Posts

Zoë Kravitz นักแสดงสาวมากความสามารถเลือก OMEGA เป็นเรือนเวลาคู่ใจที่บ่งบอกสไตล์และคาแรคเตอร์ที่สะกดผู้ชมได้เสมอในแบบฉบับของเธอ 

โซอี้ คราวิตซ์ ดาราสาวเจ้าบทบาทตบเท้าเข้าเป็นหนึ่งในทำเนียบสตรีมากมายที่เลือกใส่เรือนเวลา OMEGA จากสวิส

นับได้ว่าฝีมือการแสดงที่โดดเด่นระดับโลกของ โซอี้ คราวิตซ์ นั้นสามารถสะกดผู้ชมได้อยู่หมัด เห็นได้จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลากหลายแนวและภาพยนตร์อิสระอีกหลายเรื่อง นักแสดง, ผู้กำกับ, นางแบบ และโปรดิวเซอร์สาวรายนี้มีสไตล์ที่เปี่ยมด้วยพลังของความหนุ่มสาวและเชื่อมั่นในตนเอง และ OMEGA ก็ตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับเธอสู่โลกของแบรนด์

โซอี้ คราวิตซ์คือดาวเด่นประจำแฟรนไชส์ภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์เช่น The Batman, Mad Max และ Fantastic Beasts อีกทั้งยังคว้ารางวัล EMMY® Award จากละครโทรทัศน์อย่าง Big Little Lies ตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าสู่วงการบันเทิง Variety ได้จัดให้เธออยู่ในรายการ “10 Actors to Watch” ในขณะที่ Forbes ยกเธอให้อยู่ในทำเนียบ “30 Under 30 List” หลังจากควบทั้งตำแหน่งนักแสดงและผู้อำนวยการผลิตในละครโทรทัศน์เรื่อง High Fidelity for Hulu ที่ดัดแปลงมาจากนิยาย

และบทบาทล่าสุดของเธอในฐานะ Catwoman จากภาพยนตร์ The Batman ปี 2022 ฝีมือกำกับของแมตต์ รีฟส์ (Matt Reeves) ของค่าย Warner Bros. ในปีเดียวกันนี้ โซอี้ คราวิตซ์ยังจะมีผลงานกำกับครั้งแรกผ่านภาพยนตร์เรื่อง Pussy Island

อีกฝ่ายก็รู้สึกเช่นเดียวกัน มร.เรย์โนลด์ เอชลิมานน์ (Raynald Aeschlimann) ทางประธานและซีอีโอของ OMEGA กล่าวชื่นชมโซอี้ คราวิตซ์ว่า “เธอเป็นหญิงสาวที่มีพรสรรค์เต็มเปี่ยม มาพร้อมกับแรงผลักดันที่น่าชมและความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในแบบของตนเอง” รวมถึงบรรยายความร่วมมือครั้งใหม่นี้ว่า “นับเป็นก้าวต่อไปที่น่าตื่นเต้นในพันธกิจเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังนิยามความหรูหราในแบบที่แตกต่างออกไป”

rhunrun เรียบเรียง

OMEGA : Time, Tide & Fame.

สร้างกระแสตอบรับล้นหลามสำหรับการมาร่วมงานกับลอฟฟีเซียลออมส์ไทยแลนด์สำหรับเจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุขมาในมาดหนุ่มเท่กับลุคต่างๆทั้งลำลองเป็นทางการและเท่แบบสปอร์ตๆโดยอมชลุคกับนาฬิกา OMEGA รุ่นต่างๆที่ครั้งนี้เราจะมาขยายกันว่าแต่ละรุ่นแต่ละเรือนที่สุดเท่นั้นมีความพิเศษอย่างไรนอกจากประสิทธิภาพเรื่องการบอกเวลาแล้วนวัตกรรมใหม่ๆในการรังสรรค์วัสดุทำให้ OMEGA คือนาฬิกาที่ต้องจับตามอง

ในกลิ่นอายของความวินเทจแต่ไม่ได้หมายความว่าจะดูเป็นหนุ่มทันสมัยไม่ได้ กับลุคนี้ที่แม้จะจับคู่เชิ้ตตัวในสีดำกับแจ็คเก็ตตัวนอกสีน้ำตาลอันเป็นคู่สีสุดคูลสำหรับหนุ่มๆ แต่เพิ่มดีเทลกับนาฬิกาข้อมือที่สวมใส่อย่าง OMEGA Speedmaster รุ่น CHRONOSCOPE ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกายุค 1940s ของ OMEGA มีหนาปัดย่อยเพื่อการคำนวณค่าเวลาต่างๆ รวมทั้งสเกลจับเวลา 3 ตัวในดีไซน์หอยทากอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมสายหนังที่ดูเท่ตลอดกาล

SPEED MASTER CHRONOSCOPE CO‑AXIAL MASTER CHRONOMETER CHRONOGRAPH 43 MM

(หมายเลขอ้างอิง 329.92.43.51.10.001)

คอลเลกชั่น Chronoscope ได้นำการออกแบบ Speedmaster ในตำนานมาผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟของ OMEGA จากทศวรรษที่ 1940 รุ่นตัวเรือน 43 มม. นี้รังสรรค์ด้วยสีบรอนซ์โกลด์อันเป็นเอกสิทธิ์ของ OMEGA พร้อมหน้าปัดบรอนซ์ออกซิไดซ์ที่มีร่องรอยพิเศษและผิวเคลือบโอปาลีน นอกจากวงขอบตัวเรือนทำจากเซรามิกสีน้ำตาลขัดมันที่มีสเกลทาคีมิเตอร์ทำด้วยเทคนิคอีนาเมล “วินเทจ” แล้ว เข็มรูปใบไม้และตัวเลขอารบิกยังมีการเคลือบ PVD ทองสัมฤทธิ์ ทอง 18K ด้วยรูปแบบแทร็ก “เกลียว” ที่ไม่เหมือนใครอยู่ใต้ตัวเลข ที่โดดเด่นที่สุดคือ หน้าปัดพิมพ์ด้วยสเกลจับเวลาที่โดดเด่นสามตัวในดีไซน์ “หอยทาก” ของปี 1940 ซึ่งรวมถึงสเกลทาคีมิเตอร์ สเกลพัลโซมิเตอร์ และสเกลเทเลมิเตอร์

