Posts

ร่วมระลึกถึง OMEGA, Snoopy และ Apollo 13 กับภารกิจสุดระทึกที่มีเรือนเวลา Speedmaster เป็นส่วนสำคัญในการนำลูกเรือกลับสู่โลกได้อย่างปลอดภัย

วันที่ 17 เมษายนนับได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับ OMEGA หลังเวลาล่วงเลยไปมากกว่า 50 ปีนับตั้งแต่ภารกิจ  Apollo 13 เมื่อภารกิจอันโด่งดังที่เกิดขึ้นในปี 1970 ทั้งลูกเรือ หรือเจ้าหน้าที่ภาคพื้นต่างก็ไม่เคยประสบกับเหตุการณ์ที่ลุ้นระทึกและเฉียดหายนะมากเท่านี้มาก่อน

สำหรับ OMEGA ห้วงเวลานั้นยังคงประทับแน่นอยู่มิเสื่อมคลาย และต้องขอบคุณเรือนเวลาโครโนกราฟ Speedmaster Professional ที่มีบทบาทสำคัญในการนำลูกเรือกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

นักบินอวกาศ เจมส์ เอ. โลเวลล์ จูเนียร์ (James A. Lovell Jr.), ผู้บัญชาการภารกิจ Apollo 13 ของ NASA
ที่มาของภาพ: เอื้อเฟื้อภาพโดย NASA

ตั้งแต่ปี 1965 ทาง NASA ได้ทำการกำหนดให้นาฬิกาเหล่านี้เป็น “อุปกรณ์สำรองชิ้นสำคัญ” ในกรณีที่เครื่องบอกเวลาดิจิทัลของนักบินอวกาศไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อเกิดปัญหาระดับวิกฤตขึ้นกับ Apollo 13 ระหว่างการมุ่งหน้าไปดวงจันทร์ “อุปกรณ์สำรอง” ก็ได้ทำหน้าที่ของตน

เพียงสองวันหลังจากออกตัว ถังอ็อกซิเจนบนยาน Apollo 13 ก็เกิดระเบิดขึ้น สร้างความเสียหายให้กับ Service Module และทำให้นักบินอวกาศตกอยู่ในอันตรายครั้งใหญ่ ภารกิจไปดวงจันทร์ถูกยกเลิก บัดนี้เป้าหมายเหลือเพียงการนำลูกเรือกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ส่วนหนึ่งของแผนช่วยเหลือที่ทางฮูสตัน (Houston) แนะนำคือการย้ายนักบินอวกาศเข้าไปใน Lunar Module อย่างไรก็ตาม โมดูลก็ไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับคนจำนวนมากในระยะเวลานาน ดังนั้น ลูกเรือต้องปิดระบบเกือบทั้งหมดเพื่อทำการประหยัดพลังงาน – เครื่องจับเวลาดิจิทัลของพวกเขาจึงใช้การไม่ได้ ชะตากรรมของนักบินอวกาศต้องแขวนอยู่บนเส้นด้ายท่ามกลางความมืดมิดและหนาวเหน็บ

ยาน Apollo 13 เผชิญกับวิกฤตการณ์หลายอย่างตลอดระยะเวลาหลายวัน แต่เป็นอุปสรรคสุดท้ายที่ความเที่ยงตรงของ OMEGA ได้แสดงผลงาน

การช่วยเหลือลูกเรือภารกิจ Apollo 13 crew หลังลงจอดบนมหาสมุทร
ที่มาของภาพ: เอื้อเฟื้อภาพโดย NASA

เนื่องจากยานหลุดออกจากเส้นทางไปราว 60 ถึง 80 ไมล์ทะเล นั่นหมายความว่าโมดูลจะทำมุมระหว่างกลับสู่ชั้นบรรยากาศของโลกผิดและไม่มีทางจะปรับแก้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีปรับเส้นทางใหม่ด้วยมือก่อนด้วยการเปิดการสันดาปเชื้อเพลิงนาน 14 วินาทีพอดี

