Posts

BEHIND THE NEW OUTLOOK

       เสียงปรบมือกึกก้องหลังจากแฟชั่นโชว์ Summer 2019 ที่จัดขึ้นปลายเดือนมิถุนายน 2018 ในปารีส เป็นความปลาบปลื้มของผู้ชมที่ได้เป็นพยานแห่งความสำเร็จของ Kim Jonesในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ Dior Men ทิ้งคำว่า Hommeให้เป็นอดีต รวมทั้งล้างภาพจำเดิมๆเกี่ยวกับผลงานของเขาที่ทำให้แบรนด์ก่อนหน้านี้ ด้วยโทนสีพาสเทลที่อ่อนหวานซึ่งมีที่มา ไม่ได้คิดขึ้นเพื่อทำสิ่งตรงข้ามกับโทนสีขรึมที่เคยทำจนเป็นเอกลักษณ์หนึ่งในผลงานของเขา

       ถ้าจะมีหนังสือเล่มไหนที่แฟชั่นนิสตาต้องอ่านเหมือนหนังสือนอกเวลาเรียนก็คงจะเป็น Dior by Dior ซึ่งเป็นอัตชีวประวัติที่มิสเตอร์ดิออร์เขียนเอง หนังสือเล่มนี้บอกเล่าถึงเรื่องราวก่อนจะมาเป็นห้องเสื้อ Dior ที่ช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และทำให้แฟชั่นกลายเป็นสินค้าส่งออก ถ้าใครสนใจประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสจะทราบว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงตั้งพระราชหฤทัยจะให้ฝรั่งเศสเป็นผู้นำเทรนด์เรื่องแฟชั่นการแต่งกาย ผลที่ตามมาก็คือโรงทอผ้าต่างๆจะสามารถส่งผ้าเป็นสินค้าส่งออกได้ด้วยเช่นเดียวกัน การก่อตั้งห้องเสื้อ Dior นั้นมิสเตอร์ดิออร์ได้ผู้สนับสนุนหลักคือเจ้าของโรงทอผ้า ซึ่งเราจะเห็นผ้าเทเลอร์หรือผ้าที่นิยมตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในคอลเลกชั่นแรกของมิสเตอร์ดิออร์ในปี1947 และคิม โจนส์ ก็ได้นำเอาเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมิสเตอร์ดิออร์ในช่วงที่เขาเริ่มทำห้องเสื้อ Dior ดังที่ทราบว่ามิสเตอร์ดิออร์เกิดในครอบครัวนักธุรกิจที่มั่งคั่ง แต่เกิดเหตุพลิกผันที่ทำให้ฐานะของครอบครัวตกต่ำ มิสเตอร์ดิออร์ต้องการจะเป็นสถาปนิก แต่ไม่มีทุนพอที่จะเข้าเรียนวิทยาลัยที่สอนทางด้านสถาปัตย์ เขามีฝีมือทางด้านวาดเส้นจึงรับสเก็ตช์แบบเสื้อให้ห้องเสื้อรวมทั้งนิตยสารแฟชั่นเพื่อหาเงินพิเศษ

      คิม โจนส์ ได้นำเอาเรื่องราวของมิสเตอร์ดิออร์ที่เติบโตในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ทาตัวตึกด้วยสีชมพูและรายล้อมด้วยสวนดอกไม้สวยใน Grenville มาเป็นโทนสีของคอลเลกชั่นรวมทั้งลวดลายดอกไม้ที่วาดบนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบบุปผานารี (femmes-fleurs) ที่นิยมสะสมกันในช่วงศตวรรษที่ 19 มาเป็นแรงบันดาลใจ โทนสีฟ้า ชมพู และเหลือง จึงทำให้คนที่ติดตามผลงานคิม โจนส์ มาตลอดต้องแปลกใจว่าเขามาสู่โหมดโทนสีพาสเทลได้อย่างไร รวมทั้งสีเหลืองที่ถอดมาจากชื่อDior จากประโยคอมตะที่ฌอง ค็อกโต (JeanCocteau) ศิลปินเอกของศตวรรษที่ 20 กล่าวว่าบุรุษผู้เป็นอัจฉริยะในยุคสมัยเราผู้นี้มีนามอันวิเศษประกอบด้วยคำว่า Dieu ที่หมายถึงพระเจ้าและ Or ที่หมายถึงทองคำ สีเหลืองทองจึงเป็นสีที่สื่อถึงมิสเตอร์ดิออร์ แต่สีที่มิสเตอร์ดิออร์นิยมใช้คือสีเทาก็ยังมีให้เห็นในคอลเลกชั่นนี้

     นอกจากนี้แบบของชุดยังดูนุ่มนวลขึ้นเพราะเป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของห้องเสื้อชั้นสูงสำหรับสุภาพสตรีของ Dior สู่ความเป็นสุภาพบุรุษในแบบ Dior Men แจ๊กเก็ตจึงตัดจากผ้าเนื้อเบา มีโครงหลวม แต่มีรูปทรงไหล่ลาด ไม่เป็นไหล่ตั้งตามแบบแจ๊กเก็ตสุภาพบุรุษทั่วไป คอปกใหญ่ ฉีกแนวจากแจ๊กเก็ตทรงสลิมโครงเสื้อที่หลวมทำให้การสวมเสื้อแบบเลเยอร์เป็นสไตล์ของคอลเลกชั่น

