Posts

petit h celebrates Bangkok! จิตวิญญาณแห่งการมอบชีวิตให้กับสิ่งต่างๆ อีกครั้ง ผ่านงานฝีมือและการสร้างสรรค์ครั้งใหม่

petit h นำเสนอบรรยากาศของความเบาสบาย มีชีวิตชีวา สนุกสนาน และความเป็นเลิศด้านงานฝีมือ ที่ร้าน Hermès ไอคอนสยาม ในรูปแบบของบทสนทนาอันแสนเพลิดเพลินจากการรังสรรค์ชิ้นงาน การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และความยั่งยืน

petit h เวิร์คชอป ก่อตั้งขึ้นในปี 2553 ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ Godefroy de Virieu กระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงานแบบย้อนกลับ อันเนื่องมาจากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้มาจากการออกแบบชิ้นงานก่อน แต่กลับเกิดจากความปรารถนาที่จะมอบชีวิตให้กับวัสดุเหลือใช้อันทรงคุณค่าอย่าง หนัง ซิลค์ คริสตัล และพอร์ซเลน โดยช่างฝีมือ ศิลปิน และดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ ผสมผสานวัสดุต่างๆ ประกอบ ดัดแปลง และปรับแต่งขึ้นใหม่ ด้วยวิธีการหลากหลายนับพัน petit h เวิร์คชอป คืนชีวิตให้กับวัสดุได้กลับมามีคุณค่าและมีความหมายอีกครั้ง กำเนิดผลงานสร้างสรรค์อันเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ งามสง่าและเหมาะแก่การใช้งาน ตอกย้ำถึงจิตวิญญาณของ Hermès ที่ยึดมั่นในอิสระภาพแห่งการสร้างสรรค์ การใช้วัสดุชั้นเลิศ และองค์ความรู้ความชำนาญของช่างฝีมือ เกิดเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่น่าตื่นเต้นมีชีวิตชีวาและสร้างความประทับใจ

ปาร์ตี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว! ในเทศกาลงานวัดที่แสนคึกครื้น ซึ่งจัดในชุมชนท้องถิ่นของไทย petit h ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเทศกาลตามประเพณีอันสนุกสนานของไทย สร้างสรรค์และนำเสนอในรูปแบบใหม่ ด้วยการแปลงโฉมทั้งสองชั้นของร้าน Hermès ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร โดยศิลปินชาวไทย Suntur (ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล) ได้ตีความคอนเซ็ปต์งานวัดออกมาด้วยสไตล์มินิมอลอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา สะท้อนความโดดเด่นของงานออกแบบที่แยบยล และความคิดสร้างสรรค์อันล้ำลึกของ petit h บนพื้นทรายสีขาว จัดวางด้วยรถเข็นขายของ และรถเข็นบนแท่นอิฐสีสันสดใส ที่ทำขึ้นจากวัสดุรีไซเคิล และตกแต่งด้วยร่มที่ทำจากผ้าพันคอซิลค์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ nomadic แสงไฟประดับประดาที่สนุกครึกครื้น และธงที่ตกแต่งโบกสะบัด สอดผสานพื้นที่จัดแสดง สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของ petit h ที่ชิ้นงานล้วนผ่านการสร้างสรรค์อย่างอิสระ ผสานวัสดุที่หลากหลายอย่างไร้ซึ่งขีดจำกัด อย่างเช่นชั้นวางหนังสือรูปช้าง ที่โครงสร้างห่อหุ้มด้วยหนังหลากสีสัน และในอีกมุมจะพบกับเปลญวน ที่ถักทอรอยเรียงจากริบบิ้นซิลค์อย่างบรรจงและน่าดึงดูดใจแก่ผู้มาเยือน ซึ่งกำลังมองหามุมนั่งพักผ่อน ผลงานสร้างสรรค์ทั้งสองชิ้นนี้และอีกหลากหลายชิ้นในงาน แต่งแต้มชีวิตชีวา สอดผสานไปตามจังหวะที่สนุกสนานได้อย่างลงตัวในกรุงเทพมหานครแห่งนี้

