Posts

Dior ประกาศเลื่อนวันจำหน่าย​ Dior x Air Jordan เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรน่า

Dior ได้ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวของสนีคเกอร์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง Air Jordan 1 ที่ทำร่วมกับทาง Jordan Brand ที่มีกำหนดจะเปิดตัวอาทิตย์หน้านี้ ซึ่งทาง Nike ได้ออกมากล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านและจากคำแนะนำของสาธารณะสุข
ทางแบรนด์ได้ตัดสินใจที่จะเลื่อนการเปิดตัวของสนีคเกอน์ Nike Air Jordan x Dior ออกไป ซึ่งทางไนกี้เองก็ได้เผยว่าในการเปิดตัวครั้งนี้จะมี POP-UP และอีเว้นท์ต่างๆ เกิดขึ้นด้วยซึ่งในตอนนี้ทั้งสองแบรนด์ก็ยังคงหาข้อสรุปกันอยู่

ประกาศจาก Dior อย่างเป็นทางการ

ในการคอลลาบอเลชั่นครั้งนี้ระหว่าง Dior และ Nike นั้นไม่เพียงแต่จะปล่อยสนีคเกอร์รุ่นยอดฮิตอย่าง Air Jordan 1 High Og Dior และ Air Jordan 1 Low Dior แต่ยังคงมีไลน์ Ready-to-wear และเครื่องประดับอีกด้วย โดยมีข่าวกระซิบกันมาว่าสำหรับตัวสนีคเกอร์นั้นมีเพียง 8500 คู่เท่านั้นและถึงแม้จะมีราคาป้ายสูงถึง $2000 USD (สำหรับ Air Jordan 1 High OG) แต่ราคารีเซลนั้นพุ่งไปหลักหมื่นเหรียญแล้วเรียบร้อย

Dior Catherine Tote การปรับโฉมใหม่ของ Book Tote สุดไอคอนิกที่มาพร้อมฟังก์ชั่น

Dior Book Tote อีกหนึ่งกระเป๋าสุดไอคอนิกของ Dior ดีไซน์โดย Maria Grazia Chiuri ซึ่งหลังจากได้รับการปรับเปลี่ยนลายผ้าหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่ลาย Dior Oblique pattern สุดคลาสสิคไปจนถึงลาย Toile de Jouy และลายพรางแบบทหาร

Dior Book Tote

Book Tote ได้กลับมาในดีไซน์ใหม่กับชื่อ CATHERINE TOTE ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Catherine พี่สาวของ Christian Dior ที่หลงใหลการปลูกพืชและแต่งสวน โดยช่องใส่ของด้านหน้าและด้านข้างทั้ง 8 ช่องก็มาจากกิจกรรมทำสวนที่ต้องการช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆ

กับสัดส่วน 40 x 31 x 19 cm ถือว่าไล่กับรุ่นคลาสสิคมากๆแต่ช่องที่เพิ่มมาช่วยให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้นมากเลยทีเดียวกับกระเป๋า Made in Italy ใบสวยใบนี้

ของมันต้องมี ! Justin Timberlake อวดภาพในสตูดิโอคู่กับ Air Jordan High 1 x Dior

เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่เป็นคนรักรองเท้าหรือ sneakerhead ตัวยงสำหรับ Justin Timberlake ศิลปินชาวอเมริกันวัย 39 ผู้สร้างชื่อจากรายการทีวี Star Search โดยเจ้าตัวนั้นถึงขั้นมีรองเท้าซิกเนเจอร์ของตัวเองร่วมกับ Jordan Brand ถึง 2 รุ่น (Air Jordan 3 JTH Super Bowl และ Air Jordan 3 Retro JTH Bio Beige)

และล่าสุดเจ้าตัวก็ของัดว่าที่สนีกเกอร์ที่ฮอตที่สุดในปีนี้อย่าง Air Jordan 1 Retro High x Dior ออกมาอวดระหว่างการทำงานที่สตูดิโอ อย่างที่ทราบกันว่าด้วยราคาจำหน่ายสูงถึง 2,000 USD และจำนวนการผลิตที่ว่ากันว่าน้อยมากเพียงแค่ 1,000 คู่ทั่วโลกทำให้รองเท้าที่จะวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้เป็นไอเท็มสุดหายากและมีราคา resale สูงกว่าราคาจำหน่ายหลายเท่า

ถือว่าน่าอิจฉาจริงๆสำหรับเจ้าของเพลงฮิต Mirrors ที่ได้รองเท้าคู่นี้มาใส่ก่อนใคร
photo cr. Mark Lashark

