Posts

ชุบชีวิตผลงานในอดีตให้มีชีวิตอีกครั้งกับ DIOR คอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูกาล Winter 2023

หากเปรียบคอลเล็กชั่นนี้ เป็นดั่งลายเซ็นต์การออกแบบ ก็เรียกได้ว่ายังคงชัดเจนอยู่เสมอสำหรับผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนนี้ Kim Jones ในครั้งนี้แบรนด์สุดหรูอย่าง DIOR นำเสนอคอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูกาล Winter 2023-2024 คอลเล็กชั่นนี้ทางเมซง ได้มองย้อนกลับไปยังกระบวนการสร้างสรรค์ ซึ่งสืบสานความต่อเนื่องหลังมรณกรรมของ Monsieur Christian Dior และการรื้อฟื้นผลงานต้นแบบมารังสรรค์ใหม่ด้วยฝีมือของ Monsieur Saint Laurent พร้อมทั้งยังผสมผสานแนวคิดวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง ‘The Waste Land’ และนี่คือการบรรจบระหว่างโลกใบเก่ากับโลกใบใหม่ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างลงตัว หลากหลายดีเทลที่สะท้อนตัวตนของเมซง ยังคงสอดแทรกมาให้เราได้เห็นอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นการปัก หรือการตัดเย็บ หรือแม้แต่การใช้สี สีมีตั้งแต่สีออฟไวท์, ครีม, น้ำตาลไปจนถึงการนำสีคู่ตรงข้ามอย่างสีเหลืองมัสตาร์ด วันนี้เราได้นำลุคทั้งหมดและโชว์เต็มๆ มาฝากเพื่อนๆ กันแล้วครับ จะมีลุคไหนน่าสนใจกันบ้าง เราไปชมกันเลย!

คืนนี้ห้ามพลาด! กับโชว์จาก DIOR ในคอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูกาล Winter 2023-2024

คืนนี้แล้วครับ สำหรับอีกหนึ่งโชว์ที่หลายๆ คนรออย่าง DIOR นำเสนอในคอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูกาล Winter 2023-2024 โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Kim Jones ส่งตรงจาก Paris Fashion Week เราต้องมาติดตามกันครับ ว่าในครั้งนี้คอลเล็กชั่นจะน่าสนใจเพียงใด จะมีอะไรทำให้เราได้ตื่นเต้นกันหรือไม่ แฟนๆ ของแบรนด์สามารถรับชมไปพร้อมๆ กันได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ!

THE NEW OFFICIAL PARIS SAINT-GERMAIN WARDROBE

คิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์สุภาพบุรุษของ Dior ได้สร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษให้กับทีม Paris Saint-Germain ในฤดูกาล 2022-2023 ซึ่งโดดเด่นด้วยลุคสบายๆ ในโทนเฉดสีดำอย่างแจ็กเก็ตแฮร์ริงตัน เสื้อสเวตเตอร์และเสื้อโปโล ทั้งหมดนี้ได้รับการปักประดับ ‘Paris Saint-Germain’ และอักษรย่อ ‘CD icon’ พร้อมด้วยรองเท้าเดอร์บี้รุ่น Dior Explorer Black แต่งลาย Dior Oblique รวมถึงกระเป๋า Dior Lingot ประดับด้วยลาย CD Diamond อันช่วยเติมเต็มคอลเลกชั่นนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

เครื่องแต่งกายที่ไร้กาลเวลา ประกอบด้วยเสื้อโค้ทแคชเมียร์ สูท และเชิ้ต รวมถึงรองเท้าแนว Monk หนังสีดำ สัญลักษณ์ของความประณีต ผ้าพันคอแคชเมียร์ เนคไทผ้าไหม และเข็มขัดสีดำหรือสีน้ำเงินกรมท่า – ที่ช่วยเสริมให้กับแต่ละซิลลูเอท

ผลงานทั้งหมดนี้ได้รับการยกระดับด้วยรายละเอียดอันละเอียดอ่อนพร้อมสะท้อนถึงความเป็นเลิศอันวิจิตรงดงามของ Dior

cr : Dior

เจาะลึกดีเทลคอลเล็กชั่น #DiorERL

พาชมเจาะลึกดีเทลคอลเล็กชั่นสุดพิเศษจาก Dior โดยฝีมือผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์อย่าง Kim Jones ที่ร่วมกับแบรนด์ ERL เปิดตัวคอลเล็กชั่นประจำฤดูกาล Spring 2023 โดยใช้ชื่อว่า #DiorERL ถูกหยิบยกแรงบันดาลใจมาจากสไตล์แคลิฟอร์เนีย หรือกลิ่นอายของชีวิตของชายหาดเวนิส โดยนำเอกลักษณ์ของเกลียวคลื่นมาเป็นลวดลายปัก ได้เพิ่มความน่าสนใจด้วยการประดับหอยกับไข่มุกเพิ่มเติมเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับคอลเลคชั่นนี้

