Posts

Mercedes-Benz Experience Center

BENZ BKK GROUP อวดโฉม Mercedes-Benz Experience Center เวิลด์คลาสออโต้โมทีฟเดสติเนชั่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย แลนด์มาร์คเชื่อมโยงโลกแห่งยานยนต์และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ เบนซ์ บี เคเค กรุ๊ป จัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่ง เผยโฉม Mercedes-Benz Experience Center อย่างเป็นทางการ สู่การเป็นเวิลด์คลาสออโต้โมทีฟเดสติเนชั่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย

พร้อมทั้งเป็นแลนด์มาร์คเชื่อมโยงโลกแห่งยานยนต์และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ด้วยแฟซิลิตี้ หลากหลาย สุดพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ชูความลักซูรี ในงานเปิดตัวพบกับการปรากฏโฉม Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC Premium, Mercedes-EQS 450+ AMG Premium และ Mercedes-AMG GT C นำโดย ประณัย พรประภา เซเลบริตี้หนุ่มไฟแรง พร้อมโชว์สุดพิเศษจาก “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ และ เจ-เจตริน วรรธนะสิน ที่ BENZ BKK GROUP – BANGNA

ตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บี เคเค กรุ๊ป จำกัด (BENZ BKK GROUP) ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 30 ปี เผยว่างานแกรนด์โอเพ่นนิ่งครั้งนี้จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz Experience Center ที่จะเป็นเวิลด์คลาสออโต้โมทีฟ แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ไม่เพียงตอบโจทย์การเป็นศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการเทคโนโลยียานยนต์ครบวงจรที่ทันสมัยที่สุดแล้ว

ที่สำคัญ Mercedes-Benz Experience Center แห่งนี้จะเป็นเดสติเนชั่นแห่งใหม่ที่จะมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า ด้วยการเนรมิตพื้นที่พักผ่อนสุดหรูหราไม่ต่างจากคลับเฮ้าส์ กว่า 2,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

“ทุกวันนี้โลกแห่งยานยนต์คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่นวัตกรรมรถยนต์ แต่ต้องการเสพประสบการณ์แห่งการใช้ชีวิต เบนซ์ บี เคเค กรุ๊ป เข้าใจถึงเทรนด์นี้ จึงสร้างสรรค์ Mercedes-Benz Experience ให้มีแฟซิลิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟและบริการที่มารองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้ทุกกลุ่ม ทุกเจเนอเรชั่น โดยตั้งเป้าให้ที่นี่เป็น ไอคอนนิคบิลดิ้ง เข้าสู่บางนา New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก”

สุดยอดความยิ่งใหญ่ของ BKK Group, Mercedes-Benz Experience Center แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ย่านบางนา-ตราด บนถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) กม.ที่ 4.2 อลังการด้วยพื้นที่ใช้สอยกว่า 50,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่โชว์ยานยนต์กว่า 6,000 ตารางเมตร สามารถรองรับการให้บริการหลังการขายได้มากกว่า 1,500 คัน/เดือน โดดเด่นด้วยโชว์รูม 3 มิติ โถงสูงกว่า 15 เมตร เชื่อมต่อกัน 3 ชั้น ด้วยบันไดเลื่อน

สูงตระหง่านด้วยสัญลักษณ์ดาวสามแฉกบนยอดอาคาร สะกดทุกสายตาด้วยเสน่ห์แห่ง Mercedes-Benz ผ่าน Car Display Box เด่นชัดทุกมุมมอง ทั้งจากทางด่วนบูรพาวิถีและถนนเทพรัตน์ ครบครันทุกฟังก์ชัน พิถีพิถันการดีไซน์ทุกมิติ ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบเช่นเดียวกับยุโรป โดยเป็นผลงานการดีไซน์จาก Gensler (เจนส์เลอร์) บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลกจากซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 100 ประเทศทั่วโลก

“ดีไซน์แบบ Car Display Box เราตั้งใจให้เป็นเสมือนออโต้มอลล์เช่นเดียวกับวงการยานยนต์ระดับโลกในต่างประเทศ ที่ลูกค้าสามารถสัมผัส-จับต้องประสบการณ์จริงของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ครบทุกรุ่นมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถให้บริการ ดูแล-ซ่อมบำรุงยานยนต์แบรนด์อื่นๆ นอกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ด้วย ซึ่งเป็นการย้ำว่าเราสามารถตอบสนอง
บริการด้านยานยนต์ได้ครบวงจรที่สุด ด้วยศูนย์บริการที่เน้นความรวดเร็ว ปลอดภัย มาพร้อมเซอร์วิสด้านไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาส”

BKK Group, Mercedes-Benz Experience Center พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ได้สัมผัสประสบการณ์ขั้นสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “World-class Automotive Destination” ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โชว์รูม ตั้งแต่ชั้น 1 ตระการตากับ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ทุกประเภท, BKK Café, Service Lobby และ Accessories Shop
ชั้น 2 พบกับโชว์รูม Mercedes-AMG จัดแสดงรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบบสปอร์ต ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ ที่มอบพละกำลังแรงม้าที่เร้าใจในชั่วพริบตา และ Exclusive Mercedes-Maybach Lounge เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการจัดจำหน่าย และดูแลบริการหลังการขาย Mercedes-Maybach ซึ่งโชว์รูมและศูนย์บริการได้รับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ลูกค้าได้สัมผัสความหรูหรา สะดวกสบายระดับเวิลด์คลาส ในการเลือกชม และสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมบริการหลังการขายที่มีการจัดเตรียมพื้นที่พิเศษเฉพาะ มีการจัดสรรบุคลากรเฉพาะทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขาย นอกจากนั้นที่ชั้นนี้ยังมีความโดดเด่นเหนือระดับด้วยห้องส่งมอบรถที่ไม่เหมือนใครให้ลูกค้าและครอบครัวสามารถเฉลิมฉลองการรับรถแบบไพรเวท ตื่นตาตื่นใจไปกับการรับมอบรถระดับ VIP จัดเต็มเทคโนโลยีแสงสีเสียง และ Turntable Car ที่ให้ชมทุกมุมของยานยนต์แบบ 360 องศา ในบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟเลาจน์ Cigar Bar สุดหรู นั่งดื่มไวน์เคล้าเสียงดนตรี

