Posts

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ใจกลางเมืองภูเก็ต โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นมุมและมิติที่แตกต่างของภูเก็ต

คอร์ทยาร์ด บาย แมริออทหนึ่งใน 30 แบรนด์โรงแรม ในเครือ แมริออท บอนวอย ประกาศเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่บนเกาะภูเก็ต โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมีห้องพักทั้งหมด 248 ห้อง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าของภูเก็ต ออกแบบมาอย่างทันสมัยเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ และยังสามารถสัมผัสกลิ่นอายของวัฒนธรรมของภาคใต้

โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตประมาณ 40 นาที และยังสะดวกสบายโดยการเดินทางจากสถานที่อื่นๆ ทั้งในภูมิภาคและต่างประเทศทั่วโลก โรงแรมตั้งอยู่บนทำเลที่ดี ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ต ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย เช่น ถนนคนเดินวันอาทิตย์ ตลาดชิลล์วา ตลอดจนพิพิธภัณฑ์และวัด ที่สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสอันทรงคุณค่า และวัฒนธรรมที่สวยงามของชาวเปอรานากัน

นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินไปกับแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงในบริเวณใกล้เคียง หรือหากต้องการสัมผัสกับธรรมชาติ ชายหาดที่งดงามของภูเก็ต หาดป่าตองและหาดกะตะ ก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมโดยใช้เวลาขับรถเพียง 30 นาที โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ เน้นการออกแบบร่วมสมัย รวมเอาความสะดวกสบายและการใช้งานได้อย่างแท้จริงเข้าด้วยกัน การออกแบบของโรงแรมยังนำองค์ประกอบของศิลปะและงานฝีมือแบบไทยดั้งเดิมมาประกอบไว้ด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น

โรงแรมนำเสนอห้องพักและห้องสวีทที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจำนวน 248 ห้อง รวมถึงห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทขนาด 140 ตร.ม. โดยในทุกห้องพักเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ทีวีจอแบน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โต๊ะทำงาน และโซฟา ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนพร้อมวิวเมืองภูเก็ตห้องอาหารครัวตลาดใหญ่ เปิดให้บริการทั้งวัน พร้อมเสิร์ฟอาหารไทยท้องถิ่นประจำภาคใต้และอาหารนานาชาติ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ กรุณาโทร +66 76 643 555 หรือเยี่ยมชม www.courtyardphukettown.com และชมวีดีโอบรรยากาศของโรงแรมที่เราได้ไปเยี่ยมชมมาด้านล่างได้เลยครับ

เรียบเรียง rhunrun

InterContinental Phuket Resort นำเสนอประสบการณ์อาหารไทยสไตล์ใหม่ริมทะเลฝีมือรังสรรค์โดย “เชฟต้น” เซเลบริตี้เชฟมากฝีมือแห่งร้าน Le Du

เมื่อเร็ว ๆ นี้ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท (InterContinental Phuket Resort) สวรรค์แห่งการพักผ่อนสุดหรูริมหาดกมลา ได้ร่วมมือกับ “เชฟต้น” ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่ง “Le Du” (ฤดู) นำประสบการณ์อาหารระดับดาวมิชลินมาสู่ริมทะเลภูเก็ต รังสรรค์เมนูสุดเซอร์ไพรส์จากวัตถุดิบท้องถิ่น ในอีเวนต์อาหารสุดพิเศษ 2 แบบ 2 สไตล์ “Jaras x Le Du” และ “Pine x Le Du”

นับเป็นครั้งแรกของ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท ที่ได้ร่วมมือกับ “เชฟต้น” เซเลบริตี้เชฟหนุ่มที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์อาหารไทยด้วยวัตถุดิบคุณภาพและไอเดียที่แตกต่าง รวมถึงเป็นเจ้าของร้าน Le Du ร้านอาหารไทยโมเดิร์น ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นร้านที่ดีที่สุดในเอเชียอันดับ 4 จาก Asia’s 50 Best Restaurants ปีล่าสุด และพ่วงด้วยรางวัล 1 ดาวจากมิชลิน รางวัลทรงเกียรติของวงการอาหารระดับโลก 

เริ่มต้นการเดินทางท่องไปในโลกของอาหารไทยริมทะเลครั้งนี้กับอีเวนต์ “Jaras x Le Du” มื้อค่ำสุดพิเศษที่เหล่านักชิมลิ้มรสฝีมือปรุงอาหารของ “เชฟต้น”เซเลบริตี้เชฟเจ้าของร้าน Le Du และ “เชฟแบงค์กี้” ชัชวาล วราหะจีระกูล พ่อครัวมือหนึ่งแห่งห้องอาหาร Jaras (จรัส) ของอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท กับอาหารไทยสไตล์โอมากาเสะ 5 คอร์ส จับคู่กับไวน์พรีเมี่ยมที่คัดสรรมาอย่างดีโดยซอมเมลิเย่ร์มืออาชีพ 