สายหนังสีน้ำตาล เด่นด้วยหน้าปัดขนาดเล็กสีเงินที่ 9 นาฬิกาเพื่อบอก 60 นาทีและหน้าปัดเล็กสีเงินที่ 3 นาฬิกา บอกเวลา 12 ชั่วโมงภายในนาฬิกาขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 9908 การออกแบบของกลไกนี้โดดเด่นคือโครโนสโคปบริดจ์ การขัดแต่งแบบ Arabesque Geneva Waves ที่เริ่มจากบาลานซ์วีลแทนที่จะเป็นกลางกลไก – นับเป็นครั้งแรกที่ปรากฏในแบรนด์ OMEG เพื่อที่จะเพิ่มกำลังสำรองของนาฬิกา OMEGA ได้เลือกเสริมการเคลือบฟิล์มคาร์บอนคล้ายเพชร (Diamond-Like-Carbon) ที่เพิ่มทนทานต่อการสึกหรอให้กับตลับลานคู่ ระบบคอลัมน์วีลของ OMEGA ยังช่วยรับประกันว่าฟังก์ชั่นต่างๆ ของโครโนสโคปจะทำงานได้อย่างเที่ยงตรงด้วยการรับรองระดับ Master Chronometer ทั้งกลไกและนาฬิกาได้ถูกทดสอบภายใต้สภาวะที่สุดขั้วที่ตั้งขึ้นจากการทดสอบที่เข้มงวดที่สุดของอุตสาหกรรมโดย Swiss Federal Institute of Metrology (METAS)

ขยายความบางฟังก์ชั่นที่คนอาจจะไม่ทราบถึงความพิเศษของนาฬิการุ่นนี้

ทาคีมิเตอร์ คือ การบอกความเร็วจากระยะทาง Chronoscope จะสามารถบอกความเร็วที่คุณใช้ในการเดินทางได้ โดยอิงจากระยะทางที่เดินทาง โดยสเกลจะช่วยวัดระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางเฉลี่ยระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่ง ไม่มีว่าการเดินทางของคุณจะเป็นในหน่วยไมล์หรือกิโลเมตร

เทเลมิเตอร์ คือ การบอกระยะทางจากความเร็วของเสียง เพียงสองขั้นตอนสุดง่าย เครื่องบอกเวลาอันเที่ยงตรงจาก OMEGA สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าคุณอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดที่สามารถมองเห็นและมีเสียง เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง

พัลโซมิเตอร์ คือ การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เต้นช้าไป เร็วไป หรือกำลังพอดี ต้องขอบคุณสเกล 30 ครั้งต่อนาที ที่ทำให้คุณสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจของทั้งตนเองหรือผู้อื่นได้



สำหรับรุ่นต่างๆ ของ CHRONOSCOPE มีทั้งตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 43 มม. ถึงหกรุ่นที่มาพร้อมกับตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดเงาสลับด้าน สองรุ่นติดตั้งด้วยหน้าปัดสีเงินและชุดเข็มน้ำเงิน / สองรุ่นติดตั้งด้วยหน้าปัดน้ำเงินกับชุดเข็มชุบโรเดียม / สองรุ่นที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีเงินกับหน้าปัดย่อยสีดำ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะหน้าปัด “แพนด้า” ของ OMEGA กับชุดเข็มสีดำ ทุกหน้าปัดติดตั้งด้วยหลักเลขอารบิก ขอบตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียมอโนไดซ์สีน้ำเงินหรือดำ สามารถเลือกสายหนังที่มาคู่กับหัวสายสตีลแบบใหม่ หรือสายสแตนเลสสตีล

เพิ่มลุคสปอร์ตสำหรับการแต่งกายของหนุ่มๆ ด้วยนาฬิกาดำน้ำสุดเท่ Seamaster Professional Diver 300M ที่มีเวอร์ชั่นใหม่สำหรับศตวรรษที่ 21 ด้วยตัวเรือนเซรามิกสีดำพร้อมลายคลื่นที่เกิดจากเลเซอร์ล้อมกรอบด้วยทอง Sedna™ แต่งขอบแบบเจียมุมเป็นลายเหลี่ยมสุดเท่ ไม่ว่าจะแต่งตัวในลุคหรูเพียงใดแต่ถ้าต้องการเดิมความสปอร์ตที่ดูแพงก็คงต้องเป็นนาฬิกาเรือนนี้ ดีไซน์ที่ดูโมเดิร์นไม่มียุคสมัย ลูกเล่นของเม็ดมะยม 2 ตำแหน่งที่ออกแบบมาเพื่อการใช้สอยอย่างสะดวกเมื่อมือต้องสวมถุงมือดำน้ำกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ที่เท่ไม่เหมือนใคร

SEAMASTER DIVER 300M CO‑AXIAL MASTER CHRONOMETER 43.5 MM

(หมายเลขอ้างอิง 210.62.44.20.01.001)

ตั้งแต่ปี 1993 นาฬิกา Seamaster Professional Diver 300M มาถึงรุ่นศตวรรษที่ 21 ของ OMEGA ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในการออกแบบนาฬิกาดำน้ำแบบดั้งเดิม ในขณะที่นำเสนอวัสดุและกลไกใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น รุ่น 43.50 มม. นี้ตัวเรือนเซรามิกสีดำ [ZrO2] และทอง Sedna™ หน้าปัดเซรามิกสีดำพร้อมลายคลื่นที่ฉลุด้วยเลเซอร์เพื่อเป็นลวดลายแบบโปร่ง ขีดบอกเวลาทำจากทองคำ Sedna™ ขัดเงาและเข็มนาฬิกาแบบเหลี่ยมเพชรเคลือบด้วย Super-LumiNova สีขาว ตัดกันอย่างสวยงามกับหน้าปัดสีดำ เติมเต็มลุคด้วยสายนาฬิกาทำจากยางสีดำพร้อมตัวล็อคเซรามิกสีดำ ฝาหลังแบบขัดมันเงาพร้อมการออกแบบขอบเป็นคลื่นมาพร้อม NAIAD LOCK ที่จดสิทธิบัตรของ OMEGA กลไกขับเคลื่อนนาฬิกาคือ Co-Axial Master Chronometer Caliber 8806 ของ OMEGA สามารถกันน้ำได้ในระดับ 30 บาร์ (300 เมตร)