ไม่มีที่ว่างให้กับความผิดพลาด เมื่อไร้อุปกรณ์จับเวลาดิจิทัล นักบินโมดูล แจ็ค สวีเกิร์ต (Jack Swigert) จึงใช้นาฬิกาโครโนกราฟ OMEGA Speedmaster Professional ของตนในการจับเวลาการเปิดสันดาปเชื้อเพลิงแทนระหว่างที่ผบ.เจมส์ โลเวลล์คอยบังคับยานโดยอ้างอิงจากเส้นขอบฟ้าของโลก ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ทางแก้ที่ไม่เหมือนใครนี้ได้ผล และท้ายที่สุด ในวันที่ 17 เมษายน หลังผ่านไป 142 ชั่วโมงกับอีก 54 นาที ยาน Apollo 13 ก็ลงจอดบนมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้อย่างปลอดภัย

หนึ่งปีต่อมา วันที่ 5 ตุลาคม ปี 1970 ทาง OMEGA ก็ได้รับรางวัล “Silver Snoopy Award” จาก NASA – เครื่องหมายแสดงความขอบคุณสำหรับการมีส่วนร่วมในความสำเร็จของภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์ เมื่อรางวัลอันทรงเกียรตินี้ถูกรังสรรค์ขึ้น Snoopy ก็ได้รับเลือกให้เป็นมาสคอตแบบไม่เป็นทางการของ NASA จากความสามารถในทำให้บรรยากาศลดความตึงเครียดลงเมื่อพบกับปัญหา อีกทั้งยังสื่อถึงความสำเร็จของภารกิจและบทบาทการเป็น “สุนัขระวังภัย” (watchdog)

ตั้งแต่นั้น ทั้ง Snoopy และ Apollo 13 ก็อยู่ในหัวใจของ OMEGA มาตลอด รวมถึงได้มีการรังสรรค์นาฬิกา “Snoopy” หลายรุ่นขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับหมุดหมายต่างๆ ของการครบรอบภารกิจ และนาฬิกาSpeedmaster “Silver Snoopy Award” 50th Anniversary ที่ถูกเปิดตัวไปไม่นานมานี้เมื่อปี 2020 ก็อัดแน่นไว้ด้วยสัมผัสแห่งความสนุกสนาน ทั้งหน้าปัดประดับด้วยเหรียญ Snoopy และจากนี้ยังมีตัวเรือนที่แสนพิเศษกับฝาหลังที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาจากตัวการ์ตูน Snoopy ที่บังคับยานโคจรรอบดวงจันทร์

นอกจากนาฬิกา Snoopy ทุกรุ่นจะทั้งดูดีและมอบความสนุกสนานให้กับบนข้อมือของคุณ เรือนเวลายังเป็นสิ่งย้ำเตือนที่เหนือกาลเวลาถึงความเที่ยงตรงและน่าเชื่อถือที่ OMEGA ได้มอบให้กับการสำรวจอวกาศตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี

rhunrun เรียบเรียง

Safe and Sustainable future in space.

มาจัดการขยะอวกาศกัน ไม่น่าเชื่อว่าในอวกาศที่เรายังเดินทางไปไม่ได้ง่ายๆ เหมือนบนโลกจะมีมนุษย์จะมีดาวเทียมและเศษวัตถุในอวกาศที่มีแนวโน้มจะก่ออันตรายต่อกิจกรรมในอวกาศของมนุษย์มากกว่า 40,000 ชิ้น ทาง OMEGA จึงร่วมมือกับ Privateer เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอวกาศ

OMEGA ผู้ผลิตนาฬิกาแบบแรกที่ได้ไปยังดวงจันทร์กลับมาเป็นแนวหน้าในการสำรวจอวกาศอีกครั้ง ได้มีภารกิจใหม่เป็นการสนับสนุนการติดตามดาวเทียมและเศษวัตถุในอวกาศที่มีแนวโน้มจะก่ออันตรายต่อกิจกรรมในอวกาศของมนุษย์ โดยร่วมกันทำแผนที่วัตถุอวกาศต่างๆ ในวงโคจรด้วยความแม่นยำและเปิดเผยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อคอยติดตามรวมถึงทำให้อวกาศเป็นสถานที่ปลอดภัยและทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ภารกิจของ Privateer อยู่ภายใต้การนำของสามผู้บริหาร: สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple, อเล็กซ์ ฟิลดิง (Alex Fielding) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Ripcord, ดร. โมริบา จาห์ (Moriba Jah) นักกลศาสตร์วงโคจรและนักสิ่งแวดล้อมอวกาศ

