Posts

RIMOWA เปิดตัว HOLIDAY CAMPAIGN เพื่อเฉลิมฉลองพลังแห่งการล้มแล้วลุกขึ้นได้ใหม่หลังจากหนึ่งปีแห่งความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง

ต้อนรับช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ RIMOWA จึงถือโอกาสยกย่องเชิดชูความสามารถอันโดดเด่นในการยืนหยัดและรุ่งโรจน์ได้แม้ในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยตั้งชื่อการเฉลิมฉลองนี้ว่า “Resilience is a Gift” เป็นแคมเปญใหม่ที่เรียบเรียงเรื่องราวผ่านชุดภาพยนตร์ บอกเล่าชิ้นส่วนอลูมิเนียม ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของกระเป๋า RIMOWA ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้ทนทานต่อการใช้งานได้อย่างยาวนาน

ในแคมเปญใหม่นี้จะนำเสนอด้วยภาพยนตร์สามเรื่องด้วยกัน ซึ่ง RIMOWA ได้สร้างขึ้นมาเพื่อยกย่องพลังแห่งการล้มแล้วลุกใหม่ อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำทางชีวิตที่พลิกผัน กำกับโดย Elena Petitti Di Roreto เป็นแคมเปญที่จะติดตามการเดินทางของนักดนตรีที่เดินทางไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางรุ่น Original Cabin นักเล่นสเก็ตที่เดินทางพร้อมกระเป๋ารุ่น Classic Cabin และภัณฑารักษ์ที่มาพร้อมกับกระเป๋าสะพายข้างผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมรุ่น Personal Aluminium Cross-Body Bag มาประกอบเข้ากับเอกลักษณ์ของ Di Roreto ที่ใส่ใจในรายละเอียด แสง และการจัดวางองค์ประกอบ จนได้เป็นภาพยนตร์ที่จับเอาความสามารถด้านวิศวกรรมการผลิตชิ้นงานอันโดดเด่นเฉพาะตัวของ RIMOWA เพื่อรองรับความต้องการและความทะเยอทะยานของชีวิตการเดินทางอันเต็มเปี่ยมไปด้วยจุดมุ่งหมาย ไม่ว่าจะมุ่งไปยังที่ใดก็ตาม

ไฮไลท์ส าคัญของแคมเปญนี้คือการเลือกชิ้นส่วนอลูมิเนียมที่มีพื้นผิวแบบลายลอนคลื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ RIMOWA นับตั้งแต่ RIMOWA เปิดตัวกระเป๋ าเดินทางอลูมิเนียมครั้งแรกเมื่อปี1937 ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่น จึงได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของงานวิศวกรรมจากประเทศเยอรมนี จวบจนถึงทุกวันนี้80% ของการผลิตกระเป๋าอลูมิเนียมนั้นยังคงผลิตขึ้นด้วยมือ ซึ่งผลิตได้เฉลี่ย 200 ชิ้นส่วนและใช้วิธีประกอบประมาณ 100 ขั้นตอน ดังนั้นเมื่อผ่านการใช้งาน ตัวกระเป๋าด้านนอกจะเกิดรอยอันเป็นเอกลักษณ์ทุกรอยบุบ รอยขีดข่วน และสติ๊กเกอร์ทั้งหมดบนพื้นผิว ล้วนบ่งบอกถึงประสบการณ์การใช้งานมาอย่างยาวนาน

เรียบเรียง rhunrun

RIMOWA จับมือคนดังมากความสามารถทั้ง RIHANNA, LEBRON JAMES และ ROGER FEDERER สร้างสรรค์แคมเปญโดยได้แรงบันดาลใจจากยุคใหม่แห่งการเดินทางอันเต็มเปี่ยมไปด้วยจุดมุ่งหมาย

RIMOWA จับมือคนดังมากความสามารถทั้ง RIHANNA, PATTI SMITH, LEBRON JAMES และ ROGER FEDERER สร้างสรรค์แคมเปญแบรนด์ระดับโลก โดยได้แรงบันดาลใจจากยุคใหม่แห่งการเดินทางอันเต็มเปี่ยมไปด้วยจุดมุ่งหมาย นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี1898 RIMOWA (ริโมว่า) ได้สร้างกระแสในหมู่นักเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจุดมุ่งหมาย ขณะนี้เมื่อโลกก้าวเดินต่อไปข้างหน้า หลังหยุดพักไปชั่วขณะเพราะเชื้อไวรัสแพร่ระบาด RIMOWA จึงนำพาผลงานสร้างสรรค์แห่งยุคสมัย ก้าวเดินต่อด้วยแคมเปญที่ส่งแรงกระตุ้นให้ออกค้นหานิยามของบทบาทการเดินทางที่วิวัฒน์ไม่หยุดในชีวิตของเรา

ด้วยความร่วมมือจาก คนดังผู้ทรงอิทธิพลและเปี่ยมล้นความคิดสร้างสรรค์อย่าง Rihanna (รีฮันนา)ร่วมด้วย LeBron James (เลอบรอน เจมส์) ดาวเด่นนักกีฬาบาสเก็ตบอลระดับตำนานของ NBA Roger Federer (โรเจอร์ เฟเดอเรอร์) นักเทนนิสมือวางอันดับสองของโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ชนะการแข่งขันเทนนิสรายการสำคัญมาแล้วทั่วโลก และศิลปินมากความสามารถ Patti Smith (แพตตี้ สมิธ) ทั้ง 4 คน คือบุคคลระดับไอคอนทรงอิทธิพลระดับโลกผู้พลิกโฉมวงการ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองของแต่ละคน ตามแนวทางของพวกเขา ผ่านแคมเปญภาพยนตร์ของ RIMOWA