กลไก คาลิเบอร์: โอเมก้า 8806 แบบไขลานอัตโนมัติแบบ Co-Axial Master Chronometer ที่ผ่านการรับรองโดย METAS ทนทานต่อสนามแม่เหล็กถึง 15,000 เกาส์ ฟรีสปริงบาลานซ์พร้อมสปริงซิลิกอนบาลานซ์ ไขลานอัตโนมัติทั้งสองทิศทาง การตกแต่งที่หรูหราเป็นพิเศษด้วยโรเตอร์ชุบโรเดียมและ บริดจ์ที่มีการขัดแต่งแบบ Arabesque Geneva Waves

OMEGA มีวัสดุที่คิดค้นขึ้นมาพิเศษ คือ SednaTM Gold 18K ซึ่งเป็นโลหะผสมทองคำโรสโกลด์อัลลอยด์ที่มีความสว่างเรื่อเรืองออกเฉดแดงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ได้รับการตั้งชื่อตาม Sedna ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบ ๆ เป็นดาวเคราะห์ที่มีสีแดงที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล SednaTM Gold จึงไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติมาตรฐานทั้งหมดของทองคำ 18K แต่ยังให้ความคงทนสูงต่อการซีดจางของสีและความมันวาวเมื่อเวลาผ่านไป องค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ประกอบด้วยทองแดงและแพลเลเดียมสำหรับสีและความทนทาน

เจมส์ จิรายุมาในลุคสบายๆ กับสเว็ตเตอร์ทอลายกราฟฟิกและจับคู่กับนาฬิกา OMEGA : CONSTELLATION MASTER CHRONOMETER ตัวเรือนทอง Sedna™ 18K จับคู่หน้าปัดสีน้ำเงินซันบรัชเป็นคู่สีที่หรูหราแต่ยังมีความโมเดิร์นทันสมัย เท่ด้วยวงขอบหน้าปัดที่มีตัวเลขโรมัน ดีไซน์ที่มีกลิ่นอายของยุคเอจตี้ส์แต่กลับดูโมเดิร์นในยุคนี้อย่างลงตัว สวมใส่กับสไตล์การแต่งกายได้หลายลุคทั้งลำลองและเป็นทางการโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนาฬิกา และสีน้ำเงินนี้ยังบ่งบอกถึงความภูมิฐานแบบสุภาพบุรุษที่ชอบความท้าทายในการใช้ชีวิต

CONSTELLATION MASTER CHRONOMETER

เป็นเวลามากกว่า 40 ปีที่ OMEGA เปิดตัวดีไซน์ Constellation “Manhattan” อันโด่งดัง แม้ชื่อจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทว่าความคลาสสิคจากปี 1982 ยังคงตราตรึงผู้คนทั่วโลกไม่เสื่อมคลาย การออกแบบได้รับการปรับเปลี่ยนหลายครั้งตลอดหลายทศวรรษ และในเจเนอเรชั่นล่าสุดนี้ก็บรรจุไว้ซึ่งรายละเอียดน่าตื่นตาแบบใหม่มากมาย รวมถึงการรับรองมาตรฐาน Master Chronometer ที่เป็นมาตรฐานด้านความเที่ยงตรงที่สูงที่สุด ตัวเรือนทอง Sedna™ 18K ที่มาพร้อมกับหน้าปัดซันบรัชสีน้ำเงินและขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงิน เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษรุ่นนี้รังสรรค์มาเพื่อให้สวมใส่ได้ในทุกโอกาสตลอดทั้งปี นี่คือนาฬิกาที่คุณจะสวมใส่ในเวลาที่อยากโดดเด่นไม่เหมือนใคร

สำหรับตัวเรือนขนาด 41 มม. ขับเคลื่อนโดยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 8901 ซึ่งมองเห็นได้ผ่านฝาหลังที่เป็นคริสตัลแซฟไฟร์ที่ป้องกันรอยขีดข่วนแบบโดม(หมายเลขอ้างอิง 131.63.41.21.03.001)

การออกแบบที่น่าทึ่งและคงทนของ OMEGA Constellation โดดเด่นด้วยรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่มีชื่อเสียง และขีดข้างหรือ claw ที่ด้านข้างของตัวเรือน สำหรับรุ่นตัวเรือนทองคำ 18K Sedna™ ขนาด 41 มม. นี้โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดเซรามิกสีน้ำเงินขัดเงาพร้อมตัวเลขโรมันทำจาก Ceragold™ หน้าปัดสีน้ำเงินแบบซันบรัช และหน้าต่างวันที่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เข็มนาฬิกา โลโก้ OMEGA ดาว Constellation และขีดบอกเวลาทรงเหลี่ยมเพชรล้วนเป็นทองคำ 18K Sedna™ สายหนังสีน้ำเงินพร้อมซับในด้วยยางทำให้สวมใส่สบายแม้อากาศจะร้อนชื้น สามารถกันน้ำได้ในระดับ 5 บาร์(50 เมตร)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรือนเวลาเหล่านี้ได้ที่บูติก OMEGA
สาขา เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5959
สาขา ดิ เอ็มโพเรียม โทร. 02-664-9550
และสาขา สยามพารากอน โทร. 02-129-4878
LINE OA: @OMEGAThailand หรือ คลิก https://bit.ly/3P2XNBx

ร่วมระลึกถึง OMEGA, Snoopy และ Apollo 13 กับภารกิจสุดระทึกที่มีเรือนเวลา Speedmaster เป็นส่วนสำคัญในการนำลูกเรือกลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย

วันที่ 17 เมษายนนับได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับ OMEGA หลังเวลาล่วงเลยไปมากกว่า 50 ปีนับตั้งแต่ภารกิจ  Apollo 13 เมื่อภารกิจอันโด่งดังที่เกิดขึ้นในปี 1970 ทั้งลูกเรือ หรือเจ้าหน้าที่ภาคพื้นต่างก็ไม่เคยประสบกับเหตุการณ์ที่ลุ้นระทึกและเฉียดหายนะมากเท่านี้มาก่อน

สำหรับ OMEGA ห้วงเวลานั้นยังคงประทับแน่นอยู่มิเสื่อมคลาย และต้องขอบคุณเรือนเวลาโครโนกราฟ Speedmaster Professional ที่มีบทบาทสำคัญในการนำลูกเรือกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

