Posts

Bananya อีกหนึ่ง anime สุดน่ารักที่ได้ร่วมงานกับ Gucci ในคอลเล็กชั่น Gucci x Crunchyroll

อีกหนึ่ง anime สุดน่ารักที่ได้ร่วมงานกับ Gucci ! Bananya

Crunchyroll บริการสตรีมมิ่งอนิเมะในประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมออกแบบคอลเล็กชั่นกับ Gucci โดยเลือกเอาเจ้า Bananya ที่สร้างสรรค์โดย studio Gathering แมวน้อยกล้วยหอมที่มีความฝันว่าจะได้อาบช็อกโกแลตกับเพื่อนๆแมวเหมียวของเจ้าตัว และใช้ชีวิตแบบสบายๆ ในบ้านของมนุษย์

โดยคอลเล็กชั่ยก็จะประกอบไปด้วย sweatshirts, hoodies, เสื้อยืด, รองเท้าสนีกเกอร์สองรุ่นสุดฮิต Ace และ Rhyton พร้อมสร้อยคอประดับคริสตัลและสร้อยคอรวมไปถึง accessories อื่นๆครับ น่ารักน่าใส่สุดๆเลยสำหรับ collaboration นี้ ชมสิร

ฮอตที่สุดในโลก Gucci รักษาบัลลังก์แบรนด์ฮอตที่สุดของโลกจากการจัดอันดับของ Lyst เวปไซต์แฟชั่นและธุรกิจแฟชั่นชื่อดังเอาไว้ได้อีก 1 quarter!

ฮอตที่สุดในโลก Gucci รักษาบัลลังก์แบรนด์ฮอตที่สุดของโลกจากการจัดอันดับของ Lyst เวปไซต์แฟชั่นและธุรกิจแฟชั่นชื่อดังเอาไว้ได้อีก 1 quarter!

ซึ่งส่วนสำคัญก็มาจาก collaboration กับแบรนด์ชื่อดังทั้ง Balenciaga และ The North Face รวมทั้งมีเซเลปชื่อดังอย่าง Harry Styles, Billie Eilish และ KAI แห่งวง EXO ที่เป็นหน้าตาให้กับแบรนด์ (สองคนแรกใส่ชุดของ Gucci ดีไซน์โดย Alessandro Michele ในงานประกาศรางวัล Grammy’s )

Gucci x KAI

โดยอันดับสองก็ถือว่ากระโดดขึ้นมา 9 อันดับเลยทีเดียวสำหรับ Nike ต่อด้วย Dior, Balenciaga, Moncler, Prada, Louis Vuitton, Bottega Veneta, Saint Laurent และ Off-White ในสิบอันดับแรกครับ! ส่วนลำดับที่เหลือชมได้บนเวปไซต์ของ LYST ที่นี่เลยครับ

แคมเปญล่าสุดจาก Gucci ในรูปแบบ TV talk show ย้อนยุคในชื่อ Gucci Beloved พร้อมแขกรับเชิญระดับ Superstar จาก Hollywood

แคมเปญล่าสุดจาก Gucci ในรูปแบบ TV talk show กับ Gucci Beloved ซึ่งรายการนี้ก็ถูกโฮสต์โดยพิธีกรและนักแสดงอารมณ์ดี James Corden พร้อมด้วยแขกรับเชิญจาก Hollywood ที่ร่วมงานกับ Gucci มาหลายครั้งนำโดย Harry Styles , Dakota Johnson, Diane Keaton, Awkwafina และ Serena Williams นักเทนนิสชื่อดังในลุคจาก Gucci ทั้งหมด

ด้านงานการกำกับภาพก็ได้ Harmony Korine ผู้กำกับชาวอเมริกันมาร่วมมือกับ Alessandro Michele creative director ของแบรนด์ ไปชมบรรยากาศรายการกันได้เลยครับ!

