Posts

Dior จับมือร่วมกับ ‘Parley for the Oceans’ องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม

Dior จับมือร่วมกับ Parley for the Oceans องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม ศูนย์กลางเครือข่ายปฏิบัติการรับมือต่อภัยคุกคามระบบนิเวศมหาสมุทร เพื่อนำเสนอคอลเลกชั่นพิเศษเครื่องแต่งกายชุดชายหาดประจำฤดูใบไม้ร่วง 2023

Photographer: Till Janz for Dior

Author: Chanond Mingmit

เพื่อแสดงถึงการพัฒนาธุรกิจแฟชั่นควบคู่ไปกับการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปกปักรักษาและอนุรักษ์ความงดงามของโลกใต้ท้องทะเลนั้น Kim Jones จึงเลือกใช้แต่วัสดุอันเป็นตัวแทนความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศแวดล้อมในการผลิตผลงานคอลเลกชั่น โดยมีสิ่งทอผลิตจากวัสดุรีไซเคิลในปริมาณสัดส่วนสูงถึง 96%โครงการวิจัยร่วมขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2019 เพื่อคิดค้น และพัฒนาเส้นใยชนิดใหม่มากมายสำหรับใช้ในการผลิตสิ่งทอจากงานออกแบบของ Parley Ocean Plastic โดยอาศัยบรรดาขยะพลาสติกในท้องทะเลเป็นวัสดุตั้งต้น รวมถึงเหล่าอุปกรณ์ตกปลาที่ถูกเก็บกู้ได้จากแนวชายฝั่งทะเลแหล่งต่างๆ ตลอดจนหมู่เกาะโพ้นทะเลรอบโลก ก่อนจะได้รับการสรรค์สร้างขึ้นเป็นสิ่งทอคุณภาพสูง อาทิเช่นผ้าลายคลื่น (seersucker ซึ่งปรกติจะทอด้วยใยไหม หรือใยฝ้าย ให้มีคุณสมบัติในการระบายอากาศ เย็นสบายเมื่อสวมหน้าร้อน และอบอุ่นยามสวมใส่ในหน้าหนาว) ผ้ายืดเนื้อเนื้อไหม (silky knit) และสิ่งทอเทคนิค (technical fabric) ขึ้นลายในตัวอย่างโดดเด่นสะดุดตา อาทิงานทอโลโกลายทแยง Dior Oblique สำหรับตกแต่งบนกระเป๋า Dior Aqua ขนาดเล็กพิเศษ

นอกจากนั้นบรรดาลวดลายแบบฉบับอย่าง Dior Italic หรือ CD Diamond ก็ต่างถูกนำมาประดับประดาอยู่บนผลงานต้นแบบอันทรงเอกลักษณ์เหล่านี้ พร้อมกันนั้น ภาพถ่ายใต้ทะเลเพื่อยกย่องความงดงามตระการตาของอาณาจักรมหาสมุทรก็ยังถูกถ่ายทอดผ่านเทคนิคพิมพ์ภาพลงบนเครื่องแต่งกายต่างๆ อันรวมถึงชุดเสื้อ-กางเกงติดกันแบบรัดรูปสำหรับสวมเล่นกีฬาทางน้ำโดยเฉพาะเล่นเซิร์ฟ (surf wetsuit) ตัดเย็บด้วยผ้าเจอร์ซีย์ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลโดยแบรนด์ VISSLA และผ้าคลุมไหล่อเนกประสงค์ของนักกีฬาทางน้ำ และที่สุดแห่งเซอร์ไพรส์ก็คือเซิร์ฟบอร์ด หรือกระดานโต้คลื่นออกแบบโดย Notox แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องกีฬาทางน้ำ ซึ่งโด่งดังจากการสร้างสรรค์เซิร์ฟบอร์ดรักษ์โลก เพื่อมอบคุณลักษณ์เชิงเทคนิคล้ำยุคแง่มุมต่างๆ อันร่วมกันเป็นบทสรุปค่านิยมนวัตกรรมอันเป็นที่รักยิ่งของ Dior ได้อย่างลงตัว

บทสัมภาษณ์สุดฮอตจาก 2 หนุ่ม ‘มาย – ภาคภูมิ และอาโป – ณัฐวิญญ์’

นาทีนี้คงไม่มีคู่ไหนฮ็อตฮิตติดปรอทในทุกที่ที่ปรากฏตัวได้เท่ากับ มาย – ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และอาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ อีกแล้ว และการปรากฏตัวบนปกของเราครั้งนี้ก็ฮ็อตไม่แพ้อากาศของประเทศไทยเลย

Photographer: Wasu Sukatocharoenkul

Fashion Editor: Chanond Mingmit

Author: Pacharee Klinchoo

มายสวมเสื้อคอเต่าผ้าสังเคราะหืพิมพ์ลายพร้อมแจ๊กเก๊ตพิมพ์ลวดลายเข้าชุด กางเกงผ้าขนสัตว์พร้อมกระโปรงจับจีบผ้าขนสัตว์เข้าชุด กระเป๋าหูหิ้ว แหวน รองเท้าหุ้มข้อ ทั้งหมดจาก Dior
      อาโปสวมเสื้อถักนิตทอลวดลายพร้อมคาร์ดิแกนถักนิตทอลวดลายเข้าชุด กางเกงผ้าขนสัตว์พร้อมกระโปรงจับจีบผ้าขนสัตว์เข้าชุด แหวน รองเท้าหุ้มข้อ ทั้งหมดจาก Dior