rhunrun เรียบเรียง ร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2565

coffin dodger

t o n g

Specularis

Photographer: Thanut Treamchanchuchai

Stylist: Teeratat Somudomsup

Arceau Lift Tourbillon répétition Minutes So Black

Author: Sethapong Pawwattana

นาฬิกาอาร์โซ ลิฟต์ ทูร์บิญอง เรปิติซิยง มินิทส์ โซ แบล็ค หน้าปัดลงยาซึ่งตัดด้วยรูปทรงของม้าอันสง่างาม ได้เผยให้เห็นถึงความซับซ้อนของจักรกลทูร์บิญอง และเรปิติซิยง มินิทส์ ของ Hermés (แอร์เมส) โดยสามารถมองเห็นได้ผ่านส่วนที่ตัดออกเป็นรูปร่างของม้า ซึ่งเผยการทำงานของจักรกลอันซับซ้อนของระบบตีบอกเวลา หรือ répétition minutes (เรปิติซิยง มินิทส์) ประกอบด้วยฆ้องคู่ที่หล่อหลอมไว้ด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างแท้จริง ความซับซ้อนของจักรกลตามประเพณีอันประณีตแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาซึ่งผสมผสานไว้ด้วยอีกหนึ่งความพิเศษของเครื่องบอกเวลาชั้นสูง นั่นคือ flying tourbillon (ฟลายอิ้ง ทูร์บิญอง) นำมาบรรจุอยู่ภายในบริเวณส่วนคอของม้าและเผยให้เห็นผ่านช่องหน้าต่างทรงกลม ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

สง่างามภายใต้โครงสร้างทูร์บิญองทรง ‘H’ คู่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายสัญลักษณ์ของบูติก Hermés ณ Faubourg Saint-Honoré (โฟบูร์ก แซงต์-โตโนเร่) ในกรุงปารีส พร้อมทั้งงานออกแบบอันโดดเด่นที่ครอบบนกรงทูร์บิญองและสะพานจักรของตลับลาน ซึ่งสะท้อนถึงรูปทรงของเหล็กดัดที่ตกแต่งทั้งบริเวณทางเข้า ราวบันไดบันได และลิฟต์ อันล้วนเป็นการตกแต่งในสไตล์ปารีเซียง

เผยเสน่ห์อันงดงามนี้ด้วยเข็มชี้แบบฉลุและเรียวบางที่หน้าปัดของเรือนเวลายังสลับคั่นด้วยตัวเลขทรงลาดเอียงเชื้อชวนให้นึกถึงม้าซึ่งกำลังวิ่งควบอย่างสง่างามอันเป็นสัญลักษณ์ของคอลเลกชั่นอาร์โซ ขณะที่ส่วนซึ่งตัดออกของหน้าปัดและฝาหลังกระจกแซฟไฟร์นั้นยังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกจักรกลไขลานด้วยมือ แมนูแฟคเจอร์แอร์เมส เอช 1924 และช่วยให้มั่นใจได้ถึงเสียงตีบอกเวลาอันก้องกังวานใสราวกับคริสตัลของจักรกลเรปิติซิยง มินิทส์ พร้อมทั้งบรรจุภายในตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 43 มิลลิเมตร ที่ผสานไว้ด้วยสองความสลับซับซ้อนหลักแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) สายหนังจระเข้สีดำแบบด้าน

Arceau Le temps voyageur เรือนเวลาที่อัดแน่นด้วยจิตวิญญาณของการเดินทางตามแบบวิถีแห่งแอร์เมสพร้อมระบบจักรกลสุดประณีต “ทราเวลลิงไทม์” ที่โชว์ให้เห็นการโคจรของดวงดาวที่เคลื่อนหมุนด้วยแรงดึงดูด

นาฬิกา อาร์โซ (Arceau) เป็นผลงานการออกแบบโดย อองรี ดอริญี (Henry d’Origny) ในปี ค.ศ. 1978 ที่ได้มอบการแสดงออกครั้งใหม่แห่งสไตล์ และเชื้อชวนให้หวนนึกถึงจิตวิญญาณของการเดินทางตามแบบวิถีแห่งแอร์เมส (Hermès) โดยรังสรรค์ขึ้นภายใต้ตัวเรือนทรงกลมทำจากแพลทินัม และไทเทเนียม หรือสตีล พร้อมทั้งเอกลักษณ์ของหูตัวเรือนแบบอสมมาตร ที่เผยให้เห็นถึงการตีความใหม่เฉพาะหนึ่งเดียวโดยแอร์เมส ให้กับความสลับซับซ้อนภายในเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) อันแสนคลาสสิก กับการเดินทางผ่านหลากหลายชั่วโมงของโลก ด้วยจักรกล “ทราเวลลิง ไทม์” (“Travelling time”) ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับแอร์เมส โดยมอบการแสดงแบบดิสก์ของทั้ง 24 ไทม์โซน และการโคจรของดวงดาวที่เคลื่อนหมุนด้วยแรงดึงดูดรอบแผนที่อันแสนแฟนตาซี ซึ่งจินตนาการขึ้นโดย เฌอโรม คอลลิยาร์ด (Jérôme Colliard) สำหรับรังสรรค์ลวดลายบนผ้าพันคอไหม “แพลนิสสเฟียร์ เดอ’อุน มองเด เอเควสเตร” (“Planisphère d’un monde équestre”) 

