Posts

SIRIVANNAVARI คอลเลคชั่น “Glimpse of Lucent Horizon” Autumn/Winter 2022-2023

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงพร้อมจัดแฟชั่นโชว์เผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบออทั่ม/วินเทอร์ 2022-2023 ‘Glimpse of Lucent Horizon’ อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นอย่างครบครัน อาทิ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และจิวเวลรี่ สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นทรงออกแบบแห่งแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ได้แล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม ศกนี้ ณ ห้องโฟร์ซีซั่นส์แกรนด์ บอลรูม โรงแรม โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ และร่วมรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook และ Youtube ของ Sirivannavari Bangkok และทาง True Vision ผ่านแอปพลิเคชัน TrueID

Happy Holidays! กับ “Bonnes Vacances Collection”ครูซคอลเลคชั่น โมโนแกรมสดใสแฝงความเย้ายวนเล็กๆ จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI  

SIRIVANNAVARI ขอแนะนำครูซคอลเลคชั่น Bonnes Vacances (บอน วาก็องส์) คอลเลคชั่นแห่งความ       สุขสันต์ สานต่อฤดูร้อนอันสดใส ที่จะทำให้วันหยุดหรือทริปเดินทางทั้งสำหรับผู้หญิงและชาย สนุกและมีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม ตามชื่อของ Bonnes Vacances ที่มีความหมายว่า Happy Holidays!  

คอลเลคชั่น Bonnes Vacances เป็นคอลเลคชั่นโดดเด่นด้วยลายโมโนแกรมประจำฤดูกาล ที่เปิดตัวครั้งแรกในแฟชั่นโชว์ Spring/Summer 2022 ของแบรนด์  รังสรรค์ออกมาด้วยโมทีฟหลัก คือ “Horseshoe Monogram”     (ฮอร์สชู โมโนแกรม) ผ้าทอลวดลายกราฟฟิกรูปเกือกม้า เรียงต่อกันเป็นรูปตัว S ทั้งผืน กราฟฟิกลายใหม่ล่าสุดของ    แบรนด์ แต่งแต้มสีสันสดใสในโทนสีหลัก 3 สี  คือ ฟ้า, เขียว และเหลือง   

เสื้อผ้าสำหรับผู้qaชายและผู้หญิง มีให้เลือก mix & match ได้ตั้งแต่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นผ้าไหมอิตาลี, กางเกงขาสั้นแบบ Unisex, เสื้อที-เชิ้ต,  ชุดนอนสายเดี่ยวและขาสั้นเข้าชุด,  สลิปเดรส, ชุดว่ายน้ำวันพีซแบบคัทเอาท์, ชุดว่ายน้ำทูพีซ, เสื้อคลุมยาว, กระโปรงพันเอว, กระเป๋า duffle, รองเท้าลำลองสไตล์ sandal และ espadrille รวมถึง แอคเซสเซอรี่ ต่างๆ อาทิ เคสใส่แทบเล็ต, เคสใส่ Airpods, card holders และ กระเป๋าใส่ขวดน้ำแบบสะพาย ครบถ้วนสำหรับการแต่งเติมความสุข และความสนุกสนานในช่วงวันหยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอเทมสำหรับเที่ยวทะเลที่มาในลุคสดใส แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ายวน สง่างามตามสไตล์ผู้หญิงของ SIRIVANNAVARI 

เกือกม้า หรือ Horseshoe ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เป็นสิ่งนำโชค ปกป้องจากความโชคร้ายทุกประการ รวมถึงสอดคล้องกับความสนพระทัยและความเชี่ยวชาญในกีฬาขี่ม้า ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา Creative Director ของแบรนด์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ด้วย 

คอลเลคชั่น Bonnes Vacances จะวางจำหน่าย ณ SIRIVANNAVARI Pop-up store ชั้น M อาคาร Bศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์  ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป  และสอบถามรายละเอียดสินค้า และสั่งซื้อ ได้ทาง  Line@: sirivannavari_shop 

rhunrun เรียบเรียง

“เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ” ทรงถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาผ้าไทยจากสีย้อมธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนในงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ที่จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น พร้อมพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยองค์ความรู้ใหม่ซึ่งบรรจุอยู่ในหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย หรือ  THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022 เล่มแรกที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร ทรงค้นคว้า
องค์ความรู้ และควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนด้วยพระองค์เอง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ต่อเนื่องมาถึงเล่มที่ 2
THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 

ในการนี้ได้เสด็จไปทรงเปิดงาน THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ และทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการ ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