เริ่มต้นด้วย “อามูส บุช” หรือเมนูเรียกน้ำย่อยที่รสจัดจ้านสไตล์อาหารใต้ ตามมาด้วยอาหารจานเปิดอย่าง “น้ำพริกกุ้งเสียบ” เมนูขึ้นชื่อของภูเก็ตที่ครีเอทเป็นมูสรสกล่มกล่อม เสิร์ฟพร้อมกุ้งแชบ๊วย และผักสวนครัวสดใหม่ จานลำดับต่อมาคือ “แหนมคอหมูย่าง” เมนูยอดนิยมคุ้นหูแต่ไม่ธรรมดา แหนมหมูดำจากจังหวัดน่านที่หมักถึง 3 วัน ออนท็อปด้วยผงปรุงรสสูตรพิเศษ ให้รสชาติที่อร่อยล้ำกว่าที่เคย ต่อด้วย “ต้มโคล้งปลามง” ปลาทะเลน่านน้ำท้องถิ่นเนื้อหวานฉ่ำบ่มกว่า 7 วัน ในน้ำซุปปลาย่าง หอมกลิ่นตะไคร้และเห็ดพูเร รสกลมกล่อมแต่จัดจ้านแบบไทย ส่วนอาหารจานหลักได้แก่ “เป็ดพะโล้” เนื้ออกเป็ดพรีเมียมจากชลบุรี เสิร์ฟพร้อม​ลูกแพร์ในไวน์ขาว บีทรูทดอง หัวไชเท้า และส้ม ที่ตัดรสได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยขนมหวาน “พุดดิ้งเลือดหมู” ไอศกรีมโหระพาที่เข้มข้นและนุ่มละมุน เซอร์ไพร์สด้วยส่วนผสมอย่าง “เลือดหมู” เพิ่มเนื้อสัมผัสที่เข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์

สำหรับ “Pine x Le Du” ซันเดย์บรันซ์ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดบนเกาะภูเก็ต ที่พิเศษยิ่งขึ้นกับเมนูอาหารไทยสูตรเฉพาะที่รังสรรค์โดย “เชฟต้น” แห่ง Le Du  ไม่ว่าจะเป็นเมนู หอยนางรมซอสพริกผักชี, พล่าปลาฮามาจิ, ปลาหมึกย่างขมิ้น, ต้มข่ากุ้งรมควัน, แกงปลาโคราช, มัสมั่นแกะ และคอหมูย่างแกงกะหรี่ พร้อมเมนูอื่น ๆ อีกมากมายที่ให้นักชิมได้อิ่มอร่อย พร้อมดื่มดำวิวทะเลริมหาดกมลา เคล้าเสียงเพลงจากดีเจ และแชมเปญที่เสิร์ฟแบบไม่อั้น 

อีเวนต์อาหารสุดพิเศษของอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท จะจัดขึ้นเป็นประจำตลอดทั้งปี เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารเหนือระดับให้แก่นักชิมไม่รู้จบ รวมถึง Sunday Brunch ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 12.00 -15.00 น.  ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่https://phuket.intercontinental.com/dining อีเมล์ icphuket.dining@ihg.com หรือโทร. 076 629 999

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

“จำปา” ลิ้มรสตำรับรักษ์โลก ปรุงด้วยเตาฟืน ไม่สร้างขยะ ณ ตรีวนันดา คอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม ภายใต้อาณาจักรมนทาระ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ใจกลางภูเก็ต

เผยโฉมสุดยอดโครงการรักษ์โลก “จำปา” ร้านอาหารแนวคิดใหม่ที่ผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับอาหารและเครื่องดื่ม สร้างสรรค์เมนูรสเลิศจากวัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่น เน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พร้อมยึดหลัก Zero Waste ไม่สร้างขยะให้แก่โลก ณ ตรีวนันดา คอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมกลางเกาะภูเก็ต ภายใต้การดูแลของ มนทาระ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่เคยคว้ามาหลายรางวัลระดับโลก ได้แก่ “พรุ” ร้านอาหารรางวัลมิชลิน สตาร์ 1 ดาว แห่งเดียวนอกเขตกรุงเทพฯ “ซีฟู้ด แอท ตรีสรา” ร้านอาหารแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รางวัลมิชลิน กรีน สตาร์ และ “พระยา ไดนิ่ง” ที่ได้รับมิชลิน เพลท อันทรงเกียรติ เปิดปฐมฤกษ์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

“จำปา เป็นโครงการที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากท้องถิ่น ใช้ไฟฟืน ยึดแนวคิดการปรุงอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดขยะ ถือเป็นบทบาทหลักของ ตรีวนันดา คอมมูนิตี้ เฮ้าส์” เควนทิน ฟูเกอรูซ์ (Quentin Fougeroux) ผู้อำนวยการ ด้านอาหารและเครื่องดื่มกล่าว “เนื่องจากเป็นศูนย์กลางคอมมูนิตี้ ที่นี่จึงเป็นพื้นที่เพื่อการแบ่งปัน เรียนรู้ และให้ความสำคัญกับชีวิตที่ดี รวมไปถึงยึดหลักการความเป็นอยู่แบบพึ่งพาตนเอง นับว่าเป็นสถานที่ซึ่งผสานอาหารและงานฝีมือเข้าด้วยกัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด”

ชื่อ “จำปา” (JAMPA) มาจากชื่อของดอกแมกนิโอเลีย จัมพากา (Magniolia Champaka) ซึ่งเป็นดอกไม้เฉพาะถิ่นที่มีกลิ่นหอมพบได้ทั่วไปในภูเก็ต และมาจากชื่อของหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟาร์มของกรุ๊ป ที่เรียกกันว่า “พรุจำปา” ครึ่งแรกของชื่อหมู่บ้านได้นำมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหาร “พรุ” ร้านชนะรางวัลมิชลินของมนทาระ และใช้ชื่อครึ่งหลังสำหรับคอนเซปต์ใหม่นี้

มอาหารของจำปามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ร้านอาหารแห่งนี้ก้าวไปสู่แถวหน้าของนวัตกรรมอาหารในเกาะภูเก็ต โดยการใช้ไฟจากฟืนเท่านั้น ในการรังสรรค์วัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมเน้นเมนูที่ดีต่อสุขภาพ สร้างความสมดุลให้ร่างกาย ซึ่งส่งผลดีงามต่อจิตใจ