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Thank you @mrkimjones 🔥 🙏🏼@jumpman23 @dior

โพสต์ที่แชร์โดย Justin Timberlake (@justintimberlake) เมื่อ

ไปชมดีเทลเต็มๆของ”Newspapers” ลายพริ้นท์ระดับตำนานจากยุค 00’s ของ Dior ที่ถูกนำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่

กหนึ่งลายพริ้นท์ที่โดดเด่นที่สุดจากคอลเล็กชั่น #DiorSummer20 อย่างลายหน้าข่าวหนังสือพิมพ์หรือ “Newspaper” ที่เคยสร้างชื่อจากคอลเล็กชั่น Spring-Summer 2000 Haute Couture 

และถูก Kim Jones creative director คนเก่งของแบรนด์และศิลปินชาวอเมริกันที่ผลงานเป็นที่ยอมรับอย่าง Daniel Arsham นำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่บนไอเท็มยอดฮิตอย่าง Saddle Bag, B23 Sneaker, Zip Pouch, Silk Pique Bomber, Wallet on Strap และอีกมากมาย

อีกทั้งยังถูกสวมใส่โดยเซเลบริตี้ระดับท็อปอย่าง Lewis Hamilton, Kemio และ Juanpa Zurita

ดูโพสต์นี้บน Instagram

fresh fresh

โพสต์ที่แชร์โดย kemio (@mmkemio) เมื่อ

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Lovely catching up with everyone in Chicago @kimkardashian💙💙💙

โพสต์ที่แชร์โดย mrkimjones (@mrkimjones) เมื่อ

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

รับชมแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด FW 20 จาก Dior สดๆส่งตรงจากปารีส

ทำผลงานได้ดีโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่องสำหรับ Kim Jones ในฐานะ creative director ของ Dior และแน่นอนว่าย้อนเวลาไปเพียงหนึ่งเดือนเมื่อธันวาคมปีที่แล้วคอลเล็กชั่น Pre-Fall 2020 ของแบรนด์ที่จัดโชว์ขึ้นที่ Miami กับการดึงเอาเจ้าพ่อสตรีทแวร์ Shawn Stussy มาร่วมงาน กระแสของคอลเล็กชั่นนี้รวมถึงความต้องการที่พุ่งสูงยังไม่จางไปเลยแม้แต่น้อย

และล่าสุดดีไซน์เนอร์ศิษย์เก่า Central Saint Martins ก็กำลังจะจัดโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด Fall Winter 2020 ที่ Paris Fashion Week เราจึงนำลิ้งค์รับชมสดๆพร้อมกับที่ปารีสมาฝากกัน โดยเวลาเริ่มโชว์ก็คือเที่ยงคืนวันที่ 17 มกราคมนี้ (6 โมงเย็นเวลาปารีส) รอรับชมโชว์สุดยิ่งใหญ่นี้ได้เลยครับ

ไปชมภาพ Backstage สุดเอ็กคลูซีฟเบื้องหลังโชว์คอลเล็กชั่น Fall 2020 ล่าสุดจาก Dior

หลังจากที่โชว์สุดยิ่งใหญ่ของ Dior คอลเล็กชั่นล่าสุด #DiorMenFall 2020 ที่ Miami จบลงกระแสต่างๆก็พุ่งเข้ามาหาแบรนด์หรูของกลุ่ม  LVMH ภายใต้การนำของ Kim Jones artistic director ชาวอังกฤษของแบรนด์ 

View this post on Instagram

ฟินาเล่จากโชว์ล่าสุดของ @dior #DiorMenFall 2020 ที่ Miami โดยคอลเล็กชั่นนี้ @mrkimjones artistic director ของแบรนด์ก็เลือกใช้เทคนิคการตัดเย็บสุดปราณีตในสไตล์ tailoring อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาผสมผสานงานศิลปะดิบเท่สไตล์สตรีทของ @shawnstussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์ @stussy โดยคู่สีที่มีกลิ่นไอ psychedelic เน้นความสดใสและกราฟฟิกรูปคลื่นพลิ้วไหวก็มาจากมุมมองของทั้งสองที่มีให้กับเมืองชายหาดอย่าง Miami นอกจากเสื้อผ้าดีเทลเนี๊ยบๆในคู่สีสุดสนุกแล้วยังมีรองเท้าโมเดลขวัญใจสายสตรีทอย่าง Air Jordan 1 ที่ถือเป็นไฮไลต์ของโชว์และแน่นอนว่าเป็นว่าที่รองเท้าสุดฮอตแห่งปี 2020 อย่างแน่นอน #Dior #DiorMiami #kimjones #hommesthailand #lofficielhommesthailand