และเพื่อเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ดังกล่าวให้แก่นักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และงานดีไซน์ ในระดับภูมิภาค ได้ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผ้าไทย จึงมีการจัดงานเสวนาวิชาการหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 2 Thai Textiles Trend Book Autunm/Winter 2022-2023 ณ จังหวัดมหาสารคาม โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย โดย 12 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ รวมถึงการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผลิตภัณฑ์จากโครงการศิลปาชีพ และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชาย นครชัยอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน เกียรติศักดิ์ ตรงศิริผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ/นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน 
รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล 
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ข้าราชการ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เฝ้าฯ รับเสด็จ 
เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 12.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

สำหรับกิจกรรมสัญจรที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามในครั้งนี้ คณะที่ปรึกษาในการจัดทำเทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรกจนมาถึงเล่มที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย 
และ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่างมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อให้ออกมาอย่างดีที่สุด ซึ่งเบื้องต้นการโรดโชว์ไปยังภูมิภาคที่จังหวัดมหาสารคามมีการวางแผนดำเนินการคู่ขนานกับการ
จัดงานที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการเลื่อนจัดงานเรื่อยมา 

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link http://book.culture.go.th/ttt2022/mobile/index.html#p=1 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ

 

“SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLORY”


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาเสด็จเป็นประธานในงานเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปีของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์เล่าเรื่องราวเบื้องหลังการรวบรวมภาพแห่งความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปีพ.ศ. 2548 ณ ชั้น 5 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ไปรษณีย์กลางบางรัก


นอกจากภาพความทรงจำอันสวยงามภายในหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ที่ทรงคัดเลือกรูปภาพหลายร้อยภาพอย่างพิถีพิถันด้วยองค์เองเพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ภาพสเก็ตช์ภาพการฟิตติ้งนางแบบภาพเบื้องหลังเวทีภาพถ่ายแคมเปญโฆษณาภาพรันเวย์ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จะนำพาผู้อ่านไปอยู่ในดินแดนของ SIRIVANNAVARI BANGKOK หนังสือเล่มนี้ยังนำเสนอเรื่องราวและเบื้องหลังต่าง ๆ ของแบรนด์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อนอาทิบทสัมภาษณ์ขององค์ดีไซเนอร์และที่มาของสัญลักษณ์นกยูงหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” มีความโดดเด่นด้วยปกสีชมพูฟูเชียอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์อันเหนือระดับขององค์ดีไซเนอร์


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK มีพระดำรัสถึงที่มาของหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ว่า “เริ่มต้นจากการไปร้านหนังสือต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นหนังสือแฟชั่นของแบรนด์ต่าง ๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริง ข้าพเจ้าเคยมีความฝันไว้ว่าอยากมีหนังสือแฟชั่นเป็นของตัวเอง เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของข้าพเจ้าและแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงวันนี้ รวมทั้งตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้มอบโอกาสให้คนในวงการแฟชั่นรุ่นหลัง ๆ ได้ศึกษาเรียนรู้”


ด้วยความที่พระองค์ทรงเริ่มต้นอาชีพในวงการแฟชั่นตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในพระดำริของพระองค์หญิงคุณสมบัติของศิลปินที่ดีต้องประกอบไปด้วย “ศิลปินที่ดีต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นในงาน ตั้งเป้าหมายและทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ มีสปิริต มีการทำงานที่ต่อเนื่อง รวมทั้งต้องมีแพชชั่นในงาน ต้องรู้จริงในงานของตัวเอง รู้จักแก้ปัญหาและมีวินัย รวมทั้งต้องมีเทสต์ที่ดี และรู้เทสต์ของทั่วโลก ทุกวันนี้แม้ว่าโลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย แต่อย่างไรก็ชอบทักษะด้านงานฝีมือซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่เราจะสามารถบอกทีมงานให้ทำตามได้ อีกอย่างคือ ผู้ใหญ่สั่งมาอย่างไร สอนมาอย่างไร ต้องไม่ลืมสิ่งที่พวกเขาสอนมา บุคคลที่เป็นแรงผลักดันพระองค์เดียวและทรงเป็นไอคอนของข้าพเจ้า ก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าทรงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ข้าพเจ้าทูลลาไปเรียนต่อด้านแฟชั่น ที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วกลับมาถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน”


