Posts

55 th Anniversary Grand Seiko 44GS

The origin of “Grand Seiko Style”
ในวาระครบรอบ 55 ปีของนาฬิกา Grand Seiko 44 GS ที่ถือว่าเป็นรากฐานแห่งดีไซน์ของนาฬิกา Grand Seiko ในวาระแห่งการเฉลิมฉลองนี้จึงควรที่จะสืบย้อนไปถึงเรื่องราวที่กลายมาเป็นประวัติศาสตร์บริษัท Seiko ผลิตนาฬิกาข้อมือออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1913 จนกระทั่งปี 1950 พบว่ายอดขายของ Seiko เติบโตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น แต่ยอดขายในตลาดต่างประเทศยังไม่ดีนัก เนื่องจากการออกแบบไม่มีเอกลักษณ์ของตนเอง อีกทั้งชื่อเสียงแบรนด์ในมุมมองของตลาดต่างประเทศยังคงเป็นรองนาฬิกาสัญชาติ Swiss ดังนั้นจึงมีการวางแผนที่จะแก้ไขจุดนี้


ในปี 1956 Seiko ได้เริ่มก่อตั้งแผนกออกแบบขึ้น แต่ในระยะนั้นทีมออกแบบรับผิดชอบเพียงการออกแบบ “หน้าปัด” นาฬิกาเท่านั้น จนกระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปในปี 1959 หลังจากที่ Seiko ได้ว่าจ้าง “Mr.Taro Tanaka” ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านการออกแบบโดยตรงมารับผิดชอบงานออกแบบโดยรวมทั้งหมดของ Seiko กลุ่ม Luxury โดยเฉพาะอย่าง Grand Seiko และ King Seiko
Taro Tanaka มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะออกแบบนาฬิกากลุ่ม Luxury ของ Seiko ให้มีอัตลักษณ์ของตนเอง โดยใช้การศึกษา Gem Cutting เป็นต้นแบบ จนกระทั่งคิดค้นหลักการออกแบบอันเข้มงวดขึ้น (Grammar of design) โดยมีหลักสำคัญ 3 ประการดังนี้
1.พื้นผิวของตัวเรือน เข็ม และหน้าปัดจะต้องเรียบอย่างสมบูรณ์ และต้องมีขนาดที่กว้างที่สุด เพื่อให้สะท้อนแสงได้ดี
2.พื้นผิวจะต้องมี 2 ระนาบ หรือมี 2 มิติ
3.การขัดตัวเรือนจะต้องขัดขึ้นเงาแบบ mirror-finished โดยต้องปราศจากการบิดเบือนของระนาบพื้นผิว (Distortion-free)


Grammar of design ที่ Taro Tanaka คิดค้นขึ้นสำหรับ Grand Seiko เรียกว่า
Grand Seiko Style” มี 9 องค์ประกอบ
1.หลักชั่วโมงในตำแหน่ง 12 นาฬิกามีความกว้างเพิ่มขึ้นสองเท่า
2.หลักชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมที่ถูกขัดแต่งให้สวยงาม
3.ขอบหน้าปัดขัดเงาพิเศษ
4.พื้นผิวขัดเงาพิเศษดูเป็นแบบสองมิติ
5.เม็ดมะยมแบบดึงออกครึ่งเดียว
6.หน้าปัดแบนเรียบ
7.เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีแบบหลายเหลี่ยมมุม
8.ขอบด้านบนแบบโค้ง
9.ขอบด้านหน้าปัดและด้านข้างตัวเรือนมีรูปทรงกลับด้าน

นี่คือ 9 องค์ประกอบที่เป็นรากฐานทำให้ดีไซน์ของนาฬิกา Grand Seiko มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำในระดับโลก โดยนาฬิการุ่นที่โดดเด่นเป็นที่จดจำต่างก็มีเอกลักษณ์