เป็นการรวมตัวสามผู้ยิ่งใหญ่ แต่นี่หาใช่ภารกิจเพื่อเกียรติยศ นักนวัตกรรมและนักแก้ปัญหาเหล่านี้ทราบดีว่าเศษวัตถุในอวกาศเป็นปัญหาเร่งด่วนและเป็นสิ่งที่ทุกชาติและทุกฝ่ายกังวล มี “ขยะ” อวกาศจากฝีมือมนุษย์กว่าสีหมื่นชิ้นที่โคจรรอบโลกที่ได้รับการถูกติดตาม ทว่ามันกลับครอบคลุมเพียงวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ซม. มีวัตถุอันตรายในวงโคจรอีกมากที่ยังคงไม่สามารถระบุ, ติดตามและคาดการณ์ได้

เมื่ออวกาศสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากกว่าที่เคย ปริมาณปัญหาที่เกิดจากขยะอวกาศก็เริ่มสร้างความเสี่ยงให้กับดาวเทียมที่มนุษย์ต้องใช้สำหรับบริการที่จำเป็นต่างๆ เช่น การสื่อสาร, การระบุตำแหน่ง และการติดตามสภาพอากาศ ข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันจึงนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเรา – ไม่ใช่เพียงแค่ในอวกาศ แต่ยังรวมถึงบนโลกของเราด้วย

การรวบรวมข้อมูลและสร้างแบบจำลองระดับนี้คืองานขนาดยักษ์ และ OMEGA ก็ภูมิใจที่จะได้มีส่วนร่วมกับทาง Privateer ในความพยายามอันกล้าหาญนี้ เมื่อร่วมมือกัน ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่าความยั่งยืนทางอวกาศกำลังลดน้อยถอยลง มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงมือ

“เราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมมือกับทาง OMEGA สำหรับการเปิดตัวเทคโนโลยีด้านกราฟของ Privateer” ฟิลดิงให้สัมภาษณ์ “OMEGA มีประวัติศาสตร์ยาวนานในด้านการสำรวจไม่ว่าจะเป็นบนแผ่นดิน, ทะเล และอวกาศ และด้วยการสนับสนุนจากพวกเขา ทาง Privateer จะสามารถขยายการสำรวจของมนุษยชาติและเข้าใจพรมแดนแห่งสุดท้ายได้ดียิ่งขึ้น”

มร. เรย์โนลด์ เอชลิมานน์ (Raynald Aeschlimann) ประธานและซีอีโอของ OMEGA เปิดเผยความรู้สึก “การได้ร่วมมือกับ Privateer นั้นเหมือนกับการพบตัวต่อชิ้นสุดท้าย ด้วยโครงการใหม่นี้ เราจะสามารถตอบแทนโลกได้ตั้งแต่ก้นสมุทรไปจนถึงอวกาศ OMEGA กับ Privateer ต่างเสริมซึ่งกันและกัน พวกเรายึดมั่นในรายละเอียด ภายในนาฬิกาจักรกลนั้นไม่ต่างอะไรกับจักรวาลขนาดย่อม ทุกอย่างต้องทำงานได้อย่างไร้ที่ติหากอยากให้มันทำงานอย่างสมบูรณ์แบบและยาวนาน”

ความร่วมมือใหม่คือหลักประกันที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิมถึงความตั้งใจในการมองหาการผจญภัย, การเรียนรู้, การพัฒนา และกล้าที่จะเสี่ยงของแบรนด์จากสวิส — รวมถึงใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
เมื่อนำประวัติศาสตร์ด้านการสำรวจอวกาศของ OMEGA และนวัตกรรมล่าสุดของ Privateer มาผสานกัน ความร่วมมือยังแสดงพันธกิจที่จะอุปถัมภ์ความรู้และความหวังของบริษัท เมื่อโลกกำลังเผชิญกับอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แน่นอนทั้งทางบก, ทางทะเล, ทางอากาศ และในอวกาศ นักบุกเบิกเหล่านี้จึงมุ่งที่จะเสริมสร้างจิตสำนึกด้านการรักสิ่งแวดล้อม “เราต้องดูแลสิ่งแวดล้อมราวกับว่าชีวิตเราขึ้นอยู่กับมัน เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ” จาห์เผย