Diamonds are Forever

Photographer: RAFAEL PAVAROTTI for Dior

Photography: Courtesy of Dior

CD Diamond ออกแบบโดย Marc Bohan ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1974 ในไลน์สินค้า Miss Dior รวมถึงการนำเสนอสเวตเตอร์ รองเท้า และสินค้าของบุรุษเพศในเวลาต่อมา ตัวอักษรย่อ “CD” คล้ายเพชรงามบริสุทธิ์ ได้รับการออกแบบใหม่ที่ชวนให้ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างแท้จริง โดยตราสัญลักษณ์ที่คิม โจนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของฝั่งสุภาพบุรุษได้นำมาตีความใหม่เป็นผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ เผยในคอลเลกชั่น Dior Summer 2022 นี้ ทั้งยังนำไปใช้กับการสร้างสรรค์เครื่องหนังล่าสุดของแฟชั่นเฮาส์ ไม่ว่าจะเป็นชุดลำลอง ชุดกีฬา หรือลุคในแบบทางการ ลายพิมพ์ทั้งหมดปรากฏอยู่บนเป้สะพายหลังและกระเป๋าสะพายข้างรุ่น Hit the Road เช่นเดียวกับกระเป๋า Dior Lock และกระเป๋าสตางค์คาดอก มากไปกว่านั้น ยังเพิ่มความพิเศษให้กับคอลเลกชั่นด้วยผ้าใบ CD Diamond หนังลูกวัวเรียบและหนังนูบัค รองเท้าผ้าใบ B27 และโครงสร้างพร้อมการตัดเย็บแบบทันสมัย 

ในอีกทางหนึ่ง เมื่อพูดถึงผ้า Dior Oblique ซึ่งเป็นที่จดจำได้ในทันทีและกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของแฟชั่นเฮาส์ตั้งแต่ได้รับการออกแบบโดย Marc Bohan ในปี 1967 ได้รับการเปลี่ยนเป็นสีรุ้งในฤดูกาลนี้ ผ้าแจ็คการ์ดที่ไร้กาลเวลาทอด้วยด้าย Lurex สีรูทีเนียม นำเสนอบนเครื่องประดับของคอลเลกชั่นบุรุษ Dior Spring 2023 บนกระเป๋ารุ่น Saddle, Dior Lingot และ Gallop ตลอดจนเครื่องหนังชิ้นเล็กๆ และรองเท้าผ้าใบรุ่น B23 และ B27 

– Author: Chanond Mingmit –

FENDI เฉลิมฉลองเทศกาลวันหยุดและวาระครบรอบ 25 ปีของกระเป๋าบาแกตต์สุดไอคอนิกด้วยการแปลงโฉมบูติกทั่วโลกให้เป็นสีเขียวแดงแสนสดใส

สานต่องานฉลองครบรอบ 25 ปีบาแกตต์ ซึ่งเริ่มด้วยแฟชั่นโชว์ระดับตำนานในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 9 กันยายน เมซงจะสร้างต้นไม้โลหะอันน่าประทับใจที่ทำจากกระเป๋าบาแกตต์สีเขียววาซาบิเรืองแสง ซึ่งจะถูกจัดขึ้นด้านหน้า Roma Palazzo FENDI (ความสูง 5.50เมตร) และบูติก Paris Avenue Montaigne (3 เมตร) รวมทั้งป๊อปอัพสโตร์ Shanghai Plaza 66 (6 เมตร)

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของกระเป๋าบาแกตต์แคปซูลคอลเล็กชั่น 2556 ที่เฉลิมฉลองครบรอบ25 ปี ในกรุงโรม โดยสีของต้นไม้จะเปล่งประกายอย่างกลมกลืนไปกับส่วนหน้าร้านของบูติก Palazzo FENDI มีการเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีชมพูและสีเขียววาซาบิ ซึ่งต้นไม้นี้จะมีที่ร้านบูติก Paris Avenue Montaigne เช่นเดียวกัน โดยกระจายตัวอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยสีเขียวของวาซาบินี้ ยังถูกจัดขึ้นอย่างเปล่งประกายหน้าอาคารและหน้าต่างของ London New Bond Street อีกด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับร้านค้า

