Posts

Grand Seiko เผยโฉมเรือนเวลาอิดิชั่นพิเศษเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำจาก Virtual Boutique เพื่อยกระดับสู่ช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ

เดินหน้ายกระดับสู่ช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบไปอีกขั้น Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก เผยโฉม The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ครั้งแรกของการรังสรรค์เรือนนาฬิกาพิเศษที่นำเสนอขายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์เท่านั้น ให้แฟนๆ และเหล่านักสะสมนาฬิกาได้ร่วมสัมผัสความพิเศษและเก็บไว้ในคอลเลคชั่นแล้ววันนี้ พร้อมพัฒนา 3 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Virtual Boutique: www.grandseikoboutiquethailand.com เพื่อตอบโจทย์การช้อปออนไลน์ที่เข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น

หลังจากสร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญสู่โลกออนไลน์ช้อปปิ้งด้วยการเปิดตัว Grand Seiko Virtual Boutique แห่งแรกของโลก โดยฝีมือการพัฒนาจากทีมงานของประเทศไทย ล่าสุด Grand Seiko ได้เปิดตัวเรือนเวลาพิเศษในงาน “The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition” รุ่น SBGA469 Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ซึ่งจะจัดจำหน่ายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ให้เหล่าแฟนๆ ได้สัมผัสความงามและเก็บสะสม พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน Virtual Boutique ผ่าน VDO โฆษณาที่นำแสดงโดยลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์อีกด้วย 

สำหรับ นาฬิการุ่น SBGA469 The First Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ถูกออกแบบให้หน้าปัดมีสีน้ำเงิน katsuiro (คัตสึ-อิโระ) หนึ่งในเฉดสี Iindigo blue ซึ่งเป็นสีประจำของแบรนด์ pattern ลวดลายบนหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ออกแบบให้มีลวดลายและ texture คล้ายกับโขดหินของเทือกเขา Hotake ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกับ Shinshu watch studio ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ Grand Seiko Spring drive ตัวเรือนเป็น stainless steel ขนาด 40 mm และถูกนำไปผ่านกระบวนการ heat treatment ที่อุณหภูมิ 800 องศา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานต่อการเกิดรอย ส่วนตัว movement เป็น spring drive +/- 1 วินาทีต่อวัน ซึ่งถือได้ว่าเที่ยงตรงที่สุดในโลกสำหรับนาฬิกาที่ operate โดยกระปุกลาน และยังสะสมพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมงอีกด้วย

แฟนๆ Grand Seiko และเหล่าคนรักนาฬิกา สามารถเข้าชมและช้อปออนไลน์ผ่าน Virtual Boutique บูติกเสมือนจริงแห่งแรกของ Grand Seiko บูติกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน พร้อมรับบริการผ่านฟีเจอร์มากมายที่สะดวกสบาย ทันสมัย สัมผัสประสบการ์ที่มีคุณภาพแบบไร้รอยต่อ (Seamless Customer Experience) ได้แล้ววันนี้ ที่ www.grandseikoboutiquethailand.com

เรียบเรียง rhunrun

เผยโฉมนาฬิกาซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Grand Seiko GMT ฉลองความงามของ 4 ฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่น

ฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่น จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ฤดู และในแต่ละ 4 ฤดู จะถูปแบ่งย่อยออกเป็น 6 ช่วง ทั้ง 4 ฤดูกาลจะมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป การเปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลหนึ่งไปยังอีกฤดูหนึ่งเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ทำให้ธรรมชาติของเวลามีความใกล้ชิดกับสัมผัสแห่งความรู้สึกของเรามากยิ่งขึ้น นาฬิกา GMT แต่ละเรือนเหล่านี้เป็นผลงานที่ได้รับการรังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 24 ช่วงฤดูย่อยในรอบ 1 ปีหรือที่เรียกว่า ‘Sekki’ (เซกกิ)

ช่วงฤดูที่ถูกเลือกสรรประกอบด้วย คือ Shunbun (ชุนบุน – ฤดูใบไม้ผลิ) , Shōsho (โชโฉะ – ฤดูร้อน), Kanro (คังโร – ฤดูใบไม้ร่วง) and Tōji (โทจิ – ฤดูหนาว) ในรุ่น Shunbun และ Shōsho จะมากับกลไกรหัส 9S86 ซึ่งเป็นกลไกความถี่สูง 36,000 GMT ขณะที่รุ่น Kanro และTōji บรรจุกลไกรหัส 9R66 ที่ขับเคลื่อนด้วย Spring Drive GMT

หน้าปัดของแต่ละรุ่นจะสะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งฤดูกาล หรือ Sekki

