Posts

Dior เผยแคมเปญโฆษณาเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 2020-2021 จากการสร้างสรรค์ของ Kim Jones

แคมเปญโฆษณาเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษคอลเล็คชั่นฤดูหนาว 2020-2021 จากการสร้างสรรค์ของคิม โจนส์ (Kim Jones) เป็นผลงานการถ่ายภาพของสตีเว่น ไมเซล (Steven Meisel) ที่นำเสนอบรรยากาศอันราวกับความฝันซึ่งเป็นทิศทางการออกแบบของอาร์ตไดเร็คเตอร์ท่านนี้ องค์ประกอบอันโดดเด่นเหล่านี้เป็นการนำบรรยากศจากรันเวย์คอลเล็คชั่นนี้มาตีความอีกครั้งเพื่อเนรมิตให้เกิดความงามอันลึกลับที่ปรากฏบนภาพวาดของจิตรกรชาวดัทช์

ผมชอบโชว์ที่เราทำขึ้นเพื่ออุทิศให้กับจูดี เบลม และต้องการที่จะดึงความโดดเด่นของงานกูตูร์จากคอลเล็คชั่นนี้ออกมาด้วยการเนรมิตองค์ประกอบฉากสำหรับการถ่ายภาพเซ็ตนี้ขึ้นมา คิม โจนส์ กล่าว

จิตวิญญาณจากโชว์นี้ถูกถ่ายทอดผ่านลูกบาศก์ที่ทำจากแก้วซึ่งเต็มไปด้วยก้อนเมฆที่เป็นเกลียวคลื่นอันงดงามช่วยสร้างสีสันให้กับความมืดด้วยสีน้ำเงินอันเลือนลาง สิ่งนี้อุทิศให้กับจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นของคริสเตียน ดิออร์ และจูดี้ เบลม ไอคอนผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์อันทันสมัยซึ่งปรากฏอยู่ในคอลเล็คชั่นนี้

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Thank you for the nomination @cfda

โพสต์ที่แชร์โดย mrkimjones (@mrkimjones) เมื่อ

เหล่านายแบบสวมใส่ชิ้นงานที่ผสมผสานเสน่ห์อันไร้กาลเวลาในแบบของดิออร์เข้ากับกลิ่นอายของศิลปินอังกฤษผู้พิถีพิถันกับทุกสิ่งอย่างในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกุญแจและเข็มกลัดซึ่งเป็นแครื่องประดับที่เรียกได้ว่าท้าทาย ส่วนอัตลักษณ์ของดิออร์นำเสนอผ่านโอตกูตูร์หรือเสื้อผ้าชั้นสูงที่แฝงอยู่บนผ้าไหมลายคลื่น การตกแต่ง และลวดลายโค้งแบบอาหรับ

ถุงมือยาวเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบพร้อมกับกระเป๋า Saddle และ Soft Saddle ซึ่งกระเป๋าแบบหลังได้รับการสร้างสรรค์ในสไตล์โบฮีเมียนซึ่งเป็นไอคอนของดิออร์ กระเป๋าเล็กๆ สองใบเพิ่มเติมเข้ามาใหม่พร้อมกับสายสะพายไหล่ที่ทำให้ความโค้งมนของกระเป๋า Saddle ดูโดดเด่นขึ้นมา ส่วนรองเท้าบู๊ทนำเสนอสไตล์ของ “นักขี่ม้า” ซึ่งไอเท็มอันเป็นที่ปรารถนาเหล่านี้ช่วยเนรมิตความน่าสนใจให้กับภาพถ่ายแคมเปญสำหรับฤดูกาลนี้ซึ่งเฉลิมฉลองให้กับความสง่างามที่เนรมิตขึ้นมาอีกครั้ง

เครดิต

ช่างภาพ: Steven Meisel

อาร์ตไดเร็คเตอร์: Ronnie Cooke Newhouse

สไตลิสต์: Melanie Ward

เมคอัพอาร์ติสต์: Pat MacGrath

ช่างผม: Guido Palau

นายแบบ: LUCAS EL BALI @NEW MADISON – LUDWIG WILSDORFF @PREMIUM – PATRICK WALDRON @PREMIUM – THATCHER THORNTON @CHARLIE – MALICK BODIAN @SUCCESS – OTTO NAHMMACHER @IMG – JECARDI SYKES @HEROES

Behind Portrait of an Artist.

คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2021 Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะของ Dior Men ได้ร่วมงานกับ Amoako Boafo ศิลปินชาวกานา ที่ได้อธิบายถึงเอกลักษณ์ตัวตนของเขาและการรับรู้ถึงสีผิวโดยเฉพาะการเป็นบุรุษผิวดำ ได้สื่อสารออกมาในขนบที่ล้ำสมัย

แม้การร่วมกันของศิลปะและแฟชั่นได้มีมาเนิ่นนาน ได้มีการคลี่คลายศิลปะเป็นแฟชั่นออกมาหลายแนวทาง แต่ก็ไม่ใช่ทางตันที่จะไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ เพื่อเป็นการฉลองอัตลักษณ์, พลังแห่งการสร้างสรรค์, พลังในการสื่อสารของศิลปะ คอลเลกชั่นฤดูร้อน 2021 Kim Jones ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะของ Dior Men  ได้ร่วมงานกับ Amoako Boafo ศิลปินชาวกานาที่ร่ำเรียนศิลปะในเวียนนา ทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วที่ The Rubell Museum ในไมอามี และเหมือนรักแรกพบที่ทำให้คิม โจนส์  ชื่นชอบผลงานศิลปะของอาโมอาโก โบอาโฟ เขารังสรรค์คอลเลกชั่น Summer 2021 โดยมีผลงานของโบอาโฟ เป็นแรงบันดาลใจ ไม่เพียงแค่นั้นยังเป็นฐานของการต่อยอดไปสู่ดีไซน์อื่นๆ ซึ่งเราจะเห็นจากสีสันหรือผิวสัมผัสของลวดลาย แม้แต่โบอาโฟ เองก็ตื่นเต้นว่าภาพงานจิตกรรมของเขาที่เป็นภาพ 2 มิติจะถูกนำไปคลี่คลายเป็นงานแฟชั่นได้อย่างไร เพราะส่วนตัวแล้วเขาก็สนใจในเรื่องของแฟชั่นเช่นกัน 

ทั้งสองคนมีจุดร่วมที่เหมือนกันคือผืนแผ่นดินแอฟริกา คิม โจนส์ ใช้เวลาช่วงวัยเด็กของเขาเดินทางข้ามแผ่นดินแอฟริกาไปใช้ชีวิตในเมืองต่างๆ เพราะเขาอยู่ในครอบครัวนักการทูต บอตสวานา แทนซาเนีย เอธิโอเปีย เคนยาและกานา สำหรับคิม โจนส์ แล้ว แอฟริกาคือบ้าน เป็นที่มาของภาพอดีตชีวิต เชื่อมต่อความรักที่แท้จริง ธรรมชาติและวัฒนธรรมของผู้คนคือแรงบันดาลใจของเขา ในการถ่ายทอดผ่านทางอาภรณ์ โบอาโฟ ได้เปิดหน้าต่างไปสู่วัฒนธรรมของแอฟริกันแบบร่วมสมัย โดยเฉพาะจาก อักกราและกานา ซึ่งมีประวัติศาสตร์สิ่งทอที่เข้มข้น โดยเขาจะคลี่คลายสิ่งเหล่านี้ออกมาให้ดูจับต้องได้แต่มีความพิเศษ 

ภาพ Black Diaspora ของโบอาโฟ ได้อธิบายถึงเอกลักษณ์ตัวตนของเขาและการรับรู้ถึงสีผิวโดยเฉพาะการเป็นบุรุษผิวดำ ได้สื่อสารออกมาในขนบที่ล้ำสมัย โดยงานศิลปะเหล่านี้จะถูกเคลื่อนย้าย  แสดงถึงสัจจะและมีการเปรียบเปรยบนเสื้อผ้าที่แสดงออกถึงเทคนิคและประวัติศาสตร์การตัดเย็บของโอ๊ตกูตูร์ เป็นการท่องโลกโดยไม่ต้องเคลื่อนกายไปไหน

แต่ละชิ้นงานเป็นความร่วมมือ การสื่อสาร งานศิลปะของโบอาโฟ เป็นแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญ สีถูกดึงออกมาจากความจัดจ้ามีชีวิตชีวา เนื้อแท้ของสีที่ใกล้จะเหนือจริง ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง  Fluo yellow  ที่ดูฉ่ำของผ้าไหมที่ทำแบบ Moiré หรือทำให้เกิดผิวย่นๆ , สีฟ้าจาง, สีแดงอมส้มแบบปะการังและสีเขียว ลายพิมพ์นั้นนำมาจากลวดลายบนงานศิลปะของเขา ผ้าทอแจ็คการ์ดที่ให้ผิวสัมผัสแบบการป้ายปาดฝีแปรงสีน้ำมันหนาๆ นำมาจากภาพถ่ายโดยคิมโจนส์ จากผืนผ้าใบที่มีสีป้ายปาดให้มีมิติที่ใช้ในสตูดิโอของโบอาโฟ การทำให้ผิวผ้าดูเป็นสามมิติได้รับการพิมพ์และจัดวางโดยไม่กำหนดทิศทาง เสื้อถักหล่อบุ้ง(Ribbed Knits แบบคอเสื้อยืด) ร่วมกับลายทอยกดอกที่มีรูปลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วยเป็นลายแบบผืนผ้าใบปาดป้ายไปด้วยสี 

