Posts

Gucci เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับคอลเล็กชั่นที่ดึงเอา Doraemon ตัวการ์ตูนขวัญใจวัยเด็กของหลายคนมาเพิ่มสีสันและพลังแห่งจินตนาการ!

เทศกาลสำคัญช่วงต้นปีอย่าง ตรุษจีน กำลังใกล้เข้ามาแล้วและในปีนักษัตรฉลูหรือวัวปีนี้ Gucci ที่นำโดย creative director คนเก่งชาวอิตาลี Alessandro Michele ก็ได้เลือกตัวการ์ตูนสุดไอคอนิกผลงานของ อาจารย์ Fujiko F. Fujio อย่าง โดราเอม่อน เจ้าเหมียวไซบอร์กจอมซนจากศตวรรษที่ 22 ที่ถูกส่งมาช่วยเหลือเด็กน้อยที่ไม่มั่นใจในตัวเองอย่าง โนบิ โนบิตะ ด้วยของวิเศษจากโลกอนาคต จนเกิดเป็นเรื่องราวมิตรภาพแสนงดงามระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ ซึ่งในปีนี้ก็เป็นปีครบรอบ 50 ปีของเจ้าแมวสีฟ้าตัวนี้ด้วย

ในส่วนของเสื้อผ้า Gucci 2021 Chinese New Year Collection นี้จะใช้ลายเส้นและคู่สีฟ้าขาวเอกลักษณ์ของโดราเอม่อน มาผสมผสานกับลานพริ้นท์และโลโก้ GG สุดคลาสสิกของ Gucci และสอดแทรกคู่สีสดใสไว้อีกหลายสีเพื่อความสนุกส่งเสริมเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นชวนจินตนาการของ โดราเอม่อนและผองเพื่อน และยังสอดแทรกเซอร์ไพร์สไว้ด้วยอย่างชุดวัวสีทองที่โดราเอม่อนจะสวมใส่เฉพาะในคอลเล็กชั่นนี้เท่านั้น 

วันนี้เราจึงนำเอาภาพเคมเปญเท่ๆที่แฝงไปด้วยพลังแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของ โดราเอม่อน และ Gucci ลั่นชัตเตอร์โดย Angelo Pennetta มาฝากกัน โดยเรื่องราวนั้นก็ถูกถ่ายทอดภายใต้แนวคิดที่ว่าแม้ในกิจกรรมประจำวันอย่าง การทานอาหารเช้า เล่นเกมส์ ปาร์ตี้เล็กๆในสวนกับเพื่อนๆ ก็สามารถกลายเป็นการผจญภัยในจินตนาการได้ หากมีเจ้าเหมียวโดราเอม่อน เข้ามาสร้างสีสันและรับบทเพื่อนในจินตนาการที่ย้อนให้เรานึกถึงวัยเด็กครับ

ปิดท้ายที่ packaging คอลเล็กชั่นนี้จะใช้วัสดุรีไซเคิลที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติทั้งหมดซึ่งก็ยังมีการ์ดพิมพ์ลายเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความฝันและมิตรภาพในวัยเยาว์กว่าครึ่งศตวรรษของ โดราเอม่อน ครับ 

Gucci X The North Face: มีเรื่องให้ว้าวกันตั้งแต่ต้นปี เมื่อยืนหนึ่งในวงการแฟชั่นอย่าง Gucci ร่วมมือกับยืนหนึ่งในวงการแอดเวนเจอร์อย่าง The North Face มาจับมือกันออกคอลเลกชั่นที่ไม่ทิ้งกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์

Gucci เปิดเผยการร่วมมือกับ The North Face เพื่อเฉลิมฉลองให้กับจิตวิญญาณแห่งการสำรวจและเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจในพื้นที่ต่างๆ สำรวจและค้นหาความแตกต่างด้านวัฒนธรรม หรือจะเป็นการผจญภัยค้นหาตัวตนในเรื่องใดๆ ก็ตาม เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกกระตุ้นโดย Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนสำคัญของแบรนด์ โดยจุดมุ่งหมายของเขาคือการให้เสื้อผ้าเป็นเครื่องมือช่วยผลักดันให้ผู้สวมใส่ได้ก้าวเข้าไปสู่อีกหนึ่งขอบเขตที่ไม่เคยได้ไปถึงมาก่อน 

The North Face นั้นเองก็เป็นเสื้อผ้าที่โด่งดังไปทั่วโลกในฐานะแบรนด์ที่กระหายการผจญภัยในโลกกว้าง ซึ่งมอตโต้นี้ของแบรนด์ก็มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งของเรื่องราวแห่งแบรนด์ Gucci เช่นกัน ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นที่ซานฟรานซิสโกในปี 1966 แบรนด์ก็ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้าและยึดมั่นที่จะสำรวจในทุกสิ่งอันเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเสื้อผ้าให้ใช้การได้จริง และยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน แน่นอนว่าทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าการเดินทางนั้นนำมาซึ่งการค้นพบตัวตน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และเมื่อ The North Face ตัดสินใจมาร่วมเดินทางกับ Gucci พวกเขาก็พร้อมที่จะกระตุ้นให้ผู้คนออกเดินทางค้นหา และแสดงออกซึ่งตัวตนของตัวเอง โดยไม่ละทิ้งความตั้งใจดั้งเดิมของมิเคเล่ที่เชื่อว่าแฟชั่นก็คือเครื่องมืออันนำมาซึ่งอิสรภาพ

และเพื่อเป็นการสนับสนุนความแข็งแกร่งของการร่วมมือกันในครั้งนี้ มิเคเลได้มอบหมายให้ Daniel Shea เป็นผู้รับผิดชอบวิช่วลอันสวยงามในแคมเปญทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ และคอนเทนต์พิเศษในแพลตฟอร์ม TikTok โดยยกกองไปถ่ายทำกันบนเทือกเขาแอลป์ เราจะได้สัมผัสประสบการณ์เอาท์ดอร์ในยามที่ตัวเราออกไปเอาท์ดอร์ได้จำกัดแบบนี้ผ่านเหล่าไฮเกอร์สไตล์ Gucci ที่ชวนกันไปตั้งแคมป์ริมทะเลสาบ มีฉากหลังเป็นป่าและยอดเขาอันสวยงามจนแทบลืมหายใจ ถ่ายทอดผ่านโมเมนต์อันเผลอไผลยามเหล่านักปีนเขาร่วมกิจกรรมหย่อนใจในวันพักผ่อนโดยไม่ลืมนำเสนอชิ้นงานอันสวยงามโดดเด่น หากแต่กลมกลืนไปกับพื้นที่และเหล่านักปีนเขา 