Shunbun – SBGJ251

ในฤดูใบไม้ผลิ การเดินทางของวันที่มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนที่เท่ากันได้มาถึง ทุกคนสามารถสัมผัสถึงฤดูใบไม้ผลิได้อย่างชัดเจนจากอากาศที่อยู่โดยรอบ ต้นซากุระในภูเขาเริ่มผลิบานและดอกซากุระกระจายตัวประดับประดาอยู่บนเนินเขาอย่างงดงาม สีเขียวและสีโรสโกลด์ที่อยู่บนหน้าปัดสะท้อนถึงคำสัญญาของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Shōsho – SBGJ249

ในที่สุดฤดูฝนก็สิ้นสุดลง และฤดูร้อนใกล้เข้ามา ในช่วงฤดู Shōsho สายลมอันอบอุ่นได้สร้างระลอกคลื่นอันละเอียดอ่อนในทะเลสาบและแอ่งน้ำหลายพันแห่งทั่วญี่ปุ่น พร้อมกับทอแสงระยิบระยับท่ามกลางแสงแดดของช่วงต้นฤดูร้อน ลายคลื่นที่อยู่บนหน้าปัดนำ Shōsho ให้มีชีวิต

Kanro – SBGE271

เมื่อยามตะวันตกดินในตอนเย็น และอากาศที่เย็นสบายในตอนเช้า เข็มวินาทีมีการเคลื่อนตัวอย่างเงียบๆ ราวกับดวงจันทร์เคลื่อนตัวผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ฤดูใบไม้ร่วงมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว

Tōji – SBGE269

ปรากฏการณ์กลางคืนยาวนานกว่ากลางวันของประเทศในแถบซีกโลกเหนือ (Winter Solstice) อยู่ใน TŌji สื่อถึงจุดเริ่มต้นของฤดูหนาว ช่วงเวลากลางวันจะสั้น อากาศแจ่มใสและปลอดโปร่ง และหิมะล่องลอยไปตามเสียงแห่งลม หน้าปัดของนาฬิกามาพร้อมกับพื้นผิวและสีที่สะท้อนถึงทิวทัศน์ที่เกิดขึ้นในฤดูหนาวขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า

ตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิก ตามแบบฉบับของ Grand Seiko และด้านข้างได้รับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นกลไกจักรกลและกลไกแบบ Spring Drive คุณสามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลัง ให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต

เมื่ออ้างอิงจากการเปิดตัวรุ่นแรกที่ถูกนำเสนอในสหรัฐอเมริกา รุ่น Shunbun และ Shōsho จะเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ตามด้วย Kanro และ TŌji จะเปิดตัวในเดือนกันยายน ที่บูติกของ Grand Seiko และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก

กลไก 9S86 : SBGJ249, 251

ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ 

ความถี่ในการเดิน : 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (10 บีทต่อวินาที)

ความเที่ยงตรง : +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน  

พลังงานสำรอง : 55 ชั่วโมง

เข็ม GMT แสดงเวลาไทม์โซนที่ 2

จำนวนทับทิม : 37 เม็ด

กลไก 9R66 : SBGJ269, 271

ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ แบบ สปริง ไดร์ฟ

ความเที่ยงตรง : +/- 1 วินาทีต่อวัน (+/-15 วินาทีต่อเดือน

พลังงานสำรอง : 72 ชั่วโมง

เข็ม GMT แสดงเวลาไทม์โซนที่ 2

จำนวนทับทิม : 30 เม็ด

ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวเรือนและบานพับผลิตจากสแตนเลสสตีล

บานพับ 3 ทบพร้อมกับปุ่มกดคลายล็อก

กระจกแซฟไฟร์ทรงยกสูง พร้อมเคลือบสารกันการสะท้อนแสง

ฝาหลังแบบใสมองทะลุได้

ความสามารถในการกันน้ำ: 3 บาร์ (รุ่น SBGJ249, 251) / 10 บาร์ (รุ่น SBGJ269, 271)

ความทนทานต่อสนามแม่เหล็ก : 4,800 แอมป์/เมตร

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 39.5 มิลลิเมตร หนา 14.1 มิลลิเมตร (รุ่น SBGJ249, 251)

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.2 มิลลิเมตร หนา 14.0 มิลลิเมตร (รุ่น SBGJ269, 271)

เรียบเรียง rhunrun

Time and Nature in perfect harmony.

