Posts

Audemars Piguet Royal Oak Offshore คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่เป็นเรือนเวลาในฝันของหลายๆคนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) แบรนด์เรือนเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เผยโฉมนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง โครโนกราฟ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร 2 โมเดลใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4404 ซึ่งเป็นกลไกฟลายแบ็กโครโนกราฟใหม่ล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์

โดยครั้งนี้ได้นำเสนอตัวเรือนที่รังสรรค์จากวัสดุที่ทนทานอย่างไทเทเนียมและสเตนเลส สตีล ซึ่งมาพร้อมหน้าปัดลวดลาย เมก้า ทาพิสเซอรี่  ในโทนสีสดใสอย่างฟ้าอ่อนและสีเขียวกากี พร้อมสายนาฬิกายางปั๊มลายในโทนสีเดียวกัน ที่สามารถถอดเปลี่ยนและสลับสายได้อย่างสะดวกสบาย หน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่เพื่อการบอกเวลาที่ชัดเจนขึ้น โดยเรือนเวลาใหม่ 2 โมเดลที่ถูกออกแบบเพื่อการผจญภัยสุดท้าทายนี้จะถูกวางจำหน่ายอย่างเอ็กคลูซีฟในบูติกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ทั่วโลก

นอกจาก 2 โมเดลที่กล่าวไป โอเดอมาร์ ปิเกต์ยังนำเสนอเรือนเวลาที่พัฒนาจาก รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นดั้งเดิมในปี 1993 สร้างสรรค์ด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน ได้แก่ สเตนเลส สตีล  ไทเทเนียม และพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ถึงแม้จะคงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญของนาฬิการุ่นดั้งเดิม 

ทว่าเรือนเวลาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรทั้ง 3 เรือนนี้มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ คาลิเบอร์ล่าสุดจากโอเดอมาร์ ปิเกต์ รวมถึงระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์หน้าปัดเล็กน้อย พร้อมยังนำฝาหลังแซฟไฟร์กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อนำเสนอกลไกโครโนกราฟซึ่งรังสรรค์อย่างประณีต

ต่อด้วย 5 โมเดลใหม่ในรุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ บนขนาดหน้าปัด 43 มิลลิเมตร พร้อมตัวเรือนรังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียม พิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต และสเตนเลส สตีล  ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นการปรับดีไซน์ใหม่ครั้งแรกของรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ นับตั้งแต่คอลเลคชันขนาดหน้าปัด 44 มิลลิเมตรที่ลอนช์ในช่วงต้นทศวรรษ 2000s

 แม้จะยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์แบบดั้งเดิมไว้ แต่นาฬิกาโมเดลนี้ได้ถูกปรับดีไซน์เพื่อความสวยงามและตอบรับกับสรีระช้อมือของผู้สวมใส่ พร้อมขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4401 ซึ่งเป็นกลฟลายแบ็กไกโครโนกราฟนอกจากนี้ นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ขนาดหน้าปัด 43 มิลลิเมตรเรือนนี้ยังใช้ระบบถอดเปลี่ยนสายที่ให้ผู้สวมใส่ สามารถเปลี่ยนสายนาฬิกาได้เองอย่างง่ายดาย

ชมคอลเลคชั่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ได้ที่ AP House Bangkok ชั้น 4 เกษร ทาวเวอร์ โทร. 02-108-630

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิกาโมเดลใหม่ล่าสุด Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ที่ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4404 กลไกโครโนกราฟที่แฟนๆหลงใหล!

โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เผยโฉมนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง โครโนกราฟ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร 2 โมเดลใหม่ พร้อมขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4404 ซึ่งเป็นกลไกฟลายแบ็กโครโนกราฟ (Flyback Chronograph) ใหม่ล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ โดยในครั้งนี้ได้นำเสนอตัวเรือนที่รังสรรค์จากไทเทเนียม (Titanium) ทนทานเป็นพิเศษและสเตนเลส สตีล (Stainless steel) ซึ่งมาช่วยเติมเต็มความสวยงามของหน้าปัดลวดลาย “เมก้า ทาพิสเซอรี่” (Méga Tapisserie) ในโทนสีฟ้าอ่อนและสีเขียวกากี มาพร้อมสายนาฬิกายางปั๊มลายในโทนสีเดียวกัน ที่สามารถถอดเปลี่ยนสายแบบใหม่ หน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่เพื่อการบอกเวลาที่ชัดเจนขึ้น โดยเรือนเวลาใหม่ 2 โมเดลที่ถูกออกแบบที่เพื่อการผจญภัยสุดท้าทายนี้จะถูกวางจำหน่ายอย่างเอ็กคลูซีฟในบูติกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ทั่วโลก

กลไกฟลายแบ็กโครโนกราฟเพื่อการทำงานที่แม่นยำที่สุด

นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ โมเดลใหม่ 2 เรือนนี้ ขับเคลื่อนด้วยกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้งใหม่ล่าสุด
คาลิเบอร์ 4404 ที่มีระบบคอลัมน์ วีล (Column wheel) และฟังก์ชันฟลายแบ็กที่แตกต่างจากกลไกโครโนกราฟทั่วไปที่ผู้สวมใส่สามารถหยุด รีเซ็ต และเริ่มต้นจับเวลาใหม่ได้ในครั้งเดียว โดยคอลัมน์วีลจะทำงานร่วมกับคลัตช์แนวตั้ง (Vertical Clutch) เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เข็มนาฬิกามีการกระโดดเมื่อกลไกโครโนกราฟเริ่มหรือหยุดการจับเวลา ส่วนของปุ่มกดจับเวลายังถูกพัฒนาให้กดง่ายและนิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีกลไกการรีเซ็ตเป็นศูนย์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรยังช่วยให้มั่นใจได้ว่า เข็มจับเวลาบนหน้าปัดย่อยแต่ละเข็มจะรีเซ็ตเป็นกลับไปที่ศูนย์ได้อย่างไม่ติดขัด

ฝาหลังแซฟไฟร์ของนาฬิกาเรือนนี้ยังเผยให้เห็นกลไกการทำงานภายใน ทั้งส่วนของคอลัมน์วีล และค้อนโครโนกราฟ* ที่มีการเคลื่อนไหวเมื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นการจับเวลา รวมไปถึงชิ้นส่วนของ Oscillating Weight พิ้งค์โกลด์ 22 กะรัตที่มีอักษรย่อ AP สลักอยู่ พร้อมตกแต่งด้วยรายละเอียดสุดละเมียดละไมด้วยมือ ไม่ว่าจะเป็นลายวงกลมวน “โกตส์ เดอ เฌอแนฟ” (Côtes de Genève) เทคนิคการขัดแบบซาติน และการขัดลบมุม

ระบบถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาที่มาพร้อมความสะดวกสบายและปลอดภัย

นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ เซลฟ์ ไวนด์ดิ้ง โครโนกราฟ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเองจากโอเดอมาร์ ปิเกต์ โดยกลไกการเปลี่ยนสายถูกออกแบบไว้กับหมุดและและตัวล็อกบนตัวเรือนโดยตรง ซึ่งกลมกลืนไปกับดีไซน์ของตัวเรือนนาฬิกา

ความสะดวกสบายแต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพในการใช้งานของระบบถอดเปลี่ยนสายนี้ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนสายและหัวเข็มขัดของนาฬิกาได้ด้วยตนเอง โดยการกดปุ่มคลิกเพื่อปลดสายออก ซึ่งจะต้องใช้การกด 2 ครั้งเพื่อปลดหรือล็อกสายเพื่อเพิ่มความแน่นหนาปลอดภัยทุกครั้งที่สวมใส่

นาฬิกาทั้ง 2 เรือนนี้มาพร้อมสายยางในเฉดสีฟ้าและสีเขียวกากี ซึ่งแมตช์กับสีของหน้าปัดนาฬิกาของทั้งสองโมเดล มาพร้อมสายสำรองหนังลูกวัวสีดำที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาสายยางสีน้ำเงินและสีดำให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