บรรยากาศโดยรวมของแคมเปญนี้ชวนให้ระลึกถึงยุคเจ็ดศูนย์ เมื่อ The North Face เปิดรีเทลช็อปในเบิร์คเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และแชร์โรงงานผลิตรวมถึงหน้าร้านกับห้องซ้อมดนตรีของวงชื่อดังในยุคนั้นอย่าง Credence Clearwater Revival (หรือ CCR) พวกเขาเลยเลือกเพลงชาติของวงอย่าง Bad Moon Rising มาเป็นเพลงประกอบตลอดทั้งแคมเปญอีกด้วย

คอลเลกชั่นสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้าเรดดี้ทูแวร์ แอกเซสเซอร์รี่ กระเป๋า และรองเท้า ซึ่งก็มีคีย์ไอเท็มที่ชวนให้ระลึกถึงจิตวิญญาณการผจญภัยของ The North Face อย่างเต็นท์และถุงนอนมาเสริมให้คอลเลกชั่นนี้น่าสนใจยิ่งไป กว่าเดิม

คอลเลกชั่น The North Face x Gucci นี้ยังคงแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการดำเนินงานตามหลักการเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์ กระเป๋าผลิตจากวัสดุ ECONYL® หรือผ้าไนล่อนทำจากวัสดุเหลือใช้ (อย่างแหจับปลา พรม หรือขยะอื่นๆ) ซึ่งสามารถนำมารีไซเคิล หรือนำกลับมาผลิตซ้ำได้ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงได้ นอกจากนั้น โทนสีที่ใช้ในคอลเลกชั่นนี้ทั้งหมดยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคเจ็ดศูนย์ รวบรวมและอ้างอิงจากห้องสมุดวัสดุของ The North Face เองเลยทีเดียว ผ้าต่างๆ ในกรุถูกเลือกมาผสมในคอลเลกชั่นเพื่อชุบชีวิตในโลกใหม่ได้อย่างไม่ขัดเขิน 

ในส่วนของแพ็กเกจจิ้งนั้นก็มาในสีชมพูสดใสประทับตรา The North Face x Gucci อุปกรณ์ทุกอย่างทั้งถุงผ้า ถุงกระดาษ และกล่องได้ถูกออกแบบมาอย่างระมัดระวังโดยลดกระบวนการผลิตที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด วัสดุกระดาษและกระดาษแข็งผลิตมาจากต้นไม้ในป่าที่ถูกปลูกมาเพื่อการนี้ ที่สำคัญทั้งสองแบรนด์หลีกเลี่ยงการเคลือบกระดาษเพื่อให้มั่นใจว่าวัสดุกระดาษทุกชิ้นของคอลเลกชั่นนี้จะถูกนำไปรีไซเคิลได้ 100% นอกจากนั้น เพื่อลดการใช้กระดาษลงไปอีก ทุกกล่องมาพร้อมหูหิ้วเพื่อลดการใช้ถุงกระดาษอีกใบ ไอเท็มขนาดใหญ่มาในถุงช็อปปิ้ง และผ้าฝ้ายคลุมห่อโดยปราศจากกล่องหลายชั้น

คอลเลกชั่นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศจีน และจะวางขายในร้านที่ถูกออกแบบเป็นพิเศษ โดยตกแต่งด้วยแพทเทิร์นดอกไม้ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับแต่ละร้าน คอลเลกชั่น The North Face x Gucci บางส่วนจะขายที่ gucci.com และร้านรีเทลออนไลน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟบางร้าน

นอกเหนือไปจากนั้น โปรเจ็กต์ Gucci Artwalls จะเผยโฉมอย่างยิ่งใหญ่ในอีกห้าเมืองใหญ่อันได้แก่ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ ลอนดอน นิวยอร์ก และมิลาน แม้ว่าทุกคนจะอยู่ต่างเมือง ใช้ศิลปินต่างสาขา แต่ทุกที่ก็จะนำเสนอถึงเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น The North Face x Gucci อย่างพร้อมเพรียง

Gucci ออกแบบชุดทั้งหมดในเอ็มวี ‘Treat People With Kindness’ เพลงล่าสุดของ Harry Styles

เพลงความหมายดีๆต้อนรับปีใหม่! ‘Treat People With Kindness’ ของศิลปินมากสไตล์ขวัญใจสาวๆอย่าง Harry Styles ซึ่งในเพลงนี้เจ้าตัวได้ Phoebe Waller-Bridge นักแสดงสาวชาวอังกฤษมาร่วมสร้างสีสันในเอ็มวีทั้งการแสดงและการเต้น

แต่อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือชุดของทั้งสองนั้นถูกออกแบบและตัดเป็นพิเศษขึ้นโดย Gucci ผ่านฝีมือของ Alessandro Michele เพื่อเพลงนี้โดยเฉพาะครับ! ลงตัวทุกองค์ประกอบแบบนี้ยอดวิว 10 ล้านภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 วันก็ดูเหมาะสมดีจริงมั้ยครับ

Top 5 แอกเซสซอรีชิ้นสวยที่จะช่วยให้ AirPods ของคุณเท่ไม่ซ้ำใครและยังใช้เป็นเครื่องประดับเสริมลุคได้ง่ายๆ

นับตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อปี 2016 AirPods หูฟังไร้สายดีไซน์สวยจาก Apple ก็กลายเป็น gadget ชิ้นโปรดของหลายๆคนแต่เมื่อทุกคนก็มี Airpods คู่สวยไว้ในครอบครองทำอย่างไรล่ะหูฟังของเราถึงเท่ได้ไม่เหมือนใครหรือสามารถเติมความสนุกให้หูฟังกลายมาเป็นเครื่องประดับเพิ่มมิติให้การแต่งตัว  วันนี้ L’officiel Hommes Choice ได้เลือก  5 แอกเซสซอรีที่จะช่วยให้ Airpods เป็นมากกว่าหูฟังสำหรับคุณจะมีอะไรบ้างไปชมได้เลย! 