Gucci’s high watchmaking collection : Grip

พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใช้วัสดุที่หรูหราเพื่อให้สมเป็นนาฬิกาชั้นสูง คอลเลกชั่น Grip ที่ครั้งนี้แบ่งย่อยเป็น 5 ดีไซน์ที่แตกต่าง ผลิตขึ้นด้วยวัตถุดิบล้ำค่าที่สร้างความสมดุลให้กับประเพณีงานฝีมือด้านการตกแต่งและเทคนิคที่ล้ำสมัยด้วยความรู้และทักษะทางเทคโนโลยี


ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดสีเขียวจากมาลาไคท์(Malachite stone) ที่ถือว่าเป็นหินที่มีค่า สามารถดึงพลังด้านบวกและทำให้พลังลบจางหายไปตามความเชื่อที่มีสืบๆ มา หน้าปัดสีน้ำตาลจากหินตาเสือหรือ Tiger eye stone ที่มีพลังในการบำบัดและความมั่งคั่งสำหรับคนที่เชื่อเรื่องพลังของหินในธรรมชาติ ลายเส้นของหินตาเสือนี้มีเส้นสีทองสอดแทรกอยู่เป็นความงดงามที่ะรรมชาติเท่านั้นที่สร้างได้ ส่วนหน้าปัดสีดำทำจากหินนิลกาฬหรือ Onyx นั้นช่วยให้มีพลังและความรู้สึกกระตือรือล้น ซึ่งเรื่องความเชื่อจากพลังหินะรรมชาตินี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ที่เราเห็ฯได้กับตาก็คือความงดงามของหินมีค่าทั้ง 3 ชนิดที่นำมาทำหน้าปัดสำหรับนาฬิกาชั้นสูงของ Gucci
นาฬิกา Grip แต่ละรุ่นนั้นถูกติดตั้งด้วยกลไกเคลื่อนไหวแบบ Jump Hour ที่จะกระโดดไปข้างหน้าทุก ๆ ชั่วโมงไปยังดิสก์นาทีที่กวาดไปรอบ ๆ 60 นาที เทคโนโลยีนี้แสดงออกมาได้อย่างสร้างสรรค์ในนาฬิการุ่นใหม่ด้วยช่องหน้าต่างที่โค้งบนหน้าปัดนาฬิกาแต่ละอันทำให้สามารถแสดงตัวเลขได้อย่างชัดเจน
หน้าปัดนาฬิกาแบบ Hardstone ประดับด้วย Grip ทอง 18kt รุ่นใหม่สามรุ่น โดยมีสองรุ่นที่ทำด้วยทองคำส่วนอีกรุ่นจะทำด้วยทองคำขาว หน้าปัดนาฬิกาแต่ละเรือนได้รับการเจียระไนอย่างแม่นยำโดยช่างเจียระไนเพชรพลอยที่มีทักษะสูงซึ่งจะต้องขึ้นรูปวัตถุดิบที่ละเอียดอ่อนในขณะที่ยังคงรักษาความแข็งแรง ดีไซน์ของนาฬิกา Grip จะมาพร้อมกับสายนาฬิกาหนังจระเข้ในเฉดสีที่สอดคล้องกับสีของหน้าปัดหิน