การสร้างสรรค์ของ Grand Seiko ที่นำเวลาและธรรมชาติผสานกันอย่างกลมกลืน
พร้อมสุดยอดเทคโนโลยีของกลไก Spring Drive (สปริง ไดรฟ์) ชุดใหม่ คาลิเบอร์ 9RA2
ในโอกาสพิเศษเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้งบริษัท ไซโก

คินทาโร่ ฮัตโตริ (Kintaro Hattori) ก่อตั้งบริษัทของเขาขึ้นเมื่อปี 1881 และเป็นผู้นำบริษัทจนกระทั่งจากไปในปี 1934 ด้วยอายุ 73 ปี ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเขาคือ “ก้าวนำหน้าผู้อื่น 1 ก้าวเสมอ” และแม้ว่า Grand Seiko ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในปี 1960 แต่ไม่มีอะไรที่จะแสดงถึงพลังแห่งวิสัยทัศน์ของเขาได้ดีไปกว่า Grand Seiko ด้วยดีไซน์ที่เปี่ยมเอกลักษณ์ กระบวนการผลิตชั้นสูงและงานขัดแต่งที่เปี่ยมความประณีต
วันนี้ Grand Seiko ร่วมฉลองครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้งบริษัทโดยคินทาโร่ ฮัตโตริ ด้วยผลงานสร้างสรรค์ใหม่ ที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไก Spring Drive ชุดใหม่ คาลิเบอร์ 9RA2 พื้นหน้าปัดนาฬิกาได้แรงบันดาลใจมาจากผิวน้ำที่สงบนิ่งของทะเลสาบซูวะ ซึ่งอยู่ใกล้กับ Shinshu Watch Studio (ชินชู วอทช์ สตูดิโอ) สถานที่ผลิตนาฬิกาเรือนนี้

หน้าปัดโดดเด่นด้วยลวดลายที่ชวนให้นึกถึงผิวน้ำของทะเลสาบซูวะ ด้วยริ้วระลอกคลื่นบางๆ ที่สร้างประกายให้กับหน้าปัดในทุกมุมที่รับแสง เมื่อรวมกับการเคลื่อนไหวอันเรียบลื่นของเข็มวินาที อันเป็นเอกลักษณ์ของกลไก Spring Drive พื้นหน้าปัดราวกับจะจับภาพความสงบและราบรื่น เข็มวินาทีและตัวอักษรชื่อ Grand Seiko สีทอง สะท้อนถึงพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าส่องแสงระยิบระยับเหนือผิวน้ำของทะเลสาบ

คาลิเบอร์ 9RA2 กับความงามแห่งชินชู (Shinshu)
นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไก Spring Drive 5 Days คาลิเบอร์ 9RA2 ชุดใหม่ของ Grand Seiko ซึ่งสืบทอดคุณสมบัติด้านประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมทั้งหมดของชุดกลไก Spring Drive คาลิเบอร์ 9RA5 การตั้งค่าใหม่ของเข็มนาฬิกาและการย้ายมาตรวัดพลังงานสำรองไปอยู่ด้านหลังของกลไก ทำให้นาฬิกามีความเพรียวบางและหน้าปัดงามสง่า เสริมเอกลักษณ์งานฝีมืออันวิจิตรบนพื้นหน้าปัดให้กับ Grand Seiko

เสน่ห์และความงดงามของกลไกที่เรียบง่าย เผยให้เห็นความงามในแบบญี่ปุ่นอันเปี่ยมเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงของ Grand Seiko พื้นผิวที่ละเอียดอ่อนของงานขัดแต่งบนกลไกสะท้อนถึงความเย็นยะเยือกที่ฤดูหนาวนำมาสู่เมืองชินชู ที่ซึ่งนาฬิกา Spring Drive ทั้งหมดได้รับการผลิตขึ้น ลายเส้นบนสะพานจักรและขอบหลุมตัดด้วยเครื่องตัดจากเพชร เพื่อให้สะท้อนแสงจากทุกมุม และทับทิมรวมถึงเข็มแสดงมาตรวัดพลังงานสำรองสีน้ำเงินจากการเผาด้วยความร้อน เพิ่มความแวววาวอันเงียบสงบอย่างน่าอัศจรรย์
คาลิเบอร์ 9RA2 ทำให้นาฬิการุ่นใหม่มีความบางกว่านาฬิกากลไกอัตโนมัติ Spring Drive รุ่นอื่นๆ ที่เคยสร้างสรรค์มา ความบางของชุดกลไกมาจากการออกแบบใหม่และการจัดวางตำแหน่งใหม่ของ Magic Lever โดยค่าออฟเซ็ตของ Magic Lever ถูกติดตั้งให้มีลักษณะที่เยื้องศูนย์เพื่อทำให้ส่วนประกอบในชิ้นส่วนนี้มีความหนาลดลง นอกจากนั้นการปรับแต่งชุดเข็มนาฬิกายังมีส่วนในการช่วยทำให้ภาพรวมของตัวนาฬิกาดูมีความเพรียวบางลงด้วยเช่นกัน