Misho Convertible Pro Pods 

แบรนด์ดังจากอินเดียที่ออกแบบตุ้มหูสีทองคู่สวยที่จะล็อก Airpods เข้ากับใบหูให้แน่นขึ้นแต่ก็ยังสามารถถอดหูฟังออกเมื่อไม่ใช้ก็จะกลายเป็นตุ้มดีไซน์สวยที่สามารถหาจี้หรือห่วงมาคล้องเพิ่มได้ราคาประมาณ 120 USD

Louis Vuitton Nanogram Earphone Earrings

แบรนด์หรูจากฝรั่งเศสที่ออกแบบที่ครอบให้กับตัวหูฟังโดยไม่ต้องสอดเข้ากับรูหูสีทองสุดหรูพร้อมลายโมโนแกรมไม่ว่าใครใช้ก็หรูหราดูแพงไปซะหมด! ราคาประมาณ 350 USD

Tapper 18k Gold Plated Rope Chain 

มาเป็นสร้อยคอทอง 18k พร้อมสายสวมสำหรับแบรนด์จากสวีเดนที่เมื่อไม่ใช้ฟังเพลงก็ใช้เป็นสร้อยคอสวยๆที่มีจี้เป็น gaddet ชิ้นสวยของคุณ! ราคาประมาณ 97 USD

Bottega Veneta AirPods Pro Case

ดีไซน์แบบชิวๆ relaxed สไตล์วันหยุดแต่ก็เต็มไปด้วยดีเทลสไตล์ New Bottega ที่โดดเด่นด้วยหนังลูกวัวสาน Intrecciato ไอคอนิกของแบรนด์ ราคาประมาณ 772 USD

Gucci AirPods Pro Case 

ถอดแบบมาจากกระเป๋าหูจับ Bamboo ไม้ไผ่ขัดสุดไอคอนิกพร้อมลาย GG ไขว้บน Canvasเสริมขอบด้วยหนังพร้อมตัวล็อกแบบ Padlock อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์พร้อมสายหนังคล้องคอปรับระดับได้ราคาประมาณ 1,100 USD

รวมไอเท็มของขวัญชิ้นเด่นสำหรับหนุ่มๆจาก GUCCI ในแคมเปญ GIFT GIVING 2020 ที่ประทับใจผู้รับแน่นอนสำหรับเทศกาลแห่งการให้ปลายปีนี้!

สำหรับเทศกาลวันหยุดนี้ Gucci วาดภาพค่ำคืนสุดพิเศษของปีในช่วงยุค 90 เมื่อสถานที่ทำงานกลายเป็นการผสมปนเปที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ของฟลอร์เต้นรำ,ไนต์คลับ, และบาร์

แคมเปญ Gift Giving ตัวล่าสุดของ Gucci ได้สื่อถึงบรรยากาศย้อนยุคของงานปาร์ตี้ในสำนักงานสมัยก่อน ตัวแคมเปญถูกคิดขึ้นโดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Micheleของ Gucci ถ่ายภาพโดยช่างภาพ Mark Peckmezian และถ่ายทำภาพยนตร์โดยผู้กำกับ Akinola Davies Jr ในภาพยนตร์แสดงให้เห็นตัวละครที่กำลังใช้เวลาจนหมดวันทำงานอย่างเบื่อหน่าย กดคีย์บอร์ดและมองนาฬิกาของพวกเขาอย่างไร้จุดหมาย วันที่ที่อยู่บนปฏิทินเป็นเวลาหลายเดือนแล้วและมีความตื่นเต้นที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนแผ่ไปทั่ววิวทิวทัศน์ที่น่าเบื่อหน่ายของโต๊ะทำงาน, เครื่องถ่ายเอกสาร, และตู้เก็บเอกสารโลหะ การตกแต่งตามฤดูกาลได้รับการติดตั้งอย่างเร่งรีบ เครื่องประดับแวววาว, สายรุ้งประดับ, และลูกโป่งล้วนถูกจัดวางไว้ในสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงรื่นเริงที่ถูกทำขึ้น

เมื่อนาฬิกาบอกเวลาห้าโมงเย็น โต๊ะต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนและสถานที่ทำงานได้ถูกสลายไปด้วยเพลงป๊อบยุค 80 และเสียงเปิดขวดเครื่องดื่ม เช่นเดียวกับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่แปลงร่างโดยชุดของพวกเขา พนักงานที่สวมใส่ชุด Gucci ก็กลายเป็นนักเที่ยวที่เปิดเผยและกระตือรือร้นที่จะแสดงท่าเต้นของพวกเขาบนฟลอร์เต้นรำที่ปูด้วยพรม ถูกปลดปล่อยโดยชุดและเสียงเพลงที่ดังจากเครื่องเล่นเทปของพวกเขา เหล่าเพื่อนร่วมงานเผยให้เห็นถึงตัวตนข้างในของพวกเขาเช่นเดียวกับในการแสดงละครที่มีการเปลี่ยนบทบาทและตัวตนถูกสลับไปมา เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ปกติทั่วไปให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีที่น่าตื่นเต้น

คอลเลคชั่น Gift Giving ของ Gucci นำเสนอกุญแจสำคัญในการเข้าถึงงานปาร์ตี้ที่น่าหลงไหลนี้ที่นำมาซึ่งความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวาในพื้นที่ของบริษัท อันที่จริงแล้วตัวสินค้าได้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงตามสองกลุ่มสินค้าที่มีความโดดเด่น โดยกลุ่มแรกได้รับแรงบันดาลใจจากความอบอุ่นสบาย ๆ ของผ้าห่มสำหรับฤดูหนาวซึ่งทำจากผ้า Jacquard ขนสัตว์ลาย Houndstooth ในสีเขียวและสีแดง ขณะที่กลุ่มที่สองจะเฉลิมฉลองจิตวิญญาณของงานปาร์ตี้ด้วยเลื่อมระยิบระยับเปล่งประกายในหลากหลายสีสันตั้งแต่สีทองและสีเงินไปจนถึงสีพาสเทลและสีดำ