ดีไซน์ที่สี่ในรุ่นที่ทำจากทองของนาฬิกา Grip ถูกผลิตขึ้นด้วยทองคำ 18kt ทั้งหมดพร้อมกับหน้าปัดนาฬิกาสีทองแบบปัดเงาที่ถูกแกะสลักอย่างละเอียดด้วยโลโก้ Gucci และสายนาฬิกา bracelet link แบบตรงที่ส่องแสงแวววาว นาฬิกา Grip ที่ทำจากทอง 18kt แต่ละเรือนได้รับการประดับอย่างดงามด้วยฝีมือช่างที่แม่นยำในการฝังด้วยเพชรบาเก็ต 44 เม้ดเรียงต่อเนื่องกันโดยไม่มีหนามเตยปรากฏให้เห็น
นาฬิกา Grip Sapphire เป็นรุ่นที่ห้าในไลน์สินค้านาฬิกา Grip เป็นนาฬิกากลไกเคลื่อนไหวแบบ Jump Hour ที่ชวนให้หลงใหลด้วยตัวเรือนที่ผลิตขึ้นจากคริสตัลแซฟไฟร์ทั้งหมด มีด้วยกันสี่สี ได้แก่ สีใส สีฟ้า สีเขียว และสีชมพู พร้อมด้วยสายนาฬิกายางแบบ tone-on-tone โปร่งแสงที่ถูกสลักลายนูนด้วยลวดลาย Interlocking G และตัวล็อกสายเหล็กแบบ ardillon buckle
ชมนาฬิกาชั้นสูงของ Gucci ได้โดยการนัดหมายที่บูติกนาฬิกาและเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงของ Gucci ที่ Place Vendôme กรุงปารีส(16 Place Vendôme Paris, 75001, France T:+33.1.70.79.15.24) สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gucci ได้ที่ www.gucci.com

GUCCI เปิดตัวโปรเจกต์ KAI COLLECTION x EVERYWHERE ในไทย

ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ซึ่งเป็นคู่หูตัวโปรดของใครหลาย ๆ คนในช่วงวัยเด็กจนโตและได้กลายเป็นป๊อปคัลเจอร์ไปแล้ว และหนึ่งในผู้ที่เป็นแฟนคลับตัวยงของเจ้าตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ก็คือ KAI นักร้อง K-pop ที่ไม่ธรรมดาและเป็นสมาชิกของวงดนตรี EXO ของเกาหลีใต้ ด้วยการแสดงที่มีเสน่ห์ การเต้นที่น่าหลงใหล และความกล้าแสดงออก ทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้ออกแบบคอลเลคชั่น KAI x Gucci โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก KAI ซึ่งในคอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่มีลวดลายการตกแต่งอันโดดเด่นของตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ผูกโบว์ไทสีฟ้า

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดความอยากรู้และทำภาพในฝันให้กลายเป็นจริง Gucci จึงได้ร่วมมือกับ IM Jibin ศิลปินป๊อปจากโซลซึ่งเป็นที่รู้จักจากการแสดงผลงานศิลปะรูปหมี Bear Balloon ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ โปรเจกต์งานศิลป์ Everywhere ที่มีชื่อเสียงของเขา Jibin ได้สร้างพื้นที่ศิลปะแบบแสดงสดโดยการวาง Bear Balloon ขนาดใหญ่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มองว่าไม่น่าจะเข้ากันได้ทั่วโลก


ขณะนี้ Bear Balloon ขนาดใหญ่หนึ่งในสองตัวที่ผลิตโดย Gucci ร่วมกับ IM Jibin ได้มาถึงประเทศไทยแล้วมีการติดตั้ง Bear Balloon ขนาด 6 เมตรสีน้ำตาลแซมขาวและผูกโบว์ไทสีฟ้าซึ่งจำลองจากตุ๊กตาหมีเท็ดดี้ที่อยู่ในลวดลายของคอลเลคชั่น KAI x Gucci เช่นเดียวกับงานศิลป์หลาย ๆ ชิ้นของ IM Jibin หมีเหล่านี้จะมีคำพูดติดบนใบหน้าเพื่อเป็นการสื่อสารข้อความ โดย Bear Balloon ตัวที่มาประเทศไทยนี้ติดคำว่า “HELLO” ซึ่งเป็นคำทักทายที่เรียบง่าย เป็นมิตรและสื่อถึงความยินดีที่จะสานสัมพันธ์กับผู้คน