ความงามตามแบบฉบับของ Grand Seiko
การออกแบบของนาฬิกาที่ระลึกรุ่นผลิตจำนวนจำกัดนี้ สอดคล้องกับ Grand Seiko Style ที่นิยามไว้ในปี 1967 ด้วยรุ่น 44GS ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่มรดกของ 44GS ได้รับการผสมผสานกับความรู้สึกร่วมสมัยที่แสดงออกถึงบุคลิกที่เงียบสงบ ทว่าแข็งแกร่งของ Grand Seiko ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุดเข็มอันทรงพลังและหลักชั่วโมงเซาะร่องเด่นชัด ช่วยให้การอ่านค่าได้ชัดเจน การขัดเงาแบบซารัตซึ (Zaratsu) ที่ให้ผิวเงาราวกับกระจก โดยปราศจากความผิดเพี้ยนของภาพสะท้อน และการตกแต่งด้วยลายริ้วบางราวเส้นผมที่ละเอียดอ่อน ทำให้ตัวเรือนเปล่งประกายและกลมกลืนกันอย่างงามสง่า ตัวเรือนที่มีข้อต่อตัวเรือนกว้างและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้มั่นใจได้ว่า นาฬิกาจะแนบบนข้อมือได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

นาฬิกาจะวางจำหน่ายในแบบผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,021 เรือน ที่บูติกของ Grand Seiko และตัวแทนจำหน่าย Grand Seiko ที่ได้รับการคัดเลือกทั่วโลกในเดือนธันวาคม 2021

Grand Seiko Heritage Collection
Seiko 140th Anniversary Limited Edition

SLGA007

Spring Drive 5 Days คาลิเบอร์ 9RA2
ระบบขับเคลื่อน: อัตโนมัติ
พลังงานสำรอง: 5 วัน (120 ชั่วโมง)
ความเที่ยงตรง: +/- 0.5 วินาทีต่อวัน (+/-10 วินาทีต่อเดือน)
จำนวนทับทิม: 38
เส้นผ่านศูนย์กลาง: 34.0 มิลลิเมตร, หนา 5.0 มิลลิเมตร

ข้อมูลทางเทคนิค
ตัวเรือนและสายสแตนเลสสสตีล
กระจกแซฟไฟร์คริสตัลทรงโค้งคู่พร้อมเคลือบสารกันแสงสะท้อน
ฝาหลังโปร่งใสมองเห็นกลไก เม็ดมะยมขันเกลียว
ความสามารถกันน้ำ: 10 บาร์
การป้องกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 แอมป์/เมตร
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.0 มิลลิเมตร หนา: 11.8 มิลลิเมตร
บานพับล็อกสาย 3 ทบพร้อมปุ่มกดคลายล็อก
ราคาจำหน่าย : 308,000 บาท
ผลิตจำนวนจำกัด: 2,021 เรือน

Grand Seiko : Nature of Time

Grand Seiko เปิดตัวนาฬิกากลไกความถี่สูง (Hi-Beat) รุ่นใหม่ มาพร้อมพื้นหน้าปัดที่ได้รวมเส้นสายที่ละเอียดอ่อนซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติอันสลับซับซ้อนของวงปีในต้นไม้ นาฬิการุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้งบริษัท ด้วยแก่นแท้แห่งความงามบนพื้นหน้าปัด และเสน่ห์อันทรงพลังที่รวมไว้อยู่ในงานออกแบบ วันนี้ การสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการออกแบบหน้าปัดและตัวเรือนที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก Spring Drive ชุดใหม่ คาลิเบอร์ 9RA2 เข้ามาร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบของการก่อตั้งบริษัทด้วย

คาลิเบอร์ 9RA2 ชุดกลไก Spring Drive รุ่นใหม่
นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไก Spring Drive 5 Days คาลิเบอร์ 9RA2 ชุดใหม่ของ Grand Seiko ซึ่งสืบทอดคุณสมบัติด้านประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมทั้งหมดของชุดกลไก Spring Drive คาลิเบอร์ 9RA5 ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 60 ปีของ Grand Seiko การตั้งค่าใหม่ของเข็มนาฬิกาและการย้ายมาตรวัดพลังงานสำรองไปอยู่ด้านหลังของกลไก ทำให้นาฬิกามีความเพรียวบางและหน้าปัดงามสง่า เสริมเอกลักษณ์งานฝีมืออันวิจิตรบนพื้นหน้าปัดให้กับ Grand Seiko