โดยหน้าปัดย่อยเคลื่อนที่และการแสดงเวลาบ้านเกิด (home time) ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา นั้นขับเคลื่อนด้วยโมดูลพิเศษประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 122 ชิ้นส่วน หนาเพียง 4.4 มม. ซึ่งผสานไว้ภายในกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ แอร์เมส เอช1837 (Hermès H1837) จักรกลนี้ขับเคลื่อนการแสดงชั่วโมง นาที และเวลาสองไทม์โซน พร้อมทั้งการแสดงชื่อเมืองต่างๆ โดยบรรจุภายในนาฬิกาสองรุ่นของ อาร์โซ ตอมป์ส โวยาเชอร์ (Arceau Le temps voyageur) กับเวอร์ชันแพลทินัม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. พร้อมด้วยขอบตัวเรือนไทเทเนียมเคลือบดีแอลซี (DLC) สีดำด้าน และเวอร์ชันสตีล 38 มม. ซึ่งทั้งสองรุ่นประกอบคู่มากับสายหนังจระเข้ หรือสายหนังวัวสวิฟต์ (Swift) ที่รังสรรค์ขึ้นภายในห้องปฏิบัติการของ แอร์เมส ออร์โลเฌอร์ (Hermès Horloger) จากการใช้ทักษะความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือการทำเครื่องหนังและอานม้า    ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของเฮาส์  (House)

rhunrun เรียบเรียง

งานฝีมือสุดหรู นี่ไม่ใช่กระเป๋า Birkin สุดไอคอนิกของ Hermès แต่มันคือหินที่ถูกแกะสลักโดย Barbara Ségal ศิลปินคนดังจากนิวยอร์ก!

งานฝีมือสุดหรู นี่ไม่ใช่กระเป๋า Birkin สุดไอคอนิกของ Hermès แต่มันคือหินแกะสลักงานศิลปะโดย Barbara Ségal ศิลปินคนดังจากนิวยอร์กที่ร่ำเรียนวิชาแกะสลักหินมาจากปรมาจารย์ René Collamarini ที่ปารีส

ด้วย texture ของหินที่สวยแบบธรรมชาติจะวางไว้ที่ไหนในบ้านก็โดดเด่นไปหมดจริงๆ!

rhunrun เรียบเรียง

HermesFit : READY…SET…GO! HERMÈS ACCESSORIES WITH A FITNESS TWIST!

งาน HermesFit นี้จัดขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆ และบรรดาแฟนของ Hermès มาฟิตร่างกาย ไปด้วยกัน ณ ยิมที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Hermès ที่ลาน Central World Square ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 18 – 27 มีนาคม 2555 ด้วยการลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ Hermes.com

ในงาน HermèsFit นำเสนอประสบการณ์ใหม่ สัมผัส ความสนุกและท้าท้ายด้วยแอคเซสเซอรี่จาก Hermès ที่ผสมผสานความสง่างามในการออกกำลังกายเข้า กับความสนุกสนานของฟิตเนสได้อย่างลงตัว ความสวยงามของเส้นสายสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวของ HermesFit ที่บริเวณลาน Central World Square เป็นการจำลองบรรยากาศของสนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกายสุดเท่มาไว้อย่างสวยงาม แม้นิทรรศการนี้จะจบลงไปแล้ว แต่เรามีภาพสถานที่ที่ดีไซน์มาโดยเฉพาะนี้มาให้ชม

