Posts

5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ

ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงขึ้นปีใหม่ 2562 ก็มีร้านเปิดใหม่มากมาย ที่อ้าแขนรอต้อนรับลูกค้าอย่างเราๆให้ลองไปเปิดประสบการณ์ ณ สถานที่เหล่านั้นดูสักครั้ง เราจึงรวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคลับที่พึ่งเปิดให้บริการสดๆร้อนๆจำนวน 10 ร้านทั่วกรุงเทพฯ ให้คุณได้ลองไปใช้เวลายามว่างตอนค่ำนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ฟังเพลงเพราะๆ หรือมีมื้ออาหารอันแสนอร่อยกับคนใกล้ชิดของคุณ

เราเชื่อว่าต้องมีสักร้านที่เข้าตา…จนคุณต้องชวนเพื่อนไปซ้ำอีกหลายรอบอย่างแน่นอน

Pirate Arena

จาก Seenspace ได้ปรับโฉมมาเป็นเรือโจรสลัดกลางทองหล่ออย่าง Pirate Arena เป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยวที่ใหม่จำนวน 3 ขั้น บรรยากาศของร้านในแต่ละชั้นจะมอบประสบการณ์ดีๆให้กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณได้ ชั้นแรกคือ Pirate Saloon เบียร์และวิสกี้บาร์ที่ตกแต่งราวกับกำลังนั่งอยู่กลางมหาสมุทรใต้ท้องเรือ มีอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดีสารพัดเมนูให้เลือกทาน ชั้น 2 เป็น Pirate Bazaar ที่จะมีโซนอาหารและร้านไวน์พร้อมดนตรีแจ๊สเพราะๆ ส่วนชั้น 3 คือ Fallabella Luxe ที่เที่ยวในตำนานที่กลับมามอบความสนุกและสีสันในยามค่ำคืนให้ทุกคนอีกครั้ง ต้องลองสัมผัสความพิถีพิถันของการปรุงและจัดอาหาร รวมถึงความสร้างสรรค์ของเมนูค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆด้วยตัวเองสักครั้ง

สถานที่:
ทองหล่อ ซอย 13
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
18.00 – 02.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 083-639-9919

Pink Flamingo by Prelude

ค็อกเทลบาร์แห่งนี้ซ่อนตัวอยู่หลังร้านอาหาร Prelude การตกแต่งภายในร้านเป็นธีมเรโทรยุค 80’s ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกิจกรรมและดนตรีในสมัยนั้น มีนกฟลามิงโกสีชมพูแสนน่ารักรายล้อมไปทั่วร้าน ให้บรรยากาศราวเป็นเป็นทรอปิคอลบาร์ใจกลางทองหล่อเลยก็ว่าได้ สำหรับเมนูค็อกเทล คิดค้นและสร้างสรรค์โดยหัวหน้าบาร์เทนเดอร์จากสถาบัน Culinary Institute of America (CIA) ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจทั้งรสชาติและหน้าตา เช่น Angel Pink (350 บาท) ที่มีส่วนผสมของจิน ไซรัปดอกเอลเดอร์ และชิโซะแดง Mystery Box (350 บาท) ค็อกเทลตามใจบาร์เทนเดอร์ ซึ่งถ้าใครอยากลุ้นว่าบาร์เทนเดอร์จะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนให้เรา เมนูนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

สถานที่:
ชั้น 2 Arena 10 ทองหล่อ ซอย 10
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ทองหล่อ)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 24.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 061-384-1067

Koi Restaurant & Lounge

ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นบนชั้น 39 อาคาร Sathorn Square แห่งนี้เป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทย โดย Koi เป็นที่กล่าวขานมาอย่างยาวนานในระดับโลก มีสาขามากมายทั้ง ลาสเวกัส ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก อาบูดาบี และประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่อาหารและเครื่องดื่มสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นเลิศ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ ห้องอาหาร และ เลานจ์ ตกแต่งอย่างทันสมัย ด้านในร้านมีมุมกระจกที่สามารถเห็นวิวกรุงเทพได้อย่างถนัดตา นอกจากนี้ยังมีเพลงแจ๊สเล่นคลอเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆ อีกด้วย

สถานที่:
ชั้น 39 อาคาร Sathorn Square สีลม
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: ช่องนนทรี)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
18.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-258-1590