ผสานความแข็งแกร่งเข้ากับรายละเอียดอันพิถีพิถัน

นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นนี้นำเสนอตัวเรือน 2 วัสดุ ได้แก่ สเตนเลส สตีล และไทเทเนียม โดยทั้งคู่มาพร้อมเม็ดมะยมและปุ่มกดเซรามิกสีดำและถูกเก็บรายละเอียดอย่างพิถีพิถันด้วยมือ ทั้งเทคนิคการขัดลายซาตินและและการขัดลบเหลี่ยมมุมด้วยที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์

เรือนสเตนเลส สตีลนำเสนอหน้าปัดสีฟ้าอ่อนลวดลาย “เมก้า ทาพิสเซอรี่” ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในคอลเลกชั่นของรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ในปี 2001 พร้อมกับหน้าปัดย่อยโครโนกราฟและขอบตัวเรียนด้านในสีดำ เพิ่มสีสันสดใสด้วยสีส้มของตัวเลขอาราบิกบนหน้าปัดย่อยและเข็มวินาที ในขณะนาฬิกาเรือนไทเทเนียมนำเสนอหน้าปัดลาย “เมก้า ทาพิสเซอรี่” ในสีเขียวกากีที่เข้ากันกับขอบตัวเรือนด้านในเฉดสีเดียวกัน โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดย่อยสีเงินประกอบกับเครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงสีดำ ตัวเลขอารบิก และเข็มจับเวลาสีดำ

นอกเหนือจากการนำเสนอสีสันใหม่ๆ แล้ว เรือนเวลารุ่นนี้ยังเพิ่มรายละเอียดโลโก้ที่ถูกปรับใหม่ โดยอักษรย่อ AP ถูกนำมาจัดวางไว้ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาโดยไม่มีโลโก้ชื่อเต็มของแบรนด์เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับนาฬิกา

แม้ว่านาฬิกาทั้ง 2 เรือนจะยังคงรักษาการจัดวางหน้าปัดย่อยในแนวตั้งของนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์แบบดั้งเดิมไว้ แต่ได้มีการสลับตำแหน่งของหน้าปัดย่อยชั่วโมงและวินาที โดยนำหน้าปัดชั่วโมงอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และหน้าปัดวินาทีจะถูกจัดวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา แต่ยังคงหน้าปัดนาทีไว้ที่
9 นาฬิกาเช่นเดิม นอกจากนี้หน้าปัดย่อยทั้งหมดจะถูกจัดวางให้ห่างจากจุดศูนย์กลางของหน้าปัดเพื่อให้ดีไซน์ภาพรวมของหน้าปัดดูน่าสนใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการใช้กระจกขยายในช่องแสดงวันที่ที่ติดตั้งอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาเพื่อให้มองเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นอีกด้วย

เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและตัวเลขอารบิกถูกรังสรรค์ด้วยไวท์โกลด์ รวมถึงเข็มนาฬิการอยัล โอ๊ค จากไวท์โกลด์ที่เคลือบสารเรืองแสง ช่วยเติมเต็มรายละเอียดของดีไซน์นาฬิกาทั้งสองเรือนให้สอดคล้องไปกับสีของตัวเรือนได้อย่างลงตัว

รายละเอียดด้านเทคนิค นาฬิการุ่น Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph C:\Users\rlertpongwipusana\AppData\Local\Microsoft\Windows\INetCache\Content.Word\ROO_26238TI-OO-A056CA-01_SDT_JPEG.jpeg

ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร

26238TI.OO.A056CA.01

ฟังก์ชั่น

กลไกจับเวลาฟลายแบ็ก กลไกแสดงชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมแสดงวันที่

ตัวเรือน

ตัวเรือนและขอบตัวเรือนไทเทเนียม กระจกแซฟไฟร์ ฝาหลังแซฟไฟร์  ปุ่มกดและเม็ดมะยมแบบสกรูล็อกยางสีดำ กรอบปุ่มกดไทเทเนียม 

กันน้ำ 100 เมตร

หน้าปัด

หน้าปัดสีเขียวกากี ลายเมก้า ทาพิสเซอรี (Méga Tapisserie) หน้าปัดย่อยสำหรับการจับเวลาสีเงิน