ถ้าจะนิยามการออกกำลังกายแบบ Hermès ก็คงจะมี โยคะด้วยผ้าพันคอ ยืดเส้นด้วยเข็มขัด และชกมวยด้วยกำไลข้อมือ… Hermès แต่ช้อปปิ้งไม่ใช่หนึ่งในการออกกำลังกายในนี้แน่ๆ แม้จะมีของสวยๆ มาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง แต่เชิญที่บูติก โดยนิทรรสการนี้ไม่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแอร์เมสใดๆ ทั้งสิ้น
แต่เชื่อว่าหลายๆ คนอยากจะได้อุปกรณ์การออกกำลังกายที่มีไว้ตกแต่งและใช้งานจริงๆ ในสถานที่นี้ แต่บอกก่อนว่าไม่ได้มีจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็ฯที่ยกน้ำหนักที่มีตุ้มถ่วงน้ำหนักเป็นรูปม้า ดัมเบลรูปม้าที่สวยจนน่ามีไว้ใช้ในยิมที่บ้าน แต่อุปกรณืเหล่านี้ดีไซน์พิเศษเพื่องานนี้และเป็นนิทรรศการหมุนเวียนที่ได้แวะเวียนมาที่กรุงเทพฯ แบบเอ็กซ์ครูซีฟจริงๆ โดยก่อนหน้านี้ได้จัดขึ้นที่ โตเกียว นิวยอร์ค ปารีส และเมืองอื่นๆ


งานนี้จึงเป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง มีความสนุกสนานและได้ใช้พลังงาน กระตุ้นให้ร่างกายมีความสุขจากการได้ยืดเส้นยืดสายอย่างแท้จริง HermèsFit เป็นโลก interactive ที่น่าดึงดูด และกิจกรรมมากมายที่พร้อมให้มาสัมผัส พื้นที่สนุกๆ แห่งนี้ได้ รับการออกแบบตกแต่งอย่างมีชีวิตชีวา ด้วยสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès และผนังตกแต่งลวดลาย กราฟิกต่างๆ พื้นที่สีสันสดใสที่ประกอบไปด้วยห้องสำหรับคลาสออกกำลังกายตามตารางเวลา
มีผนัง อุปกรณ์ยกน้ำหนักอันครบครัน ทั้งบาร์เบลและเคตเทิลเบลของ Hermès อีกทั้งพื้นที่สำหรับฝึกร่างกายแบบ Callisthenics อันได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès เวทีมวยและผนังปีนผาจำลอง ที่เป็นบูธถ่าย ภาพด้วยในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีบาร์น้ำผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับเวลทีมวยอาจจะไม่ใช่ที่ให้ขึ้นไปชกมวยจริงๆ เพราะใครอยากออกแรงแบบนั้นมีมุมกระสอบทรายที่ดีไซน์ลายกราฟฟิกแบบผัรพันคอแอร์เมลอยู่ แต่เวทีมวยขนาดเท่าจริงๆ นั้นจริงๆ เป็นมุมสำหรับเซลฟีโดยมีกล้องถ่ายรูปอยู่บนเพดาน ใครต้องการภาพสุดพิเศษนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาให้คำแนะนำ

โดยในบริเวณงานจะมีส่วนหนึ่งที่จัดเป็นที่เก็บสัมภาระส่วนตัวในส่วนล็อคเกอร์ ด้วยการให้ลงทะเบียนเพื่อจำกัดคนที่จะเข้ามาร่วมงาน จึงเป็นการรักษาระยะห่างตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวด จึงมั่นใจได้ว่ามีการดูแลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยต่อการเสี่ยงสัมผัสต่างๆ ไว้อย่างรัดกุม เมื่อเก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาหยิบผ้าพันคอขึ้นมา มุ่งหน้าไปยังคลาส Carré Yoga ที่จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลด้วยท่าโยคะที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès หรือจะ เข้าคลาส Belt Stretching โดยเลือกเข็มขัดเส้นที่ใช่ มาช่วยยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และฝึกลมหายใจ หยิบกำไลข้อมือแล้วไปโพสต์ท่าต่อยมวยอย่างมีสไตล์ในคลาส Kickboxing with Bracelets นอกจากนี้ยังมีคลาส Hat Balance Challenge ที่จะช่วยคุณฝึกสมดุลระหว่างสวมหมวก ในขณะที่ Small Leather Goods Workout จะเป็น คลาสที่ใช้เครื่องหนังชิ้นเล็กที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายด้วยความสง่างาม แข็งแรง และยืดหยุ่น


