Posts

Spring 2022 Menu at KINU BY TAKAGI

แม้จะเป็นอีกครั้งของฤดูใบไม้ผลิที่ชวนให้เราคิดถึงญี่ปุ่นกันโดยยังไปเยือนไม่ได้ และซากุระของปีนี้ก็คงต้องโรยราไปโดยที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่มีโอกาสเข้าไปชมในประเทศญีปุ่น แต่เราสามารถสัมผัสรสชาติอาหารประจำฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นได้ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (KINU BY TAKAGI) ภายใต้การดูแลของเชฟโนริฮิสะ มาเอดะ แต่ขอเบรคก่อนสำหรับคนที่อยากจะไปชิมในวันวาเลนไทน์นี้ คือห้องอาหารปิดวันจันทร์-อังคาร นอกเสียจะเหมาทั้งห้องให้เปิดในวันวาเลนไทน์(กรุณาสอบถามกับทางโรงแรมเอง)


จริงๆ แล้วหลายคนก็คงคุ้นเคยกับ ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (KINU BY TAKAGI) ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ แต่กับเชฟโนริฮิสะ มาเอดะ ผู้ได้รับการชักชวนมากจากเชฟทาคากิ ให้มาดูแลห้องอาหารที่กรุงเทพฯ นี้อาจจะยังไม่เป้นที่คุ้นเคยกันเพราะเชฟมาถึงก็เกิดการลักปิดลักเปิดของห้องอาหารตามการระบาดของโควิด 19 แต่มาถึงวันนี้ก็เหมือนเป็นการเปิดตัวเชฟได้เป็นทางการเสียที แม้เชฟจะมาช่วยคิดเมนูเบนโตะจากห้องอาหารนี้จัดส่งไปตามสั่งจนต้องปิดรับออร์เดอร์เนื่องจากมีการสั่งมาจำนวนมากจนวัตถุดิบไม่พอในช่วงที่ห้องอาหารให้บริการไม่ได้ เรียกว่ารสมือเด่นมาแบบไม่ต้องอาศัยต้องรู้จักตัว เชื่อว่าหลายคนได้ชิมและชินกับรสชาติอาหารของฝีมือเชฟมาเอดะไปแล้วจากชุดเบนโตะ หรือได้มาที่ช่วงที่ห้องอาหารเปิดได้สั้นๆ ก็ได้มาเจอเชฟบ้างแล้ว
แต่มาวันนี้ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (KINU BY TAKAGI) คงได้เปิดบริการแบบไม่ต้องหยุดเป็นพักๆ อีก และเปิดตัวด้วยเมนูฤดูใบไม้ผลิปี 2565 ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบที่ดีที่สุดของฤดูกาลนำเสนอเป็นอาหารกลางวันและอาหารค่ำเสิร์ฟตามอย่างวิถีไคเซกิ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 (ขึ้นอยู่กับปริมาณวัตถุดิบที่จัดส่งมาจากญี่ปุ่น) ในวงเล็บนี้สำคัญเพราะจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุดิบที่ต้องส่งมาจากญี่ปุ่นเด็ดขาด แม้ส่วนหนึ่งของความตั้งใจของเชฟทาคากิคือการใช้เครื่องปรุงที่เป็นของท้องถิ่นมามีส่วนด้วย แต่เครื่อปรุงหลักก็ต้องมาจากญีปุ่นจริงๆ


ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมอย่างต่อเนื่องและรังสรรค์เป็นเมนูตามฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่นตามอย่างวัฒนธรรมด้านอาหารที่เรียกว่า “เคียว ริวริ” (Kyo-ryori) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งความมีรสนิยมในเรื่องประสบการณ์การการรับประทานอาหารญี่ปุ่น อาหารที่จัดอยู่ในประเภทเคียว ริวริ คือ อาหารที่เชฟนำเสนอความงามจากธรรมชาติของตัววัตถุดิบเอง รสชาติกลมกล่อมเกิดจากศาสตร์และศิลปะการปรุงอาหารของเชฟที่สามารถชูรสชาติของวัตถุดิบ โดยไม่เน้นการเติมเครื่องปรุงต่างๆ แต่อย่างใด และอาหารนั้นๆ ยังต้องมีความสดรับกับฤดูกาลต่างๆ ที่เป็นอยู่ในขณะนั้นๆ อาหารเคียว ริวริ จึงเป็นอาหารที่จะสร้างความสุขให้กับประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้รับประทาน