กระเป๋าสะพายไหล่สายโซ่ GG Marmont 2.0 ขนาดกลางและขนาดเล็กได้ถูกตกแต่งด้วยผ้า Jacquard ขนสัตว์ แบบเดียวกับสินค้าเครื่องหนังขนาดเล็กและกระเป๋าเดินทางเช่น กระเป๋า tote ทรง East/West และกระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดกลาง นอกจากนี้มันยังให้ความรู้สึกแบบวินเทจเนื่องจากผ้าแบบเดียวกันถูกนำมาใช้กับสินค้ากลุ่มรองเท้า เช่น รองเท้าบูทสั้นบุด้วยขนแกะ Merino สำหรับสุภาพสตรีและรองเท้า Mule แบบไม่ระบุเพศรุ่นใหม่รวมไปถึงรองเท้าสนีกเกอร์ Gucci Tennis 1977 ในหลากหลายสไตล์ เครื่องประดับที่โดดเด่นอื่น ๆ ได้แก่ หมวกเบสบอล, หมวกบักเก็ต, ที่ปิดหู, ถุงเท้า, ผ้าพันคอ, และเสื้อ Poncho

กระเป๋าถือแบบเดียวกันในรุ่นสะพายไหล่สายโซ่ขนาดมินิและขนาดเล็กยังได้รับการตกแต่งด้วยเลื่อมระยิบระยับในสีดำ, สีเงิน, สีทอง, และสีพาสเทลชมพูและเขียว รวมถึงในรุ่นที่เป็นแถบหลายสีด้วยเช่นกัน การตกแต่งถูกทำขึ้นโดยการเย็บเลื่อมขนาด 3 มิลลิเมตรลงบนแถบผ้าไหมซึ่งทำให้ผ้านั้นส่องแสงระยิบระยับและเป็นประกาย กระเป๋าบักเก็ตขนาดมินิมาในวัสดุและสีแบบเดียวกันกับดีไซน์ของ GG Marmont (รวมถึงลายแถบ) และเลื่อมยังถูกนำไปใช้กับรองเท้าแตะและรองเท้า Loafer สำหรับสุภาพสตรีรวมไปถึงรองเท้าสนีกเกอร์ Gucci Tennis 1977 นอกจากนี้ยังมีรองเท้าส้นสูงที่ตกแต่งตรงส้นรองเท้าด้วยเลื่อมระยิบระยับซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะจับคู่รองเท้ากับกระเป๋า ในส่วนของเครื่องประดับอ่อนที่มีการตกแต่งด้วยเลื่อมนั้น ได้แก่ ที่คาดผม, หมวกเบเร่ต์, และถุงมือในหลากหลายสีสัน

นอกจากนี้วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมายังเป็นการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ของ Gucci ที่มีลวดลายตกแต่งด้วยสีเขียวที่ดูหรูหราสลักเป็นลายนูนบนถุงและกล่องกระดาษ กระดาษทิชชู่สีเบจที่มีลวดลายแบบเดียวกันจะถูกใช้สำหรับห่อสินค้า ถุงผ้าและกระเป๋าใส่ชุดสูทก็ถูกนำมาใช้ด้วยเช่นกัน โดยบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดจะมีโลโก้ Gucci สีดำแสดงอยู่ ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Gucci ในด้านความยั่งยืน บรรจุภัณฑ์ได้ถูกผลิตขึ้นโดยมีตัวเลือกการออกแบบเชิงกลยุทธ์ในทุก ๆ ขั้นตอนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระดาษทั้งหมดมาจากป่าที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนและมีการใช้กระดาษที่ไม่เคลือบผิวเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำมารีไซเคิลได้อย่างเต็มที่ ตัวกระดาษยังถูกเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการผลิตเพื่อลดการใช้น้ำหมึก

ที่จับของถุงช้อปปิ้งจะเป็น Torchon สีดำที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% และผูกเป็นปมเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กาว วัสดุสำหรับเสื้อผ้าและถุงผ้าจะเป็นส่วนผสมของฝ้ายที่ถูกนำมาทำใหม่และโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ริบบิ้น Grosgrain สีดำเป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิก 100% ไม้แขวนเสื้อทำจากโพลีสไตรีนรีไซเคิล

In my Opinion : OUVERTURE OF SOMETHING THAT NEVER ENDED (Ep.1-3)

ผ่านไปแล้ว 4 ตอน สำหรับ OUVERTURE of Something that Never Ended ที่ร่วมกำกับโดย GUS VAN SANT ผู้กำกับภาพยนตร์ที่สร้างภาพลักษณ์ของหนังยุค 90s และ ALESSANDRO MICHELE ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci นำเสนอเป็นมินิซีรีส์ 7 ตอนที่จะฉายในระหว่างเทศกาล GucciFest ซึ่งเป็นงานเทศกาลนวัตกรรมแฟชั่นดิจิตัลและภาพยนตร์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 22 พฤศจิกายน ทาง www.GucciFest.com

ที่ต้องพูดถึงไม่ใช่การมาสปอยล์เนื้อหาหรือมาตีความเรื่องราวต่างๆ แต่มาแสดงความเห็นถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นของกุชชี่ที่ต่อไปนี้จะไม่เข้าอยู่ในตารางของมิลานแฟชั่นวีค อีกต่อไป ดังที่ทราบเมื่อปลายปีที่แล้วว่าปีนี้ทางกุชชี่จะมีการนำเสนอคอลเลกชั่นเพียง 2 ครั้งต่อปี และไม่เรียกว่า Spring/Summer หรือ Fall/Winter อีกต่อไป นี่ต้องบอกเช่นนี้เพื่อให้เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ผลพวงของวิกฤติโควิด -19 แต่เป็นความตั้งใจแต่แรกของกุชชี่ที่จะนำเสนอคอลเลกชั่นเช่นนี้ ซึ่งกลางปีที่ผ่านมาก็มี Epilogue ที่เป็นบทสรุปของแฟชั่นโชว์ต่างๆ ที่ได้จัดขึ้นมา โดย Epilogue ก็เป็นการนำเสนอผ่านทางดิจิตัล และ OUVERTURE of Something that Never Ended หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า  OUVERTURE ก็คือการนำเสนอคอลเลกชั่นล่าสุดของกุชชี่ผ่านทางภาพยนตร์มินิซีรีย์ 7 ตอนดังกล่าว   