ตัวเลขอารบิกไวท์โกลด์ เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงไวท์โกลด์ 

เข็มนาฬิกา Royal Oak ไวท์โกลด์เรืองแสง ขอบตัวเรือนด้านในสีเขียวกากี

สายนาฬิกา

สายนาฬิกายางสีเขียวกากี สามารถถอดเปลี่ยนสายได้เอง

สายสำรองหนังลูกวัวสีดำ

รายละเอียดเกี่ยวกับกลไกการทำงาน

กลไกการทำงานออโตเมติก คาลิเบอร์ 4404

เส้นผ่านศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร

ความหนา 7.93 มิลลิเมตร

จำนวนชิ้นส่วน 433

จำนวนอัญมณี 40

การันตีการกักเก็บพลังงานขั้นต่ำ 70 ชั่วโมง

ความถี่ของ Balance Wheel 4Hz (28,800 ครั้ง/ชั่วโมง)

เรียบเรียง rhunrun

รายละเอียดด้านเทคนิค นาฬิการุ่น Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph 

ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร

26238ST.OO.A340CA.01

ฟังก์ชั่น

กลไกจับเวลาฟลายแบ็ก กลไกแสดงชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมแสดงวันที่

ตัวเรือน

ตัวเรือนและขอบตัวเรือนสเตนเลส สตีล กระจกแซฟไฟร์ ฝาหลังแซฟไฟร์ 

ปุ่มกดและเม็ดมะยมแบบสกรูล็อกยางสีดำ กรอบปุ่มกดสเตนเลส สตีล 

กันน้ำ 100 เมตร

หน้าปัด

หน้าปัดสีฟ้า ลายเมก้า ทาพิสเซอรี (Méga Tapisserie) หน้าปัดย่อยสำหรับจับเวลาสีดำ ตัวเลขอารบิกไวท์โกลด์ เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงไวท์โกลด์ 

เข็มนาฬิกา Royal Oak ไวท์โกลด์เรืองแสง ขอบตัวเรือนด้านในสีดำ

สายนาฬิกา

สายนาฬิกายางสีฟ้า สามารถถอดเปลี่ยนสายได้เอง

สายสำรองหนังลูกวัวสีดำ

รายละเอียดเกี่ยวกับกลไกการทำงาน

กลไกการทำงานออโตเมติก คาลิเบอร์ 4404

เส้นผ่านศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร

ความหนา 7.93 มิลลิเมตร

จำนวนชิ้นส่วน 433

จำนวนอัญมณี 40

การันตีการกักเก็บพลังงานขั้นต่ำ 70 ชั่วโมง

ความถี่ของ Balance Wheel 4Hz (28,800 ครั้ง/ชั่วโมง)

เรียบเรียง rhunrun

Audemars Piguet เรือนเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เผยเฉดสีเขียวใหม่บน Royal Oak

โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เผยโฉมเหล่าโมเดลใหม่ของนาฬิกาข้อมือจากคอลเลคชั่นรอยัล โอ๊ค (Royal Oak) ที่มาพร้อมหน้าปัดใหม่ในโทนสีเขียว โดยในครั้งนี้โอเดอมาร์ ปิเกต์ยังได้นำเสนอรอยัล โอ๊ค จัมโบ้ เอ็กซ์ตร้า ธิน (Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin) ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแพลทินัม 950 ซึ่งมาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวสโมคกรีนในเทคนิค


ซันเบิร์สท (Sunburst) และพิเศษยิ่งขึ้นกับรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นอย่างรอยัล โอ๊ค เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง โครโนกราฟ (Royal Oak Selfwinding Chronograph) ตัวเรือนผลิตจากเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัตที่เข้ากันเป็นอย่างดีกับหน้าปัดสีเขียวลวดลายกรองด์ ทาพิสเซอรี (Grande Tapisserie) อีกทั้งในคอลเลคชั่นนาฬิกาหน้าปัดโทนสีเขียวนี้ยังได้นำเสนอเรือนเวลา อีก 3 โมเดลใหม่ ในรุ่นรอยัล โอ๊ค เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายอิ้ง ทูร์บิญอง (Royal Oak Selfwinding Flying Tourbillon) ผลิตจากวัสดุหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพิ้งค์โกลด์ (Pink gold) หรือไทเทเนียม(Titanium) ที่เข้ากับเฉดสีเขียวสุดโดดเด่นบนหน้าปัดได้อย่างลงตัว