RIHANNA ค้นพบความชัดเจนด้วยการเข้าถึงจิตใจของตน
สำหรับ Rihanna คนดังที่เป็นทั้งผู้ให้ความบันเทิง นักออกแบบแฟชั่น และตัวแม่แห่งวงการธุรกิจความงาม นั้นการมาของโรคระบาดได้สร้างแรงบันดาลใจต่อรูปแบบการขับเคลื่อนจิตวิญญาณใหม่ๆ จากจุดเริ่มต้นในแคลิฟอร์เนีย เธอได้พาขบวนเดินทางด้วยรถ Airstream หลีกหนีไปสู่ทะเลทรายเป็นระยะเวลาหนึ่ง ถ่ายทอดการเดินทางผ่านฝีมือช่างภาพสาว Gray Sorrenti (เกรย์ซอร์เรนติ) ที่จับเอาช่วงจังหวะชีวิตของ Rihanna มาเรียงร้อยเป็นภาพยนตร์สั้นเพื่อให้เห็นความเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความนิ่งสงบ ปลีกวิเวก ห่างไกลจากตารางงานวุ่นวายของเธอ “เมื่อทุกอย่างถูกย่อลง คุณจะเห็นว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ” เธอระบายความในใจออกมาดังๆ สะท้อนผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีบทบาทมากะเกณฑ์

เรียบเรียง rhunrun

RIMOWA เปิดตัวกระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมรุ่นพิเศษ Original Camouflage เพิ่มคู่สีสนุกให้กับแพทเทิร์นสุดคลาสสิค

RIMOWA (ริโมว่า) เปิดตัวกระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมรุ่นพิเศษ จากรุ่น RIMOWA Original ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับประวัติศาสตร์ของการออกแบบที่มีชื่อเสียงอันยาวนานในด้านงานฝีมือและนวัตกรรมการผลิตกระเป๋า

กระเป๋าเดินทางรุ่น RIMOWA Original Camouflage ผลิตขึ้นที่เมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นการตีความใหม่ ที่ยังคงเอกลักษณ์จากหนึ่งในแพทเทิร์นของกระเป๋าที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างการออกแบบที่มีความกลมกลืน และความละเอียดอ่อน แต่ยังคงไว้ซึ่งลวดลายที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับรูปทรงและโครงสร้างของกระเป๋า ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นคือ การผสมผสานกันของสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ในลวดลายที่ได้รับการออกแบบมาแล้ว ซึ่งปรากฎในรูปแบบที่ดูเหมือนกับลอยอยู่บนพื้นผิวของกระเป๋าเดินทาง ทำให้เกิดจุดโฟกัสภาพที่น่าสนใจตลอดทั่วทั้งกระเป๋า

ในแต่ละขั้นตอนของการผลิตคอลเล็คชั่นรุ่นพิเศษครั้งแรกนี้ ได้รับการสร้างสรรค์โดยใช้เทคนิคเฉพาะที่ได้รับการพัฒนาโดย RIMOWA มามากกว่าหนึ่งศตวรรษ เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ลายพรางอันเป็นเอกลักษณ์ RIMOWA ได้ผสมผสานความเชี่ยวชาญในการชุบสีลงไปในเนื้ออะลูมิเนียมและการเคลือบพื้นผิวต่างๆ เพื่อผนึกเม็ดสีให้เข้ากับเนื้อโลหะอัลลอย จนได้แผ่นโลหะมันเงาที่ติดทน ก่อให้เกิดรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์และมีชีวิตชีวา โดยใช้เวลาหลายชั่วโมงในการสรรสร้างงานแบบชิ้นต่อชิ้น ก่อนที่จะมาถึงกระบวนการเก็บรายละเอียดสุดท้ายด้วยมือ และควบคุมคุณภาพการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่างานแต่ละชิ้นจะเสร็จสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติ  ดังนั้นลวดลายพราง RIMOWA Original Camouflage จึงสะท้อนถึงความเป็นที่สุดแห่งความเชี่ยวชาญในการออกแบบโดยใช้เทคนิคนี้ โดยการแสดงสีที่แตกต่างกันสามเฉดสีบนพื้นผิวอะลูมิเนียมของผลิตภัณฑ์โดยตรง

เพื่อรักษาความยอดเยี่ยมของคอลเล็คชั่น RIMOWA Original กระเป๋าเดินทางแต่ละใบจะมีป้ายสัญลักษณ์ที่ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์พร้อมสลักด้วยโลโก้ของ RIMOWA และประกอบด้วยการออกแบบล้อลากที่ริเริ่มคิดค้น ผนวกรวมเข้ากับลายโมโนแกรมของแบรนด์แบบใหม่ล่าสุด และด้วยระบบ Multiwheel System ระดับไฮเอนด์ของ RIMOWA นี้ รับประกันการหมุนที่มั่นคงและไหลลื่นรอบทิศทาง ด้วยล้อที่ติดตั้งลูกปืนพร้อมแกนกันกระแทกที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น มั่นคง และคงทนแข็งแรง เพื่อให้ทนทานต่อทุกสภาพการเดินทาง