งานศิลป์ Gucci Bear Balloon นี้จะทำตามโปรเจกต์ Everywhere ของ IM Jibin ที่จะไปปรากฏตัวในสถานที่ที่โด่งดังที่สุดของกรุงเทพ เช่น สนามมวยราชดำเนิน, สถานีรถไฟหัวลำโพง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วหลังจากนั้นจะจัดแสดงต่อที่ Thara Hall ในห้าง ICONSIAM ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 30 เมษายน และในวันที่ 19 นี้จะมีการจัด Gucci Pin หรือป๊อปอินในร้านเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวของคอลเลคชั่น KAI x Gucci อีกด้วย

#KAIxGucci

KAI X GUCCI คอลเล็กชั่นที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกจากไอดอลและนักแสดงมากความสามารถแห่งวง EXO

นักแสดงผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถอันโดดเด่นซึ่งไม่เพียงดึงดูดความสนใจของเหล่าแฟนๆ มากมาย และไม่ใช่แค่เพียงแฟนคลับ K-pop เท่านั้น KAI ได้รับการเปิดตัวเป็นสมาชิกวง EXO ของเกาหลีใต้ในปี 2012 เขาเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการแสดงที่มีเสน่ห์ การเต้นที่น่าหลงใหล และสไตล์ส่วนตัวที่แสดงออกมา

Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ได้ออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษ KAI x Gucci ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก KAI สินค้าในคอลเลคชั่นพิเศษนี้ประกอบไปด้วยเสื้อผ้า ready-to-wear และแอคเซสเซอรี่ต่างๆทั้งสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่มาพร้อมกับลวดลายพิเศษซึ่งก็คือลายตุ๊กตาหมีเทดดี้แบร์

หมี Teddy Bear เป็นสัตว์ตัวโปรดของ KAI พร้อมด้วยความผูกพันธ์ที่มีต่อป๊อปคัลเจอร์ที่ทรงพลังเป็นภาพสื่อสารหลักของคอลเลคชั่นนี้ การออกแบบที่แปลกตาของหัวตุ๊กตาหมีพร้อมผูกโบว์สีน้ำเงินได้รับแรงบันดาลใจมาจากตุ๊กตาหมีสไตล์วินเทจ และการตกแต่งที่ดูขี้เล่นนี้ได้ถูกผสมผสานเข้ากับลวดลายอื่น ๆ ของ Gucci

ในส่วนของเสื้อสำหรับสุภาพบุรุษนั้น มีเสื้อผ้าหลายชิ้นที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งด้วยตุ๊กตาหมีที่ KAI โปรดปราน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแจ็กเก็ตผ้าไนลอนแคนวาสน้ำหนักเบา เสื้อแจ็กเก็ตเดนิมฟอกหิน เสื้อคอกลมและเสื้อคาร์ดิแกนผ้าขนสัตว์/ผ้าฝ้าย ที่มีลายทอ ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้าย ผ้าไหมทวิล (twill) หรือผ้าขนสัตว์ลายตาราง (woollen check) กางเกงชิโน่สีเบจผ้าแคนวาส กางเกงยีนส์เดนิม และเสื้อวอร์มแบบมีซิปหน้าทำจากผ้าเจอร์ซี่ที่สวมเข้าชุดกับกางเกงบาสเก็ตบอลและกางเกงวอร์ม สำหรับสุภาพสตรีมีเสื้อแบบมีฮู้ดและเสื้อคอกลมแบบซิปหน้า ทำจากผ้าไนลอน เสื้อคาร์ดิแกนคอวีและคอกลมทรงโอเวอร์ไซส์ลายทางทำจากผ้าขนสัตว์/ผ้าฝ้าย ชุดผ้าฝ้าย/ผ้าไหมเนื้อดีในสีงาช้างและสีน้ำเงินรวมถึงเสื้อแจ็กเก็ตคาร์ดิแกนและเสื้อคอโปโลแขนสั้น เสื้อสเวตเตอร์คอกลม กระโปรงทรงเอและมินิเดรส รวมไปถึงกางเกงยีนส์และกางเกงขาสั้นผ้าเดนิม และเสื้อผ้าเจอร์ซี่ที่ดูสวมใส่สบายในแนวสตรีท นอกจากนี้เสื้อสเว็ตเชิ๊ตและเสื้อยืดผ้าฝ้ายสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ขื่นชอบคอลเล็คชั่น KAI x Gucci