ความรู้สึกเมื่อรู้ว่าได้ไปร่วมชมแฟชั่นโชว์กับ Dior

มาย: ความรู้สึกแรกคือตื่นเต้น ความรู้สึกถัดมาคือดีใจที่มีโอกาสได้ไปครับ ครั้งแรกมายได้ไปคอลเลกชั่นผู้ชายที่ปารีส พอไปถึงงานก็ไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้น แต่เอ็นจอยมากกว่า พอครั้งที่สองที่ได้ไปคอลเลกชั่นผู้หญิงที่ประเทศอินเดีย ก็ดีใจอีกแบบหนึ่ง เพราะได้ไปทั้งกับ Dior และกับอาโป มันเป็นการเดินทางที่สนุกมากครับ โชว์ทั้งสองครั้งดีมากจริงๆ ขนาดมายเป็นผู้ชาย เห็นโชว์ผู้หญิง มายยังอินกับคัตติ้งและรายละเอียดต่างๆ มาก และพอได้ไปดูโรงเรียนที่ผลิตชิ้นงานให้แบรนด์ ได้เห็นเรื่องราว เรื่องเล่า และความขลังในนั้น ก็ประทับใจมากครับ ได้แพสชั่นบางอย่างกลับมาทำงาน และที่สำคัญ ได้เจอแฟนคลับที่ประเทศอื่น ไม่ได้คิดว่าจะเยอะขนาดนั้น แต่ได้รับพลังงานกลับมาเยอะเลยครับ

อาโป: ครั้งแรกโปได้ไปคอลเลกชั่นผู้หญิงที่ปารีสครับ ตื่นเต้นมาก เพราะโปไม่เคยไปฝรั่งเศสมาก่อน ไม่เคยไปทวีปยุโรปเลยครับ นั่นเป็นครั้งแรก และได้ไปกับ Dior โปรู้สึกว่านี่เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก ทาง Dior เตรียมทุกอย่างไว้ดีมากๆ พอถึงวันที่ร่วมงานที่โชว์ ก็รู้สึกประทับใจในความยิ่งใหญ่ของแบรนด์ระดับโลก โปรู้สึกว่านี่เป็นอีกระดับการทำงานของโปแล้วนะ นี่คืองานที่คนทั่วโลกเขาไปกัน เป็นอีกประสบการณ์ที่ไม่เหมือนการไปเที่ยวเองเลยครับ ส่วนครั้งที่สองที่ไปประเทศอินเดียกับพี่มาย ก็อย่างที่พี่มายบอกล่ะครับดีใจมากที่ได้ไปด้วยกัน เพราะคิวของเราก็ไม่ค่อยจะตรงกันเท่าไหร่ พอได้ไปด้วยกัน ก็เหมือนมีเพื่อนมาแชร์ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน มันต่างจากทุกงานที่เราเคยร่วมงานกันมาเลยนะ เล่นหนังก็อย่างหนึ่งคอนเสิร์ตก็อีกอย่างหนึ่ง แต่การร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกมันยิ่งใหญ่อย่างนี้นี่เองครับ

ความผูกพันกับคินน์และพอร์ชในวันที่ KinnPorsche The Series ครบรอบหนึ่งปีออนแอร์

อาโป: ต้องให้เครดิต Be On Cloud ที่กล้าทำอะไรใหม่ๆ และยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทำให้เรามีสิ่งให้ต่อยอดไปทำงานอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น แตกต่างมากขึ้นโปว่าตัวละครมันพาพวกเราให้ไปรู้จักโลกที่กว้างขึ้น เพราะทุกที่ที่เราไป เราเจอคนหลายชาติ พูดหลายภาษา อาจจะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่ทุกคนรับรู้ร่วมกันได้คือความรัก ความจริงใจ และความตั้งใจของพวกเราที่ส่งผ่านตัวละครออกไปเป็นผลงานที่ทำให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่พวกเราอยากจะสื่อ กลายเป็นภาษาเดียวกันครับ

มาย: ผูกพันมากๆ ครับ อธิบายหน้าเดียวคงไม่พอ มันเริ่มที่คินน์พอร์ชก็จริงครับ แต่สเตจการทำงานตั้งแต่เริ่มทำความรู้จักตัวละคร ถ่าย เริ่มฉายระหว่างฉาย ไปจนจบ ในระหว่างนั้นมันจะมีการเติบโตของทุกอย่าง ทั้งตัวงาน ตัวเรา คนที่ชื่นชอบซีรีส์นี้ พวกเราได้ผ่านสถานการณ์มาเยอะมาก ความผูกพันก็เยอะมากตามไปด้วย ไม่รู้จะอธิบายให้หมดได้ยังไงครับ ตอนที่ขึ้นคอนเสิร์ตคินน์พอร์ชครั้งสุดท้ายที่กรุงเทพฯ พวกเราไม่รู้หรอกครับว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าสุดท้ายแล้ว มายต้องลาจากคินน์จริงๆ ก็ต้องบอกว่ามันมีห้วงความเสียใจที่ต้องจากกัน คือมายรักเขามากแหละครับ

อาโป: โปว่ามันมากกว่าความผูกพันนะ เพราะคินน์กับพอร์ชพามายกับอาโปไปหลายๆ ที่ ได้ประสบการณ์หลายๆ แบบที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาก่อน