ABar & ABar Rooftop

บาร์ทั้งสองแห่งนี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างกัน โดย ABar เป็นอินดอร์บาร์ที่ตกแต่งในสไตล์เรโทรเท่ๆ ผสมผสานระหว่างยุควิกตอเรียและช่วงยุค 30’s ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มเป็นหลัก มีระเบียงที่สามารถออกไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวของสวนเบญจสิริได้ ส่วน ABar Rooftop ตกแต่งออกมาในลักษณะโมเดิร์นและสบายๆมากกว่า ความพิเศษของบาร์บนดาดฟ้าโรงแรมแห่งนี้เป็นบาร์จิน ที่มีมากกว่า 55 ชนิด ซึ่งแต่ละเมนูผ่านการคิดและทดลองสูตรมาแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้านคือ G&T No.3 (425 บาท) มีส่วนผสมของจิน Martin Miller และโทนิก Fever-Tree Mediterranean ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทานได้นานาชนิดที่ จึงมั่นใจได้ว่ารสชาติค็อกเทลอร่อยๆ และบรรยากาศเมืองกรุงสวยๆ จะทำให้มีค่ำคืนที่ดี

สถานที่:
ชั้น 37-38 โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park สุขุมวิท ซอย 22
(สถานี BTS ที่ใกล้ที่สุด: พร้อมพงษ์)

เวลาเปิดทำการ:
17.00 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 02-059-5999

Asia Today

บาร์แห่งนี้เกิดขึ้นจากทีมผู้ก่อตั้ง บาร์ Teen of Thailand ที่ต้องการเน้นความสำคัญของวัตถุดิบที่ใช้ในเครื่องดื่มเมนูต่างๆ โดยใช้น้ำผึ้ง สมุนไพร ฯลฯ จากท้องถิ่น ที่ทีมเจ้าของเดินทางไปหามาด้วยตนเองทั้งสิ้น ทำให้เมนูเครื่องดื่มจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังมีค็อกเทลพื้นฐานที่สามารถไปชิมได้อยู่เรื่อยๆ เมนูค็อกเทลส่วนใหญ่ใช้รัมเป็นเบส และตั้งชื่อตามวัตถุดิบหลักที่ใช้ เช่น ใบหูเสือ (360 บาท) หรือ Wild Honey Khao Yai (360 บาท) หากได้คุยกับบาร์เทนเดอร์เรื่องเครื่องดื่มนานาชนิดที่คุณสั่ง จะได้ทราบเรื่องราวของวัตถุดิบเบื้องหลังอันน่าสนใจอย่างแน่นอน

สถานที่:
ซอยนานา ถนนเจริญกรุง
(สถานี MRT ที่ใกล้ที่สุด: หัวลำโพง)

เวลาเปิดทำการ:
อังคาร – อาทิตย์
19.30 – 01.00 น.

ติดต่อร้าน:
โทร 097-134-4704

 

Related Post

The Family I Dream of ครั้งแรกที่น็อต – วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ตกปากรับคำมาขึ้นปกนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์

ครั้งแรกที่น็อตวิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ตกปากรับคำมาขึ้นปกนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์ พร้อมชมพู่อารยา เอ ฮาร์เก็ต ภรรยาคนสวย พ่วงด้วยน้องสายฟ้า และน้องพายุ (ติดตามแฟชั่นเซ็ตสวยๆ ของชมพู่ได้ในนิตยสารลอฟฟีเซียลฉบับเดือนเดียวกันบนแผง) เราจึงอดไม่ได้ที่จะนั่งสัมภาษณ์เขาแบบเจาะลึกเรื่องราวในใจของชายผู้ยืนยันว่า ผมอยากมีลูกมาโดยตลอด” 

สามปีที่สร้างครอบครัวร่วมกับภรรยาคนสวย และอีกกว่าเจ็ดปีที่คบหาดูใจกันก่อนตัดสินใจร่วมสร้างครอบครัวที่น็อตเฝ้าฝันมาตลอด ในวันนี้น้องสายฟ้าและน้องพายุอายุได้ขวบกว่าแล้ว ฝาแฝดคู่นี้นำพาทั้งรอยยิ้มและความสุขมาสู่ครอบครัวรังษีสิงห์พิพัฒน์ในแบบที่น็อตต้องการอย่างแท้จริง