นอกจากนั้นในคอลเล็คชั่นนี้ยังประกอบไปด้วยกระเป๋าถือและกระเป๋าสำหรับผู้ชาย มีการนำลวดลายหมีเทดดี้แบร์ มาจัดวางแบบกระจายให้เห็นอยู่ทั่วทั้งใบ หรือแบบเฉพาะจุดที่พบได้บนผ้าแคนวาสลาย GG Supreme สีเบจ/สีน้ำตาลเข้ม กระเป๋าทุกแบบถูกตกแต่งขอบด้วยหนังสีส้มอิฐและทำให้ดูพิเศษขึ้นด้วยป้ายหนังสีส้มด้านในพร้อมตัวอักษรสีทองและรายละเอียดของคอลเล็คชั่นพิเศษในครั้งนี้ สำหรับกระเป๋าสำหรับผู้ชายนั้นนั้นมีให้เลือกตั้งแต่กระเป๋าสะพายทรง Tote ขนาดเล็ก เป้สะพายหลังขนาดเล็ก กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าใส่กล้อง กระเป๋าใส่เอกสาร กระเป๋าทรงDuffle ขนาดกลาง กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ และกระเป๋าทรงกลมสำหรับใส่หมวกขนาดเล็ก ในส่วนของกระเป๋าถือสำหรับผู้หญิงนั้นประกอบไปด้วยกระเป๋าทรง Tote ขนาดกลาง กระเป๋าบัคเก็ตขนาดมินิ กระเป๋าสะพายไหล่ทรงสี่เหลี่ยมขนาดมินิ และกระเป๋าสะพายไหล่ทรงกลมขนาดเล็ก

เปิดตัว ณ ประเทศเกาหลี และสินค้าในคอลเลคชั่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านที่ได้รับการเลือกสรรโดยเฉพาะ และจะมีจำหน่ายที่ Gucci Pins ในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย ซึ่ง Gucci Pins นีได้รับแรงบันดาลใจจากหมุดที่เห็นบนแผนที่ดิจิทัลแบบอินเตอร์แอคทีฟเหล่านี้จะมอบโอกาสในการเชื่อมต่อและมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงสัมผัสกับคอลเลคชั่นในอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ

บรรจุภัณฑ์ของคอลเล็คชั่นพิเศษ KAI x Gucci  นี้มาพร้อมกับป้าย ตั๋วและตุ๊กตาหมีที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับสินค้า ready-to-wear จะวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศเกาหลี (ในร้านค้าและผ่านช่องทาง e-commerce) โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม และหลงจากนั้นในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้

Creative Director: Alessandro Michele

Art Director: Sarah-Jayne Todd

Photographer: MIN Hyunwoo

Film Director: KIM Woogie

ภาพแรกจากว่าที่ภาพยนตร์แห่งปี “House of Gucci” กำกับโดย Ridley Scott ว่าด้วยการลอบฆ่าและชิงมรดกทายาทแบรนด์ Gucci

ภาพแรกจากว่าที่ภาพยนตร์แห่งปี “House of Gucci” กำกับโดย Ridley Scott ถ่ายทำในอิตาลี

โดยในภาพเราจะเห็น Adam Driver ในบทบาทของ Maurizio Gucci และป็อปสตาร์คนดัง Lady Gaga ในบท Patrizia Reggiani (ภรรยาของ Maurizio) ที่ได้วางแผนลอบสังหารสามีตัวเอง ซึ่งตัวหนังก็จะได้ Jared Leto และ Al Pacino สองนักแสดงมากฝีมือมาร่วมแสดงด้วย และจะเข้าฉายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ครับ ถือว่าน่าสนใจสุดๆเลยล่ะ!