การเล่นแสงไฟบนส่วนหน้าอาคารเกิดขึ้นจากแถบไฟ LED RGB ที่ผลิตขึ้นเอง ซึ่งเป็นแถบไฟประหยัดพลังงาน และแถบไฟ LED แบบเดียวนี้ถูกใช้กับต้นไม้กระเป๋าบาแกตต์ด้วยเช่นกัน ตามมาตรการใหม่ของ LVMH เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนและการประหยัดพลังงาน แสงของด้านหน้าอาคารและต้นไม้จะถูกปิดหลังเวลา 22.00 น. เช่นเดียวกับหน้าต่างและภายในร้าน นอกจากนี้แสงสว่างและการใช้พลังงานของส่วนหน้าอาคารและของต้นไม้จะค่อยๆ ลดลงตามแสงธรรมชาติโดยรอบ ส่งผลให้การใช้พลังงานลดลงแต่มีผลการตกแต่งเหมือนเดิม

การเฉลิมฉลองของ FENDI จะดำเนินต่อไปในมิลาน ด้วยการครอบครองพื้นที่ Rinascente ใน Piazza del Duomo เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของบาแกตต์ และการมาถึงของเทศกาลวันหยุด ในโอกาสนี้เมซงร่วมมือกับสตูดิโอ Odd Matter จากเมืองร็อตเตอร์ดัม ซึ่งเป็นสตูดิโอออกแบบล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็นในความแปลกและมหัศจรรย์ ซึ่งเชื่อในการค้นคว้า และสำรวจโลกผ่านวัสดุ กระบวนการ และแนวคิดสร้างสรรค์งานจัดวางสุดพิเศษที่จะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งเทพนิยายสุดมหัศจรรย์ ณ แกลเลอรีและหน้าต่างของห้างสรรพสินค้า 

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองนี้ยังถูกจัดขึ้นที่ลานเล่นสกีสุดพิเศษของเมืองกูร์เชอแวล ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีต้นไม้ที่เปล่งประกายทำจากกล่องของขวัญสีเขียววาซาบิ หัวเข็มขัดทรงบาแกตต์สีทอง และกระเป๋ารุ่นไอคอนหลากสีสันจะครอบครองพื้นที่ของโรงแรมหรู Cheval Blanc จุดประกายเทศกาลวันหยุดปี 2565 ในแบบของ FENDI

rhunrun เรียบเรียง crackpot ms pk

Spring is Coming

Author: Chanond Mingmit 

Photographer: Brett Lloyd for Dior

การฉีกกฎเกณฑ์และความท้าทายขนบ คือสองสิ่งที่ผสมผสานในเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษของ Dior คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ 2023 โดยครั้งนี้ Kim Jones ยังคงอัตลักษณ์ของแฟชั่นเฮ้าส์แห่งนี้ นี่คือเรื่องราวอันน่าหลงใหลที่ยังคงสานต่อจุดมุ่งหมาย ที่ปลุกอดีตกาลและเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งปัจจุบัน การขีดเขียนลายเส้นคือคำศัพท์ใหม่แห่งอัตลักษณ์ของ Dior ตั้งแต่สไตล์เทเลอร์ไปจนถึงสปอร์ตแวร์ จากความเป็นทางการสู่ประโยชน์ ใช้สอยจากมรดกตกทอดมาสู่ความทันสมัย

คอลเลกชั่นนี้ได้หลีกหนีจารีต และผสมผสานอิทธิพลรวมถึงแรงบันดาลใจไว้ด้วยกัน งานออกแบบในครั้งนี้มีการนำสีขาว สีเทา สีเขียวทะเล สีน้ำตาล และสีส้มประการังมาเนรมิตขึ้นใหม่ในเฉดสีอ่อน อันหมายถึงชนบทของประเทศอังกฤษ สวนดอกไม้ของเมอซิเออร์ดิออร์ และยามพระอาทิตย์ตกในแคลิฟอร์เนีย สีฟ้าเฉดต่างๆ สื่อถึงมหาสมุทรและท้องฟ้าของเมืองกร็องวิลล์ (Granville)

ชุดสูทมาในโทนสีพาสเทลอันเป็นการขานรับโครงสร้างการใช้สีโมโนโครมของ Kim Jones ในคอลเลกชั่นแรกที่สร้างสรรค์ให้กับ Dior การตัดเย็บทรงหลวมมีที่มาจากวัฒนธรรมสตรีทสไตล์ในขณะที่แจ๊กเก็ตบุนวมถูกแปลงไปเป็นชุดทักซิโด้อันสง่างามอันเป็นสิ่งสำคัญ การแต่งกายถูกเติมเต็มด้วยประโยชน์ใช้สอย