ชั้น 3 โชว์รูมโอ่โถงของ Mercedes-Benz Certified ที่จัดแสดงรถยนต์ Pre-owned ให้เลือกมากกว่า 100 คัน พร้อมพื้นที่ Co-working Space ดีไซน์สุดฮิป, DIY Cafe และ Business Center ที่มีห้องประชุมให้ใช้ถึง 4 ห้อง 4 สไตล์ รองรับไลฟ์สไตล์ชีวิตไม่หยุดนิ่งของคนยุคใหม่ ให้ได้นั่งทำงานหรือคุยธุรกิจได้ตลอดวัน

สัมผัสการพักผ่อนสุดพิเศษ ยกระดับการใช้บริการเมื่อเข้ามาศูนย์บริการบนชั้น 8 ด้วย Sky Lounge ที่มีบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มจากเชฟมืออาชีพ, Massage Studio ห้องนวดผ่อนคลายระดับโรงแรม, ฟิตเนส พร้อมห้องอาบน้ำแยกชายหญิง ไปจนถึงเปิดรับวิวสุดสายตาบนสวนลอยฟ้าแบบ Semi -Outdoor รวมไปถึงพื้นที่อเนกประสงค์ให้เป็นตัวเลือกผ่อนคลายหรือทำงานได้อย่างใจ

“ในอนาคตเรามีแผนจับมือ (Collaborate) ต่อยอดความเป็นแลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์ให้ชัดเจนขึ้น โดยอาจจัดเป็นพื้นที่จัดแสดงงานอาร์ตแกลเลอรี หรืออาคารมิกซ์ยูสจัดกิจกรรมลักซ์ชัวรี่ไลฟ์อื่นๆ ที่จะมาตอบโจทย์เทรนด์ชีวิตคนเมืองรุ่นใหม่ ทั้งหมดนี้คือมิติใหม่แห่งความสมบูรณ์แบบ ทันสมัยและยิ่งใหญ่ที่สุดของโชว์รูมและศูนย์บริการ Mercedes-Benz ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนในเมืองไทย”

สำหรับภายในงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งเปิดโชว์รูมสุดอลังการ “BENZ BKK GROUP GRAND OPENING : WORLD-CLASS AUTOMOTIVE DESTINATION” นำโดย เหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ ท่านประธานใหญ่ ที่จะพาไปพบกับที่สุดแห่งยานยนต์สุดพรีเมี่ยมที่ทุกคนเฝ้ารอคอย กับการปรากฏโฉมของ Mercedes-Maybach GLS600 4MATIC Premium ยนตรกรรมตระกูล SUV ที่ได้สืบทอดประวัติศาสตร์ของ Mercedes-Maybach มาทุกประการ นำโดย อนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล และตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ ผู้บริหารใหญ่แห่ง Benz BKK Group

ตลอดจนการเผยโฉม Mercedes-EQS รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-EQ ที่ได้ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ประณัย พรประภา มาเป็นตัวแทนของรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต และร่วมค้นพบมิติใหม่ของ “Comfort zone” กับ The new C-Class พร้อมโชว์สุดพิเศษ จาก “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์” และ Mercedes-AMG GT C Roadster ที่มาพร้อมแรปเปอร์ชื่อดัง “เจ-เจตริน วรรธนะสิน” คับคั่งด้วยเหล่าเซเลบริตี้ตบเท้าร่วมงาน อาทิ พล.ต.ต สันต์ – ยุวเรศ ศรุตานนท์, ปิยะเลิศ – สุนทรี ใบหยก, นภัสดล หวั่งหลี, คุณาคม-นันทวิมล พลพานิช, สยาม-คริสตินา เศรษฐบุตร

ทั้งนี้ BKK Group, Mercedes-Benz Experience Center โดดเด่นด้วยการนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ครบทุกซับแบรนด์ Mercedes-Benz Passenger Cars & Van, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach, Mercedes-EQ, และ Mercedes-Benz Certified ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและการบริการที่ทันสมัยที่สุด ถือเป็นศูนย์บริการศูนย์ช่อมสีตัวถังครบวงจรใหญ่ที่สุดในเอเชีย กับการบริการศูนย์ซ่อมสีรถยนต์มาตรฐาน (Body & Paint) ที่รองรับรถยนต์ได้กว่า 400 คันต่อเดือน พร้อมเซอร์วิสต่างๆ ที่รองรับได้มากถึง 1,500 คันต่อเดือน

กลุ่ม เบนซ์ บีเคเค มีความภาคภูมิใจ และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร กับ 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็น Benz BKK Group (บางนา) ที่ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอนัดหมายได้ที่เบอร์ 1449
www.benzbkkgroup.co.th

Mercedes-Benz: The Reinvention of Tomorrow ค่านิยมใหม่ของคำว่าพรีเซนเตอร์รถยนต์ ที่เป็นการแทนที่ภาพจำเดิมๆด้วยการให้ความสำคัญและคุณค่ากับความหลากหลาย

เทคโนโลยี ค่านิยม และความคิดของผู้คน คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นตลอดเวลา “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ผู้นำของโลกยนตรกรรมสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย(diversity) และความเท่าเทียมอย่างต่อเนื่องเสมอมา จึงต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม โดยเริ่มจากการเปลี่ยน “ค่านิยม” ที่อยู่คู่กับงานจัดแสดงรถยนต์ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

นั่นก็คือวัฒนธรรมการใช้ “พรีเซนเตอร์” ที่ทุกคนรู้จักในนาม “พริตตี้” ที่ช่วยโปรโมทรถยนต์ในงานอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย จนอาจส่งผลต่อมุมมองของคนไทยที่มีต่อ “พริตตี้” และหลาย ๆ ครั้งก็ส่งผลกระทบกับคุณค่าของผู้หญิงและอาจนำไปสู่การกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อพวกเธอ