ในช่วงปี 1970 โอเดอมาร์ ปิเกต์เริ่มต้นการเพิ่มสีสันบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยอัญมณี ไม่ว่าจะเป็นโทนสีน้ำตาล สีเขียว และสีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเจเนอเรชันใหม่ที่ทั้งโดดเด่นและเปี่ยมชีวิตชีวาในช่วงปี 1990 และนับแต่นั้นเป็นต้นมาโอเดอมาร์ ปิเกต์จึงพัฒนาหน้าปัดสีสันต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงปี 1970 โอเดอมาร์ ปิเกต์เริ่มต้นการเพิ่มสีสันบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยอัญมณี ไม่ว่าจะเป็นโทนสีน้ำตาล สีเขียว และสีน้ำเงิน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเจเนอเรชันใหม่ที่ทั้งโดดเด่นและเปี่ยมชีวิตชีวาในช่วงปี 1990 และนับแต่นั้นเป็นต้นมาโอเดอมาร์ ปิเกต์จึงพัฒนาหน้าปัดสีสันต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน

ROYAL OAK “JUMBO” EXTRA-THIN

รอยัล โอ๊ค จัมโบ้ ขนาดหน้าปัด 39 มิลลิเมตร มาพร้อมตัวเรือนและสายนาฬิกาแพลทินัม 950 โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวสโมคกรีนลายซันเบิร์สท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ที่นำหน้าปัดนี้มาใช้ในคอลเลกชั่น 15202 และด้วยความหนาเพียง 8.1 มิลลิเมตรยิ่งเน้นย้ำถึงความเรียวบางของตัวเรือนเวลารุ่นนี้

เครื่องหมายบอกชั่วโมงถูกรังสรรค์ขึ้นจากไวท์โกลด์ และเข็มนาฬิกามาพร้อมวัสดุเคลือบสีเรืองแสงที่ทำให้สามารถอ่านเวลาได้ง่ายเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีแสงน้อย โลโก้ Audemars Piguet ถูกวางไว้ใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา พร้อมกับอักษรย่อ AP ที่ถูกวางไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาตามแบบฉบับของรุ่นจัมโบ้

หัวใจสำคัญของนาฬิกาเรือนนี้คือกลไกออโตเมติก คาลิเบอร์ 2121 ประกอบกับ Oscillating Weight ที่ผลิตจากทองคำ 22 กะรัต พร้อมด้วยกลไกการบอกเวลาแบบชั่วโมง นาที และวันที่ นาฬิกาสุดพิเศษเรือนนี้มีวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ เอพี เฮ้าส์ (AP House) เท่านั้น

ROYAL OAK SELFWINDING FLYING TOURBILLON

โอเดอมาร์ ปิเกต์สานต่อชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่มีกลไกสุดซับซ้อนและพิถีพิถัน ด้วยการนำเสนอรอยัล โอ๊ค เซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายอิ้ง ทูร์บิญอง 3 รุ่นใหม่ที่เผยให้เห็นความสามารถและพรสวรรค์ของช่างฝีมือของโอเดอมาร์ ปิเกต์  ที่สร้างสรรค์นาฬิกาด้วยมือจนถึงรายละเอียดสุดท้าย แต่ละเรือนมีหน้าปัดขนาด 41 มิลลิเมตร ที่ออกแบบหน้าปัดด้วยลายทาพิสเซอรีสีเขียวและลายซันเบิร์สท โดยทุกโมเดลมาพร้อมคาลิเบอร์ 2950 ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลไกฟลายอิ้ง ทูร์บิญอง
เจเนอเรชั่นล่าสุดของของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ซึ่งต่างกับกลไกทูร์บิญองทั่วไปตรงที่การออกแบบให้มีพื้นที่ระหว่างบริดจ์ส่วนบนเพื่อให้มองเห็นมูฟเม้นท์ของกลไกและชิ้นส่วนอื่นๆ ด้านในได้อย่างชัดเจน

