Posts

หลับเต็มตื่นอย่างหรูหราและมีระดับด้วยผ้าปิดตาสุดหรูจาก Louis Vuitton !

Louis Vuitton ได้เปิดตัวผ้าปิดตาสุดหรูของแบรนด์ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างสองวัสดุพรีเมียมอย่าง ขนมิ้งและผ้าไหมซาตินในสีน้ำตาล ประทับลายโมโนแกรม LV สีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ด้านหน้า เพิ่มรายละเอียดบนสายคาดยางยืดด้วยแผ่นหนังวัวประทับชื่อแบรนด์ที่ด้านหลัง

มาพร้อมกับการจัดเก็บอย่างดีในกระเป๋าบรรจุสีดำคาดหนังของแบรนด์ ความพิเศษนี้สนนราคาอยู่ที่ 1,120 เหรียญฯ (ประมาณ 34,700 บาท) ใครสนใจไอเท็มที่จะทำให้การนอนหลับมีระดับมากกว่าที่เคยนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและสโตร์ที่จำหน่ายทางเว็บไซต์ของ Louis Vuitton  

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

พรุ่งนี้เตรียมเสียเงิน! LV² คอลเล็กชั่นกลิ่นไอสตรีทและความลงตัวแบบญี่ปุ่นผ่านฝีมือของสองแฟชั่นไอคอน Virgil Abloh และ Nigo จะวางขายพรุ่งนี้เช้า!

อีกหนึ่งคอลแลปบอเรชั่นสุดฮอตประจำปีนี้เลยสำหรับ Louis Vuitton โดย artistic director ขวัญใจสายสตรีท Virgil Abloh ที่ดึงเอาอีกหนึ่งไอคอนสายสตรีทแฟชั่นอย่าง Nigo ผู้ก่อตั้ง Human Made และ Bape มาร่วมสร้างสรรค์คอลเล็กชั่น

โดยตัวคอลเล็กชั่น “LV²” นั้นมีกลิ่นไอความเป็นเสื้อผ้า ready to wear สไตล์ญี่ปุ่นทั้งการ patchwork ตัดแปะการเล่นคู่สีสบายตาและเลเยอร์ที่มีลูกเล่นซ้อนไว้ สไตล์การเทเลอร์ลิ่งเนี๊ยบๆพอดีตัวและที่ขาดไม่ได้คือการเลือกใช้ผ้ายีนส์เดนิมตัวแทนของเสื้อผ้าฟังก์ชั่นแน่นๆจำพวก workwear ในสไตล์งาน outdoor ที่ตัว Nigo หลงใหลและสะสมไว้เป็นจำนวนมาก

ดูโพสต์นี้บน Instagram

𝓛✌🏾² ✨

โพสต์ที่แชร์โดย @ virgilabloh เมื่อ

นอกจากนี้แพทเทิร์นที่เคยโด่งดังของ Louis Vuitton อย่าง “Damier” ยังถูก Virgil หยิบกลับมาใช้เป็นครั้งแรกของเจ้าตัวอีกด้วย

และสำหรับคอลเล็กชันที่หลายคนรอคอยนี้ก็จะวางจำหน่ายที่หน้าร้าน Louis Vuitton พรุ่งนี้แล้ว(ศุกร์ที่ 26 มิถุนายน) โดยจะแบ่งเป็น Drop ย่อยๆในแต่ละสัปดาห์ ใครที่สนใจต้องรีบไปที่หน้าร้านเลยนะครับ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

𝐋𝐕²

โพสต์ที่แชร์โดย 𝐍𝐈𝐆𝐎® (@nigo) เมื่อ

Louis Vuitton เปิดตัวสติ๊กเกอร์ไลน์สะท้อนวัฒนธรรมและความเป็นไทยทั้ง มวยไทย รถตุ๊กๆ และการใช้ภาษาคาราโอเกะบนโลกออนไลน์ พร้อมให้ download ได้แล้ววันนี้!