44GS with Iwate Dial
“The natural beauty top view of Mount Iwate”
เป็นดีไซน์ที่มีที่มาจากธรรมชาติที่จังหวัดอิวาเตะ ที่ถือเป็น Home place อันเป็นที่ตั้งของ Grand Seiko Studio Shizukuishi สถานที่ผลิต GS กลไก mechanical โดยลวดลายหน้าปัดได้แรงบันดาลใจมาจากลวดลายของโขดหินของภูเขา Iwate เมื่อมองผ่านจากด้านบน ตัวเรือนจะเป็น Stainless Steel ขนาด 40 มม./ 44GS case หน้าปัดเคลือบสีเงินนุ่มนวลให้ล้อกับแสงได้อย่างงดงาม กลไก Automatic Hi-beat GMT cal.9S86 สำรองพลังงานได้นาน 55 ชั่วโมง

44GS with Ultimate Quartz.
ตัวเรือนจะเป็น Stainless Steel ขนาด 40 มม./ 44GS case หน้าปัดเคลือบสีเงินนุ่มนวลให้ล้อกับแสงได้อย่างงดงาม กลไก Ultimate Quartz cal.9F85

44GS with Spring Drive
ตัวเรือน Stainless Steel 40 มม./ 44GS case หน้าปัดเคลือบสีน้ำเงิน Midnight blue นุ่มนวลให้ล้อกับแสงได้อย่างงดงาม กลไกSpring Drive cal.9R65

44GS with Automatic Hi-beat
ตัวเรือน Hi-intensity Titanium (SBGH253G, SBGH245G) และทำจาก Stainless Steel (SBGH277G, SBGH279G) ขนาด 40 มม. กลไก Automatic Hi-beat cal.9S85 สำรองพลังงานนาน 55 ชั่วโมง

นาฬิกา 44GS 55th Anniversary

SBGJ255G
ทำขึ้นมาเพียง1,200 เรือน การสร้างสรรค์ตัวเรือน “44GS”ได้สืบทอดเจตนารมณ์ หลักการออกแบบของ Grand Seiko หรือ “Grand Seiko Style” ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยเป็นตัวเรือนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Grand Seiko มากที่สุด
กลไก Hi-beat GMT function ถูกนำมาใช้เพื่อรำลึกให้กับ Grand Seiko เรือนแรก (SBGJ005) ที่ใช้กลไกนี้และได้รับรางวัล GPHG ในปี 2014
เพื่อทำให้ตัวเรือนมีสีสันอันเป็นเอกลักษณ์จึงทำจากไททาเนียมที่มีความหนาแน่นสูง(Hi-intensity Titanium) ขนาด 40 มม./ 44GS case กลไก Automatic Hi-beat GMT cal.9S86 สำรองพลังงานนาน 55 ชั่วโมง และมีชิ้นส่วนที่เป็นจานเหวี่ยง(Oscillating Weight)สีทองโดยใช้เทคนิค Anodic Oxidation ไททาเนียมที่มีความหนาแน่นสูง

SLGH009G
ทำขึ้นมาเพียง 550 เรือน ตัวเรือน “44GS” สืบทอดเจตนารมณ์ หลักการออกแบบของ Grand Seiko หรือ “Grand Seiko Style” ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยเป็นชนิดของตัวเรือนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Grand Seiko มากที่สุด เป็นครั้งแรกที่กลไก new Hi-beat 80 hours ถูกนำมาใช้ในตัวเรือนแบบ 44GS เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ 44GS 55th Anniversary
ลวดลายของหน้าปัดได้แรงบันดาลใจจาก “วงโคจร” ของดวงดาว โดยเข็มวินาทีเปรียบเสมือน การเคลื่อนของเวลา ตาม “Flow of time” concept ของแบรนด์
มีดีไซน์และแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ของ“Shizukuishi Landscape” ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งกำเนิดของ GS ทั้งมวล กลไก Mechanic
ตัวเรือน Ever Brilliant Stainless Steel 40 มม./ 44GS case เป็นสแตนเลสตีลเกรดพิเศษที่ทนการกัดกร่อนสูงกว่าเกรดทั่วไปที่ใช้ในอุตสาหกรรมนาฬิกา 1.7 เท่า และมีความสว่างกว่าเมื่อขัดขึ้นเงา กลไก New Automatic Hi-beat cal.9SA5 สำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง ด้วย Power double barrels.