A post shared by L’Officiel Hommes Thailand (@hommesthailand) on

และวันนี้เราก็ได้นำภาพเบื้องหลังหรือ  backstage ที่ลั่นชัตเตอร์โดย Alfredo Piola มาฝากกันแบบเอ็กคลูซีฟสุดๆพร้อมด้วยภาพของ Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์รุ่นใหญ่อย่าง Stussy ที่รับบทบาทสำคัญกับการเป็นศิลปินรับเชิญในการออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ร่วมกับ Kim Jones ไปชมภาพเซ็ทนี้กันเลยครับ 

Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์รุ่นใหญ่อย่าง Stussy ที่รับบทบาทสำคัญกับการเป็นศิลปินรับเชิญในการออกแบบคอลเล็กชั่นนี้ร่วมกับ Kim Jones

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

เตรียมชมแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด Pre-Fall 2020 จาก Dior โดย Kim Jones สดๆส่งตรงจาก Miami

ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เสื้อผ้าสุดหรูที่มาแรงและทำโชว์ออกมาได้ยอดเยี่ยมเสมอสำหรับ Dior นำโดยแฟชั่นดีไซน์เนอร์คนเก่งชาวอังกฤษ  Kim Jones ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวเคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมาแล้วมากมายตั้งแต่ Hajime Sorayama, Kaws, Daniel Arsham และ Raymond Pettibon (ผู้ออกแบบโลโก้สุดคลาสสิคให้วงพังค์ Black Flag)

ซึ่งครั้งนี้เจ้าตัวก็ได้ร่วมงานกับ Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีทแวร์รุ่นใหญ่อย่าง Stussy ซึ่งถึงแม้ว่าตัว Shawn จะขายหุ้นของเจ้าตัวให้กับ Frank Sinatra JR. พาร์ทเนอร์ไปแล้วตั้งแต่ปี 1996 แต่ตัวเขาก็ยังเป็นภาพจำของแบรนด์ Stussy ที่หลายคนนึกถึง (โลโก้สุดคลาสสิคของแบรนด์ก็มาจากลายมือของเจ้าตัว) 

โดยสถานที่จัดโชว์ก็คือเมือง Miami ในอเมริกาที่กำลังจะมีเทศกาลงานศิลปะและดีไซน์ระดับโลกอย่าง Art Basel เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งเราขอแนะนำให้กาวันรอไว้เลยสำหรับ วันพุธที่ 4 ธันวาคมช่วงเช้า เวลา 7.30 นาฬิกา (ตามเวลาไทย)

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

BEHIND THE NEW OUTLOOK

       เสียงปรบมือกึกก้องหลังจากแฟชั่นโชว์ Summer 2019 ที่จัดขึ้นปลายเดือนมิถุนายน 2018 ในปารีส เป็นความปลาบปลื้มของผู้ชมที่ได้เป็นพยานแห่งความสำเร็จของ Kim Jonesในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ Dior Men ทิ้งคำว่า Hommeให้เป็นอดีต รวมทั้งล้างภาพจำเดิมๆเกี่ยวกับผลงานของเขาที่ทำให้แบรนด์ก่อนหน้านี้ ด้วยโทนสีพาสเทลที่อ่อนหวานซึ่งมีที่มา ไม่ได้คิดขึ้นเพื่อทำสิ่งตรงข้ามกับโทนสีขรึมที่เคยทำจนเป็นเอกลักษณ์หนึ่งในผลงานของเขา