การผสมผสานความชำนาญในการตัดเย็บและการสร้างสรรค์ เสื้อผ้าเพื่อสวมใส่ไปทำงานจึงทำให้เกิดการใช้ลวดลาย herringbone มาตกแต่งผ้าฝ้ายที่ใช้ตัดเย็บกางเกงของช่างไม้และเสื้อเชิ้ตทรงหลวม การตัดเย็บครั้งนี้ชวนให้นึกถึงการรำลึกอดีต และการเผยให้เห็นถึงศิลปะอันละเอียดอ่อน ผ่านเอกลักษณ์แห่งการตัดเย็บเสื้อผ้าของ Christian Dior ที่ปรากฏอยู่บนงานนิตแวร์และเสื้อยืดลายขวาง

ชุดที่ตัดเย็บจากผ้าเจอร์ซีย์ที่ดูสบาย กางเกงขายาวทรงคาร์โก และกางเกงขาสั้นได้รับอิทธิพลจากเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ออกไปข้างนอก ซึ่งทำจากวัสดุที่ออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพอากาศ อีกทั้งการใช้โทนสีธรรมชาติ และห่วงเข็มขัดเพื่อประโยชน์ใช้สอยรองเท้า Diorizon ทั้งสองแบบได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าสำหรับใส่เดินป่า

ซึ่งฤดูกาลนี้มีทั้งแบบหุ้มข้อและระดับตาตุ่มในแต่ละลุคที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ โดยรวมแล้วประกอบกันเป็นชีวิตใหม่ที่มีชีวิตชีวาและเนรมิตขึ้นมาใหม่ ลาย cannage อันเป็นเอกลักษณ์นั้นทำให้เสื้อคลุมและเสื้อโค้ตดูงดงามขึ้นด้วยการเพิ่มกระเป๋าเล็กๆ บนแจ๊กเก็ตหนังแกะ การเพิ่มเทคนิคลงไป ผ้าพันคอสไตล์คาวบอย ผ้าคลุมไหล่และโบว์ไทที่มาพร้อมกับลายเสือดาวตกแต่งด้วยลายกราฟิก ในขณะที่ผ้าทอลายทะแยงโดดเด่นอยู่บนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทรงหลวม กางเกงขาสั้น ผ้าพันคอสไตล์คาวบอย และรองเท้าผ้าใบ b23 สำหรับกระเป๋า เครื่องหนัง หมวกแก๊ป เสื้อคาร์ดิแกนตกแต่งซิป และลาย CD ทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เนรมิตให้เกิดบทสนทนาอันน่าหลงใหลระหว่างประวัติศาสตร์ของแฟชั่นเฮ้าส์แห่งนี้และ โลกในบริบทร่วมสมัยอย่างลงตัว 

The beginning of the future.