Gucci นำเสนอแคมเปญแว่นตาคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021 ผ่านความสัมพันธ์ระยะไกลจากสองซีกโลกระหว่าง เวนิส และ อู่เจิ้น

แคมเปญโฆษณาแว่นตาใหม่ของ Gucci สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนประจำปี 2021 เป็นเรื่องราวของเมืองสองเมืองที่แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ก็เชื่อมโยงถึงกัน ในโฆษณานี้สถานการณ์ชวนคิดสองสถานการณ์เปิดเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่คาดฝันและร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวช่วงเวลาของการพักผ่อนโดยมีคอลเลคชั่นแว่นตาเป็นตัวเอก

ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele ได้รับแรงบันดาลใจจากคลองที่ลึกลับและให้บรรยากาศของเมืองเวนิสซึ่งมีทางน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยพระราชวังหินอ่อนที่ดูหรูหราและสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตา เขายังได้จินตนาการถึงการนั่งเรือกอนโดลาแบบเวนิสดั้งเดิมออกสำรวจเมืองลอยน้ำอันโด่งดังของประเทศอิตาลี Ni Ni ยังคงทำหน้าที่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Gucci ทำให้ความฝันเกี่ยวกับเมืองเวนิสของ Alessandro Michele ได้รับการพัฒนาต่อเพื่อที่จะรวบรวมภาพถ่ายคู่ขนานของเมืองอู่เจิ้นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ของจีนที่นักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงได้รับการถ่ายภาพในขณะที่กำลังเที่ยวชมคลองด้วยเรือแบบโบราณ

ด้วยวิธีนี้ Gucci ได้ขยายมุมมองเกี่ยวกับการร้องเพลง ความสงบ และการเดินทางทางน้ำ พัฒนาจากภาพถ่ายที่คุ้นเคยไปสู่ภาพถ่ายที่ดูแปลกตาและคาดไม่ถึง เมื่อนำมารวมเข้ากับการเล่าเรื่องด้วยภาพทั้งสองนี้ทำให้เกิดความเป็นสากลและความแพร่หลายที่พูดถึงประสบการณ์และความสุขที่มีร่วมกัน

ภาพของเมืองเวนิสที่ถ่ายโดย Daniel Shea เน้นให้เห็นขาแว่น Forked แบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Gucci โดดเด่นบนกรอบแว่นรูปทรง Geometric ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกตินอกจากนี้ Horsebit เหล็กคาดปากม้า สัญลักษณ์อันโด่งดังของ Gucci ก็ปรากฏเป็นครั้งแรกในคอลเลคชั่นแว่นตาที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของมรดกนักขี่ม้าของ Gucci สัญลักษณ์แบบพิเศษนี้มอบความสง่างามที่โดดเด่นให้กับกรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้วยการผสมผสานที่ซับซ้อนของวัสดุสีสันสดใส จุดเด่นอีกอย่างคือการออกแบบแว่นกันแดดที่หรูหราซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยุค80 พร้อมยกระดับด้วยกรอบโลหะเคลือบตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงขาแว่นที่โชว์ให้เห็นโลโก้ Gucci ขนาดใหญ่ในรูปแบบตัวเขียน (Script)

ย้ายไปที่ภาพของเมืองอู่เจิ้นที่ถ่ายโดย Leslie Zhang ที่มี Ni Ni สวมแว่นกันแดดทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดโอเวอร์ไซส์พร้อมกรอบที่ทำจากโลหะน้ำหนักเบาที่มาพร้อมกับสัญลักษณ์ Horsebit ของ Gucci นอกจากนี้สไตล์ย้อนยุคที่หรูหราและไม่ล้าสมัยยังได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยเลนส์ที่มีโทนสีอบอุ่นและขาแว่นที่เรียวบางสวยงาม

Gucci ต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยแคมเปญ Gucci Love, Love & Love ในรูปแบบของนิตยสารผ่านมุมมองของ ของ Brad Elterman ช่างภาพสายดนตรีร็อคมากฝีมือ!