ผลงานใหม่ ‘แมนสรวง’

มาย: ผลงานใหม่เป็นหนังครับ ชื่อว่า ‘แมนสรวง’ ฉายเดือนสิงหาคมนี้ เป็นหนังพีเรียดที่พวกเราเตรียมจะแสดงความสวยงามของประเทศไทยในยุคนั้นให้ทุกคนได้เห็น มายยังพูดอะไรมากไม่ได้ครับ รอดูแล้วกันครับ นอกเหนือจากความสวยงามของประเทศไทยแล้ว พวกเราก็ยังเสิร์ฟความสนุกอยู่ พูดอย่างนี้แล้วกันครับ เวลาคนนึกถึงละครหรือหนังพีเรียด อาจจะนึกถึงภาพความล้าสมัยหรือเชยบางอย่าง แต่สำหรับเรื่องนี้ มันต่างจากนั้นโดยสิ้นเชิงครับ ไม่รู้จะขายอะไรเยอะ แต่ถ้าคุณอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่ ก็รอดูได้เลยครับ

อาโป: ต้องบอกว่าทีมงานหยิบมุมบางอย่างของยุคนั้นมาดัดแปลงในมุมใหม่ครับ พวกเราลองจินตนาการขึ้นมาว่า ความสนุกของคนยุคนั้นเรื่องราวที่เจ๋งของคนยุคนั้นคืออะไร และนำมาถ่ายทอดในมุมมองของพวกเราชาว Be On Cloud ความรู้สึกของโปในทุกครั้งที่เข้าฉากคือ ‘โอ้โห’ ครับ ผลงานที่ออกไป คนดูจะได้เห็นดอกไม้แบบนี้ ความงามแบบนี้ สีสันและศิลปะแบบนี้ ขนาดโปเอง โปยังอยากดูเลยครับ โปเชื่อว่าคนดูจะต้องมีความสุขแน่ๆ ที่ได้เห็นมุมมองต่างๆ ในหนังเรื่องนี้

อะไรที่คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง

อาโป: บอกยากครับ เพราะตัวโปเองก็ยังศึกษามุมต่างๆ ของตัวเองในทุกวันอยู่เลย วันนี้โปอาจจะมองแบบนี้ อาทิตย์หน้าโปอาจจะมองอีกแบบหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว โปว่าสิ่งที่โปตามหาอยู่คือความสุข และความสนุกในการใช้ชีวิตนะครับ

มาย: โห… มายไม่แน่ใจเลยครับว่ามีมุมไหนที่ยังไม่ได้บอกอีกหรือเปล่า ลองมาช่วยมายค้นหาหน่อยเถอะครับ (หัวเราะ) เพราะสิ่งที่ออกไปจากการถ่ายทำเบื้องหลัง หรืออะไรก็ตามที่ทีมงานทำ มันอาจจะทั้งใช่และไม่ใช่มายก็ได้ครับ ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าอยากค้นหามาย… เชิญครับ! จริงๆ มายเป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัวมากนะครับ แต่ตอนนี้มันถูกเปิดไปเยอะมากจนไม่แน่ใจว่ามีมุมไหนที่คนยังไม่รู้จักมายอีกหรือเปล่า… อาจจะเป็นมุมที่ดุมั้งครับ มายไม่ค่อยแสดงออกในสื่อเท่าไหร่

อาโป: ความหมายคือ… พวกเราอยากให้ทุกคนได้รับความสุขครับ พวกเราเลยเอาแต่มุมที่เป็นความสุขใจ ความสบายใจให้คนอื่นเห็นก็พอ

อาโปสวมเสื้อคอเต่าผ้าขนสัตว์สวมทับด้วยเสื้อถักนิตทอลาย กางเกงผ้าขนสัตว์พร้อมกระโปรงจับจีบผ้าขนสัตว์เข้าชุด กำไลขอมือ แหวน แว่นตากันแดด รองเท้าหุ้มข้อ ทั้งหมดจาก Dior
    มายสวมเสื้อแขนยาวผ้าฝ้าย กางเกงผ้าขนสัตว์พร้อมกระโปรงจับจีบผ้าขนสัตว์เข้าชุด กำไลข้อมมือ แหวน แว่นตากันแดด รองเท้าหุ้มข้อ ทั้งหมดจาก Dior

อนาคตในวงการ

มาย: ข้อดีสำหรับวงการบันเทิงไทยคือมันมีการผสมผสานหลายๆ อย่างได้หมายความว่ามายสามารถเป็นนักร้อง นักแสดง และนักนู่นนักนี่ในคนเดียวกันได้ ซึ่งแพสชั่นของมายคือเรื่องดนตรี ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไปในทิศทางนั้นหรือเปล่า หรือจะไปในทิศทางนักแสดงเรื่อยๆ หรือได้ไปต่างประเทศ มายก็ไม่รู้ ต้องบอกว่าทุกอย่างเป็นโอกาส และมายก็เป็นคนเปิดรับทุกโอกาสอยู่แล้ว ดังนั้นมายว่ามันมีอะไรน่าสนุกรออยู่อีกเยอะมากทั้งในฐานะมายคนเดียว และในฐานะมาย-อาโป