ภาพยนตร์ซีรีส์นี้ถ่ายทำในกรุงโรม นำแสดงโดยนักแสดง Silvia Calderoni ที่ใช้ชีวิตประจำวันแบบเหนือจริงภายในเมือง ร่วมกับเหล่านักแสดงและศิลปินมากความสามารถและเป็น Friends of Gucci ไม่ว่าจะเป็น Paul B. Preciado นักเขียน, Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ, Billie Eilish คนนี้คงไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร, Darius Khonsary, Lu Han, Jeremy O. Harris, Ariana Papademetropoulos, Arlo Parks, Sasha Waltz, Florence Welch และที่คนรอว่าเขาจะโผล่มาตอนไหนของซีรีย์ก็คือ Harry Styles

ซึ่งใน Ep.3 Harry Styles ก็ปรากฎตัวในฉากที่พูดโทรศัพท์กับ  Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ ผู้บัญญัติคำว่า Transavanguardia หรือ Neo-expressionism อันเป็นทิศทางใหม่ของงานศิลปะในช่วงปลายทศวรรษ 1970 แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตอนนี้ต้องเล่าท้าวความก่อนตั้งแต่  Ep.1(At Home) ที่เราได้เห็นการดำเนินชีวิตของ  Silvia Calderoni ตั้งแต่การตื่นขึ้นมา ยีดเส้นยีดสายพร้อมกับฟังไลฟ์โค้ชจากทีวี ซึ่ง Paul B. Preciado นักเขียน นักปรัชญาและผู้ก้าวข้ามสถานะทางเพศจากบีทริซมาเป็นพอล ปัจจุบันเขาเป็นทั้งบุรุษข้ามเพศและเป็นนักสิทธิสตรีตัวยงอีกด้วย โดยงานเขียนของเขามุ่งเน้นไปที่ทฤษฎีเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์เพศภาพ สิ่งอนาจาร เรื่องเพศและสถาปัตยกรรม ความเหนือจริงมาปรากฎชัดเมื่อพอลในจอทีวีหันมาคุยกับซิลเวีย แม้ก่อนหน้านั้นระหว่างซิลเวียเดินไปเข้าห้องน้ำเธอมองลอดบานประตูมาเห็นนักดนตรีซ้อมเพลงในห้องถัดไป ซึ่งอาจจะแค่ชวนแงนว่าเขาเหล่านี้มาได้อย่างไรแต่ก็ไม่เซอร์เรียลเท่าคนในทีวีหันมาพูดกับตัวละครด้านนอกจอ 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่านี่คือการร่วมงานกันที่ลงตัวมากและ GUS VAN SANT ได้นำเสนอแฟชั่นได้อย่างแยบคายแต่ก็ชัดเจนและไม่ปิดบังให้สงสัยว่านี่คือซีรีย์ที่ต้องการบอกเล่าถึงคอลเลกชั่นของกุชชี่ ไม่ว่าจะเป้นชุดนอนของซิลเวียที่เป็นชุดลูกไม้ดำ ยกทรงแบบบิกินีที่ปิดปลายถันด้วยรูปดอกไม้ แต่เมื่อเธอจะเดินไปเปิดตู้ไปรษณีย์เธอเปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวที่ปักระยิบระยับพร้อมหมวกแบบ skull cap ที่ปักเลื่อมแน่นมากใช่แค่สวมไปเปิดตู้จดหมาย ก่อนจะกลับมาสวมชุดกางเกงและหยิบเดรสผ้าเนื้อโปร่งบางเบาพิมพ์ลายสีแดงออกมาออกมาสะบัดที่ริมระเบียงแล้วปล่อยให้ลอยไปตามลมเหมือนจะเป็นนัยยะว่าเธอได้ส่งผ่านความกล้าและความเป็นตัวตนออกไป ซึ่งเราจะเห็นในอีพีต่อมาว่ามีคนที่นั่งอยู่หน้าคาเฟ่ถึง 5 คนที่สวมใส่ชุดเดรสสีแดงนี้ 

ปกติที่ได้ชมผลงานของ กัส  แวน แซงต์ ก็จะไม่แปลกใจว่าเขาช่างซ่อนนัยยะและสัญลักษณ์ต่างๆ ไว้เสมอ สำหรับมินิซีรีย์นี้แม้จะพูดเป็นภาษาอิตาเลียนแต่ก็มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นการพากษ์เสียงทับลงในตัวละครหลายๆ ตัว ทำให้รู้สึกว่าภาษาอิตาเลียนก็ไพเราะ ยิ่งแปลมาก็เหมือนบทกวี(ต้องชมคนเขียนบทก็จะใครละถ้าไม่ใช่ กัส แวน ซองต์) และบอกเล่าถึงปณิธานของกุชชี่ที่จะช่วยแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นกับโลก ปัญหาโลกร้อน จนถึงการยกย่องในเรื่องความหลากหลายของเพศสภาพ ซึ่งในเรื่องชัดมากว่าไม่มีเครื่องแต่งกายใดที่แบ่งแยกว่านี่คือชุดของชาย นั่นคือชุดของหญิง แต่เป็นการเลือกสวมใส่โดยเจ้าตัวที่พึงพอใจที่จะแต่งกายเช่นนั้น 

หลังจากทิ้งท้ายด้วยการปล่อยให้ชุดเดรสพิมพ์ลายสีแดงลอยปลิวไปสายลม ใน Ep.2(At the Cafe) ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือมินิซีรีย์ที่นำเสนอคอลเลกชั่นของกุชชี่แต่เนื้อหาไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของคนที่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนและไม่ให้สิ่งใดมาเป็นกรอบในการใช้ชีวิต กล้องจับไปถึงรายละเอียดการแต่งตัวต่างๆ แบบไม่ให้สะดุดเลยว่านี่คือการนำเสนอคอลเลกชั่น แต่ขณะเดียวกันทุกบทสนทนาของนักแสดงก็ล้วนแต่มีความหายและเฉียบคมทุกคำ ไม่มีการพูดขึ้นมาโดยไม่มีความหมายหรือนัยยะให้ชวนขบคิด เพราะไม่เช่นนั้นก็เป็นความเงียบ ดังเช่นข้อความในกระดาษจดหมายที่ซิลเวียเปิดซองออกมาที่ว่า a manner of speaking I JUST WANT TO SAY THAT I COULD NEVER FORGET THE WAY YOU TOLD ME EVERYTHING by “SAYING NOTHING” ซึ่งมาจากเพลง  In a manner of speaking. ของ Tuxedomoon และข้อความนี้ได้ถูกใช้อีกครั้งเมื่อซิลเวียไปไปรษณีย์แล้วถามหาสแตมป์สำหรับติดโปสการ์ดที่ดูน่ารักๆ เจ้าหน้าที่ไปค้นๆ ตามตู้ลิ้นชักติดผนังจนได้สแตมป์ที่เป็นข้อความนี้ใน Ep.3(At the Post Office) 