พระองค์หญิงรับสั่งต่อว่า “ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา การสร้างสรรค์แฟชั่นทุกคอลเลคชันมีความยาก ท้าทาย กดดัน แตกต่างกันไป เพราะอยากทำให้ดีที่สุด แต่สำหรับคอลเลคชันที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แบรนด์มากที่สุดคือ HUMAN DNA ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากห่างหายไปจากวงการแฟชั่นร่วมปี และเป็นคอลเลคชันที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด อีกคอลเลคชันที่ชอบคือ SIRIVANNAVARI COUTURE คอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นงานผ้าไทยที่ได้พี่ป้อม (ธีระพันธ์ วรรณรัตน์) มาช่วยให้ไอเดียในการทำผ้าไทยให้ดูเป็นสากลมากขึ้น”


สำหรับสิ่งที่ท้าทายในการทำงานมากที่สุดคือ “เวลา ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะปฏิทินในวงการแฟชั่นเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อต้องพบกับความกดดัน กำลังใจจากทุกคนในทีมเป็นสิ่งสำคัญ หรือเวลามีเรื่องเครียด ถ้ามีเวลาก็จะไปพักผ่อนสมองที่ทะเลแล้วค่อยกลับมาลุยงานใหม่ เพราะถ้าเรากดดันมาก ๆ ก็จะทำให้ลูกน้องเครียดตามไปด้วย”
ส่วนที่มาของสัญลักษณ์นกยูงซึ่งถือเป็นโลโก้ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK นั้น พระองค์รับสั่งว่า เป็นผลงานที่สเกตช์ไว้ตั้งแต่สมัยที่ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งนกยูงเป็นสัตว์ที่มีความสง่างาม แข็งแกร่ง รวมทั้งมีความเป็นนักสู้ และจากรูปสเกตช์ในวันนั้น ก็พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นโลโก้ของแบรนด์ในที่สุด


ด้วยความตั้งพระทัยในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป และผู้ที่รักในแฟชั่น รวมทั้งส่งผ่านประสบการณ์ในวงการแฟชั่นที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 16 ปี ผ่านหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” องค์ดีไซเนอร์พระราชทานข้อคิดให้แก่บุคคลที่มองพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ว่า “อย่างแรกคือ ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ใจชอบหรือไม่ ถ้าเกิดเจอปัญหา หรือทุกข์เมื่อไหร่ แต่ทุกข์แล้วยังมีความสุข แสดงว่าเราชอบสิ่งนั้นจริง และต้องพร้อมรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบ รู้จักยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ ที่สำคัญคือ ยึดความเป็น Identity (ตัวตน) และอย่าลืมพัฒนาตัวเอง ทั้งสมอง มือ ใจ หรือแม้กระทั่งตาของตัวเอง เมื่อฝึกตัวเราแล้ว ก็จะสามารถชนะคู่แข่งได้
“ข้าพเจ้ามองว่า แฟชั่นคือ ความสนุก สดใส แพชชั่น เทสต์ และเป็นการทดลองที่ต้องมูฟออนและยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่อยากบอกน้องๆ ทุกคน ก็คือ ถ้าอยากที่จะเข้ามาในวงการนี้  อยากให้ชอบวงการนี้จริงๆ ชอบอย่างที่เรียกว่า เขาจะอยู่กับเราไปจนตาย และอย่าลืมคนที่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังเราว่ามีใครบ้าง” 

ทั้งนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 16 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOKสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาได้ทรงนำซิลูเอทของกระเป๋าคลัทช์ เรซิน ประดับโลโก้นกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยทรงนำมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นของที่ระลึกลิมิเต็ดอิดิชั่นในวาระสุดพิเศษนี้


สำหรับความพิเศษของกระเป๋ารุ่นนี้ นอกจากผสมผสานด้วยวัสดุ 3 ชนิดได้แก่ ผ้าไหมส่วนพระองค์ หนัง และเรซิ่น แล้วยังมีวิธีการทำที่ซับซ้อนและเป็นงานคราฟต์ที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การนำผ้าไหมส่วนพระองค์มาจับพลีท จากนั้นขึ้นเดรฟและกลึงลายด้วยมือ โดยช่างฝีมือชั้นครู รวมถึงการสร้างความพลิ้วไหวในชิ้นเรซิ่นล้อไปกับสีสันเพื่อชูลวดลายผ้าไหมให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น จากนั้นเดินทางสู่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยการตัดเย็บโดยช่างเฉพาะทางที่ทุ่มเทประสบการณ์ผ่านฝีจักรและเทคนิคจนออกมาเป็นกระเป๋ารุ่นนี้เพื่อฉลองครบรอบ 16 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARIBANGKOK โดยจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

หนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY มีจัดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ดังนี้
Line Official : @sirivannavari_shop
Instagram :Sirivannavari Bangkok
Facebook :Sirivannavari Bangkok
www.sirivannavari.com
www.asiabooks.com
https://thailand.kinokuniya.com



