Posts

ไปชมรายชื่อผู้ชนะทั้งหมดจากงานประกาศรางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ 77

เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ยิ่งใหญ่และอยู่คู่ฮอลลีวูดมาอย่างยาวนานสำหรับ  Golden Globe Awards โดยเริ่มมอบรางวัลแก่ภาพยนตร์และทีวีซีรี่ย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1944 และสำหรับครั้งล่าสุดครั้งที่ 77 นี้ภาพยนตร์มากหน้าหลายตารวมถึงเหล่านักแสดงเช่นกัน

ซึ่งรางวัลใหญ่อย่าง Best Actor in a Motion Picture – Drama ก็ตกเป็นของ  Joaquin Phoenix จาก  Joker แบบไม่ผลิกโผเคียงข้างมาด้วย Taron Egerton ผู้รับท Sir Elton John ในภาพยนตร์ Rocketman กับรางวัล  Best Actor in Motion Picture -musical or comedy และหนุ่มเท่อย่าง Brad Pitt ผู้รับท Cliff Booth สตั๊นแมนมาดดิบในภาพยนตร์ Once Upon a Time in Hollywood  กำกับโดย Quentin Tarantino ก็คว้ารางวัล Best Actor in a Supporting Role in Any Motion Picture ไปได้ พ่วงด้วยอีกสองรางวัลใหญ่อย่าง Best Motion Picture – Musical or Comedy และ Best Screenplay – Motion Picture จากฝีมือของ Quentin Tarantino ผู้กำกับ

นอกจากนี้รางวัลอื่นๆจะตกเป็นของใครบ้างไปชมรายชื่อผู้ชนะเและผู้เข้าชิงต็มๆกันได้เลยครับ 

Best Motion Picture – Foreign Language

The Farewell (A24)

Les Misérables (Amazon)

Pain and Glory (Sony Pictures Classics)

Parasite (Neon) ชนะรางวัล

Portrait of a Lady on Fire (Neon)

Best Performance by an Actress in a Television Series – Musical or Comedy

Christina Applegate (Dead to Me)

Rachel Brosnahan (The Marvelous Mrs. Maisel)

Kirsten Dunst (On Becoming a God in Central Florida)

Natasha Lyonne (Russian Doll)

Phoebe Waller-Bridge (Fleabag) ชนะรางวัล

Best Television Series – Drama

Big Little Lies (HBO)

The Crown (Netflix)

Killing Eve (BBC America)

The Morning Show (Apple TV Plus)

Succession (HBO) ชนะรางวัล

Best Performance by an Actor in a Supporting Role in a Series, Limited Series or Motion Picture Made for Television

Alan Arkin (The Kominsky Method)

Kieran Culkin (Succession)

Andrew Scott (Fleabag)

Stellan Skarsgård (Chernobyl)  ชนะรางวัล

Henry Winkler (Barry)

Best Performance by an Actor in a Limited Series or Motion Picture Made for Television

Christopher Abbott (Catch-22)

Sacha Baron Cohen (The Spy)

Russell Crowe (The Loudest Voice) ชนะรางวัล

Jared Harris (Chernobyl)

Sam Rockwell (Fosse/Verdon)

Best Performance by an Actor in a Television Series – Musical or Comedy

Michael Douglas (The Kominsky Method)

Bill Hader (Barry)

Ben Platt (The Politician)

Paul Rudd (Living with Yourself)

Ramy Youssef (Ramy) ชนะรางวัล

Best Motion Picture – Drama

The Irishman (Netflix)

Marriage Story (Netflix)

1917 (Universal) ชนะรางวัล

Joker (Warner Bros.)

The Two Popes (Netflix)

Best Actress in a Motion Picture – Drama

Cynthia Erivo (Harriet)

Scarlett Johansson (Marriage Story)

Saoirse Ronan (Little Women)

Charlize Theron (Bombshell)

Renée Zellweger (Judy) ชนะรางวัล

Best Actor in a Motion Picture – Drama

Christian Bale (Ford v Ferrari)

Antonio Banderas (Pain and Glory)

Adam Driver (Marriage Story)

Joaquin Phoenix (Joker) ชนะรางวัล

Jonathan Pryce (The Two Popes)

Best Motion Picture – Musical or Comedy

Dolemite Is My Name (Netflix)

Jojo Rabbit (Fox Searchlight)

Knives Out (Lionsgate)