ทีมจำปามี เชฟริค ดิงเกน (Chef Rick Dingen) เป็นหัวหน้าทีม เขาเคยประจำอยู่ที่ร้านอาหารเมดิสัน ในกรุงเทพฯ และยังผ่านการทำงานในร้านอาหารระดับมิชลิน สตาร์ ในประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์บ้านเกิดของเขา ซึ่งรวมถึงร้านอินเตอร์ สกาลเดส ร้านระดับมิชลิน สตาร์ 3 ดาว และร้านอาหาร เดอ คาส ที่ขึ้นชื่อเรื่องนำของสดจากฟาร์มมาปรุงอาหาร เชฟทุ่มเทให้กับการเลือกสรรวัตถุดิบสดใหม่ที่เก็บเกี่ยวได้ในวันนั้น ใช้วิธีปรุงอาหารด้วยไฟจากฟืน เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ทางธรรมชาติของวัตถุดิบแต่ละชนิด

ร้านอาหารจะตั้งอยู่ที่ ตรีวนันดา คอมมูนิตี้ เฮ้าส์ เป็นอาคารแสนสวยที่ออกแบบโดย ฮาบิตา อาร์คิเท็คท์ บริษัทออกแบบมือรางวัลและสถาบันศิลปะอาศรมศิลป์ ออกแบบตกแต่งภายในโดย อาฟโรโค่ ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นหนึ่งในบริษัทออกแบบที่ล้ำสมัยที่สุดในวงการ ล้อมรอบไปด้วยเนินทรายและภูมิทัศน์ที่สวยงาม อาคารคอมมูนิตี้ เฮ้าส์ แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของ ตรีวนันดา เวลเนส คอมมูนิตี้ ที่ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถมาพบปะแลกเปลี่ยนมุมมองกัน ทั้งผู้พักประจำและผู้มาเยือนจะสามารถร่วมพลังกันในโครงการต่าง ๆ ของชุมชนที่เน้นเรื่องความยั่งยืน เรื่องโภชนาการ และความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำโดยทีมของตรีวนันดา

ร้านอาหารได้รับการกล่าวถึงในหัวข้อ “ร้านเปิดใหม่ล่าสุด” ของเวปไซต์ “Top 25 Restaurants Phuket” โดย อเมซิ่ง ไทยแลนด์ ยังมีบาร์ที่ทันสมัยนำเสนอเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจ เสิร์ฟมาในรูปแบบที่คุ้นเคยของนักดื่ม รวมทั้งมีแนวคิด zero waste ลดขยะเป็นศูนย์ นำเสนอของสดเก็บใหม่ในวันนั้น ขนมปังอบใหม่ และอาหารชั้นดีชนิดอื่น ๆ ให้กับผู้พักอาศัยและแขกผู้มาเยือน

สำหรับแนวคิดลดขยะเป็นศูนย์ (The Zero Waste) สิ่งสำคัญของคอมมูนิตี้นี้ คือ อาหารและข้าวของต่าง ๆ จะไม่ใช้พลาสติก ผู้พักอาศัยและแขกสามารถเลือกสรรสินค้าโฮมเมด ผลไม้ ผัก และสมุนไพร ที่เก็บมาสด ๆ ขนมปังอบใหม่ที่ยังอุ่น ๆ จากเตาฟืน ชีสท้องถิ่น ชีสวีแกน และสินค้าอื่น ๆ ในรีฟิล สเตชั่น ยิ่งไปกว่านั้น เชฟทุกคนพร้อมให้คำแนะนำหรือเกร็ดความรู้ในการใช้ประโยชน์จากผลิตผลนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

านอาหารก็มุ่งมั่นที่จะเป็นร้านแรกบนเกาะภูเก็ตที่ปรุงอาหารตามแนวคิดลดขยะเป็นศูนย์เช่นเดียวกัน “เราต้องการลดผลกระทบต่อโลกให้มากที่สุดและเราแยกขยะในครัวของเราทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เหลือสิ่งใดกลับไปสู่พื้นดิน” เควนทิน กล่าว “เราจะแยกขยะ โดยอาหารที่เหลือจะนำไปเป็นอาหารสัตว์หรือทำเป็นปุ๋ยใช้ในฟาร์มของเรา ขยะและของที่ย่อยสลายได้จะถูกนำมาใช้เป็นปุ๋ยปลูกผักเพื่อทำให้วงจรของชีวิตสมบูรณ์”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ +66 76 310 100 หรือเยี่ยมชมที่ jamparestaurant.com
Facebook : https://www.facebook.com/JampaRestaurant/
Instagram : https://www.instagram.com/jamparestaurant/?hl=en
Line : @jamparestaurant

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

เครือมนทาระฯ ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้พักอาศัย สู่ความหรูหราระดับใหม่ที่ “ตรีวนันดา” คอมมูนิตี้เพื่อความยั่งยืนที่โดดเด่นในจังหวัดภูเก็ต

มนทาระ ฮอสพิตาลิตี้ กรุ๊ป ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ผู้อยู่เบื้องหลังรีสอร์ตหรูที่ได้รางวัลมากมาย ตรีสราและร้านอาหารพรุ ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ มีความภาคภูมิใจในการเปิดตัวโครงการ “ตรีวนันดา”(TRI VANANDA) คอมมูนิตี้ที่พักอาศัยสร้างอย่างมีจุดประสงค์แห่งใหม่ในกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งผสานชีวิตที่หรูหราเข้ากับความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวมระดับเวิลด์คลาส ในคอมมูนิตี้ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน และการดูแลระบบนิเวศ