เช่นเดียวกันกับกระเป๋า RIMOWA ทุกรุ่น แต่ละการออกแบบนั้นมาพร้อมกับมาตรฐานคุณภาพระดับพรีเมียมและบริการหลังการขาย ที่ทำให้ชื่อเสียงของ RIMOWA นั้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเดินทางทั่วโลก ด้วยศูนย์บริการเฉพาะทางที่มีอยู่ทั่วโลก  และการรับประกัน 5 ปี เมื่อลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญและช่างฝีมือเฉพาะทางทั่วโลก สามารถรับประกันได้ว่ากระเป๋าเดินทางของคุณจะได้รับการซซ่อมแซมได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ยุ่งยาก

กระเป๋าเดินทางคอลเล็คชั่นพิเศษรุ่นใหม่นี้ พร้อมวางจำหน่าย 2 สี บนพื้นผิวอะลูมิเนียม คือ สีเขียวลายพราง (RIMOWA Original Cabin Green Camouflage) และสีชมพูลายพราง (RIMOWA Original Cabin Pink Camouflage)RIMOWA Original Cabin Camouflage พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้ ที่ร้าน RIMOWA

จะไว้ใช้หรือโชว์ก็เหมาะไปหมดกับ watch case อลูมิเนียมสุดหรูจาก RIMOWA !

อีกหนึ่ง accessory ชิ้นล่าสุดที่น่าสนใจเอามากๆสำหรับ RIMOWA Watch Case เคสอลูมิเนียมดีไซน์เรียบหรูผลิตในอิตาลีที่สามารถเก็บนาฬิกาเรือนหรูของคุณให้ปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยกลไกบานสไลด์ ซึ่งเคสยาว 26.7 CM สูง 11.2 CM ชิ้นนี้สามารถเก็บนาฬิกาได้ถึงสามเรือน 

ปกป้องทุกรอยเขียดข่วนด้วย cushions 3 ชิ้นที่สามารถถอดประกอบได้และยังมีชิ้นยาวไว้ปิดบริเวณหน้าปัดนาฬิกาอีกด้วย ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกของแบรนด์เยอรมันทำให้เมื่อไม่ใช้งานก็ยังสามารถใช้เป็น display โชว์เรือนเวลาสุดโปรดของคุณอีกด้วย

RIMOWA Watch Case จะเปิดให้พรีออเดอร์บนเวปไซต์ของแบรนด์ในจำนวนจำกัดในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ในราคาประมาณ 1,985 USD หรือประมาณ 61,000 บาทครับ! 

ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด! RIMOWA เปิดตัวแว่นตาและแว่นกันแดดครั้งแรกของแบรนด์

RIMOWA แบรนด์กระเป๋าเดินทางชื่อดังจากเยอรมันได้ออกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ แว่นตาและแว่นกันแดดแบบ unisex ภายใต้ชื่อแบรนด์ RIMOWA Eyewear นับว่าเป็นก้าวแรกของแบรนด์ที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกเหนือจากไลน์กระเป๋าเดินทางอลูมิเนียมยอดฮิตครับ 

Rimowa Classic Cabin (ไซส์ S)

แว่นตาและแว่นกันแดดของแบรนด์นั้นมีกรอบสุดคลาสสิกให้เลือกด้วยกัน 3 ทรงได้แก่ aviator, square และ pantos อีกทั้งมีสีเลนส์ให้เลือกหลากหลาย น้ำหนักเบา ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยสไตล์ wear-and-tear ทนทานแต่ก็ยังสง่างามแม้ผ่านการใช้งานที่หนักหน่วงเพียงใด 

ซึ่งจะเข้ากันกับปรัชญาการออกแบบกระเป๋าเดินทางของแบรนด์เป็นอย่างดี 

แว่นกันแดดของแบรนด์จะเริ่มจำหน่ายวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ที่ RIMOWA สโตร์บางแห่งและทาง RIMOWA.com ส่วนแว่นสายตาจะมีให้เลือกเป็นเจ้าของในร้านออฟติกที่ตัดแว่นสายตาที่ร่วมรายการทั่วโลกครับ 

ถือว่าเป็กอีกก้าวที่น่าสนใจของ Rimowa ภายใต้การนำของ  Alexandre Arnault CEO หนุ่มไฟแรงวัย 27 ปีครับ!  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

🕸

โพสต์ที่แชร์โดย A.A (@alexandrearnault) เมื่อ

จุดเปลี่ยนของ Rimowa กระเป๋าเดินทางที่มีอายุยาวนานกว่า 120 ปี

Text: Patsaya Ch.