Once Upon a Time in Hollywood (Sony) ชนะรางวัล

Rocketman (Paramount)

Best Actress in a Motion Picture – Musical or Comedy

Ana de Armas (Knives Out)

Cate Blanchett (Where’d You Go, Bernadette)

Beanie Feldstein (Booksmart)

Emma Thompson (Late Night)

Awkwafina (The Farewell) ชนะรางวัล

Best Actor in a Motion Picture – Musical or Comedy

Daniel Craig (Knives Out)

Roman Griffin Davis (Jojo Rabbit)

Leonardo DiCaprio (Once Upon a Time in Hollywood)

Taron Egerton (Rocketman) ชนะรางวัล

Eddie Murphy (Dolemite Is My Name)

Best Motion Picture – Animated

Frozen 2 (Disney)

How to Train Your Dragon: The Hidden World (Universal)

The Lion King (Disney)

Missing Link (United Artists Releasing) ชนะรางวัล

Toy Story 4 (Disney)

Best Actress in a Supporting Role in Any Motion Picture

Kathy Bates (Richard Jewell)

Annette Bening (The Report)

Laura Dern (Marriage Story) ชนะรางวัล

Jennifer Lopez (Hustlers)

Margot Robbie (Bombshell)

Best Actor in a Supporting Role in Any Motion Picture

Tom Hanks (A Beautiful Day in the Neighborhood)

Anthony Hopkins (The Two Popes)

Al Pacino (The Irishman)

Joe Pesci (The Irishman)

Brad Pitt (Once Upon a Time in Hollywood) ชนะรางวัล

Best Director – Motion Picture

Bong Joon-ho (Parasite)

Sam Mendes (1917) ชนะรางวัล

Todd Phillips (Joker)

Martin Scorsese (The Irishman)

Quentin Tarantino (Once Upon a Time in Hollywood)

Best Screenplay – Motion Picture

Noah Baumbach (Marriage Story)

Bong Joon-ho and Han Jin-won (Parasite)

Anthony McCarten (The Two Popes)

Quentin Tarantino (Once Upon a Time in Hollywood) ชนะรางวัล

Steven Zaillian (The Irishman)

Best Original Score – Motion Picture

Alexandre Desplat (Little Women)

Hildur Guðnadóttir (Joker) ชนะรางวัล

Randy Newman (Marriage Story)

Thomas Newman (1917)

Daniel Pemberton (Motherless Brooklyn)

Best Original Song – Motion Picture

“Beautiful Ghosts” (Cats)

“I’m Gonna Love Me Again” (Rocketman) ชนะรางวัล

“Into the Unknown” (Frozen 2)

“Spirit” (The Lion King)

“Stand Up” (Harriet)

Best Performance by an Actress in a Television Series – Drama

Jennifer Aniston (The Morning Show)

Olivia Colman (The Crown) ชนะรางวัล

Jodie Comer (Killing Eve)

Nicole Kidman (Big Little Lies)

Reese Witherspoon (The Morning Show)

Best Performance by an Actor in a Television Series – Drama

Brian Cox (Succession) ชนะรางวัล

Kit Harington (Game of Thrones)

Rami Malek (Mr. Robot)

Tobias Menzies (The Crown)

Billy Porter (Pose)

Best Television Series – Musical or Comedy

Barry (HBO)

Fleabag (Amazon)  ชนะรางวัล

The Kominsky Method (Netflix)

The Marvelous Mrs. Maisel (Amazon)

The Politician (Netflix)

Best Television Limited Series or Motion Picture Made for Television

Catch-22 (Hulu)

Chernobyl (HBO) ชนะรางวัล

Fosse/Verdon (FX)

The Loudest Voice (Showtime)

Unbelievable (Netflix)

Best Performance by an Actress in a Limited Series or Motion Picture Made for Television

Kaitlyn Dever (Unbelievable)

Joey King (The Act)

Helen Mirren (Catherine the Great)

Merritt Wever (Unbelievable)

Michelle Williams (Fosse/Verdon) ชนะรางวัล

Best Performance by an Actress in a Supporting Role in a Series, Limited Series or Motion Picture Made for Television

Patricia Arquette (The Act) ชนะรางวัล

Helena Bonham Carter (The Crown)

Toni Collette (Unbelievable)

Meryl Streep (Big Little Lies)

Emily Watson (Chernobyl)

Benicio for Sicario บทสัมภาษณ์ของเบเนซิโอที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้

Sicario ภาคที่แล้วเป็นที่ชื่นชอบมาก คนรอดูภาคสองไม่ไหวแล้ว คุณพอจะบอกใบ้อะไรได้บ้างไหม?