Louis Vuitton Vivienne LINE สติกเกอร์ กับการเชื่อมโยงภายใต้คอนเซ็ปต์Spirit of Travel เรื่องราวของการเดินทางที่ถือเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ เข้ากับVivienneมาสคอตของหลุยส์ วิตตองที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย พร้อมกับความน่าสนใจด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้ในคาแรคเตอร์ของมาสคอตวิเวียนแบบแอนิเมชั่น 8 ตัว ทั้งการเดินทางด้วยรถตุ๊กๆ ต่อยมวยไทย นั่งเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งการใช้ภาษาที่คนไทยเท่านั้นที่จะเข้าใจอย่าง 555 ที่หมายถึงการหัวเราะ

ภาษาคาราโอเกะ เพื่อสามารถใช้ในสื่อสารผ่านช่องทางไลน์ได้ในทุกๆวัน รวมทั้งยังเป็นการบอกความหมายในการติดต่อเชื่อมโยงถึงกัน และเข้าถึงใกล้กันมากขึ้นในช่วงเวลาที่เราต้อง Social Distancing เช่นนี้

มาสคอตวิเวียน เปรียบเสมือนตัวแทนสำหรับการให้ของขวัญจากหลุยส์ วิตตอง เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2017ด้วยคาแรคเตอร์ที่สดใส น่ารัก สนุกสนาน กับเอกลักษณ์ที่มีหัวเป็นดอกไม้มีกลีบ4 แฉก ส่วนตาข้างหนึ่งปิดไว้ด้วยดอกไม้จากลวดลายโมทีฟMonogram อันเป็นไอคอนิคของหลุยส์ วิตตอง โดยชื่อของวิเวียนมาจาก VVN Leather  หนังที่ใช้ในการผลิตกระเป๋าของหลุยส์ วิตตอง นั่นเอง

สามารถดาวน์โหลดLouis Vuitton Vivienne LINE สติกเกอร์  ได้แล้ววันนี้ที่ https://line.me/S/sticker/17828 และติดตามช่องทาง Line @louisvuittonth 

เติมความสนุกให้กับทริปชายหาดอย่างมีระดับกับชุดอุปกรณ์ Beach Bat จาก Louis Vuitton

ช่วงนี้ก็เพิ่มมีมาตรการผ่อนปรนให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตหรือพักผ่อนได้มากขึ้นแล้วนะครับ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงนึกอยากใช้เวลาพักผ่อนอยู่ริมชายหาดเพื่อนอนอาบแดดหรือลงเล่นน้ำคลายร้อน แต่คงจะดีไม่ใช่น้อยหากมีกิจกรรมกีฬาสนุก ๆ ไว้เล่นกัน 

เราขอเสนอเช็ทอุปกรณ์กีฬา Beach Bat สุดโดดเด่นจาก Louis Vuitton โดยเช็ทนี้ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากคอลเลกชั่น Articles de Voyage ในตำนานของแบรนด์ ในเช็ทประกอบด้วยไม้ตีจำนวน 2 ไม้ปั๊มความร้อนเป็นโลโก้ LV สีเหลือง/น้ำเงิน ลูกบอลยางสีน้ำเงิน 2 ลูกประทับที่ตัวย่อ LV เช่นกัน บรรจุในกระเป๋า ที่ตกแต่งด้วยหนังพิมพ์ลาย Damier Azur อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้กับตาข่ายสีเหลืองสดใส พกพาสะดวกด้วยสายสะพายไหล่ที่ปรับระดับได้ ถือเป็นอีกเกมสนุกๆและยังเป็นพร็อพที่น่าสนใจมากหากจะมีทริปไปทะเลหรือชายหาดครับ 

ชุด Beach Bat จาก LV นี้ สนนราคาอยู่ที่ 3,550 เหรียญฯ (ประมาณ 113,600 บาท) ใครสนใจเพิ่มความสนุกช่วงเวลาริมชายหาดอย่างมีระดับ สามารถสั่งซื้อแล้วได้ที่เว็บไซต์ หรือที่สโตรของแบรนด์ครับ