โครงการตรีวนันดา โอบล้อมด้วยความเขียวชอุ่มครอบคลุมพื้นที่กว่า 235 เอเคอร์ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบรรดาชายหาดขึ้นชื่อ และย่านช้อปปิ้งชื่อดังของภูเก็ต และอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาที มีกำหนดเปิดในต้นปี 2023 โครงการในรูปแบบโลว์ไรส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งนี้ ใช้งบลงทุนมากกว่า 6,600 ล้านบาท (220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) มีจำนวนวิลล่าหรูทั้งหมด 263 หลัง และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวมที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินที่เงียบสงบเลี้ยวลดไปตามภูมิทัศน์ของพื้นที่สวนต่างๆ ป่าเขตร้อน และทะเลสาบ

โครงการนี้เป็นฝีมือการออกแบบร่วมกันของสถาปนิกและดีไซเนอร์ชื่อดัง อาจารย์ธีรพล นิยม และอาจารย์กฤษฎา โรจนกร ศิลปินแห่งชาติ และสถาปนิกที่ยูเนสโกให้การรับรอง พร้อมด้วยอาศรมศิลป์ (Arsomsilp Community and Environmental Architect) และฮาบิตา อาร์คิเท็คส์ (Habita Architects) ต่างใช้ความชำนาญเนรมิตภายนอกอาคารที่สง่างาม ในขณะที่อาฟโรโค่ (AvroKo) และ พี 49 ดีไซน์ (P49 Deesign) ร่วมกันรังสรรค์ความงามภายใน ทั้งการใช้วัสดุธรรมชาติ การใช้พลังงานหมุนเวียน และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นสิ่งที่จะพบเห็นได้ทั่วทั้งโครงการ

พูลวิลล่า เริ่มต้นตั้งแต่วิลล่า 1 ห้องนอน ถึงวิลล่า 4 ห้องนอน (77 หลัง ที่กำลังจะเปิดในเฟสแรก) มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 120-763 ตารางเมตร กลมกลืนอย่างลงตัวกับสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ วิลล่าแต่ละหลังโดดเด่นด้วยสไตล์ร่วมสมัย การใช้วัสดุจากธรรมชาติ และข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นสุดยอดแห่งศิลปะ โครงการยังมอบความพิเศษเฉพาะตัว ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเพื่อช่วยให้การนอนหลับของผู้พักอาศัยมีคุณภาพสูงสุด รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีทางกายภาพ ทั้งแสงธรรมชาติสาดส่อง ฉนวนกันเสียง การป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้า การใช้กลิ่นหอมเพื่อบำบัด และการตรวจจับคุณภาพของอากาศ โดยผู้พักอาศัยทุกคนยังสามารถใช้เวลาแหวกว่ายในสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ทอเป็นประกาย

โครงการตรีวนันดา ยังเป็นศูนย์กลางด้านดูแลสุขภาพระดับเวิลด์คลาส เปรียบเป็นสวรรค์แห่งความสุขสงบ ด้วยห้องบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ ห้องกายภาพบำบัด ห้องให้การรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีน (TCM) ห้องให้การรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนไทย (TTM) ศูนย์สุขภาพ และเครื่องมืออันทันสมัยสำหรับวิเคราะห์ด้านสุขภาพ โดยแขกที่มาพักสามารถออกแบบโปรแกรมส่วนตัวเพื่อสุขภาพที่ดีที่เหมาะกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่โดดเด่นอื่นๆ อย่างสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิก ศูนย์เจริญสติ ซึ่งตั้งอยู่บนทะเลสาบ และท่าเรือที่ทะเลสาบสำหรับกีฬาทางน้ำอย่างครบครันอีกด้วย และเพื่อให้คำปรึกษาข้อเสนอเกี่ยวกับสุขภาพแบบองค์รวม ตรีวนันดาได้แต่งตั้งซูซาน ฮาร์มสเวิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม ซึ่งเธอเป็นกรรมการที่ปรึกษาของการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวมของโลก และสถาบันเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม

คุณกิตติศักดิ์ ปัทมะเสวี

ที่มนทาระ เราพยายามอย่างยิ่งที่จะนำเสนอความงดงามทางธรรมชาติ และความเป็นไทยแท้ การมีสุขภาพดีแบบองค์รวมที่ฝังอยู่ในมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศนี้ ซึ่งตรีวนันดาจะผสมผสานประเพณีเหนือกาลเวลาเหล่านี้เข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ชื่อ ‘ตรีวนันดา’ หมายถึง ‘ป่าแห่งความสุขที่ยั่งยืน” ในภาษาสันสกฤต และนั่นคือสิ่งที่ผู้พักอาศัยจะได้พบที่คอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมแห่งใหม่ของเราแห่งนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เผยโฉมโอเอซิสที่สงบสุขและงดงามแห่งนี้สู่สายตาโลกในปี 2023” นายกิตติศักดิ์ ปัทมะเสวี ประธานกรรมการบริหาร มนทาระ ฮอสพิตาลิตี้ กรุ๊ป กล่าว

ตรีวนันดาโอบล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่มในใจกลางของเกาะภูเก็ต ซึ่งผู้พักอาศัยที่ใฝ่ฝันถึงชายทะเล สามารถไปเยือนที่ “ตรีสรา” รีสอร์ทอีกแห่งในเครือมนทาระฯ ตั้งอยู่บนชายหาดนุ่มละเอียดของหาดในทอน ริมทะเลอันดามัน เป็นไอคอนที่สร้างมาตรฐานระดับโกลด์ สแตนดาร์ด ให้แก่ธุรกิจการให้บริการและอาหารในจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่เปิดตัวในปี 2004 ชื่อของรีสอร์ทมีความหมายว่า “สวนสวรรค์ชั้นที่สาม” และวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวแต่ละหลังให้ความรู้สึกราวกับสวรรค์แห่งเขตร้อน ทางเดินที่คดเคี้ยวนำไปสู่ชายหาดส่วนตัว ที่คู่รัก ครอบครัว และเพื่อนฝูงสามารถใช้เวลาร่วมกันอย่างไม่จำกัด ทั้งการนอนอาบแดด หรือแหวกว่ายในน้ำทะเล