ชีวิตเปลี่ยนไปขนาดไหนบ้าง ?
หลังจากมีลูก เล่าให้ฟังหน่อย

เปลี่ยนไปเยอะมาก เอาง่ายๆ คือทุกวันนี้เลิกงานก็อยากจะพุ่งกลับบ้านมาอยู่กับลูกเท่านั้น มันชัดเจนมากทีเดียว ยิ่งตอนไปทำงานต่างประเทศนี่ยิ่งอยากจะจัดสรรวันทำงานให้กระชับที่สุดเพื่อที่จะได้รีบกลับมาเล่นกับเขา จากเมื่อก่อนที่จะอยู่เที่ยวต่อสักวันสองวันก็ยังดี เดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว เพราะลูกเป็น priority ของผม เมื่อก่อนเคยอยากดูเมือง ตอนนี้อยากกลับบ้านมาอยู่กับลูกมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วการอยู่กับเขาก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการแค่ได้ยินเสียง ได้เห็นหน้า ได้กอด ได้หอม ได้อุ้ม ได้เห็นเขาวิ่งไปรอบโต๊ะเวลาที่ผมกินอาหารเช้า นั่นก็พอแล้วครับ

นั่นคือความสุขในปัจจุบัน

เป็นความสุขที่ได้เห็นพัฒนาการของเด็กน่ะครับ บางครั้งไปทำงานต่างประเทศห้าหกวัน กลับมาอีกทีคือเขาเปลี่ยนไปแล้ว เราก็รู้สึกตะลึงว่าคิดดูนะ จากเด็กที่เอาแต่นอนอย่างเดียว กลายเป็นลุกขึ้นนั่ง แป๊บเดียวคือนั่งตัวตรงกินข้าวกับเราได้แล้ว แล้วต่อมาก็ดันตัวเองจากท่านั่งขึ้นมาท่ายืน สักพักก็เดิน จากเดินเป็นวิ่ง ผมอยากจะอยู่กับเขาในทุกช่วงพัฒนาการของเขาจริงๆ ครับ

คิดว่าเมื่อลูกโตขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะคาดหวังอะไรกับความเป็นตัวเขาขนาดไหน ?

คาดหวังแค่ว่าอยากจะให้เขาไปได้ดีที่สุดเท่าที่ศักยภาพเขาพอไปได้ คนเป็นพ่อมีหน้าที่สนับสนุนเขา ติดอาวุธให้เขามีทักษะต่างๆ ติดตัว ไม่ได้บังคับว่าให้เขาอยากเป็นอะไร
แต่จะให้โอกาสเขาเลือกด้วยตัวเอง จะเป็นอะไรก็ได้ แต่ขอให้เป็นคนดีของสังคมเท่านั้นเอง เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าเขาจะเติบโตมาเป็นอย่างไร ตัวผมมีความสุขกับการทำงาน กับการมีครอบครัว ดังนั้นในเมื่อผมไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร อยากทำอะไร ผมจึงอยากแค่ให้เขามีความสุข ได้ทำสิ่งที่เขารัก เท่านั้นก็พอ

บอกหน่อยได้ไหมว่าเคล็ดลับในการใช้ชีวิตให้มีความสุขคืออะไร ?

เอาจากประสบการณ์ของผมนะ ผมคิดว่าตัวเองมีความสุข ผมมองว่าการแบ่งเวลาเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง และการดูแลสุขภาพสำคัญอันดับสอง ดังนั้นคุณจึงต้องแบ่งเวลาเพื่อดูแลสุขภาพด้วย เพราะสุขภาพเป็นสิ่งที่เป็น asset ของเราจริงๆ ส่วนตัวผมจะพยายามตื่นเช้ามาออกกำลังกาให้ได้ทุกวัน เวลาทำงานผมก็เต็มที่กับงาน พอเลิกงานผมก็เต็มที่กับครอบครัว สิ่งสำคัญอันดับสามคือเราต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ทุกวันนี้เรียนรู้ง่ายมากจริงๆ ข้อมูลมันเยอะแยะไปหมด ดังนั้นสิ่งที่ผมพยายามทำทุกวันคืออ่านเยอะๆ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ให้เยอะๆ และสิ่งสำคัญอันดับสุดท้ายคือคุณต้องมีทัศนคติด้านบวก ผมเชื่อเสมอเรื่อง action – reaction หรือทำดีได้ดี ดังนั้นทำดีไปเถอะ มันจะตอบแทน
กลับมาในสิ่งที่คุณไม่ได้คาดหวังครับ

เคยกลัวที่จะมีลูก หรือมีความคิดประมาณว่าหวงชีวิตโสดบ้างไหม ?