เพราะคุณค่าของแต่ละบุคคล อยู่ที่หลากหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่แค่เพศสภาพ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยการสร้างนิยามใหม่ เพื่อให้พรีเซนเตอร์คนนี้ถูกให้เกียรติ และสร้างจุดยืนใหม่ ๆ ในวงการ ด้วยการนำเสนอ

พรีเซนเตอร์…ที่ไม่จำกัดเพศ สีผิว หรือรูปร่าง                                                                        

พรีเซนเตอร์…ที่ไม่จำเป็นต้องแต่งตัววาบหวิว

พรีเซนเตอร์…ที่ได้รับการอบรมเรื่องรถยนต์ และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ให้ข้อมูลอย่างแม่นยำ

เราเรียกพวกเขาว่า “Digital Guide” (ดิจิทัล ไกด์) กลุ่มคนที่จะมาทำหน้าที่ในการให้ความรู้เรื่องรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกรุ่น ในงานจัดแสดงรถยนต์ทุกงานในประเทศไทย โดยเป็นการแสดงจุดยืน ผ่านทางภาพยนตร์โฆษณาหนึ่งเรื่อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Reinvention of Tomorrow ว่านี่เป็นเพียงหนึ่งสิ่งที่เราเปลี่ยน เพื่อสร้างค่านิยมใหม่และแนวคิดใหม่ของงานแสดงรถยนต์

..และยังมีสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์รอคุณอยู่

rhunrun เรียบเรียง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว 3 KOLs

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว 3 KOLs เป็นตัวแทน 3 แนวคิดที่เผยจุดยืนของเมอร์เซเดส-เบนซ์
ทั้งในเรื่องการออกแบบประสบการณ์ สมรรถนะและความหลงใหล และความยั่งยืน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ย้ำจุดยืนในการนำเสนอการออกแบบประสบการณ์ สมรรถนะของรถยนต์ที่อัดแน่นไปด้วยความหลงใหล พร้อมความยั่งยืน ผ่านวิดีโอที่เล่าเรื่องของ 3 ผู้นำทางความคิด (Key Opinion Leaders: KOLs) ผู้เป็นตัวแทนของ 3 จุดยืนดังกล่าว ได้แก่ พล หุยประเสริฐ นักออกแบบประสบการณ์ผู้ผสมผสานดีไซน์และนวัตกรรม พลอย ปิ่นแสง นักกีฬาโปโลทีมชาติผู้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และต้น บดินทร์ พลางกูร สถาปนิกและนักออกแบบภายในที่ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จุดยืนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในเรื่องของการนำเสนอนวัตกรรมการออกแบบที่มีความโดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ควบคู่ไปกับความยั่งยืนนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจนในใจผู้บริโภคอยู่แล้ว และการเลือกบุคคลที่มีความโดดเด่นทั้ง 3 ท่านนี้มาเป็นตัวแทนของจุดยืนของเราก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในทุก ๆ ด้าน ทั้งการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมภายใต้ประสบการณ์การออกแบบที่น่าจดจำและน่าตื่นเต้น สามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้คน การตอบสนองความต้องการของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วยโซลูชันที่ผลักดันให้ทุกคนไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างราบรื่น และการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านจุดยืนด้านการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมที่มีความยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำความตั้งใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะให้ความสำคัญกับ 3 จุดยืนนี้ทั้งในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ KOL ทั้ง 3 ท่านและหวังว่าแคมเปญนี้จะช่วยประกายและเติมเต็มแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า พร้อมทั้งช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์ลักชัวรีอันดับ 1 ที่ตอบสนองความต้องการของทุกท่านได้”

พล หุยประเสริฐ นักออกแบบประสบการณ์ผู้ทำงานออกแบบหลากหลายรูปแบบโดยเฉพาะคอนเสิร์ตที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้ชม บอกว่า “งานของผมคืองานออกแบบประสบการณ์ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสให้คนได้รู้สึก มีส่วนร่วม และได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น ๆ ได้มาสัมผัสบรรยากาศไม่ว่าจะเป็นความสุข เศร้า ตื่นเต้น และความสนุก เมื่อผมได้ฟังเรื่องราวของรถยนต์รุ่น The new C-Class ที่ออกแบบมาจากแนวคิดเกี่ยวกับประสบการณ์ พฤติกรรมของผู้ขับขี่ และการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการนำเสนอ ดึงดูดความสนใจ และเข้าถึงความรู้สึกและความต้องการ ไม่ว่าปลายทางจะเป็นการออกแบบคอนเสิร์ตหรือดีไซน์รถยนต์ สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญคือการสร้างประสบการณ์ทีดีให้กับผู้ใช้ ผมดีใจที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดโอกาสให้ผมเป็นตัวแทนการนำเสนอแนวคิดจากการทำความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของมนุษย์ ซึ่งตอนนี้ผมกำลังร่วมทำโปรเจกต์ออกแบบประสบการณ์พิเศษใหม่ร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ อยากให้ติดตามกันครับ”

พลอย ปิ่นแสง นักกีฬาโปโลทีมชาติผู้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง กล่าวว่า “พลอยบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าเราเชื่อและเรามี passion กับสิ่งไหนแล้ว เราจะทำสิ่ง ๆ นั้นได้ดี ดังนั้นพลอยจะตั้งใจมาก ๆ ทุ่มเทและเต็มที่กับสิ่งที่ทำ ทำให้สุด ใส่ให้เต็มร้อย เรียกว่า Go Hard or Go Home เราจะทำได้ดี ทำได้มาก หรือไปได้แค่ไหน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราทั้หงมด นี่คือพลังผลักดันและขับเคลื่อนตัวเราให้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้าถึงจุดมุ่งหมาย สำหรับพลอย รถยนต์ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe Special EDITION ที่พลอยได้เห็นครั้งแรก แค่ดีไซน์ก็คงไม่ต้องบรรยายแล้ว พอได้ฟังและได้สัมผัสถึงพลังของเครื่องยนต์ แค่เสียงและฟีเจอร์แบบเข้ม ๆ นี้ passion ของพลอยก็มาเต็มเลยค่ะ อยากจะลองขับและพุ่งไปข้างหน้าเพื่อไปยังจุดหมายด้วยกัน รถยนต์คันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาที่พลอยได้ขี่ม้า ได้สัมผัสถีงพลังของรถ เหมือนต้องการคนขับที่พร้อมจะใส่พลังแล้วออกไปสุดด้วยกัน อยากให้ทุกคนมาลองประสบการณ์กับรถยนต์คันนี้ ได้ลองขับ แล้วก็จะเข้าใจความหมายเกี่ยวกับ Performance ที่พลอยพูดถึงค่ะ”

