Posts

คอลเล็กชั่นต้อนรับช่วงเวลาพิเศษแห่งปีอย่างมีสไตล์ในแบบฉบับของ Burberry กับ Winter 2021 Festive Gifting Collection

ต้อนรับช่วงเวลาพิเศษแห่งปีและเทศกาลแห่งการให้กับ Burberry แบรนด์หรูที่มากด้วยสไตล์และประวัติศาสตร์จากเกาะอังกฤษ โดยในปีนี้ทางแบรนด์ได้ปล่อย Winter 2021 Festive Gifting Collection คอลเล็กชั่นของขวัญเพื่อความทรงจำแสนพิเศษกับคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยไฮไลต์ก็อยู่ที่สองกระเป๋าใบสวยคลาสสิคสุดไอคอนิกของแบรนด์อย่าง Olympia Bag และ Lola bag

เริ่มต้นด้วย Olympia Bag

กระเป๋าทรงอานม้าที่ถูกนำมาตีความหมายใหม่ให้ได้กลิ่นไอที่โมเดิร์นกับเส้นสายที่โค้งมนอันได้แรงบันดาลใจมาจากหลังคาและโครงสร้างของ Olympia London สถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญที่ตั้งอยู่ใน West Kensington กรุงลอนดอนและยังเป็นสถานที่จัดโชว์คอลเล็กชั่น AW20 ของ Burberry ภายใต้การนำของ Ricardo Tisci ในฐานะ creative director มาในหลากหลายขนาดและคู่สีตั้งแต่หลายตาราง Vintage Check คลาสสิคของแบรนด์ไปจนถึงสีหวานๆอย่าง Soft Violet และ Archive Beige สีเบจโทนอ่อนที่มิกซ์แอนด์แมตช์ได้กับทุกลุค

ถัดมาที่ Lola Bag

กระเป๋าที่ช่วยส่งเสริมความเป็นตัวเองของผู้ใช้และยังมาพร้อมดีไซน์ที่หลากหลายเพื่อกระเป๋าใบเก่งที่เป็นตัวคุณที่สุด โดดเด่นการใช้วัสดุพรีเมี่ยมเนื้อสัมผัสละมุนอย่างหนังแกะ จะใช้คาดไหล่ คาดขวางลำตัวแบบ crossbody หรือถือเป็น clutch ก็สามารถทำได้เป็นของขวัญที่เหมาะสำหรับช่วง Holiday เพื่อการเดินทางเข้าสู่ปีใหม่อย่างมีสไตล์และยังมีคู่สีพิเศษอย่าง Soft Violet, Primrose Pink , Camel และ เทาเข้มเฉดแร่หายากอย่าง Palladium

ปิดท้ายด้วย Accessories และ Small Leather Goods

อีกหนึ่งหมวดหมู่ยอดนิยมสำหรับของขวัญในทุกโอกาสซึ่งไฮไลต์ของปีนี้ก็อยู่ที่ กำไลข้อมือ Circle TB Bracelet และสร้อยคอ Gold-plated Medallion Chain-link Necklace ในโทนสีทองสุดหรูเติมความพิเศษให้ลุคของคุณในทุกวัน Classic Check Cashmere Scarf ผ้าพันคอลายตารางไอเท็มที่โด่งดังและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาอย่างยาวนาน ปิดท้ายด้วยกระเป๋าเงินแบบพับ Monogram Print Bi-fold Wallet ในคู่สีขาวดำคลาสสิกที่ไม่เคยหลุดเทรนด์

เลือกชมสินค้าอื่นๆของแบรนด์ได้ที่ https://www.burberry.com

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครองบังลังก์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy พร้อมกับสัญลักษณ์พิเศษของเขา

The Iconic

เป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครองบังลังก์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราจดจำเขาได้คือเหล่าสัญลักษณ์พิเศษที่เขาได้แอบซ่อนเอาในทุกคอลเลกชั่นราวกับเป็นอีสเตอร์เอ้กประจำตัว

ก่อนหน้าที่ Riccardo Tisci (ริคคาโด ทิชชี่) จะเข้านั่งตำแหน่งครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy (จีวองชี่) เราอาจมีภาพจำในภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างชุดสีดำเรียบโก้ คัตติ้งคมกริบที่อยู่บนเรือนร่างของ Audrey Hepburn (ออเดรย์ แฮบเบิร์น) ในฉากที่เป็นตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Hebert de Givenchy (เอเบิร์ต เดอ จีวองชี่) และในยุคต่อๆ มาภายใต้การนำของทั้ง John Galliano (จอห์น กัลลิอาโน) Alexander McQueen (อเล็กซานเดอร์ แมคควีน) ไปจนถึง Julien MacDonald (จูเลียน แมคโดนัล) ล้วนแล้วแต่สร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนจวบจนถึงคิวของริคคาโด เราจึงได้เห็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแบบที่ต่างออกไป เขาได้สร้างนิยามของความหรูหราในความหมายใหม่และได้นำเอาสัญลักษณ์ต่างๆ มาตีความผสมผสานกับดีเอ็นเอของแบรนด์จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามได้ว่า ‘Dark Romantic’ และกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของเขาที่ทำให้หลายต่อหลายคนหลงใหล

ในขณะที่แรงบันดาลใจอันมีนัยลึกซึ้งที่แฝงอยู่ตามชิ้นงานในยุคสมัยของเขาอย่าง ‘Givenchy Star’ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความหวังของประเทศอเมริกาที่เป็นท่ีชื่นชอบโดยส่วนตัวของเขา เขาจึงนำเอาสัญลักษณ์รูปดาวมาเป็นจุดเด่นหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน มีทั้งดาวเพียงหนึ่งหรือกลุ่มดาวที่จัดวางอย่างมีแบบแผน โดดเด่นบนชิ้นงานต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องมีและเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็น Givenchy ได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือ ‘Animal Spirits’ ที่ได้กลายเป็นไอคอนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากภาพของสุนัขพันธ์รอทท์ไวเลอร์ที่สื่อถึงความหมายผ่านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นสัตว์ที่ดุร้าย น่าเกรงขาม แต่เมื่อรักสิ่งใดแล้วก็จะมอบความซื่อสัตย์และพร้อมที่จะปกป้องอย่างไม่มีข้อแม้ ต่อมาริคคาโดได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่มีการผสมผสานความหมายที่ถูกตีความผ่านท่าทางการแสดงออกของ ‘ลิง’ (The Monkey Brothers) ในภาพของลิงพี่น้อง 2 ตัว โดยได้สื่อถึงความชาญฉลาดที่เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นเป็นพิเศษ และความรักความผูกพันที่ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูงเสมอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็เป็นสัตว์ที่ซุกซน และเจ้าเล่ห์ตามสัญชาติญาณของลิงที่สามารถสะท้อนความเป็น ‘Dark Romantic’ ของตัวเขาได้อย่างชัดเจนและชาญฉลาด

ผลงานชิ้นไอคอนนิคต่างๆ ของริคคาโดถือเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอดมา สัญลักษณ์ที่มีความหมายเหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดวางได้อย่างมีระบบแบบแผนอยู่บนเสื้อผ้า เครื่องหนัง รวมไปถึงรองเท้าที่มีให้เห็นในทุกๆ คอลเลกชั่น พร้อมกับเทคนิคต่างๆ ที่สามารถจับคู่เข้ากับในทุกลุคได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของ Givenchy ไปแล้วในทุกวันนี้