Posts

คนรักแฟชั่นต้องมี! หนังสือรวมผลงานภาพถ่ายแฟชั่นระดับตำนานจากยุค 90’s ของ Prada ลั่นชัตเตอร์โดย Glen Luchford

เป็นอีกหนึ่งตากล้องเสาหลักของวงการแฟชั่นอยู่แล้วสำหรับ Glen Luchford ตากล้องวัย 52 ปีชาวอังกฤษโดยชื่อของแบรนด์หรูที่เจ้าตัวเคยฝากฝีมือไว้ก็มีทั้ง Gucci, Givenchy, Saint Laurent, Lanvin, Calvin Klein และอีกมากมายแต่ผลงานไอคอนิกขึ้นหิ้งที่โด่งดังที่สุดก็คือ Prada ที่เจ้าตัวเซ็นสัญญากับแบรนด์ในช่วงปี ค.ศ. 1996-1998 โดยรับหน้าที่ถ่ายแคมเปญและ lookbook ทั้งหมด

Glen Luchford กับภาพถ่ายสำหรับ Gucci Pre-Fall 2015 

โดยล่าสุดสำนักพิมและตัวแทนจำหน่ายหนังสือหายากอย่าง IDEA ก็เตรียมรวบรวมผลงานทั้งหมดในช่วงดังกล่าวมาทำหนังสือ Glen Luchford Prada 96-98 ความหนากว่า 116 หน้าในขนาดใหญ่ถึง 30.5 ซม. โดยไฮไลต์ก็คือภาพของนักแสดงรางวัล Oscar Joaquin Phoenix ในช่วงวัยรุ่นและดาราดังนางแบบคนอื่นๆอีกมากมาย พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ Lou Stoppard นักเขียนคนดังไปสัมภาษณ์เจาะลึกถึงมุมมองด้านแฟชั่นในหลากหลายแง่มุม 

โดยหนังสือเล่มนี้จะผลิตแค่ 1,000 เล่มเท่านั้นในราคา $125 USD หรือประมาณ 3,700 บาท สามารถสั่งซื้อได้บนเวปไซต์ของ IDEA เป็นอีกเล่มที่น่าสะสมเลยล่ะครับ! 

Gucci reveals its Spring Summer 2019 Campaign

แคมเปญนี้กำกับและถ่ายทำโดย Glen Luchford ช่างภาพคู่บุญของมิเคเล ผู้ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ระดับตำนานหลากหลายเรื่อง อาทิ An American in Paris (1951), The Band Wagon (1953), Cover Girl (1944), There’sNo Business Like Show Business (1954), Gentlemen Prefer Blondes (1953), และ Singin’ in the Rain (1952) ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพแนวเทคนิคคัลเลอร์ที่เปี่ยมไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ จากการร้องเพลง และเต้นรำของนักแสดงผู้มีพรสวรรค์มากมาย (แน่สิ   ทุกคนต้องอยู่ในโททัลลุคของกุชชี่) บนเวทีขนาดใหญ่ บันไดที่ทอดยาว และภาพเกินจริงเสมือนฝันเป็นฉากหลังให้หลงใหล อารมณ์โดยรวมแสดงให้เห็นถึงความขี้เล่น ความสุข สนุกสนานของภาพยนตร์เพลงอันมีชื่อเสียงในยุค ’40s และ ’50s

โดยเฉพาะจากซาวด์แทร็กของเพลง “There’s No Business Like Show Business” ประพันธ์โดย Irving Berlin ให้กับละครเพลงเรื่อง Annie Get Your Gun ที่ถูกหยิบมาเป็นเพลงธีมของแคมเปญนี้นอกจากภาพแคมเปญหลักที่เราจะได้เห็นทางสื่อต่างๆ แล้ว มิเคเลยังเกิดปิ๊งไอเดียของการถ่ายทำ ‘Behind the Scenes’ ไม่ว่าจะเป็นภาพแคนดิดของผู้ร่วมงาน โปรดิวเซอร์ รวมถึงภาพของธุรกิจการสรรหาตัวนักแสดงของกุชชี่เอง เพื่อสื่อให้เห็นถึงความจริงที่ว่าภาพยนตร์เพลงฮอลลีวู้ดบ่อยครั้งก็เป็นแค่ธุรกิจการแสดงเท่านั้น เป็นการหักมุมตลกร้ายตอนจบ จนเราต้อง อมยิ้มเเละนั่งขบคิดตาม สมกับเป็นมิเคเลจริงๆ