อาโป: หลังจากที่โปได้เจอประสบการณ์ต่างๆ มากขึ้น โปรู้สึกว่า สำหรับตัวอาโป และสำหรับมาย-อาโป โปอยากให้เป็นการขับเคลื่อนประเทศในทางหนึ่ง เพราะพอได้มีโอกาสไปร่วมงานกับคนหลายๆ ชาติบนโลกนี้ได้เห็นว่าการทำงานของคนแต่ละชาติแตกต่างกันมาก โปเลยรู้สึกว่า ถ้ามาย-อาโปได้เป็นตัวแทนร่วมงานกับคนหลายๆ ชาติ ได้มีโอกาสทำอะไรอื่นๆ ที่สนุกกว่านี้ หรือลองอะไรใหม่ๆ ที่ทำให้คนทั้งโลกเข้าใจได้เหมือนๆ กันดีกว่าไหม จากประสบการณ์ที่มาย-อาโปได้สัมผัสผ่านการเป็นคินน์-พอร์ชมาเนี่ย ทำให้โปรู้สึกว่าพวกเราสามารถขับเคลื่อนได้จากการทำงานของเรา สามารถส่งความสุขไปได้ไกลมากๆ ด้วย โปเลยรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งโปไม่อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นมาย-อาโปแล้ว โปจะไม่รู้สึกเสียดายเลยเพราะโปได้ทำอะไรบางอย่างไว้ให้โลกแล้วครับ

การวางตัวหลังจากมีชื่อเสียง

มาย: ข้อดีของการทำงานในวงการบันเทิงที่คนรู้จักคือ เราสามารถมีอิทธิพลกับคนอื่นได้ ดังนั้น เราควรจะส่งอิทธิพลในทางที่ดี ซึ่งก็ต้องเข้าใจก่อนว่า ทุกคนเป็นมนุษย์ที่มีทั้งข้อดีและไม่ดี เรื่องเดียวกันอาจจะตีความได้หลายแบบแต่ถ้ามายและอาโปสามารถส่งอิทธิพลกับคนอื่นในทางที่ดีและเป็นธรรมชาติได้ มันก็ดีครับ เพราะถ้าใครได้ดูทั้งคินน์พอร์ช และแมนสรวง จะเห็นได้ถึงความเป็นธรรมชาติของเราสองคน ในความพอดีนั้น ผมว่ามันมีเสน่ห์ครับ

อาโป: โปก็ปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับสิ่งที่ควรจะเป็น ควรจะทำเท่านั้นครับ เพราะทั้งพี่มายและโปก็มีวุฒิภาวะแล้ว พอมีคนมองพวกเราเป็นไอดอล พวกเราก็พยายามจะคิดดี ทำดี พูดดี ให้พวกเขาเห็น หลายๆ คนบอกว่าพวกเราเปลี่ยนชีวิตเขา เพราะเขาเห็นพวกเราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเป็นธรรมชาติ เขาบอกว่ามันส่งอิทธิพลกับพวกเขา ทำให้พวกเขาอยากใช้ชีวิตแบบพวกเราเช่นกัน โปเลยรู้สึกว่า ถ้าพวกเราปฏิบัติตัวได้เหมาะสม โปก็จะรู้สึกดีที่หลายๆ คนเขาทำตามในสิ่งที่ดีกับตัวเขา และเขามีความสุขเท่านี้โปก็แฮ้ปปี้แล้วครับ

มาย: มองเรื่องวิธีคิดดีกว่าครับ เพราะถ้าจะให้ระบุเป็นเรื่องๆ คงจะยากนิดหนึ่ง อย่างแรกเลย สิ่งที่พวกเราทำต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น พวกเรามองมุมมองของตัวเองคนเดียวไม่ได้แล้วครับ ต้องดูว่าสิ่งที่ลงมือทำไปมันทำร้ายคนอื่นไหม เรื่องนี้สำคัญนะกับการเป็นคนที่เป็นที่รู้จัก เด็กที่อายุน้อยที่สุดที่รู้จักพวกเราคือห้าขวบนะ แล้วเด็กวัย 12-13 ที่ดูยูทูบอีกล่ะ ภาพที่พวกเขาเห็นมันจะฝังอยู่ในหัวนะครับ ดังนั้น สิ่งที่พวกเราทำ อย่างน้อยในสื่อ ต้องไม่เบียดเบียนใคร และต้องไม่เป็นอันตรายต่อใคร นี่คือวิธีคิดเลยครับ เพราะความเป็นมนุษย์มันมีหลายเลเยอร์ แต่ถ้าสิ่งไหนที่มั่นใจแน่ๆ ว่ามันไม่ถูก ไม่ควร ก็ไม่ควรทำให้เขาดูครับ

อาโป: ขอเสริมครับว่า พวกเราก็ผ่านประสบการณ์กันมาเยอะ มีสิ่งที่ทำแล้วไม่ดี ไม่เหมาะสมกันมาบ้าง แต่ในวันนี้ พวกเราพยายามที่จะปรับตัวทำสิ่งที่เหมาะสมมากขึ้นในทุกๆ วัน อะไรที่เคยทำแล้วไม่ดี ก็พยายามปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะพวกเราอยู่ตรงนี้ เด็กๆ ยังรู้จักพวกเรา แปลว่าพวกเราส่งอิทธิพลให้พวกเขาได้ การทำดีมันก็ดีกับทั้งพวกเราและพวกเขานะครับ