นักบินอวกาศ เจมส์ เอ. โลเวลล์ จูเนียร์ (James A. Lovell Jr.), ผู้บัญชาการภารกิจ Apollo 13 ของ NASA
ที่มาของภาพ: เอื้อเฟื้อภาพโดย NASA

ตั้งแต่ปี 1965 ทาง NASA ได้ทำการกำหนดให้นาฬิกาเหล่านี้เป็น “อุปกรณ์สำรองชิ้นสำคัญ” ในกรณีที่เครื่องบอกเวลาดิจิทัลของนักบินอวกาศไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อเกิดปัญหาระดับวิกฤตขึ้นกับ Apollo 13 ระหว่างการมุ่งหน้าไปดวงจันทร์ “อุปกรณ์สำรอง” ก็ได้ทำหน้าที่ของตน

เพียงสองวันหลังจากออกตัว ถังอ็อกซิเจนบนยาน Apollo 13 ก็เกิดระเบิดขึ้น สร้างความเสียหายให้กับ Service Module และทำให้นักบินอวกาศตกอยู่ในอันตรายครั้งใหญ่ ภารกิจไปดวงจันทร์ถูกยกเลิก บัดนี้เป้าหมายเหลือเพียงการนำลูกเรือกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ส่วนหนึ่งของแผนช่วยเหลือที่ทางฮูสตัน (Houston) แนะนำคือการย้ายนักบินอวกาศเข้าไปใน Lunar Module อย่างไรก็ตาม โมดูลก็ไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับคนจำนวนมากในระยะเวลานาน ดังนั้น ลูกเรือต้องปิดระบบเกือบทั้งหมดเพื่อทำการประหยัดพลังงาน – เครื่องจับเวลาดิจิทัลของพวกเขาจึงใช้การไม่ได้ ชะตากรรมของนักบินอวกาศต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บ

ยาน Apollo 13 เผชิญกับวิกฤตการณ์หลายอย่างตลอดระยะเวลาหลายวัน แต่เป็นอุปสรรคสุดท้ายที่ความเที่ยงตรงของ OMEGA ได้แสดงผลงาน

การช่วยเหลือลูกเรือภารกิจ Apollo 13 crew หลังลงจอดบนมหาสมุทร
ที่มาของภาพ: เอื้อเฟื้อภาพโดย NASA

เนื่องจากยานหลุดออกจากเส้นทางไปราว 60 ถึง 80 ไมล์ทะเล นั่นหมายความว่าโมดูลจะทำมุมระหว่างกลับสู่ชั้นบรรยากาศของโลกผิดและไม่มีทางจะปรับแก้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีปรับเส้นทางใหม่ด้วยมือก่อนด้วยการเปิดการสันดาปเชื้อเพลิงนาน 14 วินาทีพอดี

ไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาด เมื่อไร้อุปกรณ์จับเวลาดิจิทัล นักบินโมดูล แจ็ค สวีเกิร์ต (Jack Swigert) จึงใช้นาฬิกาโครโนกราฟ OMEGA Speedmaster Professional ของตนในการจับเวลาการเปิดสันดาปเชื้อเพลิงแทนระหว่างที่ผบ.เจมส์ โลเวลล์คอยบังคับยานโดยอ้างอิงจากเส้นขอบฟ้าของโลก ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ทางแก้ที่ไม่เหมือนใครนี้ได้ผล และท้ายที่สุด ในวันที่ 17 เมษายน หลังผ่านไป 142 ชั่วโมงกับอีก 54 นาที ยาน Apollo 13 ก็ลงจอดบนมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้อย่างปลอดภัย

หนึ่งปีต่อมา วันที่ 5 ตุลาคม ปี 1970 ทาง OMEGA ก็ได้รับรางวัล “Silver Snoopy Award” จาก NASA – เครื่องหมายแสดงความขอบคุณสำหรับการมีส่วนร่วมในความสำเร็จของภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์ เมื่อรางวัลอันทรงเกียรตินี้ถูกรังสรรค์ขึ้น Snoopy ก็ได้รับเลือกให้เป็นมาสคอตแบบไม่เป็นทางการของ NASA จากความสามารถในทำให้บรรยากาศลดความตึงเครียดลงเมื่อพบกับปัญหา อีกทั้งยังสื่อถึงความสำเร็จของภารกิจและบทบาทการเป็น “สุนัขระวังภัย” (watchdog)

ตั้งแต่นั้น ทั้ง Snoopy และ Apollo 13 ก็อยู่ในหัวใจของ OMEGA มาตลอด รวมถึงได้มีการรังสรรค์นาฬิกา “Snoopy” หลายรุ่นขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับหมุดหมายต่างๆ ของการครบรอบภารกิจ และนาฬิกาSpeedmaster “Silver Snoopy Award” 50th Anniversary ที่ถูกเปิดตัวไปไม่นานมานี้เมื่อปี 2020 ก็อัดแน่นไว้ด้วยสัมผัสแห่งความสนุกสนาน ทั้งหน้าปัดประดับด้วยเหรียญ Snoopy และจากนี้ยังมีตัวเรือนที่แสนพิเศษกับฝาหลังที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาจากตัวการ์ตูน Snoopy ที่บังคับยานโคจรรอบดวงจันทร์

นอกจากนาฬิกา Snoopy ทุกรุ่นจะทั้งดูดีและมอบความสนุกสนานให้กับบนข้อมือของคุณ เรือนเวลายังเป็นสิ่งย้ำเตือนที่เหนือกาลเวลาถึงความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือที่ OMEGA ได้มอบให้กับการสำรวจอวกาศตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี

rhunrun เรียบเรียง

นาฬิกาที่ฮอตที่สุดในนาทีนี้ทั้งดีไซน์และราคา! SWATCH เชิดชูหนึ่งในนาฬิกาที่โด่งดังที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสด้วยการเผยเรือนเวลา BIOCERAMIC ในคอลเลคชั่น MoonSwatch ใหม่ถึง 11 รุ่น

Swatch ร่วมกับ OMEGA เพื่อจินตนาการถึงการนำนวัตกรรมของ Swatch มาบรรจุลงใน Speedmaster Moonwatch