ในส่วนอื่น ๆ งานปัก งานถักนิตติ้ง การถักแบบ intarsia(ถักด้วยเข็มถัก)ที่ทำให้ผิวของผ้าเรียบ เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ได้ช่วยแปลงให้งานศิลปะของโบอาโฟ ถ่ายทอดมาเป็นอาภรณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสวมใส่ โดยทรงชุดจะออกแนวแคบ มีความเพรียวหรือสตรีมไลน์ มีอิทธิพลสปอร์ตแวร์แต่ก็เป็นงานเทเลอร์ที่สมบูรณ์แบบโดยยังคงเอกลักษณ์ของห้องเสื้อกูตูร์

นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึงระหว่างตัวศิลปินเองกับอาณาจักรดิออร์ นั่นก็คือความหลงใหลในลวดลายพันธุ์พฤกษาบนสิ่งทอของโบอาโฟ เฉกเช่นเดียวกับผู้ก่อตั้งห้องเสื้อนี้ก็หลงใหลในความงดงามสวนและมวลบุปผา บัญชรสีที่สดจ้าของโบอาโฟ ก็สามารถเป็นสีของดิออร์ ความเป็นฝรั่งเศส การนำมาซึ่งจักรวาลแห่งโอ๊ตกูตูร์สอดแทรกอยู่ในทุกลุค ลายขวางแบบทหารเรือ ลายโลโก้ Dior Oblique ปักบนผ้าโปร่งเนื้อบาง งานปักโดย Atelier Vermont ย้ำเตือนถึงชิ้นงานในกรุของดิออร์ หมวกเบเรต์แบบชาวบาสก์โดยสตีเฟ่น โจนส์   

ลุคโดยรวมก็ยังมีความเป็นคิม โจนส์ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้นที่สั้นมากเกินคืบลงมานิดหน่อยถ้าวัดจากขอบเอวแต่ตัดจากผ้าเทเลอร์อย่างดีทำจีบตรงแต่เท่ที่ผ้าคาดเอว(cummerbund)ที่ปกติจะใช้กับชุดทักซีโด้แต่มาจับคู่กับกางเกงขาสั้นทรงต่างๆ และเชิ้ตเนือ้ผ้าหรูหราเป็นตัวนอกส่วนตัวในคือเสื้อถักคอปีน เติมลุคด้วยหมวกเบเร่ต์ทรงชาวบาสก์และรองเท้าที่มีทั้งบู้ตและรองเท้าแตะรัดส้นแต่สวมถุงเท้าลาย Dior Oblique อีกลุคหนึ่งที่เด่นด้วยกางเกงขาสั้นแค่คืบเช่นกันแต่เป็นผ้าที่นิยมตัดสูททักซีโด้สีดำสวมเช็ตขาวทับเสื้อผ้าโปร่ง(tulle)ปักลาย Dior Oblique ทับด้วยผ้าคาดเอว ผูกผ้าพันคอขาวปล่อยชาย และมาพร้อมรองเท้าแตะรัดส้น  

เขาทวิสต์กับการแต่งกายเดิมๆ อย่างสปริงโค้ตผ้าเนื้อหนาสีดำสวมทับกางเกงขายาวทรงตรงที่มีจีบหน้าคมกริบแต่พับปลายขากางเกงเลยตาตุ่มเผยให้เห็นถุงเท้าลายโลโก้กับรองเท้าแตะรัดส้นเป็นการทวิสต์ที่นำความเนี้ยบโก้มาผ่อนให้ดูจับต้องได้ขึ้นและแฝงด้วยความเสียดสีนิดๆ หรืออย่างกางเกงขาสั้นที่ยาวเหนือเข่าเล็กน้อยตัวโคร่งแต่เนี้ยบด้วยเป็นแทพเทิร์นของกางเกงทักซีโด้ แต่ทำให้ดูกราฟฟิกด้วยเล่นสีขาวด้านหน้าบนตัวพื้นกางเกงสีดำ เสื้อผ้าโปร่งปักลาย Dior Oblique สีส้มปะการัง ทับด้วยผ้าคาดเอวลายขวางแถบสีขาวส้มและเหลือง เสริมลุคด้วยโค้ตสีดำตกแต่งแนวกระดุมเป็นแนวเฉียงคล้ายเสื้อคลุมทหาร ครบชุดกับหมวกทรงบาสก์และรองเท้าบู้ทสูง