แต่สำหรับ Ep.2(At the Cafe) ต้องบอกบทสนทนาล้วนชวนให้ขบคิดหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ซิลเวียพูดว่าทำไมคนถึงชอบเก็บดอกเดซี่ นี่ไม่รู้กันเลยหรือว่าดอกเดซี่เป็นตัวทำลายธรรมชาติ หรือที่สองสาวนั่งคุยกันแล้วคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าฉันฝันจะเป็นภรรยาของเธอ หรือการพูดถึงการเริงระบำของต้นพีชที่ระบัดไปด้วยดอก และท้ายสุดของตอนจะใช้เพลงคลาสสิกเป็นเพลงประกอบและจบแบบเปิดปลายให้เราขบคิดอย่างตอน 2 นี้ซิลเวียเปิดประตูห้องน้ำออกไปเจอกับเวทีและมีเก้าอี้ของโรงละครเรียงเป็นแถวซึ่งล้อกับวอลเปเปอร์บนหัวเตียงนอนของเธอในตอนที่ 1 ซึ่งเป็นลายพิมพ์รูปเก้าอี้โรงละครเช่นกัน

แต่ Ep.3(At The Post Office) ยิ่งตอกย้ำความเป็นฟิล์มที่นำเสนอคอลเลกชั่น เพราะแถวคนที่ยืนรอใช้บริการไปรษณีย์นั้นยืนเป็นแถวเหมือนเหล่าโมเดลรอเดินออกไปปรากฏตัวบนแคทวอล์ค และกล้องจะจับที่รองเท้า กระเป๋าหรือรายละเอียดการแต่งกายของแต่ละคนในขณะที่ขยับไปทีละก้าวเมื่อมีสัญญานบอกให้คนในแถวขยับ และตอนนี้เองที่ Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ มายืนรอใช้บริการไปรษณีย์พร้อมกับโทรมือถือหาคนปลายสายคือ Harry Styles ในชุดกางเกงยีนส์สั้นกุดสวมถุงเท้ายาวถึงหัวเข่าและเสื้อสไตล์นักกีฬาสีชมพูตัวโคร่งที่พิมพ์ปี ค.ศ. 1921 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้ง Gucci และด้านหลังพิมพ์เลข 25 ซึ่งเป็นเลขนำโชคของอเลสซานโดร มิเคเล และเราจะเห็นเลข 2 กับเลข 5 อยู่เรื่อยๆ อย่างหมายเลขโต๊ะในคาเฟ่เราก็จะเห็นเบอร์โต๊ะที่ 2 และโต๊ะที่ 5 

นอกจากนี้ยังสื่อถึงอิสระความคิดที่เราไม่จำเป้นต้องขีดกรอบการแต่งกายไว้แค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ใครไม่ใคร่สวมใส่เสื้อผ้าเพราะต้องการนุ่งห่มสิ่งที่ติดกายมาแต่แรกก็คือเนื้อหนังของตัวเองก็ไม่ผิดอันใด เราจึงเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งคุยกันในคาเฟ่ด้วยชุดแรกเกิด ในโลกแห่งความเซอร์เรียลที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับโลกที่แท้จริงในปัจจุบันแฟชั่นของกุชชี่ได้ตอบสนองกับคนทุกวัย ทุกสไตล์และทุกรูปร่าง เราจะเห็นว่า  Achille Bonito Oliva สวมเสื้อเชิ้ตลายทางแขนยาวมีลายโลโก้ของคอลเลกชั่นเล็กๆ ปักตรงกระเป๋ากับกางเกงที่ดูเป็นสุภาพบุรุษวัยกลางคนที่ไม่พยายามเป็นคนแฟชั่นใดๆ แต่นี่ก็เป็นลุคหนึ่งของคอลเลกชั่นนี้ ที่จะเชื่อมโยงกับคนทั่วไปได้อย่างแยบยลเพราะเชิ้ตตัวกางเกงตัวคือลุคที่คนเข้าถึงง่ายที่สุด 

ก็เหมือนกับมินิซีรีย์นี้ที่สื่อถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแต่กลับมีความแยบคายในการนำเสนออันเป็นมวลรวมที่มีเสน่ห์ทำให้เราอยากติดตามไปเรื่อยๆ การไม่พยายามเข้าใจเนื้อเรื่องของหนังจะทำให้เราเข้าใจ ปล่อยให้ใจเราซีมซับไปตามวิถี เฉกเช่นประโยคที่ว่า ฉันไม่เคยลืมวิธีที่เธอบอกทุกอย่างกับฉันด้วยวิธีการไม่พูดอะไรเลย ซึ่งกลายเป็นคีย์หลักที่ติดตามไปทุกตอนของมินิซีรีย์นี้

มินิซีรีส์ 7 ตอนจะเผยแพร่ทุกวันตลอดช่วงเทศกาลในรูปแบบการออกอากาศพิเศษบน YouTube Fashion, Weibo, Gucci YouTube และจะลงไว้บนเว็บไซต์ GucciFest.com โดยค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นคอลเลกชั่นใหม่แบบวันต่อวัน 

ตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ Alessandro Michele ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ Notes From the Silence ที่ว่าการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่เป็นเรื่องที่สนุกสนานและถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ไม่ถูกจำกัดด้วยแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับฤดูกาลอีกต่อไป เข้าใกล้ความต้องการของเขาที่จะผสมผสานกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้รับพื้นที่ใหม่, รหัสทางภาษา, และแพลตฟอร์มการสื่อสาร

ในเทศกาล GucciFest ยังมีการฉายภาพยนตร์แฟชั่นและซีรีส์ OUVERTURE of Something that Never Ended เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผลงานของนักออกแบบอิสระรุ่นใหม่ทั้ง 15 คนได้แก่ Ahluwalia, Shanel Campbell, Stefan Cooke, Cormio, Charles De Vilmorin, JordanLuca, Mowalola, Yueqi Qi, Rave Review, Gui Rosa, Rui, Bianca Saunders, Collina Strada, Boramy Viguier, และ Gareth Wrighton นักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกจากผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele เพื่อจัดแสดงคอลเลคชั่นของพวกเขาผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัลของ GucciFest ด้วยการสนับสนุนจาก Gucci