เคยคิดไหมหากคุณเป็นเจ้าของสินค้าสักชิ้น คุณอยากให้สินค้าของคุณคงรูปแบบและหน้าตาเดิมๆ ไว้ได้นานแค่ไหน หากว่ามันยังคงขายได้อยู่ คำตอบนี้ของคุณอาจตรงหรือต่างกับ  Co-CEO อย่าง Alexandre Arnault และ Chief Brand Officer Hector Muelas จากแบรนด์กระเป๋าเดินทาง Rimowa เมื่อ Rimowa ใช้เวลากว่า 120 ปีในการเปลี่ยนอัตลักษณ์ของตัวเองใหม่หมด หลังจากก่อตั้งในปี 1898 Rimowa เวลานั้นวางตัวเป็นผู้นำระดับโลกด้านกระเป๋าเดินทางแบบพรีเมี่ยม ค่อยๆ เจาะตลาดแบบเงียบๆ  และใช้เวลากว่า 39 ปีในการผลิตกระเป๋าเดินทางที่ใช้วัสดุอลูมิเนียมขึ้นในปี 1937 ถัดจากนั้นอีก 63 ปี กระเป๋าเดินทางที่ทำจากโพลีคาร์บอแนตใบแรกจึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2000 ซึ่งปัจจุบันกระเป๋าเดินทางทั้งสองรุ่นได้กลายเป็นสิ่ง must-have ในมวลหมู่นักเดินทาง เทรนด์เซ็ตเตอร์ รวมถึงลูกค้ากระเป๋าหนักที่เข้าใจและพร้อมจะจ่ายให้กับสินค้าที่ลงตัวทั้งการออกแบบและการใช้งาน

จากนั้นในปี 2017 เมื่อ Rimowa ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม LVMH การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขาประกาศปรับอัตลักษณ์ของแบรนด์ใหม่หมดเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปีของแบรนด์ที่กำลังมาถึง โดยร่วมมือกับ Bureau Borsche สตูดิโอออกแบบแบรนด์ดิ้งและกราฟิคดีไซน์จาก Munich และ Commission Studio ดีไซน์สตูดิโอและที่ปรึกษาด้านการออกแบบและแบรนด์ดิ้งจาก London เพื่อยกระดับแบรนด์เก่าแก่ให้ร่วมสมัยขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งจุดเด่นของแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้แก่ การพัฒนาโลโก้ของแบรนด์ขึ้นมาใหม่ โดยปรับแต่งและลดทอนรูปแบบตัวอักษร ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวอักษรใหม่มีความเรียบและสะอาดตายิ่งขึ้น

 

ส่วนชุดสีคลาสสิคอย่างขาว ดำ เทา ถูกนำมาใช้เพื่อตอกย้ำการออกแบบที่น้อยแต่มากของแบรนด์ อย่าลืมว่ากระเป๋าเดินทางแบรนด์นี้ไม่มีลวดลายกราฟฟิคใดๆ นอกจากร่องคลื่นที่กลายมาเป็นซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์ นอกจากนี้ลายสัญลักษณ์หรือโมโนแกรม ภาพวิชัลต่างๆ และชุดบรรจุภัณฑ์หรือ Packaing suite ก็ถูกปรับใหม่เช่นกัน

 

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการออกแบบในอนาคต เพราะงานดีไซน์และงานด้านวิศวกรรมของกระเป๋าทุกใบต้องล้อไปกับอัตลักษณ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสี วัสดุ กลไกลต่างๆ เรื่อยไปจนถึงการจัดวางคู่มือการใช้งานและแท็กกระเป๋าเดินทาง เรียกได้ว่าทุกสิ่งที่จะถึงมือลูกค้าต่างผ่านกระบวนการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วน

อันที่จริงโฉมใหม่ของ Rimowa เริ่มทยอยให้เห็นตั้งแต่ต้นปี แต่จะชัดเจนขึ้นเมื่อผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Rimowa ทั้งหมดลงช็อปในช่วงปลายปีนี้ และนั่นหมายความว่ากระเป๋า Rimowa ที่คุณกำลังครอบครองอยู่ตอนนี้กำลังกลายเป็นของหายาก แต่ในขณะเดียวกัน เราเองก็เสียใจที่จะต้องบอกคุณว่ามันตกรุ่นไปแล้วเช่นเดียวกัน

 

 

เมื่อกระเป๋าเดินทางกลายมาเป็นสินค้าแฟชั่น

Text: Patsaya Ch.

ตั้งแต่แฟชั่นเฮ้าส์อย่าง LVMH ซื้อหุ้น ริโมวา (Rimowa) แบรนด์กระเป๋าเดินทางสัญชาติเยอรมันในปี 2016 นับตั้งแต่นั้นมาแบรนด์กระเป๋าเดินทางสุดหรูก็เคลื่อนเข้ามาอยู่ในวงโคจรของโลกแฟชั่นอย่างเต็มตัว

อันที่จริงริโมวาสร้างชื่ออยู่แล้ว จากการเป็นกระเป๋าเดินทางที่ถูกใจเหล่าเจ็ตเซ็ตเตอร์กระเป๋าหนัก เซเลปคนดัง หรือผู้ที่เดินทางเป็นประจำ ด้วยงานดีไซน์ที่เรียบ หรู ดูแพง รองรับฟังก์ชั่นการใช้งานของนักเดินทาง แต่หลังจากที่ตกอยู่ใต้ชายคาของบ้านใหม่ ภาพกระเป๋าเดินทางที่กลายเป็นสินค้าแฟชั่นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น (ก็อะไรเล่าจะคอมพลีตแอร์พอร์ตลุคได้ดีเท่ากระเป๋าเดินทาง) อาทิ งานคอลเลปในเดือนกันยายนปีที่แล้ว เมื่อ Alexander Arnaul ซีอีโอของ Rimowa เผยภาพกระเป๋าเดินทางรุ่น Topas Stealth Mutiwheel Suitcase สีดำขลับ ที่ทำร่วมกับแบรนด์ OFF-WHITE พิเศษด้วยคำว่า “PERSONAL” และ “BELONGING” ด้านหน้าของกระเป๋า

