Posts

GIVENCHY HAUTE COUTURE SPRING/SUMMER 2019 WOMEN SHOW

 

Related Post

4G FOR GIVENCHY

 

หากพูดถึง Givenchy หลายคนต้องคิดถึง Hurbert De Givenchy (มร. อูแบรค์ เดอ จีวองชี) ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1952 หรือชุดกระโปรงสีดำสุดคลาสสิกที่ ออเดรย์ เฮปเบิร์น สวมใส่ในภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ในผลงานฝีมือสร้างสรรค์ของ Givenchy จนกลายเป็นอีกหนึ่งลุคไอคอนนิกของโลก และล่าสุดกับลุคทักซิโดอันเฉียบคมของ Rami Malek ที่สวมขึ้นรับรางวัลลูกโลกทองคำดารานำชายจากภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody ก็เป็นของ Givenchy ด้วยเช่นกัน แต่อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของ Givenchy ที่ทุกคนต่างจดจำได้คงหนีไม่พ้นตราสัญลักษณ์ 4G ที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในวงการแฟชั่นโลก ที่เพียงเห็นครั้งแรกก็สามารถจดจำได้อย่างขึ้นใจ และไม่เพียงตราสัญลักษณ์ 4G เท่านั้น แต่เหล่าบรรดาคีย์ไอเท็มต่างๆ ที่สกรีนลวดลาย ‘GIVENCHY’ ก็ถือว่าเป็นชิ้นงานที่โดดเด่นและคลาสสิกตลอดกาล ที่เหล่าบรรดาสาวกทุกคนต่างต้องมีไว้ครอบครอง โดยปัจจุบัน Clare Waight Keller ได้สืบสานงานออกแบบในฐานะ Artistic Director โดยไม่ละทิ้งจิตวิญญาณแห่งอาภรณ์ชั้นสูงตามแบบฉบับดั้งเดิมของ Givenchy ทั้งยังสามารถผสานความทันสมัยเข้าไว้ได้ด้วยกันอย่างลงตัว

Related Post

อัพเดทคอลเลคชั่นล่าสุด : GIVENCHY FASHION WEEK HC 2018

L’Officiel Hommes Thailand อยากชวนคุณติดตามอัพเดท GIVENCHY FASHION WEEK HC 2018 ไปพร้อมกันได้ที่นี่

#GivenchyCoutureFW18

@givenchyofficial and @clarewaightkeller

 

Related Post

ตามติดโชว์ฤดูหนาว 2018 จาก Givenchy ได้ที่นี่

แคลร์ เวต เคลเลอร์ (Clare Waight Keller) ดีไซเนอร์สาวจาก Givenchy พร้อมเปิดรันเวย์โชว์คอลเล็กชั่นฤดูหนาว 2018 ให้คุณชมถึงติดขอบรันเวย์   

             

Related Post

Fashion Manual: Then & Now

พูดแล้วพูดอีกเรื่องกระแสความแรงของแบรนด์สตรีตที่กำลัง Take over ความหรูหราของบรรดาแฟชั่นเฮาส์อันทรงเกียรติ นอกเหนือจากเทคนิกการมิกซ์แอนแมทช์ และความไม่ลงตัวของเสื้อผ้าแต่ละชิ้น แต่กลับเข้ากันได้แล้ว ยังมีเรื่องของโครงชุดใหม่ ๆ ที่รื้อสร้างโครงชุดแบบคลาสสิกซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของความหรูหรา

เดิมทีลอฟฟีเซียล ออมส์ ตั้งใจจะเขียนบทความนี้เพื่อชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของห้องเสื้อรุ่นเก๋า ที่เปลี่ยนมือนักออกแบบ จากห้องเสื้อตัดเย็บชุดกลางวันและชุดราตรีสำหรับเศรษฐีและเชื้อพระวงศ์ กลายเป็นแบรนด์สตรีตราคาสูงลิบ ครองใจคนรุ่นใหม่ แต่เมื่อเรานั่งค้นคลังภาพเพื่อหาลุกจากยุคตั้งต้นของแต่ละแบรนด์ เรากลับพบว่า เสื้อผ้า “แปลก ๆ ” ที่เราเห็นเดินบนรันเวย์ และเรียกเสียงฮือฮาจากสื่อทั่วโลกในยุคนี้ แท้จริงแล้วเคยปรากฏมาก่อนด้วยฝีมือของห้องเสื้อรุ่นเก๋าทั้งนั้น