เสื้อแขนยาวผ้าฝ้าย ต่างหู กำไลข้อมือ แหวน ทั้งหมดจาก Dior

พูดอะไรถึงแฟนคลับหน่อย

มาย: แฟนคลับคือประสบการณ์ คือพลังงานที่มายไม่คาดคิดว่าจะได้รับ ได้เจอ ได้ทั้งเป็นผู้รับและผู้ให้ในเรื่องต่างๆ การได้เดินทางไปหลายๆ ประเทศ ได้อ่านการ์ดที่ส่งมาจากทั่วโลกจริงๆ ได้ขึ้นคอนเสิร์ต ได้เห็นแววตาของทุกคนจริงๆ ทุกอย่างมันมหัศจรรย์มาก ทุกครั้งที่ได้เห็นแฟนคลับ พวกเราได้รับแพสชั่น ได้รับพลังกลับมามาก ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่เป็นพื้นที่ให้มายได้เข้าไป และขอบคุณมากที่ให้เกียรติเข้ามาในพื้นที่ของมาย และมอบความสุขให้กับมายครับ

อาโป: แฟนคลับเป็นแรงผลักดันชั้นดีเลยครับ เวลาเห็นทุกคนมีความสุขจากการกระทำที่บางทีโปก็แค่เป็นตัวโป ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเขาเห็นความเป็นธรรมชาติของโปแล้วทำให้เขามีความสุข โปก็รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ขับเคลื่อนให้โปมีพลังใจในทุกๆ วันครับ

เสื้อแขนกุดผ้าถักนิตทอลาย กางเกงผ้าขนสัตว์พร้อมกระโปรงจับจีบผ้าขนสัตว์เข้าชุด แหวน รองเท้าหุ้มข้อ ทั้งหมดจาก Dior

เส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะ

อาโป: ถ้าเป็นมุมมองของโป โปรู้สึกว่าทุกอย่างต้องมีการแลกเปลี่ยนการที่พวกเราอยู่ตรงนี้ ก็ต้องยอมแลกพื้นที่ส่วนตัวบ้าง และโปก็ต้องเก็บพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นความสุขส่วนตัวของโปไว้บ้าง โปเลยไม่ได้รู้สึกว่าโปอึดอัดหรือรู้สึกว่าแฟนคลับเข้าใกล้เกินไปเลย โปรู้สึกว่าโปไม่มีทางได้ทุกอย่าง เพราะสุดท้ายแล้ว โปก็อยากเจอพวกเขา พวกเขาก็อยากเจอโป มันเป็นธรรมชาติ โปก็แค่ใช้ชีวิตให้เป็นธรรมชาติ ถ้ามีอะไรที่เบียดเบียนกันเกินไป ก็แค่พูดปรับความเข้าใจกัน

มาย: มายคงใช้คำว่า ‘ความพอดี’ นะ มันใช้ได้กับทุกเรื่องเลย ในเรื่องของพื้นที่ส่วนตัว ไม่ว่าจะวงการไหน ถ้ามีคนรู้จัก เราก็ต้องเสียพื้นที่ส่วนตัวไปแต่ในมุมหนึ่ง มายก็ไม่มีทางแบทุกอย่างให้คนอื่นดูได้หมด ไม่อย่างนั้นมายก็จะไม่ได้ใช้ชีวิต ดังนั้น ความพอดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันพูดยากเพราะมันคือการรับฟังกันและกัน บางคนให้มาเท่านี้ แต่มายรู้สึกว่ามันมากไป หรือว่ามายให้กลับไป เขาก็ว่ามันน้อยไป เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของความสมดุล ต้องดูเป็นเคสๆ ไป แต่ถ้าพูดในภาพใหญ่ การจำกัดความอาจจะยาก แต่สุดท้ายแล้ว การที่มีคนมาชื่นชมมาย ให้เกียรติมาย มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งมายและเขามีความสุขอยู่แล้วนะครับ

Assistant Photographer: Similan Prangprasert / Santipong J / Tanaporn Pikul

Assistant Stylist :  Napat Roongruang

Makeup:  Pakanat Poolsawat

Hair: Thannicha Phayupmek

Videographer: Ketsara Leecharoen

Assistant Videographer: Suradit laorsittipirom

แกะแอร์พอร์ตลุคหนุ่ม JIMIN BTS ณ สนามบินอินชอน ที่เตรียมบินลัดฟ้าสู่ลอนดอน

ส่อง Airport Look ของหนุ่มฮอต JIMIN แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ DIOR ในโททัลลุคจาก Dior Tears กับเสื้อยืดในลุคสบายๆ สีขาวตัดต่อสีเขียว พร้อมด้วยกางเกงยีนส์ทรงขากระบอก และสนีกเกอร์หุ้มข้อ พร้อมจบลุคด้วย กระเป๋าสะพายหลัง ณ สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ที่เตรียมพร้อมเดินทางสู่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลายๆ คนอาจจะยังเห็นไอเท็มไม่ชัด วันนี้เราได้นำไอเท็มชัดๆ ของหนุ่ม Jimin มาฝากเพื่อนๆ กันแล้วครับ จะมีชิ้นไหนที่โดนใจกันบ้าง เราไปชมกันเลย!

