Posts

PANERAI :New Boutique in Suvarnabhumi Airport, BKK

คึกคักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยบูติกใหม่ๆ เปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้อนรับกับการเดินทางที่จะกลับมาในวิถีชีวิตแบบใหม่ ล่าสุด PANERAI  นาฬิกาหรูที่มีมรดกวัฒนธรรมจากนครฟลอเรนซ์  เป็นที่รู้จักด้วยจิตวิญญานแห่งการผจญภัยและการสร้างสรรค์ที่แข็งแกร่งสำหรับฮีโร่ยุคใหม่ ได้เผยให้เห็นความเป็นอิตาลีในไทยด้วยบูติกแห่งใหม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ


โดยการเปิดบูติกครั้งนี้เป็นการร่วมงานกับคิง เพาเวอร์ บนพื้นที่ 24 ตร.ม. ผสมผสานขนบและความสง่างามแบบอิตาลีเข้าด้วยกันอย่างเรียบโก้ เผยให้เห็นรูปลักษณ์และความหลงใหลในท้องทะเลของ PANERAI และความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์บอกเวลาของเมืองของนูชาแตล ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่นาฬิกาทุกเรือนของ PANERAI ได้รับการออกแบบและคิดค้นในเชิงกลไกต่างๆ

ตัวบูติกมีความเด่นสะดุดตาด้วยนาฬิกาแขวนขนาดใหญ่เกินจริง นาฬิกา Luminor อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ การตกแต่งภายในใช้องค์ประกอบทางทะเลที่คัดสรรมาเพื่ออ้างอิงถึงเรื่องราวอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของแบรนด์อย่างชัดเจน ซึ่งมีรากฐานที่ฝังแน่นในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรืออิตาลี ในขณะที่การจัดวางผลงานสร้างสรรค์ที่โฉบเฉี่ยวเน้นงานชิ้นเอกจากคอลเลกชั่นหลักของ PANERAI ไม่ว่าจะเป็น  Radiomir, Luminor, Luminor Due และ Submersible


การเผยโฉมครั้งนี้เพื่อต้อนรับคนที่หลงใหลในงานสร้างสรรค์ของ PANERAI จากทั่วทุกมุมโลกในบรรยากาศที่เป็นกันเอง บูติกแห่งนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงและพร้อมต้อนรับนักเดินทางทุกวัน ตั้งอยู่ที่  KPT1DE4-29 อาคารผู้โดยสารขาออก 1 ฝั่งตะวันออก 4-29 นี่คืออีกสิ่งหนึ่งที่จะยืนยันว่าเรากำลังก้าวไปข้างหน้าในวิถีธรรมดาแบบใหม่ เพราะสนามบินจะเป็นจุดเร่ิมต้นการเดินทางที่เราคุ้นเคยอีกครั้ง

Luminor Marina Quaranta

แม้แต่นาฬิกาที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดก็ต้องมีพัฒนาการไม่หยุดนิ่งเพื่อตอบสนองต่อกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยีและสไตล์ อย่าง PANERAI: Luminor Marina สุดคลาสสิกกับหน้าปัดทรงโค้งที่มีเอกลักษณ์ การขัดแต่งที่ทำให้เกิดมิติงดงามบนตัวเรือน ยังมีการเปิดตัว Luminor Marina Quaranta ขนาด 40 มม. ซึ่งเป็นโมเดลใหม่ของ PANERAI ที่มีความโดดเด่นในขนาดตัวเรือนที่เคยสร้างประวัติศาสตร์และถูกเล่าขานถึงเสมอ ผสานกับฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ Luminor Marina Quaranta กลายเป็น Luminor Marina ที่เล็กที่สุด สร้างสมดุลระหว่างรูปลักษณ์ที่สง่างามและทัศนคติที่นำสมัย เข้าถึงกลุ่มคนต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง เปี่ยมความมั่นใจและเป็นอิสระ

Luminor Marina Quaranta มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลและหน้าปัดสามแบบที่แตกต่างกันซึ่งมีรูปลักษณ์ที่สวยงามโดดเด่น โดยแสดงหน้าปัดย่อยวินาทีที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และวันที่ที่ 3 นาฬิกา นาฬิกาแต่ละเรือนมาพร้อมกับสายหนังจระเข้และสายหนังลูกวัวที่เลือกให้เข้ากับหน้าปัด อย่างหน้าปัดสีขาวด้านพร้อมสายหนังจระเข้สีดำและหนังลูกวัวสีน้ำตาลเข้ม (PAM01271) หน้าปัดสีดำด้านที่จับคู่กับสายหนังจระเข้สีดำและสายหนังลูกวัวสีดำ (PAM01272) และหน้าปัดสีน้ำเงิน Blue Sun-brushed ตัวเลขอารบิกมาพร้อมสายหนังจระเข้สีกรมท่า และมีแบบสายหนังลูกวัวทำสีน้ำตาลใบยาสูบ(PAM01270)