ในโมเดลแรกของคอลเลกชั่นนี้นั้น เป็นนาฬิกาเอ็กซ์คลูซีฟที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือนเท่านั้น โดยทั้งตัวเรือน และเข็มบอกเวลา ผลิตอย่างปราณีตจากพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต 

สำหรับเรือนที่สอง เป็นโมเดลพิเศษมีจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน โดยนาฬิกาทั้งเรือนถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยไทเทเนียม

และโมเดลที่สามนั้น มีจำนวนจำกัดเพียง 15 เรือนเท่านั้น ด้วยการออกแบบเรือนเวลาที่ผสมผสานไทเทเนียมบนตัวเรือนเข้ากับขอบตัวเรือนที่ผลิตด้วยไวท์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมกับประดับด้วยมรกตเจียระไนทรงเหลี่ยม จำนวน 32 เม็ด ที่มีน้ำหนักถึง 2.41 กะรัต

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

โดยนำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยช่างฝีมือทั้งหมด ซึ่งเฉดสีเขียวสดของมรกตช่วยเน้นความงดงามของลวดลายทาพิสเซอรีบนหน้าปัดให้
ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งยังเพิ่มความน่าสนใจเมื่อเรือนเวลากระทบกับแสง โดยทั้งสองโมเดลนี้ใช้ไวท์โกลด์ ในการสร้างสรรค์เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาเคลือบวัสดุเรืองแสงพร้อมความหรูหราของสายนาฬิกาไทเทเนียม

Wakanda Forever! Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิกาซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล กับนาฬิการุ่น Royal Oak Concept “Black Panther” Flying Tourbillon สุดลิมิเต็ดเพียง 250 เรือน!

หลังจากการประกาศพาร์ทเนอร์ชิพอย่างเป็นทางการกับมาร์เวล เอนเตอร์เทนเมนท์ (Marvel Entertainment) โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมแล้วที่จะเผยโฉมนาฬิกาเรือนแรกในซีรีส์นาฬิกาซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล กับนาฬิการุ่น รอยัล โอ๊ค คอนเซปท์ “แบล็ค แพนเธอร์” ฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง (Royal Oak Concept “Black Panther” Flying Tourbillon) ลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ผลิตเพียง 250 เรือน ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาจากคาแรคเตอร์ในตำนานเพื่อยกย่องซูเปอร์ฮีโร่เจเนอเรชันใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก จึงเป็นที่มาให้โอเดอมาร์ ปิเกต์เลือกความแข็งแกร่งและทรงพลังของตัวละครในจักรวาลมาร์เวล และเลือกเปิดตัวนาฬิกาเรือนแรกด้วยคาแรคเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับโอเดอมาร์ ปิเกต์ อย่าง แบล็ค แพนเธอร์ (Black Panther) ที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ของครอบครัว รวมไปถึงการผสมผสานระหว่างขนบธรรมเนียมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากันอย่างลงตัว

ในการสร้างสรรค์นาฬิการอยัล โอ๊ค คอนเซปท์ “แบล็ค แพนเธอร์” ฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง นั้น
โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้เน้นถึงรากฐานของแบรนด์ทั้งในด้านความพิถีพิถันของงานฝีมือแบบดั้งเดิมและความล้ำสมัยของเทคโนโลยีแห่งอนาคต กลั่นเอาความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ กลายเป็นนาฬิกาที่มีกลไกอันซับซ้อน นาฬิกาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรเรือนนี้บอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของโอเดอมาร์ ปิเกต์ในด้านของความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งในแง่ของการดีไซน์ รวมถึงการที่แบรนด์มักจะเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมใหม่ๆ และเพราะการที่แบรนด์ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ จึงเป็นเหตุผลให้โอเดอมาร์ ปิเกต์ผลักดันและก้าวข้ามขีดจำกัดของการสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมองให้ไกลกว่าการสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง ที่ผสมผสานแรงบันดาลใจจากป๊อปคัลเจอร์และวงการบันเทิง