Jimin Look

Dior เผยบีซแวร์คอลเล็กชั่น ที่สร้างสรรค์ร่วมกับองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม Parley for the Oceans 

DIOR เผย Beachwear แคปซูลคอลเล็กชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง 2023 โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ฝั่งบุรุษ Kim Jones ที่สร้างสรรค์ร่วมกับองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม Parley for the Oceans นับเป็นปีที่สอง ที่ทั้งสองฝ่ายจับมือร่วมกัน โดยศูนย์กลางเครือข่ายปฏิบัติการรับมือต่อภัยคุกคามระบบนิเวศมหาสมุทรผ่านกลยุทธ์ดำเนินงานที่เรียกว่า Parley AIR : Avoid (หลีกเลี่ยง), Intercept (สกัดกั้น) และ Redesign (สร้างใหม่) ได้นำมาซึ่ง Beachwear Capsule คอลเล็กชันเฉพาะกิจ ประกอบไปด้วยเครื่องแต่งกายชายหาดชุดสำคัญ อันเป็นบทสะท้อนถึงความปรารถนาของ House of Dior ในการพัฒนาธุรกิจแฟชัน ให้รุดหน้าบนหนทางเพื่อความยั่งยืนด้วยระบบนิเวศนวัตกรรม ด้วยการหลอมรวมนโยบายสู่ความยั่งยืนเข้ากับงานออกแบบจุดประกายความปรารถนา Beachwear Capsule คอลเล็กชันนี้คือการจารึกเจตจำนงใหม่ ในการรังสรรค์แฟชันแห่งอนาคตจากการปรับเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด และกระบวนการ ตลอดจนกรรมวิธีสรรค์สร้างผ่านการร่วมงานกับหน่วยงานอนุรักษ์ธรรมชาติ

การนำเครื่องแต่งกายสตรีมาใช้กับงานตัดเย็บชุดสูทสำหรับผู้ชายของ ‘Dior’

Photographer: Sophie Carre For Dior

Author: Chanond Mingmit

ในงานออกแบบของคอลเลกชั่น ลูกเล่นไล่เฉดของสีเทาเปิดหนทางสู่ความหลากหลายทางสรรพสีท่ามกลางท้องทะเลทรายที่ผันเปลี่ยนไปมาจากกลางวันถึงกลางคืน โดยมีประกายแสงรุ่งโรจน์โชติช่วงของดวงตะวันยามลับขอบฟ้าเป็นบทเชื่อมต่อของสองเวลา พร้อมกันนั้น วิถีโคจรของดาวดวงใกล้สุดทะยานรุดหน้าไปสู่มวลดาราจักรไกลโพ้นเท่าที่กล้องโทรทรรศน์ขององค์การนาซาจะสังเกตการณ์ได้ เวิ้งจักรวาลซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายปีแสงดังกล่าวนั้น พลันมาปรากฏอยู่แค่เอื้อมผ่านงานออกแบบลายพิมพ์สุดวิจิตรบรรจงเหนือจินตนาการ โดยมีหลักการ และความพิถีพิถันจากผลงานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Dior ร่วมกับทักษะงานฝีมือของช่างตัดเย็บเครื่องแต่งกายชายในโลกปัจจุบันเป็นพลังขับเคลื่อนบนหนทางซึ่งให้ความสำคัญกับความประณีต เฉียบคมด้านการตัดผ้าตรงตามแพทเทิร์นงานออกแบบ

นี่คือคอลเลกชั่นอันอาศัยบทเรียนจากอดีตมาใช้กับหลักเกณฑ์ปฏิบัติปัจจุบัน เพื่อสรรค์สร้างผลงานที่สามารถสวมใส่ได้จนถึงอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพลิกแพลงวัสดุสิ่งทอ หรือมิติทรงเครื่องแต่งกายสตรีมาใช้กับงานตัดเย็บชุดสูทสำหรับผู้ชาย หรือการหลอมรวมรายละเอียดการตกแต่งตามขนบเสื้อผ้าชั้นสูงเข้ากับวัสดุสังเคราะห์สำหรับตัดเย็บเสื้อคลุม หรือเสื้อนอกสวมทับรองรับกับทุกโอกาสของชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกระทั่งการนำงานออกแบบลายปักชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์มาใช้กับงานออกแบบเสื้อผ้าสไตล์อนาคตนิยม เช่นเดียวกันกับสินค้าเครื่องหนัง ซึ่งอาศัยต้นแบบแห่งความหรูหรามารังสรรค์ใหม่กับวัสดุสังเคราะห์ หรือวัสดุธรรมชาติ และในบริบทที่คล้ายคลึงกัน ชั้นเชิงไหวพริบตามธรรมเนียมหัตถศิลป์ถูกนำมาใช้กับงานออกแบบอนาคตนิยมของรองเท้าเพื่อให้ผลงานที่ได้เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมสมัย เป็นผลงานล้ำสัยทางวิทยาการที่กลมกลืนเข้ากับโลกปัจจุบันได้อย่างลงตัว

มัดรวมไอเท็ม ‘สีส้ม’ ชิ้นเด่นฝั่งสุภาพบุรุษจาก 8 แบรนด์หรู ที่นาทีนี้ไม่มีไม่ได้แล้ว!