สำหรับฤดูใบไม้ผลิปี 2565 เชฟทาคากิภูมิใจนำเสนอวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีที่สุดของฤดูกาลนี้ซึ่งมาจากหลากหลายจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งจังหวัดฟุกุโอกะ วัตถุดิบที่โดดเด่นสำหรับเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิ อาทิ หอยฮามากุริ จากจังหวัดชิบะ เนื้อฮากาตะวากิว จากจังหวัดฟุกุโอกะ และ สตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอ จากจังหวัดฟุกุโอกะ เมนูประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2565 ซึ่งเชฟทาคากินำเสนอ ห้าคอร์สสำหรับมื้อกลางวัน และ สิบคอร์สสำหรับมื้อค่ำนั้นจะเป็นการนำผู้รับประทานเดินทางไปสู่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อท่องเที่ยวผ่านรสชาติความอร่อยของอาหารแต่ละคอร์สที่รังสรรค์ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์รับชมศิลปะการปรุงอาหารของเชฟโนริฮิสะ มาเอดะ ซึ่งเป็นหัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารญี่ปุ่นคินูบายทาคากิ

เนื้อฮากาตะวากิวจากฟุกุโอกะที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบประจำฤดูการใบไม้ผลินี้ เป็นเนื้อที่ได้มาจากวัวพันธุ์น้ำตาลและวัวพันธุ์ดำของญี่ปุ่น โดยได้รับการเลี้ยงด้วยฟางข้าวคุณภาพดีซึ่งเป็นข้าวที่ปลูกในจังหวัดฟุกุโอกะ และยังเลี้ยงด้วยธัญพืชนานาชนิด โดยวัวเหล่านี้เป็นวัวอายุ 20 เดือนขึ้นไป และเลี้ยงในสิ่งแวดล้อมที่ไร้ความตึงเครียดแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและทัศนียภาพที่งดงาม ซึ่งคุณค่าจากสารอาหารที่ได้รับจากธัญพืชเป็นเสมือนอาหารเสริมชั้นดีของวัวเหล่านี้ เพราะช่วยให้วัวเหล่านี้มีเนื้อวัวที่มีชั้นไขมันแทรกเสมือนลายหินอ่อน และ ยังเป็นตัวช่วยให้เนื้อวัวมีความนุ่มชนิดที่เรียกว่าละลายในปาก เนื้อฮากาตะวากิวจากฟุกุโอกะที่ทางห้องอาหารญี่ปุ่นคินูบายทาคากิคัดสรรมานำเสนอเป็นเนื้อวากิวที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งวากิวโอลิมปิค 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่เป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดฟุกุโอกะ คือ สตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอ ซึ่งเป็นสตรอเบอร์รี่ที่ปลูกเฉพาะในพื้นที่จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 15 ปี สตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของรูปทรงที่อวบ ผิวสีแดงสดเงางามเป็นประกาย เนื้อแน่นและมีความฉ่ำหวาน ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเก็บเกี่ยวสตรอเบอร์รี่พันธุ์นี้ คือ ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม เชฟมาเอดะและทีมของห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิจึงรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอสตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอซึ่งเป็นผลผลิตที่ดีที่สุดของปีให้แก่แขกทุกท่าน


