Posts

SIRIVANNAVARI ขอแนะนำ “S’Denim” คอลเลคชั่นเดนิมใหม่ล่าสุด กลิ่นอายความเท่ มีสไตล์ ของยีนส์และเดนิมมัดย้อมพร้อมขั้นตอน Handmade in Italy สุดประณีต

เพราะ Tie-Dye & Denim never goes out of style!  หนึ่งในไอเท็มคลาสสิคที่เป็น must-have ในทุกตู้เสื้อผ้า คือ แจ๊คเก็ตและกางเกงเดนิม โดยเฉพาะผ้าเดนิมคุณภาพดี คัตติ้งเนี้ยบ และแฟชั่นมัดย้อม SIRIVANNAVARI ขอแนะนำ “S’Denim” คอลเลคชั่นเดนิมใหม่ล่าสุด กลิ่นอายความเท่จากดรอปสุดท้ายของรันเวย์ Spring/Summer2022ทิ้งทวนฤดูกาล ด้วยคลาสสิคไอเท็มใส่ได้ทั้งปี อย่างแจ๊คเก็ต และกางเกงยีนส์ ทรงสวย ทำจากผ้าฝ้ายเดนิมของอิตาลีเนื้อนิ่มสบาย พร้อมเติมลูกเล่นโดดเด่น แบบไม่ทิ้งความหรูหรา ด้วยเทคนิค Tie-Dye หรือ มัดย้อมด้วยมือ 100% (Handmade in Italy) จึงเป็นเอกลักษณ์ในทุกตัว โดยเสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเลคชั่น “S’Denim” เป็นแบบยูนิเซ็กส์ (Unisex) ไม่จำกัดเพศ   

คอลเลคชั่น S’Denim นี้ มีไอเท็มเด่นๆ อาทิ แจ๊คเก็ตตัวสั้น (Cropped jacket) มัดย้อมบนผ้าฝ้ายเดนิมพื้นสีขาว เล่นลวดลายสีฟ้าสว่าง ให้ความสดใส, กางเกงเดนิมทรงขาสอบเข้ารูป (Tapered denim pants) ความยาวพอดีข้อเท้า, แจ๊คเก็ตผ้าเดนิมสีน้ำเงินเข้ม ทรงOversized ปักตัวอักษรประดิษฐ์  “S” ใหญ่ สัญลักษณ์ของแบรนด์ และกางเกงยีนส์ทรงคลาสสิค ขากระบอกตรง พร้อมคอมพลีทลุค ด้วยกระเป๋าคลัทช์ ผ้าเดนิมมัดย้อม ตกแต่งด้วยแผ่นเดนิมตอกหมุด ปักอักษร S ลวดลายสุดเท่  นอกจากนี้ ยังมีไอเท็มเบสิค อย่างเสื้อที-เชิ้ต ผ้าฝ้ายออร์แกนิค สำหรับใส่ทุกวัน สกรีนลวดลายสัญลักษณ์ของแบรนด์ อาทิ ลายนกยูง, ตัวอักษร S ในสีใส่ง่ายอย่าง ขาว, เทา และกรมท่า เหมาะทั้งสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ให้คีพลุคสบายๆในวันลำลองของคุณ

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ SIRIVANNAVARI SHOP ชั้น 1 สยามพารากอน หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ www.sirivannavari.com หรือ ทาง Line@: Sirivannavari_shop 

rhunrun เรียบเรียง

f g o t n

a g t o g

Happy Holidays! กับ “Bonnes Vacances Collection”ครูซคอลเลคชั่น โมโนแกรมสดใสแฝงความเย้ายวนเล็กๆ จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI  

SIRIVANNAVARI ขอแนะนำครูซคอลเลคชั่น Bonnes Vacances (บอน วาก็องส์) คอลเลคชั่นแห่งความ       สุขสันต์ สานต่อฤดูร้อนอันสดใส ที่จะทำให้วันหยุดหรือทริปเดินทางทั้งสำหรับผู้หญิงและชาย สนุกและมีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม ตามชื่อของ Bonnes Vacances ที่มีความหมายว่า Happy Holidays!  

คอลเลคชั่น Bonnes Vacances เป็นคอลเลคชั่นโดดเด่นด้วยลายโมโนแกรมประจำฤดูกาล ที่เปิดตัวครั้งแรกในแฟชั่นโชว์ Spring/Summer 2022 ของแบรนด์  รังสรรค์ออกมาด้วยโมทีฟหลัก คือ “Horseshoe Monogram”     (ฮอร์สชู โมโนแกรม) ผ้าทอลวดลายกราฟฟิกรูปเกือกม้า เรียงต่อกันเป็นรูปตัว S ทั้งผืน กราฟฟิกลายใหม่ล่าสุดของ    แบรนด์ แต่งแต้มสีสันสดใสในโทนสีหลัก 3 สี  คือ ฟ้า, เขียว และเหลือง   