“ผ้าลายขอเจ้าฟ้าฯ” สร้างมูลค่าหลายพันล้านให้ชุมชน โดยฝีมือศิลปินช่างทอผ้าของไทย

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้สนองแนวพระดำริ ผ่าน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดกิจกรรมโครงการประกวดผ้าลายขอพระราชทานฯ และจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 ครั้ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานการทอผ้า

รวมทั้งสร้างศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ของไทย โดยนำทีมกรรมการและที่ปรึกษาโครงการฯลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นำทีมที่ปรึกษาและกรรมการโครงการฯ พบปะศิลปินช่างทอผ้าจาก 3 จังหวัดอีสานตอนกลาง ได้แก่ สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร มีนายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและประธานกรรมการการตัดสินในระดับภูมิภาค นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ได้ร่วมชี้แจง กติกาสำคัญ รางวัล และกำหนดการโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ตลอดจนมีการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การย้อมสีธรรมชาติไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน” และ “การเข็นฝ้ายแบบโบราณ” โดยเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ในการอบรมยังมีศิลปินช่างทอผ้ารุ่นเก่าของสกลนคร ที่ส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติและผลิตผ้าครามได้เข้าร่วมอบรม ศิลปินช่างทอผ้าจากบ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่แรกที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งผ้าไหมมัดหมี่ ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในปี 2513 ซึ่งศิลปินช่างทอผ้าของบ้านท่าเรือที่เคยเป็นผู้ชนะเลิศโครงการประกวดทอผ้าของโครงการศิลปาชีพฯ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมกับแสดงความดีใจที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฟื้นฟูโครงการประกวดผ้าขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งที่ 2 จัดขึ้น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 มีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และคณะกรรมการได้เดินทางไปพบศิลปินช่างทอผ้าที่บ้านโคกล่าม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากศิลปินช่างทอผ้าในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิ สกลนคร ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง“ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยนายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้กประเทศไทย เรื่อง “คอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัย” โดยนายพลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง ASAVA Group และนายสธน ตันตราภรณ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เรื่อง “คุณภาพเส้นใย ไหมพันธุ์ไทย ฝ้ายพื้นเมือง” โดยนายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH  และเรื่อง “การสร้าง Story Telling และ Packaging” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน และ ดร.กรกลด คำสุข จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำหรับบ้านโคกล่ามเป็นหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติที่ยังใช้ไม้มงคลในการย้อมผ้าอย่างขนุน คูน ยอ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ มีศิลปินช่างทอผ้าเข้ามาร่วมรับฟังจากหลายจังหวัด ดังนั้นคณะกรรมการโครงการประกวดฯ จึงเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นในการมองหาศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ที่สืบสานองค์ความรู้การทอผ้าไทยให้สืบต่อไป

ส่วนการอบรมครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ บ้านหัวฝาย อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนายสมศักดิ์ จังตระกูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้เกียริติเป็นประธานในพิธีเปิด มีศิลปินช่างทอผ้าจากจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และชัยภูมิเข้าร่วม สำหรับจังหวัดขอนแก่นได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของการทอผ้าในประเทศไทย ที่สร้างมูลค่าให้แก่การทอผ้าได้หลายพันล้านบาทต่อปี มีผู้เชี่ยวชาญและศิลปินช่างทอฝีมือดีหลายคนที่เคยส่งผ้าเข้าประกวดในโครงการศิลปาชีพฯ ซึ่งบางคนได้เลิกทอผ้าไปแล้วในปัจจุบัน แต่มีความกระตือรือร้นที่กลับมาทอผ้าส่งเข้าประกวดอีกครั้ง

       ในการอบรมทั้ง 3 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างมาก มีการตั้งคำถามและนำผ้าทอตัวอย่างมาให้ชม พร้อมทั้งเล่าถึงความตั้งใจในการทอผ้าเพื่อส่งเข้าประกวด ศิลปินช่างทอผ้าหลายคนมีความมุ่งหวังที่จะคว้ารางวัลชนะเลิศเมื่อทราบว่า รางวัลชนะเลิศเป็นเหรียญทองที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาจะพระราชทานแก่ผู้ชนะการประกวดในพิธีเปิดงาน OTOP CITY ประจำปีนี้ และออกแบบโดยนายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินวาดภาพผู้มีชื่อเสียง