จานแรกเครื่องปรุงหลักคือล็อบสเตอร์ญี่ปุ่น หรือ อิเสะ เอบิ ที่จะมีอยู่ในเมนูอาหารกลางวัน และ เมนูอาหารค่ำสำหรับเมนูฤดูใบไม้ผลิ โดยนำเสนอเป็นคอร์สแรก ล็อบสเตอร์ญี่ปุ่นที่มาจากชายฝั่งของเมืองชิบะกล่าวได้ว่าเป็นล็อบสเตอร์ญี่ปุ่นที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม และห้องอาหารนี้จะคัดสรรเฉพาะล็อบสเตอร์จากจังหวัดนี้เท่านั้น โดยเชฟนำล็อบสเตอร์มานึ่งในอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อยังคงรักษารสสัมผัสของล็อบสเตอร์ สำหรับจานนี้ทั้งเชฟทาคากิและเชฟมาเอดะต่างตั้งใจสร้างความสดชื่นให้กับต่อมรับรสเสมือนการเปิดประสาทสัมผัสโดยใช้กลิ่นของส้มยูสุเป็นกลิ่นสิ่งสร้างความสดชื่นและความเจริญอาหาร โดยนำน้ำส้มยูสุมาปรุงร่วมกับดาชิ ทำออกมาเป็นดาชิเจลลี่กลิ่นยูสุ และเสิร์ฟล็อบสเตอร์และกุ้งทะเลจากญี่ปุ่นในซอสดาชิเจลลี่กลิ่นยูสุนี้ พร้อมเติมเต็มสีสันของฤดูใบไม้ผลิลงในจานนี้ด้วยกลีบดอกเบญจมาศ และผักสีสวยงาม เพื่อสื่อถึงฤดูใบไม้ผลิและการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส จานนี้ต้องเรียกว่าสร้างความทึ่งจากวัตถุดิบหลักและเจลลีดาชิและส้มยูสุได้อย่างลงตัวที่สุด เนื้อกุ้งสดกรอบหวานมาก และทำสุกมากำลังดี คือน่าหลงใหลและชวนให้นึกถึงสีสันของฤดูใบไม้ผลิจริงๆ

ส่วนเนื้อฮากาตะวากิว จากฟุกุโอกะ เป็นเมนูที่มีอยู่ทั้งในเซ็ทมื้อกลางวัน และ เซ็ทมื้อค่ำ เชฟมาเอดะใช้ความพิถีพิถันและใช้ทักษะขั้นสูงตั้งแต่การเตรียมเนื้อ แขกทุกท่านจะได้เพลิดเพลินกับขั้นตอนย่างเนื้อด้วยเตาถ่านซึ่งเชฟมาเอดะต้องใช้ความใส่ใจในขั้นตอนนี้เป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้เนื้อวากิวที่มีความนุ่มกำลังดีสมคำร่ำลือว่า “ละลายในปาก” และเราก็ไม่ได้ผิดหวังจริงๆ คือได้ชมจากการจัดกระดับตกแต่งต่างๆ ของเนื้อที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะรับประทานด้วยการละเลียดเคี้ยวช้าๆ หอมกลิ่นควันไฟ กลิ่นไขมันเนื้อที่ย่างมาพอเหมาะพอดีเป็นความหอมที่ประทับใจ ส่วนรสสัมผัสนั้นต้องบอกว่าละลายในปากจริงๆ แค่จานนี้ก็ให้ประสบการณ์ที่เกินคุ้มแล้ว

สำหรับท่านที่รับประทานเซ็ทอาหารค่ำสิบคอร์ส ยังมีวัตถุดิบอีกหนึ่งชนิดที่ท่านไม่ควรพลาด นั่นคือ ชิราโกะจากปลาทาระ (ปลาคอด) ซึ่งเชฟมาเอดะสร้างสรรค์จานนี้ด้วยการนำชิราโกะทอดด้วยเทคนิคพิเศษ เสิร์ฟคู่กับเนื้อปลาคอด พร้อมซอสซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ โดยเมนูนี้จะนำเสนอเป็นคอร์สที่หกสำหรับมื้อค่ำ ซึ่งวัตถุดิบชนิดนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยของคนไทย แต่ใครที่ไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิที่ญี่ปุ่นอาจจะเคยทดลองรับประทานและติดใจมาแล้ว เทียบเคียงก็ประมาณฟัวการ์แต่มีความมันและความนิ่มมากกว่า ต้องให้เชฟฝีมือชั้นเลิศปรุงวัตถุดิบชนิดนี้ถึงจะควรค่าความหายาก ยากต่อการปรุงให้อร่อย และหาได้ยากไม่ใช่จะหาได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