เบเนชิโอ: คือว่า มันเป็นอีกบทนึงของหนัง แต่ก็จะมีตัวละครจากภาคเก่าที่ต้องมาประจันหน้ากันในสถานการณ์เดียวกันอีกครั้งเหมือนในภาคก่อน แต่บอกเลยนะว่ามันจะมีโมเมนต์ที่ต้องร้องว่า “ชิบ–ละ!” เยอะเลย บทมันคาดเดาไม่ได้ เต็มไปด้วยอารมณ์แต่ก็บันเทิงมาก

ในภาคนี้ มีอะไรที่คุณต้องเปลี่ยนแปลง หรือบทบาทของคุณเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

เบเนชิโอ: สิ่งที่ทำให้การเดิมพันในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นคือความจริงที่ว่า ตัวอเลฮานโดรติดอยู่ในความลังเลเรื่องศีลธรรม ระหว่างสงครามที่เขามีส่วนก่อ และความต้องการที่จะปกป้องสาวน้อยอิซาเบลลาที่เป็นเหยื่อของสงครามนั่นแหละเพราะฉะนั้น ปมตรงนี้ทำให้ตัวละครของผมเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ผมเคยคิดไว้เลยครับ เปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นตัวละครที่ผมรู้จักใน Sicario ภาคเก่า ตอนนี้ตัวละครตัวนี้พัฒนาไปอีกระดับแล้ว สู่ความเป็นมนุษย์ที่ผมไม่เคยเห็นในภาคก่อน

รู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่า Sicario จะมีภาคสองอีก คุณตื่นเต้นไหม

เบเนชิโอ: ตอนที่ผมถ่ายภาคแรกจบ ก็ไม่คิดว่าจะมีภาคสองต่อ แล้ววันนึงโปรดิวเซอร์ก็โทรมา ผู้จัดการและเอเจนต์ผมมาบอกว่ามีสคริปต์ภาคสองให้อ่าน ผมก็ว่าเอาสิ ตั้งแต่หน้าแรกที่อ่านผมก็รู้สึกได้ว่ามันยอดมาก มีความเป็นเทย์เลอร์ (เทย์เลอร์ เชอริแดน คนเขียนบท) อยู่เต็มไปหมด แล้วทั้งนักแสดง ผู้กำกับ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ก็พยายามทำให้สคริปต์ของเทย์เลอร์มีชีวิตขึ้นมา แล้วในอีกทางนึงก็เพราะว่าสคริปต์นั่นเป็นฝีมือของเทย์เลอร์ด้วย เราถึงมีชีวิตจริงขึ้นมาได้ เขามีส่วนในหนังและโลกที่เขาสร้างขึ้นมามากทีเดียว

ตื่นเต้นไหมกับการกลับมารับบทตัวละครนี้ในภาคสอง เพราะเหมือนคุณจะตอบตกลงโดยทีทันเลย

เบเนชิโอ: ครับ ผมตื่นเต้นมาก เพราะว่า ถึงแม้เดนีจะไม่สามารถมาร่วมงานกับเราคราวนี้ได้ แต่เมื่อผมได้อ่านบท มันเปลี่ยนไปไม่เหมือนภาคแรก แต่ยังมีความเป็น เทย์เลอร์ เชอริแดน อยู่ในนั้น มีความสมจริง ถึงแม้จะเป็นบทภาพยนตร์แต่ก็สมจริงมากๆ ซึ่งมันดึงดูดผมกับ จอช โบรลิน และผมก็เชื่อมือ สเตฟาโน่ โซลลิม่า ผู้กำกับคนใหม่ เขาต้องทำมันออกมาดีแน่ๆ เพราะงั้น เรื่องภาพและดนตรีมันเจ๋งแน่นอน หนังภาคนี้มีเสน่ห์ของมันเอง ส่วนโยฮัน โยฮานสัน (นักประพันธ์ดนตรีประกอบ) เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่เขาคงไม่ได้ร่วมงานกับเราอีกแล้ว เขาเป็นคนเก่งมาก น่าเศร้ามากครับ

ผลงานของเขาในเรื่อง Sicario มันเป็นปรากฎการณ์ที่สุดยอดมากจริงๆ เห็นว่า เทย์เลอร์ เชอริแดน คิดจะทำเป็นไตรภาคด้วย ถ้าคุณกลับมารับบทในภาคสองแบบนี้ ได้พูดคุยเรื่องของภาคสามไหม หรือแค่ภาคสอง?