Billie Eilish ควงแขน Harry Styles พร้อมด้วยเหล่าคนดังมีสไตล์อีกมากมายเปิดตัว คอลเล็กชั่นล่าสุดของ Gucci ผ่านทางมินิซีรีส์ 7 ตอน

Gucci เตรียมเปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดในชื่อว่า OUVERTURE of Something that Never Ended ที่จะถูกนำเสนอโดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele ผ่านทางมินิซีรีส์ 7 ตอนที่จะฉายในระหว่างเทศกาล GucciFest ซึ่งเป็นงานเทศกาลนวัตกรรมแฟชั่นดิจิทัลและภาพยนตร์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16ถึง 22 พฤศจิกายน

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Announcing the premiere of ‘Ouverture Of Something That Never Ended’, the mini-series in seven episodes featuring the new collection by @alessandro_michele that will be presented during Gucci Fest fashion and film festival from November 16-22. Directed by @gus_van_sant and #AlessandroMichele, the film series stars actress, artist and performer @silviacalderoni in a surreal daily routine in the city, encountering international talents, including: #PaulBPreciado, #AchilleBonitoOliva, @billieeilish, @dariuskhonsary, Lu Han @7_luhan_m, @jeremyoharris, @arianapapademetropoulos, @arlo.parks, @harrystyles, @sashawaltzandguests and Florence Welch @florence. The program also includes short films of 15 independent young designers with their collections. Receive updates on Gucci Fest’s debut through link in bio. #GucciOuverture #GucciFest

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

ภาพยนตร์ซีรีส์ 7 ตอนนี้ถูกถ่ายทำในกรุงโรมและร่วมกำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง Gus Van Sant และ Alessandro Michele นำแสดงโดยนักแสดงหญิง Silvia Calderoniศิลปินและนักแสดงที่ใช้ชีวิตประจำวันแบบเหนือจริงภายในเมือง ร่วมกับเหล่านักแสดงมากความสามารถและ Friends of Gucci ที่รวมถึง Paul B. Preciado, Achille Bonito Oliva, Billie Eilish, Darius Khonsary, Lu Han, Jeremy O. Harris, Ariana Papademetropoulos, Arlo Parks, Harry Styles, Sasha Waltz, และ Florence Welch

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Screening alongside the seven episodes of ‘Ouverture Of Something That Never Ended’ as part of Gucci Fest, fashion films celebrating the works of 15 independent young designers: Ahluwalia @ahluwalia, Shanel Campbell @bedonwater, Stefan Cooke @stefan_cooke, Cormio @cormio_fanpage, Charles De Vilmorin @charlesdevilmorin, JordanLuca @jordanluca_official, Mowalola @mowalola, Yueqi Qi @_yueqiqi, Rave Review @ravereviewclothes, Gui Rosa @guiguir0sa, Rui @ruiofficial.me, Bianca Saunders @biancasaunders_, Collina Strada @collinastrada, Boramy Viguier @boramyviguier, and Gareth Wrighton @gareth_wrighton. Proudly supported by the House, these talented emerging designers were selected by Creative Director @alessandro_michele to showcase their collections. #AlessandroMichele Receive updates on Gucci Fest screening times through link in bio. #GucciOuverture #GucciFest

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

มินิซีรีส์ 7 ตอนจะเผยแพร่ทุกวันตลอดช่วงเทศกาลในรูปแบบการออกอากาศพิเศษบน YouTube Fashion, Weibo, Gucci YouTube และจะลงไว้บนเว็บไซต์GucciFest.com โดยค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นคอลเลคชั่นใหม่แบบวันต่อวัน

ดูโพสต์นี้บน Instagram

GOLDEN. OUT NOW.

โพสต์ที่แชร์โดย @ harrystyles เมื่อ

ตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ Alessandro Michele ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ Notes From the Silence ที่ว่าการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่เป็นเรื่องที่สนุกสนานและถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ไม่ถูกจำกัดด้วยแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับฤดูกาลอีกต่อไป เข้าใกล้ความต้องการของเขาที่จะผสมผสานกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้รับพื้นที่ใหม่, รหัสทางภาษา, และแพลตฟอร์มการสื่อสาร

ดูโพสต์นี้บน Instagram

*Kamala*

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ

Helen Kirkum Studio เติมความดิบเท่ที่เกิดการการรีไซเคิ้ลให้กับสนีกเกอร์ลุคเรโทรคู่สวย Gucci Ultrapace

เติมความดิบเท่ให้กับสนีกเกอร์ลุคเรโทรคู่สวย Gucci Ultrapace ได้อย่างมีชั้นเชิงสำหรับ Helen Kirkum Studio จากลอนดอน
โดยรองเท้าคู่นี้ทำขึ้นเพื่อเปิดตัว Gucci Sneaker Garage section ล้ำๆล่าสุดในแอพของ Gucci ที่เปิดโอกาสให้แฟนๆได้ออกแบบรองเท้าสนีกเกอร์จากโมเดลทั้งหมดของแบรนด์ทั้งสีและวัสดุหรือจะนำโมเดลมากกว่า 1 รุ่นมาผสมกันออกมาเป็นเวอร์ชั่น hybrids ของตัวเองก็สามารถทำได้


ใครอยากเป็นดีไซน์เนอร์รองเท้านี่คือแอพที่ต้องลองเลยล่ะครับ!

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Rolling up the door to the #GucciSneakerGarage, a new destination on the Gucci App that takes inspiration from the spirit of garages as the hotbed for talent and ideas, where successful start-ups are born, and the place where some sneakerheads store and categorize their collections. Inside the new section on the App is the sneaker generator, where gamers can custom hybridize Gucci sneakers using different elements of the styles and House motifs, and share and vote on the best designs. Talents were invited to use diverse mediums to recreate Gucci sneakers, resulting in artworks displayed in a virtual gallery. Connecting to gaming communities, the Gucci Virtual 25 and other Gucci sneaker designs are also available on @agletapp, where they are wearable on immersive platforms @roblox and VRChat through game patches included in the purchase, along with additional customized contents. @alessandro_michele #AlessandroMichele Discover more through link in bio.