ส่วนตัวผมคืออยากจะมีลูกอยู่แล้ว ถ้าผมจะแต่งงานนั่นแปลว่าผมจะมีลูกเลย ผมจึงเตรียมพร้อมตลอดเวลา ตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด ผมก็คิดแล้วว่าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนไหน อะไรแบบนั้น ผมไม่เคยกลัวการมีลูกเลยนะ บางคนอาจจะหวงชีวิตโสด ยังอยากเที่ยวอยู่ กลัวมีลูกแล้วไม่ได้เที่ยว แต่ผมไม่กลัวเลย เพราะผมทำมาหมดแล้ว ผมแต่งงานตอนอายุ 38 แล้ว ผมเที่ยจนอิ่มแล้วจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ ผมอยากจะจูงลูก อยากจะมีลูกมาตั้งนานแล้วจริงๆ

เริ่มรู้สึกว่าอยากมีลูกตั้งแต่เด็กเลยเหรอ รู้ตัวเร็วขนาดนั้นเลยไหม ?

ไม่ขนาดนั้นครับ แต่หลังจากที่ผมคบกับชมไปได้สักสี่ห้าปีผมก็รู้สึกว่าคนนี้ใช่ ชมเป็นผู้หญิงไม่จุกจิก ไม่ดราม่า เป็นคนแมนๆ ชอบก็บอกชอบ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ และเวลาไปเที่ยวด้วยกันเราก็ชอบเหมือนกัน กินเหมือนกัน สไตล์การใช้ชีวิตคล้ายกัน ทำให้ผมรู้ว่าเราอยู่ด้วยกันได้จริงๆ ผมไม่คิดอะไรแล้ว รู้เลยว่านี่คือเวลาที่ผมจะต้องมีครอบครัวที่แท้จริงแล้ว และในเมื่อผมกับชมผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก เราสองคนไม่ได้อยู่กันได้ด้วยความโรแมนติก แต่เราเป็นเหมือนเพื่อนสนิท คุยกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษาเรื่องงานกันได้ และที่สำคัญเราสองคนรู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าเรามีปัญหาอะไร เรารู้ว่าเขาจะอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา มันพอแล้วจริงๆ

 

Related Post

Gucci Gift Giving Campaign ในช่วงเทศกาลของขวัญสำหรับคริสมาสและปีใหม่นี้

Gucci เปิดตัวแคมเปญสำหรับเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลของขวัญสำหรับคริสมาสและปีใหม่นี้ ด้วยสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่จิวเวลรี่ กระเป๋าถือ รองเท้า น้ำหอม ของตกแต่งบ้าน ไปจนถึงเสื้อผ้าเด็กจาก Gucci กิจกรรม พร้อมด้วยหนังทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะ จุดเด่นของแคมเปญ Gift Giving นี้คือหนังโดยฝีมือของ Petra Collins ที่ถ่ายทำที่ Le Roi ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์และสถานที่เต้นรำและในเมืองตูริน (หรือที่รู้จักกันดีในนามของ Sala da Ballo Lutrario หรือห้องบอลรูม Lutrario) เปิดทำการเมื่อปี 1926 การตกแต่งภายในได้รับการออกแบบใหม่โดยสถาปนิก นักออกแบบ และช่างภาพชาวอิตาเลียนชื่อ Carlo Mollino ในช่วงปี 60 เนื้อหาในหนังจะแสดงให้เห็นถึงงานปาร์ตี้สไตล์บอลรูมอันหรูหราแลดูมีเสน่ห์น่าหลงใหล ผู้คนที่มาร่วมงานกำลังเต้นรำ กิน ดื่ม และร่วมเคาน์ดาวน์สู่ปีใหม่ไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน  เป็นภาพอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ ความสนุกสนานและความทรงจำที่หวนให้คิดถึงวันเก่าๆ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของเทศกาลแห่งการให้ของขวัญอย่างชัดเจน

