะเป็นต้นทุนชนิดหนึ่ง การสั่งสมที่มากน้อยต่างกันไป เป็นสิ่งที่นำมาเป็นเครื่องมือในการเหยียดของมนุษย์ขี้เหม็นอย่างเราๆได้ อาจจะมีการบอกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐจึงใช้วัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือในการเหยียดมนุษย์ผู้อื่นได้ นั่นก็คงจะจริง เพราะเราไม่ได้ใช้พละกำลังในการเหยียดหรือกดให้ผู้อื่นดูต่ำต้นกว่าเช่นเดรัจฉาน แต่เราก็ยังมีมนุษย์ที่มีสัญชาตญาณแบบเดรัจฉานใช้พละกำลังในการเหยียดและทำร้ายผู้อื่น แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสามัญสำนึกของสังคม

loptimum style1

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ มนุษย์บนโลกไม่ได้สนใจเรื่อง Style ทั้งหมด!!
การเหยียดสไตล์แบบที่เราไปดูแคลนคนอื่นว่าไร้รสนิยม บ้านนอก สะเหล่อ เสี่ยว โลว์เทสต์ เจ็ก มันมีมิติการเหยียดอื่นๆ เข้ามาผสมผสานอีกด้วย ไม่ว่าเรื่องเพศ เรื่องชาติพันธ์ หรือชนชั้น เพราะอย่างไรเสีย มันก็ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของทุนทางวัฒนธรรมและบางครั้งมันแอบแฝงเข้ามาในระดับจิตใต้สำนึกด้วยซ้ำไป
ในทางกลับกันการเหยียดสไตล์ ก็อาจจะถูกเหยียดจากคนอื่นๆที่เห็นความสำคัญในเรื่องอื่นมากกว่า แล้วมองว่าพวกทีเอาสไตล์เป็นสรณะนั้น ช่างเป็นพวกที่ไร้สาระและอ่อนเสียจริงๆ หรือไม่ก็การเหยียดสไตล์อาจจะไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะฝ่ายที่ถูกเหยียดสไตล์นั้นไม่ได้ยึดเอาสไตล์เป็นข้อใหญ่ในการดำเนินชีวิต รวมถึงสนใจทุนทางวัฒนธรรมในแบบอื่นมากกว่า…..

loptimum style 3

บางที่คุณ ผู้มีสไตล์และทำท่า บึนปาก ยักษ์ไหล่ มองคนที่ไม่มีสไตล์ด้วยหางตาตั้งแต่หัวจรดเท้า อาจจะถูกคนที่ตัวเองดูถูกหันมามองด้วยตาใสๆ ธรรมดาว่า ‘มึงปัญญาอ่อนเปล่าว่ะ’ ก็เป็นได้

Do Women Love The Fashion Victims?

การจะรู้ได้ว่าผู้หญิงเลือกมองผู้ชายที่พิถีพิถันกับลุคการแต่งตัวจริงแท้แค่ไหน เราต้องกลับมาดูประวัติศาสตร์การแต่งกายเป็นอันดับแรก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิวัฒนาการแฟชั่นของพวกเขา และขอให้ลืมชื่อเสียงอันโด่งดันของกลุ่ม ‘Metrosexual’ ไปก่อน คิดเสียว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ไม่มีอยู่จริง เพียงแต่เคยปรากฎบนนิตยสารผู้หญิงราวสิบห้าปีก่อน โดยมองว่า เป็นผู้ชายสายพันธุ์ใหม่ที่กระตือรือร้นกับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก

loptimum thai style.