       ถ้าจะมีหนังสือเล่มไหนที่แฟชั่นนิสตาต้องอ่านเหมือนหนังสือนอกเวลาเรียนก็คงจะเป็น Dior by Dior ซึ่งเป็นอัตชีวประวัติที่มิสเตอร์ดิออร์เขียนเอง หนังสือเล่มนี้บอกเล่าถึงเรื่องราวก่อนจะมาเป็นห้องเสื้อ Dior ที่ช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และทำให้แฟชั่นกลายเป็นสินค้าส่งออก ถ้าใครสนใจประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสจะทราบว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงตั้งพระราชหฤทัยจะให้ฝรั่งเศสเป็นผู้นำเทรนด์เรื่องแฟชั่นการแต่งกาย ผลที่ตามมาก็คือโรงทอผ้าต่างๆจะสามารถส่งผ้าเป็นสินค้าส่งออกได้ด้วยเช่นเดียวกัน การก่อตั้งห้องเสื้อ Dior นั้นมิสเตอร์ดิออร์ได้ผู้สนับสนุนหลักคือเจ้าของโรงทอผ้า ซึ่งเราจะเห็นผ้าเทเลอร์หรือผ้าที่นิยมตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในคอลเลกชั่นแรกของมิสเตอร์ดิออร์ในปี1947 และคิม โจนส์ ก็ได้นำเอาเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ รวมทั้งสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมิสเตอร์ดิออร์ในช่วงที่เขาเริ่มทำห้องเสื้อ Dior ดังที่ทราบว่ามิสเตอร์ดิออร์เกิดในครอบครัวนักธุรกิจที่มั่งคั่ง แต่เกิดเหตุพลิกผันที่ทำให้ฐานะของครอบครัวตกต่ำ มิสเตอร์ดิออร์ต้องการจะเป็นสถาปนิก แต่ไม่มีทุนพอที่จะเข้าเรียนวิทยาลัยที่สอนทางด้านสถาปัตย์ เขามีฝีมือทางด้านวาดเส้นจึงรับสเก็ตช์แบบเสื้อให้ห้องเสื้อรวมทั้งนิตยสารแฟชั่นเพื่อหาเงินพิเศษ

      คิม โจนส์ ได้นำเอาเรื่องราวของมิสเตอร์ดิออร์ที่เติบโตในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ทาตัวตึกด้วยสีชมพูและรายล้อมด้วยสวนดอกไม้สวยใน Grenville มาเป็นโทนสีของคอลเลกชั่นรวมทั้งลวดลายดอกไม้ที่วาดบนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบบุปผานารี (femmes-fleurs) ที่นิยมสะสมกันในช่วงศตวรรษที่ 19 มาเป็นแรงบันดาลใจ โทนสีฟ้า ชมพู และเหลือง จึงทำให้คนที่ติดตามผลงานคิม โจนส์ มาตลอดต้องแปลกใจว่าเขามาสู่โหมดโทนสีพาสเทลได้อย่างไร รวมทั้งสีเหลืองที่ถอดมาจากชื่อDior จากประโยคอมตะที่ฌอง ค็อกโต (JeanCocteau) ศิลปินเอกของศตวรรษที่ 20 กล่าวว่าบุรุษผู้เป็นอัจฉริยะในยุคสมัยเราผู้นี้มีนามอันวิเศษประกอบด้วยคำว่า Dieu ที่หมายถึงพระเจ้าและ Or ที่หมายถึงทองคำ สีเหลืองทองจึงเป็นสีที่สื่อถึงมิสเตอร์ดิออร์ แต่สีที่มิสเตอร์ดิออร์นิยมใช้คือสีเทาก็ยังมีให้เห็นในคอลเลกชั่นนี้

     นอกจากนี้แบบของชุดยังดูนุ่มนวลขึ้นเพราะเป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณของห้องเสื้อชั้นสูงสำหรับสุภาพสตรีของ Dior สู่ความเป็นสุภาพบุรุษในแบบ Dior Men แจ๊กเก็ตจึงตัดจากผ้าเนื้อเบา มีโครงหลวม แต่มีรูปทรงไหล่ลาด ไม่เป็นไหล่ตั้งตามแบบแจ๊กเก็ตสุภาพบุรุษทั่วไป คอปกใหญ่ ฉีกแนวจากแจ๊กเก็ตทรงสลิมโครงเสื้อที่หลวมทำให้การสวมเสื้อแบบเลเยอร์เป็นสไตล์ของคอลเลกชั่น

     คิม โจนส์ นำเอาเทคนิคของห้องเสื้อชั้นสูงของสุภาพสตรีมาใช้ในคอลเลกชั่นสุภาพบุรุษไม่ว่าจะเป็นการปักขนนกลงไปบนผ้าสาลู(tulle) ที่นิยมใช้ในเสื้อผ้าโอต์กูตูร์ทั้งหลายโดยการปักประดับด้วยขนนกนั้นต้องใช้ฝีมือที่ละเอียดมาก ทำเป็น ลวดลายตามแบบผ้า toile de Jouy ที่มิสเตอร์ดิออร์ใช้ตกแต่งอาเตลิเยร์ เลขที่ 30 อะเวนิวมงตาญ ตั้งแต่แรก ผ้าตวนเดอจูยคือผ้าพิมพ์ลายสีเดียว (น้ำเงิน เขียว แดง ฯลฯ)นิยมพิมพ์บนผ้าฝ้ายหรือลินิน ลวดลายจะเป็นภาพวิถีชีวิตคนในศตวรรษที่ 18 หรือเรื่องราวดินแดนตะวันออกในความเข้าใจของคนฝรั่งเศสสมัยนั้น