ในส่วนของ Gucci แอพพลิเคชั่นนั้น ทาง Gucci ได้นำเนื้อหาแบบอินเตอร์แอ็คทีฟมาเป็นตัวชูโรงเพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าใหม่ให้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทั้งยังช่วยโปรโมทจิตวิญญาณของการให้ของขวัญในช่วงเทศกาล ผ่าน Gucci Gift Box ซึ่งเป็นการนำเสนอของขวัญอีกวิธีหนึ่ง เพียงแค่ผู้ใช้เขย่ามือถือ ก็จะได้พบกับของขวัญใหม่ๆที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ซึ่งสามารถสั่งซื้อผ่านแอพได้อย่างง่ายดายและทันใจ นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์  Gucci.com ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วยเช่นกัน

ที่น่าสนใจอีกส่วนหนึ่งของ Gucci แอพก็คือ Photo booth ที่ผู้ใช้สามารถถ่ายสติกเกอร์ตัวเองและเพื่อนๆกับฉากหลังที่เป็นงานปาร์ตี้อันเต็มไปด้วยพร็อพมากมายอยู่ด้านหลัง เช่น ลูกโป่ง แก้วแชมเปญ หมวก แตร และเครื่องประดับต่างๆของ Gucci อาทิ กระเป๋า รองเท้าและอื่นๆอีกมากมายที่ผู้ใช้สามารถเลือกมาใช้ในการถ่ายรูปสติกเกอร์ได้ นอกจากนั้นยังมีวอลเปเปอร์ลวดลายเก๋ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนได้เลือกดาวน์โหลดไปเป็นภาพหน้าจออีกมากมายเช่นกัน   แคตตาล็อคออนไลน์แบบอินเตอร์แร็คทีฟนี้ยังถูกใส่ไว้ในเว็บไซต์ Gucci.com เพื่อเพิ่มช่องทางและความหลากหลายให้กับลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าด้วย

Related Post

Design & Desire สำหรับสุภาพบุรุษ กลิ่นหอมคือหัวใจสำคัญในการคอมพลีตลุค

Related Post 5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ… พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง… ROLEX TESTIMONEES ในโลกแห่งภาพยนตร์… “Hellboy” ฉบับเรทอาร์ ผ่านมุมมอง “ไมค์ มิกโนล่า” บ… น้อย – กฤษดา สุโกศล แคลปป์ Creative Director… Sex Education Season 2 เริ่มถ่ายทำแล้ว! โดยมีกำหนด… หมั้นแล้วจ้า !! Jennifer Lopez สวมแหวนหมั้นกับอดีต… หน้าร้อนนี้ จะลุกเป็นไฟกับ TOGETHER FESTIVAL 2019…

Related Post

ไอเทมคู่ใจที่ผู้ชายทุกคนควรมี

ค้นพบสไตล์ที่ใช่กับนาฬิกา Timex Collection 2018 ไอเทมคู่ใจที่ผู้ชายทุกคนควรมี!!

Timex Easy Reader® Signature Edition

นาฬิกา Timex แบรนด์ฮิตตลอดกาลจากอเมริกา กลับมาคราวนี้ด้วยลุคใหม่ เอาใจสายแฟชั่นมากขึ้น  เปิดซีซั่นแบบอุ่นเครื่องเบาๆ ด้วย Timex® Easy Reader Collection ต้อนรับสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ด้วยเทรนด์มินิมอลสายหนังคลาสสิกที่ยังคงฮิตอยู่ในกระแสแบบต่อเนื่อง มาพร้อมด้วยนวัตกรรมหนึ่งเดียวของโลกเฉพาะที่ Timex เท่านั้น กับ INDIGLO® Night-Light สำหรับอ่านค่าตอนกลางคืนอย่างแม่นยำ สำหรับใครที่ชอบความเรียบง่าย แค่แมทช์กับเชิ้ตขาวตัวเดียวก็เอาอยู่แล้ว

 