Dior Men Fall 2023
เมื่อแสงสุดท้ายลับหายใปจากทะเลทรายที่ Giza เราได้เห็นมหาพีระมิดที่เป็นภาพเงาสีดำตระหง่านอยู่ด้านหน้าของผืนฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเทาเข้มโดยมีลมทะเลทรายที่เยือกเย็นพัดมาเป็นระยะ แต่ในวันนี้บริเวณนี้กลับเต็มไปด้วยแสงไฟและผู้คนที่ขวักไขว่ที่จะมาร่วมชมคอลเลกชั่น ประจำฤดูใบไม้ร่วง 2023 ของ Dior Men โดย Kim Jones อัฒจรรย์สีขาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกสร้างยาวขนานไปกับจุดที่จะมองเห็นกลุ่มพีระมิดกิซา ได้อย่างงดงามที่สุด นี่คือสิ่งที่ยากจะเกิดขึ้นได้ เพราะการจัดงานแฟชั่นที่โชว์มีสเกลใหญ่ระดับนี้ กับสถานที่เช่นนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ปีนี้เป็นปีที่ Dior ครบ 75 ปีสำหรับการถือกำเนิดของคอลเลกชั่นแรกที่ได้ถูกเรียกว่า New Look งานนี้จึงเหมือนการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีสำหรับวาระสำคัญนี้ แน่นอนว่าจำนวนลุคทั้งหมดในโชว์นี้มี 75 ลุค โดยมี Bonne Fortune ชุดที่เมอร์ซิเออร์ดิออร์ ออกแบบไว้เมื่อปี 1950s รวมทั้งกระโปรงจีบแบบคิลท์(Kilt)ของชาวสก็อตแลนด์ ที่ผนวกมาเป็นเลเยอร์ที่เป็นคีย์ของคอลเลกชั่น โดยชุดกระโปรงพลีทต้นแบบของเมอร์ซิเออร์ดิออร์เป็นพลีทแบบแอคคอร์เดียนขนาดใหญ่กว่าพลีทที่เป็นกระโปรงใบบัวแบบนิวลุคของชุดบาร์สูท เมื่อนำมาต่อยอดโดยคิม โจนส์ เขาใช้โครงกระโปรงคิลท์ของสก็อตแลนด์(ส่วนใหญ่จะเป็น Box pleat เพื่อทำให้สะดวกในการเคลื่อนไหว)รวมทั้งรายละเอียดของเข็มขัดที่รัดด้านข้างมาคลี่คลายให้ส่วนที่เป็นกระโปรงพลีทของเขาคือเลเยอร์หนึ่งของชุดที่ไม่ใช่กระโปรงเต็มตัว แต่จะสวมกับกางเกง ความพริ้วของส่วนกระโปรง(ไม่เต็มตัว)นี้ทำให้ซิลลูเอทคนสวมดูน่าสนใจและดูสง่า ดังนั้นกระโปรงในคอลเลกชั่นนี้จึงไม่ได้แสดงถึงความเลื่อนไหลทางเพศเป็นหลัก แต่ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกายให้ลุคของหนุ่มดิออร์ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เราจึงไม่ได้โฟกัสเรื่องผู้ชายสวมกระโปรง หรือ genderless แต่มองว่านี่คือของตกแต่งอย่างหนึ่งนั่นเอง

การนำคิลต์มารังสรรค์เป็นเครื่องแต่งกายชิ้นสำคัญของคิม โจนส์นั้น มีสาเหตุมาจากความต้องการสะท้อนถึงวัฒนธรรมการแต่งกายชายในประวัติศาสตร์อันหาได้จำกัดอยู่แค่กางเกง หนึ่งในนั้นก็คือกระโปรงสั้นแค่เข่า หรือครึ่งน่องจับพลีท หรืออัดจีบด้านหลังของผู้ชายชาวสก็อตเขต“ไฮแลนเดอร์” ระหว่างทศวรรษที่ 16 ซึ่งกลายเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติของผู้ชายสก็อตแลนด์ และชุดกึ่งคิลต์ในคอลเลกชันนี้ ได้รับการออกแบบสำหรับสวมกับเสื้อตัวบนและกางเกง โดยมีกระเป๋าและรองเท้าทรงอวกาศที่ดูเพรียวเบาตกแต่งด้วยลายหวายสาน(cannage) กับลายเหลี่ยมเพชร โดยอาศัยความแตกต่างของเนื้อวัสดุกับเทคนิคการผลิต ประกอบขึ้นจากวัสดุนีโอพรีนไปจนถึงงานฉีดวัสดุเข้าแม่พิมพ์หล่อแบบทำให้ได้ผลลัพธ์เสมือนโลหะชุบสีอะโนไดซ์ทอประกายเงางามแวววาว เพื่อตอกย้ำ“ที่สุดแห่งความหรูหรา”แบบสมัยใหม่