เสน่ห์และความงามที่เรียบง่ายของกลไกที่ได้รับการเปิดเผยเป็นครั้งแรกผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ และถ่ายทอดความงามในแบบญี่ปุ่นอันเปี่ยมเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงของ Grand Seiko พื้นผิวที่ละเอียดอ่อนของงานขัดแต่งบนกลไกสะท้อนถึงความเย็นยะเยือกที่ฤดูหนาวนำมาสู่เมืองชินชู ที่ซึ่งนาฬิกา Spring Drive ทั้งหมดได้รับการผลิตขึ้น ลายเส้นบนสะพานจักรและขอบหลุมตัดด้วยเครื่องตัดจากเพชร เพื่อให้สะท้อนแสงจากทุกมุม และทับทิมรวมถึงเข็มแสดงมาตรวัดพลังงานสำรองสีน้ำเงินจากการเผาด้วยความร้อน เพิ่มความแวววาวอันเงียบสงบอย่างน่าอัศจรรย์

กลไกสปริงไดร์ฟบางเฉียบที่มาพร้อมกำลังสำรองและความแข็งแกร่ง
คาลิเบอร์ 9RA2 ทำให้นาฬิการุ่นใหม่มีความบางกว่านาฬิกากลไกอัตโนมัติ Spring Drive รุ่นอื่นๆ ที่เคยสร้างสรรค์มา ความบางของชุดกลไกมาจากการออกแบบใหม่และการจัดวางตำแหน่งใหม่ของ Magic Lever โดยค่าออฟเซ็ตของ Magic Lever ถูกติดตั้งให้มีลักษณะที่เยื้องศูนย์เพื่อทำให้ส่วนประกอบในชิ้นส่วนนี้มีความหนาลดลง นอกจากนั้นการปรับแต่งชุดเข็มนาฬิกายังมีส่วนในการช่วยทำให้ภาพรวมของตัวนาฬิกาดูมีความเพรียวบางลงด้วยเช่นกัน
แม้ว่าตัวกลไกจะมีความบางแต่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งและความทนทานต่อแรงกระแทกด้วยชุดเฟืองขับ เคลื่อนรูปแบบใหม่ที่มีลักษณะเยื้องไปทางด้านหน้าจากจุดกึ่งกลางของกลไกและสะพานจักรกลางแบบชิ้นเดียว (One-Piece Center Bridge) ที่ยึดรวมชิ้นส่วนเหล่านี้ไว้ด้วยกัน

คาลิเบอร์ 9RA2 ประกอบไปด้วยตลับลาน 2 ชุดซึ่งมีขนาดใหญ่และเล็ก โดยสำรองพลังงานได้สูงถึง 120 ชั่วโมง อัตราความเที่ยงตรงอยู่ที่ระดับ +/-10 วินาทีต่อเดือนมาจากการพัฒนาของ IC แบบใหม่ที่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเอาไว้ในตัวและการเลือกใช้ผลึกควอตซ์ที่มีอัตราการสั่นที่มีความคงที่ในระดับสูงตลอดช่วง 3 เดือนของการทดสอบและคัดเลือก ออสซิลเลเตอร์แบบควอตซ์และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิจะถูกปิดผนึกสุญญากาศไว้ในแพ็คเกจเดียว เพื่อขจัดความแตกต่างของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยระหว่างทั้งสององค์ประกอบ เพื่อรักษาความแม่นยำของนาฬิกาให้อยู่ในระดับสูงสุด

ความสวยงามของหน้าปัดสามารถสร้างสัมผัสแห่งความพึงพอใจเมื่อได้พบเห็นและเป็นการแสดงให้เห็นถึงการนำความมีชีวิตชีวามาสู่ตัวนาฬิกาตามหลักปรัชญา Nature of Time ของ Grand Seiko ความแตกต่างของระดับความลึกของลวดลายที่อยู่บนหน้าปัดที่สามารถมองเห็นได้นั้น เผยให้เห็นถึงโทนสีเข้มและอ่อนของลายไม้ โทนสีน้ำตาลของหน้าปัดเป็นการจับคู่อย่างลงตัวแบบกับตัวเรือนที่ผลิตจากโรสโกลด์ ทำให้ตัวนาฬิกาสะท้อนถึงสัมผัสอ่อนโยนและอบอุ่น