โดยงานครั้งนี้ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง hermes.com โดยไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในเชิงการค้า คือมาให้สัมผัสผระสบการณ์ดีๆ ของแอร์เมสจริงๆ โดยมีเหล่าโค้ชผู้แต่งกายอย่างสดใสในชุดสีส้ม ได้เตรียมพร้อมให้ คำแนะนำ ตลอดช่วงเวลาการออกกำลังกาย
สถานที่ที่สวยงามนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ๆ จะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น ในช่วงเย็น เวทีมวยที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ ซึ่งมี กระสอบทรายตกแต่งด้วยลายพิมพ์ผ้าพันคอซิลค์ของ Hermès ในบริเวณใกล้กันพื้นที่นี้จะถูกเนรมิตให้กลาย เป็นเวทีดนตรีสำหรับการแสดงต่างๆ โดยจะมีบูทดีเจและคอนเสิร์ตดนตรีสดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ใครชอบเล่นปิงปองจ้องมาสัมผัสความท้าทายกับโต๊ะปิงปองทรงกลมอันน่าสนุกตื่นเต้น พร้อมด้วยไม้ปิงปองพิมพ์ลายผ้าพันคอซิลค์ ที่ทําให้ทุกคนได้มาร่วมแข่งขันกันสักแมตช์ นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังสามารถถ่ายรูปในบริเวณงาน เพื่อเก็บช่วงเวลาอันน่าจดจำของ #HERMESFIT ได้อีกด้วย สถานที่ออกกำลังกายสวยๆ เก๋สไตล์แอร์เมสแบบนี้จึงเป็นความพิเศษที่ควรค่าแก่การจดจำจริงๆ

เปิดให้เข้าชมได้ทุกท่าน ผ่านการลงทะเบียนล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม เป็นเวลาต่อเนื่อง 10 วัน งาน อีเวนต์ ที่เวียนไปจัดต่อเนื่องกันในหลากหลายที่ทั่วโลก เพื่อแบ่งปันเจตนารมณ์ที่ดีให้กับแฟนๆ ทั่วโลก ด้วยความมีเอกลักษณ์และชีวิตชีวาของ HermèsFit วิถีใหม่ ของการออกกำลังกาย ร่วมไปกับแอคเซสเซอรี่ชิ้นโปรดของ Hermès ที่จะเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่าง แน่นอน และเป็นการออกกำลังกายที่คงไม่เหมือนที่ไหนๆ และคงจะไม่มีแบบนี้บ่อยๆ ดังนั้นอย่ารอช้ารีบลงทะเบียนแล้วมาสัมผัสกับโลกแห่ง HermèsFit กัน

GET READY TO EXPERIENCE HERMÈS ACCESSORIES WITH A FITNESS TWIST!

ใครที่ผ่านไปมาแถวสี่แยกราชประสงค์อาจจะเห็นความคืบหน้าของการตระเตรียมสถานที่ที่มีดีไซน์แปลกตาและโลโก้ Hermès อาจจะสงสัยว่าคืออะไรหนอ ใครสายกีฬาหรือชอบการออกกำลังกาย เตรียมพบกับการออกกำลังกายหลากหลาย โยคะด้วยผ้าพันคอ ยืดเส้นด้วยเข็มขัด และชกมวยด้วยกำไลข้อมือ… Hermès เปิดตัวงาน HermesFit งานที่เชิญชวนเพื่อนและแฟนของ Hermès มาฟิตร่างกาย ไปด้วยกัน ณ ยิมที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Hermès

งานจัดขึ้นที่ลาน Central World Square ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 18 – 27 มีนาคม 2555 ในงาน HermèsFit นำเสนอประสบการณ์ใหม่ สัมผัส ความสนุกและท้าท้ายด้วยแอคเซสเซอรี่จาก Hermès ที่ผสมผสานความสง่างามในการออกกำลังกายเข้า กับความสนุกสนานของฟิตเนสได้อย่างลงตัว