คิวปิดเทพเจ้าแห่งความรักเป็นภูติน้อยที่แสนซุกซน และยังคงความซุกซนและเฉลียวฉลาดผ่านทางเลนส์ของ Brad Elterman ช่างภาพสายดนตรีร็อคจากลอสแองเจลิสผู้ซึ่งสามารถอ้างสิทธิ์ได้อย่างแท้จริงว่าเป็นหนึ่งในนักถ่ายทำสารคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแวดวงดนตรี ด้วยกล้องถ่ายภาพและแฟลชของเขา Elterman สามารถแทรกซึมเข้าไปในโลกของดนตรีร็อคแอนด์โรลยุค 70 ขณะที่เป็นวัยรุ่น และผลงานภาพถ่ายสไตล์ candid ของเขาทำให้เราเข้าใจถึงช่วงเวลาที่พิเศษมาก รวมไปถึงวิถีชีวิตและลักษณะของบางคนที่พิเศษและมีความสามารถทัดเทียมกัน งานของ Eltermanเหมือนกับเพลงร็อคแอนด์โรลของนักเคลื่อนไหวที่สำคัญและภาพถ่ายที่ดูเป็นธรรมชาติของเขาได้เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับวัยที่ไร้เดียงสาและยังไม่ค่อยมีความระมัดระวังมากนัก

ตั้งแต่ปี 2014 Elterman ยังคงถ่ายภาพและผลงานของเขายังคงได้ตีพิมพ์ในหนังสือที่พิมพ์ออกมาในจำนวนจำกัดที่ชื่อว่า Fanzine ผลงานของเขาและถือเป็นอัญมณีของนักสะสม Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของนิตยสารที่ตีพิพม์เป็นเล่มในรูปแบบเดิม จึงเลือกที่จะร่วมงานกับ Elterman ในการเฉลิมฉลองวันแห่งเซนต์วาเลนไทน์ หรือที่เราเรียกันสั้นๆว่าวันวาเลนไทน์นั่นเอง

สำหรับนิตยสาร Gucci Love, Love & Love Elterman ได้ถ่ายภาพความรักในทุกรูปแบบ ณ บ้านเกิดของเขาที่ลอสแองเจลิส ภาพถ่ายทั้งหมดถูกสื่อผ่านทางเลนส์ร็อคแอนด์โรลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและร่าเริง ในโทนสีที่สดใสไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนและหลังคา ด้านนอกไนต์คลับชื่อดังและสถานที่แสดงดนตรีสดบนถนน Sunset Strip ริมสระว่ายน้ำหรือริมทะเลเราได้รู้จักกับผู้คนที่หลากหลายมาเฉลิมฉลองความหลากหลายของความรักผ่านการโพสท่าที่สนุกสนานร่าเริงและการมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ภาพถ่ายยังมอบสัมผัสที่ทรงพลังในมุมมองของ Michele ที่มีต่อความรักและความสวยงาม รวมถึงนำเสนอสินค้าใหม่ของ Gucci ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์นี้ โดยสินค้านั้นประกอบไปด้วยสัญลักษณ์รูปหัวใจ Gucci Heart ที่โดดเด่น สัญลักษณ์ Gucci Heart ที่มีลักษณะ 3 มิติแบบของเล่นเด็กนี้ถูกนำไปใช้กับเครื่องประดับแนวโรแมนติก เครื่องหนัง และผ้าไหมต่างๆ นอกจากนี้ในคอลเลคชั่นของ Gucci Beauty ยังมีสินค้าต่างๆให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม Gucci Guilty Love Edition ลิปสติก และผลิตภัณฑ์แต่งหน้าสำหรับใบหน้าและดวงตา ไปจนถึงกระเป๋าถือในรุ่นต่างๆที่เป็นรุ่นยอดนิยม ของ Gucci ไม่ว่าจะเป็น Dionysus, GG Marmont, Jackie 1961 และ Gucci Horsebit 1955