เสื้อผ้าสำหรับผู้qaชายและผู้หญิง มีให้เลือก mix & match ได้ตั้งแต่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นผ้าไหมอิตาลี, กางเกงขาสั้นแบบ Unisex, เสื้อที-เชิ้ต,  ชุดนอนสายเดี่ยวและขาสั้นเข้าชุด,  สลิปเดรส, ชุดว่ายน้ำวันพีซแบบคัทเอาท์, ชุดว่ายน้ำทูพีซ, เสื้อคลุมยาว, กระโปรงพันเอว, กระเป๋า duffle, รองเท้าลำลองสไตล์ sandal และ espadrille รวมถึง แอคเซสเซอรี่ ต่างๆ อาทิ เคสใส่แทบเล็ต, เคสใส่ Airpods, card holders และ กระเป๋าใส่ขวดน้ำแบบสะพาย ครบถ้วนสำหรับการแต่งเติมความสุข และความสนุกสนานในช่วงวันหยุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอเทมสำหรับเที่ยวทะเลที่มาในลุคสดใส แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ายวน สง่างามตามสไตล์ผู้หญิงของ SIRIVANNAVARI 

เกือกม้า หรือ Horseshoe ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เป็นสิ่งนำโชค ปกป้องจากความโชคร้ายทุกประการ รวมถึงสอดคล้องกับความสนพระทัยและความเชี่ยวชาญในกีฬาขี่ม้า ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา Creative Director ของแบรนด์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ด้วย 

คอลเลคชั่น Bonnes Vacances จะวางจำหน่าย ณ SIRIVANNAVARI Pop-up store ชั้น M อาคาร Bศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์  ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป  และสอบถามรายละเอียดสินค้า และสั่งซื้อ ได้ทาง  Line@: sirivannavari_shop 

rhunrun เรียบเรียง

“เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ” ทรงถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาผ้าไทยจากสีย้อมธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนในงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ที่จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น พร้อมพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยองค์ความรู้ใหม่ซึ่งบรรจุอยู่ในหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย หรือ  THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022 เล่มแรกที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร ทรงค้นคว้า
องค์ความรู้ และควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนด้วยพระองค์เอง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ต่อเนื่องมาถึงเล่มที่ 2
THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 

ในการนี้ได้เสด็จไปทรงเปิดงาน THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการ และทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการ ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน

และเพื่อเป็นการแบ่งปันองค์ความรู้ดังกล่าวให้แก่นักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และงานดีไซน์ ในระดับภูมิภาค ได้ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผ้าไทย จึงมีการจัดงานเสวนาวิชาการหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 2 Thai Textiles Trend Book Autunm/Winter 2022-2023 ณ จังหวัดมหาสารคาม โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย โดย 12 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ รวมถึงการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผลิตภัณฑ์จากโครงการศิลปาชีพ และงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชาย นครชัยอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน เกียรติศักดิ์ ตรงศิริผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ/นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผศ.ดร.ศศิธร จันทมฤก ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน 
รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล 
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ข้าราชการ และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เฝ้าฯ รับเสด็จ 
เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 12.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

สำหรับกิจกรรมสัญจรที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามในครั้งนี้ คณะที่ปรึกษาในการจัดทำเทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรกจนมาถึงเล่มที่ 2 ไม่ว่าจะเป็น กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย 
และ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต่างมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อให้ออกมาอย่างดีที่สุด ซึ่งเบื้องต้นการโรดโชว์ไปยังภูมิภาคที่จังหวัดมหาสารคามมีการวางแผนดำเนินการคู่ขนานกับการ
จัดงานที่กรุงเทพมหานคร แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการเลื่อนจัดงานเรื่อยมา 

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link http://book.culture.go.th/ttt2022/mobile/index.html#p=1 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ

 

THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023

ด้วยตั้งพระทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น ที่ไม่เพียงงดงามและใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หากยังช่วยสร้างงานสร้างรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022 เล่มแรกขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 ที่นำเสนอข้อมูลตั้งแต่ประเภทเนื้อผ้า การเลือกสี การออกแบบลวดลาย รวมไปถึงเทรนด์และแนวโน้มความเป็นไปในอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเอาข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับงานผ้าไทยได้อย่างมีทิศทาง โดยนำไปมอบให้แก่นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ ผู้ประกอบการ ศิลปิน ช่างทอผ้า และผู้ที่อยากเป็นนักออกแบบในทุกสาขาทั่วทุกภูมิภาค ได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการประกอบสัมมาอาชีพ และร่วมกันสืบสานภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่านี้ต่อไป


โอกาสนี้ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเปิดงาน “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย อีกทั้งทรงเป็นประธานในงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยให้มีความทันสมัย สร้างรายได้ต่อยอดให้แก่ชุมชน กลุ่มทอผ้า และผู้ประกอบการด้านผ้าไทย อีกทั้งเสริมสร้างให้เกิดภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยแก่วงการผ้าไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม 2565 เวลา 14.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม


ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปิดงาน “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยด้วยความสนพระทัยยิ่ง โดยภายในนิทรรศการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกนำเสนอแฟชั่นเสื้อผ้าที่ออกแบบ โดย 12 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์แถวหน้าระดับประเทศ ที่นำผ้าทอมือจากชุมชนต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นตามเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ มาตัดเย็บเป็นชุดสวยภายใต้กลุ่มโทนสีในทิศทางต่างๆ ได้แก่ SIRIVANNAVARI BANGKOK, ARCHIVE026, ASAVA, EK THONGPRASERT, KLOSET, RENIM PROJECT, ISSUE, T AND T, THEATRE, VICKTEERUT, VINNPATARARIN และ WISHARAWISH

เริ่มจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK กับกลุ่มโทนสีคราม หัวใจสำคัญของเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ นำเสนอแฟชั่นในมุมมอง INDIGO : THE HEART OF COLOUR SHADES (คราม: โทนสีแห่งใจกลาง), THEATRE และ KLOSET กับกลุ่มโทนสีม่วงแดงไล่ไปถึงชมพู RIPE AND MATURITY (สุกงอม พร้อมพรั่ง), ASAVA และ ARCHIVE026 กับกลุ่มโทนสีน้ำเงินปนฟ้า PROFOUNDNESS MILD (สุขุมนุ่มลึก), ISSUE และ RENIM PROJECT กับกลุ่มโทนสีน้ำตาลอิฐ HEAVEN ON EARTH (ความมหัศจรรย์จากผืนดิน), THEATRE และ EK THONGPRASERT กับกลุ่มโทนสีเหลือง NURTURER OF WISDOM (ผู้โอบอุ้มภูมิปัญญา), VICKTEERUT และ WISHARAWISH กับกลุ่มโทนสีเขียว A HUMBLE JOURNEY (การเดินทางแห่งประสบการณ์), VINNPATARARIN และ T AND T กับกลุ่มโทนสีขาวมุก-เทา AN ALTERNATIVE PERSUATION ( อิสระในการค้นพบตัวเอง)
ส่วนที่ 2 จัดแสดงแฟชั่นรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับคอลเลกชั่นใหม่ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศที่ออกแบบอย่างมีสไตล์ โดยอิงเฉดสีที่สอดคล้องกับเทรนด์บุ๊กเล่มล่าสุดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ต้องการมิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่น


ส่วนที่ 3 จัดแสดงผ้าทอมือและย้อมสีธรรมชาติจากชุมชนต่างๆ จำนวน 30 ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวินเทอร์คอลเลกชั่นตามเทรนด์บุ๊กเล่มล่าสุด จำแนกตามวัสดุ เส้นใย และความหนาของเนื้อผ้าผ่านเทคนิคต่างๆ ได้แก่ ยกดอก ขิด จก ปัก มัดหมี่ เกาะหรือล้วง และ แพตช์เวิร์ก หรือการนำชิ้นผ้าหลากสีมาเย็บต่อเข้าด้วยกัน
จากนั้น ทรงร่วมการเสวนาวิชาการ Symposium หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล”เป็นการเสวนาเกี่ยวกับเทรนด์บุ๊กของปีนี้ ที่นำเสนอกลุ่มโทนสีใน 6 ทิศทางหลัก ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการผลิตและพัฒนาผ้าไทยในตลาดยุคปัจจุบัน โดยมีใจความสำคัญในพระราชดำรัสโดยสรุปว่า “สำหรับเล่มที่แล้วแนะนำเรื่องลวดลายผ้า มาเล่มนี้นำเสนอเกี่ยวกับสี โดยเฉพาะ “คราม” ซึ่งเป็นสีย้อมเย็นที่ทั่วโลกมีการใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย แต่เฉดสีอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศหรือภูมิประเทศ

สำหรับบ้านเราครามถือเป็นราชาในการย้อม และเป็นหัวใจของสีย้อมเลยก็ว่าได้ นำไปผสมผสานวัสดุต่างๆ จะได้เฉดสีที่หลากหลาย ซึ่งเล่มก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จมากในแง่ของผลตอบรับ และอุตสาหกรรมสิ่งทอเกิดความกระปรี้กระเปร่าในการผลิต เกิดกระแสและพลังงานที่ดีในการออกแบบ ถือเป็นการเริ่มต้นพัฒนา ทั้งเรื่องสีและองค์ความรู้ใหม่ๆ รู้สึกปลาบปลื้มที่เรามีหนังสือด้านแฟชั่นอย่างจริงจังเสียที ในการนำไปใช้ทำการเรียนการสอน หรือใช้ประกอบอาชีพ อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เล่มนี้สอนเรื่องการลดใช้ทรัพยากร หรือใช้แล้วต้องปลูกทดแทน ใช้วัสดุที่คุ้นเคยอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อลดการเกิดของเสีย ซึ่งภูมิปัญญาไทยเรื่องการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากวัสดุที่มาจากธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ต้องทำอย่างจริงจัง หวังว่าจะเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลิดเพลินและเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และดีไซน์ ก่อนจะมีเทรนด์บุ๊กเล่มต่อๆ ไป”