ไปชมทุกคู่สีพร้อมราคากับ Louis Vuitton Soft Trunk กระเป๋าสุดฮอตใบล่าสุดออกแบบโดยดีไซน์เนอร์คนเก่ง Virgil Abloh

เป็นอีกหนึ่งกระเป๋ายอดฮิตที่เห็นได้ทุกแฟชั่นวีครวมทั้งบนโซเชี่ยลมีเดียของเหล่าคนมีสไตล์ทั้งหลายอยู่แล้วสำหรับ Louis Vuitton Soft Trunk กระเป๋าสไตล์ messenger ที่เอาหีบสุดคลาสสิคของแบรนด์มาดัดแปลงให้ถือได้ง่ายขึ้นและแฝงกลิ่นอายของอีกหนึ่งกระเป๋าคลาสสิคขนาดเล็กของแบรนด์อย่าง Petite Malle ไว้อย่างลงตัว

ซึ่งดีไซน์เนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังกระเป๋าขนาด  10” x 7” x 4” ใบสวยนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน Virgil Abloh Artistic Director of menswear คนเก่งจาก Illinois โดยที่ความโดดเด่นของกระเป๋าอยู่ที่การใช้โลหะหลายชนิดในส่วนของฮาร์ดแวร์ เสริมขอบมุมด้วยหนังอีกชั้น ซิบด้านบน และสายหนังประดับโซ่พร้อมตัวล็อกรูปตัว S ที่สามารถถอดเก็บได้

และล่าสุดเราก็ได้รวบรวมทุกคู่สีและวัสดุของทั้ง 10 Soft Trunk ที่มีจำหน่ายปัจจุบันมาให้เลือกชมกัน โดยวัสดุนั้นก็มีตั้งแต่หนังวัว cowhide หนัง Taiga ผ้ายีนเดนิม PVC แบบใส ผ้าตาข่ายปักลาย monogram พลาสติกใส texture ปริซึม ไปจนถึงหนังจระเข้ฟอกสี โดยราคาก็จะเริ่มต้นที่ 3,650 USD หรือประมาณ 116,000 บาท (ในรุ่นหนัง cowhide) ไปจนถึง 34,000 USD หรือประมาณ 1,080,000 บาท ในรุ่นของหนังจระเข้ 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

𝓛𝓥 [2054] 🆘✨ ~ volume on

โพสต์ที่แชร์โดย @ virgilabloh เมื่อ

ใครชอบรุ่นไหนสามารถรับชมได้ที่นี่เลยครับ เสร็จแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์บอกเราด้วยนะว่าเลือกใบไหน! 

ไปชม Accessories ชิ้นเด่นของ Louis Vuitton คอลเล็กชั่นล่าสุด Pre-Fall 20 ผ่านการออกแบบหรูหราปนดิบเท่โดย Virgil Abloh

Lucky Charm สัญลักษณ์แห่งโชคลาภที่ดีและลายโมโนแกรมสุดไอคอนิกของแบรนด์คือแรงบันดาลใจหลักให้ Virgil Abloh artistic director ผู้คุมทุกกระแสของโลกแฟชั่นและสตรีทแวร์สร้างสรรค์ accessories ชิ้นสวยที่มีความหรูหราโดดเด่นแต่ก็ยังต้องตาและดึงดูดทุกครั้งที่ได้เห็นด้วยการผสมผสานกลิ่นไอของสตรีทแวร์ลงไปอย่างลงตัว 

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ Virgil นำมาใส่ให้คอลเล็กชั่น Pre-Fall 20 ก็คือฟั่งก์ชั่นที่แฝงอยู่ในสไตล์ที่โดดเด่นผ่านวัสดุที่โมเดิร์นล้ำสมัยทั้งเงิน และโลหะสีเงาด้าน สายรัดและสายคล้องในสไตล์ทหาร เติมความหรูหราด้วย rhinestone หรือพลอยสังเคราะห์ และหนัง Epi ที่มีผิวสัมผัสเป็นเอกลักษณ์พร้อม contrast ที่สร้างมิติบนผลิตภัณฑ์ได้อย่างสวยงาม ปิดท้ายด้วยลายโมโนแกรมสุดไอคอนิกที่ถูกนำมาใช้อย่างพอเหมาะ