ตรีวนันดา เป็นโครงการสุดพิเศษโครงการล่าสุดจากมนทาระ ฮอลพิตาลิตี้ กรุ๊ป นอกเหนือจาก ตรีสรา และโรงแรมอีก 2 แห่ง ที่บูรณะจากอาคารโบราณในกรุงเทพฯ คือโรงแรมพระยา พาลาซโซ (Praya Palazzo) และโรงแรมปรินซ์ เธียเตอร์ (Prince Theatre)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมที่ www.montarahospitality.com
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตรีสรา กรุณาติดต่อ
เว็บไซต์ trisara.com
โทร. 076-310-100
LINE Official Account @TrisaraResort หรือ https://lin.ee/mMUkaGO
Facebook Messenger m.me/trisararesort
อีเมล์ reservations@trisara.com

ผ่อนคลายหลีกเร้นความวุ่นวายอย่างละมุนและมีสไตล์ใน Pool Villa สุดหรูกลางธรรมชาติและชายหาดอันสงบเงียบที่ Anantara Mai Khao Phuket Villas

ในช่วงที่สถานการณ์หลายๆอย่างวุ่นวายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนการหลีกเร้นจากความวุ่นวายที่เราต้องพบเจอทุกวันแล้วให้ความสงบสุขอันบริสุทธิ์และชายหาดทอดตัวยาวเข้าเยียวยาก็ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของหลายๆคน รวมถึงผู้เขียนด้วย

ท่ามกลางความงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ตวิลล่าส์  เป็นรีสอร์ทหรูหรามีเอกลักษณ์ พูลวิลล่าโอเอซิสเรียงรายตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันเงียบสงบของจังหวัดภูเก็ต อนันตราไม้ขาวภูเก็ตวิลล่าอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ติดกับหาดไม้ขาวที่เงียบสงบและทะเลอันดามันที่สวยงาม รีสอร์ทอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาทีและไม่ไกลจากชายหาดที่คึกคัก

การเดินทางอันน่าตื่นตาเริ่มต้นตั้งแต่แรกก้าวเข้าสู่รีสอร์ท แขกทุกท่านจะได้รับการต้อนรับด้วยการตีฆ้องสามครั้งพร้อมพวงมาลัยดอกไม้ (แม้เราจะไม่ใช่ชาวต่างชาติแต่ก็อดอมยิ้มกับการต้อนรับแบบไทยน่ารักๆแบบนี้ไม่ได้เลยล่ะครับ) และประสบการณ์การเช็คอินแสนราบรื่นในล็อบบี้แบบเปิดโล่งที่เผยให้เห็นทะเลสาบอันงดงาม ในระหว่างวันทะเลสาบใจกลางรีสอร์ทนี้ก็ได้มอบความร่มเย็นตัดกับแสงแดดของเมืองร้อนให้ค่อย ๆ เคลื่อนไปอย่างนุ่มนวลทุกครั้งที่เราเดิน (หรือปั่นจักรยานในบางครั้ง) รอบๆรีสอร์ทครับ ยามพลบค่ำต้อนรับค่ำคืนแสนโรแมนติกด้วยประเพณี Sundown Ritual นำโดยขบวนกลองยาวและระฆังเดินข้ามทางเดินที่ทะเลสาบ สร้างความสนุกสนานและน่าจดจำในการเข้าพักครับ

มาที่ที่พักกันบ้างพูลวิลล่าสุดหรู (เราได้พักในห้อง Sala Pool Villa ที่โดดเด่นด้วยการมีศาลาเล็กติดกับสระน้ำส่วนตัวในห้อง)ออกแบบตามอย่างหมู่บ้านชาวไทยภาคใต้มีทั้งแบบ 1 และ 2 ห้องนอน พูลวิลล่าทั้ง 83 หลังกระจายอยู่ทั่วสวนเมืองร้อนและทะเลสาบ สถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทยช่วยเสริมการตกแต่งที่มีเสน่ห์ของงานศิลปะและสิ่งทอที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ห้องนอนใหญ่มีเตียงขนาดคิงไซส์ 1 เตียงหรือเตียงเดี่ยว 2 เตียง เชื่อมต่อกับห้องน้ำที่ตกแต่งอย่างละเมียดละไมและเลานจ์อันหรูหรา ผู้เข้าพักสามารถเอนกายพักผ่อนบนเก้าอี้ยาวหรือเดย์เบด หรือตามกระแสความเป็นไปของโลกที่โต๊ะเขียนหนังสือ ประตูห้องนอนและประตูห้องน้ำแบบบานเลื่อนช่วยเสริมให้พื้นที่มีความลื่นไหลและเปิดทางให้สามารถเดินไปที่สวนริมสระได้โดยตรง ความสุขแสนพิเศษอยู่ที่อ่างอาบน้ำหินขัดขนาดใหญ่สำหรับสองคนตั้งอยู่กลางแจ้งติดกับสระว่ายน้ำส่วนตัว