การจับมือกันที่เหนือความคาดหมาย, น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ครั้งแรกระหว่าง Swatch กับ OMEGA คือจุดสูงสุดของกระแสการร่วมงานกันระหว่างแบรนด์หรูและสตรีทแบรนด์เพื่อที่จะรังสรรค์ประดิษฐกรรมเวลาที่ผสานไว้ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้งสองขั้ว

แบรนด์ได้หยิบนำแรงบันดาลใจจากอวกาศมาใช้ในการรังสรรค์นาฬิกา Swatch ถึงสิบเอ็ดรุ่นซึ่งตั้งชื่อตามดวงดาวบนท้องฟ้า ตั้งแต่ดาวยักษ์แดงที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะไปจนถึงดาวเคราะห์แคระกับดาวบริวาร

นาฬิกา Swatch ทุกรุ่นนี้มาพร้อมวัสดุที่เป็นสิทธิบัตรของแบรนด์อย่าง BIOCERAMIC อันเป็นเอกลักษณ์จากส่วนผสมเซรามิกสองในสามส่วน และสารที่ได้จากน้ำมันละหุ่งอีกหนึ่งส่วน แม้สีอย่างสีชมพูและสีน้ำเงินอ่อนจะเป็นการเผยอย่างชัดเจนว่าเรือนเวลาเหล่านี้จะแตกต่างไปจากนาฬิกาOmega Speedmaster ปกติ ทว่ากระทั่งเหล่าที่นิยมในนาฬิกา Moonwatch ก็ยังยากที่จะหาความแตกต่างพบ ทุกองค์ประกอบสำคัญของ Moonwatch ถูกบรรจุมาอย่างไม่ขาดตก ทั้งตัวเรือนแบบอสมมาตร, สเกลทาคีมิเตอร์อันโด่งดังที่มีจุดเหนือเลขเก้าสิบ รวมถึงหน้าปัดย่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Speedmaster ซึ่งสอดผสานกันได้อย่างลงตัว

นาฬิกา Moonwatch ของ OMEGA นับได้ว่าเป็นเครื่องบอกเวลาระดับตำนานที่นักสะสมทุกรายไม่ควรพลาด ส่วนนาฬิกาBIOCERAMIC MoonSwatch ของ Swatch ก็ช่วยทำให้การออกแบบระดับไอคอนิกนี้สามารถเข้าถึงได้ การทำให้ทุกคนสามารถสัมผัสกับนาฬิกาที่เคยไปยังดวงจันทร์สามารถสะท้อนถึงความสุขในการใช้ชีวิตและปรัชญาด้านนวัตกรรมของ Swatch ได้อย่างดี

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้าน Swatch 3 สาขา

– Swatch Central World Flagship Store ชั้น 1 เบอร์ 02 613 1471

-Swatch Icon Siam ชั้น เบอร์ 02 117 9633 

-Swatch Siam Paragon ชั้น M Watch Galleria  เบอร์ 02 690 1000 ต่อ 1124

สำหรับเงื่อนไขการซื้อคอลเลคชั่น Bioceramic MoonSwatch

จำกัดจำนวนไม่เกิน 2 เรือน (ไม่ซ้ำแบบต่อ 1 คน  เรือนละ 8,700 บาท

First come First Served”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA : @swatch_th 

#MoonSwatch #OmegaxSwatch

เรียบเรียง rhunrun

Safe and Sustainable future in space.

มาจัดการขยะอวกาศกัน ไม่น่าเชื่อว่าในอวกาศที่เรายังเดินทางไปไม่ได้ง่ายๆ เหมือนบนโลกจะมีมนุษย์จะมีดาวเทียมและเศษวัตถุในอวกาศที่มีแนวโน้มจะก่ออันตรายต่อกิจกรรมในอวกาศของมนุษย์มากกว่า 40,000 ชิ้น ทาง OMEGA จึงร่วมมือกับ Privateer เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอวกาศ

OMEGA ผู้ผลิตนาฬิกาแบบแรกที่ได้ไปยังดวงจันทร์กลับมาเป็นแนวหน้าในการสำรวจอวกาศอีกครั้ง ได้มีภารกิจใหม่เป็นการสนับสนุนการติดตามดาวเทียมและเศษวัตถุในอวกาศที่มีแนวโน้มจะก่ออันตรายต่อกิจกรรมในอวกาศของมนุษย์ โดยร่วมกันทำแผนที่วัตถุอวกาศต่างๆ ในวงโคจรด้วยความแม่นยำและเปิดเผยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อคอยติดตามรวมถึงทำให้อวกาศเป็นสถานที่ปลอดภัยและทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ภารกิจของ Privateer อยู่ภายใต้การนำของสามผู้บริหาร: สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple, อเล็กซ์ ฟิลดิง (Alex Fielding) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Ripcord, ดร. โมริบา จาห์ (Moriba Jah) นักกลศาสตร์วงโคจรและนักสิ่งแวดล้อมอวกาศ

เป็นการรวมตัวสามผู้ยิ่งใหญ่ แต่นี่หาใช่ภารกิจเพื่อเกียรติยศ นักนวัตกรรมและนักแก้ปัญหาเหล่านี้ทราบดีว่าเศษวัตถุในอวกาศเป็นปัญหาเร่งด่วนและเป็นสิ่งที่ทุกชาติและทุกฝ่ายกังวล มี “ขยะ” อวกาศจากฝีมือมนุษย์กว่าสีหมื่นชิ้นที่โคจรรอบโลกที่ได้รับการถูกติดตาม ทว่ามันกลับครอบคลุมเพียงวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ซม. มีวัตถุอันตรายในวงโคจรอีกมากที่ยังคงไม่สามารถระบุ, ติดตามและคาดการณ์ได้

เมื่ออวกาศสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากกว่าที่เคย ปริมาณปัญหาที่เกิดจากขยะอวกาศก็เริ่มสร้างความเสี่ยงให้กับดาวเทียมที่มนุษย์ต้องใช้สำหรับบริการที่จำเป็นต่างๆ เช่น การสื่อสาร, การระบุตำแหน่ง และการติดตามสภาพอากาศ ข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันจึงนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเรา – ไม่ใช่เพียงแค่ในอวกาศ แต่ยังรวมถึงบนโลกของเราด้วย