ภาพถ่ายชุดใหม่ล่าสุดของ Elterman สำหรับ Gucci นั้นถูกนำมารวมกับความสนุกสนานซุกซนในแบบของ Gucci และยังถูกนำมาจับคู่กับผลงานล่าสุดอื่น ๆ และภาพถ่ายบางส่วนจากคลังเก็บข้อมูลของ Elterman เองด้วย

พบนิตยสาร Zine ทางออนไลน์ได้ที่ https://lovelovelove.gucci.com/

Gucci ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยคอลเลกชั่นสุดน่ารักกับตัวการ์ตูนตัวโปรดในวัยเด็ก โดราเอม่อน

เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปีฉลู Alessandro Michele (อเลซซานโดร มิเคเล) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Gucci สร้างสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษที่มาพร้อมกับตัวการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง โดราเอม่อน 

คอลเลกชั่น Doraemon x Gucci เป็นผลงานความร่วมมือใหม่ล่าสุดกับเจ้าแมวหุ่นยนต์ โดราเอม่อน ซึ่งย้อนเวลากลับมาจากอนาคตศตวรรษที่ 22 สร้างขึ้นโดยเซวาชิ (ทายาทรุ่นที่ 4 หลังจากโนบิตะ) เพื่อช่วยเหลือเด็กชายโนบิตะ โนบิ ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดราเอม่อนเป็นหุ่นยนต์ที่เป็นมิตรต่อทุกคนและมีกระเป๋าสี่มิติที่หน้าท้อง เต็มไปด้วยของวิเศษมากมายที่มาจากห้างสรรพสินค้าแห่งโลกอนาคต  

Gucci ได้เปิดตัวโดราเอม่อนในคอลเลกชั่น Epilogue ซึ่งประกอบไปด้วยเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ รองเท้า และกระเป๋า โดยคอลเลกชั่น Doraemon x Gucci นี้นอกจากจะเป็นการเปิดตัว 50 ปีของโดราเอมอน (2020) แล้ว และยังเป็นโอกาสในการครบรอบ 100 ปี ของ Gucci (2021) ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังได้เหล่า celebrities ชื่อดังของไทยอย่าง 4 หนุ่มฮอต กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, เต-นิว (ตะวัน วิหครัตน์ และ ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ) สาวน้อยสุดน่ารัก แอลลี่-อชิรญา นิติพน และที่จะขาดไปไม่ได้ก็คือสาวใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ Friend of Gucci ซึ่งสวมใส่คอลเล็กชั่นนี้ด้วยเช่นกัน

โดราเอม่อนในคอลเลกชั่นนี้มีให้เลือกในสองเวอร์ชั่นคือ โดราเอม่อนสีฟ้าอันเป็นรูปลักษณ์ของโดราเอม่อนที่เราคุ้นเคย นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษที่โดราเอม่อนแปลงกายอยู่ในชุดวัวแสนน่ารักเพื่อฉลองปีฉลูอีกด้วยโดราเอม่อนในเวอร์ชั่นนี้ สีฟ้าถูกแทนที่ด้วยสีทองและเพิ่มเขาจิ๋วสุดน่ารักเพื่อให้กลายเป็นวัว ตัวการ์ตูนโดราเอม่อนทั้งสองแบบนี้ปรากฏอยู่บนลาย GG ในท่าทางที่แตกต่างกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นโดราเอม่อนหลายตัว หรือตัวเดียว เพื่อสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ให้แก่ Gucci

พบคอลเลกชั่นพิเศษนี้ได้ที่ Gucci Pin, Thara Hall ชั้น M ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กุมภาพันธ์นี้

#DoraemonxGucci

©Fujiko-Pro