“ความสนใจที่ผมมีต่อวัฒนธรรมไอยคุปต์นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับท้องฟ้า และดวงดาว ความประทับใจจนถึงขั้นหลงหลงในโลกยุคโบราณของผมนั้น ช่างตรงกันกับมุมมองของหลายคนในโลกปัจจุบัน อันมีต่อทั้งสิ่งที่เราได้รับเป็นมรดกสืบทอดมาจากอารยธรรมเก่าแก่ และสิ่งซึ่งเรายังคงกำลังเรียนรู้จากอดีต ความสนใจ ประทับใจเช่นนี้ ยังทำให้ผมนึกถึงคริสเตียน ดิออร์ ผู้เชื่อถือในเรื่องโชคลาง ให้ความสนใจในสัญลักษณ์นำโชคต่างๆ ดังปรากฏให้เห็นตลอดชีวิตส่วนตัว และผลงานที่เขาสร้างสรรค์ หนึ่งในนั้นก็คือดวงดาว ซึ่งได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นแนวคิด guided by the stars หรือ ‘ให้ดวงดาวนำทาง’ ที่ผมนำมาใช้ทั้งกับการออกแบบคอลเลคชัน และการจัดแสดงคอลเลกชัน ดวงดาวนำโชคของคริสเตียน ดิออร์ถูกรังสรรค์ ถ่ายทอด และส่งผ่านมาสู่ผลงานคอลเลกชันนี้ในหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในภาพรวม เราจะเห็นได้ว่าดวงดาวคือการแสดงให้เห็นถึงว่า อดีตปูหนทางสู่อนาคตได้อย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หนทางสู่อนาคตย่อมมีจุดเริ่มต้นมาจากอดีตนั่นเอง”
นี่คือคำกล่าวของคิม โจนส์ แม้จะมีคนตีความคอลเลกชั่นของเขาว่ามากจากหนังไซไฟบ้าง หรือแม้แต่เรื่อง Dune ที่คิม โจนส์ เคยบอกว่าเขาหยิบเอาหนังสือเล่มนี้มาปัดฝุ่นแล้วอ่านใหม่เมื่อหลายคอลเลกชั่นก่อนหน้านี้ โดยที่สิ่งเหล่านี้ไม่ถูกกล่าวถึงเลยในคอลเลกชั่นนี้ เพียงแต่ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง Dune 1984 เมื่อเห็นนายแบบคนแรกเดินออกมานั้นจะต้องนึกถึง Sting ในบท Fayd ด้วยลุคผมสีบรอนด์ซีดๆ และหน้าตาเขาดูคล้ายกับสติง นักร้องคนดังจริงๆ บท Fayd ทำให้สติงกลายเป็นหนุ่มฮ็อตของยุค แต่ก็น่าตกใจที่หลายๆ คนเข้าใจผิดว่าเดวิด โบวีย์ รับบทนี้ จนปัจจุบันถ้าใครไม่เคยดูภาพยนตร์นี้หรือเช็คกูเกิ้ลแค่ผ่านๆ จะมีข้อมูลว่าเดวิด โบวีย์ แสดงใน Dune ทั้งที่จริงภาพที่ขึ้นมาประกอบในกูเกิ้ลก็เป็นเดวิดในภาพยนตร์เรื่อง Labyrinth ต่างหาก

ก่อนที่เมอร์ซิเออร์ดิออร์ จะก่อตั้งแบรนด์ของเขาเอง เขาปรึกษาหมอดูที่แนะนำให้เขาคว้าโอกาสนี้ทันที และเมื่อเขาลงจากรถบนถนนอะเวนิวมงตาญ เท้าเขาเหยียบเข้ากับเลื่อมรูปดาวดวงหนึ่ง บ้างก็ว่าติดใต้รองเท้าเขามา บ้างก็ว่าเขามองเห็นดาวนั้นบนพื้นถนน แต่อย่างไรก็ตามเขาหยิบดาวนั้นมาและถือเป็นดาวนำโชคก่อนจะเข้าไปเซ็นสัญญาก่อตั้งแบรนด์ของเขาเอง โดยดาวดวงนี้มีแสดงที่มิวเซียมของดิออร์ ซึ่งน่าจะทำจากเหล้กแล้วเคลือบสีให้แวววาวเพราะปัจจุบันเป็นสนิมสีน้ำตาลในบางส่วน
“ดวงดาวนำทาง”ของคิมโจนส์อยู่ในรูปของลายพิมพ์แผนที่ดวงดาวสามมิติ แม้การตีความไอยคุปต์ของเขาจะไม่ได้มาในรูปลวดลายอะไรที่เกี่ยวกับอียิปต์ แต่เขากลับนึกถึงดวงดาวนำโชคของเมอร์ซิเออร์ดิออร์ที่มาอยู่ในลวดลายปักต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์เด่นๆ ของห้องเสื้อดิออร์เปรียบว่าลายปักเหล่านั้นคือดาวนำโชคของห้องเสื้อนั่นเอง และที่เขานิยมใช้บ่อยครั้งในงานดีไซน์ของเขาก็คือลายหวายสานหรือ cannage ซึ่งลายสานนี้คนไทยเรียกลายเฉลวมาตั้งแต่โบร่ำโบราณเพราะเป็นหนึ่งในลายพื้นฐานของการสาน และเฉลวคือไม้ไผ่สานเป็นรูปดาวไว้ปักหม้อยาเพื่อปกป้องให้พลังในการรักษาของยาหม้อนั้นมีประสิทธิภาพ เฉลวจึงเป็นสิ่งมงคลที่หมายถึงการปกป้องคุ้มครอง แต่ลายสานแบบลายเฉลวไม่ได้ทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองเป็นหลัก หากแต่การนำเส้นหวายมาขัดสานกันเป็นลายนี้จะสามารถรับน้ำหนักได้ดีโดยไม่ต้องใช้เส้นหวายจำนวนมาก ดังที่ทราบว่าลาย cannage ของดิออร์มาจากหวายสานที่บุเก้าอี้นั่งในห้องเสื้อดิออร์นั่นเอง