       ทั้งนี้ผู้สนใจส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวด สามารถส่งใบสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 และสามารถส่งผ้าเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 โดยโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ จะดำเนินการตัดสินตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชน ทุกจังหวัด หรือที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หรือติดต่อได้ที่เพจ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยหากมีคำถามหรือต้องการจะแสดงรูปผลงานผ้าทอ โปรดใส่แฮชแท็ก #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #phathaisaihaisanook นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มช่องทางติดต่อทาง LINE Official Account “@saihaisanook” และทาง QR Code ที่เห็นนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่ จังหวัดลำพูน อุทัยธานี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข้อมูลได้จากเพจดังกล่าว

Thai Textiles Trend Book SS 2022

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานงานเปิดตัวหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 และ เสวนาวิชาการหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เพื่อยกระดับและแบ่งปันองค์ความรู้แก่วงการผ้าไทย ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

พร้อมกันนี้ยังขอเชิญชมนิทรรศการ “แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย” ตื่นตาตื่นใจไปกับผลงานอันวิจิตรของ 12 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำแห่งวงการแฟชั่น อาทิ Wisharawish, Asava, Vatanika, Kai, Kloset, Milin, SIRIVANNAVARI, ARCHIVEO26, TandT, Theatre, Tirapan และ Tube Gallery ซึ่งแต่ละแบรนด์รังสรรค์ผลงานได้อย่างวิจิตรงดงามระหว่างวันที่ 12 – 17 ธันวาคมนี้ ณ ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

เตรียมพบกับคอลเล็กชั่น AUTUMN/WINTER 2020-2021 จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงพร้อมจัดแฟชั่นโชว์เผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ AUTUMN/WINTER 2020-2021 อย่างเต็มรูปแบบในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมศกนี้ 

คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาล AUTUMN/WINTER 2020-2021 ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” และ S’ HOMME มีกลิ่นอายของสไตล์แห่งยุค 90s ผสมผสานกับสตรีตสไตล์ตามแบบฉบับของโมเดิร์นปารีเซียน อีกทั้งยังต้องการให้ผู้สวมใส่สนุกสนานไปกับการมิกซ์แมทช์ในชีวิตประจำวันในช่วงฤดูหนาว ซึ่งโดดเด่นด้วยเสื้อแจ็กเกตทวีตประดับโซ่ ภายใต้เฉดสีเอิร์ธโทนเรียบโก้ที่ผสมด้วยสีนีออนอันฉูดฉาด โดยคอลเลคชั่นทรงออกแบบล่าสุดนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นนานาชนิดอย่างครบครัน อาทิ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และจิวเวลรี่ สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาล AUTUMN/WINTER 2020-2021 ของแบรนด์“SIRIVANNAVARI” ได้แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมศกนี้ เวลา 19:00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศ ที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ณ. อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อทรงเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ แพทยสภา คณะผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อพระราชทานขวัญและกำลังพระทัย รวมถึง หน้ากากผ้าและเจลแอลกอฮอล์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkok และน้ำยาฆ่าเชื้อ ให้แก่กลุ่มผู้แทนแพทย์พยาบาลเพื่อกระจายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขาดแคลนเวชภัณฑ์ดังกล่าว

โดยมี ศ.เกียรติคุณ พญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ (นายกแพทยสภา) ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) รศ.นพ.นิพนธ์ เขมะเพชร (รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายสนับสนุนบริการ) และ น.ส.เฉลาศรี เสงี่ยม (หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) เป็นผู้เข้าเฝ้ารับเสด็จ

ตอนหนึ่งของพระราชดำรัสในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในระหว่างการเสด็จเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาล มีใจความว่า “ข้าพเจ้าดีใจที่ได้มาเยี่ยมแพทย์พยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวันนี้ และข้าพเจ้าต้องขอแสดงความขอบคุณแก่แพทย์พยาบาลทุกท่านของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมไปถึงแพทย์พยาบาลจากทั่วประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 สืบเนื่องจากการที่ข้าพเจ้าได้มอบเวชภัณฑ์ให้แก่กระทรวงสาธาณสุขไปเมื่อครั้งที่แล้ว ข้าพเจ้าได้รับรายงานจากทางกระทรวงว่า เวชภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยังแพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆที่ขาดแคลนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยดำเนินการเพื่อให้แพทย์พยาบาลได้มีอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสว่า “นอกจากนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมแก่แพทยสมาคมในโครงการ “นักรบเสื้อขาวสู้ภัยCOVID-19” ที่ข้าพเจ้าร่วมสมทบทุน เพื่อจัดหาความคุ้มครองชีวิตให้แพทย์พยาบาล ได้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และยังขยายผลในการจัดหาความคุ้มครองชีวิตไปยังบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาอื่นๆอีกด้วย ที่ต้องร่วมเป็นผู้ดูแลคนไข้โรคโควิด-19นอกเหนือจากแพทย์และพยาบาล ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของการติดเชื้อโรคโควิด-19 จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้ทุกท่านอย่าพึ่งชะล่าใจ อย่าประมาทในการต่อสู้กับโรคนี้ ข้าพเจ้าตระหนักเป็นอย่างดีว่า โรงพยาบาลทั่วประเทศยังคงขาดแคลนเวชภัณฑ์หลายอย่าง ดังนั้นในวันนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องการที่จะมอบหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากแบรนด์SIRIVANNAVARI Bangkok รวมไปถึงน้ำยาฆ่าเชื้อเพิ่มให้แก่ทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อที่จะกระจายต่อให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ”