กว่าจะสำเร็จเป็น THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาความรู้ เปรียบเสมือน “คัมภีร์” เพื่อการพัฒนาผ้าไทยนั้น ผ่านกระบวนการค้นคว้าข้อมูลเป็นแรมปี โดยมีคณะที่ปรึกษาในการจัดทำ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้กประเทศไทย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH และ ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพและนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้จริง
กุลวิทย์ เลาสุขศรี กล่าวถึงจุดเด่นของเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ว่า เป็นเรื่องราวของวินเทอร์หรือฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ที่มีการเปลี่ยนผ่าน ลักษณะของเนื้อผ้าจึงแตกต่างจากทิศทางของช่วงสปริง/ซัมเมอร์ มีความน่าสนใจของเส้นใยต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมความต้องการของตลาด และเป็นการดึงศักยภาพของผู้ผลิตผ้ามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญได้นำแนวคิดเกี่ยวกับสีในแบบ “Circular Colours” (เซอร์คูล่า คัลเลอร์ส) หรือ “วงจรสี” มาใช้ในการสื่อสารโดยพระเอกของงานคือ “คราม” วัสดุย้อมที่ถือเป็นจุดกำเนิดของสีต่างๆ ก่อนจะผสมผสานกับวัสดุอื่นๆ เป็นสีที่หลากหลาย ซึ่งจริงๆ แล้วครามมีความหลากหลายมากในแต่ละภูมิภาค กระบวนการเลี้ยงครามที่ไม่เหมือนกันจะทำให้ได้สีครามที่ต่างกันสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือองค์ประกอบโดยรวมแล้วพัฒนาออกมาเป็นสีที่ต้องการ นอกจากนี้ยังนำเสนอการย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มโทนสีม่วงแดงไล่ไปถึงชมพู กลุ่มโทนสีน้ำเงินปนฟ้า กลุ่มโทนสีน้ำตาลอิฐ กลุ่มโทนสีเหลือง กลุ่มโทนสีเขียว และ กลุ่มโทนสีขาวมุก-เทา


ด้าน วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข กล่าวเสริมว่า หัวใจหลักของเทรนด์บุ๊กเล่มนี้เน้นการใช้สีที่เกิดจากการย้อมด้วยวัสดุธรรมชาติซึ่งกำลังเป็นเทรนด์โลก และเป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอผ้าในฤดูกาลวินเทอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งให้คำนึงถึงลักษณะผ้าหรือเส้นใยที่คนไทยใช้ในช่วงฤดูหนาว รวมถึงทรงให้คำนึงถึงว่าผ้าต่างๆ นอกจากเป็นเครื่องนุ่งห่มได้แล้วยังสามารถเป็นผ้าตกแต่งบ้านได้ด้วย เราจึงพยายามใช้ของที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่มากก็น้อย ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวและดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด เอาทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่นำมาปรับใช้ ของเดิมที่เคยทำอยู่แนวอนุรักษ์ก็ยังต้องทำต่อไป แต่ของใหม่ก็ต้องมีรากฐานเดิมเป็นที่ตั้ง ปรับเพื่อให้เกิดของใหม่ขึ้นมา สอดคล้องกับทิศทางของสิ่งทอโลก


ขณะที่ ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ กล่าวถึงเสียงสะท้อนหลังจากผู้ประกอบการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสได้นำเทรนด์บุ๊กเล่มที่ผ่านมาไปประยุกต์ใช้ว่า ถือเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้ตลาดโดยรวม สอดคล้องความต้องการของตลาด จากการลงพื้นที่ไปติดตามผล ผู้ประกอบการแต่ละรายได้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากหนังสือให้เข้ากับแนวทางการผลิตผ้าของตัวเองตามความถนัดหรือความเชี่ยวชาญ ซึ่งเทรนด์บุ๊กพยายามสร้างเนื้อหาที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ประกอบการ


“เทรนด์เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แล้วไม่ได้หมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะหมดอายุไปตามซีซั่นที่กำหนดไว้ บางอย่างผลอาจเห็นตามหลังมา ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเราไม่มีทิศทางในการพัฒนาผ้าที่ชัดเจนเลย พอมีโครงการนี้ก็เหมือนเป็นแรงสนับสนุนหรือเป็นแกนหลักว่า นับจากนี้เราจะพัฒนาผ้าไทยไปในทิศทางไหน ก็จะช่วยให้เกิดการทำงานที่ง่ายขึ้น อยากให้ใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด เนื่องจากพระองค์หญิงฯ ทรงเอาพระทัยใส่ในทุกรายละเอียดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่ทำงานด้านผ้าหรือทำงานสายออกแบบที่จะเอาไปประยุกต์กับความถนัดของตัวเอง และเกิดประโยชน์ต่อวงการผ้าไทยโดยรวม” ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ กล่าวสรุป


ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link http://book.culture.go.th/ttt2022/mobile/index.html#p=1 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ และสามารถเข้าชมนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ได้ระหว่างวันที่ 21 – 23 มกราคม 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

“SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLORY”


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาเสด็จเป็นประธานในงานเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปีของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์เล่าเรื่องราวเบื้องหลังการรวบรวมภาพแห่งความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปีพ.ศ. 2548 ณ ชั้น 5 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ไปรษณีย์กลางบางรัก


นอกจากภาพความทรงจำอันสวยงามภายในหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ที่ทรงคัดเลือกรูปภาพหลายร้อยภาพอย่างพิถีพิถันด้วยองค์เองเพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ภาพสเก็ตช์ภาพการฟิตติ้งนางแบบภาพเบื้องหลังเวทีภาพถ่ายแคมเปญโฆษณาภาพรันเวย์ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จะนำพาผู้อ่านไปอยู่ในดินแดนของ SIRIVANNAVARI BANGKOK หนังสือเล่มนี้ยังนำเสนอเรื่องราวและเบื้องหลังต่าง ๆ ของแบรนด์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อนอาทิบทสัมภาษณ์ขององค์ดีไซเนอร์และที่มาของสัญลักษณ์นกยูงหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” มีความโดดเด่นด้วยปกสีชมพูฟูเชียอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์อันเหนือระดับขององค์ดีไซเนอร์


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK มีพระดำรัสถึงที่มาของหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ว่า “เริ่มต้นจากการไปร้านหนังสือต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นหนังสือแฟชั่นของแบรนด์ต่าง ๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริง ข้าพเจ้าเคยมีความฝันไว้ว่าอยากมีหนังสือแฟชั่นเป็นของตัวเอง เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของข้าพเจ้าและแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงวันนี้ รวมทั้งตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้มอบโอกาสให้คนในวงการแฟชั่นรุ่นหลัง ๆ ได้ศึกษาเรียนรู้”


ด้วยความที่พระองค์ทรงเริ่มต้นอาชีพในวงการแฟชั่นตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในพระดำริของพระองค์หญิงคุณสมบัติของศิลปินที่ดีต้องประกอบไปด้วย “ศิลปินที่ดีต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นในงาน ตั้งเป้าหมายและทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ มีสปิริต มีการทำงานที่ต่อเนื่อง รวมทั้งต้องมีแพชชั่นในงาน ต้องรู้จริงในงานของตัวเอง รู้จักแก้ปัญหาและมีวินัย รวมทั้งต้องมีเทสต์ที่ดี และรู้เทสต์ของทั่วโลก ทุกวันนี้แม้ว่าโลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย แต่อย่างไรก็ชอบทักษะด้านงานฝีมือซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่เราจะสามารถบอกทีมงานให้ทำตามได้ อีกอย่างคือ ผู้ใหญ่สั่งมาอย่างไร สอนมาอย่างไร ต้องไม่ลืมสิ่งที่พวกเขาสอนมา บุคคลที่เป็นแรงผลักดันพระองค์เดียวและทรงเป็นไอคอนของข้าพเจ้า ก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าทรงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ข้าพเจ้าทูลลาไปเรียนต่อด้านแฟชั่น ที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วกลับมาถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน”


พระองค์หญิงรับสั่งต่อว่า “ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา การสร้างสรรค์แฟชั่นทุกคอลเลคชันมีความยาก ท้าทาย กดดัน แตกต่างกันไป เพราะอยากทำให้ดีที่สุด แต่สำหรับคอลเลคชันที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แบรนด์มากที่สุดคือ HUMAN DNA ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากห่างหายไปจากวงการแฟชั่นร่วมปี และเป็นคอลเลคชันที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด อีกคอลเลคชันที่ชอบคือ SIRIVANNAVARI COUTURE คอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นงานผ้าไทยที่ได้พี่ป้อม (ธีระพันธ์ วรรณรัตน์) มาช่วยให้ไอเดียในการทำผ้าไทยให้ดูเป็นสากลมากขึ้น”


สำหรับสิ่งที่ท้าทายในการทำงานมากที่สุดคือ “เวลา ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะปฏิทินในวงการแฟชั่นเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อต้องพบกับความกดดัน กำลังใจจากทุกคนในทีมเป็นสิ่งสำคัญ หรือเวลามีเรื่องเครียด ถ้ามีเวลาก็จะไปพักผ่อนสมองที่ทะเลแล้วค่อยกลับมาลุยงานใหม่ เพราะถ้าเรากดดันมาก ๆ ก็จะทำให้ลูกน้องเครียดตามไปด้วย”
ส่วนที่มาของสัญลักษณ์นกยูงซึ่งถือเป็นโลโก้ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK นั้น พระองค์รับสั่งว่า เป็นผลงานที่สเกตช์ไว้ตั้งแต่สมัยที่ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งนกยูงเป็นสัตว์ที่มีความสง่างาม แข็งแกร่ง รวมทั้งมีความเป็นนักสู้ และจากรูปสเกตช์ในวันนั้น ก็พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นโลโก้ของแบรนด์ในที่สุด