เบเนชิโอ: หลังจากที่เขาพูดว่าเขาจะเขียนภาคสอง ผมก็ได้มีบทสนทนาสั้นๆ กับว่าเขาต้องการเขียน Sicario ออกมาเป็นสามภาค เขาน่าจะวางแผนอะไรอยู่ ผมแค่หวังว่าภาคนี้  Sicario: Day of Sodaldo จะทำให้คนสนใจมากๆ เพื่อให้ภาคสามเกิดขึ้นได้

ระหว่างที่ถ่ายทำ Sicario คุณรู้มาก่อนรึเปล่าว่าเรื่องนี้ได้รับการถ่ายทำเป็นพิเศษ

เบเนซิโอ: ไม่เลย ไม่รู้มาก่อนเลยครับ

มารู้ตอนเห็นผลลัพธ์การถ่ายทำใช่ไหมแบบนี้

เบเนชิโอ: สำหรับภาคแรก ผมกำลังพูดถึง Sicario นะ ตอนที่ได้อ่านสคริปต์ ผมไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์คเท่าไหร่ เพราะว่าเราดำเนินเรื่องตามตัวละครของ เอมิลี่ บลันท์ สองในสามส่วน จากนั้นก็ดำเนินเรื่องตามตัวละครของผม อเลฮานโดร ผมก็เลยไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์ค แต่แล้วมันก็ปรากฏให้เห็นว่า “มันไม่มีกฎ” สำหรับหนังเรื่องนี้หรอก

ทำไมผู้ชายถึงหลงสเน่ห์สาวฝรั่งเศส ภาพยนตร์ห้าเรื่องนี้คือคำตอบ

แม้แต่หินที่แข็งแกร่ง เจอนำ้ไหลเซาะทุกวันมันยังกร่อน นับประสาอะไรกับผู้ชาย เมื่อต้องปะทะกับสเน่ห์ของสาวฝรั่งเศสที่มีพลังดุจน้ำป่าไหลหลาก ก็ต้องปล่อยใจไหลไปแรงเธอ นี่คือตัวอย่างของผู้ชายพี่พ่ายพลังมาการง

dreamer

The Dreamers (2003)
Director: Bernado Bertolucci
Major Casts: Michael Pitt / Louis Garrel / Eva Green
เมื่อเด็กหนุ่มอเมริกันผู้ไม่ประสีประสาโลก (Michael Pitt) มาเรียนต่อที่ปารีส แล้วได้เจอกับสาวเจ้าสเน่ห์อย่าง Eva Green ทอดสะพานให้ แล้วใครจะไปอดใจอยู่! หอพักเลยร้อนรักไปตามระเบียบ ทว่าความสัมพันธ์นั้นซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพี่ชายของเธอ (Louis Garrel) ร่วมแจม เรื่องมันเลยอิรุงตุงนัง เป็นเซ็กซ์สามเส้าแบบหมิ่นเหม่ศีลธรรม โดยมีฉากหลังเป็นการประท้วงของนักศึกษาในช่วงปลายทศวรรษที่ ’60s หนังหนักและวาบหวิวตามสไตล์ผู้กำกับชั้นครูอย่าง Bernado Bertolucci

ultimo-tango-a-parigi-original

Last Tango In Paris (1972)
Director: Bernardo Bertolucci
Major Casts: Marlon Brando / Maria Schneider
หนังของอีโรติกสุดคลาสสิก นำแสดงโดยหนุ่มใหญ่พ่อม่ายร้างรัก (Marlon Brando) สปาร์กไฟกับสาววัยละอ่อนชาวฝรั่งเศส (Maria Schneider) ทั้งคู่มีเซ็กซ์กันแบบดุเดือดเพียงแค่สบสายตา โดยที่ยังไม่รู้จักชื่อกันด้วยซ้ำ! หนุ่มใหญ่หลงสเน่ห์ของสาวปารีเซียง เพราะว่าความลึกลับและความร้อนแรง คุณจะได้เห็นประเด็นเรื่องมุมมองพื้นที่ส่วนตัวและสาธารณะ (Public/Private) ของคนอเมริกันว่าต่างจากคนจากฝั่งยุโรปอย่างไร และส่งผลต่อความสัมพันธ์กันอย่างไร เป็นอีกเรื่องที่ผู้กำกับ Bernado Bertolucci เล่นพล็อตหนุ่มอเมริกัน-สาวฝรั่งเศส เราคาดว่าชายอิตาเลี่ยนอย่างเบอร์โตลุคชี่อาจจะประทับใจสาวฝรั่งเศสอยู่ไม่น้อย

hero_5to7-2015-1

5 to 7 (2014)
Director: Victor Levin
Major Casts: Anton Yelchin / Bérénice Marlohe / Olivia Thirlby
นักเขียนหนุ่มอมริกันหลงรักสาวฝรั่งเศสเมื่อแรกพบ จากนั้นทั้งสองก็มีความสัมพันธ์กัน แต่ปรากฏว่าฝ่ายสาวเธอมีผ. เป็นตัวเป็นตนแล้ว ทว่าทั้งสองก็ยังไม่หยุด นัดเจอกันได้แค่ช่วงเย็น 5 โมง ถึง 1 ทุ่ม (7PM) สาวฝรั่งเศสมากประสบการณ์สอนให้ชายหนุ่มได้รู้จักโลก สุดท้ายแล้วผู้ชายก็เติบโตทางความคิด เข้าใจชีวิตเพราะพิษรักที่เธอมอบให้ พระเอกตระหนักได้ว่า ทำไมตัวเองถึงเป็นนักเขียนที่ดีไม่ได้เสียที ‘ก็เพราะว่ารู้จักโลกน้อยเกินไป’ นั่นเอง

before_sunrise

Before Sunrise (1995)
Director: Richard Linklater
Major Casts: Ethan Hawke / Julie Delpy
คุณอาจจะเห็นแต่ตัวอย่างว่าผู้หญิงฝรั่งเศสนั้นสวยเหลือร้าย ผู้ชายต้องหลงเธอเพราะเซ็กซ์แอพพีลแน่ๆ แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะซีลีน (Julie Delpy) นั้นมีสเน่ห์ที่สมอง ไม่ว่าใครก็ต้องหลงรักเธอเพราะความฉลาดเฉลียว ไม่เว้น Ethan Hawk ในภาพยนตร์ไตรภาคสุดโรแมนติก ที่มีแต่บทสนทนายาวร่วมสองชั่วโมง สามารถขโมยหัวใจชายหนุ่มอย่างเราได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องขายเซ็กซ์ซีน

lea1

Spectre (2015)
Director: Sam Mendes
Major Casts: Daniel Craig / Léa Seydoux / Christoph Waltz
ทำไมผู้ชายพายเรืออย่างเจมส์ บอนด์ถึงตกหลุมรักสาวฝรั่งเศสถึงสองคน คนแรกคือ เวสเปอร์ (Eva Green) ส่วนคนที่สองคือ Dr. Madeleine Swann (Léa Seydoux) ช็อตที่เจ้าหล่อนสวมชุดราตรีคือคำตอบ!

“The Light Between Oceans” ผลงานดราม่าสุดซาบซึ้งสะเทือนใจ ดัดแปลงมาจากนวนินายขายดีติดอันดับ

อีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองในปี 2016 “The Light Between Oceans” ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีติดอันดับ โดยบอกเล่าถึงเรื่องราวของ ทอม (ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาการแสดงมาแล้วถึงสองครั้ง) ทหารผ่านศึกที่รับอาสาเป็นผู้ดูแลประภาคารบนเกาะเล็กนอกชายฝั่ง เขาได้แต่งงานและอยู่อาศัยกับหญิงสาวนามว่า อิซาเบล (อลีเซีย วิแกนเดอร์ ดาราสาวที่เพิ่งคว้ารางวัลออสการ์ครั้งล่าสุดในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก The Danish Girl) อย่างไรก็ตามทั้งคู่พยายามจะมีลูกด้วยกันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ต้องพบกับความสูญเสียอยู่ร่ำไป … และแล้ววันหนึ่งก็ได้มีเรือลอยมาติดเกาะพร้อมกับเด็กทารกหญิง ทอมและอิซาเบลจึงตัดสินใจดูเลี้ยงเด็กคนนั้นขึ้นมาในฐานะ ลูก แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ความรักระหว่างทั้งคู่ที่เกิดการสั่นคลอน ไปจนถึงการสำนึกเรื่องความถูกต้องภายในจิตใจ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ดีเร็ก เซียนฟรานซ์ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานดราม่าชั้นเยี่ยมอย่าง Blue Valentine และ The Place Beyond the Pines เรามาติดตามความดราม่าครั้งนี้ไปพร้อมกันในโรงภาพยนตร์เร็วๆ นี้

Content by Poramin T.

ลิลลี่ เจมส์ จากบท Cinderella สู่ ‘อลิซาเบธ เบ็นเนท’ เลดี้เพชฌฆาตซอมบี้ใน ‘Pride + Prejudice + Zombies’

ในศตวรรษที่ 19 ณ ชนบทของประเทศอังกฤษ เกิดโรคระบาดสยองแพร่ไปทั่ว เมื่อบรรดาศพที่ถูกฝังกลับฟื้นขึ้นมากลายเป็นซอมบี้คลั่ง ไล่ฆ่ามนุษย์อย่างโหดเหี้ยมไปทั่วทั้งเมือง แต่ใครจะคาดคิดว่า ความหวังของการกู้วิกฤติซอมบี้ครั้งนี้ จะเป็น 5 เลดี้สาวทายาทตระกูลเบ็นเนท ที่เบื้องหน้าเธอคือกุลสตรีที่เพียบพร้อม แต่เบื้องหลังพวกเธอเคยได้ฝึกร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้และศาสตราวุธทุกแขนงในระดับที่แกร่งไม่แพ้นักฆ่ามืออาชีพ ซึ่งทั้ง 5 เลดี้จะขอปกป้องเมืองออกลุยซอมบี้ชนิดมันสุดขั้ว ระห่ำสะใจ! ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่แค่สงครามกับซอมบี้ แต่กุลสตรีอย่างพวกเธอทั้งห้า ยังต้องพิสูจน์รักแท้ที่ร้อนระอุไม่แพ้กันกับบรรดาสุภาพบุรุษหนุ่มที่ขออาสามาปกป้องหัวใจพวกเธอ

JM4_1324.NEF

นำทีมเลดี้+ซอมบี้โดย ลิลลี่ เจมส์ จากบทสาวหวานดั่งเจ้าหญิงขวัญใจแฟนๆ ใน Cinderella สู่การพลิกบทที่ทุกคนต้องทึ่ง รับบทเป็น “อลิซาเบธ เบ็นเนท” เลดี้เพชฌฆาตซอมบี้ ทายาทสาวคนที่สองของตระกูลเบ็นเนท กุลสตรีสาวสวยที่ซ่อนพลังความสตรองไว้สุดตัว ภายใต้อาภรณ์ชิ้นงาม เธอซ่อนอาวุธไว้เพียบทั่วเรือนร่าง โดยมีอาวุธเด็ดคือ “กริชมีดสั้น” ที่พร้อมจะเชือดซอมบี้ทุกตัวที่ขวางหน้า แต่ในสมรภูมิการเผชิญหน้าซอมบี้สยองครั้งนี้ เธอไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง แต่ยังมาพร้อมกับเหล่าพี่น้องเลดี้ ที่เตรียมเดินหน้าออกลุยแบบไม่แคร์สวยสวนทางกับภาพความเป็นเลดี้อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น

เบลลา ฮีธโคท ดาราสาวสุดน่ารักชาวออสเตรเลียจากผลงานสุดฮิป Dark Shadows, In Time สู่บทบาท “เจน เบ็นเนท” เลดี้พี่สาวคนโตของบ้าน สุภาพอ่อนโยน เชื่อมั่นในรักแท้และพร้อมปกป้องเหล่าบรรดาน้องรักของเธอ ยามรักเธออ่อนหวาน แต่ยามซอมบี้บุก เธอสลัดคราบสวยหวานกลายเป็นสาวโหดระห่ำ พร้อมฆ่าล้างโคตรซอมบี้, ซูกี้ วอเตอร์เฮาส์ นางแบบสาวชาวอังกฤษที่เคยขึ้นปกนิตยสารชั้นนำมากมาย รวมทั้งยังมีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง Insurgent, Love, Rosie ซึ่งในครั้งนี้เธอจะมาพลิกบทเป็น “คิตตี้ เบ็นเนท” เลดี้สวยใสไร้เดียงสา น้องคนรองสุดท้องของตระกูล ถึงแม้ว่าเธอจะดูสวยใสไร้เดียงสาแบบนี้ แต่ถ้าเรื่องใช้กำลังต้องยกให้เธอจริงๆ เพราะเธอพร้อมจะโชว์ลีลาคาราเต้ ออกอาวุธฟันหัวซอมบี้จนหลุดกระเด็นคนละทิศคนละทาง

JM4_0351.NEF

ร่วมด้วย เอลลี่ แบมเบอร์ นักแสดงสาวผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการละครมิวสิคัล แต่ตอนนี้เธอพร้อมแล้วที่จะแจ้งเกิดสู่งานภาพยนตร์กับบทบาท “ลิเดีย เบ็นเนท” เลดี้สาวน้องคนสุดท้อง เธอเป็นเด็กดื้อ เอาแต่ใจ แต่ลีลาการต่อสู้ซอมบี้ของเอกลับดุดันเอาจริงเอาจังไม่แพ้เหล่าพี่สาว และ มิลลี่ เบรดี้ ดาราสาวตาคมเข้มกับบทบาท “แมรี่ เบ็นเนท” เลดี้พี่สาวคนที่สาม สาวสวยที่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดหลักแหลม เธอพร้อมสังหารเหล่าซอมบี้ด้วยมีดดาบอันคมกริบและปืนกลที่ไม่เคยพลาดเป้า กำหนดเข้าโรงภาพยนตร์ 4 กุมภาพันธ์นี้

JM8_6545.NEF

Content by Editorial Team, Support by Sahamongkol Film

ก่อนจะเข้าไปชม Point Break ที่กำลังจะเข้าฉาย คุณควรจะรู้ 10 ข้อนี้ติดเข้าไปด้วย

Point Break (ปล้นข้ามโคตร)

10 ข้อที่คุณควรจะรู้ก่อนเข้าไปชมภาพยนตร์ Point Break ว่ารายละเอียดของความตื่นเต้นและความพยายามในการถ่ายทำฉากต่างๆ นั้นยากเพียงใดกว่าจะออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้

1. เคิร์ต วิมเมอร์ ผู้เขียนบทฯ Point Break ใช้เวลาค้นคว้าและเตรียมงานด้านบทภาพยนตร์มานานกว่า 3 ปี และใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมดเกือบปี โดยมีการถ่ายทำกันใน 10 ประเทศ 4 ทวีป อาทิเช่น น้ำตกแองเจล น้ำตกที่สูงที่สุดของโลก, เทือกเขาแอลป์ส สวิตเซอร์แลนด์, ชายฝั่งเทฮูปูโฮ ตาฮีติ ฯลฯ … ซึ่งทางทีมงานเน้นใช้การถ่ายทำในสถานที่ถ่ายทำจริง และหลีกเลี่ยงการใช้กรีนสกรีนหรือเทคนิคคอมพิวเตอร์มาช่วยในสร้างสรรค์ภาพ

POINT BREAK

2. สภาพอากาศในยุโรป (เยอรมนี, ออสเตรีย, อิตาลี) นั้นเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทีมงานต้องเผชิญขณะถ่ายทำ เนื่องจากมีฝนตกกระหน่ำติดต่อกันหลายวัน ซึ่งนับว่าเป็นการถ่ายทำฉากแอคชั่นที่เต็มไปด้วยความท้าทายและเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

POINT BREAK

3. ระหว่างการถ่ายทำฉากโต้คลื่นบริเวณเกาะเมาวี ฮาวาย ทางทีมงานและนักแสดงต้องเผชิญหน้ากับคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ!

POINT BREAK

4. การถ่ายทำฉากปีนเขาด้วยมือเปล่าที่ น้ำตก Angel Falls  ซึ่งถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของโลกในประเทศเวเนซูเอลานั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฉากที่ทีมงานต้องทุ่มงบเป็นจำนวนมาก โดยมีการใช้งบไปกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างฐานขนาดประมาณหนึ่งสนามฟุตบอลบริเวณใต้จุดของน้ำตก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทีมงานได้ตั้งแคมป์พักอาศัยกันโดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและพื้นดินในบริเวณนั้น “มันเปรียบได้ดั่งการปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบ” แอนดรูว์ เอ. โคโซฟ ผู้อำนวยการสร้างกล่าวเสริม