ต้น บดินทร์ พลางกูร สถาปนิกและนักออกแบบภายในหนุ่มผู้ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานออกแบบ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาผสมผสานเพื่อสร้างผลงานที่มีความยั่งยืน เล่าว่า “ส่วนตัวผมเชื่อในพลังของธรรมชาติที่เป็นทั้งแหล่งสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพื้นที่ที่ช่วยฟื้นพลังให้กับตัวเอง แนวคิดในการทำงานออกแบบของผมส่วนใหญ่มาจากการนำสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งต่าง ๆ ตามธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในงานดีไซน์ ส่วนเรื่องเทคโนโลยีก็เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปัจจุบัน ซึ่งในการออกแบบ เทคโนโลยีก็ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้เกิดประสิทธิภาพ ผมคิดว่าเราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจความสำคัญของธรรมชาติ พร้อมไปกับการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเพื่อให้ธรรมชาติสามารถอยู่กับเราได้อย่างยืนยาวต่อไปในอนาคต เหมือนกับวิวัฒนาการของรถยนต์ ที่ปัจจุบันมีรถยนต์ที่ใช้ได้ทั้งน้ำมันและมีเทคโนโลยีไฟฟ้าให้เลือกใช้ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนเรื่องความยั่งยืนมาตลอด ไม่ว่าจะผ่านงานดีไซน์ แนวคิด หรือการใช้ชีวิตประจำวัน รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปลั๊กอินไฮบริด สำหรับผม คือส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความยั่งยืน ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเราและสิ่งที่เราเลือก นี่คือจุดเริ่มต้นของวันพรุ่งนี้ และผมคิดว่าตอนนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับหลาย ๆ คนเลยครับ ผมกำลังมีโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่ผมจะทำร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วย ฝากติดตามด้วยครับ”

การทำงานร่วมกับ KOL ทั้งสามท่านคือเครื่องยืนยันว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่มีวันหยุดนิ่งที่จะจินตนาการถึงวันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งกว่าด้วยการสร้างสรรค์รถยนต์และนำเสนอนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เป็นที่ปรารถนาและทำให้ลูกค้ามีความภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้เป็นเจ้าของออกมาอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นผู้รับผิดชอบธุรกิจทั่วโลกของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และรถตู้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 170,000 คนทั่วโลก โดยมี โอล่า คัลเลนเนียส เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ รถตู้ และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ นอกจากนั้น ยังมีเจตนารมณ์ในการเป็นผู้นำของโลกในด้านยานยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์รถยนต์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วยแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ย่อย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค เมอร์เซเดส-อีคิว จี-คลาส และแบรนด์สมาร์ท โดยแบรนด์เมอร์เซเดส มีนำเสนอการเข้าถึงบริการด้านดิจิทัลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์โดยสารระดับพรีเมียมรายใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2563 บริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลราว 2.1 ล้านคัน และรถตู้เกือบ 375,000 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ขยายเครือข่ายการผลิตใน 2 กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยมีฐานการผลิตราว 35 แห่งใน 4 ทวีป ควบคู่ไปกับแนวทางการพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในด้านยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ของตัวเองทั่วโลกใน 3 ทวีป การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนล้วนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อกลยุทธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์และต่อบริษัท สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ความยั่งยืนหมายถึงการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระยะยาว ทั้งลูกค้า พนักงาน นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมโดยรวม โดยอาศัยพื้นฐานของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเดมเลอร์ ซึ่งมุ่งรับผิดชอบต่อผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และสังคม จากกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท และให้ความสำคัญต่อห่วงโซ่คุณค่าโดยรวม

ชมรถยนต์ไฮไลต์ที่ Mercedes-Benz จะเปิดตัวในงาน“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43”

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ไฮไลต์ “The new Mercedes-Benz C-Class”
เดอะนิวเบบี้ลักชัวรี และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION”
ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ภายใต้คอนเซปต์ “Reinvention of Tomorrow” 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ยกทัพรถยนต์ลักชัวรีแบบครบครันทุกเซกเมนต์ลุยงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ไฮไลต์นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” เดอะนิวเบบี้ลักชัวรีของรถยนต์รุ่นยอดนิยมพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบเหนือใครในแบบฉบับรถยนต์สปอร์ตจาก Mercedes-AMG นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์มอบโปรโมชันสุดพิเศษ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” กับข้อเสนอสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่นและสิทธิประโยชน์มากมาย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายนนี้ด้วย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์ระดับลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง ด้วยทัพรถยนต์หรูแบบครบทุกเซกเมนต์ที่นำมาจัดแสดงในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43” ตั้งแต่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี โดยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ที่สื่อความหมายถึงการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ดียิ่งกว่าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์

โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมนำเสนอไฮไลต์ที่หลายคนรอคอย นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” เดอะนิวเบบี้ลักชัวรีของรถยนต์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ที่เตรียมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมโปรโมชันพิเศษ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” กับข้อเสนอที่พลาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เมษายนนี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน และนั่นคือสิ่งที่สะท้อนออกมาทั้งในทุกรายละเอียดของการสร้างสรรค์บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reinvention of Tomorrow” ที่สื่อความหมายถึงการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ดียิ่งกว่า ผ่านการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ลูกค้าจะภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ เป็นรถยนต์ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของสุนทรียะ สมรรถนะ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”

“สำหรับทัพรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นไฮไลต์ภายในงานในปีนี้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ “The new Mercedes-Benz C-Class” โฉมใหม่ของรถยนต์รุ่นยอดนิยมตลอดกาลจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ที่เตรียมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับคุณ การนำเสนอรถยนต์รุ่น C-Class โฉมใหม่นั้น เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความตั้งใจที่ตอบรับความต้องการของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เพราะจากผลการวิจัยตลาดทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์พบว่า ฐานผู้ใช้งานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์นั้นกว้างขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่อายุน้อยที่ต้องการรถยนต์ที่มีคุณภาพและตอบรับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว การแนะนำ The new Mercedes-Benz C-Class ในวันนี้จึงเป็นการนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกของรถยนต์ซีดานขนาดเล็กที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ด้วยขุมพลังดีเซลภายใต้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด” มร.โฟลเกอร์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราไร้ขีดจำกัดทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อผ่านการนำเสนอประสบการณ์พิเศษในทุกรายละเอียดที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในเรื่องประสบการณ์การขับขี่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านหน้าจอต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่รายรอบบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ผ่านการพูดคุยกับ “ดิจิทัลไกด์” ที่ครอบคลุมและครบครันตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับไฮไลต์ของรถยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำมาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ได้แก่

“The new Mercedes-Benz C-Class” เจเนอเรชันที่ 6 รหัส W206 คือเดอะนิวเบบี้ลักชัวรีที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ กับขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร พัฒนาใหม่พร้อมระบบ Mild Hybrid สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ โดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ แบบ 48V technology ทำให้ได้กำลังรวมมากถึง 200 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที และให้แรงบิด 440 นิวตันเมตรที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที และทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม./ช.ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC) ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตและขนาดตัวรถที่กว้างขึ้นในทุกมิติ จึงช่วยมอบความสะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์ภายในก้าวไปอีกขั้นกับการตกแต่งที่ถอดแบบมาจากรุ่น S-Class ทั้งหน้าจอ LCD ความละเอียดสูง การปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 แบบ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มด้วยหนัง คอนโซลกลางแบบ LED จอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ 11.9 นิ้วที่เบี่ยงเป็นมุมเฉียงมายังผู้ขับขี่เล็กน้อย ทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยและมาตรฐานของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้น

The new Mercedes-Benz C-Class มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
– รุ่น C 220 d Avantgarde
– รุ่น C 220 d AMG Dynamic

“Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” คือสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบที่พิเศษเหนือใครของรถยนต์สปอร์ตในแบบฉบับ Mercedes-AMG ด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินแบบวี 6 สูบ BITURBO engine มอบพละกำลังที่แข็งแกร่งกับแรงม้าสูงสุด 390 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตรที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที มอบความเร็ว แรง และเร้าใจในชั่วพริบตาด้วยอัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.7 วินาที

นอกจากนี้ยังเพิ่มความเร้าใจเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่ทำให้การออกตัวพุ่งทะยานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควบคุมการเข้าโค้งได้เฉียบคม ตอบโจทย์การขับขี่ทุกสภาพถนน ส่วนระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G Transmission แบบใหม่ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลและแม่นยำ เปิดโอกาสให้คุณรับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างดีที่สุด ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเร้าใจตามแบบฉบับ AMG ได้อย่างลงตัว ส่วนดีไซน์ภายในพร้อมเปิดประสบการณ์สปอร์ตเหนือจินตนาการให้กับคุณ ผ่านการรวบรวมความสปอร์ตเหนือระดับมาให้คุณได้สัมผัสจิตวิญญาณของนักแข่งในที่เดียว

สำหรับแคมเปญพิเศษที่ไม่ควรพลาดสำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

– สำหรับรุ่น A 200 AMG, GLB 200 Progressive และ GLS 350 d AMG Premium รับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 3 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์* กับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทย
– สำหรับรุ่น C-Class, E-Class, GLC, GLC Coupé, C Coupé และ AMG 43 Coupé, GLC 43 Coupé และ AMG GLA 35 เลือกได้ 2 ทางเลือก ได้แก่
ฟรี MBSP Extra Guarantee ระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 4 ปี เมื่อทำสัญญามายสตาร์* กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทย

*เงื่อนไขแถมฟรีประกันภัยเป็นไปตามที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทยกำหนด

ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อพบกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่าง ๆ นำโดย “The new Mercedes-Benz C-Class” และ “Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé Special EDITION” พร้อมรับข้อเสนอในแคมเปญ “Mercedes-Benz Reinvention of Tomorrow Offers” ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ตั้งแต่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และข้อเสนอต่าง ๆ ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

The New Mercedes-Maybach GLS and The new EQS.

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ย้ำความพร้อมในการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวในประเทศไทย ส่ง 2 รุ่นหรู “Mercedes-Maybach GLS” และ “The new EQS” ลุยตลาดครึ่งปีหลัง พร้อมยกระดับบริการหลังการขายต่อเนื่อง และจัดเต็มแคมเปญ StarFest ให้ลูกค้าถึง 30 กันยายนนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ย้ำความพร้อมในการมุ่งหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวในประเทศไทยหนุนด้วยกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการขายใหม่ด้วยบริการที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ย้ำความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวในประเทศไทยภายในทศวรรษนี้ตามนโยบายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี ทั้งการเตรียมความพร้อมในสายการผลิตของโรงงานประกอบรถยนต์และโรงงานแบตเตอรี่ ต่อยอดจากการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ PHEV ระดับลักชัวรีด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลายที่สุด หนุนด้วยกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการขายใหม่ (New Retail Optimization Strategy) ด้วยบริการที่เป็นดิจิทัลมากขึ้น ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้นและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจให้กับแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในระยะยาว พร้อมเตรียมส่ง 2 รถยนต์หรู “Mercedes-Maybach GLS” อีกระดับของรถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรีที่มอบความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุดในทุกรายละเอียด และ “The new EQS” ยานยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ผลิตในประเทศไทยที่ช่วยตอกย้ำการเดินหน้าสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ลุยตลาดรถยนต์ไทยครึ่งปีหลัง เสริมทัพด้วยการยกระดับบริการหลังการขายต่อเนื่อง ทั้งโปรแกรมบำรุงรักษาและการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ MBSP, อะไหล่ StarParts และ REMAN Part พร้อมย้ำแคมเปญ “StarFest 2021: Season of the ultimate offers” มอบสิทธิประโยชน์มากมายให้กับผู้ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ถึง 30 กันยายนนี้