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเวชภัณฑ์ต่างๆให้แก่กลุ่มผู้แทนแพทย์พยาบาลเพื่อจะกระจายให้แก่แพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศที่ขาดแคลน ตามรายการดังต่อไปนี้

  1. พระราชทานหน้ากากผ้า โดยตัดเย็บจากจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkokโดยมี  ศ.เกียรติคุณ พ.ญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ (นายกแพทยสภา) เป็นผู้รับพระราชทาน
  2. พระราชทานเจลแอลกอฮออล์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkokโดยมี ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) เป็นผู้รับพระราชทาน
  3. พระราชทานน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) เป็นผู้รับพระราชทาน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสปิดท้ายว่า “ข้าพเจ้าทราบมาว่า มากกว่าครึ่งของ 10 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดนั้นมาอยู่ทางภาคใต้ ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนทางภาคใต้ และคงต้องขอความร่วมมือจากแพทย์พยาบาลและผู้บริหารราชการทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้ความดูแลสถานการณ์โควิด-19ที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงมีความประสงค์ที่จะมอบเวชภัณฑ์ต่างๆเพิ่มไปให้แก่โรงพยาบาลทางภาคใต้ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะมีการส่งมอบในเร็วๆนี้สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีกไม่นานนี้ ประเทศไทยจะชนะในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยแรงกายแรงใจของเหล่าแพทย์พยาบาลทุกท่าน ข้าพเจ้าจึงขออวยพรให้แพทย์พยาบาล และบุคลาการทางการแพทย์ทุกท่านมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ด้วยร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ อีกทั้งมีสติที่มั่นคง เพื่อการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยทุกท่าน ”

Mythos Poética : SIRIVANNAVARI + S’HOMME Spring/Summer 2020

Mythos Poética (มิทโธส์ โพเอติก้า) บทกวีพระนิพนธ์ที่เกี่ยวกับเรื่องราวโรแมนซ์ในตำนานโบราณ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองการครบรอบ 15 ปีของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยคอลเลกชั่นทรงออกแบบล่าสุดนี้เป็นการนำเสนอเอกลักษณ์และรายละเอียดแห่งดีไซน์ที่สำคัญต่างๆตลอดระยะเวลา 15 ปีของแบรนด์ ที่นำมาปรับให้ดูโมเดิร์น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงมีพระดำรัสว่า “ปีนี้ก็นับว่าเป็นปีที่แบรนด์ SIRIVANNAVARI มีอายุครบ 15 ปี ซึ่งตลอดทั้งปีนี้ ข้าพเจ้าคงจะได้ทำโปรเจ็คพิเศษหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปีของแบรนด์ แน่นอนว่าข้าพเจ้าคงต้องเริ่มต้นที่คอลเลกชั่นสปริง – ซัมเมอร์ 2020 ซึ่งสำหรับคอลเลคชั่นนี้ คงต้องบอกว่ามีแรงบันดาลใจในการออกแบบที่ซับซ้อนหลากหลายมาก จึงต้องมีการเรียบเรียงความคิดให้เป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียด 