เช่นเดียวกับภาพ Earthrise อันโด่งดังที่ถ่ายจากยาน Apollo 8 ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับการเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม แผนที่ดิจิทัลของสิ่งที่มนุษยชาติหลงเหลือไว้ในอวกาศนี้จะเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันในการสร้างความตระหนักถึงความเปราะบางของโลกของเรา

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดู mission.privateer.com.

Beijing 2022 Begins With OMEGA As Official Timekeeper

Beijing 2022 เริ่มขึ้นพร้อมกับ OMEGA ในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการ
เมื่อพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่เปิดฉากขึ้น มหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว Beijing 2022 ก็เริ่มการแข่งขัน ตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ข้างหน้า OMEGA จะได้ปฏิบัติหน้าที่อันแสนสำคัญในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการและคอยบันทึกทุกความฝันของเหล่านักกีฬาระดับโลกที่ลงแข่งในสนามแห่งเกียรติยศ

Beijing 2022 จะเป็นการทำหน้าที่ครั้งที่ 30 ตั้งแต่ปี 1932 ที่ OMEGA ได้ทำหน้าที่ผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก นับเป็นเวลากว่า 90 ปีที่ผู้ผลิตเรือนเวลาจากสวิสรายนี้ได้เป็นแนวหน้าของการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ในทางการแข่งขัน และพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้งที่ทุกการแข่งขันสามารถเชื่อมั่น
Beijing 2022 ก็เช่นกัน ด้วยผู้บอกเวลากว่า 300 คนและอุปกรณ์นำสมัยหนักรวมกว่า 200 ตัน อีกทั้งเทคโนโลยีใหม่หลายอย่างที่บริษัทได้เปิดตัวจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้ทั้งนักกีฬา, ผู้ฝึกสอน, กรรมการ และผู้ชม เทคโนโลยีเหล่านี้รวมถึงระบบวิเคราะห์การกระโดดในกีฬาสเก็ตลีลา, ระบบตรวจจับการออกตัวที่ผิดกติกาในกีฬาสปีดสเก็ต รวมถึงระบบแสดงผลระหว่างการแข่งขันสำหรับกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็ง แน่นอน ทุกเทคโนโลยีจะถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ ที่ OMEGA ใช้เพื่อเผยสิ่งที่เกิดในห้วงวินาที เช่น กล้องโฟโต้ฟินิช, ปืนออกตัวไฟฟ้า, สกอร์บอร์ด, โฟโต้เซลล์ และระบบสโนว์เกต

กว่า 109 การแข่งขันใน 7 ชนิดกีฬาจะถูกประชันกันใน Beijing 2022 นับได้ว่าเป็นงานใหญ่สำหรับผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการที่จะต้องบันทึกทุกการแข่งอย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม OMEGA ก็มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สามารถรับประกันได้ถึงความสำเร็จ บางที สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดอาจเป็นการเปิดตัวของกีฬาโมโนบ็อบ – กีฬาแข่งเลื่อนหิมะหนึ่งที่นั่งที่ OMEGA ช่วยพัฒนามาตั้งแต่ปี 2011
เมื่อฤดูร้อนปี 2008 โลกได้เคยเป็นสักขีพยานถึงหนึ่งในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง มหานครแห่งนี้จะเป็นเมืองแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกทั้งกีฬาฤดูร้อนและฤดูหนาว OMEGA ที่หวนกลับมายังกรุงปักกิ่งพร้อมแล้วการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ยิ่ง

OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition

เผยโฉมแรกของ OMEGA ใน พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ (No Time To Die) ผู้ผลิตเรือนเวลาสวิสเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ของ No Time To Die ภาพยนตร์ 007 ที่ผู้คนต่างตั้งตารอคอย ภาค No Time To Die ถูกวางให้เข้าฉายในวันที่ 30 กันยายนในสหราชอาณาจักรศกนี้ ในเวลาเดียวกับความคาดหวังที่พุ่งทะยาน โฆษณาชิ้นใหม่จาก OMEGA ก็ได้เผยเรือนเวลาประจำตัวของจารชน 007