สไตล์และชายหนุ่ม
นั่นไง! มันหมายถึงพวกเราชาวลอปติมัมชัดๆ คือผู้ชายมีสไตล์ ไม่ว่าจะทำงานในแวดวงไหนก็สามารถดูดีได้ในแบบของตัวเอง เพราะสไตล์ไม่ได้จำกัดว่ามีเพียงหนึ่งเดียว แต่อาจมีนับร้อยนับพันหรือมากกว่านั้น ทั้งยังเป็นขั้วแม่เหล็กที่ดึงดูดความสนใจของสาวๆ ที่เราหมายตาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะแต่งองค์ทรงเครื่องให้โก้หรูเยี่ยงลอร์ดแห่งราชวงศ์อังกฤษ หรือมาในลุคเซอร์กวนเมืองอารมณ์นิวยอร์กแร็ปเปอร์ ทุกสไตล์เปิดโอกาสให้เราทุกคนได้เลือกเสมอ ดูอย่าง สตีฟ แม็กควีน หรือ มาร์ลอน แบรนโด อดีตนักแสดงหนุ่มชื่อดังชาวอเมริกันมาดเท่ โด่งดังในภาพยนตร์แอ็คชั่นตั้งแต่ยุค 1950s พวกเขาคือตัวอย่างของผู้ชายที่มีสไตล์อย่างสมบูรณ์แบบ

loptimum thai com 5

แรงดึงดูดทางเพศ ปัญหาสำคัญในวัยผู้ใหญ่
ในความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับเรื่องสไตล์ ไม่น้อยไปกว่ากัน ยิ่งผู้ชายมีสไตล์ของตนมากขึ้นเท่าไร ผู้หญิงก็มีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ผู้ชายที่ไม่ใส่ใจดูแลรูปลักษณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อยและยังพุ่งตรงเข้าหาสาวเจ้าพร้อมสเวตเตอร์ตัวเก่าแบบมีฮู้ดละก็ บอกได้เลยว่ากินแห้ว!! อย่าหวังจะได้ยลขาอ่อนของพวกเธอแม้แต่ข้างเดียว องดีน วัย 33 ปี เคยกล่าวไว้ว่า ‘ฉันชอบผู้ชายมีสไตล์ แต่คำว่าสไตล์ไม่ได้หมายความแค่ทันสมัยหรืออินเทรนด์ แต่มันบ่งบอกถึงรสนิยมที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด’

loptimum thai com 2

ได้เวลาเกิดใหม่
ใช่แล้ว! คุณผู้ชายทั้งหลายถึงเวลาฌาปนกิจเสื้อผ้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานกันแล้ว เช่น แจ๊กเก็ตที่ดูยังไงก็ไม่เข้าท่า โค้ตลายเฉิ่มเชย หรือเนคไทเส้นเก่าสีเปื้อนเขรอะ จากนั้นก็เก็บรูปถ่ายเก่าๆ เข้าตู้เพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยในอดีตอันผิดพลาดจนเกินกว่าจะให้อภัย และด้วยประสบการณ์นี้แหละจะสอนเราว่า อะไรเหมาะ อะไรควร… ควรแต่งตัวยังไงให้ดูดีภูมิฐาน ตลอดจนจะใช้อะไรช่วยอำพรางจุดบกพร่องอันเลวร้าย สไตลิสต์สาว กามิลล์ โน้กส์ เคยกล่าวว่า ‘ความแตกต่างของผู้ชายขึ้นอยู่กับอายุ สังเกตุได้จากนักแสดงกับนายแบบ คนที่อายุน้อยจะเชื่อฟังคำสั่ง แต่คนที่อายุมากหน่อยเขาจะรู้เองว่าอะไรใช่ หรือไม่ใช่’

loptimum thai com 3

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ชายที่แต่งตัวไม่เอาไหน ‘เราสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าชิ้นเบสิกเท่ๆ ราคาย่อมเยาได้ทางอินเตอร์เน็ต ทั้งเฟสบุ๊ค และอินสตราแกรม หรือไม่ก็่ตลาดอาร์ตที่มีให้เห็นกันเกลื่อน พูดเลยว่าเราแต่งตัวดีมีสไตล์ได้โดยไม่ต้องถลุงเงินก้อนโตเหมือนคนบ้า’