เฉดสีของคอลเลกชั่นนี้มีลูกเล่นของการไล่เฉดของสีเทา(สีประจำของห้องเสื้อดิออร์ที่มาจากสีผ้าบุเก้าอี้) แต่สีเทานี้กลับมาจากสรรพสีท่ามกลางท้องทะเลทรายที่ผันเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืนที่ทำให้สรรพสีกลายเป็นสีเทาก่อนจะกลืนหายด้วยสีดำเมื่อไร้แสงใดๆ โดยมีช่วงสีของประกายแสงของดวงตะวันลับขอบฟ้าเป็นตัวเชื่อม
ความพิถีพิถัน ประณีต เฉียบคมในการตัดผ้าตามแพ็ทเทิร์นที่ออกแบบไว้ เป็นหลักเกณฑ์ปฏิบัติจากอดีตของห้องเสื้อนี้เพื่อสรรค์สร้างผลงานที่สามารถสวมใส่ได้จวบจนถึงอนาคต การพลิกแพลงวัสดุสิ่งทอ การนำดครงชุดเครื่องแต่งกายสตรีมาใช้กับงานตัดเย็บชุดสูทสำหรับผู้ชาย(คิม โจนส์นำมาสร้่งสรรค์ในคอลเลกชั่นสุภาพบุรุษเสมอ) หรือการหลอมรวมรายละเอียดการตกแต่งตามขนบเสื้อผ้าชั้นสูงเข้ากับวัสดุสังเคราะห์สำหรับตัดเย็บเสื้อคลุม หรือเสื้อตัวนอกในทุกวาระ การนำลายปักชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์มาใช้กับงานออกแบบเสื้อผ้าสไตล์อนาคตนิยม(Futuristic) แม้แต่เสื้อเกราะอ่อนที่สวมสำหรับสิงห์นักบิดก็ถูกดีไซน์ด้วยลาย cannage ที่เป็นความบังเอิญว่าลายนี้ในความหมายของคนไทยคือลายเแลวที่มีพลังในการปกป้อง ซึ่งผุ้ออกแบบคงไม่ได้คิดรหือไม่ทราบเรื่องนี้แน่ๆ หากแต่ลายหวานสานนี้คือดีเอ็นเอของห้องเสื้อดิออร์นั่นเอง เราจะเห็นรายละเอียดของเครื่องแต่งกายแบบสิงห์นักบิด(Motocross, MotoX โมโตครอส หรือมอร์โตครอส)ที่เป็นกีฬาแข่งรถมอร์เตอร์ไซค์อันมีต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส แต่ดัดแปลงมาจนกลายเป็นชุดอนาคตนิยม รวมทั้งหมวกที่น่าจะมาจากหมวกของนักมวยปล้ำที่ป้องกันการกระแทกของศีรษะและการทำร้ายที่ใบหู แต่มาอยู่ในรูปหมวกเต็มใบที่มีด้านหน้าเป็นวัสดุโปร่งใส จึงดูคล้ายหมวกของนักบินอวกาศแต่ดูเพรียวเบาและไม่หนาเป็นหมวกกันน็อคทำให้ดูเป็นงานแฟชั่นที่ล้ำสมัย

ให้“ดวงดาวนำทาง”ปิดแากอย่างดงามด้วยเหล่านายแบบที่เดินออกมาผ่านหน้าผุ้ชมก่อนจะเดินไปสู่เส้นขอบฟ้าที่กลุ่มพีระมิดกิซาที่เป็นภาพเงาสีดำเป็นฉากหลัง หากแต่แสงสีจากเลเวอร์ที่ยิงสาดใส่กันจนบ้างครั้งเป็นลายสาน cannage บนท้องฟ้าบ้าง เป็นรัศมีนำสายตาไปสู่องค์มหาพีระมิดบ้าง หรือบางครั้งแสงไฟสีสวยงามก็ฉาบอาบองค์พีระมิดเป็นสีสันแปลกตาที่เราไม่มีวันเห็นในยามกลางวัน ชุดที่มีผ้าพันคอยาวพริ้วหรือชายกระโปรงจับพลีทที่เป็นเครื่องตกแต่งเสริมลุคเมื่อมองไหลๆ จากภาพฟินาเล่ที่พวกเขายืนอยู่บนเนินทะเลทรายก็ชวนให้นึกถึงเจ้าชายน้อยของนักเขียนอองตวน เดอ แซงเต็กซูเปรี อย่างช่วยไม่ได้ อย่างที่บอกว่าคิอม โจนส์ ไม่ได้อ้างอิงถึงภาพยนตร์เรื่องใด หรือแม้แต่นวนิยายใด แต่ภาพจำที่มาจากความประทับใจของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ซึ่งใครจะจินตนาการถึงเรื่องใดก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเรื่องของดวงดาวและอนาคตนั้นถูกเล่าขานมายาวนานครั้งแล้วครั้งเล่า ให้เป็นเรื่องของ“ดวงดาวนำทาง”ที่ยึดโยงคอลเลกชั่นนี้สู่รอยประทับในใจตลอดไป

เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของอียิปต์ผ่านการตีความของ Dior และ Kim Jones ชมโชว์สดๆส่งตรงจากกรุงไคโรได้วันนี้ 5 ทุ่มตรงตามเวลาประเทศไทยครับ!

เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของอียิปต์ผ่านการตีความของ Dior และ Kim Jones ชมโชว์สดๆส่งตรงจากกรุงไคโรได้วันนี้ 5 ทุ่มตรงตามเวลาประเทศไทยครับที่ลิ้งด้านล่างครับ!

The Glorious Past, The Definite Present

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 Christian Dior ได้นำเสนอคอลเลกชั่นเปิดตัวของเขาและได้เปลี่ยนแฟชั่นไปตลอดกาล เริ่มตั้งแต่การไล่ระดับสีเทาและสีพาสเทลไปจนถึงการบรรจบกันของช่างตัดเสื้อชายชาวอังกฤษกับนักตัดเย็บเสื้อผ้าชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศส ของแจ๊กเก็ตบาร์ผู้ชายในรูปลักษณ์ใหม่ทั้งหมดหล่อรวมเป็นหนึ่งโดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศสที่ไร้กาลเวลา จากความสมบูรณ์แบบของงานปักจากคลัง ผลงานชิ้นเด่นโดยผสานความหรูหราในแบบที่น่าสนใจ ไปจนถึงชุดกีฬาร่วมสมัยและวัสดุทางเทคนิคที่ยืมมาจากเสื้อตัวนอกในแบบทางการและสง่างามอย่างคาดไม่ถึง โดยล้วนแล้วมีการผสมผสานที่ลงตัวสำหรับประโยชน์ใช้สอย ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการประวัติศาสตร์ที่นำมาสู่การดำรงชีวิตแบบร่วมสมัย โดยไม่เคยละสายตาจากความสุขที่แท้จริง

สัญลักษณ์ส่วนตัวของ Mr. Dior ได้แพร่หลายไปทั่วคอลเลกชั่นผ่านชิ้นงานสัญลักษณ์อย่าง ดาว ดอกกุหลาบ คานเนจ เสือดาว ดอกลิลลี่ และสายโซ่ ล้วนเชื่อมโยงอดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านเครื่องประดับ ที่นี่ สร้อยข้อมือเพชรและสายโซ่มรกตตกทอดของ Victoire de Castellane ผสมผสานกับความโก้หรูของ Yoon Ahn ในรูปแบบใหม่สำหรับสุภาพบุรุษ

รูปลักษณ์ภาพสะท้อนให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของเวลาและความต่อเนื่องของนักออกแบบที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเปลี่ยนจากเฟมินีนเป็นมัสคูลีน ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตหมุนเวียนอยู่เสมอและตกทอดสู่มรดก กลิ่นหอมของดอกลิลลี่ที่อบอวลอยู่ในอากาศ

เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรม ความรักและโชคอันเป็นที่รักของ Dior “ฉันต้องดูผลงานชิ้นมรดกของแบรนด์จากจุดเริ่มต้นของแฟชั่นเฮ้าส์ และแรงบันดาลใจดั้งเดิม เราดูที่คอลเลกชั่นแรกเริ่มและมุ่งเน้นไปที่สถาปัตยกรรม โดยนำองค์ประกอบเหล่านี้มาแปรเปลี่ยนให้เป็นสไตล์มัสคูลีนตามสัญชาตญาณในทุกวันนี้โดยยังคงความสุขของการใช้ชีวิตอยู่ที่หัวใจของเสื้อผ้าของ Christian Dior ไว้เสมอ” Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์กล่าว

– Author: Chanond Mingmit –