การรวบรวมข้อมูลและสร้างแบบจำลองระดับนี้คืองานขนาดยักษ์ และ OMEGA ก็ภูมิใจที่จะได้มีส่วนร่วมกับทาง Privateer ในความพยายามอันกล้าหาญนี้ เมื่อร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าความยั่งยืนทางอวกาศกำลังลดน้อยถอยลง มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงมือ

“เราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับทาง OMEGA สำหรับการเปิดตัวเทคโนโลยีด้านกราฟของ Privateer” ฟิลดิงให้สัมภาษณ์ “OMEGA มีประวัติศาสตร์ยาวนานในด้านการสำรวจไม่ว่าจะเป็นบนแผ่นดิน, ทะเล และอวกาศ และด้วยการสนับสนุนจากพวกเขา ทาง Privateer จะสามารถขยายการสำรวจของมนุษยชาติและเข้าใจพรมแดนแห่งสุดท้ายได้ดียิ่งขึ้น”

มร. เรย์โนลด์ เอชลิมานน์ (Raynald Aeschlimann) ประธานและซีอีโอของ OMEGA เปิดเผยความรู้สึก “การได้ร่วมมือกับ Privateer นั้นเหมือนกับการพบตัวต่อชิ้นสุดท้าย ด้วยโครงการใหม่นี้ เราจะสามารถตอบแทนโลกได้ตั้งแต่ก้นสมุทรไปจนถึงอวกาศ OMEGA กับ Privateer ต่างเสริมซึ่งกันและกัน พวกเรายึดมั่นในรายละเอียด ภายในนาฬิกาจักรกลนั้นไม่ต่างอะไรกับจักรวาลขนาดย่อม ทุกอย่างต้องทำงานได้อย่างไร้ที่ติหากอยากให้มันทำงานอย่างสมบูรณ์แบบและยาวนาน”

ความร่วมมือใหม่คือหลักประกันที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิมถึงความตั้งใจในการมองหาการผจญภัย, การเรียนรู้, การพัฒนา และกล้าที่จะเสี่ยงของแบรนด์จากสวิส — รวมถึงใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
เมื่อนำประวัติศาสตร์ด้านการสำรวจอวกาศของ OMEGA และนวัตกรรมล่าสุดของ Privateer มาผสานกัน ความร่วมมือยังแสดงพันธกิจที่จะอุปถัมภ์ความรู้และความหวังของบริษัท เมื่อโลกกำลังเผชิญกับอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แน่นอนทั้งทางบก, ทางทะเล, ทางอากาศ และในอวกาศ นักบุกเบิกเหล่านี้จึงมุ่งที่จะเสริมสร้างจิตสำนึกด้านการรักสิ่งแวดล้อม “เราต้องดูแลสิ่งแวดล้อมราวกับว่าชีวิตเราขึ้นอยู่กับมัน เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ” จาห์เผย

เช่นเดียวกับภาพ Earthrise อันโด่งดังที่ถ่ายจากยาน Apollo 8 ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับการเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม แผนที่ดิจิทัลของสิ่งที่มนุษยชาติหลงเหลือไว้ในอวกาศนี้จะเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันในการสร้างความตระหนักถึงความเปราะบางของโลกของเรา

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดู mission.privateer.com.

Beijing 2022 Begins With OMEGA As Official Timekeeper

Beijing 2022 เริ่มขึ้นพร้อมกับ OMEGA ในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการ
เมื่อพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่เปิดฉากขึ้น มหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว Beijing 2022 ก็เริ่มการแข่งขัน ตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ข้างหน้า OMEGA จะได้ปฏิบัติหน้าที่อันแสนสำคัญในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการและคอยบันทึกทุกความฝันของเหล่านักกีฬาระดับโลกที่ลงแข่งในสนามแห่งเกียรติยศ

Beijing 2022 จะเป็นการทำหน้าที่ครั้งที่ 30 ตั้งแต่ปี 1932 ที่ OMEGA ได้ทำหน้าที่ผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก นับเป็นเวลากว่า 90 ปีที่ผู้ผลิตเรือนเวลาจากสวิสรายนี้ได้เป็นแนวหน้าของการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในทางการแข่งขัน และพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งที่ทุกการแข่งขันสามารถเชื่อมั่น
Beijing 2022 ก็เช่นกัน ด้วยผู้บอกเวลากว่า 300 คนและอุปกรณ์นำสมัยหนักรวมกว่า 200 ตัน อีกทั้งเทคโนโลยีใหม่หลายอย่างที่บริษัทได้เปิดตัวจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้ทั้งนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, กรรมการ และผู้ชม เทคโนโลยีเหล่านี้รวมถึงระบบวิเคราะห์การกระโดดในกีฬาสเก็ตลีลา, ระบบตรวจจับการออกตัวที่ผิดกติกาในกีฬาสปีดสเก็ต รวมถึงระบบแสดงผลระหว่างการแข่งขันสำหรับกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็ง แน่นอน ทุกเทคโนโลยีจะถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ ที่ OMEGA ใช้เพื่อเผยสิ่งที่เกิดในห้วงวินาที เช่น กล้องโฟโต้ฟินิช, ปืนออกตัวไฟฟ้า, สกอร์บอร์ด, โฟโต้เซลล์ และระบบสโนว์เกต

กว่า 109 การแข่งขันใน 7 ชนิดกีฬาจะถูกประชันกันใน Beijing 2022 นับได้ว่าเป็นงานใหญ่สำหรับผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการที่จะต้องบันทึกทุกการแข่งอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม OMEGA ก็มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สามารถรับประกันได้ถึงความสำเร็จ บางที สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดอาจเป็นการเปิดตัวของกีฬาโมโนบ็อบ – กีฬาแข่งเลื่อนหิมะหนึ่งที่นั่งที่ OMEGA ช่วยพัฒนามาตั้งแต่ปี 2011
เมื่อฤดูร้อนปี 2008 โลกได้เคยเป็นสักขีพยานถึงหนึ่งในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง มหานครแห่งนี้จะเป็นเมืองแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกทั้งกีฬาฤดูร้อนและฤดูหนาว OMEGA ที่หวนกลับมายังกรุงปักกิ่งพร้อมแล้วการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ยิ่ง

OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition

เผยโฉมแรกของ OMEGA ใน พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ (No Time To Die) ผู้ผลิตเรือนเวลาสวิสเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ของ No Time To Die ภาพยนตร์ 007 ที่ผู้คนต่างตั้งตารอคอย ภาค No Time To Die ถูกวางให้เข้าฉายในวันที่ 30 กันยายนในสหราชอาณาจักรศกนี้ ในเวลาเดียวกับความคาดหวังที่พุ่งทะยาน โฆษณาชิ้นใหม่จาก OMEGA ก็ได้เผยเรือนเวลาประจำตัวของจารชน 007

ภาพยนตร์โฆษณาอัดแน่นไว้ด้วยเนื้อหาสุดตื่นเต้นจากภารกิจล่าสุดของ เจมส์ บอนด์ รวมถึงการบอกใบ้ถึงการกลับมาของตัวละครใน 007 หลายตัว ทั้งคิว (Q) และมันนีเพนนี (Moneypenny) รวมถึงเจ้าหน้าที่ “ดับเบิ้ลโอ” คนใหม่อย่าง โนมิ (Nomi)

แน่นอนว่า แกนหลักของความตื่นเต้นย่อมเป็น OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition ตามที่โฆษณาชิ้นใหม่เผย เรือนเวลาจากไทเทเนียมเกรด 2 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้และคอยรับใช้บอนด์ทั้งในด้านคุณภาพและสไตล์ แม้ Q จะทำการดัดแปลงเครื่องบอกเวลาใน No Time To Die หลายอย่างจนมีความพิเศษ เรือนเวลานอกจอเงินที่พร้อมวางจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจก็อัดแน่นไว้ด้วยแรงบันดาลใจ, การออกแบบที่มีน้ำหนักเบาและสัมผัสแห่งความวินเทจไม่ต่างกัน

OMEGA Seamaster กลายเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องแต่งกายของ 007 ตั้งแต่ภาค GoldenEye เมื่อปี 1995 หลังได้รับเลือกว่าเป็นนาฬิกาที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้การบอนด์

ภาพยนตร์โฆษณาของ OMEGA ย่อมมอบความอิ่มเอมให้กับผู้ชมและสร้างกระแสก่อนการเปิดตัว No Time To Die ในวันที่ 30 กันยายนในสหราชอาณาจักรและ 8 ตุลาคมในสหรัฐฯ จนกว่าจะถึงเวลานั้น ชาวลอนดอนสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์โฆษณาของ OMEGA ขนาดจุใจซึ่งฉายบนจอบริเวณพิคะดิลีเซอร์เคิส (Piccadilly Circus) ตั้งแต่วันที่ 6-12 กันยายน

เกี่ยวกับ NO TIME TO DIE

No Time To Die คือชื่ออย่างเป็นทางการของภาคที่ 25 ในการผจญภัยของเจมส์ บอนด์ ภาพยนตร์ — ของ EON Productions ของ อัลเบิร์ต อาร์. บร็อคโคลี และบริษัทเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ (MGM) เรื่องนี้ — ได้รับการกำกับโดย แครี โจจิ ฟุคุนางะ (Cary Joji Fukunaga) และมีดาราอย่าง แดเนียล เคร็ก ที่กลับมารับบทจอมจารชนรหัส 007 เจมส์ บอนด์ของเอียน เฟลมมิ่งเป็นภาคที่ห้า ภาพยนตร์จะเข้าฉายในวันที่ 30 กันยายนปี 2021 ในสหราชอาณาจักรโดย Universal Pictures International และในสหรัฐฯ วันที่ 8 ตุลาคมปี 2021 โดยเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ผ่าน United Artists Releasing

บทถูกรังสรรค์โดยนีล เพอร์วิซ (Neal Purvis) และโรเบิร์ต เวด (Robert Wade) ที่เคยฝากผลงานไว้ในภาค Spectre กับ Skyfall, แครี โจจิ ฟุคุนางะ กับฟีบี้ วาลเลอร์-บริดจ์ (Phoebe Waller-Bridge) จากภ. Killing Eve, Fleabag ภาพยนตร์ 007 เรื่องนี้จะเริ่มฉายทั่วโลกตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2021 โดย Universal Pictures International และเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ผ่าน United Artists Releasing

ใน No Time To Die บอนด์ได้ออกจากราชการและไปใช้ชีวิตอย่างสงบในจาไมกา ทว่าความสงบกลับอยู่กับเขาอยู่ได้ไม่นานนักเมื่อเพื่อนเก่า เฟลิกซ์ ไลเทอร์ (Felix Leiter) จาก CIA โผล่มาขอให้เขาช่วย ภารกิจคือการช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวซึ่งจะนำไปสู่การเชือดเฉือนที่มากเกินกว่าจะคิดฝัน นำบอนด์ให้ไปพบกับวายร้ายสุดลึกลับที่มีอาวุธเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดอันตราย
www.007.com

Speedmaster Chronoscope เรือนเวลารุ่นใหม่จาก OMEGA กับการอออกแบบเพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อบอกระยะเวลาระหว่างตำแหน่งเวลาหรือเหตุการณ์

Chronoscope (โคร-โน-สะ-โคป) คำนาม เครื่องมือที่ใช้เพื่อวัดระยะเวลาที่ดำเนินไประหว่างเหตุการณ์ต่างๆ

คำว่า Chronoscope เกิดจากการนำคำในภาษากรีกสองคำมาผสมกัน คือ “Chronos” ที่แปลว่า เวลา และ “Scope” ที่แปลว่า การสังเกต คำแทนเครื่องมือที่ใช้เพื่อบอกระยะเวลาระหว่างตำแหน่งเวลาหรือเหตุการณ์

OMEGA Chronoscope รุ่นใหม่ขนาด 43 มม. อันน่าทึ่งสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างยอดเยี่ยม – และในหลากหลายระดับ

สำหรับเหล่าผู้ที่หลงใหลในบรรดาเรือนเวลาระดับตำนานของ OMEGA นาฬิการุ่นนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย ทั้งหน้าปัดแบบพิมพ์และสามสเกลเวลาที่สะกดสายตา

ทาคีมิเตอร์: บอกความเร็วจากระยะทาง

Chronoscope จะสามารถบอกความเร็วที่คุณใช้ในการเดินทางได้ โดยอิงจากระยะทางที่เดินทาง โดยสเกลจะช่วยวัดระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางเฉลี่ยระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่ง ไม่มีว่าการเดินทางของคุณจะเป็นในหน่วยไมล์หรือกิโลเมตร