วัตถุดิบบางอย่างที่อาจจะไม่ใช่วัตถุดิบหลักแต่ก็คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันอย่างวาซาบิ ที่เสิร์ฟมากับปลาดิบ ซึ่งเชฟแม้จะมาอยู่เมืองไทยไม่นานแต่เขาก็บอกว่าอย่าเอาวาซาบิที่เขาฝนสดๆ กันแผ่นหนังปลาฉลามใส่ลงในซอสโชยุนะ อย่างไรให้ตะเกียบตัดวาซาบิมาป้ายลงบนชิ้นปลาแล้วค่อยคีบเอาด้านเนื้อปลาจุ่มลงในโชยุแล้วรับประทาน ถ้าเราเอาวาซาบิไปละลายในโชยุจะทำให้เราไม่ได้รสชาติที่แท้จริงของวาซาบิ แล้วอย่างที่ทราบว่าหัววาซาบิจะเติบโตได้ดีในแหล่งน้ำที่สะอาดจริงๆ เท่านั้นจึงเป็นอาหารออร์แกนิคโดยธรรมชาติ รสชาติของวาซาบิแท้ๆ รสออกหวานจนสัมผัสได้แม้จะมีความขื่นและซ่าที่เราเรียกว่าเผ็ดโดดเด่น แต่วาซาบิแท้ต้องมีรสหวานแทรกและมีกลิ่นหอมฉุน ไม่ใช่มีแต่ความฉุนเผ็ดแบบวาซาบิผงที่เอามาละลายกับน้ำแล้วปั้นเป็นก้อนอย่างที่พบเห็นทั่วๆ ไป

ประสบการณ์การรับประทานอาหารตามอย่างวิถีไคเซกิ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ จะปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวาน ซึ่งนำเสนอสตรอเบอร์รี่พันธุ์อามะโอซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่น ความฉ่ำหวานของสตรอว์เบอร์รี่อามะโอเข้ากันได้ดีอย่างลงตัวกับไอศครีมนมถั่วเหลืองและมิโสะขาวเสิร์ฟพร้อมด้วยพันนาคอตต้าชาเขียว เป็นการปิดท้ายการเดินทางของประสบการณ์ความอร่อยของอาหารญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต้องอบกว่าสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่นมากและติดอันดับขายดีอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นในบรรดาสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ต่างๆ นิยามของความสดหวานฉ่ำมาจากสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้จริงๆ ทั้งกลิ่นหอมที่ตราตรึงใจ แค่ได้ชิมก็จะยากลืมเลือนในรสชาติ เสริมด้วยความละมุนของไอศกรีมที่ทำจากนมถั่วเหลือและมิโสะขาว(จับคู่ได้ลงตัวมากๆ)อร่อยจนนึกอยากจะชิมเปล่าๆ และพันนาคอตต้าชาเขียวก็คือที่สุด จบลงอย่างประทับใจจริงๆ

ห้องอาหารญี่ปุ่น คินูบายทาคากิ (Kinu by Takagi) เปิดให้บริการวันพุธ – วันอาทิตย์ สามารถรองรับแขกได้ 10 ท่าน ต่อมื้ออาหาร
• มื้อกลางวันให้บริการห้าคอร์ส ราคา 4,000++ บาท ต่อท่าน เริ่มเสิร์ฟอาหารเวลา 12.00 น.
• มื้อค่ำให้บริการสิบคอร์ส ราคา 8,000++ บาท ต่อท่าน เริ่มเสิร์ฟอาหารเวลา 18.00 น.

กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นคินูบายทาคากิ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โทร 0 2659 9000 หรือ อีเมล mobkk-restaurants@mohg.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ mandarinoriental.com/bangkok

Taste of Spring at Kinu by Takagi

เปิดเซ็ตเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิที่ได้วัตถุดิบมาจากจังหวัดชิซูโอกะ ห้องอาหาร Kinu by Takagi ที่จะมีจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบของฤดูร้อน แม้เราจะยังเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการโปรโมทเส้นทางการท่องเที่ยวของที่นั่นจะหยุดพักไปด้วย อย่างจังหวัดชิซูโอกะ ที่เรามักจะเดินทางผ่านเลยไปไม่ค่อยแวะ แต่ถ้าหากรู้จักจังหวัดนี้ดีๆ แล้ว ไปญี่ปุ่นได้เมื่อไรที่นี่ต้องเป็นอีกหนึ่งจุดหมาย