ด้วยความตั้งพระทัยในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป และผู้ที่รักในแฟชั่น รวมทั้งส่งผ่านประสบการณ์ในวงการแฟชั่นที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 16 ปี ผ่านหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” องค์ดีไซเนอร์พระราชทานข้อคิดให้แก่บุคคลที่มองพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ว่า “อย่างแรกคือ ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ใจชอบหรือไม่ ถ้าเกิดเจอปัญหา หรือทุกข์เมื่อไหร่ แต่ทุกข์แล้วยังมีความสุข แสดงว่าเราชอบสิ่งนั้นจริง และต้องพร้อมรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบ รู้จักยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ ที่สำคัญคือ ยึดความเป็น Identity (ตัวตน) และอย่าลืมพัฒนาตัวเอง ทั้งสมอง มือ ใจ หรือแม้กระทั่งตาของตัวเอง เมื่อฝึกตัวเราแล้ว ก็จะสามารถชนะคู่แข่งได้
“ข้าพเจ้ามองว่า แฟชั่นคือ ความสนุก สดใส แพชชั่น เทสต์ และเป็นการทดลองที่ต้องมูฟออนและยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่อยากบอกน้องๆ ทุกคน ก็คือ ถ้าอยากที่จะเข้ามาในวงการนี้  อยากให้ชอบวงการนี้จริงๆ ชอบอย่างที่เรียกว่า เขาจะอยู่กับเราไปจนตาย และอย่าลืมคนที่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังเราว่ามีใครบ้าง” 

ทั้งนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 16 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOKสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญาได้ทรงนำซิลูเอทของกระเป๋าคลัทช์ เรซิน ประดับโลโก้นกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยทรงนำมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นของที่ระลึกลิมิเต็ดอิดิชั่นในวาระสุดพิเศษนี้


สำหรับความพิเศษของกระเป๋ารุ่นนี้ นอกจากผสมผสานด้วยวัสดุ 3 ชนิดได้แก่ ผ้าไหมส่วนพระองค์ หนัง และเรซิ่น แล้วยังมีวิธีการทำที่ซับซ้อนและเป็นงานคราฟต์ที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การนำผ้าไหมส่วนพระองค์มาจับพลีท จากนั้นขึ้นเดรฟและกลึงลายด้วยมือ โดยช่างฝีมือชั้นครู รวมถึงการสร้างความพลิ้วไหวในชิ้นเรซิ่นล้อไปกับสีสันเพื่อชูลวดลายผ้าไหมให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น จากนั้นเดินทางสู่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยการตัดเย็บโดยช่างเฉพาะทางที่ทุ่มเทประสบการณ์ผ่านฝีจักรและเทคนิคจนออกมาเป็นกระเป๋ารุ่นนี้เพื่อฉลองครบรอบ 16 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARIBANGKOK โดยจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

หนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY มีจัดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ดังนี้
Line Official : @sirivannavari_shop
Instagram :Sirivannavari Bangkok
Facebook :Sirivannavari Bangkok
www.sirivannavari.com
www.asiabooks.com
https://thailand.kinokuniya.com



“ผ้าลายขอเจ้าฟ้าฯ” สร้างมูลค่าหลายพันล้านให้ชุมชน โดยฝีมือศิลปินช่างทอผ้าของไทย

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้สนองแนวพระดำริ ผ่าน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” จัดกิจกรรมโครงการประกวดผ้าลายขอพระราชทานฯ และจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 ครั้ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานการทอผ้า