ถือเป็นอีกเซทไอเท็มที่แต่ละชิ้นโดดเด่นด้วยตัวเองและสามารถนำมา mix & match หรือตกแต่งไอเท็มอย่างกระเป๋าหรือเสื้อผ้าได้อย่างสนุก ไปชมแต่ละชิ้นกันได้เลยครับ 

แว่นตารุ่นยอดฮิตอย่างรุ่น Millionaires จาก Louis Vuitton กลับมาอีกครั้งพร้อมคู่สีให้เลือกมากขึ้น!

อีกหนึ่งแว่นตากันแดดสุดไอคอนิกที่เคยสร้างชื่อให้แบรนด์ในช่วงปี 2004-2008 ในครั้งนี้กลับมาพร้อมกับคู่สีให้เลือกมากขึ้นโดย artistic director คนเก่งของแบรนด์อย่าง Virgil Abloh

Pharrell กับแว่นตา Millionaires ที่เจ้าตัวร่วมออกแบบ Marc Jacobs และ Nigo ในปี 2007

โดยคู่สีใหม่นั้นออกแบบมาเพื่อต้อนรับซัมเมอร์ ด้วยรูปทรงหนาสุดโดดเด่นและกรอบแว่นด้านหน้ามีความลึกมากกว่าแว่นตากันแดดปกติผลิตโดย acetate และเหล็กคุณภาพสูง พร้อมตัวล็อกขาพับแว่นแบบตัวเอส

ปิดท้ายด้วยลายโมโนแกรมที่กรอบด้านบนและโล้โก้ของทางแบรนด์ที่ขาแว่นอีกด้วย และลูกเล่นประจำคอลเล็กชั่น SS20 อย่างสีของเลนส์ที่มีให้เลือกจับคู่หลากหลายเช่นสีดำพร้อมเลนส์ดำ, ชมพูพร้อมเลนส์ฟ้า, สีเหลืองและเลนส์เหลืองและอื่นๆ

วางจำหน่ายในราคา $890 USD! (ประมาน 28,000 บาท) ถือว่าน่ามีไว้ใส่ช่วงหมดการระบาดของโควิดแถมยังถือเป็นชิ้นคลาสสิคที่น่าลงทุนครับ

Louis Vuitton เปิดตัวคอลเล็กชั่นล่าสุดกับ Gaston แรงบันดาลใจจากหีบใบคลาสสิคอายุ 145 ปีของแบรนด์ถ่ายทอดโดยแร็ปเปอร์สุดฮอต Kris Wu

คอลเล็กชั่นล่าสุดของ Louis Vuitton อย่าง Gaston เป็นการย้อนรำลึกถึง Gaston-Louis Vuitton ทายาทรุ่นที่สามของแบรนด์และหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมสำคัญเปิดสโตร์สุดไอคอนิกที่ 70, Champs-Élysées ที่ต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราในการเดินทางและอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานสไตล์ Art Nouveau และ Art Deco ไว้ได้อย่างลงตัว

Kris Wu

โดยตัวของ Gaston เองนั้นถือว่าเป็นผู้ที่รวบรวมและเก็บสะสมหีบไอเท็มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Vuitton ไว้มากที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ โดยรายละเอียดของงานออกแบบในยุคของ Gaston ที่มีประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีก็ได้ถูกนำกลับมาเล่าใหม่เป็นครั้งแรกผ่านแคนวาส Monogram Eclipse สีดำสุดหรูตัดด้วยดีเทลสีเหลืองสดใส 