ส่วนใหญ่เวลาเราไปเที่ยวชมซากุระ หรือช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีถ้าเราไม่ขึ้นไปทางเหนือก็ลงไปทางใต้โดยไม่แวะจังหวัดนี้ แต่จริงๆ ที่นี่คือจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ช่วงที่มีซากุระบานสวยที่สุดของญี่ปุ่น และที่นี่ก็มีซากุระพันธ์พิเศษที่ออกดอกสะพรั่งดกทั้งต้นโดยขนาดดอกจะเล็กแต่ออกดอกแน่น แน่นอนว่าปีนี้เรายังไปชมซากุระที่นั่นไม่ได้ แต่ก็จะได้ชิมวัตถุดิบที่คัดสรรมาสุดพิเศษจากชิซูโอกะ ที่ห้องอาหารคินูบายทาคากิ

โดยได้รับเอกสิทธิ์พิเศษในการนำเสนอวัตถุดิบบางชนิด รังสรรค์เป็นเมนูต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ไม่ว่าจะเป็นมิโซะขาวที่ผลิตกันมาหลายชั่วอายุคน และจะจำหน่ายให้เชฟที่พวกเขาเชื่อใจว่าจะทำให้ชื่อเสียงของมิโซะขาวสุดพิเศษนี้ได้เลื่องลือต่อไป ซึ่งเชฟทาคากิ ก็เป็นหนึ่งในน้อยคนนั้น Kirapika strawberry ที่มีเฉพาะที่ชิซูโอกะ มีความสมดุลย์ของความหอมและรสชาติที่หวานฉ่ำสดชื่น ไม่หวานจัดหรือมีรสเปรี้ยวเด่นเกินไป สำหรับสตรอว์เบอร์รี่นี้ที่ญี่ปุ่นยังไม่ได้รับประทานกัน เขาส่งมาให้ที่นี่ทำเป็นของหวานสุดพิเศษเพื่อการเผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดนี้ก่อน ปีหน้าถ้าเราไปญีปุ่นได้ อย่าลืมแวะจังหวัดชิซูโอกะ ก็แล้วกัน
ที่นี่เสิร์ฟอาหารแบบไคเซกิ เสิร์ฟมาที่ละอย่างโดยมีเชฟทำให้ดูตรงหน้า เร่ิมจาก Sakizuke ที่เป็นหอยจอบเนื้อหวานย่างมาพอสุก เนื้อหอยลายนึ่ง เรียงมาพร้อมกับเผือกหวานนึ่งราดด้วยซอสไข่แดงผสมมะนาวยูสุ เสิร์ฟมากับผักประจำฤดูใบไม้ผลิส่งตรงจากญี่ปุ่นนึ่งพอให้ผักหวานมีความกรอบกรุบๆ แค่จานแรกก็ชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิที่งดงามแล้ว
Wanmori หัวผักกาดขาวจากญี่ปุ่นที่จักสลักเป็นดอกไม้ดอกใหญ่นึ่งมาพอสุก วางอยู่บนเนื้อกุ้ง Kuruma prawn ที่นำมาบดปรุงรส และตัดคาเวียร์หยอดตรงกลางดอกไม้สีขาวที่ทำจากหัวผักกาดเหมือนเกสรสีดำ ก่อนจะตักน้ำซุปที่ปรุงในหม้อต่างหากใส่ลงไป เป็นซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมและสุดพิเศษเมื่อรับประทานคละเคล้ากับเครื่องปรุงทั้งหมดในถ้วยนี้
Tsukuri ที่มี 2 จานคือปลาดิบที่เชฟจะเลือกปลาสดที่ได้มาในแต่ละวันมาทำจานนี้เสิร์ฟเคียงมาด้วยหอยนางรมญี่ปุ่นในเจลลีที่ทำจากน้ำส้มพอนซึ รสเปรี้ยวตามด้วยความหวานของเนื้อหอยทำให้การเดินทางมาค่อนเซ็ตอาหารยิ่งน่าตื่นเต้นขึ้น Sushi ไม่ต้องสงสัยว่าเชฟจะทำซูชิได้ถูกระเบียบของความน่าจะเป็นซูชิชั้นยอดของญี่ปุ่น เชฟเลือกปลาทาโรส่วนที่อร่อยที่สุดมาเป็นหน้าข้าวปั้น เสิร์ฟมาพร้อมวาซาบิขูดสดๆ โดยวาซาบิก็มาจากจังหวัดชิซูโอกะ เช่นกันแสดงว่าแหล่งน้ำของที่นั้นสะอาดบริสุทธิ์เพราะหัววาซาบิจะเจริญได้ดีในพื้นที่ที่มีน้ำคุณภาพดี