“โดยเริ่มแรก การออกแบบของข้าพเจ้าเริ่มจากความคิดและเรื่องราวที่มาจากบทกวีทั้ง 5 บทที่ข้าพเจ้าแต่งขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างใช้จินตนาการเยอะมาก เพราะเป็นเรื่องราวของการพบรักกันของหนุ่มสาวคู่หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ ที่ความสัมพันธ์ดูแฟนซีราวกับความฝัน ส่วนเรื่องราวจะจบอย่างไร ทุกท่านสามารถตีความกันเองได้ ขณะที่คิดถึงคอนเซ็ปท์คอลเลกชั่นนั้น ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะให้คอลเลกชั่นนี้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ตลอดระยะเวลา 15 ปีด้วย ซึ่งจริงๆแล้วข้าพเจ้าได้นำเอาทั้งงานดีไซน์และเอกลักษณ์ของหลายๆคอลเลคชั่นที่ทำไปแล้วมาต่อยอดและปรับให้โมเดิร์นขึ้น และยังนำงานในอดีตที่เคยคิดไว้แต่ไม่เคยได้ทำออกมาจริงๆ รวมไปถึงงานดีไซน์ที่ทำจัดแสดงตอนเรียนจบที่ปารีสแต่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน มาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน โดยอยู่ภายใต้ธีมของคอลเลกชั่นล่าสุดนี้”  

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำรัสต่ออีกว่า                     “ในซีซั่นนี้ โครงสร้างของเสื้อผ้าจะมีทั้งทรงเอกลักษณ์ในอดีตที่นำมาปรับใหม่ และสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่เลย ผสมผสานกันไป อาทิ แขนเสื้อทรงพองและกางเกงทรงโจงกระเบนที่เป็นคีย์ลุคจากคอลเลกชั่น             เพรเซ็นส์ ออฟ เดอะ พาสท์ (Presence of The Past) ในปีค.ศ.2008 ที่นำมาปรับใหม่โดยนำผ้าไหมชีฟองสีงาช้างมาตัดเย็บเป็นเสื้อตัวสั้นไหล่เฉลียงแขนพองสุดโมเดิร์นที่นำมาเข้าคู่กับกางเกงรูปทรงโจงกระเบนที่เพิ่มความเท่ด้วยรายละเอียดสไตล์ไบเกอร์ หรือจะเป็นเทคนิคการทำพู่ระย้า ซึ่งเป็นรายละเอียดหลักของคอลเลกชั่นเอธนิค ร็อค (Ethnic Rock) ในปี ค.ศ. 2009 มาดัดแปลงให้เป็นเสื้อแขนกุดทรงเพ็บลั่มสีงาช้างที่ตกแต่งด้วยชายพู่ระย้ายาว (Fringed Peplum Vest)ทำให้ดูเป็นทรวดทรงนาฬิกาทราย ส่วนของโครงเสื้อที่เป็นดีเอ็นเอของแบรนด์ก็ยังมีให้เห็นอยู่ 

“โดยในคราวนี้ ข้าพเจ้านำเอาผ้าทวีตฝรั่งเศสที่เริ่มใช้ครั้งแรกในคอลเลคชั่นออทั่ม-วินเทอร์ 2019/20 มาตัดเย็บแล้วเพิ่มความเซ็กซี่ด้วยเทคนิคการตัดเย็บแบบคัทเอาท์บริเวณไหล่และลำตัว (Cut Out Tweed Biker Jacket) ในขณะที่เอกลักษณ์งานปักฝีมือประณีตบนผ้าบุหงาที่เริ่มมาตั้งแต่   คอลเลกชั่น Napoleonic ในปี ค.ศ.2015 นั้น ก็นำมาอยู่ในคอลเลกชั่นนี้ด้วย โดยปักในลวดลายใหม่แบบสามมิติซึ่งเป็นลายดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์ (Lily of the Valley)” 

สำหรับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง – ซัมเมอร์ 2020 ประกอบด้วยจำนวนเสื้อผ้าทั้งสิ้น 67 ลุค แบ่งเป็นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ SIRIVANNAVARI 59 ลุค และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของ S’HOMME 8 ลุค 

สำหรับคอลเลคชั่นสุภาพบุรุษสปริง – ซัมเมอร์ 2020 ของ S’HOMME (เอส ออม) นั้น มีความโก้หรูสไตล์แมสคิวลีน และได้ดึงเอาเอกลักษณ์ จิตวิญญาณ และไลฟ์สไตล์ของผู้ชายตามแบบฉบับของ S’HOMME มารวบรวมและนำเสนอในคอลเลกชั่นนี้เช่นกัน โดยองค์ดีไซเนอร์ทรงนำเอาโครงเสื้อแบบคลาสสิกมาดัดแปลงซึ่งใช้เทคนิคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดเย็บแบบ Deconstructed ทำให้ได้สไตล์ที่ดูโมเดิร์นและแปลกตามากยิ่งขึ้น ดังเห็นได้จากการนำเอาโครงของเสื้อโค้ตยาวจากคอลเลคชั่นฮอร์ส เฮเลน เฮนรี่ (Horse, Helen, Henry) ในปีค.ศ. 2018 มาตีความใหม่ แล้วผสมผสานผ้าสองชนิดคือผ้าคอตตอเน่สีชมพูและผ้าวูลลายทาง    สีน้ำตาลเข้าด้วยกัน โดยนำมาตัดต่อเข้ากับซิปแบบไบเกอร์ จึงทำให้ได้โค้ตยาวรูปทรงใหม่ซึ่งดูโก้และโมเดิร์นเมื่อใส่คู่กับกางเกงคร็อปลายทางและเสื้อเชิ้ตทักซิโด้ 