ซึ่งในคอลเล็กชั่นนี้จะประกอบไปด้วยกระเป๋าและเครื่องหนังหลากหลายไซส์เพื่อเล่าเรื่องการเดินทางอันเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ พร้อมด้วยสองโมเดลใหม่อย่างกระเป๋าคาดไหล่ Besace Zippee MM และกระเป๋าเป้ Tote Backpack นอกจากนี้ยังมี Accessories ชิ้นสวยสำหรับชีวิตประจำวันอย่าง เข็มขัด แว่นตา กำไลข้อมือ หมวก และแว่นตา 

ถ่ายทอดความเท่รวมสมัยที่ไม่ทิ้งกลิ่นไอคลาสสิคโดยแร็ปเปอร์สุดฮอตอย่าง Kris Wu 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

@bellahadid @louisvuitton #louisvuitton @virgilabloh

โพสต์ที่แชร์โดย Galaxy Fanfan (@kriswu) เมื่อ

สั่งซื้อและสอบถามได้ที่ LINE @louisvuittonth วางจำหน่ายสิ้นเดือนนี้ครับ ! 

เติมสีสันให้บ้านช่วงกักตัวกับแจกันใบสวยที่ได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋าสุดหรูแห่งยุค 90’s Louis Vuitton Speedy!

สตูดิโอออกแบบพืชและดอกไม้จากนิวยอร์ก Bodega Rose ได้ออกแบบแจกันซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าไอคอนิคสุดหรูของยุค 90 อย่าง Louis Vuitton Speedy Bag

ซึ่งก่อนหน้านี้สตูดิโอเคยได้ออกแบบกระถางต้นไม้จาก Air Jordan 1 รองเท้าสนีกเกอร์สุดไฮป์มาแล้วซึ่งก็เป็นกระแสอย่างมากในตอนนั้น

ในครั้งนี้เธอได้เลือกใช้วัสดุอย่างแจสโมไนท์ (Jesmonite) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุแห่งปี 2017 เลยก็ว่าได้ เป็นวัสดุที่ถูกค้นพบในปีนั้นและมีดีไซเนอร์หลายท่านนำมาใช้ในงานออกแบบของตนเอง ซึ่งในการทำแจกันใบนี้ทางศิลปินได้เทเจ้าแจสโมนไนท์นี้รอบกระเป๋าเพื่อที่มันจะเก็บดีเทลต่างๆทุดซอกมุมบนกระเป๋าได้อย่างสมบูรณ์

แน่นอนว่ามันทำผลงานมาได้ยอดเยี่ยมด้วยการเก็บดีเทลอย่างแนวซิป ดีเทลอย่างฝีด้ายต่างๆ โดยแจกันชิ้นนี้จะถูกทำมือโดย Olivia Rose ศิลปินผู้ก่อตั้งสตูดิโอเองและมีเพียง 10 ชิ้นเท่านั้นบนโลกสามารถเป็นเจ้าของแจกันชิ้นนี้ได้แล้วที่เว็บไซต์ของ Bodega Rose ในราคา $300 USD! ถือว่าน่ามีไว้แต่งบ้านช่วง WFH แบบนี้มากครับ

The Magic of the Trunk: เปิดตำนานหีบสมบัติซิกเนเจอร์ของ LV ที่ไม่ว่าใครก็อยากได้มาครอบครอง

การรังสรรค์หีบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ด้านบนเรียบใบแรก เป็นที่มาของกระเป๋าเดินทางที่สามารถวางเรียงซ้อนกันได้อย่างง่ายดาย ก่อนหน้าที่เมซง Louis Vuitton จะก่อตั้งขึ้นในปี 1854 หลุยส์ วิตตอง ผู้ก่อตั้งได้มีโอกาสทำงานในกรุงปารีสร่วมกับหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการทำหีบบรรจุสัมภาระและเก็บรักษาเสื้อผ้า (Layetier Emballeur) มาถึง 17 ปี แม้เขาจะมีประสบการณ์ที่พร้อม แต่ในฐานะชายหนุ่มที่เพิ่งเปิดร้านของตัวเองบนถนน Neuve des Capucines เขารู้ดีว่านวัตกรรมใหม่เท่านั้นที่จะเป็นกุญแจนำไปสู่ความสำเร็จครั้งใหม่ของเขา ในขณะที่โลกเริ่มหมุนเร็วและสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น กระเป๋าเดินทางจึงไม่เพียงต้องมีน้ำหนักเบา และแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องโดดเด่นด้านความสวยงาม ซึ่งข้อนี้ทำให้หีบเดินทางของ Louis Vuitton แตกต่างจากคู่แข่งอื่นๆ ซึ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าของเขา

