Posts

เปิดตัว Seiko Brand Friend กับนักแสดงมาดเท่ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และแคมเปญใหม่ล่าสุดของ Seiko Prospex Zimbe

SEIKO Thailand จัดงานเปิดตัวแคมเปญใหม่ของ SEIKO PROSPEX ZIMBE  นาฬิกาซีรีย์ยอดนิยม พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่  Zimbe 16 และ Zimbe 17 และกลับมาพร้อม Seiko Brand Friend คนแรกของปี 2022 อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อย่างเป็นทางการ  โดยงานจัดขึ้นในค่ำวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ณ Sea Life Bangkok Ocean World สยามพารากอน โดย อากิระ ซากาอิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก ประเทศไทยร่วมกล่าวเปิดงานพร้อมถือโอกาสนี้ในการขอบคุณแฟนไซโกที่ให้การสนับสนุนอย่างเสมอมาและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของทะเลประเทศไทยให้สวยงามขึ้นในทุกๆปีจากรายได้ส่วนหนึ่งของการจำหน่ายนาฬิการุ่น Prospex Zimbe และนาฬิกาดำน้ำรุ่นอื่นๆจากไซโกที่ได้นำไปจัดทำโครงการ Seiko Save The Ocean เพื่อดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ท้องทะเลไทยอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 5 ปี

“ไซโกต้องการที่จะปลุกจิตวิญญาณของจิมเบขึ้นมาอีกครั้งจึงได้เปิดตัวนาฬิกาทั้งสองรุ่นอย่าง SEIKO PROSPEX ZIMBE รุ่น 16 และ 17 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉลามวาฬอย่างแท้จริง SEIKO PROSPEX ZIMBE รุ่น 16 นั้นมาในรูปแบบของ Baby Tuna ที่ตัวเรือนนั้นมีโครงสร้างของขอบตัวเรือนอีกชั้นหนึ่งเพื่อเสริมประสิทธิภาพความแข็งแรงทนทานและรองรับการดำน้ำเช่นเดียวกับผิวหนังของฉลามวาฬที่จะมีความหนา และมีเกล็ดเล็กๆเสมือนเกราะป้องกัน ส่วน SEIKO PROSPEX ZIMBE รุ่น 17 นั้นมาในรูปแบบ King Samurai ที่มีขอบตัวเรือนสีน้ำเงินเข้ม เปรียบเสมือนน้ำทะเลในช่วงกลางคืนที่ฉลามวาฬนั้นได้แหวกว่ายอยู่ในท้องทะเล” วรรฑนี วาทนากรณ์ (ผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์การตลาดแห่งไซโก)กล่าว

Seiko Prospex Zimbe รุ่น 16 วางจำหน่ายพร้อมกัน 15 กันยายนนี้ ทั่วประเทศ และนาฬิกา Seiko Prospex Zimbe รุ่น 17 เริ่มวางจำหน่ายแบบ Exclusive ในวันที่ 28 กันยายน นี้ ที่แรกในงาน Central International watch fair 2022 ที่เซ็นทรัลชิดลม และพร้อมจำหน่ายทั่วประเทศ  12 ตุลาคม โดยทั้ง 2 รุ่นจัดจำหน่ายแบบจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 1,000 เรือนเท่านั้นเฉพาะประเทศไทย

รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายนาฬิกา Seiko Prospex Zimbe Limited Edition จะถูกนำไปต่อยอด โครงการ Seiko save the ocean เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ท้องทะเลไทย

สามารถติดตามรายละเอียดต่างๆ ของไซโกได้ที่ 02-255-1245 ต่อ 888

Website: https://www.seikowatches.com/th-th/products

FB: Seiko Club by Seiko Thailand

IG: Seiko_Thailand

Line: @Seiko_Thailand

YouTube: Seiko Club by Seiko Thailand

Twitter : @Seiko_Thailand

rhunrun เรียบเรียง

Seiko 140th Anniversary

ผนึกกำลังร่วมกันเฉลิมฉลองการครบรอบ 140 ปีของ Seiko กับ Prospex (พรอสเป็กซ์), Astron (แอสตรอน), Presage (พรีซาจ) และ 5 Sports (5 สปอร์ต) ในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปีของ Seiko วิสัยทัศน์ของคินทาโร่นั้น ได้ถูกนำกลับมาถ่ายทอดโดยสะท้อนผ่านผลงานนาฬิกา 4 รุ่นพิเศษที่ผลิตในแบบจำนวนจำกัด ซึ่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาของ Seiko ตั้งแต่กลไกอัตโนมัติไปจนถึงระบบแห่งเทคโลยีอย่าง GPS Solar