Balenciaga

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1919 โดย Cristóbal Balenciaga ช่างเสื้อชาวสเปน ฝีมือของเขาได้รับการยกย่องว่า “เหนือกว่าช่างเสื้อคนอื่นในยุคนั้น” ความสำเร็จยุคแรกของ Balenciaga วัดได้โดยลูกค้าของเขาซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์สเปน หนึ่งในงานออกแบบชิ้นแรก ๆ ที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตก คือ Square Coat หรือโค้ทเหลี่ยมที่ถอดช่วงเอวของโค้ทแบบเข้ารูปทิ้งไป

และนี่คือ Square Coat คอลเลกชั่นปี ค.ศ. 2017โดยฝีมือของ Demna Gvasalia นักออกแบบคนปัจจุบัน

 

Givenchy

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.. 1952 โดย Hubert de Givenchy เสื้อผ้าของเขาโด่งดังขึ้นเมื่อนักแสดงสาวระดับตำนาน Audrey Hepburn เลือกใส่เสื้อผ้าของเขา ในปี ค.ศ. 1957 Givenchy เปิดตัวชุดกระโปรงดีไซน์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า Sack Dress ชุดแซกโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นเบสิกไอเท็มของผู้หญิงทั่วโลก

และนี่คือ Men’s Skirt ออกแบบโดย Riccardo Tisci จาก Givenchy คอลเลกชั่นปี ค.ศ. 2013

 

Yves Saint Laurent

แม้ห้องเสื้อของเขาจะก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1960 แต่ฝีมือของนักออกแบบผู้นี้ประจักษ์แจ้งในวงการแฟชั่นมาตั้งแต่ตอนเขาอายุเพียง 21 ปี เมื่อ Christian Dior เลือกให้เขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งนักออกแบบของแบรนด์ เมื่อ Yves Saint Laurent เลือกออกมาทำแบรนด์ของตัวเองก็ยิ่งประสบความสำเร็จขึ้นไปอีก ปี ค.ศ. 1966 Yves Saint Laurent ออกแบบ Le Smoking สูทผู้หญิงชุดแรกของโลก

และนี่คือ Le Smoking โดยฝีมือของ Hedi Slimane ในปี ค.ศ. 2016

Related Post

Givenchy คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2017 โดย Ricardo Tisci

‘Real Eyes, Realize, Real Lies’ คือวลีที่ Riccado Tisci (ริคคาร์โด ทิชชี่) ยกมาเพื่ออธิบายคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2017 จาก Givenchy (จีวองชี่) ซึ่งก็คือ “ดวงตาที่แท้จริงเท่านั้นที่สามารถมองเห็นถึงจิตวิญญาณใต้จิตสำนึกของบุคคล ที่ต้องผ่านการคิดและวิเคราะห์ ทบทวนภายในใจของปัจเจกบุคคลอันเปรียบได้ดั่งดวงตาที่ 3 ดังที่ปรากฏบนลายพิมพ์พีระมิดและดวงตา” นั่นทำให้เราอดคิดถึงสัญลักษณ์อิลูมินาติที่มาอยู่บนลาย The Money Print ที่ปรากฏอยู่
ในแทบทุกลุคของคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ไม่ได้ ริคคาร์โด ทิชชี่ได้ถ่ายทอดลายพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ผสมผสานเข้ากับลายพรางของเหล่าทหารกล้า เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ ‘จิตวิญญาณ’ หรือ ‘สันดานตามธรรมชาติ’ ของผู้ชายที่ให้ความสำคัญในเรื่องของความมั่นคง และสิ่งเหล่านี้ได้เชื่อมต่อเข้ากับ ‘อำนาจ’ และ ‘เงินตรา’ อย่างหลีกเลี่ยงมิได้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (รวมถึงในอนาคต) และได้ถูกตีความผ่านสัญลักษณ์ของดวงตา พีระมิดและธนบัตรดอลลาร์ หลายครั้งในประวัติศาตร์ที่ถูกบันทึกมนุษยชาติได้ถูก ‘ความมั่นคง’ เหล่านั้นชักจูงไปสู่ความคิดในด้านลบหรือกิเลส โดยพัฒนาไปสู่สงคราม การแย่งชิง ความสูญเสียที่ผ่านตัวดำเนินเรื่องอย่าง ‘ทหาร’ ที่ยังเสริมความตึงเครียดเข้าไปด้วยคือ ‘เงินตรา’ และนั้นคือเรื่องราวของความหมายที่ ริคคาร์โด ทิชชี่ ต้องการที่จะให้คนเราตระหนักและรับรู้ถึง
บริบทโครงสร้างสังคมโลกในปัจจุบัน