Author: Chanond Mingmit

ย้อนกลับไปในปี 1854 Louis Vuitton เกิดความคิดริเริ่มในการสร้างสรรค์หีบเดินทางด้วยแคนวาสที่มีน้ำหนักเบาในขณะเดียวกันต้องมีความทนทาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ ‘Gris Trianon’ และวัสดุชิ้นใหม่นี้จึงได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Vuitton ในช่วงแรก และตัวแคนวาสก็ได้รับการตั้งชื่อว่า ‘Vuittonite’ นอกจากนี้ในปีเดียวกัน Louis Vuitton ยังได้รังสรรค์หีบเดินทางทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ด้านบนเรียบเป็นใบแรกขึ้น ซึ่งได้กลายเป็นกระเป๋าเดินทางที่สามารถวางเรียงซ้อนกันยามเดินทางโดยเรือ และรถไฟได้อย่างง่ายดาย ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้มากกว่า ในขณะที่คู่แข่งเริ่มทำตาม โดยการพยายามเลียนแบบการสร้างสรรค์นั้น หลุยส์ วิตตอง และลูกชายของเขาก็เริ่มให้ความสำคัญไปที่การนำผ้ามาหุ้มหีบเพื่อเป็นการรักษาเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของแบรนด์

แคนวาสลายโมโนแกรม และระบบล็อกแบบตัวเลขอันเป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์ ในปี 1888  Louis Vuitton ได้รังสรรค์ลายตาราง damier ขึ้นจากแคนวาสลายทางสีแดงที่ทำขึ้นช่วงต้นปี 1870 ส่วนลายโมโนแกรมได้รับการออกแบบและจดลิขสิทธิ์ในภายหลังช่วงปี 1896 โดยจอร์จ วิตตอง ลูกชายของเขา งานออกแบบที่ผสมผสานอักษรตัวแรกจากชื่อของผู้ก่อตั้งเข้ากับรูปทรงดอกไม้สไตล์แอ็บแสตร็ก ก็ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ณ ตอนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ อักษรตัวแรกที่ใช้บนหีบเดินทางจะเป็นอักษรจากชื่อเจ้าของหีบเท่านั้น ต่อมาตั้งแต่ในปี 1906 Louis Vuitton ได้เริ่มผลิตหีบเดินทางที่รูปทรงและหน้าตาเหมือนกับหีบที่ทำขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เปิดปิดหีบด้านบนเรียบ ห่อหุ้มด้วยแคนวาสลายโมโนแกรม และระบบล็อกแบบตัวเลขอันเป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์