รวมทั้งสร้างศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ของไทย โดยนำทีมกรรมการและที่ปรึกษาโครงการฯลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นำทีมที่ปรึกษาและกรรมการโครงการฯ พบปะศิลปินช่างทอผ้าจาก 3 จังหวัดอีสานตอนกลาง ได้แก่ สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร มีนายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและประธานกรรมการการตัดสินในระดับภูมิภาค นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ได้ร่วมชี้แจง กติกาสำคัญ รางวัล และกำหนดการโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ตลอดจนมีการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การย้อมสีธรรมชาติไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน” และ “การเข็นฝ้ายแบบโบราณ” โดยเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ในการอบรมยังมีศิลปินช่างทอผ้ารุ่นเก่าของสกลนคร ที่ส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติและผลิตผ้าครามได้เข้าร่วมอบรม ศิลปินช่างทอผ้าจากบ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่แรกที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งผ้าไหมมัดหมี่ ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในปี 2513 ซึ่งศิลปินช่างทอผ้าของบ้านท่าเรือที่เคยเป็นผู้ชนะเลิศโครงการประกวดทอผ้าของโครงการศิลปาชีพฯ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมกับแสดงความดีใจที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฟื้นฟูโครงการประกวดผ้าขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งที่ 2 จัดขึ้น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 มีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และคณะกรรมการได้เดินทางไปพบศิลปินช่างทอผ้าที่บ้านโคกล่าม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากศิลปินช่างทอผ้าในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิ สกลนคร ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง“ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยนายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้กประเทศไทย เรื่อง “คอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัย” โดยนายพลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง ASAVA Group และนายสธน ตันตราภรณ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เรื่อง “คุณภาพเส้นใย ไหมพันธุ์ไทย ฝ้ายพื้นเมือง” โดยนายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH  และเรื่อง “การสร้าง Story Telling และ Packaging” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน และ ดร.กรกลด คำสุข จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำหรับบ้านโคกล่ามเป็นหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติที่ยังใช้ไม้มงคลในการย้อมผ้าอย่างขนุน คูน ยอ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ มีศิลปินช่างทอผ้าเข้ามาร่วมรับฟังจากหลายจังหวัด ดังนั้นคณะกรรมการโครงการประกวดฯ จึงเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นในการมองหาศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ที่สืบสานองค์ความรู้การทอผ้าไทยให้สืบต่อไป

ส่วนการอบรมครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ บ้านหัวฝาย อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนายสมศักดิ์ จังตระกูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้เกียริติเป็นประธานในพิธีเปิด มีศิลปินช่างทอผ้าจากจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และชัยภูมิเข้าร่วม สำหรับจังหวัดขอนแก่นได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของการทอผ้าในประเทศไทย ที่สร้างมูลค่าให้แก่การทอผ้าได้หลายพันล้านบาทต่อปี มีผู้เชี่ยวชาญและศิลปินช่างทอฝีมือดีหลายคนที่เคยส่งผ้าเข้าประกวดในโครงการศิลปาชีพฯ ซึ่งบางคนได้เลิกทอผ้าไปแล้วในปัจจุบัน แต่มีความกระตือรือร้นที่กลับมาทอผ้าส่งเข้าประกวดอีกครั้ง

       ในการอบรมทั้ง 3 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างมาก มีการตั้งคำถามและนำผ้าทอตัวอย่างมาให้ชม พร้อมทั้งเล่าถึงความตั้งใจในการทอผ้าเพื่อส่งเข้าประกวด ศิลปินช่างทอผ้าหลายคนมีความมุ่งหวังที่จะคว้ารางวัลชนะเลิศเมื่อทราบว่า รางวัลชนะเลิศเป็นเหรียญทองที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาจะพระราชทานแก่ผู้ชนะการประกวดในพิธีเปิดงาน OTOP CITY ประจำปีนี้ และออกแบบโดยนายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินวาดภาพผู้มีชื่อเสียง

       ทั้งนี้ผู้สนใจส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวด สามารถส่งใบสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 และสามารถส่งผ้าเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 โดยโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ จะดำเนินการตัดสินตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชน ทุกจังหวัด หรือที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หรือติดต่อได้ที่เพจ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยหากมีคำถามหรือต้องการจะแสดงรูปผลงานผ้าทอ โปรดใส่แฮชแท็ก #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #phathaisaihaisanook นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มช่องทางติดต่อทาง LINE Official Account “@saihaisanook” และทาง QR Code ที่เห็นนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่ จังหวัดลำพูน อุทัยธานี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข้อมูลได้จากเพจดังกล่าว

เตรียมพบกับคอลเล็กชั่น AUTUMN/WINTER 2020-2021 จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI พฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงพร้อมจัดแฟชั่นโชว์เผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ AUTUMN/WINTER 2020-2021 อย่างเต็มรูปแบบในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมศกนี้ 

คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาล AUTUMN/WINTER 2020-2021 ของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” และ S’ HOMME มีกลิ่นอายของสไตล์แห่งยุค 90s ผสมผสานกับสตรีตสไตล์ตามแบบฉบับของโมเดิร์นปารีเซียน อีกทั้งยังต้องการให้ผู้สวมใส่สนุกสนานไปกับการมิกซ์แมทช์ในชีวิตประจำวันในช่วงฤดูหนาว ซึ่งโดดเด่นด้วยเสื้อแจ็กเกตทวีตประดับโซ่ ภายใต้เฉดสีเอิร์ธโทนเรียบโก้ที่ผสมด้วยสีนีออนอันฉูดฉาด โดยคอลเลคชั่นทรงออกแบบล่าสุดนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นนานาชนิดอย่างครบครัน อาทิ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับ และจิวเวลรี่ สำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาล AUTUMN/WINTER 2020-2021 ของแบรนด์“SIRIVANNAVARI” ได้แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคมศกนี้ เวลา 19:00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศ ที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ณ. อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อทรงเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ แพทยสภา คณะผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อพระราชทานขวัญและกำลังพระทัย รวมถึง หน้ากากผ้าและเจลแอลกอฮอล์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkok และน้ำยาฆ่าเชื้อ ให้แก่กลุ่มผู้แทนแพทย์พยาบาลเพื่อกระจายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขาดแคลนเวชภัณฑ์ดังกล่าว