แขกผู้เข้าพักสามารถเลือกแหวกว่ายในสระน้ำเย็นสบายหรือผ่อนคลายยาวนานในน้ำอุ่นได้ตามอารมณ์ เก้าอี้อาบแดดที่แสนสบายเย้ายวนใจให้อาบแดดแบบส่วนตัว พักผ่อนนอนเอกเขนกบนที่นั่งบุผ้าภายใต้ความร่มรื่นของศาลาที่มีโต๊ะรับประทานอาหารและมินิบาร์ขนาดใหญ่ ช่วงเวลาพักผ่อนแสนสุขในวิลล่าทุกหลัง เลือกชมความบันเทิงจาก LCD TV และ  WiFi  หรือเลือกเติมความสดชื่นจากเครื่องดื่มนานาชนิดจากเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ ที่เก็บไวน์ส่วนตัวและมินิบาร์

มาต่อที่ด้าน Facilities อนันตราไม้ขาวภูเก็ตเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกท่ามกลางทะเลสาบงดงามและชายฝั่งอันเงียบสงบ ผ่อนคลายในสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ริมทะเลพร้อมอ่างจากุซซี่ (คู่สีของสระใช้โทนเย็นทำให้ผ่อนคลายได้ดีเลยครับ) เตียงนวดฟองอากาศและน้ำพุ เตียงอาบแดดบนแพลตฟอร์มเหนือน้ำ และบาร์ในสระว่ายน้ำ

และไฮไลต์อย่าง อนันตรา สปา เปรียบเสมือนการเดินทางไปสู่การพักผ่อนเพื่อความงามและสุขภาพ ปรนเปรอและฟื้นฟูร่างกายด้วยศาสตร์การบำบัดของไทยสู่การบำบัดด้วยศาสตร์อายุรเวทแบบองค์รวม นวดแผนไทย ฝึกสมาธิและฝึกโยคะที่ศาลาไทยกลางแจ้ง

ผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบกระฉับกระเฉงสามารถเลือกทำกิจกรรมได้มากมาย หาดทรายและถนนในชนบทเป็นเส้นทางจักรยานที่สวยงาม สนามเทนนิสขนาดเดียวกับที่ใช้แข่งขันชิงแชมป์เหมาะสำหรับการเล่นยามค่ำคืนพร้อมบทเรียนเพื่อปรับปรุงเทคนิคในการเล่น ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลในห้องยิมสามารถกระตุ้นแรงจูงใจในการออกกำลังกาย ผู้ที่ต้องการเพิ่มพลังความสดชื่นสามารถเล่นโยคะ(ช่วงเช้าและเย็น)และแอโรบิกข้างสระว่ายน้ำในวิลล่าส่วนตัวหรือกิจกรรมสนุกในรีสอร์ทเช่นต่อยมวย ปั่นจักรยาน paddle board พายเรือ Kayak และ Body Board (โรงแรมจะมี Complimentary non-motor watersport activities ให้ในช่วงเมษายน-พฤศจิกายน) หรือเช่าเรือยอร์ชเพื่อล่องเรือชมเขาหินปูนบริเวณอ่าวพังงา (ติดต่อได้ที่ Concierge บริเวณ Front ทางโรงแรมจะสามารถแนะนำโปรโมชั่นและทัวร์ต่างๆให้กับเราครับ) ระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ แขกของรีสอร์ทสามารถแวะชมหนังสือและใช้คอมพิวเตอร์ได้ที่ห้องสมุด (Library) หรือแวะมาที่ เดอะ แกลลอรี่ (The Gallery) เพื่อชมงานหัตถกรรม เสื้อผ้าและของขวัญสุดเก๋ของรีสอร์ท แขกตัวน้อย ๆ สามารถร่วมสนุกกับศิลปะ หัตถกรรม เกมและทัศนศึกษาธรรมชาติที่ Anantara Kids Club สำหรับเจ้าหนูตัวน้อย 

ห้องอาหารและบาร์ที่มีทัศนียภาพงดงามทั้งห้าแห่งของรีสอร์ทพร้อมนำเสนอรสชาติที่ดีที่สุดของท้องถิ่นและของโลก เริ่มต้นยามเช้าริมทะเลสาบที่ ลา ศาลา (La Sala) อิ่มเอมกับบุฟเฟต์อาหารเช้าหรือเลือกสั่งอาหารได้ตามความต้องการ สำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำเลือกลิ้มรสอาหารไทยแท้และอินเดีย

เดอะ เทสติ้ง รูม (The Tasting Room) เป็นมากกว่าห้องเก็บไวน์เพราะมีบริการอาหารรสเลิศและบริการไวน์กูรูที่ยอดเยี่ยม ทุก ๆ ค่ำที่ร้านอาหารริมชายหาด ซี.ไฟเออร์.ซอลท์ (Sea.Fire.Salt) เพิ่มรสชาติบาร์บีคิวอาหารทะเล และอาหารที่ปรุงบนอิฐเกลือหิมาลัยสุดพิเศษและยังตั้งอยู่ติดกับบาร์ริมสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้แสนชิวที่มองเห็นชายหาดและทะเลพร้อมให้ความสดชื่นตลอดทั้งวันด้วยเครื่องดื่มแปลกใหม่ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารว่างเบา ๆ 

เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดในการรับประทานอาหาร  ไดน์นิ่ง บาย ดีไซน์ (Dining by Design) นิยามความโรแมนติกด้วยรายการอาหารรสเยี่ยม สถานที่แสนพิเศษ และบริการบัตเลอร์ที่ไร้ที่ติ สำหรับประสบการณ์การเรียนรู้วัฒนธรรมการทำอาหารไทยในห้องเรียนการปรุงอาหารในคลาส สไปซ์ สปูนส์ (Spice Spoons) จะเริ่มต้นด้วยการเที่ยวชมตลาดพื้นเมืองและเผยเคล็ดลับพ่อครัวใหญ่ในห้องครัว (ในส่วนของเมนูที่จะทำเราสามารถเลือกได้และพ่อครัวหรือเชฟจะช่วยสอนเราครับ)