เทเลมิเตอร์: บอกระยะทางจากความเร็วของเสียง

เพียงสองขั้นตอนสุดง่าย เครื่องบอกเวลาอันเที่ยงตรงจาก OMEGA สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าคุณอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดที่สามารถมองเห็นและมีเสียง เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง

พัลโซมิเตอร์:วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

เต้นช้าไป เร็วไป หรือกำลังพอดี? ต้องขอบคุณสเกล 30 ครั้งต่อนาที ที่ทำให้คุณสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจของทั้งตนเองหรือผู้อื่นได้

แรงบันดาลใจจากความตัวตนในอดีต

เรือนเวลา Chronoscope ในปัจจุบันได้แสดงความเคารพถึงตัวตนในอดีตของ OMEGA ผ่านรายละเอียดการออกแบบหน้าปัดแบบ “หอยทาก”ที่เคยปรากฏบนนาฬิกาข้อมือของแบรนด์ในช่วงทศวรรษที่ 40 รวมถึงสิ่งที่แสดงความเป็นศตวรรษที่ 20 อย่างชุดเข็มทรงใบไม้ที่พบบนนาฬิกาหลากหลายรุ่นและรางนาทีแบบ “เวียน” ที่จัดเรียงอย่างวิจิตรภายใต้หลักเลขอารบิกบนหน้าปัด

กลไก

เมื่อพลิกไปที่ด้านหลังก็จะพบกับกลไกไขลาน OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 9908 ที่ซุกซ่อนอยู่หลังกระจกแซฟไฟร์ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างประณีต รายละเอียดที่ทำให้การออกแบบของกลไกนี้โดดเด่นคือโครโนสโคปบริดจ์ การขัดแต่งแบบArabesque Geneva Waves ที่เริ่มจากบาลานซ์วีลแทนที่จะเป็นกลางกลไก – นับเป็นครั้งแรกที่ปรากฏในแบรนด์ OMEGA

เพื่อที่จะเพิ่มกำลังสำรองของนาฬิกา OMEGA ได้เลือกเสริมการเคลือบฟิล์มคาร์บอนคล้ายเพชร (Diamond-Like-Carbon) ที่เพิ่มทนทานต่อการสึกหรอให้กับตลับลานคู่ ระบบคอลัมน์วีลของ OMEGA ยังช่วยรับประกันว่าฟังก์ชั่นต่างๆ ของโครโนสโคปจะทำงานได้อย่างเที่ยงตรง

ด้วยการรับรองระดับ Master Chronometer ทั้งกลไกและนาฬิกาได้ถูกทดสอบภายใต้สภาวะที่สุดขั้วที่ตั้งขึ้นจากการทดสอบที่เข้มงวดที่สุดของอุตสาหกรรมโดย Swiss Federal Institute of Metrology (METAS)

สายหนัง และ สายโลหะ

คอลเลคชั่นใหม่มาพร้อมตัวเลือกสายหนังสีน้ำเงิน, น้ำตาล หรือสีดำ  ที่มีการฉลุขนาดเล็กซึ่งเผยให้เห็นชั้นของยางสีแดงที่อยู่ภายใน หัวสายประดับด้วยสัญลักษณ์ Ω แบบยกนูน สำหรับผู้สวมใส่ที่หลงใหลในความเป็นโลหะในองค์รวม ยังมีตัวเลือกสายโลหะแบบขัดเงาสลับด้านซึ่งมาพร้อมกับระบบปรับสายที่เป็นสิทธิบัตรของ OMEGA ซึ่งสามารถปรับความยาวได้ถึงสองตำแหน่ง โดยสำหรับขนาดสายบริเวณขานาฬิกาอยู่ที่ 21 มมและ 16 มมที่หัวสาย

เรียบเรียง rhunrun

ไปชมเรือนเวลาที่มีความแม่นยำและเที่ยงตรงที่ช่วยให้นักกีฬา Olympic แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่กับ OMEGA คอลเล็กชั่นล่าสุด Tokyo 2020

เริ่มด้วยกีฬาขี่ม้า ในกีฬาขี่ม้า (Equestrain) เทคโนโลยีติดตามวัตถุแสนพิเศษของ OMEGA จะคอยติดตามทุกการเคลื่อนไหว ในขณะที่ระบบตรวจจับด้วยเลเซอร์จะคอยระบุตำแหน่งของม้า เหรียญทองและเหรียญเงินอาจแตกต่างกันแค่สิ่งกีดขวางชิ้นเดียว ดังนั้นทุกวินาทีจึงสำคัญ เทคโนโลยีของ OMEGA จะคอยตรวจวัด บอกระยะ บอกความเร็วในเวลานั้นและความเร็วเฉลี่ย เวลาที่ใช้ในการกระโดด เส้นทางของนักขี่ในสนามและวิถีการกระโดดรวมถึงระบบติดตามการเคลื่อนไหวและระบุตำแหน่ง

กีฬาปีนผาเป็นหนึ่งในสองชนิดกีฬาที่มีการใช้ทัชแพดของ OMEGA โดยถูกติดตั้งที่ฐานและด้านบนของหน้าผาจำลอง แผ่นที่ไวต่อแรงกดนี้จะช่วยให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถเริ่มและหยุดเวลาได้ด้วยตนเอง

กีฬาเรือพาย ในการแข่งขันเรือกรรเชียงและแคนูคยัค OMEGA ได้ทำการติดตั้งโมดูลบนเรือเพื่อให้สามารถติดตามการแข่งขันได้อย่างไม่ขาดตก ซึ่งรวมถึงข้อมูล เช่น ตำแหน่งปัจจุบันและจังหวะของฝีพาย

กีฬาโปโลน้ำ สำหรับกีฬาโปโลน้ำ หน้าที่สำคัญที่ OMEGA มีส่วนคือระบบช็อตคล็อกซึ่งเหมือนกับกีฬาบาสเกตบอลแบบ 3×3 ที่มีการกำหนดเวลาที่ต้องทำคะแนนให้ได้ก่อนที่ฝ่ายบุกจะเสียการครองบอล

ส่วนเรือนเวลาที่นักกีฬสสวมใส่จากคอลเล็กชั่น OMEGA Tokyo 2020 collection สามารถชมทุกเรือนได้ที่นี่ครับ

เรียบเรียง rhunrun