กองทัพสุภาพบุรุษของ Givenchy ในครั้งนี้จึงยาตราทัพเปิดฉากด้วยแววตาอันดุดันและทรงพลังของนายแบบร่างใหญ่ผ่านโค้ตตัวยาวในคัตติ้งคมกริบ ที่มีกระเป๋าสะพายผ้าไนลอน Vest Bag ตัดต่อซิปพิมพ์ลายที่ได้แรงบันดาลใจดัดแปลงมาจากกระเป๋าเดินป่าอันเป็นเสมือนอาวุธพกติดตัวชิ้นล่าสุด ในลายพรางทหารนั้น ถ้าสังเกตให้ลึกซึ้งแล้ว นี่คือลายธนบัตรดอลลาร์ที่ราวกับจะแดกดันและเสียดสีสถานการณ์ของโลกที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน พร้อมด้วยกางเกงทรงขาใหญ่ รองเท้าคอมแบต ไปจนถึงสนีกเกอร์ และยังมีการนำเอาลายกราฟิกตารางหมากรุกมาใช้และประยุกต์เข้ากับหินสีและกระจกเงา พร้อมกับย้อมสีลายตารางให้เข้ากับเฉดสีเดียวกับธนบัตร สำหรับกระเป๋าสะพายหลังนั้น ชัดเจนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าออกสนามรบของทหารในสงคราม แต่นำมาปรับให้สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและยังแอบแฝงกลิ่นอายของวัฒนธรรมดิสโก้ในยุค ’90s ผ่านหมวกพลาสติกทรงบักเก็ต แว่นตากันแดดทรงมาโชลายกระ ปิดท้ายด้วยสนีกเกอร์สำหรับออกกำลังกาย

Related Post

10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครองบังลังก์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy พร้อมกับสัญลักษณ์พิเศษของเขา

The Iconic

เป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครองบังลังก์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราจดจำเขาได้คือเหล่าสัญลักษณ์พิเศษที่เขาได้แอบซ่อนเอาในทุกคอลเลกชั่นราวกับเป็นอีสเตอร์เอ้กประจำตัว

ก่อนหน้าที่ Riccardo Tisci (ริคคาโด ทิชชี่) จะเข้านั่งตำแหน่งครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy (จีวองชี่) เราอาจมีภาพจำในภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างชุดสีดำเรียบโก้ คัตติ้งคมกริบที่อยู่บนเรือนร่างของ Audrey Hepburn (ออเดรย์ แฮบเบิร์น) ในฉากที่เป็นตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Hebert de Givenchy (เอเบิร์ต เดอ จีวองชี่) และในยุคต่อๆ มาภายใต้การนำของทั้ง John Galliano (จอห์น กัลลิอาโน) Alexander McQueen (อเล็กซานเดอร์ แมคควีน) ไปจนถึง Julien MacDonald (จูเลียน แมคโดนัล) ล้วนแล้วแต่สร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนจวบจนถึงคิวของริคคาโด เราจึงได้เห็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแบบที่ต่างออกไป เขาได้สร้างนิยามของความหรูหราในความหมายใหม่และได้นำเอาสัญลักษณ์ต่างๆ มาตีความผสมผสานกับดีเอ็นเอของแบรนด์จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามได้ว่า ‘Dark Romantic’ และกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของเขาที่ทำให้หลายต่อหลายคนหลงใหล