ภาพยนตร์โฆษณาอัดแน่นไว้ด้วยเนื้อหาสุดตื่นเต้นจากภารกิจล่าสุดของ เจมส์ บอนด์ รวมถึงการบอกใบ้ถึงการกลับมาของตัวละครใน 007 หลายตัว ทั้งคิว (Q) และมันนีเพนนี (Moneypenny) รวมถึงเจ้าหน้าที่ “ดับเบิ้ลโอ” คนใหม่อย่าง โนมิ (Nomi)

แน่นอนว่า แกนหลักของความตื่นเต้นย่อมเป็น OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition ตามที่โฆษณาชิ้นใหม่เผย เรือนเวลาจากไทเทเนียมเกรด 2 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้และคอยรับใช้บอนด์ทั้งในด้านคุณภาพและสไตล์ แม้ Q จะทำการดัดแปลงเครื่องบอกเวลาใน No Time To Die หลายอย่างจนมีความพิเศษ เรือนเวลานอกจอเงินที่พร้อมวางจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจก็อัดแน่นไว้ด้วยแรงบันดาลใจ, การออกแบบที่มีน้ำหนักเบาและสัมผัสแห่งความวินเทจไม่ต่างกัน

OMEGA Seamaster กลายเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องแต่งกายของ 007 ตั้งแต่ภาค GoldenEye เมื่อปี 1995 หลังได้รับเลือกว่าเป็นนาฬิกาที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้การบอนด์

ภาพยนตร์โฆษณาของ OMEGA ย่อมมอบความอิ่มเอมให้กับผู้ชมและสร้างกระแสก่อนการเปิดตัว No Time To Die ในวันที่ 30 กันยายนในสหราชอาณาจักรและ 8 ตุลาคมในสหรัฐฯ จนกว่าจะถึงเวลานั้น ชาวลอนดอนสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์โฆษณาของ OMEGA ขนาดจุใจซึ่งฉายบนจอบริเวณพิคะดิลีเซอร์เคิส (Piccadilly Circus) ตั้งแต่วันที่ 6-12 กันยายน

เกี่ยวกับ NO TIME TO DIE

No Time To Die คือชื่ออย่างเป็นทางการของภาคที่ 25 ในการผจญภัยของเจมส์ บอนด์ ภาพยนตร์ — ของ EON Productions ของ อัลเบิร์ต อาร์. บร็อคโคลี และบริษัทเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ (MGM) เรื่องนี้ — ได้รับการกำกับโดย แครี โจจิ ฟุคุนางะ (Cary Joji Fukunaga) และมีดาราอย่าง แดเนียล เคร็ก ที่กลับมารับบทจอมจารชนรหัส 007 เจมส์ บอนด์ของเอียน เฟลมมิ่งเป็นภาคที่ห้า ภาพยนตร์จะเข้าฉายในวันที่ 30 กันยายนปี 2021 ในสหราชอาณาจักรโดย Universal Pictures International และในสหรัฐฯ วันที่ 8 ตุลาคมปี 2021 โดยเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ผ่าน United Artists Releasing

บทถูกรังสรรค์โดยนีล เพอร์วิซ (Neal Purvis) และโรเบิร์ต เวด (Robert Wade) ที่เคยฝากผลงานไว้ในภาค Spectre กับ Skyfall, แครี โจจิ ฟุคุนางะ กับฟีบี้ วาลเลอร์-บริดจ์ (Phoebe Waller-Bridge) จากภ. Killing Eve, Fleabag ภาพยนตร์ 007 เรื่องนี้จะเริ่มฉายทั่วโลกตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2021 โดย Universal Pictures International และเมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ผ่าน United Artists Releasing