โดยมี ศ.เกียรติคุณ พญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ (นายกแพทยสภา) ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) รศ.นพ.นิพนธ์ เขมะเพชร (รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายสนับสนุนบริการ) และ น.ส.เฉลาศรี เสงี่ยม (หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) เป็นผู้เข้าเฝ้ารับเสด็จ

ตอนหนึ่งของพระราชดำรัสในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในระหว่างการเสด็จเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาล มีใจความว่า “ข้าพเจ้าดีใจที่ได้มาเยี่ยมแพทย์พยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวันนี้ และข้าพเจ้าต้องขอแสดงความขอบคุณแก่แพทย์พยาบาลทุกท่านของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมไปถึงแพทย์พยาบาลจากทั่วประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 สืบเนื่องจากการที่ข้าพเจ้าได้มอบเวชภัณฑ์ให้แก่กระทรวงสาธาณสุขไปเมื่อครั้งที่แล้ว ข้าพเจ้าได้รับรายงานจากทางกระทรวงว่า เวชภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยังแพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆที่ขาดแคลนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยดำเนินการเพื่อให้แพทย์พยาบาลได้มีอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสว่า “นอกจากนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมแก่แพทยสมาคมในโครงการ “นักรบเสื้อขาวสู้ภัยCOVID-19” ที่ข้าพเจ้าร่วมสมทบทุน เพื่อจัดหาความคุ้มครองชีวิตให้แพทย์พยาบาล ได้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และยังขยายผลในการจัดหาความคุ้มครองชีวิตไปยังบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาอื่นๆอีกด้วย ที่ต้องร่วมเป็นผู้ดูแลคนไข้โรคโควิด-19นอกเหนือจากแพทย์และพยาบาล ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของการติดเชื้อโรคโควิด-19 จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้ทุกท่านอย่าพึ่งชะล่าใจ อย่าประมาทในการต่อสู้กับโรคนี้ ข้าพเจ้าตระหนักเป็นอย่างดีว่า โรงพยาบาลทั่วประเทศยังคงขาดแคลนเวชภัณฑ์หลายอย่าง ดังนั้นในวันนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องการที่จะมอบหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากแบรนด์SIRIVANNAVARI Bangkok รวมไปถึงน้ำยาฆ่าเชื้อเพิ่มให้แก่ทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อที่จะกระจายต่อให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ”

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเวชภัณฑ์ต่างๆให้แก่กลุ่มผู้แทนแพทย์พยาบาลเพื่อจะกระจายให้แก่แพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศที่ขาดแคลน ตามรายการดังต่อไปนี้

  1. พระราชทานหน้ากากผ้า โดยตัดเย็บจากจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkokโดยมี  ศ.เกียรติคุณ พ.ญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ (นายกแพทยสภา) เป็นผู้รับพระราชทาน
  2. พระราชทานเจลแอลกอฮออล์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkokโดยมี ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) เป็นผู้รับพระราชทาน
  3. พระราชทานน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) เป็นผู้รับพระราชทาน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสปิดท้ายว่า “ข้าพเจ้าทราบมาว่า มากกว่าครึ่งของ 10 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดนั้นมาอยู่ทางภาคใต้ ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนทางภาคใต้ และคงต้องขอความร่วมมือจากแพทย์พยาบาลและผู้บริหารราชการทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้ความดูแลสถานการณ์โควิด-19ที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงมีความประสงค์ที่จะมอบเวชภัณฑ์ต่างๆเพิ่มไปให้แก่โรงพยาบาลทางภาคใต้ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะมีการส่งมอบในเร็วๆนี้สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีกไม่นานนี้ ประเทศไทยจะชนะในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยแรงกายแรงใจของเหล่าแพทย์พยาบาลทุกท่าน ข้าพเจ้าจึงขออวยพรให้แพทย์พยาบาล และบุคลาการทางการแพทย์ทุกท่านมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ด้วยร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ อีกทั้งมีสติที่มั่นคง เพื่อการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยทุกท่าน ”

SIRIVANNAVARI เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นทรงออกแบบสปริง/ซัมเมอร์ 2019

เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลคชั่นทรงออกแบบสปริง/ซัมเมอร์ 2019 โดยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม ศกนี้ เวลา 19:00 น. ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน #sirivannavariSS2019

The #sirivannavariSS2019 show by HRH Princess Sirivannavari Nariratana will be on Thursday, March 14, at Royal Paragon Hall, Siam Paragon. Watch live on Facebook SIRIVANNAVARI Bangkok

สามารถติดตามชมไลฟ์ได้ทาง Facebook Sirivannavari Bangkok