HermèsFit เป็นโลก interactive ที่น่าดึงดูด และกิจกรรมมากมายที่พร้อมให้มาสัมผัส พื้นที่สนุกๆ แห่งนี้ได้ รับการออกแบบตกแต่งอย่างมีชีวิตชีวา ด้วยสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hermès และผนังตกแต่งลวดลาย กราฟิกต่างๆ พื้นที่สีสันสดใสที่ประกอบไปด้วยห้องสำหรับคลาสออกกำลังกายตามตารางเวลา มีผนัง อุปกรณ์ยกน้ำหนักอันครบครัน ทั้งบาร์เบลและเคตเทิลเบลของ Hermès อีกทั้งพื้นที่สำหรับฝึกร่างกายแบบ Callisthenics อันได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès เวทีมวยและผนังปีนผาจำลอง ที่เป็นบูธถ่าย ภาพด้วยในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีบาร์น้ำผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อเก็บสัมภาระส่วนตัวในห้องล็อคเทอร์เรียบร้อยแล้ว ได้เวลาหยิบผ้าพันคอขึ้นมา แล้วมุ่งหน้าไปยังคลาส Carré Yoga ที่จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุลด้วยท่าโยคะที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าพันคอของ Hermès หรือจะ เข้าคลาส Belt Stretching โดยเลือกเข็มขัดเส้นที่ใช่ มาช่วยยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และฝึกลมหายใจ หยิบกำไลข้อมือ แล้วไปโพสต์ท่าต่อยมวยอย่างมีสไตล์ในคลาส Kickboxing with Bracelets นอกจากนี้ยังมีคลาส Hat Balance Challenge ที่จะช่วยคุณฝึกสมดุลระหว่างสวมหมวก ในขณะที่ Small Leather Goods Workout จะเป็น คลาสที่ใช้เครื่องหนังชิ้นเล็กที่จะช่วยให้คุณออกกำลังกายด้วยความสง่างาม แข็งแรง และยืดหยุ่น
เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง hermes.com ชวนเพื่อนและครอบครัว มาร่วมสัมผัสประสบ การณ์สนุกๆ ที่ HermèsFit ตามเวลาที่ต้องการ หรือสำรองที่เพื่อเข้าร่วมคลาสไนยิม และฝึกกับ เทรนเนอร์ตามเวลาที่นัดหมาย โดยเหล่าโค้ชผู้แต่งกายอย่างสดใสในชุดสีส้ม ได้เตรียมพร้อมให้ คำแนะนำ ตลอดช่วงเวลาการออกกำลังกายที่คุณเลือก ซึ่งจะทำให้คุณได้สัมผัสและคุ้นเคยกับงาน ฝีมือของ Hermès ได้อย่างคาดไม่ถึง

ไม่เพียงเป็นสถานที่ๆ จะเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น ในช่วงเย็น เวทีมวยที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ ซึ่งมี กระสอบทรายตกแต่งด้วยลายพิมพ์ผ้าพันคอซิลค์ของ Hermès ในบริเวณใกล้กันพื้นที่นี้จะถูกเนรมิตให้กลาย เป็นเวทีดนตรีสำหรับการแสดงต่างๆ โดยจะมีบูทดีเจและคอนเสิร์ตดนตรีสดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นอกจาก นี้ยังมีโต๊ะปิงปองทรงกลมอันน่าสนุกตื่นเต้น พร้อมด้วยไม้ปิงปองพิมพ์ลายผ้าพันคอซิลค์ ที่ทําให้คุณและ เพื่อนมาแข่งขันกันสักแมตช์ ผู้เข้าชมงานยังสามารถถ่ายรูปในบริเวณงาน เพื่อเก็บช่วงเวลาอันน่าจดจำของ #HERMESFIT ได้อีกด้วย

เปิดให้เข้าชมได้ทุกท่าน ผ่านการลงทะเบียนล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม เป็นเวลาต่อเนื่อง 10 วัน งาน อีเวนต์ ที่เวียนไปจัดต่อเนื่องกันในหลากหลายที่ทั่วโลก (ก่อนหน้านี้คือ โตเกียว นิวยอร์ค ปารีส และอื่นๆ) เพื่อแบ่งปันเจตนารมณ์ที่ดีให้กับแฟนๆ ทั่วโลก ด้วยความมีเอกลักษณ์และชีวิตชีวาของ HermèsFit วิถีใหม่ ของการออกกำลังกาย ร่วมไปกับแอคเซสเซอรี่ชิ้นโปรดของ Hermès ที่จะเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่าง แน่นอน