loptimum thai com 8

ผู้หญิงสร้างผู้ชายที่ใช่
ถ้าผู้ชายไร้ซึ่งสไตล์ จุดจบคือต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวและตายไปโดยไม่มีสาวข้างกายจริงหรือ? คงไม่แย่ถึงขนาดนั้นหรอก สำหรับประเด็นชวนคิดนี้ คงต้องลุ้นกันหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าโลกยังยุติธรรมเพราะยัังมีผู้หญิงอีกมากที่ไม่ใส่ใจเรื่องสไตล์ หรืออาจเห็นความสำคัญของรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามผู้หญิงจะชอบผู้ชายแต่งตัวแต่หากถึงขึ้นพิถีพิถันจนงานเกินหน้าเกินตาคงไม่ดีแน่
นิสัยอย่างหนึ่งของผู้ชายช่างแต่งตัวที่เราสังเกตุได้ก็คือ พวกเขาไม่ยอมใส่กางเกงจ็อกกิ้งออกนอกบ้านเด็ดขาด ยกเว้นช่วงเวลาพักผ่อนยามบ่ายวันอาทิตย์ ส่วนมากสาวกสไตล์โมเดิร์น แดนดี้ ยังคงรักษาลุคเท่จับใจมิให้ด่างพร้อย
เอาเถอะ ยังไงผู้ชายมีสไตล์ก็มีเปอร์เซ็นชนะใจสาวมากกว่าอยู่ดี ด้วยรูปการเช่นนี้จึงชวนให้นึกถึงประโยคเด็ดโดนใจในโฆษณารถยนต์สัญชาติเยอรมันแบรนด์หนึ่งที่ว่า ‘สไตล์อยู่ที่ไหน ผู้หญิงอยู่ที่นั้น’

loptimum thai con 1

เมื่อสไตล์ตัดสินทุกอย่าง
‘แฟชั่นตกยุคได้ แต่สไตล์คือนิรันดร์’ เป็นประโยคสุดคลาสสิกที่ใช้ได้เสมอ กล่าวโดย โกโก ชาแนล หากมองผ่านแง่มุมการตลาด สไตล์ก็เหมือนสินค้าที่สามารถจับประเภทหรือแยกให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย เพราะมนุษย์เราต่างจิตต่างใจ บ่อยครั้งที่เลือกใช้หลักความพอใจนำหน้าเหตุผล มันคือกฎกติกาของเกมแห่งสไตล์ ที่ไม่มีใครสามารถกำหนดสไตล์สากลสำหรับมัดใจหญิงทุกคนได้ ดังนั้น ประตูแห่งโอกาสและความหวังจึงยังคงเปิดให้สิงห์มอเตอร์ไซค์ รอรับสาวสวยจาย่านผู้ดีมาอยู่ในอ้อมแขนของหนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยสักแสนร้ายกาจ ไม่ว่าจะแค่หนึ่งชั่วโมงหรือข้ามคืน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ สไตล์ใครสไตล์มัน!!

loptimum thai com 9

New Home Of Luxe

loptimum thai piaget 1

ผลงานชั้นยอดย่อมควรค่าแก่การจัดแสดงอยู่ในบรรยากาศชั้นเลิศ…เป็นสัจธรรม! ยิ่งเมื่อเรากำลังกล่าวถึงสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าอย่างนาฬิกาจากแบรนด์ Piaget (เพียเจต์) ที่รู้ๆกันอยู่ว่าไม่ได้มีดีแค่ที่สวย แต่ยังก้าวไกลเกินคู่ต่อสู้หลายขุมด้วยนวัตกรรมงานประดิษฐ์กลไกนานา บรรยากาศภายในบูติกยิ่งต้องเด็ดไม่แพ้ชิ้นงาน และนั่นคือที่มาของแนวคิดใหม่ล่าสุดของบูติกหรูหรา ซึ่งหลอมรวมนิยามของคำว่า ‘ลักชัวรี’ ไว้ได้ครบถ้วนกระบวนความ คอนเซ็ปต์หลักของนักออกแบบ คริสตีน แกร์ลิออช จาก อเตลิเยร์ ซาซา ในกรุงปารีส จึงส่องประกายผ่านสีหลักอย่างทองและดำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะยุค เวียนนา ซีเซสซั่น โดยมีโทนอบอุ่นจากงานไม้ผสมอยู่ทั่วไป เสริมเติมรายละเอียดด้วยงานกระเบื้องโมเสกบนผนังและงานหล่อปั้นปิดแผ่นทองคำ งานนี้คุณคงจะต้องใช้เวลาดื่มด่ำกับสัมผัสสุนทรีย์อีกทบเท่าตัว ยามเลือกสรรนาฬิกาเรือนสวยหลากคอลเลกชั่น

