Posts

The Millenials wears Prada ปราด้าลุค 2019 แฟชั่นเทรนด์กางเกงขาสั้น

The Millenials wears Prada

 แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของ Milano Uomo Moda S/S 2019 แต่วันนี้ PRADA ก็มาตอกย้ำอีกครั้งว่าร้อนหน้าเป็นเรื่องของขา โดยขนบรรดากองทัพนายแบบมากับกางเกงขายาวทรงตรงเกือบจะเป็นขาลีบแต่ปลายขากว้างเล็กๆน้อยและมีความยาวให้ปลายกางเกงกรอมเท้า แต่เนื้อผ้าดูมีความยืดหยุ่นสูงน่าจะสวมสบาย

 แต่ที่เป็นสัญญานอันสอดคล้องกับอีกหลายๆ แบรนด์ของมิลานก็คือเทรนด์กางเกงขาสั้นที่ซูเปอร์สั้น จะเรียกว่าเกือบจะเป็นฮ็อตเพ้นท์ของสุภาพบุรุษก็ว่าได้ โดยสวมเข้ากับบอมเบอร์แจ็คเกต เสื้อคลุมแบบปราก้า สูทแบบเทเลอร์ หรือแม้แต่กับเสื้อเชิ้น ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือรองเท้าที่มีสีสันแบบคัลเลอร์บล็อค โดยมีหมวกสำหรับลุยหิมะเป็นเครื่องประดับชิ้นเด่น ทำจากเนื้อผ้าที่ดูเบาและไม่น่าจะร้อน ใครที่นึกถึงหมวกผ้าที่คลุมปิดหน้าปิดตาสำหรับคนทำงานกลางแจ้ง ซึ่งได้อาละวาดบนรันเวย์ของซูเปอร์แบรนด์มาไม่นานนี้ แต่หมวกกันลมกันหิมะของ PRADA นี่เก๋กว่าตรงหลากสีสันและเอาหมวกที่เป็นเอกลักษณ์ของฤดูหนาวมาบิดให้กลายเป็นหมวกของฤดูร้อนได้

คอลเลกชั่นนี้เหมือนจะเหมาะกับชาวมิลเลนเนียลส์ทั้งหลาย แต่อย่าลืมว่าคนกลุ่มนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนกลุ่มอื่นๆ ว่าแต่จะคนกลุ่มไหน ฤดูร้อนปีหน้าต้องใส่ขาสั้น

Message from milan ETRO คอลเลกชั่น 2019 ที่ยังคงใส่ใจ ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ อย่างแท้จริง

ETRO : Natura Manifesta

 

 อีกหนึ่งการนำเสนอคอลเลกชั่น S/S 2019 ที่ทำให้เต็มตื้น ไม่เพียงการให้ความสำคัญกับธรรมชาติ การผลิตอย่างยั่งยืน การคืนความสมดุลให้กับธรรมชาติจากการใช้ของมนุษย์ 

 50 ปีของแบรนด์ ETRO ได้ตอกย้ำความชัดเจนในคอลเลกชั่นนี้ กับคำถามมากมาย อาทิ ฝ้ายที่มาทำด้ายหนึ่งกิโลกรัมใช้น้ำในการปลูก 20,000 ลิตร ขณะที่ต้นกัญชงใช้น้ำเพียง 500 ลิตรในการปลูกให้ได้เส้นใย 1 กิโลกรัมเช่นกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผ้าใยกัญชงจะถูกใช้ในคอลเลกชันนี้เป็นหลัก ด้วยการทอด้วยเทคนิคพิเศษ การย้อมด้วยสีธรรมชาติ การรังสรรค์ที่คิดตั้งแต่การปลูกพืชเพื่อทำเส้นใยด้วยการให้ความสำคัญถึงความยั่งยืน

 ดังนั้น ETRO จึงใช้ใยกัญชงมาทอกับเส้นฟางราฟเฟียที่ทำจากเส้นใยปาล์ม ทำสีทองและสีแดงปะการัง ทอยกดอก(Jacquard) ทำให้ผ้ามีลายในตัวแต่มีเนื้อบางเบามีความพริ้ว นอกจากนี้ยังใช้เส้นใยจากปอที่ทำให้ผ้ามีสัมผัสพิเศษ 

สำหรับซิลลูเอทนั้นยังคงความสบายเบาพริ้ว แรงบันดาลใจจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะมาจากเกาะบอร์เนียว ผ้าบาติกแบบอินโดนีเซียและเลี้ยวลดไปงานผ้าเขียนลายด้วยเทียนของแอฟริกาตะวันตก แต่ทั้งหมดมีศูนย์กลางที่ญี่ปุ่น จากเครื่องแต่งกายที่สวมในศิลปะการต่อสู้แบบต่างๆ โอบิ ที่ไม่ใช้การคาดเอวแต่เป็นการผูกกึ่งเอี๊ยม และไผ่ในลายพิมพ์และเครื่องประดับ