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

มีใครให้เท่กว่านี้มั้ย! Harry Styles ในเอ็มวีเพลงใหม่ของเจ้าตัว ‘Golden’

มีใครให้เท่กว่านี้มั้ย! Harry Styles ในเอ็มวีเพลงใหม่ของเจ้าตัว ‘Golden’ ที่เจ้าตัวสวมใส่ทั้งชุดที่ Gucciโดย Alessandro Michele ดีไซเนอร์คนสนิทของเจ้าตัวตัดให้ใหม่ทั้งหมด นอกจากยังผสมผสานแบรนด์ menswear มาแรงอย่าง Bode, s.s. Daley และเครื่องประดับจาก Eliouครับ

Souvenir from Rome คอลเล็กชั่นล่าสุดจาก Gucci Décor ที่ยกเอามนต์สเน่ห์ชวนฝันร่วมสมัยมาใช้กับของแต่งบ้าน

พื้นที่ส่วนตัวของเรานั้นบ่งบอกถึงตัวเราได้ในหลาย ๆ ด้าน วิธีที่เราเลือกใช้ในตกแต่งพื้นที่เหล่านั้นก็เปิดเผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณและตัวตนของเราได้เช่นกัน Gucci Décor เป็นคอลเลคชั่นเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่มีความโดดเด่น สร้างสรรค์ และสดใส ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนสามารถแต่งเติมที่อยู่อาศัยของตัวเองได้ในแบบที่สวยงาม ร่วมสมัย และสร้างสรรค์

คอลเลคชั่น Gucci Décor ได้สะท้อนแนวคิดที่ผสมผสานและความโรแมนติกของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อเลสซานโดร มิเคเล โดยนำเสนอการผสมผสานระหว่างสีสัน ลวดลาย การออกแบบ รวมไปถึงการใช้ข้อความและลวดลายต่าง ๆ ของ Gucci ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับดอกไม้และสิ่งมีชีวิต มันไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวสำหรับเรื่องนี้ Gucci เพียงแค่จัดเตรียมวัตถุดิบและการปรับแต่งเพิ่มเติมเท่านั้น

“Souvenir from Rome” เป็นหนึ่งในแนวคิดใหม่ ๆ ที่อยู่ในคอลเลคชั่น Gucci Décor ปี 2020 โดยอ้างอิงจากการตกแต่งห้องต่าง ๆ ด้วยหินอ่อนที่ดูหรูหราและสวยงามของพิพิธภัณฑ์คาปิโตลิเน (Musei Capitolini) ในกรุงโรม ที่ซึ่งถูกใช้จัดแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่น Cruise ปี 2020 โดยโชว์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการนำเสนอแนวคิดนี้อีกด้วย ลวดลายเหล่านี้จะถูกวาดขึ้นด้วยมือก่อนที่จะนำไปทำเป็นลายอินอ่อนและจึงนำไปผลิตเพื่อใช้กับสินค้าอื่น ๆ  แนวคิด “Souvenir from Rome” นี้ได้ถูกนำไปใช้กับที่เขี่ยบุหรี่พอร์ซเลนรูปทรงสี่เหลี่ยมและรูปดาว (เป็นรูปทรงใหม่ล่าสุดสำหรับคอลเลคชั่นนี้), กล่อง     พอร์ซเลนทรงกลม, เชิงเทียนพอร์ซเลนที่มาพร้อมกับฝาปิด, โต๊ะโลหะแบบพับได้, ถาดโลหะทรงกลม, วอลล์เปเปอร์ และฉากกั้นห้อง โดยทั้งหมดถูกเชื่อมโยงถึงกันด้วยข้อความ “Souvenir from Rome” ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าแต่ละชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ ยกเว้นแค่ที่เขี่ยบุหรี่รูปดาวที่ใช้เป็นลวดลาย GG

ลวดลายหินอ่อนรูปแบบใหม่แสดงให้เห็นถึงทักษะและความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือที่ถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานของคอลเลคชั่น Gucci Décor  โดยคอลเลคชั่นนี้ถูกผลิตขึ้นในอิตาลีทั้งหมดและถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับวัฒนธรรมทางด้านศิลปะอันล้ำค่าของชาวอิตาลีและให้กับประเพณีอันยิ่งใหญ่ของช่างฝีมือในอิตาลีด้วยเช่นกัน นี่คือตัวอย่างของเครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนในคอลเลคชั่นที่ผลิตขึ้นโดย Richard Ginori บริษัทที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1735 เครื่องกระเบื้องพอร์ซเลนที่ดูสะดุดตาของ Gucci มีการใช้กระบวนการที่ยากลำบากในการเผาซึ่งต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในระดับสูง รวมถึงความสามารถในการวาดภาพด้วยมือ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

“With these campaigns, I am working on different ways of being elegant, and these three men embody this idea perfectly. I like to tell the story of elegance in completely arbitrary and unexpected ways. Perhaps elegance is something in the air that sometimes you are not even ready for. Male elegance can be unpredictable and strange,” @alessandro_michele on the new #GucciTailoring campaign, with @asaprocky, @feliciathegoat Tyler, The Creator and @iggypopofficial wearing pieces he designed including double-breasted suits, and fabrics featuring jacquard House logos. #AlessandroMichele Discover the collection through link in bio.

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

แม้ว่าคอลเลคชั่น Gucci Décor จะเป็นคอลเลคชั่นตามฤดูกาล แต่ก็มีความเชื่อมโยงถึงกันในเรื่องของการใช้ลวดลายต่าง ๆ ของ Gucci อย่างอิสระและการผสมผสานรูปภาพและลวดลายที่มีสีสันสดใสและดูแปลกตาก็คงมีให้เห็นอยู่ในสินค้าทุกชิ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือสินค้าเหล่านี้ได้สร้างความรู้สึกที่เชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นลูกค้าสามารถซื้อสินค้าชิ้นใหม่ ๆ เพิ่มเข้าไปรวมกับของเดิมที่มีอยู่ และมั่นใจได้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นจะเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ

Gucci Décor มีจำหน่ายแล้วที่ Gucci flagship store, Gucci boutique และ speciality store บางสาขา สำหรับช่องทางออนไลน์สั่งซื้อได้ที่ gucci.com

ดูโพสต์นี้บน Instagram

* me and Dioniso /a tea for two *

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