 

Me & My Time

เรายังคงยืนยันว่าของรักของผู้ชายมีไม่กี่อย่าง และโดยมากมักขึ้นต้นด้วยตัวอักษร W เช่น Wheels, Women และแน่นอนว่าจะต้องมี Watches รวมอยู่ด้วย

loptimum th piaget

กฎเกณฑ์ของการจัดวางอย่างเป็นระเบียบถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนาฬิกา Piaget รุ่น Altiplano Skeleton ที่มาพร้อมกับตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตร หน้าเพียง 5.34 มิลลิเมตร จากทองคำขาว 18k ระบบกลไลอัตโนมัติด้วยเครื่องเพียเจต์ Celibre 1200s หนาเพียง 2.4 มิลลิเมตร และทับทิม 26 เม็ด แสดงเวลาชั่วโมงและนาที ความถี่ 21,600 สำรองพลังงานได้นาน 44 ชั่วโมง สะพานจักรและแท่นเครื่องขัดด้วยมือ พร้อมสายหนังจระเข้สีดำ ตัวล็อคสายนาฬิกา Ardillon Buckle จากทองคำขาว 18k Piaget Boutique

loptimum 1

ด้วยตัวเรือนจากทองเรดโกลด์ 18K พร้อมสเกลสำหรับหรับการดำน้ำจากนวัตกรรมวัสดุเฉพาะ Omega Ceragold การประสานทอง 18k บนขอบตัวเรือนเซรามิกฐานจากแร่เซอร์โคเนียม ติดตั้งวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียม กับน้ำลึก 600 เมตร และพรายน้ำเรืองแสงแสดงเวลาในที่มืด Omega Seamaster Planet Ocean Ceragold

loptimum 3

นวัตกรรมและความกล้าหาญของเหล่านักแข่งรถสปอร์ตถูกรวบรวมไว้ในนาฬิกาจากสแตนเลสสตีลสีดำแข็งแกร่งขนาด 46 มิลลเมตร และระบบเครื่องจักรกลโครโนกราฟออโตเมติก Vajoux7750 รูปทรงสปอร์ตแข็งแรงด้วยอะไหล่รูปล้อกังหันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องยนต์ของรถสปอร์ต Corvette และสายยางจากแร่หิน Anthracite ลายสายเคเบิ้ลไขว้เครื่องหมายการค้าของ Charriol Gran Celtica Autometic Chrono

loptimum 4

อีกหนึ่งเรือนจากช่างทำนาฬิกาชั้นสูง Roger Dubuis จากเจนีวา ด้วยตัวเรือนจากพิงค์โกลด์ ขนาด 42 มิลลิเมตร กลไลโครโนกราฟอัตโนมัติ สำรองพลังงาน 52 ชั่วโมง แสดงตัวเลขโรมันขนาดใหญ่ พร้อมสายหนังจระเข้เดินเส้นด้วยมือ และตัวล็อคบานพับ Roger Dubuis Excalibur42 Chronograph Novelty2013

และนี่คืออีกหนึ่ง 4 เรือนที่คุณควรจับตามอง ขอให้ลองไปชื่นชมและเปิดศักราชแห่งการสะสม ณ บัดนาว