การออกแบบของนาฬิกาเรือนนี้คือแก่นแท้ของ Grand Seiko Style ที่นิยามไว้ในปี 1967 ด้วยรุ่น 44GS ที่มีชื่อเสียงทว่ามรดกของ 44GS ได้รับการผสมผสานกับความรู้สึกร่วมสมัยที่แสดงออกถึงบุคลิกที่เงียบสงบแต่แข็งแกร่งของ Grand Seiko ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุดเข็มอันทรงพลังและหลักชั่วโมงเซาะร่องเด่นชัด ช่วยให้การอ่านค่าได้ชัดเจน การขัดเงาแบบซารัตซึ (Zaratsu) ที่ให้ผิวเงาราวกับกระจก โดยปราศจากความผิดเพี้ยนของภาพสะท้อน และการตกแต่งด้วยลายริ้วบางราวเส้นผมที่ละเอียดอ่อน ทำให้ตัวเรือนเปล่งประกายและกลมกลืนอย่างงามสง่า เครื่องหมายรูปดาวจะประดับในตำแหน่ง 6 นาฬิกาเพื่อบ่งบอกว่าหลักชั่วโมงทุกตำแหน่งผลิตจากทองคำ เช่นเดียวกับตัวอักษร GS กรอบแสดงวันที่และบานพับล็อกสาย เข็มชั่วโมงขนาดใหญ่ ได้รับการออกแบบให้สอดรับกับหลักชั่วโมงเซาะร่องและโดดเด่นอย่างลงตัว เพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าบนหน้าปัด
นาฬิการุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือน และจำหน่ายผ่านทางบูติก Grand Seiko และตัวแทนจำหน่าย Grand Seiko ที่ได้รับการคัดเลือกทั่วโลก โดยจะเริ่มทำตลาดในเดือนพฤศจิกายน 2021

Grand Seiko Heritage Collection
Seiko 140th Anniversary Limited Edition

SLGA008

Spring Drive 5 Days คาลิเบอร์ 9RA2
ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ
ความเที่ยงตรง : +/- 0.5 วินาทีต่อวัน (+/-10 วินาทีต่อเดือน)
พลังงานสำรอง : 5 วัน (120 ชั่วโมง)
จำนวนทับทิม : 38
เส้นผ่านศูนย์กลางกลไก : 34 มิลลิเมตร, หนา : 5 มิลลิเมตร

ข้อมูลทางเทคนิค
ตัวเรือนและบานพับสายผลิตจากทองคำโรสโกลด์ 18K
กระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งคู่พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน
ฝาหลังโปร่งใสมองเห็นกลไก
ความสามารถกันน้ำ : 10 บาร์
การป้องกันสนามแม่เหล็ก: 4,800 แอมป์/เมตร
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน : 40 มิลลิเมตร, หนา : 11.8 มิลลิเมตร
สายหนังจระเข้ พร้อมบานพับแบบกดปุ่มคลายล็อก
ราคาจำหน่าย : 1,710,000 บาท
ผลิตจำนวนจำกัด : 140 เรือน

Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักสะสมนาฬิกาด้วยการเปิด Virtual Boutique ร้านเสมือนจริงแห่งแรกของโลก

Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักสะสมนาฬิกาด้วยการเปิด Virtual Boutique แห่งแรกของโลกให้เหล่านักสะสมนาฬิกาได้ยลโฉมตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมเป็นต้นไป โดยร้านเสมือนจริงแห่งแรกของ Grand Seiko นี้ถือว่าเป็นหนึ่งในร้านที่สมบูรณ์แบบที่สุดในปัจจุบัน

แกรนด์ ไซโก นำโดย ฮิโรยูกิ อาคาชิ กรรมการผู้จัดการบริษัทไซโกประเทศไทย และ สิรินาถ เรืองสุวรรณเดช ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ร่วมฉลองการเปิดตัว Grand Seiko Virtual Boutique แห่งแรกของโลก โดยร้านเสมือนจริงแห่งนี้พัฒนาโดยทีมงานจากประเทศไทย Grand Seiko Virtual Boutique แห่งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเหล่านักสะสมแล้ว ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจในยุคใหม่รูปแบบ OMNI Channel การทำการตลาดที่ผสานช่องทางทั้งหมดเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว การสร้างกลยุทธ์ที่เน้นไปที่การทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลของลูกค้าหรือผู้บริโภคอย่างรอบด้านผ่านทุกช่องทางการขาย เช่น ลูกค้าสามารถไปดูสินค้าที่บูติคก่อนได้ แล้วจึงกลับมากดสั่งสินค้าจากเว็บไซต์ หรือดูข้อมูลจากบนเว็บไซต์ แล้วไปซื้อที่บูติคได้ หรือเลือกให้ทางแบรนด์ไปส่งให้ถึงบ้านก็เป้นอีกหนึ่งความ สะดวกที่ทางแกรนด์ ไซโกบริการให้