คินทาโร่ ฮัตโตริ (Kintaro Hattori) ก่อตั้งบริษัทของเขาในปี 1881 เมื่อเขามีอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น ในช่วง 50 ปีภายใต้การดูแลและบริหารงานของเขา ไซโก (Seiko) ได้กลายเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่น โดยเป็นศูนย์กลางในการออกแบบและมีโรงงานที่ใช้ผลิตกลไกเป็นของตนเอง ความสำเร็จที่เป็นผลโดยตรงมาจากวิสัยทัศน์เพียงหนึ่งเดียวที่ยึดมั่นของเขานั่นคือ “One step ahead of the rest” หมายถึง ‘ต้องนำหน้าคู่แข่งอยู่ 1 ก้าวเสมอ’ คือคำกล่าวที่ยังคงสะท้อนกึกก้อง และเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของ Seiko มาจนถึงปัจจุบันนี้

ในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปีของ Seiko วิสัยทัศน์ของคินทาโร่นั้น ได้ถูกนำกลับมาถ่ายทอดโดยสะท้อนผ่านผลงานนาฬิกา 4 รุ่นพิเศษที่ผลิตในแบบจำนวนจำกัด ซึ่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาของ Seiko ตั้งแต่กลไกอัตโนมัติไปจนถึงระบบแห่งเทคโลยีอย่าง GPS Solar

จาก พรอสเป็กซ์ (Prospex) ไปจนถึง แอสตรอน จีพีเอส โซล่า (Astron GPS Solar) ความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาที่หลากหลาย

นาฬิกา 4 เรือนในซีรีส์นี้ มาพร้อมโทนสีฟ้าและสีขาวเงินสว่างโทนเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่กลไกและเทคโนโลยี โดยลักษณะเฉพาะสำหรับ แอสตรอน จีพีเอส โซล่า (Astron GPS Solar) นั้น แสดงถึงจุดสูงสุดของการผลิตนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

ในขณะที่ชุดกลไกอัตโนมัติ จีเอ็มทีของเครื่อง 6R64 คือการสืบสานการผลิตนาฬิกาชั้นสูงแบบดั้งเดิมที่ดีที่สุดโดยยึดหลักตามแนวทางนาฬิกาสปอร์ตแข็งแกร่งของ Seiko ที่มีมาอย่างยาวนานอย่าง พรอสเป็กซ์ (Prospex) โดยรุ่นนี้ถูกนำมาผลิตใหม่โดยได้รับอิทธิพลมาจากนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของ Seiko ที่ผลิตขึ้นในปี 1965 โดยดีไซน์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

ในขณะที่การสร้างสรรค์นาฬิกา ไซโก 5 สปอร์ต (Seiko 5 Sports) นั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนสัญลักษณ์แห่งคุณค่าพิเศษที่ตั้งใจมอบให้กับผู้ชื่นชอบนาฬิกาสปอร์ตมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

โดยนาฬิกา นาฬิกาทั้ง 4 เรือนจะวางจำหน่ายที่บูติกของ Seiko และร้านค้าปลีกทั่วโลกในเดือนพฤษภาคม 2021 นี้

พรอสเป็กซ์ (SPB213J)

การตีความใหม่จากนาฬิกาดำน้ำเรือนแรกของ Seiko ที่ผลิตขึ้นในปี 1965 ออกแบบให้เข็มกว้างขึ้นและเคลือบสารเรืองแสงลูมิไบร์ทให้การมองเห็นมีความคมชัดสูง ในขณะที่เม็ดมะยมและฝาหลังแบบขันเกลียว มอบความสามารถกันน้ำได้ที่ 200 เมตรอย่างมั่นใจ ตัวเรือนและฝาหลังออกแบบให้มีรูปทรงที่ลงตัวกับข้อมือ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 6,000 เรือนทั่วโลก

แอสตรอน (SSH093J)

ตัวเรือนของ แอสตรอน จีพีเอส โซล่า (Astron GPS Solar) รุ่นพิเศษนี้มีส่วนเงาโค้งเหมือนกันและมีข้อต่อตัวเรือนกว้างเท่ากับนาฬิกา ควอตซ์ แอสตรอน (Quartz Astron) ที่ผลิตขึ้นเมื่อปี 1969 ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในนาฬิกาเรือนยอดนิยมที่สุดในคอลเลกชั่นแอสตรอน ที่เกิดจากความสำเร็จด้านเทคโนโลยีของ Seiko การออกแบบที่มาพร้อมการปรับปรุงให้ทันสมัยของชุดกลไก GPS Solar Dual-Time 5X53 ปรับตั้งค่าเวลาอย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในทุกแห่งบนโลก* โดยใช้เพียงพลังงานแสงและนำเสนอคุณสมบัติขั้นสูงมากมาย รวมถึงการปรับเวลาต่างไทม์โซนด้วยความเร็วสูง พร้อมฟังก์ชั่น “การเปลี่ยนโอนเวลา” บนพื้นหน้าปัดสะอาดตาในโทนสีเงินเน้นด้วยสีฟ้ารับกับขอบตัวเรือนเซรามิก ผลิตจำนวนจำกัด 1,400 เรือนทั่วโลก

*หากมีการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค / เขตเวลา / DST (เวลาออมแสง) อาจต้องเลือกการปรับตั้งด้วยตนเอง

พรีซาจ (SPB223J)

ตัวเรือนและสายของซีรีส์ พรีซาจ ชาร์ป เอดจ์ (Presage Sharp Edged Series) โดดเด่นด้วยพื้นผิวตัวเรือนที่แบนเรียบเข้ากับความเฉียบของเหลี่ยมมุม และสันบนตัวเรือนตามที่มาของคำว่า Sharp Edged เพื่อทำให้นาฬิกาสะท้อนประกายแสงได้จากทุกมุม ตัวเรือนเคลือบสารเพิ่มความแกร่งที่ช่วยปกป้องตัวเรือนและสายจากการขีดข่วน แต่ยังคงเงางามเป็นประกาย พื้นหน้าปัดโดดเด่นด้วยลวดลายอาซาโนฮะ (Asanoha) หรือลายใบป่าน ที่ใช้กันมานานนับพันปีในญี่ปุ่นซึ่งจะพบเห็นได้จากลายผ้าทอและสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น พื้นผิวที่โดดเด่นของรูปทรงเรขาคณิตบนพื้นหน้าปัดเพื่อสร้างแสงเงาที่หลากหลายยามเมื่อแสงสาดกระทบในมุมที่แตกต่าง นาฬิกาขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ จีเอ็มที คาลิเบอร์ 6R64 ผลิตจำนวนจำกัด 3,500 เรือน ทั่วโลก

ไซโก 5 สปอร์ต (SRPG47K)

นับเป็นครั้งแรกสำหรับ ไซโก 5 สปอร์ตที่ดีไซน์พื้นหน้าปัดสีขาวบนตัวเรือนที่คุ้นตา ผสานกับแพทเทิร์นที่สวยงามลงตัวรับ กับขอบตัวเรือนและชุดเข็มสีฟ้า ผสานชุดกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 4R36 ของ Seiko ที่เชื่อถือได้ มอบความแม่นยำในการแสดงค่าให้กับนาฬิกาในซีรีส์ที่โด่งดังมายาวนาน ผลิตจำนวนจำกัด 11,000 เรือน ทั่วโลก

Seiko 140th Anniversary Limited Editions

Prospex First Diver’s Modern Re-interpretation: SPB213J

ชุดกลไก คาลิเบอร์ 6R35

ระบบขับเคลื่อน: อัตโนมัติ

ความถี่ในการทำงาน: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (6 บีทต่อวินาที)

พลังงานสำรอง: 70 ชั่วโมง

จำนวนทับทิม: 24 เม็ด

ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลเคลือบผิวเพิ่มความแกร่ง ซูเปอร์-ฮาร์ด

กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารกันแสงสะท้อน

ฝาหลังขันเกลียว เม็ดมะยมขันเกลียว

ความสามารถกันน้ำ: 200 เมตร สำหรับดำน้ำ

ความสามารถกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 แอมป์/เมตร

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.5 มิลลิเมตร, ความหนา: 13.2 มิลลิเมตร

บานพับล็อกสาย 3 ทบพร้อมปุ่มกดปลดล็อก ล็อกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยและส่วนเพิ่มขยาย

(ผลิตจำนวนจำกัด 6,000 เรือนทั่วโลกและเพียง 250 เรือนในประเทศไทย)

Presage Sharp Edged Series: SPB223J

ชุดกลไก คาลิเบอร์ 6R64

ความถี่ในการทำงาน: 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (8 บีทต่อวินาที)

พลังงานสำรอง: 45 ชั่วโมง

จำนวนทับทิม: 29 เม็ด

ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล เคลือบพื้นผิวทนทานต่อการขูดขีดแบบซูเปอร์-ฮาร์ด

กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโค้งเคลือบสารกันแสงสะท้อน

ฝาหลังขันเกลียวโปร่งใสมองเห็นกลไก

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 42.4 มิลลิเมตร, ความหนา: 13.7 มิลลิเมตร