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตามที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจีได้มีการประกาศออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวทั่วโลกภายในทศวรรษนี้ โดยเริ่มจากการเปิดตัวโครงสร้างรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ 3 แบบในปี 2568 ได้แก่ MB.EA, AMG.EA และ VAN.EA ซึ่งในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในสายการผลิตให้สอดคล้องกับกลยุทธ์นี้ไว้ก่อนแล้ว ทั้งการเตรียมความพร้อมในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่โรงงานประกอบรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย และการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2562 ต่อยอดจากการที่เราเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ PHEV ระดับลักชัวรีด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในแต่ละเซกเมนต์ที่สุด โดยก่อนหน้านี้ เรายังมีการประกาศกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพในการขายใหม่ โดยใช้ศูนย์บริการเป็น “พื้นที่สร้างประสบการณ์” เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารเพื่อสื่อภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ลักชัวรีด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ตอบรับความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจของเราในระยะยาว ทั้งหมดนี้คือวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าทั้งในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป”

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการแนะนำ 2 รถยนต์ลักชัวรีรุ่นใหม่ที่จะสะกดทุกสายตาด้วยรายละเอียดที่เป้นที่สุดของความหรูหราและความทันสมัย ได้แก่ Mercedes-Maybach GLS ยนตรกรรมที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกระดับของความเป็นรถยนต์เอสยูวีระดับลักชัวรี ที่มอบความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุดในทุกรายละเอียด และ The new EQS รถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ผลิตในประเทศไทยโดยพัฒนาขึ้นมาจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับ Executive Class ที่หลอมรวมทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน และการเชื่อมต่อที่มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมผลิตและจำหน่ายรถยนต์รุ่น S-Class ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในเวอร์ชัน PHEV ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน The IAA MOBILITY 2021 ในวันที่ 5 กันยายนนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์จะอัปเดตอีกครั้งว่ารถยนต์แต่ละรุ่นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในช่วงเวลาใด

ขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมีแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่เป็น sub-brand ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้ง Mercedes-EQ และ Mercedes-Maybach โดยล่าสุดได้มีการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ ทีทีซี, สตาร์แฟลกไพรมัส และ บีเคเค

นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุดสำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ และพนักงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกคนด้วยมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวดภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยในส่วนของบริการหลังการขาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ย้ำความพิเศษของโปรแกรมบำรุงรักษาและการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ MBSP ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจไม่รู้จบให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ ด้วยแพ็คเกจที่หลากหลายให้เลือกถึง 4 แบบ ได้แก่ Compact, Advance, Extra และ Excellent พร้อมทั้งมอบความยืดหยุ่นแก่ผู้ใช้บริการ ทั้งในเรื่องการบำรุงรักษา การเปลี่ยนอะไหล่ที่สึกหรอ และการขยายการรับประกันคุณภาพโดยไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทั้งขยายความคุ้มครองได้สูงสุดถึง 8 ปี

ในด้านความหลากหลายของอะไหล่ เมอร์เซเดส-เบนซ์มีทั้ง StarParts อะไหล่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้มาตรฐานในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 55% เพื่อการบำรุงรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อายุ 5 ปีขึ้นไป ครอบคลุมทั้งรถยนต์คอมแพ็ค รถยนต์นั่งระดับกลาง รถยนต์เอสยูวี และรถยนต์สปอร์ต และ REMAN part ซึ่งเป็นอะไหล่แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์คิดค้นขึ้นเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและแรงงานในขั้นตอนการผลิตอะไหล่แท้ชิ้นใหม่ โดยมีการฟื้นฟูสภาพ ตรวจสอบ และทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำให้อะไหล่ในกลุ่มนี้มีราคาย่อมเยาขึ้น ช่วยให้ลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี โดยอะไหล่ REMAN จะมีทั้งในชุดอุปกรณ์หลัก ชิ้นส่วนสำหรับกลไก ระบบหัวฉีดและการบำบัดไอเสีย ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบขับเคลื่อน โดยลูกค้าผู้ใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์หลายรุ่นสามารถเข้ารับบริการและเลือกใช้อะไหล่ REMAN ได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังจัดแคมเปญ StarFest 2021: Season of the ultimate offers เพื่อมอบข้อเสนอสุดเร้าใจของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ให้ลูกค้ารับข้อเสนอไปแบบเต็มพิกัด ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายนนี้

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ทุกรุ่น แคมเปญต่าง ๆ และรายละเอียดเกี่ยวกับบริการหลังการขายได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

The new Mercedes-Benz S-Class

The new S-Class คือที่สุดแห่งยนตรกรรมในตระกูลเอสคลาสของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ความหรูหราและความปลอดภัย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ ทั้งในเรื่องของการมอบความสะดวกสบายในการขับขี่ การปกป้องผู้โดยสารในทุกเบาะที่นั่ง ตลอดจนการมอบประสบการณ์การใช้งานแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่ตอบทุกความต้องการของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านระบบดิจิทัลในทุกรายละเอียด

The new S-Class มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,925 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดถึง 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที โดยขับเคลื่อนผ่านระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เครื่องยนต์ชุดนี้นับเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