โดย Grand Seiko Virtual Boutique สามารถแก้ปัญหาในช่วงวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวงการรีเทลทั่วโลก ทั้งบูติค ห้างสรรพสินค้า ถูกปิดและลูกค้าไม่สามารถรับบริการได้ การสร้างสรรค์ร้านเสมือนจริงแห่งนี้ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2020 ในช่วงที่ฉลองความสำเร็จครบรอบ 60 ปี ของแกรนด์ไซโก ปัจจุบันร้านเสมือนจริงแห่งนี้ถือเป็น Break Through ของเทคโนโลยีด้านรีเทลอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การเดินเข้าร้านค้าผ่านหน้าเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด Application การเลือกดูข้อมูลเรือนเวลาในแต่ละเรือนที่มีข้อมูลประกอบสมบูรณ์แบบ พร้อมการนำเสนอสินค้าในรูปแบบวีดีโอ  และล่าสุดฟังก์ชั่น Try-on ที่ให้เหล่านักสะสมนาฬิกาได้ทดลองเรือนเวลากับข้อมือจริงจากการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ฟังก์ชั่นต่างๆที่กล่าวมานี้ทำให้เหล่าคนรักนาฬิกาสามารถทดลองนาฬิกาและสั่งซื้อได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless) สามารถรอรับเรือนเวลาโปรดอยู่ที่บ้านได้เลย โดยทางแกรนด์ ไซโก้ไทยแลนด์ยังให้ความสำคัญทางด้านความปลอดภัยของสุขภาพ โดยจัดการตรวจพนักงานอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

“ด้วยวิสัยทัศน์ของทีมงานของเราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญถึงประสบการณ์ออนไลน์ของลูกค้า รวมถึงการสื่อสารในช่องทางต่างๆต้องสมบูรณ์แบบที่สุด ทุกที่ ทุกเวลา เราจึงพัฒนา Virtual Boutique นี้ขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะสามารถยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น ซึ่งเรามองเห็นถึงศักยภาพของช่องทางออนไลน์ที่สามารถจะสร้างสรรค์นาฬิกาให้กับลูกค้าในรูปแบบที่ชอบ (Customisation) ซึ่งเป็นเทรนด์ชั้นนำในโลกได้ให้ความสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การทำการตลาดแบบ DTC ในอนาคต” อาคาชิ กล่าวอย่างภาคภูมิใจในการ ก้าวกระโดดของแกรนด์ ไซโก เข้าทดลอง Virtual Boutique ได้ทีนี่ครับ

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun

Preview GRAND SEIKO at Siam Paragon Watch Expo 2021

วันนี้(18 มิถุนายน 2564) คือวันแรกของ Siam Paragon Watch Expo 2021 เราไปชมกันว่าแบรนด์นาฬิกาที่อยู่ในใจของใครหลายคนอย่าง GRAND SEIKO มีไฮไลท์อะไรที่งานบ้าง เรารวบรวมมาพร้อมทั้งราคา เพื่อช่วยในการตัดสินใจของคุณ

SLGH007J “The tree ring” 140th anniversary
ผลิตขึ้นเพื่อฉลองฉลองในวาระครบรอบ 140 ปี บริษัท SEIKO มาพร้อมกับหน้าปัดลายพิเศษ “Tree ring” หรือลายวงปีต้นไม้ สื่อจิตวิญญาณและวิสัยทัศน์ของ คินทาโร่ ฮัตโตริ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ
ลายวงปีของต้นไม้ เปรียบเสมือนสมุดจดบันทึกที่เปิดเผยถึงความเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยสามารถทำให้เราทราบว่าแต่ละช่วงปีที่ผ่านมานั้น ปีใดมีน้ำมากหรือน้อย หรือมีเหตุการณ์ทางธรรมชาติใดๆที่ประสบแก่ต้นไม้ ดังนั้นทาง Grand Seiko จึงนำลายวงปีของต้นไม้นี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอเพื่อสะท้อนวัน เวลาที่ผ่านมาของบริษัทฯ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน
Markers ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อรำลึกถึง Grand Seiko เรือนแรกที่เปิดตัวในปี 1960 ที่จะมีขนาดใหญ่เพื่อการอ่านเวลาชัดเจน และเพื่อให้เห็นถึงงานขัด diamond cut ซึ่งนำกรรมวิธีการผลิต Jewelry มาประยุกต์ใช้
สัญลักษณ์ “ดาวแปดแฉก” อันสุดคลาสสิคที่ Grand Seiko เริ่มใช้มาตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัว สำหรับนาฬิกาเรือนพิเศษที่มีชิ้นส่วน solid gold อยู่บนหน้าปัด
กลไก 9SA5 ได้ถูกนำมาใช้ในนาฬิกาเรือนนี้ นอกจากสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นจากเดิมแล้ว ยังใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบกลไกโดยบรรจุรายละเอียด ส่วนเว้าส่วนโค้งอันเป็นธรรมชาติลงไป โดยนำความสวยงามของเมือง Shizukuishi สถานที่ผลิตนาฬิกาลงไปอยู่ในการออกแบบกลไกด้วย ด้วยกลไก Hi-beat ใหม่ “9SA5” พลังงานสำรอง 80 ชั่วโมง
ราคา 1,986,000 THB