ในขณะที่แรงบันดาลใจอันมีนัยลึกซึ้งที่แฝงอยู่ตามชิ้นงานในยุคสมัยของเขาอย่าง ‘Givenchy Star’ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความหวังของประเทศอเมริกาที่เป็นท่ีชื่นชอบโดยส่วนตัวของเขา เขาจึงนำเอาสัญลักษณ์รูปดาวมาเป็นจุดเด่นหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน มีทั้งดาวเพียงหนึ่งหรือกลุ่มดาวที่จัดวางอย่างมีแบบแผน โดดเด่นบนชิ้นงานต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องมีและเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็น Givenchy ได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือ ‘Animal Spirits’ ที่ได้กลายเป็นไอคอนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากภาพของสุนัขพันธ์รอทท์ไวเลอร์ที่สื่อถึงความหมายผ่านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นสัตว์ที่ดุร้าย น่าเกรงขาม แต่เมื่อรักสิ่งใดแล้วก็จะมอบความซื่อสัตย์และพร้อมที่จะปกป้องอย่างไม่มีข้อแม้ ต่อมาริคคาโดได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่มีการผสมผสานความหมายที่ถูกตีความผ่านท่าทางการแสดงออกของ ‘ลิง’ (The Monkey Brothers) ในภาพของลิงพี่น้อง 2 ตัว โดยได้สื่อถึงความชาญฉลาดที่เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นเป็นพิเศษ และความรักความผูกพันที่ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูงเสมอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็เป็นสัตว์ที่ซุกซน และเจ้าเล่ห์ตามสัญชาติญาณของลิงที่สามารถสะท้อนความเป็น ‘Dark Romantic’ ของตัวเขาได้อย่างชัดเจนและชาญฉลาด

ผลงานชิ้นไอคอนนิคต่างๆ ของริคคาโดถือเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอดมา สัญลักษณ์ที่มีความหมายเหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดวางได้อย่างมีระบบแบบแผนอยู่บนเสื้อผ้า เครื่องหนัง รวมไปถึงรองเท้าที่มีให้เห็นในทุกๆ คอลเลกชั่น พร้อมกับเทคนิคต่างๆ ที่สามารถจับคู่เข้ากับในทุกลุคได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของ Givenchy ไปแล้วในทุกวันนี้

Related Post

ชมแฟชั่นโชว์ Givenchy FW2017 Men Ready To Wear สดตรงจากรันเวย์ได้ที่นี่

Related Post

กว่า 10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy ทำให้เราจดจำเขาได้

The Iconic

เป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้วที่ Riccardo Tisci ครองบังลังก์ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy และหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราจดจำเขาได้คือเหล่าสัญลักษณ์พิเศษที่เขาได้แอบซ่อนเอาในทุกคอลเลกชั่นราวกับเป็นอีสเตอร์เอ้กประจำตัว

img-the-look-riccardo-tisci_174704448734

ก่อนหน้าที่ Riccardo Tisci (ริคคาโด ทิชชี่) จะเข้านั่งตำแหน่งครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Givenchy (จีวองชี่) เราอาจมีภาพจำในภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างชุดสีดำเรียบโก้ คัตติ้งคมกริบที่อยู่บนเรือนร่างของ Audrey Hepburn (ออเดรย์ แฮบเบิร์น) ในฉากที่เป็นตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง Breakfast at Tiffany’s ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Hebert de Givenchy (เอเบิร์ต เดอ จีวองชี่) และในยุคต่อๆ มาภายใต้การนำของทั้ง John Galliano (จอห์น กัลลิอาโน) Alexander McQueen (อเล็กซานเดอร์ แมคควีน) ไปจนถึง Julien MacDonald (จูเลียน แมคโดนัล) ล้วนแล้วแต่สร้างอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนจวบจนถึงคิวของริคคาโด เราจึงได้เห็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ในแบบที่ต่างออกไป เขาได้สร้างนิยามของความหรูหราในความหมายใหม่และได้นำเอาสัญลักษณ์ต่างๆ มาตีความผสมผสานกับดีเอ็นเอของแบรนด์จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามได้ว่า ‘Dark Romantic’ และกลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของเขาที่ทำให้หลายต่อหลายคนหลงใหล

ในขณะที่แรงบันดาลใจอันมีนัยลึกซึ้งที่แฝงอยู่ตามชิ้นงานในยุคสมัยของเขาอย่าง ‘Givenchy Star’ ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความหวังของประเทศอเมริกาที่เป็นท่ีชื่นชอบโดยส่วนตัวของเขา เขาจึงนำเอาสัญลักษณ์รูปดาวมาเป็นจุดเด่นหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน มีทั้งดาวเพียงหนึ่งหรือกลุ่มดาวที่จัดวางอย่างมีแบบแผน โดดเด่นบนชิ้นงานต่างๆ จนกลายเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องมีและเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็น Givenchy ได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือ ‘Animal Spirits’ ที่ได้กลายเป็นไอคอนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากภาพของสุนัขพันธ์รอทท์ไวเลอร์ที่สื่อถึงความหมายผ่านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นสัตว์ที่ดุร้าย น่าเกรงขาม แต่เมื่อรักสิ่งใดแล้วก็จะมอบความซื่อสัตย์และพร้อมที่จะปกป้องอย่างไม่มีข้อแม้ ต่อมาริคคาโดได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่มีการผสมผสานความหมายที่ถูกตีความผ่านท่าทางการแสดงออกของ ‘ลิง’ (The Monkey Brothers) ในภาพของลิงพี่น้อง 2 ตัว โดยได้สื่อถึงความชาญฉลาดที่เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นเป็นพิเศษ และความรักความผูกพันที่ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูงเสมอ แต่ในอีกทางหนึ่งก็เป็นสัตว์ที่ซุกซน และเจ้าเล่ห์ตามสัญชาติญาณของลิงที่สามารถสะท้อนความเป็น ‘Dark Romantic’ ของตัวเขาได้อย่างชัดเจนและชาญฉลาด

ผลงานชิ้นไอคอนนิคต่างๆ ของริคคาโดถือเป็นการสะท้อนความสำเร็จตลอดมา สัญลักษณ์ที่มีความหมายเหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดวางได้อย่างมีระบบแบบแผนอยู่บนเสื้อผ้า เครื่องหนัง รวมไปถึงรองเท้าที่มีให้เห็นในทุกๆ คอลเลกชั่น พร้อมกับเทคนิคต่างๆ ที่สามารถจับคู่เข้ากับในทุกลุคได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของ Givenchy ไปแล้วในทุกวันนี้

Related Post

5 ชิ้นหลักจากฤดูกาลนี้ บวกกับน้ำหอมจาก Givenchy 
ที่จะเสริมความเป็นสุภาพบุรุษให้แก่คุณอย่างง่ายดาย

Style for True Gentlemen

bottega_w1

 

หมวกผ้าสักกะหลาดจาก Bottega Venetaหมวกใบนี้นอกจากจะช่วยกันแดดและลม ยังใช้อำพรางผมในวันที่คุณขี้เกียจจัดทรง แถมยังช่วยเสริมลุคให้ดูมีลูกเล่นไม่จำเจ ใส่คู่กับเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์เรียบๆ ก็เท่ไม่เบา

lanvin_w1

หูกระต่ายผ้าไหม 
จาก Lanvin ไม่บ่อยนักที่คุณจะได้ผูกหูกระต่ายออกงาน แต่เราก็แนะนำให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด โดยเปลี่ยนความทางการเป็นความสนุกด้วยหูกระต่ายลายจุดสีแดง ที่จะทำให้คุณดูเป็นสุภาพบุรุษขี้เล่นในพริบตา

loewe_w1

กระเป๋าเอกสารหนังวัวจาก Loewe แบรนด์สัญชาติเสปนที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหนัง กระเป๋าใส่เอกสารใบนี้นอกจากจะมีขนาดพอดีใส่กระดาษและคอมพิวเตอร์พกพาแล้ว ยังกว้างพอใส่เสื้อผ้าสักหนึ่งชุดในกรณีที่ต้องค้างคืนอีกด้วย

burberry_w1

ผ้าพันคอผ้าขนสัตว์ 
จาก Burberry อากาศในซีกโลกตะวันออกเริ่มลดอุณหภูมิลง ต้อนรับฤดูกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงด้วยผ้าพันคอจากแบรนด์ระดับตำนานจะช่วยให้คุณอบอุ่นอย่างมีสไตล์

 

 

3615 LVShoesH 083

รองเท้าหนังตกแต่งโลหะ 
จาก Louis Vuittonรองเท้าหนังขัดเงาสีดำสนิท ตกแต่งด้วยโลหะเป็นตัวย่อของชื่อแบรนด์ นับเป็นรองเท้าหนังเบสิกที่แพรวพราวด้วยรายละเอียด ทำให้ความเป็นทางการไม่น่าเบื่ออย่างเคย

 

givenchy_w1Gentlemen Only Absolute Eau de Parfum

Top Note: มะกรูด

Middle Note: นัทแม็ก อบเชย หญ้าฝรั่น

Base Note: วานิลลา ไม้จันทน์

ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา 4,180 บาท

ขนาด 50 มิลลิลิตร ราคา 3,140 บาท

Related Post