ความสามารถกันน้ำ: 10 บาร์

ความสามารถกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 แอมป์/เมตร

บานพับล็อกสาย 3 ทบพร้อมปุ่มกดปลดล็อก

(ผลิตจำนวนจำกัด 3,500 เรือน ทั่วโลกและเพียง 100 เรือนในประเทศไทย)

Astron GPS Solar Dual-Time 5X53: SSH093J

ชุดกลไก คาลิเบอร์ 5X53

ปรับเวลาด้วยสัญญาณ GPS

แสดงเวลา 2 ไทม์โซน ตัวแสดงเวลา AM/PM

แสดงปฏิทินร้อยปีที่ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2100

ฟังก์ชั่น ปรับชดเชยเวลาออมแสง DST

เปลี่ยนเวลาด้วยความรวดเร็วสูง

ฟังก์ชั่นเปลี่ยนโอนเวลา

มาตรวัดแสดงสถานะของการรับสัญญาณ

แสดงเวลาทั่วโลก (39 เขตเวลา)

โหมดประหยัดพลังงาน

ความเที่ยงตรง : +/-15 วินาทีต่อเดือน (โดยที่ไม่มีการรับสัญญาณ GPS และอยู่ภายใต้อุณหภูมิระหว่าง 5-35 องศาเซลเซียส)

ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล เคลือบพื้นผิวทนทานต่อการขูดขีดแบบซูเปอร์-ฮาร์ด

ขอบตัวเรือนเซรามิก

กระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งคู่เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน

ความสามารถกันน้ำ: 10 บาร์

ความสามารถกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 แอมป์/เมตร

ขนาดตัวเรือน : เส้นผ่านศูนย์กลาง 42.7 มิลลิเมตร ความหนา 13.3 มิลลิเมตร

บานพับแบบ 3 ชั้นแบบปรับอย่างสะดวกพร้อมปุ่มกดคลายล็อก

(ผลิตจำนวนจำกัด 1,400 เรือนทั่วโลกและเพียง 12 เรือนในประเทศไทย)

Seiko 5 Sports: SRPG47K

ชุดกลไก คาลิเบอร์ 4R36

ความถี่ในการทำงาน: 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง (6 บีทต่อวินาที)

พลังงานสำรอง: 41 ชั่วโมง

จำนวนทับทิม: 24 เม็ด

ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีล พร้อมบานพับล็อกสาย 3 ทบ ล็อกนิรภัยเพื่อความปลอดภัยและปุ่มกดปลดล็อก

กระจกฮาร์ดเล็กซ์ คริสตัล

ฝาหลังขันเกลียวโปร่งใสมองเห็นกลไก

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 42.5 มิลลิเมตร, ความหนา: 13.4 มิลลิเมตร

ความสามารถกันน้ำ: 10 บาร์

ความสามารถกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 แอมป์/เมตร

(ผลิตจำนวนจำกัด 11,000 เรือนทั่วโลกและเพียง 1,000 เรือนในประเทศไทย)

Contact us :

Facebook : SeikoThailandOfficial

Instagram : seiko_Thailand

Line : @Seiko_Thailand

Website : https://www.seikowatches.com/th-th/products

Twitter : SeikoThailand

For more information 02-2551245-50 Ext. 888

ทำไม Prospex ถึงเป็นนาฬิกาที่เหมาะกับคน Gen Y

คนเราถึงจะไม่ค่อยชอบใส่เครื่องประดับ ผมว่ายังไงก็ยังต้องมีนาฬิกาสักเรือนใส่ติดข้อมือไว้เสมอ นาฬิกาจึงเป็นเหมือนเครื่องประดับพื้นฐาน ที่นอกจากจะช่วยบอกเวลาแล้ว ยังบ่งบอกถึงรสนิยม รวมถึงไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ โดยดีไซน์และรุ่นของนาฬิกาก็มีมากมายหลากหลายให้เลือกตามความชอบ

ในวันนี้ผมอยากพูดถึงนาฬิแบรนด์หนึ่งที่ดูโดดเด่นในบ้านเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างนาฬิกาตระกูล Prospex จาก SEIKO กัน แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงเหตุผลว่าทำไมนาฬิกาตระกูลนี้ ถึงได้เหมาะสมกับกลุ่ม Gen Y เราขอพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y กันเสียหน่อย จะว่าไปแล้วหลายๆ บทความก็กล่าวถึงเรื่องนี้กันไปแล้ว แต่เราจะขอมาสรุปให้เห็นถึงความโดดเด่นของ Gen Y กัน