ก่อนและหลังการดื่มด่ำกับการพักผ่อนสมบูรณ์แบบในภูเก็ตที่พูลวิลล่า สวรรค์บนชายหาด ทางโรงแรมก็ยังมีบริการรับส่งถึงสนามบิน (บนรถหรูที่มีบริการตั้งแต่น้ำดื่ม ผ้าเย็น เจลล้างมือไปจนถึง Wifi ครับโดยราคาก็จะขึ้นอยู่กับ Package ของห้องพัก) และพนักงานต้อนรับถึงสนามบินพร้อมด้วย service mind เปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลาเติมเต็มทริปนี้ให้เรารู้สึกพิเศษที่สุดครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนันตรา กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.anantara.com หรือติดตามข่าวสารผ่านทาง www.facebook.com/anantara และ Twitter หรือ Instagram @anantara_Hotels หรือโทร โทร. + 66 (0) 2 365 7500

หรือคลิ๊กที่นี่ได้เลยครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

​ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ อนันตรา ไม้ขาว 🌅 นั่งชิลริมสระว่ายน้ำพร้อมจิบค๊อกเทลสบายๆ และเพลิดเพลินไปกับการเสพย์บรรยากาศอันรื่นรมย์นี้ ให้รางวัลตัวเองและคนที่คุณรัก ด้วยการพักผ่อนอันแสนพิเศษพร้อมส่วนลดพิเศษและสิทธิประโยชน์มากมาย สำรองห้องพักได้ผ่านลิ้งค์ที่ bio ✨ ​ ​The sunset over Anantara Mai Khao never disappoints 🌅 Spend the day poolside and return for sunset drinks amongst the treetops taking in the breathtaking views 😍 Book your tropical escape now via the link in bio and enjoy exclusive savings ✨ ​ #anantaramaikhao #sunset #luxuryhotel

โพสต์ที่แชร์โดย Anantara Mai Khao Phuket (@anantaramaikhao) เมื่อ

ARVA : A taste of new harvest.

ถ้ามาภูเก็ตต้องมารับประทานอาหารอิตาเลียนที่ Amanpuri ให้ได้ ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงหรือบรรยากาศของห้องอาหาร Arva เพียงอย่างเดียว แต่อาหารอิตาเลียนที่นี่ดูแลโดยเชฟ Stefano Artosin โดยเน้นที่มาของเครื่องปรุงแต่ละอย่างว่าต้องชั้นเลิศสดใหม่ สมกับชื่อร้านอาหารที่หมายถึงการเก็บเกี่ยว

ไม่ว่าจะแฮมจากอิตาลี หรือเนยแข็งจากเชียงใหม่ ไม่ใช่เชฟต้องการประหยัดค่าขนส่ง แต่เชฟยืนยันว่าคุณภาพเนยแข็งจากเชียงใหม่นี้ดีเยี่ยมทัดเทียมกับที่ทำในอิตาลี โดยเฉพาะเนยแข็ง Burrata ที่เป็นเนยแข็งแบบสด ข้างในเป็นครีมรสเข้มข้นหอมมัน แต่เนยแข็งชนิดอื่นที่นำเข้ามาจากอิตาลีก็มีเช่นกัน

สำหรับอาหารทะเลที่จะนำมาปรุงอาหารนั้นมาจากเรือประมงเจ้าประจำที่ออกเรือไปหาปลาข้ามคืนก็มาส่ง ดังนั้นจะมีอาหารทะเลที่จับได้วันต่อวันมาปรุงในเมนูประจำวันให้เลือก แต่บางชนิดที่ไม่มีในทะเลแถบนั้นก็นำเข้ามา เชฟให้ความสำคัญกับเรื่องเครื่องปรุงมาก

เรามาดูอาหารที่เชฟทำให้เรารับประทานในวันนั้น คือรายละเอียดจะเปลี่ยนไปในแต่ละวันตามเครื่องปรุง แต่ก็มีเมนูหลักๆ ที่จะมีเสิร์ฟตลอด ที่พลาดไม่ได้จริงๆ คือขนมปังยีสต์สดที่หมักกว่า 24 ชั่วโมงในอุณหภูมิต่ำ เพื่อให้แป้งและยีสตืได้พัฒนารสชาติและรสสัมผัสของเนื้อขนมปัง พูดเลยว่าตั้งแต่รับประทานขนมปังที่เสิร์ฟมากับมื้ออาหาร ของที่นี่คือยืนหนึ่งอันดับต้นๆ เสียดายว่าเขาไม่มีขายแบบเบเกอรี่ ต้องการชิมต้องมารับประทานอาหารที่ Arva เท่านั้น เพราะตอนเสิร์ฟเขาจะอบขนมปังนี้มาในควันไม้ฮิกคอรีโดยใช้กรวยแก้วครอบไว้ ค่อยมาเปิดให้เราได้กลิ่นหอมอบอวลตรงหน้า จะด้วยขั้นตอนซับซ้อนในการหมักแป้งที่ทำให้รสชาติขนมปังชุ่มนุ่มหอมน้ำมันมะกอกนิดๆ ผิวขนมปังบางกรอบตกแต่งด้วยมะกอกดำ มะเขือเทศเชอร์รีพอสวยงาม  เนื้อขนมปังนุ่มหอมมันมีรสหวานนิดๆ คือหวานแป้งไม่ใช่หวานน้ำตาล อร่อยจริง

จานแรกคือครีมด้านในเนยแข็งบูร์ราต้า วางบนมะเขือเทศสดฉ่ำหยอดคาเวียร์ด้านบน รสชาติกลมกล่อมหอมละมุนมาก ให้รสสัมผัสที่สดชื่นและรสเค็มติดๆ จากคาเวียร์  