ตัวเรือนล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยี ด้วยแรงบันดาลใจจากไวเบรเนียม

นาฬิกาเรือนนี้ถูกรังสรรค์ออกมาด้วยดีไซน์แบบฟิวเจอริสติกที่ทำให้ทุกคนนึกถึงชุดที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำของแบล็ค แพนเธอร์ ตัวละครสำคัญอีกหนึ่งตัวจากจักรวาลมาร์เวล ตัวเรือนไทเทเนียมทรงกลมถูกเน้นให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมและเม็ดมะยม
เซรามิกสีดำเพื่อดีไซน์ที่ดูไฮเทค แม้ตัวเซรามิกที่มีความแข็งแรงทนทานจะไม่มีความยืดหยุ่น แต่วัสดุที่มีน้ำหนักเบาชนิดนี้ก็ช่วยขับเน้นรูปทรงโค้งเว้าให้เข้ารับกับรูปทรงของตัวเรือน และหน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตรก็กลมกลืนไปกับสัดส่วนของข้อมือได้อย่างลงตัว

ตัวเรือนที่กันน้ำได้อย่างดีเยี่ยมยังคงใช้ศิลปะการสร้างสรรค์เรือนเวลาแบบดั้งเดิมด้วยงานฝีมือสุดพิถีพิถัน ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำมาพร้อมรายละเอียดของการขัดแบบซาตินและการขัดลบมุมที่เป็นเอกลักษณ์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ เทกซ์เจอร์บนตัวเรือนไทเทเนียม ที่ใช้เทคนิคแซนด์บลาสต์ การขัดลบมุมให้เป็นทรงหกเหลี่ยม และการขัดแบบซาตินเพื่อให้ลุคแบบทูโทนได้อย่างน่าสนใจ ส่วนซีลยางสีม่วงช่วยเสริมสีสันที่มีความสดใสเข้ามาบนตัวเรือนให้โดดเด่นได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของฝาหลังแซฟไฟร์ใช้ทั้งเทคนิคการขัดแบบแซนด์บลาสต์และการขัดแบบซาตินพร้อมเผยให้เห็นกลไกขนาดเล็กอันซับซ้อนภายใน

นาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดนี้มาพร้อมพลังของคาลิเบอร์ 2965 ถือว่าเป็นพัฒนาการล่าสุดของการพัฒนากลไกไขลานที่มาพร้อมฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง ซึ่งโอเดอมาร์ ปิเกต์เปิดตัวออกมาครั้งแรกปี 2018 ในคอลเลกชั่นรอยัล โอ๊ค คอนเซปท์ ดีไซน์ทูโทนร่วมสมัย กรอบแสดงกลไกฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง
แมทช์กับสุนทรียะในการออกแบบของตัวเรือนโดยรวม ส่งเสริมให้กลไกดูมีมิติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ฝาด้านหลังแซฟไฟร์ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มองเข้าไปสำรวจการดีไซน์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้ากับความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือจากอดีต กลไกด้านหลังอย่างบริดจ์ไทเทเนียมรูปทรงเรขาคณิตขัดแบบแซนด์บลาสต์ เคลือบพีวีดีสีดำและเทา เผยให้เห็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของกลไกแห่งอนาคตที่เป็นดั่งหัวใจของนาฬิกาเรือนนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยด้านหลังของกรอบหน้าต่างกลไกฟลายอิ้ง ตูร์บิยอง และชุดของฟันเฟือง ขอบตัวเรือนด้านในสีม่วงขัดแบบแซนด์บลาสต์ ยังมีการสลักคำว่า “Royal Oak Concept Limited Edition of 250 Pieces” ไว้อย่างโดดเด่น

การกักเก็บพลังงานยาวนาน 72 ชั่วโมงและกันน้ำได้ลึก 50 เมตร เป็นอีก 2 องค์ประกอบที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้มีเสน่ห์ของความเป็นนาฬิกาแห่งการผจญภัยและพร้อมเผชิญทุกความท้าทายอย่างมีสไตล์

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun