Posts

Mido ประกาศการกลับมาของ Ocean Star Decompression Worldtimer Special Edition

“มิโด” (MIDO) ประกาศการกลับมาของเรือนเวลาที่เหล่านักสะสมทั่วโลกต่างถวิลหา! ในคอลเลกชั่น “โอเชียน สตาร์ ดีคอมเพรสชั่น เวิลด์ไทม์เมอร์ สเปเชียล อิดิชั่น” เรือนเวลาสไตล์เรโทรรุ่นไอคอนิกจากยุค 60s ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น GMT สุดล้ำ!

หากเอ่ยถึงนาฬิกาที่เหล่านักสะสมตัวจริงต้องมีเก็บไว้ในครอบครอง จะต้องมีเรือนเวลาหรูจากแบรนด์ “มิโด” (MIDO) อยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะรุ่นไอคอนิกอย่างนาฬิกาดำน้ำ “โอเชียน สตาร์ สกิน ไดเวอร์” (Ocean Star Skin Diver) ที่มีต้นกำเนิดในปี 1960 ตำนานหน้าปัดสายรุ้งที่มีตารางดีคอมเพรสชั่น สเกล (Decompression Scale)  เพื่อให้นักดำน้ำทราบถึงเวลาการพักขึ้นสู่ผิวน้ำได้อย่างปลอดภัย

โดยล่าสุด “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ได้ประกาศการกลับมาของเรือนเวลาระดับตำนานภายใต้ชื่อ “โอเชียน สตาร์ ดีคอมเพรสชั่น เวิลด์ไทม์เมอร์ สเปเชียล อิดิชั่น” (Ocean Star Decompression Worldtimer Special Edition) ที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เด่นของหน้าปัดแบบดั้งเดิม ที่มาพร้อมฟังก์ชั่น GMT และขอบหน้าปัดที่แสดงเวลาจากทั่วโลกผ่าน 2 ดีไซน์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเดินทางให้มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ เฉกเช่นเดียวกันกับเรือนเวลาจากยุค 60s ของ “มิโด” (MIDO) ที่ยังคงสร้างตำนานให้กับแบรนด์ได้ในทุกยุคสมัย

โดยเรือนเวลาหรูคอลเลกชั่นนี้ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อทุกสภาวะด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดเงาที่แข็งแรงทนทานและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40.5 มม. บนหน้าปัดพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม สลักโลโก้ ‘Mido’แบบดั้งเดิมที่ผ่านการขัดเงามาอย่างพิถีพิถัน โดยนาฬิกาเรือนนี้จะแสดงเวลาการบีบอัดของน้ำที่ระดับความลึก 6 เมตร ซึ่งบ่งบอกจากมาตรวัดวงกลมสีเหลือง สีเขียว สีชมพู และสีน้ำเงิน ที่อยู่บนหน้าปัด พร้อมขอบหน้าปัดแบบหมุนได้จากวงแหวนอะลูมิเนียมสีน้ำเงิน และมีลูกศรสีแดงเพื่อระบุเขตเวลาในการเดินทาง รวมถึงเข็มชั่วโมง นาที และวินาที ที่ได้รับการเจียระไนเป็นทรงเหลี่ยมเพชร พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® โดยมีการอ่านค่าวันที่อยู่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ครอบด้วยคริสตัลแซฟไฟร์ในรูปทรงกล่องแก้ว พร้อมสายถักสแตนเลสสตีลและสายสีน้ำเงิน ที่ผลิตจากยางสำหรับเปลี่ยน โดยได้แรงบันดาลใจจากแฟชั่นในยุค 1960 พร้อมระบบการทำงานอัจฉริยะที่สามารถทำให้เปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกสบาย 

โดย “มิโด” (MIDO) ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกสะสมนาฬิกาเพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคต โดยควรเริ่มจากการอัพเดทข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอว่ามีแบรนด์ไหนกำลังจะเปิดตัวคอลเลกชั่นพิเศษอะไรบ้าง เพื่อนำมาศึกษาข้อมูลเชิงลึกว่าควรจะลงทุนกับเรือนนั้นหรือไม่ ซึ่งนาฬิกาที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าในอนาคตได้นั้น ควรเป็นนาฬิกาจากแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันน่าสนใจ รวมถึงเป็นคอลเลกชั่นที่สะท้อนถึงความเป็นตัวตนของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยอาจจะเลือกจากนาฬิกาที่มีความวินเทจ ผสมผสานฟังก์ชั่นการใช้งานประสิทธิภาพสูง ทนทานกับทุกสภาพการใช้งาน จึงจะทำให้นาฬิกาเรือนนั้นมีคุณสมบัติที่ควรค่าแก่การสะสม

พบกับ โอเชียน สตาร์ ดีคอมเพรสชั่น เวิลด์ไทม์เมอร์ สเปเชียล อิดิชั่น” (Ocean Star Decompression Worldtimer Special Edition) เรือนเวลาหรู คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ โดยสามารถสั่งจองได้ทางเคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) ทุกสาขาที่เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0200

rhunrun เรียบเรียง

คิม ซู ฮยอน ร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านนาฬิกาหรูเรือนล่าสุดจาก MIDO Multifort M Chronometer

สนุกกับการแต่งตัวได้อย่างไม่รู้จบไปกับซูเปอร์สตาร์หนุ่ม “คิม ซู ฮยอน” (Kim Soo-hyun) แบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังจากแบรนด์นาฬิกาหรู “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ที่ล่าสุดได้มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันป็นเอกลักษณ์ผ่านเรือนเวลาดีไซน์เท่ “มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์” (Multifort M Chronometer) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันแข็งแกร่งบนหน้าปัดสีเขียว พร้อมฟังก์ชั่นความแม่นยำและทนทานสูงสุด ให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมพร้อมกันแล้ววันนี้

“มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน 

สำหรับ “มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์” (Multifort M Chronometer) นับเป็นเรือนเวลาชิ้นเยี่ยมที่สามารถการันตีถึงฝีมือของช่างทำนาฬิกาแบรนด์ “มิโด” (MIDO) ได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) โดยตัวเรือนถูกขับเคลื่อนด้วยกลไก อัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ที่สามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมซิลิคอน บาลานซ์สปริง (Silicon Balance Spring) ที่มีคุณสมบัติด้านความแม่นยำทนทานต่อสนามแม่เหล็ก โดยมีการสลักคำว่า ‘Chronometer’ บนหน้าปัด เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความแม่นยำที่เกินกว่าค่ามาตรฐาน 

อีกหนึ่งความโดดเด่นของ “มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์” (Multifort M Chronometer) คือรูปลักษณ์อันแข็งแกร่งและดุดัน ด้วยตัวเรือนและสายจากสแตนเลสสตีลที่มีความทนทานเป็นพิเศษ มาพร้อมหน้าปัดทรงกลมสีเขียวที่มีการไล่ระดับสีเขียวบริเวณตรงกลางกระจายออกไปด้านข้างกระทั่งกลายเป็นสีดำบริเวณรอบหน้าปัด และเทคนิคการขัดลายซาตินในแนวตั้งอย่างประณีต จึงทำให้หน้าปัดของ “มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์” (Multifort M Chronometer) มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีการเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีเบจที่ตัวเข็มนาฬิกาและบริเวณอินเด็กซ์โดยรอบเพื่อช่วยให้อ่านค่าเวลาได้อย่างแม่นยำเมื่อตัดกับพื้นหลังสีเข้ม พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน และมีช่องระบุวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา รวมถึงดีไซน์ฝาหลังแบบเปลือยที่สามารถมองเห็นกลไกการขับเคลื่อนของนาฬิกาได้อย่างงดงาม โดย “มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์” (Multifort M Chronometer) สามารถกันน้ำลึกในระดับ 100 เมตร 

นอกจากนี้นาฬิกาข้อมือของ มิโด” (MIDO) ที่ผ่านการทดสอบโดย COSC ยังเพิ่มระยะเวลาการรับประกันพิเศษจาก 3 ปี เป็น 5 ปีอีกด้วย พบกับ “มัลติฟอร์ท เอ็ม โครโนมิเตอร์” (Multifort M Chronometer) เรือนเวลาดีไซน์เท่ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์  www.midowatches.com

rhunrun เรียบเรียง

MIDO เปิดตัว Commander เรือนเวลาหรูระดับตำนานรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นทั่วโลก

งดงามสมการรอคอย! เมื่อ “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวเรือนเวลาหรูรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น “คอมมานเดอร์” (Commander) นาฬิกาเรือนสุดท้ายที่เหล่านักสะสมต่างรอคอยจากคอลเลกชั่น “ทเวนตี้ เยียร์ส อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์” (20Years Inspired By Architecture) ซึ่งเป็นการออกแบบนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพื่อเป็นการรำลึกถึงสุดยอดสถาปัตยกรรมชื่อก้องโลกที่ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนาฬิกาของแบรนด์ “มิโด”(MIDO) ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

“มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

โดยเรือนเวลาหรูจากคอลเลกชั่น “ทเวนตี้ เยียร์ส อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์” (20Years Inspired By Architecture) นั้นประกอบไปด้วย 5เรือนด้วยกัน ซึ่งได้ทยอยเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ไม่ว่าจะเป็น “ออล ไดอัล” (All Dial) แรงบันดาลใจจากอัฒจันทร์โคลอสเซียม (Colosseum), “บารอนเชลลี่” (Baroncelli) สะท้อนความงดงามจากแรนส์ โอเปร่าเฮ้าส์ (Rennes Opera House), “โอเชี่ยน สตาร์” (Ocean Star) สวยงามเหนือกาลเวลาจากประภาคารยูโรปา พอยต์ (Europa Point), “มัลติฟอร์ท” (Multifort) แรงบันดาลใจจากสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ออสเตรเลีย (Sydney Harbour Bridge) และ “คอมมานเดอร์” (Commander) เรือนเวลาระดับตำนานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในตลอดห้าทศวรรษ จากแรงบันดาลใจอันงดงามของหอไอเฟล (Eiffel Tower) และรุ่นเฉลิมฉลองเรือนสุดท้ายนี้นับเป็นการปิดฉากคอลเลกชั่น “ทเวนตี้ เยียร์ส อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์” (20Years Inspired By Architecture) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

สำหรับ “คอมมานเดอร์” (Commander) รุ่นนี้ได้ถูกผลิตขึ้นเพียง 1,889 เรือนเท่านั้น โดยทางทีมออกแบบได้ใช้ตัวเรือนที่ทำจากสแตนเลสสตีลเคลือบผิวซันเรย์ (Sunray) สีแอนทราไซต์ (Anthracite) พร้อมผสมผสานความงดงามด้วยลวดลายเจนีวา สไตรป์ (Geneva Stripes) โดดเด่นด้วยรูปทรงหอไอเฟลที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และเทคนิคการสลักภาพชั้นสูงด้วยรูปหอไอเฟลบริเวณฝาหลัง

สำหรับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเจียระไนให้เป็นแบบไดมอนด์ คัท (Diamond Cut) พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) สีน้ำตาลอ่อน ทำให้สะดวกต่อการอ่านค่าเวลาในที่แสงน้อย พร้อมช่องแสดงวันที่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดทำจากคริสตัลแซฟไฟร์ จึงทำให้ไม่เกิดการสะท้อนแสง สำหรับสายนาฬิกาทำจากสแตนเลสสตีล และติดตั้งตัวล็อคแบบบานพับ โดย “คอมมานเดอร์” (Commander) รุ่นนี้ยังเป็นเรือนเวลาที่มีความแม่นยำและเที่ยงตรงสูง ด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 Si ที่นำเทคโนโลยีซิลิคอน บาลานซ์สปริง (Silicon Balance Spring) มาช่วยในการต้านแรงแม่เหล็กและป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมสำรองพลังงานสูงสุดได้ถึง 80 ชั่วโมง ซึ่งได้การรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) และสำหรับเรือนเวลารุ่นนี้ยังสามารถกันน้ำได้ในระดับความลึกถึง 50 เมตรอีกด้วย

พบกับ “ทเวนตี้ เยียร์ส อินสไปร์ บาย อาคิเทคเจอร์” (20 Years Inspired by Architecture) รุ่น “คอมมานเดอร์” (Commander) นาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (Mido) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์  www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0200

rhunrun เรียบเรียง

ปั้นจั่น – ปรมะ พระเอกหนุ่มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

MIDO The Timeless Timepiece

พระเอกหนุ่มชื่อน่าจดจำอย่างปั้นจั่น – ปรมะ อิ่มอโนทัยไม่ได้มีดีที่ผิวสีน้ำผึ้งสะกดใจและดวงตาคมกริบ หวานงามราวตากวางเท่านั้น เมื่อเราได้นั่งคุยกับเขา แม้จะเป็นระยะเวลาไม่นานนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ได้ไม่ยาก

สวมใส่ MIDO รุ่น Ocean Star Titanium

เส้นทางในวงการบันเทิง

“สวัสดีครับ ผม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย อายุสามสิบปีครับ” ปั้นจั่นตอบยิ้มๆ เมื่อทีมงานขอให้เขาแนะนำเอง เมื่อเห็นสีหน้าของทีมงาน เขาก็หัวเราะอย่างผู้ชายอารมณ์ดี “เอายังไงดีล่ะ … ผมเข้าวงการโดยการเป็นหนึ่งในสี่นักร้องของวง Nice 2 Meet U ของค่ายอาร์เอสครับ ตอนนั้นผมอายุแค่สิบเก้าเอง เป็นนักร้องอยู่ได้สามสี่ปี ก็แยกย้ายกับวงไป ผมก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการ รับงานพิธีกร งานเล่นละคร มาเล่นภาพยนตร์ ถ่ายแบบ หลังจากนั้นผมก็เป็นนักแสดงเต็มตัวแล้วครับ รับแต่งานแสดงเป็นหลักเลย”

ละครเรื่องแรกของปั้นจั่นได้แก่เรื่อง ‘เขยรสข่า พ่อตารสขิง’ ที่เขาแสดงตั้งแต่สมัยที่ยังสังกัดอยู่อาร์เอส “เป็นละครคอมเมอดี้ครับ ตอนนั้นผมยังเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ตื่นเต้นมาก เล่นยังไม่เก่งเลยครับ ยังหามุมกล้องไม่เจอเลย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงอดีต หลังจากนั้นเขาก็ตั้งใจทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นหนึ่งในพระเอกแถวหน้าในปัจจุบัน

สวมใส่ MIDO รุ่น Commander II Chronometer Caliber80

บทบาทหน้าจอ

ปั้นจั่นเป็นพระเอกที่ได้รับบทบาทหลากหลาย ไล่ตั้งแต่แอ็กชั่น คอมเมอดี้ โรแมนติก ไปจนถึงบทบาทท้าทายต่างๆ “ตอนถ่ายละครเรื่องบางระจันนี่ผมชอบมากครับ เพื่อนเยอะเลย ได้ทำอะไรที่สนุกๆ อย่างเรียนฟันดาบ เรียนต่อยมวย และเรียนขี่ม้า เรียกว่าเราได้วิชาเพิ่มมากมายเลยครับ ส่วนอีกเรื่องที่ประทับใจมากๆ ได้แก่เรื่องกามเทพออกศึก ในซีรีส์ชุด Cupid the Series ของช่องสาม” เราอมยิ้มแล้วพยายามกระตุ้นให้เขาเล่าออกมาว่าเขาประทับใจอะไรในละครทั้งสองเรื่องกันแน่ เขานิ่งคิดสักพัก เรียบเรียงคำพูดในหัว ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เรื่องบางระจัน ผมประทับใจเรื่องการทำงาน บวกกับว่าเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของเรา ผมเกิดความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งครับ ส่วนเรื่องกามเพทออกศึกนี่ผมประทับใจมาก เพราะฟีดแบ็กของแฟนๆ ที่สะท้อนกลับมาทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ละครเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่ามีคนกลับมาดูผลงานเราอีกครั้งหนึ่ง มีคนชื่นชมผม มีฟีดแบ็กด้านบวกเยอะมาก เลยประทับใจเป็นพิเศษครับ”

นอกจากจอแก้วแล้ว ความสามารถของปั้นจั่นก็ไปปรากฏบนจอภาพยนตร์ยักษ์เช่นเดียวกัน “ผมชอบบทบาทของตัวเองในเรื่อง It Gets Better ครับ ผมเล่นเป็นผู้ชายจริงๆ ที่ไปมีอะไรกับกะเทยแปลงเพศที่แสดงโดยพี่ต่าย (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เป็นบทบาทที่ผมต้องจริงจังกับความรู้สึกเป็นอย่างมาก นี่เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก ประทับใจมากครับ เพราะได้รับรางวัลจากหลายๆ ที่ครับ”

สวมใส่ MIDO รุ่น Multifort Adventure Chronograph

ทุกความรู้สึกสำคัญ

วิธีการแสดงละครและภาพยนตร์ของปั้นจั่นนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน เพราะความละเอียดอ่อนที่เขาเห็นในวิชาชีพของตัวเอง “หัวใจหลักๆ ของการแสดง ถ้าพูดในฐานะคนนอกนี่ อาจจะดูคล้ายคลึงกัน แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างคนละแบบกันเลยครับ เพราะเวลาภาพยนตร์ฉาย จะเป็นจอใหญ่ หากเล่าเล่นใหญ่เกินไป มันก็จะดูใหญ่เกินไปเยอะ ต้องเป็นการแสดงแบบหนึ่ง ในขณะที่การเล่นละคร จะต้องแสดงอารมณ์อีกแบบครับ กว่าจะรู้ก็ต้องเก็บชั่วโมงบิน ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ครับ” และในเมื่อภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่ปั้นจั่นแสดงเป็นภาพยนตร์อินดี้ ที่มักจะได้รับความสนใจจากนักวิจารณ์ เขาจึงยิ่งตั้งใจมากเป็นพิเศษ “ผมค่อนข้างแคร์กับคำวิจารณ์ของนักวิจารณ์ครับ เพราะพวกเขาคือคนที่ดูภาพยนตร์จริงๆ”

นอกเหนือจากความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาฝีมือตัวเองแล้ว ปั้นจั่นยังบอกว่า เขาพยายามทำความเข้าใจทุกอารมณ์ของคนรอบตัว เพื่อที่จะปรับใช้ในการแสดงของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก “ผมใช้วิธีการเทียบเคียงอารมณ์ครับ อารมณ์ทุกอย่างถือเป็นคลังความรู้ในการแสดงของผม ขึ้นอยู่กับว่าผมจะเลือกโมเม้นต์ไหนมาใช้ นอกจากนั้น การสังเกตคนก็เป็นเรื่องสำคัญ อาจจะไม่ถึงขั้นมานั่งสังเกตว่าทำอะไร แต่ให้จำภาพว่า ณ โมเม้นต์นี้ คนคนนี้รู้สึกอย่างไร หรือควรจะรู้สึกอย่างไร อย่างเช่น พ่อของเพื่อนเสีย เราไม่เคยมีประสบการณ์นั้น แต่เราก็พยายามจับความรู้สึกตรงนั้น แล้วเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโมเม้นต์นั้น ว่าเราควรจะรู้สึกอย่างไร ประมาณนี้ครับ”

สวมใส่ MIDO รุ่น Baroncelli III Chronometer Caliber80 Si

ตัวตนที่ส่งต่อ

“ผมไม่เคยร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกามาก่อนเลยครับ” ปั้นจั่นยิ้มขณะลองนาฬิกา Mido สามสี่เรือนตรงหน้า “เดิมทีผมไม่เคยใส่นาฬิกาเลยนะครับ แต่พอได้ใส่ก็รู้สึกว่านาฬิกาเหล่านี้เป็นอะไรที่เท่มาก ผมชอบอะไรที่เท่ เรียบง่าย ไม่ใช่แนวฝังเพชรครับ อาจจะเลือกสักสองสามเรือนเก่ง สามารถใส่ได้ทุกที่ครับ”

เมื่อเราแอบถามว่า ถ้าจะต้องเลือกนาฬิกาให้สาวสักคน เขาจะเลือกจากอะไร “ผมจะเลือกจากความเป็นตัวตนของผมครับ” ปั้นจั่นตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมว่าการเลือกของให้ใครสักคนเป็นการบอกไลฟ์สไตล์ของคนให้ด้วยและคนที่ได้รับเขาจะได้รู้ความรู้สึกเรา เพราะมูลค่าไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ ผมคงเลือกนาฬิกาเรือนที่เรียบง่ายเพราะอยู่ได้นานดูแล้วไม่เบื่อเร็ว ที่สำคัญ ต้องเป็นนาฬิกาที่ผมชอบ ถ้าผมชอบ ผมก็จะดีใจ อยากให้เขาใส่บ้าง อยากให้เขาประทับใจความเรียบง่ายที่ผมมอบให้ครับ” ปั้นจั่นสรุปจบ

Website: www.midowatches.com
Instagram: Midowatches  (https://www.instagram.com/midowatches/)
Facebook: MidoSwissWatches (Link https://www.facebook.com/MidoSwissWatches)