Expedition® MK1 Aluminum Chronograph

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Expedition® MK1 เป็นคอลเลกชันยอดฮิตตลอดกาลของเรา โดยครั้งนี้เรากลับมาพร้อมความเท่ และล้ำมากกว่าเดิมด้วยหน้าปัดโครโนกราฟและตัวเรือนอลูมิเนียมที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง แต่มีขนาดเบา ทำให้เหมาะกับการสวมใส่ติดตัวในทุกๆวัน  มาพร้อมสายไนลอนที่มีความยืดหยุ่นได้ดี และทนทานแบบสุดๆ มีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ดำ น้ำเงิน และเขียว  ใครชอบสีไหนเลือกสีที่ใช่แล้วพร้อมลุยได้เลย!

ใครที่สนใจ Show Now! ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Watch Else Shop ทุกสาขา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือ Official Online Store: Line @WatchElseShop  /  www.facebook.com/timex thailand

Related Post

BOSS Menswear Pre-Fall 2018 คอลเลกชั่นที่เห็นแล้วขอวันลาเพิ่มเถอะ!!!

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแคปซูลคอลเลกชั่น  มาจากวันหยุดพักผ่อนชัวร์ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์ ทรงเสื้อ หรือสีที่เลือกใช้ก็ชัดเจนไม่มีกั๊กว่า Ingo Wilts ดีไซเนอร์ของ Boss คิดถึงการพักผ่อนที่สุด และการพักผ่อนของเขาก็ไม่ใช่แค่การนอนเล่นอยู่บ้าน เพราะเราแทบจะได้ยินเสียงคลื่นของชายหาด ภาพต้นไม้เขียวชะอุ่ม และลมพัดสบายๆ ในแบบเขตร้อนจากสไตล์เสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ได้อย่างดี

(ผ้าเดนิมปักลายต้นปาล์มริมทะเลจากคอลเลกชั่น BOSS Menswear Pre-Fall 2018 )

ชื่อ HIGH SUMMER COLLECTION ของแคปซูลคอลเลกชั่น BOSS Menswear Pre-Fall 2018 นี้สรุปความให้แน่ใจว่าเราเดาถูกแล้ว เพราะเมื่อกล่าวถึงฤดูร้อน ใครๆ ก็นึกถึงฤดูแห่งความสดชื่นจากการพักผ่อน (บางทีก็สงสัยว่ามีแต่คนไทยเราเท่านั้นใช่ไหมที่ปาดเหงื่อและ
รอให้ฤดูหนาวมาถึง!) และสำหรับคนทั่วโลก สีสันและลวดลายที่เป็นสัญลักษณ์ของธรรมชาติในพื้นที่เขตร้อนชื้นของเรานี่ล่ะ ที่ทำให้พวกเขาคิดถึงการผ่อนคลายที่สุด

ถ้าใครติดตามอินสตาแกรม @ingowilts และเห็นการพักผ่อนของเขาบนชายหาดของโปรตุเกสเมื่อปีก่อนและทริปพม่าเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว
ก็คงจะร้องอ๋อเมื่อเห็นแคปซูลคอลเลกชั่นนี้ ที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของการพักผ่อนแถว ประเทศ เขตร้อน ทั้งอากาศ วิถีชีวิต และการเดินทาง

(เสื้อคลุมทรงสปอร์ตเหมือนนักปีนเขา จากคอลเลกชั่น BOSS Menswear Pre-Fall 2018 )

 

เกริ่นมาขนาดนี้ ลุคแคชวลของคอลเลกชั่น BOSS Menswear Pre-Fall 2018  คงขาดองค์ประกอบที่ดู “ซัมเมอร์” สุดๆ ไม่ได้แน่ เราจึงเห็นลายพิมพ์จำพวกใบปาล์ม (ที่แค่เห็นก็ได้ลมร้อนริมทะเลแล้ว) สองแบบ และลายซิกแซกแนวนอนที่ดูสดใส  ส่วนเนื้อผ้าก็จะเน้นความโปร่งสบาย    สมชื่อ  HIGH SUMMER COLLECTION อย่างผ้าเจอร์ซีย์ ผ้าลินิน นิตแวร์น้ำหนักเบา และเสื้อเชิร์ตแบบสบายๆ ตามคีย์เวิร์ดของ
คอลเลกชั่นที่เน้นรูปทรงหลวม เพื่อให้มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามใจชอบ

(เสื้อเชิร์ตลายใบปาล์ม บวกกับลวดลายซิกแซ็ก ดูมีสีสันแห่งประเทศเขตร้อนแบบบ้านเรา)

(ลวดลายเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่นนี้ จับมาใส่กางเกงขาสั้นก็เท่ดี แถมแมตช์กับเสื้อนิตแวร์สีอิฐก็เข้ากัน)

(สีโทนเทาอ่อนและสีอิฐเป็นหนึ่งในตัวอย่างการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่คอลเลกชั่นนี้ตั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อบวกกับรองเท้าสีน้ำตาลและกระเป๋าลายเอกลักษณ์ของ HIGH SUMMER ก็ดูเท่ไม่หยอก)

แต่ไม่ใช่ว่าแคปซูลคอลเลกชั่น BOSS Menswear Pre-Fall 2018 จะต้องใส่ในวันพักผ่อนเท่านั้น เพราะยังมีลุคสำหรับวันทำงานของคุณ ซึ่งลุคในเมืองนี้ก็ไม่ได้น่าเบื่อ เพราะด้วยสีสันและรูปทรงของชุดก็ได้เกิดมาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มองชีวิตในเมืองเป็นเหมือนสนามทดลองและพื้นที่สำรวจ คอลเลกชั่นนี้จึงรวมเอารายละเอียดที่คาดเดาไม่ได้ทั้งสีสันและรายละเอียดต่างๆ อย่างเสื้อคลุมลุคสปอร์ตที่ให้อารมณ์เหมือนจะไปปีนเขา ด้วยลวดลายซิกแซก ริบเทป รวมถึงเส้นสายจากการใช้เชือก

BOSS Menswear Pre-Fall 2018 วางจำหน่ายที่ Boss ทั้งสามสาขา

WRITER : JOMKAEW VISETCHOLAHAN

 

Related Post

อัพเดทคอลเลคชั่นล่าสุด : GIVENCHY FASHION WEEK HC 2018

L’Officiel Hommes Thailand อยากชวนคุณติดตามอัพเดท GIVENCHY FASHION WEEK HC 2018 ไปพร้อมกันได้ที่นี่

#GivenchyCoutureFW18

@givenchyofficial and @clarewaightkeller

 

Related Post

Fashion new wave กับผลงานออกแบบล่าสุดจากนิสิต มศว

Related Post BOSS Menswear Pre-Fall 2018 คอลเลกชั่นที่เห็นแล้ว… Message from Milan Tom Ford S/S 2019 เรียบหรูตามสไ… The Family I Dream of ครั้งแรกที่น็อต – วิศร… Gucci Gift Giving Campaign ในช่วงเทศกาลของขวัญสำหร… ไอเทมคู่ใจที่ผู้ชายทุกคนควรมี… อัพเดทคอลเลคชั่นล่าสุด : GIVENCHY FASHION WEEK HC … อัพเดทรวมทุกลุคล่าสุด Dior Homme SS19… สไตล์การแต่งตัวของหนุ่มๆต้อนรับหน้าร้อน นี้ 2019…

Related Post

TOURBILLON DAY บริเกต์เดย์ อัจฉริยะแห่งวงการนาฬิกาผู้คิดค้นระบบ ”ตูร์บิยอง”

TOURBILLON DAY

วันนี้เป็นวันครบรอบ 217 ปีของการคิดค้นระบบ Tourbillon สำหรับนาฬิกา เป็นผลงานการคิดค้นระบบกลไกนาฬิกาที่ซับซ้อน ซึ่งอับราฮัม – หลุยส์ บริเกต์ ได้สร้างสรรค์ไว้ให้แก่วงการนาฬิกา บริเกต์ ได้จดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ ” ตูร์บิยอง” ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ 1801 

ระบบ ” ตูร์บิยอง” ของบริเกต์ นี้นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำหน้าของยุคสมัยนั้น ใช้ระบบการทำงานด้วยการหมุนอย่างสม่ำเสมอของตูร์บิยอง ช่วยชดเชยแรงดึงดูดของโลกที่มีอิทธิพลต่อนาฬิกาได้ บริเกต์ หาวิธีแก้ไขปัญหานี้โดยการนำอุปกรณ์ต่างๆทุกชิ้นเฟืองที่ที่ควบคุมการทำงานของนาฬิกาเข้าไปรวมไว้ในกรงตูร์บิยอง ที่หมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบในหนึ่งนาทีพ ช่วยลดอัตราความไม่เที่ยงของการเดินที่มักเกิดขึ้นอยู่เสมอ   