Hasson จานเด่นที่มีความหลากหลายรวมเอาวัตถุดิบที่เด่นดังของชิซูโอกะมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ปลากะพงตาโตนำมาทำซูชิแต่หมักกับน้ำมัน Shenso oil เสิร์ฟมาบนข้าวปั้นตกแต่งด้วยไข่ปลาแซมอน เนื้อปูหิมะ และหัวเทอร์นิบดอง ไข่ปลาเฮอร์ริ่งกับซอสเต้าหู้วาซาบิ และกุ้ง Ise Ebi ย่างกับมิโซะขาว จานนี้ต้องบอกว่ามีความหลากหลายแต่ทุกอย่างมาพอคำและรับประทานด้วยกันได้กลมกล่อมมาก

Aizakana เนื้อหอยเป๋าฮื้อเสิร์ฟมากับหัวเทอร์นิบผัดเสิร์ฟมาพร้อมซอสที่ทำจากตับหอยเป๋าฮื้อ Agemono ปลาเนื้อขาวเทมปุระที่ตัวแป้งเทมปุระผสมด้วยชาเขียวจากจังหวัดชิซูโอกะ แหล่งชาเขียงที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่หอยเม่น
Yakimono เนื้อวากิว A4 นำมาย่างซอสเทอริยากิ ที่เชฟย่างตรงเตาดินเผาตรงหน้าของเรา เพื่อให้เราได้เห็นและได้กลิ่นหอมของเนื้อย่าง เชฟจะค่อยๆ ย่าง ค่อยๆ ทาซอสเทอริยากิ เรียกว่าทำซ้ำๆ หลายครั้งมากจนซอสจับบนเนื้ออย่างเหมาะสม เนื้อย่างจะถูกแล่เป็นแผ่นพอคำให้คงความฉุ่มฉ่ำของน้ำเนื้อไว้ แล้วฝานเห็ดทรัฟเฟิลดำลงไปให้รับประทานคู่กัน แต่จานนี้กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลชูกับกลิ่นของซอสเทอริยากิอย่างลงตัวมากๆ


Rice ข้าวของชิซูโอกะ มีชื่อเสียงมาก เขาเสิร์ฟข้าวสวยที่หุงอย่างดีโดยเหยาะคาเวียร์ไว้บนข้าว เสิร์ฟมากับซุปมิโซะขาวและผักดอง ต้องอบกว่าดีงามเหลือเกิน แค่รสชาติของข้าวก็อร่อยล้นเหลือแล้ว
Dessert ของหวานคืออีกหนึ่งไฮไลท์ เพราะใช้สตรอว์เบอร์รี่ Shizuoka Kirapika strawberry เป็นส่วนผสมหลักทำเป็นสลัดที่มีกรานิต้าทำจากสตรอว์เบอร์รี่นี้เช่นกัน เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมช็อกโกแลตขาวผสม Sake Kasu ที่มีชื่อเสียงของชิซูโอกะ เช่นกัน ถ้าเราเลือกแพร์ริ่งอาหารกับสาเกก็จะได้ดื่มสาเกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชิซูโอกะนี้กับทุกจานซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวมาก รสชาติของสาเกนี้จะออกหวานนิดๆ แต่หอมกรุ่นมาก