     คิม โจนส์ นำเอาเทคนิคของห้องเสื้อชั้นสูงของสุภาพสตรีมาใช้ในคอลเลกชั่นสุภาพบุรุษไม่ว่าจะเป็นการปักขนนกลงไปบนผ้าสาลู(tulle) ที่นิยมใช้ในเสื้อผ้าโอต์กูตูร์ทั้งหลายโดยการปักประดับด้วยขนนกนั้นต้องใช้ฝีมือที่ละเอียดมาก ทำเป็น ลวดลายตามแบบผ้า toile de Jouy ที่มิสเตอร์ดิออร์ใช้ตกแต่งอาเตลิเยร์ เลขที่ 30 อะเวนิวมงตาญ ตั้งแต่แรก ผ้าตวนเดอจูยคือผ้าพิมพ์ลายสีเดียว (น้ำเงิน เขียว แดง ฯลฯ)นิยมพิมพ์บนผ้าฝ้ายหรือลินิน ลวดลายจะเป็นภาพวิถีชีวิตคนในศตวรรษที่ 18 หรือเรื่องราวดินแดนตะวันออกในความเข้าใจของคนฝรั่งเศสสมัยนั้น

     นอกจากนี้ยังมีลายพิมพ์รูปสุนัข Bobby ซึ่งเป็นสุนัขตัวโปรดของมิสเตอร์ดิออร์ ที่เขาเองทำขวดน้ำหอมมิสดิออร์รุ่นลิมิเต็ดเป็นแก้วหล่อรูปเจ้าบ็อบบี้ และลายดอกไม้บนจานที่ใช้เสิร์ฟในห้องเสื้อ Dior ยุคแรก แม้แต่ตัวอักษร CDที่ออกแบบอย่างวิจิตรบนสูติบัตรของมิสเตอร์ดิออร์ตั้งแต่ปี 1905 ก็ถูกนำมาใช้เป็นลวดลายตกแต่งในดีไซน์ นอกจากนี้ยังนำเอาลายสานหวาย (cannage) ของเบาะและพนักเก้าอี้สไตล์หลุยส์ 16 ที่มีใช้ในห้องเสื้อ Dior ยุคนั้นมาทำเป็นลายฉลุบนแผ่นหนังด้วยเลเซอร์ใช้ตกแต่งบนเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ รวมทั้งการใช้ไวนีลทาบลงไปบนผ้าที่มีลวดลายต่างๆสร้างเอฟเฟ็กต์เหมือนเรามองลวดลายเหล่านั้นผ่านม่านฝน การเย็บไวนีลที่ทาบประกอบไปบนชิ้นส่วนของผ้าแต่ละชิ้นที่ประกอบรวมกันเป็นแจ๊กเก็ตทำอย่างประณีตเสมือนผ้านั้นอาบไวนีลบนผิวมาแต่แรก แต่การที่ไวนีลไม่แนบไปกับผ้าทำให้เกิดผลต่อการมองที่แปลกตาและพิเศษกว่าผ้าอาบไวนีลที่เราเห็นดาษดื่น

     ขณะที่เขานำเอาความรุ่มรวยแห่งอดีตของห้องเสื้อ Dior มาเป็นหลักของดีไซน์ในคอลเลกชั่นนี้ ยังได้นำสไตล์ปัจจุบันที่สื่อถึงอนาคตของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Kaws มามีส่วนไม่ใช่แค่ทำงานประติมากรรมขนาดยักษ์เป็นชิ้นเด่นของแฟชั่นโชว์นี้ แต่ Kaws ได้สร้างประติมากรรมยักษ์นี้ให้ปกคลุมด้วยดอกกุหลาบจำนวนมหาศาล โดยเขานำเอามิสเตอร์ดิออร์มาเป็นต้นแบบของผลงานชิ้นนี้ และยังออกแบบลายผึ้งให้คิม โจนส์ ใช้ในคอลเลกชั่นอีกด้วย

     อีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือกระเป๋า Saddle bag ในรูปแบบกระเป๋าสุภาพบุรุษ และใช้สายผ้าใบสะพายเฉียงแทนสายหนังแบบคล้องไหล่ของสุภาพสตรี รูปทรงของกระเป๋ายังชวนให้นึกถึงซองปืนที่เหล่าคาวบอยนิยมสะพายเฉียงไหล่ แต่กระเป๋าทรงอานม้าในเวอร์ชั่นสุภาพบุรุษนี้ลดทอนรายละเอียดให้ดูเรียบเท่กว่าของผู้หญิง สิ่งที่เท่อีกอย่างก็คือตัวล็อก CD ที่ออกแบบโดย MatthewWilliams แห่ง 1017 Alyx 9SM ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ Dior ยุคใหม่นี้ไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ไปแล้ว

     นอกจากนี้คิม โจนส์ ยังชวน Yoonแห่ง Ambush มารังสรรค์งานเครื่องประดับที่ไม่ทำให้คนผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัดคำว่าDior ที่ออกแบบอย่างสวยงามแปลกตาและดูล้ำสมัย นอกจากนี้ยังได้ Stephen Jones ช่างทำหมวกระดับพระกาฬจากลอนดอนมาสร้างสรรค์หมวกที่นำมาจากดีไซน์เดิมในDior Monsieur มีแม้แต่หมวกแก๊ปทำจากผ้าพิมพ์ลายตวนเดอจูย แต่ปีกด้านหน้าทำเป็นสองชั้นด้วยวัสดุที่ต่างกันอย่างผ้ากับหนังเป็นหมวกที่ต้องมีของฤดูร้อนนี้อย่างแท้จริง