 ส่วนรองเท้าเป็นแบบ loafers ทำจากวัสดุที่พิมพ์ลายหนังงูและหนังจระเข้โดยไม่ได้ใช้หนังเหล่านั้นจริงๆ โดยมีรองเท้าแตะรัดส้น รองเท้าสาน แต่พื้นรองเท้าเป็นลายลูกน้ำหรือลายพาร์สลีย์ เดินไปบนทรายละเอียดจะทิ้งเป็นรูปรอยสวยงาม

 นี่คือคอลเลกชั่นที่รักษ์ธรรมชาติตั้งแต่เส้นใยจนถึงการทำออกมาเป็นชุด สมกับชื่อ Nature Manifesta อย่างแท้จริง

#EtroNaturaManifesta

Message from Milan กุชชี่ ครูซคอลเลคชั่น 2019 เพื่อหนุ่มๆ โดยเฉพาะ

Message from Milan

หนุ่มๆ ทั้งหลาย คุณมีเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนเพื่อฟิตหุ่นให้แกร่ง เพราะเสื้อซีทรูคือเทรนด์ของฤดูร้อนปีหน้า Gucci มีเสื้อผ้าโปร่งทอลายโลโก้ที่สวยขาดใจใน Cruise Collection 2019 พบในบูติกได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ 

ทั้ง Cucci และ Roberto Cavalli S/S 2019 มีกางเกงขาสั้นที่สั้นมากแต่ปลายขากว้าง หนุ่มๆ ต้องฟิตขาให้แกร่ง และบางคนอาจจะต้องทำความรู้จักกับการแว็กซ์ขา หรืออาบแดดให้ขาเป็นสีแทน เพราะร้อนหน้าหนุ่มๆ ต้องโชว์ขา 

Gucci มีกางเกงขาสั้นจับจีบทั้งตัว ใส่แล้วเหมือนกระโปรงสั้นได้เหมือนกัน ฉะนั้นหนุ่มใดที่ใส่ต้องขาดูแข็งแรง ทั้งสองแบรนด์มีเสื้อซีทรูมี่ทอด้วยเทคนิคพิเศษสวยขาดใจ นี่คือสิ่งที่ต้องมีในฤดูร้อนปีหน้า

 

Milano Uomo Moda SS 2019 : Ermenegildo Zegna Couture XXX กับเทรนด์กางเกงจับสองจีบ ที่มีความพิเศษ

Milan Report : Ermenegildo Zegna Couture XXX 

แม้ไม่ได้เป็นโชว์แรก แต่ก็เป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่เหมือนเป็นโชว์เปิด Milano Uomo Moda S/S 2019 หรือมิลานแฟชั่นวีคคอลเลกชันสุภาพบุรุษนั่นเอง นอกจากจะพาเหล่าแฟชั่นนิสต้าและสื่อมวลชนออกไปนอกตัวเมืองมิลาน ที่มีอาคารมหึมาที่ออกแบบโดย Oscar Niemeyer (ออสการ์ นีเอไมเยร์)สถาปนิกชาวบราซิล ที่มีผลงานแนว Brutalism ที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง 

ตัวอาคารนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของตระกูล Mondadori ด้านหน้ามีบึงน้ำเสมือนกระจกแผ่นยักษ์สะท้อนตัวอาคาร ซึ่งครีเอทีฟของแบรนด์ Zegna (เซ็นญ่า) คือ Alessandro Sartori เลือกให้ที่นี่เป็นที่เปิดตัว XXX ของ Zegna ซึ่งเป็น couture craft ที่พิเศษกว่ากูตูร์ ทั่วไป รังสรรค์กันตั้งแต่เส้นใยทอผ้า มาจนถึงซิลลูเอทของชุด 

โชว์นี้ใช้แสงธรรมชาติยามสามทุ่มของฤดูร้อนที่พระอาทิตย์อัศดงฉาบกระจกของสีชาของตัวอาคารให้กลายเป็นสีอำพันเหมือนทอง Weightlessness คือคำจำกัดความสั้นๆ ที่ซิลลูเอทของชุดจะดูหลวมแต่ไม่รุงรัง เสื้อคลุมแบบตัวหลวมแต่เข้าเอว parkas มีทั้งสั้นและยาว ทุกชิ้นดูเบาเหมือนจะลอยในอากาศได้ 