การออกแบบภายนอกของ The new S-Class ถ่ายทอดความหรูหราออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุก ๆ ส่วน ภายใต้การตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์นยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ล้อแบบ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว กับระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิมมากถึง 51 มิลลิเมตร เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง ทำให้รถยนต์คันนี้ดูสปอร์ตขึ้น ทว่าพื้นที่ห้องโดยสารไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ การออกแบบให้มือจับประตูเป็นแบบไร้รอยต่อ (Seamless door handles) ยังช่วยเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายทางด้านข้าง และช่วยให้การล็อกและปลดล็อกประตูทำได้อย่างสะดวกสบายเพียงใช้มือสัมผัสที่มือจับประตู

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่มอบทั้งความหรูหรา คุณภาพระดับสูง และวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด พรั่งพร้อมด้วยระบบ ENERGIZING comfort control ที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 เฉดสี ระบบปรับอากาศพร้อม AIR BALANCE package ที่ทำให้ห้องโดยสารสะอาดยิ่งขึ้น และระบบเครื่องเสียงจากลำโพง Burmester® 3D surround sound system ที่ให้คุณภาพเสียงที่มีมิติลุ่มลึก ฯลฯ ในห้องโดยสารยังพร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ตั้งแต่เบาะที่นั่งตอนหน้าเรื่อยไปจนถึงตอนหลัง เริ่มตั้งแต่การออกแบบคอนโซลหน้าด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นขึ้นและตอบรับกับสรีระของผู้ใช้มากขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa leather และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูงแบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว

นอกจากนี้ The new S-Class ยังนำทุกปุ่มควบคุมตรงคอนโซลส่วนกลางให้เข้ามาอยู่บนหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้วทั้งหมด โดยใช้หน้าจอแบบ OLED ที่มอบพื้นที่การใช้งาน (active area) บนหน้าจอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมกว่า 64% ภายใต้การออกแบบในลักษณะฟรีฟอร์มดูบางเบาทว่าตอบสนองฉับไว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันการทำงานของรถยนต์และฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบจดจำโปรไฟล์ผู้ขับขี่ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint scanner) ที่จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลตลอดการขับขี่ได้อย่างตรงใจ

เบาะที่นั่งตอนหลังแบบมัลติคอนทัวร์ ยังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายในการโดยสารสูงสุด ทั้งการเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งที่นั่งได้ และฟังก์ชันการนวด ENERGIZING ที่สามารถเลือกโปรแกรมการนวดได้สูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้น ทั้งการมี MBUX Interior Assistant ที่จะทำงานอย่างฉับไวในการตอบรับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสาร โดยระบบ Gesture Control 2.0 จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการของผู้ใช้ นำไปสู่การควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในรถยนต์ เช่น หากยื่นมือขึ้นหรือลงทางกระจกมองหลัง ไฟอ่านหนังสือจะติดขึ้นหรือดับลงเองโดยอัตโนมัติ ฯลฯ ส่วนระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จะทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ยกระดับการควบคุมความบันเทิงของผู้โดยสารตอนหลังให้สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยภายในห้องโดยสารยังมาพร้อมระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system พร้อมชุดลำโพง 15 ตัวด้วย

ใน The new S-Class ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเป็นครั้งแรก ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking Package with 360° camera) ที่มอบมุมมองรอบรถยนต์แบบ 360 องศาที่เสมือนจริงยิ่งกว่าที่เคย ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS ที่ดีขึ้น ระบบ ATTENTION ASSIST รุ่นใหม่ที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติของผู้ขับขี่และส่งสัญญาณเตือนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงระบบความปลอดภัยที่รวมอยู่ใน Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Evasive Steering Assist ที่ช่วยดึงให้รถยนต์กลับมาอยู่ในเลนหากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน Active Emergency Stop Assist หรือระบบการหยุดรถฉุกเฉินที่จะทำงานตลอดเวลา รวมถึงฟังก์ชัน Exit Warning ที่จะทำงานหากมือของผู้โดยสารมีการขยับไปใกล้ที่จับประตูด้านใน ฯลฯ

The new S-Class มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
• Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ราคา 6,690,000 บาท
• Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium ราคา 7,190,000 บาท

เท่แบบสตรีทแต่ดุดันแบบสปอร์ต Palace Skateboards x AMG เมื่อแบรนด์สเก็ตมากดีไซน์จากอังกฤษมาเจอสุดยอดยานยนต์ตัวแรงสายพันธ์เยอรมัน!

Palace และ Mercedes-AMG ร่วมมือกันเปิดตัว collbaoration เสื้อผ้าและรถแข่ง AMG GT3 ที่พร้อมลงสนามแข่งเดือนนี้ โดย Palace ที่ร่วมงานมาแล้วทั้งกับ Polo Ralph Lauren และสโมสรฟุตบอล Juventus และประสบความสำเร็จอย่างสวยงามได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการร่วมมือกับ Mercedes-AMG บริษัทในเครือยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของเยอรมันที่เน้นรถยนตร์สมรรถนะสูงกว่ารถ Mercedes Benz ตัวปกติรวมทั้งรับผิดชอบในเรื่องการลงแข่งขันในรายการต่างๆ

โดยคอลเล็กชั่นนี้จะประกอบไปด้วยทั้งเสื้อผ้าและชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น เสื้อโค้ทที่ใช้ผ้า GORE-TEX ความทนทานสูง, เสื้อแจ็คเก็ตหนังในสไตล์นักแข่ง, หมวกไหมพรม และถุงมือ และอีกหนึ่งไฮไลท์เท่ๆของ collab นี้คือการออกแบบรถยนต์ AMG GT3 ที่เตรียมใช้สำหรับการแข่งขันรายการสำคัญ ADAC Total 24hrs Race Nürburgring ที่เยอรมันในวันที่ 3 มิถุนายนนี้

สำหรับรายการแข่งขันนี้ป็นที่รู้จักในชื่อ “The 24 Hours of Nürburgring” นั้นเป็นการแข่งขันรถ GT และ Touring ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงที่นับเป็นรายการเก่าแก่เพราะจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1970 และมีนักแข่งกว่า 700 ชีวิตร่วมลงแข่งในแทร็กความยาว 25.378 km ที่เต็มไปด้วยโค้งยากๆมากมาย