ส่วนมากงานคอลแลปมักเป็นกระเป๋าไซส์ที่สามารถหิ้วขึ้นได้

 

หรือที่แบรนด์สายสตรีท Fragment Design โดย ฮิโรชิ ฟูจิวารา (Hiroshi Fujiwara) เล่นสนุกกับกระเป๋าเดินทางสีเข้มของริโมวา แทนที่กระเป๋าสีเงินอลูมิเนียมที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีภาพออกมาชัดเจนว่าหน้าตากระเป๋าจะเป็นอย่างไร เพราะเห็นแค่โลโก้สายฟ้าของ Fragment Design อยู่ด้านข้างกระเป๋า (ซึ่งอาจจะมีแค่นี้จริงๆ)

 

ส่วน Anti Social Social Club จับมือ Rimowa ผลิตกระเป๋าเดินทางสีดำแปะโลโก้แบรนด์สีชมพูสดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของกระเป๋า บอกตามตรงว่ามันก็เป็นงานที่เล่นง่ายไปหน่อย แต่สำหรับสาวกแบรนด์น่าจะชื่นชอบ เพราะมันก็ทำให้คุณดูเด่นจริงๆ พับผ่าสิ

sold out ไปเป็นที่เรียบร้อย

และเมื่อแบรนด์แฟชั่นจากอิตาลีมาเจอแบรนด์กระเป๋าเดินทาง ผลลัพท์ที่ได้คือกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักเบาและสไตลิชสุดๆ ตัววัสดุทำจากอลูมิเนียมที่มีโลโก้ Double F พร้อยทั้งใบ หูจับทำจากหนังพรีเมียม มาพร้อมสายรัดกระเป๋าสีเหลือง-น้ำเงิน และสลักคำโตๆ ว่า FENDI ด้านบนของกระเป๋า ล่าสุดเหล่านายแบบลากกระเป๋ารุ่นนี้ขึ้นโชว์บนรันเวย์แฟชั่นวีคที่เพิ่งผ่านมา เท่านี้คุณก็น่าจะนึกภาพออกว่า ถ้าต้องลากกระเป๋าใบนี้ขึ้นเครื่อง ต้องแต่งองค์ทรงเครื่องขนาดไหนถึงจะเรียกได้ว่าสูสีกับกระเป๋า

ความฝันเฟื่องและจินตนาการของเด็กชายชาวเยอรมันคนหนึ่ง ผู้อยากเห็นเครื่องบินเก่าตามพิพิธภัณฑ์เหินฟ้าอย่างผงาดได้อีกครั้ง

THE SKY IS THE LIMIT

Reichert in front of a Junkers F 13 in Dubendorf

ความฝันเฟื่องและจินตนาการของเด็กชายชาวเยอรมันคนหนึ่ง ผู้อยากเห็นเครื่องบินเก่าตามพิพิธภัณฑ์เหินฟ้าอย่างผงาดได้อีกครั้ง และฝันที่กลายเป็นจริงนี้เป็นของ Dieter Morszeck ประธานและซีอีโอ ทั้งยังเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ผู้สืบทอดวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณของแบรนด์ริโมว่า กระเป๋าเดินทางผลิตจากอะลูมีเนียมพิเศษที่ห่อหุ้มเครื่องบินเล็ก ซึ่งเหล่าผู้มีรสนิยมและคนดังนิยมชมชอบและใช้กันมาเกือบแปดสิบปี

 RIMOWA_F13_Details_04-A

The Return of the Junkers F13

เครื่อง F13 เป็นเครื่องบินเล็ก 
ปีกแคนทีลีเวอร์แบบวางต่ำ ได้รับการออกแบบให้มีลำตัวประกอบกับตอนกลางของปีก โดยมีโครงเป็น
ท่อยาวต่อเนื่อง มุงด้วยแผ่นโลหะ
รีดลอน กรอบปีกนั้นขึ้นรูปจากโครงที่มีลักษณะเป็นท่อยาว และยึดติดด้วยหมุดย้ำเป็นรูปตัว ‘Z’ ก่อนจะใช้แผ่นโลหะรีดลอนมุง สำหรับห้อง 
นักบินหรือค็อกพิตนั้น ไม่มีกระจกหน้า เป็นแบบเปิด มีเพียงฉากกันลมขนาดเล็กด้านหน้าเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้
เพราะในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีอุปกรณ์ช่วยนำการบิน นักบินต้องควบคุมการบินเองโดยอาศัยทัศนวิสัย
ที่เห็นตามจริง

IMG_6290

เดินทางอย่างสุดหล่อ นอกจากกระเป๋าเดินทางริโมว่าสุดเท่แล้ว หนุ่มลอปติมัมสามารถเป็นเจ้าของเครื่องบิน F13 ได้ สอบถามข้อมูลและรีบจองด่วนได้ที่ www.rimowa-in-the-air.de, F13@rimowa.de