     นอกจากนี้ยังมีลายพิมพ์รูปสุนัข Bobby ซึ่งเป็นสุนัขตัวโปรดของมิสเตอร์ดิออร์ ที่เขาเองทำขวดน้ำหอมมิสดิออร์รุ่นลิมิเต็ดเป็นแก้วหล่อรูปเจ้าบ็อบบี้ และลายดอกไม้บนจานที่ใช้เสิร์ฟในห้องเสื้อ Dior ยุคแรก แม้แต่ตัวอักษร CDที่ออกแบบอย่างวิจิตรบนสูติบัตรของมิสเตอร์ดิออร์ตั้งแต่ปี 1905 ก็ถูกนำมาใช้เป็นลวดลายตกแต่งในดีไซน์ นอกจากนี้ยังนำเอาลายสานหวาย (cannage) ของเบาะและพนักเก้าอี้สไตล์หลุยส์ 16 ที่มีใช้ในห้องเสื้อ Dior ยุคนั้นมาทำเป็นลายฉลุบนแผ่นหนังด้วยเลเซอร์ใช้ตกแต่งบนเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ รวมทั้งการใช้ไวนีลทาบลงไปบนผ้าที่มีลวดลายต่างๆสร้างเอฟเฟ็กต์เหมือนเรามองลวดลายเหล่านั้นผ่านม่านฝน การเย็บไวนีลที่ทาบประกอบไปบนชิ้นส่วนของผ้าแต่ละชิ้นที่ประกอบรวมกันเป็นแจ๊กเก็ตทำอย่างประณีตเสมือนผ้านั้นอาบไวนีลบนผิวมาแต่แรก แต่การที่ไวนีลไม่แนบไปกับผ้าทำให้เกิดผลต่อการมองที่แปลกตาและพิเศษกว่าผ้าอาบไวนีลที่เราเห็นดาษดื่น

     ขณะที่เขานำเอาความรุ่มรวยแห่งอดีตของห้องเสื้อ Dior มาเป็นหลักของดีไซน์ในคอลเลกชั่นนี้ ยังได้นำสไตล์ปัจจุบันที่สื่อถึงอนาคตของศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Kaws มามีส่วนไม่ใช่แค่ทำงานประติมากรรมขนาดยักษ์เป็นชิ้นเด่นของแฟชั่นโชว์นี้ แต่ Kaws ได้สร้างประติมากรรมยักษ์นี้ให้ปกคลุมด้วยดอกกุหลาบจำนวนมหาศาล โดยเขานำเอามิสเตอร์ดิออร์มาเป็นต้นแบบของผลงานชิ้นนี้ และยังออกแบบลายผึ้งให้คิม โจนส์ ใช้ในคอลเลกชั่นอีกด้วย

     อีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือกระเป๋า Saddle bag ในรูปแบบกระเป๋าสุภาพบุรุษ และใช้สายผ้าใบสะพายเฉียงแทนสายหนังแบบคล้องไหล่ของสุภาพสตรี รูปทรงของกระเป๋ายังชวนให้นึกถึงซองปืนที่เหล่าคาวบอยนิยมสะพายเฉียงไหล่ แต่กระเป๋าทรงอานม้าในเวอร์ชั่นสุภาพบุรุษนี้ลดทอนรายละเอียดให้ดูเรียบเท่กว่าของผู้หญิง สิ่งที่เท่อีกอย่างก็คือตัวล็อก CD ที่ออกแบบโดย MatthewWilliams แห่ง 1017 Alyx 9SM ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ Dior ยุคใหม่นี้ไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ไปแล้ว

     นอกจากนี้คิม โจนส์ ยังชวน Yoonแห่ง Ambush มารังสรรค์งานเครื่องประดับที่ไม่ทำให้คนผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัดคำว่าDior ที่ออกแบบอย่างสวยงามแปลกตาและดูล้ำสมัย นอกจากนี้ยังได้ Stephen Jones ช่างทำหมวกระดับพระกาฬจากลอนดอนมาสร้างสรรค์หมวกที่นำมาจากดีไซน์เดิมในDior Monsieur มีแม้แต่หมวกแก๊ปทำจากผ้าพิมพ์ลายตวนเดอจูย แต่ปีกด้านหน้าทำเป็นสองชั้นด้วยวัสดุที่ต่างกันอย่างผ้ากับหนังเป็นหมวกที่ต้องมีของฤดูร้อนนี้อย่างแท้จริง