ใน No Time To Die บอนด์ได้ออกจากราชการและไปใช้ชีวิตอย่างสงบในจาไมกา ทว่าความสงบกลับอยู่กับเขาอยู่ได้ไม่นานนักเมื่อเพื่อนเก่า เฟลิกซ์ ไลเทอร์ (Felix Leiter) จาก CIA โผล่มาขอให้เขาช่วย ภารกิจคือการช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวซึ่งจะนำไปสู่การเชือดเฉือนที่มากเกินกว่าจะคิดฝัน นำบอนด์ให้ไปพบกับวายร้ายสุดลึกลับที่มีอาวุธเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดอันตราย
www.007.com

Speedmaster Chronoscope เรือนเวลารุ่นใหม่จาก OMEGA กับการอออกแบบเพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้เพื่อบอกระยะเวลาระหว่างตำแหน่งเวลาหรือเหตุการณ์

Chronoscope (โคร-โน-สะ-โคป) คำนาม เครื่องมือที่ใช้เพื่อวัดระยะเวลาที่ดำเนินไประหว่างเหตุการณ์ต่างๆ

คำว่า Chronoscope เกิดจากการนำคำในภาษากรีกสองคำมาผสมกัน คือ “Chronos” ที่แปลว่า เวลา และ “Scope” ที่แปลว่า การสังเกต คำแทนเครื่องมือที่ใช้เพื่อบอกระยะเวลาระหว่างตำแหน่งเวลาหรือเหตุการณ์

OMEGA Chronoscope รุ่นใหม่ขนาด 43 มม. อันน่าทึ่งสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างยอดเยี่ยม – และในหลากหลายระดับ

สำหรับเหล่าผู้ที่หลงใหลในบรรดาเรือนเวลาระดับตำนานของ OMEGA นาฬิการุ่นนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย ทั้งหน้าปัดแบบพิมพ์และสามสเกลเวลาที่สะกดสายตา

ทาคีมิเตอร์: บอกความเร็วจากระยะทาง

Chronoscope จะสามารถบอกความเร็วที่คุณใช้ในการเดินทางได้ โดยอิงจากระยะทางที่เดินทาง โดยสเกลจะช่วยวัดระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางเฉลี่ยระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่ง ไม่มีว่าการเดินทางของคุณจะเป็นในหน่วยไมล์หรือกิโลเมตร

เทเลมิเตอร์: บอกระยะทางจากความเร็วของเสียง

เพียงสองขั้นตอนสุดง่าย เครื่องบอกเวลาอันเที่ยงตรงจาก OMEGA สามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าคุณอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดที่สามารถมองเห็นและมีเสียง เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง

พัลโซมิเตอร์:วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

เต้นช้าไป เร็วไป หรือกำลังพอดี? ต้องขอบคุณสเกล 30 ครั้งต่อนาที ที่ทำให้คุณสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจของทั้งตนเองหรือผู้อื่นได้

แรงบันดาลใจจากความตัวตนในอดีต

เรือนเวลา Chronoscope ในปัจจุบันได้แสดงความเคารพถึงตัวตนในอดีตของ OMEGA ผ่านรายละเอียดการออกแบบหน้าปัดแบบ “หอยทาก”ที่เคยปรากฏบนนาฬิกาข้อมือของแบรนด์ในช่วงทศวรรษที่ 40 รวมถึงสิ่งที่แสดงความเป็นศตวรรษที่ 20 อย่างชุดเข็มทรงใบไม้ที่พบบนนาฬิกาหลากหลายรุ่นและรางนาทีแบบ “เวียน” ที่จัดเรียงอย่างวิจิตรภายใต้หลักเลขอารบิกบนหน้าปัด

กลไก

เมื่อพลิกไปที่ด้านหลังก็จะพบกับกลไกไขลาน OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 9908 ที่ซุกซ่อนอยู่หลังกระจกแซฟไฟร์ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างประณีต รายละเอียดที่ทำให้การออกแบบของกลไกนี้โดดเด่นคือโครโนสโคปบริดจ์ การขัดแต่งแบบArabesque Geneva Waves ที่เริ่มจากบาลานซ์วีลแทนที่จะเป็นกลางกลไก – นับเป็นครั้งแรกที่ปรากฏในแบรนด์ OMEGA