SLGA013G
ทำขึ้นจำกัดจำนวนเพียง 550 เรือน เป็นครั้งแรกที่กลไก new Spring Drive 120 hours ถูกนำมาใช้ในตัวเรือนแบบ 44GS เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ 44GS 55th Anniversary ด้วยตัวเรือน “44GS” ที่สืบทอดเจตนารมณ์ หลักการออกแบบของ Grand Seiko หรือ “Grand Seiko Style” ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยเป็นชนิดของตัวเรือนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Grand Seiko มากที่สุด
ลวดลายของหน้าปัดได้แรงบันดาลใจจาก “วงโคจร” ของดวงดาว โดยเข็มวินาทีเปรียบเสมือน การไหลเคลื่อนของเวลา ตาม “Flow of time” concept ของแบรนด์ กลไก Cal.9RA2 ตกแต่งด้วยเทคนิค “Shinshu Frost Finish” ซึ่งเป็นการทำเฉพาะในกลไก 9RA2 เท่านั้น
ตัวเรือน Ever Brilliant Stainless Steel 40 มม./ 44GS case เป็นสแตนเลสสตีลเกรดพิเศษที่ทนการกัดกร่อนสูงกว่าเกรดทั่วไปไปที่ใช้ในอุตสาหกรรมนาฬิกา 1.7 เท่า และมีความสว่างกว่าเมื่อขัดขึ้นเงา กลไก New Spring Drive cal.9RA2 ที่มีความบางลง เพื่อสามารถบรรจุลงในตัวเรือน 44GS ได้ สำรองพลังงานได้นาน 120 ชั่วโมงด้วยdouble barrels เท่ตรงที่เข็มบอกปริมาณพลังงานสำรองแสดงอยู่ที่ด้านหลังของตัวเรือน

เรียบเรียง rhunrun

Grand Seiko เผยโฉมเรือนเวลาอิดิชั่นพิเศษเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำจาก Virtual Boutique เพื่อยกระดับสู่ช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ

เดินหน้ายกระดับสู่ช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบไปอีกขั้น Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก เผยโฉม The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ครั้งแรกของการรังสรรค์เรือนนาฬิกาพิเศษที่นำเสนอขายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์เท่านั้น ให้แฟนๆ และเหล่านักสะสมนาฬิกาได้ร่วมสัมผัสความพิเศษและเก็บไว้ในคอลเลคชั่นแล้ววันนี้ พร้อมพัฒนา 3 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Virtual Boutique: www.grandseikoboutiquethailand.com เพื่อตอบโจทย์การช้อปออนไลน์ที่เข้าถึงลูกค้ามากยิ่งขึ้น

หลังจากสร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญสู่โลกออนไลน์ช้อปปิ้งด้วยการเปิดตัว Grand Seiko Virtual Boutique แห่งแรกของโลก โดยฝีมือการพัฒนาจากทีมงานของประเทศไทย ล่าสุด Grand Seiko ได้เปิดตัวเรือนเวลาพิเศษในงาน “The first Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition” รุ่น SBGA469 Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ซึ่งจะจัดจำหน่ายเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ให้เหล่าแฟนๆ ได้สัมผัสความงามและเก็บสะสม พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน Virtual Boutique ผ่าน VDO โฆษณาที่นำแสดงโดยลูกค้าคนสำคัญของแบรนด์อีกด้วย 

สำหรับ นาฬิการุ่น SBGA469 The First Grand Seiko Boutique Online Exclusive Edition ถูกออกแบบให้หน้าปัดมีสีน้ำเงิน katsuiro (คัตสึ-อิโระ) หนึ่งในเฉดสี Iindigo blue ซึ่งเป็นสีประจำของแบรนด์ pattern ลวดลายบนหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ออกแบบให้มีลวดลายและ texture คล้ายกับโขดหินของเทือกเขา Hotake ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกับ Shinshu watch studio ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของ Grand Seiko Spring drive ตัวเรือนเป็น stainless steel ขนาด 40 mm และถูกนำไปผ่านกระบวนการ heat treatment ที่อุณหภูมิ 800 องศา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานต่อการเกิดรอย ส่วนตัว movement เป็น spring drive +/- 1 วินาทีต่อวัน ซึ่งถือได้ว่าเที่ยงตรงที่สุดในโลกสำหรับนาฬิกาที่ operate โดยกระปุกลาน และยังสะสมพลังงานได้ถึง 72 ชั่วโมงอีกด้วย