– Gen Y คือคนส่วนใหญ่ที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523 – 2533  เป็นกลุ่มคนที่เกิดและเติบโตขึ้นมาในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ค่านิยม และความคิดอย่างมากมาย

– ทำให้คน Gen Y เป็นคนที่ทันสมัย ไม่ตกยุค เพราะเติบโตมากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ได้เห็นและเรียนรู้มาโดยตลอด ในทางกลับกันก็เป็นคนที่เบื่อง่าย ดังนั้น คนกลุ่มนี้จึงมีลักษณะที่ด้านนึงจะชื่นชอบความหวือหวา กล้าคิด กล้าแสดงออกถึงความสามารถและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง

– นอกจากนี้คน Gen Y ยังมีพลังในตัวเองมาก มั่นใจในตัวเอง ชอบคิดแบบนอกกรอบ ชอบพัฒนาและท้าทายตัวเองอยู่เสมอ มีความคิดแปลกแหวกแนว และชอบการผจญภัย

นี่คือพฤติกรรมหลักๆ ของคน Gen Y เจเนอเรชั่นที่เรากำลังบอกว่า นาฬิกาในตระกูล Prospex ของ SEIKO เหมาะกับคน Gen Y มากที่สุด นั่นเป็นเพราะ SEIKO Prospex ได้รวบรวมเอาจุดเด่นของนาฬิกาสปอร์ตของ SEIKO เข้าไว้ด้วยกันในคอลเลกชันเดียว ทั้งความแข็งแรง ทนทาน มีดีไซน์และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ ตรงตามไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y

คิดจากแรงบันดาลใจ 

คอลเลกชัน SEIKO Prospex แต่ละคอลเลกชันที่ผลิตออกมา ล้วนแต่คิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจต่างๆ ที่มีอยู่รอบๆ ตัวหลายๆคนอาจมีหรือได้ยินชื่อต่างๆมากมายเช่น นาฬิการุ่นยอดนิยมหนึ่งในคอลเลกชั่น Prospex ที่มีเคสรูปร่างกลมใหญ่ โดยผลิตออกมาครั้งแรกในปี 2012 และได้รับเสียงตอบรับที่ดีเสมอมา จนได้รับการขนานนามมาจากกลุ่มแฟนคลับชาวไทย ที่เห็นรูปทรงของนาฬิการุ่นนี้แล้วนึกถึงนักสู้ร่างใหญ่จากศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของญี่ปุ่น ที่มีความแข็งแกร่ง อดทน ออกมาเป็น SEIKO SUMO ดีไซน์คมเข้ม สไตล์ญี่ปุ่น หรือ SEIKO ZIMBE ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฉลามวาฬ นักเดินทางแห่งท้องทะเล ซึ่งเริ่มเปิดตัวในครั้งแรกเมื่อปี 2016 ใน 3 รุ่นด้วยกันจนตอนนี้คอลเลกชัน SEIKO ZIMBE ออกมาเป็นซีรีย์ที่ 4 แล้ว และผลิตออกมาเพียง 1,639 เรือนเท่านั้น (ซีรีย์ 1-3 จำหน่ายหมดหมดเป็นที่เรียบร้อย)

ทนทานท้าทายทุกสภาพอากาศ

ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพอยู่แล้วสำหรับนาฬิกา SEIKO จากแดนปลาดิบ การันตีจากความสำเร็จยาวนานกว่า 130 ปี วัสดุที่นำมาประกอบเป็นตัวเรือนเป็นวัสดุที่มีคุณภาพ สายสแตนเลสตีลคุณภาพสูง และกระจกซัฟไฟร์ ป้องกันรอยขีดข่วนเป็นอย่างดี แถมยังมีฟังก์ชัน Lumibite สารเรืองแสง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นอีกสิ่งที่โดดเด่นของนาฬิกา SEIKO ที่จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นในสภาวะแสงน้อย หรือระหว่างที่กำลังดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเล เช่น SEIKO Prospex SBDC031, SEIKO Prospex Zimbe Limited Edition  นอกจากความสวยงามของดีไซน์ ความแข็งแกร่งจึงเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่มองข้าม SEIKO Prospex ไม่ได้เลย

ด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน นวัตกรรม และดีไซน์ของ SEIKO Prospex นี่จึงเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ตอบโจทย์ว่าทำไม SEIKO Prospex ถึงได้เหมาะสมกับคน Gen Y อย่างเราๆ ก็เพราะผมว่า นอกเหนือจากมีไว้บอกเวลาแล้ว บางครั้งมันก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับเราได้อีกด้วย