ปิดท้ายด้วยชาเขียวมัตฉะที่เชฟลงมือตีชาด้วยตะกร้อมือไม้ไผ่ตามขนบการชงชาของญี่ปุ่นทีละถ้วย เสิร์ฟมาพร้อมกับช็อกโกแลตทรัฟเฟิลที่ไส้เป็นมิโซะขาวเจ้าดังนั่นเอง
สัมผัสประสบการณ์รสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิจากจังหวัดชิซูโอกะได้แล้ววันนี้ที่ Kinu by Takagi โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรงุเทพฯ

Kinu by Takagi

หลังการปรับปรุง River Wing ได้มีการเปิดตัวใหม่ของโรงแรม ที่ตามมาคือห้องอาหารต่างๆ ล่าสุด KINU by Takagi ที่เสิร์ฟอาหารไคเซกิ โดยเชฟทาคากิ คาซึโอะ เชฟระดับสองดาวมิชลินจากร้าน Kyoto Cuisine Takagi

กลับมาผงาดอย่างสมภาคภูมิการเป็น Grande Dame ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ หลังการปรับปรุง River Wing ได้มีการเปิดตัวใหม่ของโรงแรมที่จัดเป็นงานดินเนอร์สุดหรู ที่ตามมาก็คือห้องอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Lord Jim’s และล่าสุด KINU by Takagi ที่เสิร์ฟอาหารไคเซกิ โดยเชฟทาคากิ คาซึโอะ เชฟระดับสองดาวมิชลินจากร้าน Kyoto Cuisine Takagi จากเมืองอะชิยะ ร้านอาหาร KINU by Takagi จะทำให้ผู้มาเยือนได้อิ่มอร่อยกับอาหารสไตล์เกียวโตที่เสิร์ฟในสไตล์ไคเซกิที่เสิร์ฟจานต่อจาน  รายการอาหารแต่ละช่วงฤดูการจะมีการเปลี่ยนแปลงตามเครื่องปรุงหลักๆ ที่มีในช่วงนั้น โดยจัดเป็นอาหารเคียวริโอริ(Kyo-ryori) 10 คอร์ส ส่วนใครจะลิ้มลองกับสาเกที่จับคู่กันกับอาหารแต่ละจานอย่างลงตัวที่นี่ก็มีให้บริการ

การจะมาที่ห้องอาหาร KINU by Takagi จะใช้ทางเข้าเดียวกับห้องอาหาร   Lord Jim’s  ซึ่งควรจองที่นั่งมาล่วงหน้าก่อนเพราะมีที่นั่งเพียง 10 ที่เท่านั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องอาหาร จะมีห้องเล็กๆ จัดไว้เสิร์ฟเครื่องดื่มต้อนรับแขกของห้องอาหารคินุโดยเชฟทาคากิ  จากนั้นก็จะถูกเชิญเข้าไปในห้องอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องอาหารลอร์ดจิมส์ ตกแต่งอย่างพิถีพิถันสวยงาม ความประณีตนี้เราสัมผัสได้แม้แต่ใต้หน้าโต๊ะซึ่งทำจากไม้สักชิ้นเดียว ก่อนเปิดร้านเชฟทาคากิ ให้ช่างพลิกหน้าโต๊ะให้เขาตรวจก่อนว่าสัมผัสของเนื้อไม้นั้นนุ่มเนียนมือหรือเปล่า แม้ว่าจะไม่มีใครก้มลงไปดูใต้โต๊ะ แต่เชฟบอกว่าคนที่นั่งอยู่ก็อาจจะเอามือไปสัมผัสใต้หน้าโต๊ะ อาหารไคเซกิ ที่นี่ไม่ได้เสิร์ฟมาเป็นถาดใหญ่ๆ มีจานเล็กจานน้อย แต่เสิร์ฟมาจานต่อจาน ภาชนะนั้นเชฟคัดสรรมาอย่างสุดประณีต ไม่ว่าชามซุปที่เป็นเครื่องเขินลงลายทองจากญี่ปุ่น เครื่องปั้นดินเผาจากญี่ปุ่นที่เน้นสีสันของดินแหล่งที่ปั้นภาชนะ แต่เชฟได้คัดเลือกภาชนะเครื่องเคลือบดินเผาจากเชียงใหม่มาผสมผสานอีกด้วย ดังอาหารที่นี่ก็จะใช้วัตถุดิบที่มีในบ้านเรามาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องปรุง  

รายการอาหารเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ที่เด่นและคาดว่าจะมีเสมอก็ คือ ซุปปลาใส่ลูกแป๊ะก๋วย ที่ญี่ปุ่นคนมาที่ร้านของเชฟเพื่อจะได้ชิมซุปนี้ ที่นี่เชฟเสิร์ฟในถ้วยเครื่องเขินสีดำลายทองสวยงามมากๆ ซุปมีความข้นใสด้านหน้าเป็นหัวผักกาดขูด(มาจากญี่ปุ่น เชฟลองของบ้านเราแล้วบอกว่ารสชาติติดขื่นๆ ไม่หวานสนิท) หยอดคาเวียร์ลงไปเพื่อให้รสเค็มๆ เวลาเคี้ยว ซุปรสชาติคล่องคอมากมีความหวานของน้ำซุปที่มาจากปลาโอตากแห้งนำมาไสเป็นแผ่นบางๆ ต้มเป็นน้ำซุป ชิ้นปลาหิมะชิ้นใหญ่ซ่อนใต้สีขาวของหัวปักกาดขูดเสมือนหิมะที่คลุมอยู่กลางบึงน้ำ สีสีเหลืองของลูกแปะก๊วยแต้มให้ดูสดใสและรสชาติหนึบๆ ละมุนปาก  

อาหาร 10 คอร์สมีอาหาร 12 อย่าง มีทั้งปลาดิบ ข้าวปั้นมีทั้งหน้าปลาโอ หน้าปลาไหลย่าง  สุกี้เนื้อในซอสมะเขือเทศที่อร่อยล้ำที่เชฟใช้เนื้อวากิวเกรด A5 มาย่างให้สุกกำลังดี แต่ใครต้องการแบบสุกจริงจังให้บอกเชฟได้ บางคนไม่กินปลาดิบให้แจ้งก่อนตั้งแต่จองล่วงหน้าเพราะเชฟจะเตรียมอาหารอย่างอื่นแทนให้ แต่ถ้าจะมาแนวมังสะวิรัติหรือวีแกนอาจจะต้องไปที่ห้องอาหารอื่นซึ่งมีอาหารแนวนี้ให้บริการ กระซิบว่ามื้อน้ำชาที่เสิร์ฟขนมและของว่างแบบวีแกนที่นี่ห้องออเธอร์เล้าจ์อร่อยมาก ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานที่แสนจะชื่นใจ ราคาต่อท่าน 7,500 บาท ++ ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมง 

รวมๆ แล้วบรรยากาศและการปรนนิบัติจากพนักงานน่าประทับใจมาก(พนักงานได้รับการฝึกฝนตามธรรมเนียมของร้าน Kyoto Cuisine Takagi ที่ได้ดาวมิชลิน) รสชาติอาหารดีมากด้วยเครื่องปรุงสุดพิเศษ และกรรมวิธีการปรุงที่สุดประณีต จะเป็นประสบการณ์รับประทานอาหารที่น่าจดจำสำหรับทุกคน อีกนิดที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ คือ ร้านอาหารที่นี่บางร้านจะมี Dress code อย่างของห้องนี้จะเป็น Elegant Attire (สุภาพบุรุษกรุณาสวมกางเกงขายาวและรองเท้าหุ้มส้น) ทั้งนี้เพื่อบรรยากาศที่รื่นรมย์ในการรับประทานอาหาร ต้องยอมรับว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของกรองด์ดามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากใดๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องตามสบายเหมือนไปกินอาหารตามร้านทั่วไป แต่นั่นก็ทำให้ที่นี่มีความแตกต่างที่หลายคนชอบที่จะมาเยือน

KINU by Takagi ให้บริการ 2 รอบ รอบแรก 18.30-20.30 น. รอบสอง 21.00-23.00 น.( ปิดทุกวันจันทร์ ) โทร.02 659 9000 Email – MOBKK-RESTAURANTS@MOHG.COM #MOBKK