กางเกงจับสองจีบกลับมาแล้ว รวมทั้งแขนเสื้อแบบดับเบิล เน้นคอปกทรงแปลกตา ทั้งหมดนี้อยู่ในผ้าที่เบาแต่อยู่ตัว มีความพริ้ว ผ้าบางชิ้นทอจากเส้นใย Century Cashmere ผสมเส้นใยที่กันน้ำทำให้มีผิวสัมผัสพิเศษ บางชิ้นเป็นผ้าไหม Tussah silk ผลิตโดย Lanificio Zegna 

โทนสีของคอลเลกชันมีตั้งแต่สีเบจ มอคกา ฟ้าจาง น้ำเงินนาวี เหลืองทานตะวัน  ไปจนถึงสีแดงก่ำ เฉดสีสวยจับตา ดีไซน์ของรองเท้าก็มีลูกเล่นมากมายรวมทั้งโลโก้ XXX มีทั้งรองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะรัดส้น หนุ่มๆ ด้แต่งตัวกันสนุกแน่ในฤดูร้อนปีหน้า

แต่ที่แน่ๆ โชว์นี้ได้เซ็ตภาพลักษณ์หนุ่ม Zegna แบบหลากเชื้อชาติ ในรูปร่างแบบอวตารที่มีแขนขายาว มีความหล่อในแบบเฉพาะตน แต่มีบุคลิกที่เหมือนกันแบบหนุ่ม Zegna ที่ไม่นำพาว่าจะต้องหล่อแบบอุดมคติ

ต้องบอกว่า Ermenegildo Zegna Couture  ทำให้อีก 3 วันที่เหลือของ Milano Uomo Moda S/S 2019 รอดจากการถูกค่อนว่าโชว์เด็ดๆ หนีไปปารีส หรือไปรวมกับโชว์ของสุภาพสตรีเสียหมด เพราะแค่โชว์นี้ก็ทำให้มิลานไม่เสียหน้าจากการเป็นผู้นำแฟชั่นสุภาพบุรุษแล้ว 

Ocean8 x Cartier รังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ 

 

ได้รับความสนใจไม่แพ้พลังนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ดในภาพยนตร์เรื่อง Ocean’s 8 โดย Cartier ได้ปลุกตำนานสร้อยพระศอของมหาราชาแคว้น Nawanagar  ร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์แห่งปี Ocean’s 8 ภาคต่อของภาพยนตร์   แอคชั่นในตำนาน Ocean’s 11อันโด่งดัง บรรจงรังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ 

คาร์เทียร์ได้ระดมช่างฝีมือของแผนกอัญมณีชั้นสูง (High Jewelry) ณ Rue de la Paix ในกรุงปารีส ใช้ช่างอัญมณีที่เชี่ยวชาญที่สุดเพื่อรังสรรค์สร้อยคอชิ้นเอกในระยะเวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ สร้อยคอได้ถูกปรับให้เข้ากับสรีระของดารานำในเรื่อง แอน แฮทธาเวย์ โดยลดขนาดลงราว 15-20% ของขนาดดั้งเดิมที่ออกแบบมาเพื่อมหาราชาแห่งแคว้น Nawanagar

สามารถถอดเปลี่ยนได้และได้รับการปรับแต่งให้พอดีกับสรีระของนักแสดงอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับสร้อยคอตูซองต์ที่ผลิตขึ้นใหม่เพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ ประกอบไปด้วย เพชรน้ำงามไม่มีสีใดๆ เจือปน ส่วนดั้งเดิมที่ใช้เพชรสี ช่างได้ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่เรียกว่าเซอร์คอเนียมออกไซด์แทนที่และวางลงบนตัวเรือนทองคำขาว

 

คาร์เทียร์ยังเป็นแบรนด์เครื่องประดับเพียงหนึ่งเดียวที่ดารารับเชิญในภาพยนตร์สวมใส่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิตันหรือ The Met เป็นเวลา 5 คืนติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชั้นสูง ไฮ จิวเวลรี่ นาฬิกาและเครื่องประดับแบบต่างๆ

 

 

 

 

บูติคแฟลกชิพ ณ ถนนฟิฟท์อเวนิวหรือคาร์เทียร์แมนชั่น (Cartier Mansion) หนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงนิวยอร์กได้ใช้เป็นที่ถ่ายทำหลายฉากที่สำคัญ โดยคาร์เทียร์ปิดทำการแมนชั่นเป็นเวลา 2 วันในการถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมด้านนอกของคาร์เทียร์แมนชั่นบนถนนหมายเลข 52 ยังปรากฏในภาพยนตร์อีกด้วย