SBGJ251G 24 seasons “Shunbun ”
ฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้น ถูกแยกย่อยลงไปอีกจาก 6 ช่วงย่อยจากฤดูกลาสากลทั้ง 4 ฤดู ดังนั้นการนับฤดูกาลของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณจึงมีถึง 24 ฤดู (Sekki) ด้วยเหตุผลเรื่องความเหมาะสมในการทำการเพาะปลูก
เรือนเวลาเรือนนี้ได้แรงบันดาลใจจากฤดู Shunbun หรือฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น โดยสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกถึงการเริ่มเข้าใกล้สู่ฤดูใบไม้ผลิคือ เป็นช่วงเวลาที่ป่าเริ่มมีใบไม้เขียวสด และเต็มไปด้วยดอกซากุระที่ผลิบานประกอบกับแสงแดดอ่อนที่เปรียบได้กับคำสัญญาจากธรรมชาติได้มาถึงอันเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการผลิตหน้าปัดของรุ่นนี้ของ Grand Seiko
ตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิก ตามแบบฉบับของ Grand Seiko กับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว
กลไกแบบ Spring Drive สามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลัง ให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต
ราคา 250,100 THB

SBGN023G Quartz GMT 140th Anniversary
ผลิตเนื่องในโอกาสฉลองครบ 140 ปีของบริษัท SEIKO เพื่อสืบสานวิสัยทัศน์อันกว้างไกล “เราต้องนำหน้าผู้อื่นหนึ่งก้าวเสมอ” มร. คินทาโร่ ฮัตโตริ ของผู้ก่อตั้งแบรนด์
งานดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับความเป็นสปอร์ตและการใช้ในชีวิตประจำวัน
ตัวเรือนเรียบง่าย แต่แฝงด้วยรูปทรงแข็งแกร่งและเฉียบคม พื้นผิวที่งามประณีตด้วยเทคนิคการขัดแต่งแบบซารัสซึ (Zaratsu) นำเสนอมุมมองที่ทรงพลังของความเป็นสปอร์ต มาพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกที่เกือบจะไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน และเพิ่มความหรูหราให้กับสไตล์สปอร์ตโดยรวม ขอบตัวเรือนเซรามิกประดับสเกล GMT 24 ชั่วโมง ยังช่วยให้การอ่านเวลาได้ทันทีอย่างแม่นยำ
ทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการแสดงเวลาและการแสดงค่าอย่างแม่นยำที่กลไกควอตซ์ คาลิเบอร์ 9F86 มอบให้ วงแหวนรอบพื้นหน้าปัดในสไตล์ทูโทนช่วยให้การอ่านค่าเวลากลางวันและกลางคืนจากโทนสีที่ตรงกันซึ่งชี้บอกด้วยเข็ม GMT ได้ในทันที ในรุ่นที่มีรายละเอียดสีทองบนหน้าปัดและเข็ม GMT นำเสนอในแบบผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,021 เรือน เพื่อเป็นการฉลองวาระครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้ง Seiko
ฝาหลังของรุ่นประดับสัญลักษณ์สิงโตที่ผลิตจากทองคำ 18k และสลักหมายเลขประจำเรือน
ราคา 182,500 THB

SBGJ249G 24 seasons “Shōsho ”
ฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้น ถูกแยกย่อยลงไปอีกจาก 6 ช่วงย่อยจากฤดูกลาสากลทั้ง 4 ฤดู ดังนั้นการนับฤดูกาลของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณจึงมีถึง 24 ฤดู (Sekki) ด้วยเหตุผลเรื่องความเหมาะสมในการทำการเพาะปลูก
เรือนเวลาเรือนนี้ได้แรงบันดาลใจจากฤดู Shōsho หรือฤดูร้อนของญี่ปุ่น โดยสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกถึงการเริ่มเข้าใกล้สู่ฤดูร้อนหลังจากที่ฤดูหนาวกำลังจะผ่านไปคือ เป็นช่วงเวลาที่เริ่มมีสายลมอุ่นๆ พัดผ่าน ซึ่งการพัดผ่านลงกระทบบนผิวน้ำจะเกิดเป็นคลื่นระลอกเล็กๆนี้ถือเป็นความงดงามในธรรมชาติ ที่ Grand Seiko ได้แรงบันดาลใจในการผลิตหน้าปัดของรุ่นนี้
ตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิก ตามแบบฉบับของ Grand Seiko กับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว
กลไกแบบ Spring Drive สามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลัง ให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต
ราคา 250,100 THB