แฟนๆ Grand Seiko และเหล่าคนรักนาฬิกา สามารถเข้าชมและช้อปออนไลน์ผ่าน Virtual Boutique บูติกเสมือนจริงแห่งแรกของ Grand Seiko บูติกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน พร้อมรับบริการผ่านฟีเจอร์มากมายที่สะดวกสบาย ทันสมัย สัมผัสประสบการ์ที่มีคุณภาพแบบไร้รอยต่อ (Seamless Customer Experience) ได้แล้ววันนี้ ที่ www.grandseikoboutiquethailand.com

เรียบเรียง rhunrun

เผยโฉมนาฬิกาซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Grand Seiko GMT ฉลองความงามของ 4 ฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่น

ฤดูกาลในประเทศญี่ปุ่น จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ฤดู และในแต่ละ 4 ฤดู จะถูปแบ่งย่อยออกเป็น 6 ช่วง ทั้ง 4 ฤดูกาลจะมีลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป การเปลี่ยนแปลงจากฤดูกาลหนึ่งไปยังอีกฤดูหนึ่งเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ทำให้ธรรมชาติของเวลามีความใกล้ชิดกับสัมผัสแห่งความรู้สึกของเรามากยิ่งขึ้น นาฬิกา GMT แต่ละเรือนเหล่านี้เป็นผลงานที่ได้รับการรังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 24 ช่วงฤดูย่อยในรอบ 1 ปีหรือที่เรียกว่า ‘Sekki’ (เซกกิ)

ช่วงฤดูที่ถูกเลือกสรรประกอบด้วย คือ Shunbun (ชุนบุน – ฤดูใบไม้ผลิ) , Shōsho (โชโฉะ – ฤดูร้อน), Kanro (คังโร – ฤดูใบไม้ร่วง) and Tōji (โทจิ – ฤดูหนาว) ในรุ่น Shunbun และ Shōsho จะมากับกลไกรหัส 9S86 ซึ่งเป็นกลไกความถี่สูง 36,000 GMT ขณะที่รุ่น Kanro และTōji บรรจุกลไกรหัส 9R66 ที่ขับเคลื่อนด้วย Spring Drive GMT

หน้าปัดของแต่ละรุ่นจะสะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งฤดูกาล หรือ Sekki

Shunbun – SBGJ251

ในฤดูใบไม้ผลิ การเดินทางของวันที่มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนที่เท่ากันได้มาถึง ทุกคนสามารถสัมผัสถึงฤดูใบไม้ผลิได้อย่างชัดเจนจากอากาศที่อยู่โดยรอบ ต้นซากุระในภูเขาเริ่มผลิบานและดอกซากุระกระจายตัวประดับประดาอยู่บนเนินเขาอย่างงดงาม สีเขียวและสีโรสโกลด์ที่อยู่บนหน้าปัดสะท้อนถึงคำสัญญาของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Shōsho – SBGJ249

ในที่สุดฤดูฝนก็สิ้นสุดลง และฤดูร้อนใกล้เข้ามา ในช่วงฤดู Shōsho สายลมอันอบอุ่นได้สร้างระลอกคลื่นอันละเอียดอ่อนในทะเลสาบและแอ่งน้ำหลายพันแห่งทั่วญี่ปุ่น พร้อมกับทอแสงระยิบระยับท่ามกลางแสงแดดของช่วงต้นฤดูร้อน ลายคลื่นที่อยู่บนหน้าปัดนำ Shōsho ให้มีชีวิต