Dior Men’s Pre Fall 2019

 

คิม โจนส์ นำเอาอนาคตมาสู่แบรนด์ DIOR. Men ด้วยบรรยากาศโชว์อลังการกับเซ็กซี่โรบอทขนาดสูง 11 เมตรสีเงินมันวาว แต่แรงบันดาลใจสำหรับเขานั้นยังเป็นเรื่องของมิสเตอร์ดิออร์ ที่มีความผูกพันกับญี่ปุ่นมาก(ตัวคิมก็เช่นกัน) โตเกียวคือเมืองแรกในตะวันออกไกลที่มิสเตอร์ดิออร์นำแฟชั่นโชว์มาแสดงและเปิดตลาดที่นี่ 

 

คิม โจนส์ถ่ายทอดความหลงใหลในญี่ปุ่นด้วยวัฒนธรรมผสมผสานสุดขั้ว ด้วยเป็นคอลเล็กชั่น Pre Fall เราจึงเห็นสีที่ขรึมขึ้น แต่เนื้อผ้ารังสรรค์จากเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Tyvek jackets สีเมทัลลิก( Tyvek คือวัสดุที่ทอจากเส้นใยพลาสติก HDPV ผิวดูคล้ายกระดาษแต่มีความทนทานมากกว่า) หรือการเอาเนื้อผ้าเข้าเครื่องปั่นแล้วดูดเอาเส้นใยบางช่วงออกทำให้เกิดลวดลายที่คาดเดาไม่ได้ ทำได้ชนิดเนื้อผ้าที่เหลือจะเป็นผ้าโปร่ง จึงดูเหมือนลายลูกไม้ในอนาคตก็ว่าได้ แต่ละชุดที่ตัดจากเนื้อผ้านี้จะยูนีคไม่ซ้ำกันเลย และที่แสนจะเป็นดิออร์ คือ ผ้าลายตีนไก่(hound’s tooth)

ซิลลูเอทของชุดยังมีความสตรีทผสมผสานในความเทเลอร์ ซึ่งคิม โจนส์ บอกเป็นหัวใจของดิออร์ แต่กาวเกงทรงสลิมปลายขาอยู่ในบู้ทหรือรองเท้าขอบสูงกึ่งบู้ท ดูเหมือนยูนิฟอร์มของกองกำลังปลดปล่อยแห่งโลกแฟชั่น สไตล์ผมและการแคสติ้งนายแบบชวนให้นึกถึงคนเหล็กแต่ในเวอร์ชั่นสลิม แจ็คเก็ตป้ายด้านหน้ากระดุมเดียวอันโดดเด่นของคิม โจนส์ แต่มีลูกเล่นเยอะ อย่างตำแหน่งของกระดุมสูงขึ้นจากเดิม หรือการเล่นเนื้อผ้าต่างแบบแต่โทนสีเข้ากัน โครงแจ็คเก็ตบางตัวคล้ายเสื้อป้ายด้านหน้าของญี่ปุ่น

แล้วเซ็กซี่โรบอทอยู่ที่ไหน เธออยู่บนลายผ้าที่มีลายดอกซากุระที่ดูเก๋ ไม่ Kitsch และดูเป็นธีมสีดิออร์คือเทา-ชมพู เป็นลายผ้าสีละมุนสีเดียวในคอลเล็กชั่นโทนสีเข้มขรึมเป็นหลัก 

โดยรวมคอลเล็กชั่นนี้เหมือนเครื่องแบบของกองทัพปลดปล่อยในโลกอนาคต แต่มาปลดปล่อยแฟชั่นในยุคปัจจุบันให้พ้นจากเทรนด์เอจตี้ส์ที่กลับมาได้พักใหญ่ แต่เรายังไม่คิดว่ามินิมัลลิสม์ จะกลับมา เพราะยังไงก็ยังมีความน่าเบื่อ แต่ Dior Men คอลเล็กชั่นนี้คือคำตอบว่าไม่เยอะแบบเอจตี้ส์ แต่ไม่น้อยแบบไนน์ตี้ส์ควรจะเป็นอย่างไร คิมโจนส์ มาปลดปล่อยการแต่งกายของสุภาพบุรุษจริงๆ