RIMOWA_F13_Details_11

ค็อกพิตนักบินภายในเครื่องบิน F13 ที่กำลังพอเหมาะสำหรับ

RIMOWA_F13_Details_12

การบังคับเครื่องบิน มาพร้อมมาตรวัดบอกความเร็วบนน่านฟ้า เครื่องวัดระดับความสูง เข็มทิศ และหน้าต่างสำหรับมองทิศทางการบิน ซึ่ง Rimowa F13 ใช้แนวคิดในการออกแบบเครื่องบินของ ปี 1920 นี้มาเช่นกัน

IMG_0975

เมื่อนักข่าวทั่วโลกจำนวน 100 คน ได้รับเชิญให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในงาน EAA AirVenture Oshkosh 2015 (ออสคอช 2015) สำหรับผู้ที่หลงใหลในการบินทุกชนิด งานนี้คืองานสำคัญที่เขาเหล่านี้ต่างเฝ้ารอคอย เมื่อเครื่องบินเหมาลำนำนักข่าวทั่วโลกจากเมืองชิคาโกมาลงที่ Wittman Regional Airport ที่รัฐวิสคอนซิน เมืองออสคอช สนามบินที่วุ่นวายที่สุดโลก ในขณะที่เครื่องบินของเราค่อยๆ บินต่ำลงสิ่งที่แรกเห็นนั้นก็คือลานบินที่เต็มไปด้วยเครื่องบินลำเล็กเป็นหมื่นลำจอดอยู่เรียงราย และเมื่อเครื่องของเราแตะพื้นแล่นไปตามลานบิน เราได้เห็นเครื่องบินนับหมื่นเรียงรายอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเต็นท์ที่นอนของเจ้าของกางอยู่ข้างๆ เครื่องบินแต่ละลำ กว่าสิบนาทีที่เราได้ชื่นชมกับ    เครื่องบินเล็กหลากรุ่น ในขณะเดียวกันก็มีหลายลำที่ขึ้นและลงลานจอดทุกๆ 5 นาที นับเป็นภาพที่น่าจดจำและชวนให้นักข่าวต่างชาติอย่างเราตะลึงพรึงเพริดไปเลย นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น ความน่าตื่นเต้นกำลังค่อยๆเริ่มขึ้น เมื่อพวกเราลงจากเครื่องก็ได้รับเชิญให้ไปรับประทานอาหารกลางวัน
ที่จัดไว้เป็นพิเศษสำหรับแขกวีไอพี ในขณะที่เดินผ่านเครื่องบินเล็กนับหมื่น และผู้ที่ชื่นชอบเครื่องบินทั่วโลก และชาวอเมริกันเจ้าของประเทศที่เดินกันอย่างขวักไขว่ประมาณได้ว่าการจัดครั้งหนึ่งมีผู้มาเยี่ยมชมประมาณ 500,000 คน ตลอดทางจะได้ยินเสียงเชิญชวนให้ไปเล่นเกมชิงรางวัล
เป็นเครื่องบินลำเล็กบ้าง เป็นรถยนต์วินเทจรุ่นหายากบ้าง ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นระคนความเร้าใจเหมือนอยู่ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็ไม่ปาน ผู้คนและเครื่องบินจำนวนมากมายมารวมตัวกันอยู่กลางทุ่งกว้างที่ออสคอช
ทุกๆปี ในเดือนกรกฎาคม เพื่อนำเสนอเครื่องบินและเทคโนโลยีใหม่ ที่สร้างกันขึ้นมา และรอดูการแสดงการบินผาดโผนจากนักบินมือฉมัง นี่คืออเมริกันดรีมที่เขากล่าวขวัญกันถึงแน่นอน ความฝันเฟื่องที่ไร้ขอบเขต 
ที่คุณอยากเป็นใครก็ได้ เพียงแต่คุณต้องพยายามทำฝันของคุณให้เป็นจริง ทั้งการบรรยายการบินผาดโผนนั้นแสดงถึงจิตวิญญาณและความหลงใหลในการบิน การเล่าเรื่องประวัติความเป็นมาของนักบินที่พ่อและแม่ขับรถทางไกลทุกสัปดาห์เพื่อมาส่งลูกชายตัวน้อยหัดขับเครื่องบินตั้งแต่อายุสิบสอง แม้จะประสบอุบัติเหตุเดินไม่ได้อยู่สองปี ในที่สุดก็กลับมาบินผงาดได้อีกครั้ง จนได้เป็นนักบินอวกาศขององค์การนาซ่าในที่สุด และที่เรากำลังชื่นชมการบินอยู่นั้น เราแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง นั่นก็คือการบินแบบควงสว่านลงมาจากท้องฟ้าเป็นแนวดิ่งอย่างน่าหวาดเสียว เป็นการโชว์ครั้งแล้วครั้งเล่าของการบินผาดโผน การบินของฝูงบินอย่างพร้อมเพรียง ด้วยระยะห่างและเวลาที่เที่ยงตรงเป๊ะๆ สุดที่จะบรรยาย  ทั้งยังได้เห็นเครื่องบินลำมหึมาของแอร์บัส เอ 350 อย่างเต็มตาโฉบเหนือศีรษะของพวกเราอีกด้วย เข้าเรื่องสำคัญของเราดีกว่า มารู้จักประวัติของเครื่อง F13 กันหน่อย