Kanro – SBGE271

เมื่อยามตะวันตกดินในตอนเย็น และอากาศที่เย็นสบายในตอนเช้า เข็มวินาทีมีการเคลื่อนตัวอย่างเงียบๆ ราวกับดวงจันทร์เคลื่อนตัวผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ฤดูใบไม้ร่วงมาจนถึงจุดสูงสุดแล้ว

Tōji – SBGE269

ปรากฏการณ์กลางคืนยาวนานกว่ากลางวันของประเทศในแถบซีกโลกเหนือ (Winter Solstice) อยู่ใน TŌji สื่อถึงจุดเริ่มต้นของฤดูหนาว ช่วงเวลากลางวันจะสั้น อากาศแจ่มใสและปลอดโปร่ง และหิมะล่องลอยไปตามเสียงแห่งลม หน้าปัดของนาฬิกามาพร้อมกับพื้นผิวและสีที่สะท้อนถึงทิวทัศน์ที่เกิดขึ้นในฤดูหนาวขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า

ตัวเรือนที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลมาพร้อมกับขอบที่คมและมีเหลี่ยมมุมอย่างโดดเด่นและคลาสสิก ตามแบบฉบับของ Grand Seiko และด้านข้างได้รับการขัดด้วยเทคนิคซารัตซึ (Zaratsu) ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่ใสราวกระจกปราศจากการผิดเพี้ยนของพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นกลไกจักรกลและกลไกแบบ Spring Drive คุณสามารถมองเห็นรายละเอียดของกลไกเหล่านี้ผ่านทางกระจกแซฟไฟร์ที่ผนึกบนฝาหลัง ให้ชื่นชมความงดงามที่ผ่านการขัดแต่งชิ้นส่วนกลไกต่างๆ อย่างประณีต

เมื่ออ้างอิงจากการเปิดตัวรุ่นแรกที่ถูกนำเสนอในสหรัฐอเมริกา รุ่น Shunbun และ Shōsho จะเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ตามด้วย Kanro และ TŌji จะเปิดตัวในเดือนกันยายน ที่บูติกของ Grand Seiko และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก

กลไก 9S86 : SBGJ249, 251

ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ 

ความถี่ในการเดิน : 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (10 บีทต่อวินาที)

ความเที่ยงตรง : +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน  

พลังงานสำรอง : 55 ชั่วโมง

เข็ม GMT แสดงเวลาไทม์โซนที่ 2

จำนวนทับทิม : 37 เม็ด

กลไก 9R66 : SBGJ269, 271

ระบบขับเคลื่อน : อัตโนมัติ แบบ สปริง ไดร์ฟ

ความเที่ยงตรง : +/- 1 วินาทีต่อวัน (+/-15 วินาทีต่อเดือน

พลังงานสำรอง : 72 ชั่วโมง

เข็ม GMT แสดงเวลาไทม์โซนที่ 2

จำนวนทับทิม : 30 เม็ด

ข้อมูลทางเทคนิค

ตัวเรือนและบานพับผลิตจากสแตนเลสสตีล

บานพับ 3 ทบพร้อมกับปุ่มกดคลายล็อก

กระจกแซฟไฟร์ทรงยกสูง พร้อมเคลือบสารกันการสะท้อนแสง

ฝาหลังแบบใสมองทะลุได้

ความสามารถในการกันน้ำ: 3 บาร์ (รุ่น SBGJ249, 251) / 10 บาร์ (รุ่น SBGJ269, 271)

ความทนทานต่อสนามแม่เหล็ก : 4,800 แอมป์/เมตร

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 39.5 มิลลิเมตร หนา 14.1 มิลลิเมตร (รุ่น SBGJ249, 251)

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน: 40.2 มิลลิเมตร หนา 14.0 มิลลิเมตร (รุ่น SBGJ269, 271)

เรียบเรียง rhunrun

Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักสะสมนาฬิกาด้วยการเปิด Virtual Boutique ร้านเสมือนจริงแห่งแรกของโลก

Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำของโลก สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักสะสมนาฬิกาด้วยการเปิด Virtual Boutique แห่งแรกของโลกให้เหล่านักสะสมนาฬิกาได้ยลโฉมตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคมเป็นต้นไป โดยร้านเสมือนจริงแห่งแรกของ Grand Seiko นี้ถือว่าเป็นหนึ่งในร้านที่สมบูรณ์แบบที่สุดในปัจจุบัน