ในแต่ละแบบสายนาฬิกาและตัวล็อกได้รวมระบบ Quick Release ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยเปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วยใดๆ ด้วยคอลเลกชั่นสายรัดที่คัดสรรมาให้เลือกตามความชอบส่วนบุคคล การเปลี่ยนลุคของ Luminor Marina Quaranta ให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัวหรืออารมณ์ของผู้สวมใส่ รวมทั้งสายข้อมือยางที่ยืดหยุ่นและน้ำหนักเบาพร้อมระบบ Quick Release เพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับลุคของคุณ ความเที่ยงตรงจากกลไกคาลิเบอร์ P.900 ความไร้กาลเวลาของรุ่น Luminor Marina Quaranta คาลิเบอร์ไขลานอัตโนมัติที่มีความบาง 4.2 มม. สำรองพลังงานได้นานสามวัน ฝาหลังเป็นแบบปิด กันน้ำได้ 10 บาร์ (ความลึกประมาณ 100 เมตร)

เผยประวัติศาสตร์ความเป็นมาของนาฬิกา Panerai จากภารกิจลับของนาวิกโยธินสู่เรือนเวลาที่งดงามตามแบบอิตาเลียนดีไซน์

Italian Secret Service
นิทรรศการ The History and Legend เผยประวัติศาสตร์ความเป็นมาของนาฬิกา Panerai จากภารกิจลับของนาวิกโยธินสู่เรือนเวลาที่งดงามตามแบบอิตาเลียนดีไซน์ และคุณภาพระดับ ‘สวิสเมด’

03B

เริ่มต้นจากร้านนาฬิกาและเวิร์กช็อปเล็กๆ ในเมืองฟลอเรนซ์ Panerai แบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่ปี 1860 ได้
กลายมาเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ให้กับกองทัพเรืออิตาลีในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 
จนกระทั่งกลายเป็นผู้ผลิตนาฬิการะดับไฮเอ็นด์อย่างที่ทราบกันในปัจจุบัน เพื่อเป็นการบอกเล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ Panerai 
ได้จัดนิทรรศการป๊อบอัพ History and Legend ขึ้นมาหน้า
ห้างสรรพสินค้า ION Orchard ประเทศสิงคโปร์

a collection of underwater compass of Panerai

ในนิทรรศการขนาดพื้นที่กะทัดรัดนี้ ผู้ชมได้เดินทางย้อนเวลาไปค้นหาต้นกำเนิดของเรือนเวลาจากฟลอเรนซ์ นอกจากจะมีนาฬิการุ่นต่างๆ จาก Panerai ให้ชมกันแล้ว ยังมีไฮไลท์ที่ Panerai ทุ่มทุนสร้าง
ขนข้ามน้ำข้ามทะลมา นั่นคือ ‘ตอร์ปิโด’ ยานพาหนะของนาวิกโยธิน
ในยุค 30s ออกแบบโดยสองกัปตันชาวอิตาเลี่ยน Teseo Tesei และ Elio Toschi ขนาดความยาวกว่า 7.5 เมตร โดยในยุคนั้นนาวิกโยธิน
ต้องนั่งเจ้าตอร์ปิโดสปีดต่ำตัวนี้ออกไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายกลางทะเล
ในชุดเว็ทสูททำจากยาง พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เข็มทิศ นาฬิกา ฯลฯ ซึ่งการปฏิบัติภารกิจของสายลับกลางทะเล มักกระทำในตอนกลางคืน 
Panerai จึงได้คิดค้นสารเรืองแสงที่ชื่อว่า Radiomir ขึ้นมาใช้กับอุปกรณ์
ที่เป็นมาตรวัดต่างๆ เพื่อให้สามารถเห็นได้ในที่มืด นี่คือจุดเริ่มต้นของ
การร่วมงานระหว่างกองทัพเรืออิตาลีและ Panerai ในการผลิตนาฬิกาเรืองแสงสำหรับนักดำน้ำ ขึ้นในปี 1935 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นโมเดลต้นแบบในการผลิตนาฬิกา Radiomir ในปี 1938

06A

ภายในนิทรรศการยังมีนาฬิกาวินเทจรุ่นแรกๆ ของ Panerai จาก คอลเล็กชั่นของนักสะสมทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ไม่ง่ายนัก เราได้เห็นวิวัฒนาการของนาฬิกาจากอดีตถึงปัจจุบัน ที่ยังคงความเรียบง่ายของรูปทรง แต่ยังเปี่ยมความเท่แบบอิตาเลียนดีไซน์ ภายในบรรจุกลไกที่ผลิตจาก สวิตเซอร์แลนด์ นาฬิกาที่นำมาจัดแสดงตั้งแต่ยุคแรกจนมาถึงปัจจุบันโชว์กลไกและฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ พลังสำรอง คอมพลิเคชั่น และโครโนกราฟ ฯลฯ นิทรรศการ The History and Legend อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ เราได้ความรู้มากมายไม่ใช่แค่เรื่องของนาฬิกา แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์โลกที่บอกเล่าผ่านนาฬิกาของ Panerai น่าเสียดายที่นิทรรศการนี้เดินทางมาไม่ถึงเมืองไทย แต่เราก็ยังแอบหวังอยู่ในใจว่า แฟนๆ Panerai ชาวไทย จะได้ยลโฉมเจ้าตอร์ปิโดในตำนานบ้างในอนาคต

Content by Editorial Team