เพื่อที่จะเพิ่มกำลังสำรองของนาฬิกา OMEGA ได้เลือกเสริมการเคลือบฟิล์มคาร์บอนคล้ายเพชร (Diamond-Like-Carbon) ที่เพิ่มทนทานต่อการสึกหรอให้กับตลับลานคู่ ระบบคอลัมน์วีลของ OMEGA ยังช่วยรับประกันว่าฟังก์ชั่นต่างๆ ของโครโนสโคปจะทำงานได้อย่างเที่ยงตรง

ด้วยการรับรองระดับ Master Chronometer ทั้งกลไกและนาฬิกาได้ถูกทดสอบภายใต้สภาวะที่สุดขั้วที่ตั้งขึ้นจากการทดสอบที่เข้มงวดที่สุดของอุตสาหกรรมโดย Swiss Federal Institute of Metrology (METAS)

สายหนัง และ สายโลหะ

คอลเลคชั่นใหม่มาพร้อมตัวเลือกสายหนังสีน้ำเงิน, น้ำตาล หรือสีดำ  ที่มีการฉลุขนาดเล็กซึ่งเผยให้เห็นชั้นของยางสีแดงที่อยู่ภายใน หัวสายประดับด้วยสัญลักษณ์ Ω แบบยกนูน สำหรับผู้สวมใส่ที่หลงใหลในความเป็นโลหะในองค์รวม ยังมีตัวเลือกสายโลหะแบบขัดเงาสลับด้านซึ่งมาพร้อมกับระบบปรับสายที่เป็นสิทธิบัตรของ OMEGA ซึ่งสามารถปรับความยาวได้ถึงสองตำแหน่ง โดยสำหรับขนาดสายบริเวณขานาฬิกาอยู่ที่ 21 มมและ 16 มมที่หัวสาย

เรียบเรียง rhunrun

ไปชมเรือนเวลาที่มีความแม่นยำและเที่ยงตรงที่ช่วยให้นักกีฬา Olympic แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่กับ OMEGA คอลเล็กชั่นล่าสุด Tokyo 2020

เริ่มด้วยกีฬาขี่ม้า ในกีฬาขี่ม้า (Equestrain) เทคโนโลยีติดตามวัตถุแสนพิเศษของ OMEGA จะคอยติดตามทุกการเคลื่อนไหว ในขณะที่ระบบตรวจจับด้วยเลเซอร์จะคอยระบุตำแหน่งของม้า เหรียญทองและเหรียญเงินอาจแตกต่างกันแค่สิ่งกีดขวางชิ้นเดียว ดังนั้นทุกวินาทีจึงสำคัญ เทคโนโลยีของ OMEGA จะคอยตรวจวัด บอกระยะ บอกความเร็วในเวลานั้นและความเร็วเฉลี่ย เวลาที่ใช้ในการกระโดด เส้นทางของนักขี่ในสนามและวิถีการกระโดดรวมถึงระบบติดตามการเคลื่อนไหวและระบุตำแหน่ง

กีฬาปีนผาเป็นหนึ่งในสองชนิดกีฬาที่มีการใช้ทัชแพดของ OMEGA โดยถูกติดตั้งที่ฐานและด้านบนของหน้าผาจำลอง แผ่นที่ไวต่อแรงกดนี้จะช่วยให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถเริ่มและหยุดเวลาได้ด้วยตนเอง

กีฬาเรือพาย ในการแข่งขันเรือกรรเชียงและแคนูคยัค OMEGA ได้ทำการติดตั้งโมดูลบนเรือเพื่อให้สามารถติดตามการแข่งขันได้อย่างไม่ขาดตก ซึ่งรวมถึงข้อมูล เช่น ตำแหน่งปัจจุบันและจังหวะของฝีพาย

กีฬาโปโลน้ำ สำหรับกีฬาโปโลน้ำ หน้าที่สำคัญที่ OMEGA มีส่วนคือระบบช็อตคล็อกซึ่งเหมือนกับกีฬาบาสเกตบอลแบบ 3×3 ที่มีการกำหนดเวลาที่ต้องทำคะแนนให้ได้ก่อนที่ฝ่ายบุกจะเสียการครองบอล

ส่วนเรือนเวลาที่นักกีฬสสวมใส่จากคอลเล็กชั่น OMEGA Tokyo 2020 collection สามารถชมทุกเรือนได้ที่นี่ครับ

เรียบเรียง rhunrun