จานต่อมาเป็นทูน่าทาร์ทาร์ เขาปรุงรสออกมาเข้มข้นเหมาะจะเสิร์ฟมาขนาดเล็กๆ ตัดรสด้วยไข่นำกระทาออนเซ็น ฝานเห็ดทรัฟเฟิลกันสดๆ ตรงหน้า เห็ดนี้ไม่ได้มีดีแค่กลิ่น แต่รสสัมผัสยังหนึบ หอมๆ เหมาะจะรับประทานสดๆ แค่จานนี้ก็เห็นฝีมือของเชฟสเตฟาโน แล้ว 

    อีกจานเป็นดอกอาร์ติโช้คอบ ต้องเรียกว่าแปลก ปกติเราปลิดกลีบใบดอกของอาร์ติโช้คจิ้มซอสรับประทาน แต่นี่เขานำดอกมาอบ ซอสมีรสชาติของเบซิล อร่อยทีเดียว ไหนๆ ก็มีเนยแข็งที่ทำใดๆ จากเชียงใหม่ เชฟจึงเสิร์ฟเนยแข็งบูราต้ามากับใบอองดีฟราดน้ำมันมะกอกและบัลซามิโกที่หมักยาวนานจนรสหวานนำรสเปรี้ยว เชฟว่าเนยแข็งสดนี้อร่อยอยู่แล้ว ก็จะไม่ปรุงอะไรซับซ้อน แต่แค่นี้ก็อร่อยจริงๆ เรารับประทานจานเรียกน้ำย่อยแบบแชร์กัน ดังนั้นจึงมีหลายรายการ รวมทั้งหมึกออกโตปุสจิ๋วผัดมาในซอสรสเข้มข้น อร่อยจนต้องเอาขนมปังที่อบกรอบเช็ดน้ำซอสที่ติดในก้นถ้วยที่ใส่มา

    ส่วนแฮมที่ฝานมาจนบางเฉียบนั้นมี 2 ชนิด คละเคล้ามากับลูกแพร์ฝานและโรยด้วยถั่วแม็คคาเดเมียทุกอย่างรสชาติเข้ากันอย่างกลมกล่อม รสเค็มของแฮมและรสหวานของแพร์แต่งแต้มด้วนความกรุบกรอบหอมมันของถั่ว ส่วนใครชอบเนื้อปลาแบบยำมาสดๆ ที่เรียกว่า Ceviche ต้องสั่ง เพราะเชฟได้ปลามาแต่เช้า แล่บาง ปรุงด้วย้ำมันมะกอกและน้ำส้มคั้น และขาดไม่ได้คือเฟนเนลที่มาทั้งหัวแบบฝานบาง กับช่อที่เด็ดเอาแต่ยอด 

    ส่วนซุปฟักทองนี่พลาดไม่ได้อีกเช่นกัน อย่านึกว่าสั่งเพราะความเก๋ที่เสิร์ฟซุปมาในฟักทองทั้งลูก แต่จริงๆ ความเด่นก็คือรสชาติของซุปเอง เชฟใช้ฟักทองบ้านเรานี่แหละ เชฟว่าเนื้อเหนียวหอมมันดี เชฟทำซุปฟักทองได้อร่อยจริงๆ ยิ่งเสิร์ฟมาในผลฟักทองอบร้อนๆ คือที่สุด ก่อนจะถึงจานหลักก็เป็นพาสต้า จานนี้ขอแนะนำว่าเป็นความเรียบง่ายที่อร่อยที่สุด เชฟบอกว่าเป็นซอสมะเขือเทศที่เป็นสูตรในครอบครัว Cavatelli San Marzano พาสต้าโฮมเมดทำเองเป็นท่องนั้นๆ แต่เด็ดที่ซอสมะเขือเทศที่ใช้มะเขือเทศ San Marzano กับหอมแดงกวน เนยแข็ง Caciocavallo จานนี้ต้องสั่งจริงๆ ถ้าอยากจะเข้าในรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ๆ จานนี้บอกได้ครบสิ่งจริงๆ 

    จานหลักมีหอยเชลล์จี่แล้วราดด้วยครีมซอสรสละมุน เราเลี่ยงจานเนื้อเพราะความอิ่ม จึงสั่งหยวดหมึกยักษ์ออกโตปุส ย่างเสิร์ฟมากับซอสสไตล์เมดิเตอเรเนียน ส่วนของหวานเป็น Cannolo E Ricotta หรือคันโนลี แป้งทรงกระบอกสั้นๆ บรรจุไส้ครีมริคอตต้าที่ขึ้นชื่อของอิตาลี แต่ก็ได้ชิมเครมบูเล่ลาเวนเดอร์ หอมหวานมันอร่อยดี ช็อกโกแลตมูสที่ใช้โกโก้ Valrhona มาทำก็เข้มข้นอร่อย และทาร์ตที่มีไส้คัสตาร์ดมะนาวหวานอมเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดเหมาะกับการปิดท้ายของมื้ออาหารจริงๆ

    แม้คุณจะไม่ได้มาพักใน Amanpuri แต่ก็ควรมาชิมอาหารอิตาลีที่ Arva จะมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นหลังจิบเครื่องดื่มชมวิวพระอาทิตย์ตกที่บาร์ของอมันปุรีแล้ว ยิ่งช่วงนี้คนไทยและคนต่างประเทศที่มีที่พำนักในไทยจะมีราคาพิเศษถ้าจะเข้าพักที่อมันปุรี ลองติดต่อสำรองห้องพักได้ที่ www.aman.com/resorts/amanpuri