ในขณะที่หนุ่มอารมณ์ศิลปินน่าจะชื่นชอบกับเสื้อแจ๊กเก็ตนอติคัล (Nautical Jacket) สีน้ำเงินโคบอลท์ที่ดูเท่และโดดเด่นด้วยแพทเทิร์นแขนเสื้อแบบใหม่และรายละเอียดการประดับซิป และแน่นอนว่าเดนิมคืออีกหนึ่งดีเอ็นเอของ S’HOMME ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยในซีซั่นนี้ได้นำเสนอเสื้อผ้าเดนิมหลากหลายแบบ ทั้งกางเกงเดนิมสลิมฟิตแบบคร็อบที่เข้ากับเสื้อเชิ้ตผ้าไหมลายกราฟิกทรงออกแบบ หรือจะเป็นเสื้อเดนิมตัดต่อแบบแพทช์เวิร์ค (Patchwork) และประดับด้วย      แผ่นป้ายเดนิมรูปหัวใจปักตัวอักษร ‘S’ สำหรับคอลเลกชั่นรองเท้าก็นำเสนอทั้งรองเท้าหนังผูกเชือก รองเท้า   โลเฟอร์ (Loafer) ตัดเย็บจากหนังกลับ และรองเท้าหนังสาน  ส่วนคอลเลคชั่นกระเป๋านำเสนอกระเป๋าคลัทช์สองสี ใบแรกตัดเย็บจากหนังลูกวัวสีดำสานลายตารางและใบที่สองตัดเย็บจากหนังลูกวัวพิเศษจากอิตาลี       สีน้ำตาลลาเต้ นอกจากนี้แล้ว คอลเลคชั่นล่าสุด ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างครบครัน ตั้งแต่แฟชั่นจิวเวลรี่ อาทิ แหวน สร้อยคอ และเข็มกลัดประดับเสื้อสูท (Pinsuit) รูปนกยูงไปจนถึงผ้าพันคอ

สามารถชมคอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง–ซัมเมอร์ 2020 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’HOMME ได้ที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

#sirivannavariss2020

#sirivannavari

#sirivannavaribangkok

#sirivannavarihomme

#sirivannavaribijoux

เผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ สปริง/ซัมเมอร์ 2020 ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’HOMME

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงพร้อมจัดแฟชั่นโชว์เผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบสปริง/ซัมเมอร์ 2020 อย่างเต็มรูปแบบในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ศกนี้ ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 15 ปี ของแบรนด์ตลอดทั้งปีนี้  

นอกจากคลิปวิดีทัศน์ที่เกี่ยวกับคอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2020 ล่าสุดที่จะนำเสนอตอนละวันไปจนถึงวันที่ 10 มีนาคมทางช่องทางโซเชียลมีเดีย ยังมีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเกี่ยวกับคอลเลคชั่นล่าสุดที่มีชื่อว่า MYTHOS POÉTICA มีกลิ่นอายของเสื้อผ้าชิ้นเอกลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 15 ปี

คอลเลคชั่นทรงออกแบบดังกล่าวคล้ายกับพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลป์อันล้ำค่าไว้ด้วยกัน โดยถูกนำมาถ่ายทอดผ่านรายละเอียดแฟชั่นอันหลากหลาย ตั้งแต่โครงสร้างและแพทเทิร์นเสื้อผ้าอันซับซ้อนแต่ดูโมเดิร์น งานปักชั้นครู ไปจนถึงลายกราฟฟิกฝีพระหัตถ์อันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับคอลเลคชั่นทรงออกแบบล่าสุดนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นนานาชนิดอย่างครบครัน อาทิ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และจิวเวลรี่ ทั้งสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ 

เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นทรงออกแบบล่าสุดของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI และ S’HOMME” ได้แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ศกนี้ เวลา 19:00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

หมายเหตุ: 

เครดิตภาพ: ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

#sirivannavariss2020

#sirivannavari

#sirivannavaribangkok

#sirivannavarihomme

#sirivannavaribijoux