แกรนด์ ไซโก นำโดย ฮิโรยูกิ อาคาชิ กรรมการผู้จัดการบริษัทไซโกประเทศไทย และ สิรินาถ เรืองสุวรรณเดช ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ร่วมฉลองการเปิดตัว Grand Seiko Virtual Boutique แห่งแรกของโลก โดยร้านเสมือนจริงแห่งนี้พัฒนาโดยทีมงานจากประเทศไทย Grand Seiko Virtual Boutique แห่งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเหล่านักสะสมแล้ว ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจในยุคใหม่รูปแบบ OMNI Channel การทำการตลาดที่ผสานช่องทางทั้งหมดเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว การสร้างกลยุทธ์ที่เน้นไปที่การทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลของลูกค้าหรือผู้บริโภคอย่างรอบด้านผ่านทุกช่องทางการขาย เช่น ลูกค้าสามารถไปดูสินค้าที่บูติคก่อนได้ แล้วจึงกลับมากดสั่งสินค้าจากเว็บไซต์ หรือดูข้อมูลจากบนเว็บไซต์ แล้วไปซื้อที่บูติคได้ หรือเลือกให้ทางแบรนด์ไปส่งให้ถึงบ้านก็เป้นอีกหนึ่งความ สะดวกที่ทางแกรนด์ ไซโกบริการให้

โดย Grand Seiko Virtual Boutique สามารถแก้ปัญหาในช่วงวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวงการรีเทลทั่วโลก ทั้งบูติค ห้างสรรพสินค้า ถูกปิดและลูกค้าไม่สามารถรับบริการได้ การสร้างสรรค์ร้านเสมือนจริงแห่งนี้ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2020 ในช่วงที่ฉลองความสำเร็จครบรอบ 60 ปี ของแกรนด์ไซโก ปัจจุบันร้านเสมือนจริงแห่งนี้ถือเป็น Break Through ของเทคโนโลยีด้านรีเทลอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การเดินเข้าร้านค้าผ่านหน้าเว็บไซต์โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด Application การเลือกดูข้อมูลเรือนเวลาในแต่ละเรือนที่มีข้อมูลประกอบสมบูรณ์แบบ พร้อมการนำเสนอสินค้าในรูปแบบวีดีโอ  และล่าสุดฟังก์ชั่น Try-on ที่ให้เหล่านักสะสมนาฬิกาได้ทดลองเรือนเวลากับข้อมือจริงจากการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ฟังก์ชั่นต่างๆที่กล่าวมานี้ทำให้เหล่าคนรักนาฬิกาสามารถทดลองนาฬิกาและสั่งซื้อได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless) สามารถรอรับเรือนเวลาโปรดอยู่ที่บ้านได้เลย โดยทางแกรนด์ ไซโก้ไทยแลนด์ยังให้ความสำคัญทางด้านความปลอดภัยของสุขภาพ โดยจัดการตรวจพนักงานอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

“ด้วยวิสัยทัศน์ของทีมงานของเราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญถึงประสบการณ์ออนไลน์ของลูกค้า รวมถึงการสื่อสารในช่องทางต่างๆต้องสมบูรณ์แบบที่สุด ทุกที่ ทุกเวลา เราจึงพัฒนา Virtual Boutique นี้ขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะสามารถยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น ซึ่งเรามองเห็นถึงศักยภาพของช่องทางออนไลน์ที่สามารถจะสร้างสรรค์นาฬิกาให้กับลูกค้าในรูปแบบที่ชอบ (Customisation) ซึ่งเป็นเทรนด์ชั้นนำในโลกได้ให้ความสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การทำการตลาดแบบ DTC ในอนาคต” อาคาชิ กล่าวอย่างภาคภูมิใจในการ ก้าวกระโดดของแกรนด์ ไซโก เข้าทดลอง Virtual Boutique ได้ทีนี่ครับ

เรื่อง-เรียบเรียง rhunrun