 

 อับราฮัม-หลุยส์ บริเกต์  ผลิตนาฬิการะบบใหม่นี้ได้ 36 เรือน(ระหว่างปี ค.ศ 1805 – 1828 )จนเขาเสียชีวิต ปัจจุบันมีเพียง 10 เรือนที่หลงเหลืออยู่ ในวาระแห่งการครบรอบในวันที่ 26 มิถุนายนศกนี้ จะได้มีการจัดแสดงนาฬิกาพกตูร์บิยอง No.1188 ซึ่งจำหน่ายให้กับ Don Antonio de Bourbon เจ้านายชั้นสูงในราชวงศ์สเปน เป็นชิ้นเอกแสดงในส่วนพิพิธภัณฑ์ของ The House of Breguet ในซูริค นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาพกตูร์บิยอง No. 1176 ที่จำหน่ายโดย อับราฮัม – หลุยส์ บริเกต์ ในปีค.ศ.1809 และ No. 2567 ที่ขายในปีค.ศ.1812 จัดแสดงอีกด้วย

Related Post

Message from Milan Tom Ford S/S 2019 เรียบหรูตามสไตล์อีกตามเคย

Tom Ford S/S 2019

ไม่ได้มีโชว์บนรันเวย์ แต่มีเดียและบายเออร์ทั้งหลายได้ถูกเชิญให้ชมคอลเลกชั่นอย่างใกล้ขิดที่มิลาน แบรนด์นี้มีชื่อเสียงเรื่องการสร้างสรรค์เนื้อผ้า เครื่องหนัง รวมทั้งแว่นตาต้องบอกว่าหยิบชิ้นไหนมาก็ไม่พลาดและดูหรูหรา แม้แต่ลุคกลางวันที่เป็นโทนสีพีชและสีเบจ น่าสนใจมากสำหรับคนผิวแทนหรือผิวสีเข้ม แต่ก็มีเฉดสีพีชที่เข้มขึ้นมานิดเหมาะกับคนเอเชียผิวอมเหลือง ทั้งราวมีแจ็คเกตเรียงไว้นับ 10 ไล่เฉดสีพีชเข้มอ่อนสวยขาดใจ 

แต่ชุดกลางคืนเป็นแจ็คเกตเนื้อผ้าพิเศษดูเป็นลายน้ำแบบสามมิติ แค่เนื้อผ้าก็โมเดิร์นดูหรูหราไม่ต้องพึ่งการปักประดับใดๆ

ยิ่งกว่านั้นเนื้อผ้าทั้งหมดจะเบา สวมสบายเหมาะกับฤดูร้อน แม้แต่เทรนช์โค้ทสีเบจแต่พลิกปลายแขนขึ้นเป็นหนังสีดำ ตัดขอบด้านนอกและไลนิ่งข้างในเป็นหนังนิ่มสีดำ ไม่ต้องกลัวจะร้อนหรือใส่ไม่สบาย วัสดุเหล่านี้เลือกมาเพื่อฤดูร้อน เป็นโค้ทตัวบางที่ต้องมีสำหรับอากาศฤดูใบไม้ผลิ

ส่วนรองเท้ามีทั้งรองเท้าหุ้มส้นหนังนิ่ม บางดีไซน์สามารถเหยียบส้นทบลงเป็นรองเท้าแบบสลิปเปอร์ได้ รวมทั้งรองเท้าแตะที่มีแบบรัดส้นสวยงาม 

สำหรับ Tom Ford เราเดินเข้าไปหยิบชิ้นไหนก็ไม่มีผิด ไม่ต้องคิดหนักว่าจะใส่ยากหรือเปล่า เพราะทุกดีไซน์คือความโก้ ความหรูหราที่เนื้อวัสดุ ซิลลูเอทที่เพรียวแต่ไม่รัดแน่นอึดอัด นี่คือหนุ่มโก้ของฤดูร้อนปีหน้า

Related Post