ซึ่งตัวรถใช้กราฟิกเสือขาวเขี้ยวดาบบนฝากระโปรงพร้อมสโลแกน “Divine Performance Specialist” พร้อมกราฟิกต่าง ๆ ของ Palace และ AMG รวมถึงสปอนเซอร์ของทีมทั่วทั้งคันครับ

สำหรับแคปซูล Palace x AMG จะเปิดตัวทางหน้าร้านและทางเว็บไซต์ palaceskateboards.com ในวันที่ 4 มิถุนายน และจะเปิดตัวในญี่ปุ่นและจีนผ่าน WeChat ในวันที่ 5 มิถุนายน

ถือว่าเป็นอีกครั้งที่ Palace ยกระดับตัวเองจากแบรนด์สเก็ตสุดไฮป์ของลอนดอนไปสู่สายตาของชาวโลกกับแบรนด์ชั้นนำครับ

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

รถสุดหรูในอีก 100 ปีข้างหน้า! ไปชมภาพเต็มๆของ collaboration สุดไฮป์ระหว่าง Virgil Abloh และ Mercedes Benz

เป็นอีกหนึ่งขาประจำสำหรับการ collaboration ร่วมกับแบรนด์อื่นอยู่แล้วสำหรับ Virgil Abloh แต่ครั้งนี้คืออีกหนึ่งครั้งที่น่าตื่นเต้นกว่าครั้งไหนกับการร่วมมือกับผู้ผลิตรถหรูจากเยอรมันอย่าง Mercedes Benz ซึ่งคอนเซ็ปต์ของ “Project Gledewagon” ที่ Virgil นำเอารถ Off-Road G Class คันเท่มาปรับโฉมใหม่ก็คือ “ผลลัพธ์จากการศึกษาหน้าตาของความหรูหราในอีก 100 ปีข้างหน้า” 

โดยทำสีขาวแบบดิบและใช้อีกหนึ่งคู่สีที่โดดเด่นจากแบรนด์ Off-White ของเจ้าตัวอย่างสีฟ้า Baby Blue มาใช้ในตัวโครงเหล็กของรถ พร้อมลดทอนกระจกมองข้าง กันชนหลัง ซึ่งมาพร้อมกับพวงมาลัยที่มีปุ่มใช้งานหลากสีราวกับหลุดออกมาจากหนังไซไฟ และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยครบครันทั้งสายนิรภัยและถังดับเพลิงพกพา

ซึ่งการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกก็เป็นหลักการที่ Mercedez ให้ความสำคัญมาตลอดตามที่ Virgil ตีความหมาย และเจ้ารถคันนี้ก็จะวางจำหน่ายในรูปแบบการประมูลผ่าน Sotheby’s ตัวแทนการประมูลชื่อดัง ใครอยากได้เป็นเจ้าของรถที่เปรียบได้ดั่งงานศิลปะคันนี้สามารถร่วมประมูลได้ในวันที่ 14 กันยายนนี้ครับ

Brabus จัดการแปลงโฉม G63 AMG ให้ดุดันกว่าเดิมพร้อมขุมกำลัง 789 แรงม้า

Brabus สำนักแต่งจากเยอรมันที่เน้นในเรื่องอุปกรณ์เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพสูงสุดของรถร่วมมือกับ Mercedes Benz อีกครั้งกับการปล่อยรถยนต์ตัวแต่งเสร็จในโมเดล G63 AMG กับชื่อรุ่นดุเท่อย่าง Black&Gold Edition


ในครั้งนี้ Brabus ได้สร้างสรรค์ชุดบอดี้คิทรอบคัน พร้อมตัวเครื่องที่มีกำลังทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร V8 ที่ถูกจูนให้มีแรงม้าถึง 789 แรงม้า และสามารถเร่งเครื่องให้ถึง 62mph (99.7kph) ได้ใน 4.2 วินาที และความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าสูงถึง 150 mph (241kph)

ด้วยราคาจำหน่ายที่ 380,672 Euro หรือประมาณ 13,572,000 บาทนี่ถือเป็นรถในฝันของหลายๆคนอย่างแน่นอนครับทั้งสมรรถนะและหน้าตาที่โดดเด่นเหลือเกิน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ส่ง GLA ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ราคาโดนใจเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท

เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุกตลาดรถหรูรับครึ่งปีหลัง เปิดตัวรถยนต์ GLA คอมแพ็คเอสยูวีระดับพรีเมี่ยมโฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งคราวนี้มีตัวเลือกให้ลูกค้ามากถึง 3 รุ่น ตอบโจทย์การใช้งานในทุกระดับตั้งแต่ GLA 200 Urban GLA 250 AMG Dynamic และ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ที่จะมอบสัมผัสความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ บนดีไซน์อันปราดเปรียว แต่แฝงด้วยสมรรถนะแบบสปอร์ต ดุดันเหลือร้ายมากกว่าที่เคย

ในรุ่น GLA 200 Urban เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 1.6 ลิตร แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ภายใน 8.1 วินาทีจะมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้าและล้ออัลลอย แบบ 5 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 2,090,000 บาท

รุ่น GLA 250 AMG Dynamic เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 2 ลิตร แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ภายใน 6.6 วินาที  จะมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบ ไฟฟ้า, ระบบเปิด-ปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชน หน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes -Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 19 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 2,390,000 บาท

และเจ้าตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบพร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 2 ลิตร พร้อมม้าในคอกอีก 381 ตัว แรงบิดสูงสุด 475 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ภายใน 4.4 วินาที ส่งพลังผ่านเกียร์แบบสปอร์ต AMG SPEEDSHIFT DCT 7-speed สู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่จะให้คุณสามารถสนุกได้เต็มที่ทั้งทางตรงและในโค้ง ติดตั้งระบบ rear axle differential with integrated multi-disc clutch ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทำงานของเพลาขับหลังด้วยคลัชท์แบบหลายจานที่ปรับตั้งค่าโดยเอเอ็มจี ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์ส่งแรงบิดไปที่ล้อคู่หลังในกรณีที่ล้อคู่หน้าไม่สามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้อีกด้วย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,840,000 บาท