 RIMOWA_F13_History_MHMLW_01

กำเนิดของเครื่องบินเล็กหกที่นั่ง The Junkers F13 สร้างจากโลหะทั้งลำเพื่อการพาณิชย์ ในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1919 เครื่องบินโดยสารหกที่นั่งได้
เริ่มบินเป็นครั้งแรก เป็นเครื่องบินที่มาปฏิวัติวงการการโดยแท้และ เป็นพื้นฐานและแรงบันดาลใจให้กับการสร้างเครื่องบินโดยสารสมัยใหม่ที่ชื่อ The Junkers F13 เมื่อสิ้นสุดสงครามโลก ผู้ประกอบการและวิศวกรชาวเยอรมัน ฮูโก้ ยุงเกอร์ส ตระหนักดีว่าการสร้างเครื่องบินต่อจากนี้ต้องเป็นไป ในเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่เพื่อสงครามอีกต่อไป อย่างไรก็ดีเครื่องบินเชิงพาณิชย์ที่เขาคิดจะสร้างขึ้น จะประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจได้นั้น เขารู้ดีว่าเครื่องบินดังกล่าวจะต้องได้รับการออกแบบอย่างดี ให้สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยที่สุด ไม่ต้องซ่อมบ่อย มีความทนทาน ปลอดภัย และนั่งสบาย การทำเครื่องบินจากโลหะได้รับการพิจารณาว่าเหมาะสำหรับใช้ในการพาณิชย์ มากกว่าการสร้างเครื่องบินจากไม้และผ้าใบในอดีต โดยเฉพาะ
ความแข็งแรงทนทานของโลหะที่มีมากกว่าวัสดุอย่างไม้หรือผ้าใบ และเครื่องบินโลหะยังสามารถออกบินได้ทุกเวลา ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร เพราะเครื่องบินที่ทำจากโลหะนี้จะไม่ดูดซับความชื้นเมื่อฝนตก นอกจากนี้มันยังไม่จำเป็นต้องมีโรงเก็บเครื่องบิน แต่สามารถจอดทิ้งไว้กลางแจ้งได้เลยจากความคิดเช่นนี้ ฮูโก้ ยุงเกอร์สจึงบอกให้ออตโต รอยเตอร์ ดีไซเนอร์มือหนึ่งของเขาพัฒนาเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ขึ้นมาโดยสร้างจากโลหะทั้งลำ ไม่นานหลังจากนั้น รอยเตอร์ก็นำเสนอเครื่องบินโดยสาร 6 ที่นั่ง มานำเสนอแก่เขา โครงสร้างประกอบด้วยไปด้วยไม้ค้ำและหมุดโลหะที่สร้างจากอะลูมีเนียมอัลลอยด์แบบพิเศษที่เรียกว่า ดูราลูมิน (Duralumin) เป็นวัสดุที่คิดค้นโดย อัลเฟรด วิล์ม ในปี 1906 ดูราลูมินนี้ต่างจากอะลูมิเนียมบริสุทธิ์ตรงที่มันแข็งแรงทนทานกว่า ดังนั้นเครื่องบิน The Junkers 13 จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะเครื่องบินเชิงพาณิชย์ของโลกที่สร้างจากโลหะทั้งลำ โดยบริษัท Junkers หรือในชื่อเต็มที่เรียกว่า Junkers Flugzeugwerk

Junkers W 33 at the airfield in Addis Ababa

ความสำเร็จระดับโลกเครื่องบินรุ่น Junkers F13 หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า F13 นั้นถูกใช้ในประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลกที่ดำเนินการบินเชิงพาณิชย์ และยังช่วยบริษัทผลิตเครื่องบินที่ชื่อ Junkers ให้ได้รับความเชื่อถือระดับโลก ในปีค.ศ. 1925 เครื่องบิน F13 แชร์ส่วนแบ่งถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในการจราจรชนิดมีตารางเวลาบนน่านฟ้าโลก ในปีค.ศ. 1932 เครื่องบิน
จำนวน 330 ลำที่ออกแบบในรูปลักษณ์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้น และในจำนวนนี้เครื่องบิน 110 ลำได้รับการขึ้นทะเบียนในเยอรมนี ส่วนอีก 220 ลำที่เหลือได้ถูกนำไปบินในทวีปอเมริกาเหนือ กลางและใต้ ทวีปอัฟริกา โซนยุโรปตะวันออก จีน ญี่ปุ่น หมู่เกาะอินโดนีเซีย  และทวีปออสเตรเลีย เครื่องบินรุ่น Junkers F13 นั้นได้มาเติมเต็มความต้องการ ในด้านการบินเชิงพาณิชย์ ความยอมรับในด้านการเป็นเครื่องบิน เชิงพาณิชย์ระดับโลก และพัฒนาขึ้นเป็นเครื่องบินแขนงใหม่ของวิธีการเดินทางท่องเที่ยว อะลูมีเนียมพิเศษที่ใช้ทำเครื่องบิน ความเบา ความแข็งแกร่ง ควานทนทานอย่างสูงเป็นตำนานของ F13 และลักษณะเฉพาะตัวหลายประการของ F13 ยังถูกใช้เป็นพื้นฐานในการสร้างเครื่องบินเชิงพาณิชย์ที่ใช้บินกันกระทั่งทุกวันนี้ แบรนด์  ริโมว่าเองก็เช่นกัน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการหล่ออะลูมิเนียม รีดลอนเป็นลายลูกฟูก เหมือนกับที่ใช้หุ้มปีกและตัวเครื่องของเครื่องบิน The Junkers F13