POINT BREAK

5. “วิงสูท” แหวกอากาศ “คนบิน” หยุดสายตา! เจ๊บ คอร์ลิส ที่ปรึกษาฉากวิงสูทให้สัมภาษณ์ถึงฉากเสี่ยงอันตรายนี้ว่า “นี่เป็นการรวมตัวของนักกีฬาวิงสูทที่เก่งที่สุดของโลกในเวลานี้อย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยนักบินวิงสูท 4 คน จะต้องบินนำผมไป และผมซึ่งจะต้องบินตามหลังพวกเขา พร้อมกล้องถ่ายภาพหนัก 5 กิโลกรัมอยู่บนหัวของผมตลอดเวลาเพื่อถ่ายภาพการบินอย่างเสมือนจริง เราบินด้วยความเร็วถึง 168 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งนับเป็นการบินวิงสูทที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม”

PB-FP-450

6. ภาพยนตร์ได้ทีมนักกีฬาซูเปอร์เอ็กซ์ตรีมระดับแชมป์โลกมาร่วมแสดงและร่วมดีไซน์ฉากแอคชั่นอันน่าตื่นตามากมาย อาทิเช่น เจ๊บ คอร์ลิส สุดยอดนักวิงสูทชื่อดังของโลก, แลร์ด แฮมิลตัน นักโต้คลื่นระดับตำนาน ผู้คิดค้นนวัตกรรมที่ทำให้มนุษย์สามารถโต้คลื่นยักษ์ด้วยความเร็วสูงอันน่าทึ่งอย่างไม่เคยมีในประวัติศาสตร์มาก่อน และเป็นผู้พิชิตคลื่นสูงที่สุดตลอดกาลได้สำเร็จ, เซบาสเตียน ซิซท์ ผู้ช่ำชองการสเก็ตทุกรูปแบบ

_PB-21-08434.NEF

7. ลุค เบรซี่ สามารถคว้าบท “จอห์นนี่ ยูทาห์” หลังจากการเปิดคัดเลือกนักแสดงมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาดู จริงจัง และตรงไปตรงมา นอกจากนี้ลุคยังเคยเล่นเซิร์ฟ, เล่นรักบี้ และเชี่ยวชาญกีฬาอื่นๆ มาตั้งแต่ยังเด็ก

_PB-02-00806.NEF

8. ความน่าสนใจของสองตัวละครหลักใน Point Break ก็คือความสัมพันธ์ระหว่างยูทาห์และโบดี้ที่ต่างมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ  จนเกิดเป็นความขัดแย้ง ห้ำหั่นเชือดเฉือนกันอยู่ตลอดทั้งเรื่อง … วันหนึ่ง ลุค เบรซี่ ได้เข้ามาให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ ถึงตัวภาพยนตร์ แต่สิ่งที่เตะตาในวันนั้นคือลุคมาพร้อมกับบาดแผลบริเวณใบหน้าราวกับถูกซ้อมมา แต่เขาก็ได้อธิบายพร้อมรอยยิ้มว่า สาเหตุนั้นเกิดจากการถ่ายทำในฉากที่ตัวเขาและโบห์ดี้ (เอ็ดการ์ รามิเรซ) ได้เผชิญหน้ากันในคลับต่อสู้ใต้ดินที่ฝรั่งเศส ซึ่งทั้งคู่แสดงด้วยตัวเองและเกิดบาดแผลขึ้นจริงๆ ขณะถ่ายทำฉากต่อสู้

POINT BREAK

9. เทเรซ่า พาล์มเมอร์ ผู้รับบทเป็น แซมซาร่า ได้ให้สัมภาษณ์ถึงคาแรคเตอร์ของเธอว่า “แซมซาร่า เป็นคนที่ซับซ้อน เธอเดินทางมาแล้วมากมายหลายหนแห่ง จิตใจของเธอเข้มแข็งและกล้าหาญมากที่จะลงมือทำในหลายๆ สิ่ง”

_PB-26-09832.NEF

10. ในบรรดากลุ่มนักแสดงหลักทั้งหมด มีแค่ เทเรซ่า พาล์มเมอร์ คนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง ดังนั้นการวางคาแรคเตอร์เธอจึงต้องทำให้ แซมซาร่า นี้ดูแข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดไม่แพ้เหล่าตัวละครผู้ชายในภาพยนตร์ โดยการเพิ่มพูนทักษะและพัฒนาร่างกาย เช่น ดำน้ำ, โต้คลื่น, ไต่เขาร่วมไปกับทุกคนในแก๊งค์

Content by Editorial Team