เรียกได้ว่าในตอนนี้ ในฝั่งของแฟชั่นคงไม่มีอะไรที่ร้อนแรงและฮอตเท่ากับ ‘สีส้ม’ แล้วครับ สีส้มถือเป็นอีกหนึ่งสีเด่นที่หลายๆ คนให้ความสำคัญรองมาจากสีแดงเลยก็ว่าได้ คิดอะไรไม่ออกอยากโดดเด่นในวงเพื่อน การใส่สีส้ม ถือเป็นช้อยส์ที่ดีเลยก็ว่าได้ครับสำหรับนาทีนี้ หลายๆ คนอาจจะยังนึกไม่ออก หากนึกถึงสีส้มแล้วนั้น เหล่าแบรนด์หรูจะมีไอเท็มใดบ้าง วันนี้เราได้คัดสรรมาฝากแฟนๆ ลอฟฟิเซียล ออมส์กันแล้วครับ จะมีไอเท็มชิ้นไหนที่โดนใจหนุ่มๆ กันบ้างเราไปชมกันเลย และหากถูกใจก็สามารถพุ่งไปที่ช้อปได้กันได้เลย หากไม่อยากตกเทรนด์

Louis Vuitton

เริ่มต้นกันด้วยเสื้อแจ็คเก็ตบลูซงสไตล์ Varsity สีส้มอันโดดเด่นจาก Louis Vuitton จากคอลเล็กชั่นประจำฤดูกาล Spring/Summer 2023 ด้วยแจ็กเก็ตสีเด่นที่มาพร้อมลวดลายอันดึงดูดตา จึงเป็นอีกหนึ่งไอเท็มสีส้ม ที่หนุ่มๆ หลายคนควรมีไว้ครอบครองครับ

Dior

ต่อกันด้วยเสื้อเชิ้ตสีส้ม ที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวันอย่าง DIOR OBLIQUE SHORT-SLEEVED SHIRT มาในลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์จาก Dior สีส้มที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ฉูดฉาด แต่หากสวมใส่แล้ว บอกได้เลยว่าเป็นไอเท็มอีกหนึ่งชิ้นที่สามารถดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ไม่น้อยครับ

Loewe

มาถึงไอเท็มชิ้นล่างกันบ้างครับ สำหรับในครั้งนี้สิ่งที่เราจะชูโรงเลยนั้นก็คือความเป็น ‘สีส้ม’ และไอเท็มชิ้นนี้ก็มาทำให้เราสะดุดตาและหยิบยกมาแนะนำให้หลายๆ คนกันอย่าง Anagram jacquard drawstring shorts in cotton ด้วยวัสดุและดีไซน์ที่ทำให้เราเชื่อว่ากางเกงขาสั้นจาก Loewe ชิ้นนี้แหละ จะมาเป็นชิ้นโปรดของใครหลายๆ คนในหน้าร้อนนี้

Bottega Veneta

และก็มาถึงไอเท็มกระเป๋ากันบ้างครับ กับอีกหนึ่งแบรนด์สุดฮิตของเหล่าหนุ่มสายแฟจากแบรนด์ Bottega Veneta กับรุ่นที่มีชื่อว่า Small Brick Cassette หนังสานอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับสีอันโดดเด่น บอกได้คำเดียวว่าชิ้นนี้ ไม่แพ้สีเขียวประจำแบรนด์แน่นอนครับ

Hermes

ต่อกันด้วยอีกหนึ่งชิ้น ไอเท็มประจำกายเหล่าสุภาพบุรุษอย่างเข็มขัด และแบรนด์ที่เราจะแนะนำเลยก็คือเข็มขัดหนังสีส้มจาก Hermes กับรุ่นที่มีชื่อว่า H d’Ancre belt buckle & Reversible leather strap ขนาด 32 mm ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นที่หนุ่มๆ ต้องมีติดตู้ไว้เลยครับ

Balenciaga

และหากจะพูดถึงในหมวดหมู่ของ ‘แว่นตาสีส้ม’ แบรนด์ที่เรานึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงจะหนีไม่พ้นแว่นตาจากแบรนด์ Balenciga กับรุ่นที่มีชื่อว่า 90S OVAL SUNGLASSES IN FLUO ORANGE แว่นตาดีไซน์สุดเท่ ที่มาพร้อมกับสีส้มอันโดดเด่น ใส่แล้วเชื่อเหลือเกินว่าต้องมีคนหันมาเหลียวมองอย่างแน่นอน!

Prada

และก็มาถึงแบรนด์ที่เป็นขวัญใจของหนุ่มสาวสายแฟกันบ้างครับ กับแบรนด์ Prada ที่วันนี้เราได้หยิบยก Re-Nylon bucket hat สีส้มสุดแสบมาฝากแฟนๆ กัน คงไม่ต้องบรรยายให้ยืดยาว เพราะเชื่อว่า Re-Nylon คงจะเป็นไอเท็มในใจของใครหลายๆ คนอยู่แล้ว แต่หากใครกำลังมองหาไอเท็มสีส้มอยู่ ชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ควรสอยครับ

Givenchy

ปิดท้ายด้วย รองเท้าแตะที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวันสบายๆ อย่าง Slide flat sandals in rubber จาก Givenchy อีกหนึ่งรองเท้ารุ่นฮิตที่เหล่าหนุ่มๆ เมื่อนึกถึงรองเท้าแตะ คงจะนึกถึงรุ่นนี้กัน และสีส้มเราขอบอกได้เลยว่านาทีนี้ คำว่า ‘ของมันต้องมี’ หวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อเห็นรองเท้าคู่นี้วางอยู่ที่ช้อปครับ

เจาะดีเทล ฉลองพระองค์เจ้าชายแฮร์รี สำหรับทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3

Dior ได้รับเกียรติจัดทำฉลองพระองค์สำหรับเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์สำหรับทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3