วันเสาร์ที่ 22 มกราคมนี้เวลา 3 ทุ่มตามเวลาประเทศไทย รับชมโช์คอลเล็กชั่นล่าสุด Men’s Winter 2022 จาก Hermès สดๆส่งตรงจากปารีสได้ที่นี่

วันเสาร์ที่ 22 มกราคมนี้เวลา 9 โมงเช้าตามเวลาประเทศไทย รับชมโช์คอลเล็กชั่นล่าสุด Men’s Winter 2022 จาก Hermès ออกแบบโดย Véronique Nichanian สดๆส่งตรงจากปารีสได้ที่นี่ครับ

เรียบเรียง rhunrun

Hermès Opens Its 19Th Leather Workshop In Saint-Vincent-De-Paul (Gironde)

HERMÈS เปิดเวิร์คชอปเครื่องหนังแห่งที่ 19 ใน SAINT-VINCENT-DE-PAUL (GIRONDE) ทำให้เกิดการสร้างงาน 260 ตำแหน่ง และเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายในการผลิตระดับภูมิภาคในฝรั่งเศส นี่คือโครงการสำหรับช่างฝีมือระดับภูมิภาคที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ.1837 Hermès ยังคงมุ่งแสวงหาวิธีการดำรงรักษาไว้ซึ่งคุณค่าของการสร้างงานหัตถศิลป์ในด้านวิธีการผลิต อันเป็นจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน ทนทาน ความคิดสร้างสรรค์ ความคล่องตัว และนวัตกรรม


Maroquinerie de Guyenne สถานที่ผลิตแห่งแรกในเขต Gironde ของ Hermès ยังคงสืบสานมรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมทางงานฝีมือชั้นเลิศ รวมถึงจิตวิญญาณแห่งการสืบสานองค์ความรู้อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ Hermès ช่างฝีมือหนึ่งในสามจากเวิร์คชอปแห่งอื่นๆ จะมาประจำการที่เวิร์คชอปแห่งใหม่นี้ เพื่อช่วยเหลือดูแลด้านการฝึกฝนและแนะนำแนวทางต่างๆ ให้กับช่างฝีมือฝึกหัด เวิร์คชอปเครื่องหนังแห่งใหม่ของ Hermès ตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเจตนารมณ์ที่จะสร้างงานที่มีประสิทธิภาพและความมุ่งมั่นในการพัฒนาระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การฝึกฝนช่างฝีมือให้มีทักษะความชำนาญเป็นเลิศ
Hermès เชื่อมั่นในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อการร่วมงานกับพันธมิตรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มีการวางกลยุทธ์ในการสรรหาบุคลากรและการฝึกฝน ร่วมกับหน่วยงานด้านการหางานของฝรั่งเศส Pôle Emploi หน่วยงานด้านการศึกษา Greta education service และโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา Charles Péguy ซึ่งตั้งอยู่ใน Eysines การเรียนรู้ด้านงานหัตถศิลป์และการฝึกฝนฝีมือที่ได้รับการรับรองด้วยประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านเครื่องหนัง (CAP Maroquinerie) ความรู้ความสามารถรอบด้านผสานด้วยทักษะความชำนาญที่ช่างฝีมือจะได้รับ เป็นเครื่องการันตีถึงการสร้างอาชีพที่มีคุณภาพและยั่งยืน นอกจากนี้ภายในสถานที่ผลิต ยังให้ความสำคัญกับทักษะของแผนกตัดผืนหนัง และการประกอบ เพื่อพัฒนาส่งเสริมทักษะความชำนาญจากองค์ความรู้ทั้งสองด้านให้กับช่างฝีมือ

ยึดมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เวิร์คชอป Maroquinerie de Guyenne ออกแบบโดย Patrick Arotcharen สถาปนิกจากเมือง Bayonne โดยผลงานออกแบบส่วนมากได้รับแรงบันดาลใจจากความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศ และสถาปัตยกรรม ซึ่งเวิร์คชอปแห่งนี้เป็นอาคารที่มีความยาว 140 เมตร โครงสร้างหลักทำจากไม้และคอนกรีต ออกแบบโดยเน้นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Hermès ใน “การรังสรรค์สิ่งงดงามภายในสถานที่ที่สวยงาม” เวิร์คชอปทั้ง 8 เป็นสถานที่ทำงานของช่างฝีมือ ล้วนเปิดรับแสงสว่างตามธรรมชาติจากทิศเหนือ ซึ่งถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับท่าทางและเอื้อต่อการปฏิบัติงานของช่างฝีมือได้อย่างแม่นยำ
นอกเหนือจากการทุ่มเทให้กับการพัฒนาชุมชนระดับภูมิภาคแล้ว Hermès ยังสนับสนุนด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาพื้นที่เก็บของเก่าขนาด 5.6 เฮกตาร์ (35 ไร่) ด้วยการปลูกต้นไม้กว่า 100 ต้น สร้างความเขียวขจีให้กับพื้นที่ทั้งยังมอบสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรให้พนักงานของ Hermès ได้ทำงานอย่างมีความสุข เพื่อการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ จึงมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 2,250 ตารางเมตร ที่ให้พลังงานไฟฟ้ากว่า 40% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และเลือกใช้หลอดไฟ LED นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบการกักเก็บน้ำฝน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านสุขาภิบาลและเพื่อดูแลพื้นที่สีเขียว
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 Hermès ได้เปิดเวิร์คชอปเครื่องหนังในฝรั่งเศสจำนวน 9 แห่ง ส่งเสริมการจ้างงานให้กับช่างฝีมือในการผลิตเครื่องหนังและอานม้ามากกว่า 4,000 คน มีแผนงานที่จะเปิดเวิร์คชอปเครื่องหนัง 3 แห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่ Louviers (Eure), Tournes (Ardennes) และ Riom (Puy-de Dôme) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการสร้าง รวมถึงคัดสรรบุคลากรและฝึกฝนช่างฝีมือต่อไป

Hermès เอาใจนักสะสมของแต่งบ้านกับ Home Collection สไตล์มินิมอลที่ผลิตขึ้นอย่างประณีตทุกรายละเอียด วางไว้มุมในไหนในบ้านก็สวยอย่างลงตัว

 เฉลิมฉลองดีไซน์ใหม่ด้วยชุดของสะสม Home collection จาก Hermès ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ชวนฝันสไตล์และเส้นสายคลีนๆแบบ  Minimalistic กับการออกแบบด้วยวัสดุที่ทนทาน และนวัตกรรมองค์ความรู้ในแบบโบราณที่ทางแบรนด์เชี่ยวชาญ ซึ่งทำให้เกิดผลงานที่มอบความโดดเด่นและน่าค้นหาชวนสัมผัส  และชิ้นไฮไลต์ของชุดโฮมคอลเลคชั่นเซตในครั้งนี้ก็คงจะอดพูดถึงไม่ได้เลยล่ะครับ กับเก้าอี้อาร์มแชร์ Sillage D’Hermes

สำหรับ Sillage D’Hermès  ชิ้นนี้ได้รับการออกแบบโดย Studio Mumbai  ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่ถูกดีไซน์ดัดเเปลงให้มีขนาดกว้าง พอเหมาะ กับโครงสร้างตัวไม้ ที่ได้นำเส้นใย Cellulose microfibers จาก Puglia ประเทศอิตาลี มาเคลือบบนเนื้อไม้ ที่ทำให้เก้าอี้มีรูปทรงที่นูนโค้งและมีความเรียบง่ายชวนสัมผัส

ซึ่งยังมีการเสริมลวดลายแนวตรงและการเคลือบเงาที่ทำเองกับมืออย่างพิถีพิถันกันอีกด้วย (ได้อารมณ์งานศิลปะชิ้นนึงที่ใช้งานได้เลยล่ะครับ)โดยเก้าอี้ตัวนี้ก็จะมาพร้อมกับเบาะผ้า cashmere สองชิ้นที่มีลวดลายเดียวกันกับเก้าอี้ตัวหลักออกแบบโดยการวาดเองกับมืออีกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี Collection อื่นๆของทาง Hermès ที่มีให้เราได้เลือกชมกันอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ Bluestone handmade หรือโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีให้เราได้เลือกทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

ซึ่งคอลเลกชั่นทั้งหมดของทาง Hermès นั้นยังมีอีกเยอะให้เราได้รับชมกันครับ โดยสามารถหาดูและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานเปิดตัว Milan Design Week ครับ

เรื่อง Eknaphat Noonwong

เรียบเรียง rhunrun