ทุกวันนี้ Asnières Atelier ยังคงผลิตกระเป๋าเดินทางแบบ hard-sided ตามออเดอร์พิเศษ เป็นเวลากว่า 150 ปีมาแล้วที่ Asnières Atelier ของ Louis Vuitton ที่ชานเมืองของกรุงปารีสได้รังสรรค์ผลงานชิ้นตระการตามากมายตามความปรารถนาและความต้องการเฉพาะเจาะจงของลูกค้าแต่ละคน โดยมีความเชื่อว่าไม่มีฝันไหนที่ยิ่งใหญ่เกินไปและไม่มีสิ่งของชิ้นใดที่ซับซ้อนเกินกว่าจะผลิตหีบเดินทางเพื่อบรรจุได้ เห็นได้จากการรังสรรค์ ‘trunk bed’ ให้กับนักสำรวจ Pierre Savorgnan de Brazza ใช้เดินทางในปี 1905 หรือหีบที่วิจิตรหรูหราสำหรับใส่เดรส สูท หรือเครื่องแป้งสำหรับคนดังในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่รังสรรค์ขึ้นให้ Jeanne Lanvin และ Paul Poiret ขณะเดียวกัน เหล่าคนสำคัญและนักเขียนต่างก็มาที่ Louis Vuitton เพื่อสั่งหีบแบบ custom สำหรับใส่หนังสือและอุปกรณ์เครื่องเขียน ไม่ว่าจะเป็น Ernest Hemingway และ Françoise Sagan ส่วนงาน collaboration กับอาร์ทิสต์และเหล่าบรรดาคนครีเอทีฟต่างๆ ก็มีให้เห็นผ่านโปรเจ็กต์สุดอลังการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นลายผีเสื้อ หีบ ‘Studio in a Trunk’ ของ Cindy Sherman และ ‘Boxing Trunk’ ที่ทำขึ้นร่วมกับ Karl Lagerfeld เพื่อเฉลิมฉลองโปรเจ็กต์คอลแลบผ่านลวดลายโมโนแกรมในปี 2014 

ทุกวันนี้ Asnières Atelier ยังคงรังสรรค์ผลงานจากออเดอร์พิเศษสำหรับกระเป๋าเดินทางแบบ hard-sided และชิ้นสำคัญที่เป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ ตั้งแต่หีบเดินทางสำหรับใส่เสื้อผ้า ชุดเครื่องทำค็อกเทล นาฬิกา และน้ำหอม ไปจนถึงชิ้นที่บรรจุของที่ละเอียดอ่อนบอบบางอย่าง เช่น กล่องใส่เกมและเคสสำหรับใส่เครื่องประดับ

Malle Fleurs งานสร้างสรรค์ชิ้นเล็กที่เพิ่มวัสดุกันน้ำด้านในสำหรับใส่ดอกไม้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่โดย Virgil Abloh ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์เสื้อผ้าสุภาพบุรุษของ Louis Vuitton ในโชว์คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2020 โดยลายโมโนแกรมถูกนำมาตีความใหม่ในไซส์ที่ใหญ่ขึ้นพร้อมมิติจากผิวสัมผัสแบบนูน ซึ่งยิ่งขับให้ดอกไม้สวยเด่นยิ่งขึ้น ส่วนหีบไอคอนิกรุ่นอื่นๆ เช่น picnic box ที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก็ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นหีบสำหรับใส่สัมภาระที่คนยุคมิลเลเนียลต้องการ ขณะที่ monogram eclipse sneaker box โดดเด่นด้วยดีไซน์คล้ายกับตู้โชว์รองเท้าคู่ไอคอนิก และ Malle Maison Vivienne บ้านตุ๊กตาพกพาที่เป็นหีบบรรจุ Vivienne มาสคอตตัวใหม่ของ Louis Vuitton

ตัวอย่างเหล่านี้คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงการพัฒนาเทคนิค savoir-faire ของ Louis Vuitton และนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ hard-sided ด้วยวิสัยทัศน์และการตอบโจทย์ความต้องการในการเดินทางของ Louis Vuitton จึงยังคงสามารถทลายขีดจำกัดใหม่ได้เรื่อยๆ ความคิดสร้างสรรค์สุดบรรเจิดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากเทคนิคและความเข้มข้นจากบรรทัดฐานของเทคนิค savoir-Faire ที่ Asnières Atelier ผสมผสานขนบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคและเทคโนโลยีล่าสุด อย่างการพิมพ์แบบสามมิติ ได้เนรมิตกล่องใส่ข้าวของระดับตำนานห่อหุ้มอย่างประณีตแบบประเมิณมูลค่าไม่ได้ของเคส FIFA World Cup ปี 2018 ซึ่งชัยชนะนั้นไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของ Louis Vuitton อย่างแท้จริง