 RIMOWA_F13_Making_of_29

Dieter Morszeck ผู้ชุบชีวิต F13 ให้เหินเวหาอีกครั้ง

ในที่สุดลอปติมัม ไทยแลนด์ก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ชุบชีวิตเครื่องบิน Junkers F13 มร.ดีเทอร์ โมร์เช็ก (Dieter Morszeck) ประธาน และซีอีโอของริโมว่า (Rimowa) ดวงตาของดีเทอร์เป็นประกาย เมื่อเขาเล่าถึงการรังสรรค์เครื่องบินเอฟ 13 ขึ้นมาใหม่ คงเป็นเสมือนเด็กชายตัวน้อยที่พ่อของเขา ริชาร์ด โมร์เช็ก (ผู้ตั้งแบรนด์ริโมว่าจากชื่อของเขา Richard Morszeck Warenzeichen ในช่วงทศวรรษ 1920s และเป็นผู้นำเสนอนวัตกรรม นั่นก็คือกระเป๋าเดินทางสุดเท่ทำจากอะลูมีเนียมแบบเดียวกับที่ทำปีกเครื่องบินออกสู่ตลาดในปี 1937) มักพาเขาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Deutsches Museum) แล้วเขาก็อยากเห็นเครื่องบินเหล่านั้นเหินฟ้าได้อีกครั้ง ประสบการณ์ในการท่องเที่ยวทางอากาศของเขามีหลายรูปแบบ ตั้งแต่จากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ แผนกเครื่องบินเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุด จากการฝึกฝนเป็นนักบินเอกชน ที่มีประสบการณ์ และยามว่างเขาชอบเหินเวหาท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง สิ่งที่ทำให้ดีเทอร์ภูมิที่สุดคือการสานฝันให้เป็นจริงในการสร้างเอฟ 13 จาก ค.ศ. 1919 ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โครงการนี้เป็นการฉลองความเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์ และความคิดใหม่ๆ และสดุดีความเป็นนักธุรกิจของวิศวกรชาวเยอรมัน ฮูโก้ ยุงเกอร์ส ซึ่งเป็น ผู้มีชื่อเสียงในด้านการสร้างเครื่องบินในยุคแรกๆ นอกจาก F13 แล้ว วิศวกรผู้นี้ยังได้พัฒนาเครื่องบินอีกหลายต่อหลายรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง JU52 ซึ่งคนสมัยนี้ อาจลืมเลือนเรื่องราวเหล่านี้ไปตามกาลเวลา โครงการชุบชีวิต F13 นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2009 โดย Association of Friends of Historical Aircraft ปรึกษาหารือกับบริษัทสร้างเครื่องบิน JU-Air แห่งสวิตเซอร์แลนด์ และ Rimowa แห่งเยอรมนี ทั้งสองบริษัทก็ยินดีเข้าร่วมและสนับสนุนโครงการนี้ แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานถึงสี่ปีในการค้นคว้าข้อมูลการสร้างเครื่องบินรุ่นนี้ เพราะไม่มีพิมพ์เขียวใดๆ ทั้งสิ้นหลงเหลืออยู่ สิ่งที่ทีมงานต้องทำก็คือไปเยี่ยมชมตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ และนำเครื่องบินทั้งลำมาสแกน เพื่อให้ได้รูปร่างและสัดส่วนที่แน่นอนแม่นยำในการสร้าง อีกทั้งต้องสรรหาผู้ผลิตเครื่องยนต์ ซึ่งได้แก่ NAEF Flugmotoren AG ผู้มีความเชี่ยวชำชาญทางด้านเครื่องยนต์เครื่องบินรุ่น JU52 ทั้งยังดูแลเครื่องยนต์สำหรับ สำหรับบริษัท JU-Air อยู่แล้ว บริษัท Kaelin Aerotechnologies GmbH เป็นผู้ประกอบโครงสร้าง และบริษัท AeroFem GmbH เป็นผู้ดูแลวิศวกรรมเครื่องยนต์

 RIMOWA_F13_EVent_8

การเปิดตัว The Junkers 13 ที่ EAA AirVenture Oshkosh

แน่นอนทีเดียวสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้ จะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจากที่ออสคอช ในงาน EAA นี่เอง ดีเทอร์ โมร์เช็กได้เคยมาร่วมงานที่นี่เมื่อปี 2006 คงไม่มีบรรยากาศใดๆเหมาะสมกับการเปิดตัวเครื่องบิน F13 นี้ กับผู้ที่หลงใหลในการบินที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ความฝันของดีเทอร์ โมร์เช็กขั้นต่อไป ดีเทอร์บรรยายถึงความรู้สึกเมื่อเขาได้นั่งอยู่เครื่องบินเล็ก บินชมทิวทัศน์อันงดงามอย่างใกล้ชิด ความหฤหรรษ์ที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้เมื่ออยู่เหนือความงดงามแห่งธรรมชาติของธารน้ำแข็ง…”ฝันต่อไปของผม คือการได้ขับเครื่องบินลำนี้เองเพื่อชมทิวทัศน์จากเบื้องบน” เขาพูดอย่างตื่นเต้นมีความสุข ก่อนจะกล่าวลาจากกับเราด้วยภาษาไทยที่ชัดถ้อยชัดคำว่า “สวัสดีครับ”

Content by Kusuma C.