LONDON, ENGLAND – MAY 06: Prince Harry, Duke of Sussex arrives for the Coronation of King Charles III and Queen Camilla at Westminster Abbey on May 6, 2023 in London, England. The Coronation of Charles III and his wife, Camilla, as King and Queen of the United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland, and the other Commonwealth realms takes place at Westminster Abbey today. Charles acceded to the throne on 8 September 2022, upon the death of his mother, Elizabeth II. (Photo by Andy Stenning – WPA Pool/Getty Images)

ในงานเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2023 เจ้าชายแฮร์รีทรงฉลองพระองค์จาก Dior ซึ่งออกแบบโดยคิม โจนส์ 

สำหรับวาระมหามงคลครั้งนี้ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ทรงเลือกสูทยาวทิ้งหางสองชายสำหรับสวมทับเสื้อกั๊กกระดุมสองแถว ตัดเย็บจากผ้าทอใยขนแพะแองโกรา (โมแฮร์) สีดำโดยมีฉลองพระองค์ในเป็นเชิ้ตขาวผ้าฝ้ายผูกไทผ้าไหมสีเทาเข้ากับกางเกงขายาวสีเทา ส่วนรองเท้าเดอร์บี หรือรองเท้าหนังร้อยเชือกแบบเปิดลิ้น ก็เป็นผลงานสร้างสรรค์เพื่อเติมเต็มความครบครันจาก House of Dior ด้วยเช่นกัน 

DIOR แต่งตั้ง HAERIN แห่งวง NEW JEANS ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

หลังจากที่เราได้ลุ้นกันมาพักใหญ่ ในที่สุดสาวน้อยหน้าใสอย่าง HAERIN แห่งวง NEW JEANS ก็ได้ถูกเชื้อเชิญขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด แห่งแบรนด์ DIOR ในไลน์ของแฟชั่นและบิวตี้ ก่อนหน้าแฟนคลับต่างก็ได้ลุ้นกันอยู่พักใหญ่ เพราะเนื่องจากสาวน้อยหน้าใสคนนี้ เป็นสมาชิกวงคนสุดท้าย ที่ยังไม่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกแบรนด์ใดเลย และในที่สุดสิ่งที่แฟนคลับหวังไว้ วันนี้ก็ประกาศออกมาให้เราได้ทราบกันแล้วครับ สำหรับสัปดาห์แฟชั่นฝั่งปารีส เราคงจะได้เห็นสาวน้อย HAERIN บินลัดฟ้าไปร่วมงานแฟชั่น และอีกหลากหลายอีเวนต์ต่างๆ ของแบรนด์อย่างแน่นอนครับ อย่างไรก็ตาม ลอฟฟิเซียล ออมส์ ประเทศไทย ขอแสดงความยินดีกับสาวน้อยเสียงดีคนนี้อีกครั้งครับ

ส่องลุคของเหล่าเซเลบริตี้สายแฟ ‘ภูวินทร์,ดิว,ตู,โบว์’ ในสโตร์ Dior ณ ไอคอนสยาม

เราได้เก็บภาพโมเมนต์สุดประทับใจ ของเหล่าเซเลบริตี้เมืองไทยในสโตร์ Dior ไม่ว่าจะเป็นทั้ง 4 ที่ประกอบไปด้วย ‘ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน’ , ‘ดิว จิรวรรตน์’ , ‘ตู ต้นตะวัน’ และ ‘โบว์ เมลดา’ มาฝากแฟนๆ เช่นเดียวกันครับ ลุคของแต่ละคนจะสวยหล่อกันเพียงใด เราไปชมกันชัดๆ อีกครั้งกันเลย

‘ภูวิน-ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

‘ดิว-จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์’

‘ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล’

‘โบว์-เมลดา สุศรี’

เก็บตกภาพความหล่อทุกมิติของ ‘Hwang In-youp’ กับการเยี่ยมชมสโตร์ Dior ณ ประเทศไทย

หากจะใช้คำว่า ‘ห้างแตก’ ก็รู้สึกว่าไม่ผิดแปลก สำหรับแฟนคลับที่มาเฝ้ารอเพื่อพบเจอหนุ่มหล่อคนนี้อย่าง ‘Hwang In-youp’ ที่เดินทางมาเยี่ยมชมสโตร์ Dior ประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม ในครั้งนี้หนุ่มฮวัง อินย็อบ ได้มาพร้อมกับลุคสุดเนี้ยบถึง 2 ลุคด้วยกัน กับลุคสูทสีเทา สวมทับเสื้อเชิ้ตสีดำ และลุคแจ็กเก็ตสีกรม ที่สวมทับเสื้อเชิ้ตลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยอิริยาบถที่เป็นกันเอง ทักทายแฟนคลับตลอดการพบเจอบอกได้เลยว่าได้ใจแฟนคลับไปเต็มๆ ครับ วันนี้เราได้เก็บภาพหนุ่มหล่อคนนี้แบบใกล้ชิด มาฝากแฟนๆ ลอฟฟิเซียล ออมส์ กันแล้วครับ ไม่เพียงเท่านั้น หนุ่มหล่อ ฮวัง อินย็อบยังได้พูดสวัสดีและทักทายแฟนๆ ชาวลอฟฟิเซียล ออมส์ อีกด้วย จะเป็นอย่างไรบ้าง เราไปชมลุคและฟังพร้อมๆ กันเลยครับ