แต่ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือก็คือเสื้อที่มีภาพงานศิลปะแบบภาพเหมือนปรากฎอยู่บนตัวเสื้อด้านหน้าที่ใช้เทคนิคการพิมพ์และการทอขั้นสูง เพระาภาพที่ปรากฏนั้นมีความเป็นสามมิติของฝีแปรงและเก็บทุกรายละเอียดสีของงานศิปละของโบอาโฟ ได้อย่างน่าทึ่ง โดยลุคนี้ได้สร้างเลเยอร์ในการสวมใส่ด้วยเสื้อตัวในเป็นเสื้อลายขวางแบบ Marinière Stripes แต่ทอด้วยเทคนิคพิเศษที่เนื้อผ้ามีความหนาบางต่างกันในตัวลาย

การนำเสนอคอลเลกชั่นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นความผสมผสานระหว่างศิลปะและแฟชั่น หากเป็นการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ๆ เฉกเช่นที่เมอร์ซิเออร์ดิออร์ ได้เคยให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ เสมือนมรดกตกทอดที่สืบมาในความเป็นดิออร์มาจนถึงทุกวันนี้ โดยดิออร์จะช่วยสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ๆ ในกานาผ่านทางอาโมอาโก โบอาโฟ เพื่อจะได้มีพื้นที่สำหรับศิลปินเหล่านั้น

รับชมโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุด Spring/Summer 2021 ของ Dior สดๆวันนี้หนึ่งทุ่มครึ่ง!

เรียกได้ว่าทำโชว์ออกมาได้น่าติดตามและมักมีเซอร์ไพรส์มาทำให้แฟนๆได้ประทับใจและอยากเสียเงินให้เสมอสำหรับ Dior ภายใต้การนำของ Kim Jones creative director คนเก่งชาวอังกฤษ

และสำหรับโชว์คอลเล็กชั่นล่าสุดนี้อย่าง Spring/Summer 2021 ก็จะเริ่มโชว์วันนี้ (จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม) เวลา 1 ทุ่มครึ่งตามเวลาประเทศไทย L’officiel Hommes จึงไม่พลาดนำลิ้งรับชมสดๆมาฝากผู้อ่านครับ เลิกงานเย็นนี้เชิญรับชมกันได้เลยครับ!

เป็นเจ้าของรองเท้าผ้าใบสุดฮอต Air Jordan 1 OG Dior ประสบการณ์ออนไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Dior!

เนื่องในโอกาสการจัดงานแฟชั่นโชว์ของ Dior Men ประจำฤดูกาลใบไม้ร่วง 2020 ในไมอามี ดิออร์และคิม โจนส์ (Kim Jones) ร่วมกับ Jordan Brand ในการสร้างสรรค์รองเท้าผ้าใบแบบลิมิเต็ดเอดิชัน Air Jordan 1 OG Dior และแคปซูลคอลเลคชันเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องประดับ Air Dior 

ทั้งนี้ ดิออร์ได้สรรสร้างประสบการณ์ออนไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในการเปิดตัวรองเท้าผ้าใบรุ่นพิเศษนี้ ที่มีให้เลือกในสองเวอร์ชัน คือ low-topและ high-top โดยผู้สนใจจะต้องลงทะเบียนเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถซื้อรองเท้าผ้าใบ Air Jordan 1 OG Diorหนึ่งคู่และจะต้องเลือกแบบที่ต้องการ (อาทิ low-topหรือ high-top) ไซส์ และจุดรับสินค้า อาทิ ร้านพอป อิน หรือพอป อัปของดิออร์ โดยผู้สนใจสามารถเลือกบูติคเพียงแห่งเดียว และจะลงทะเบียนได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นสำหรับสไตล์และไซส์ที่ต้องการ รองเท้าผ้าใบAir Jordan 1 OG Diorจะมีวางจำหน่ายในร้านพอป อัปของดิออร์ และร้านพอป อิน บางแห่ง ผ่านการลงทะเบียนบนไมโครไซต์ ซึ่งจะมีการกระกาศให้ทราบในภายหลังอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น 

ดิออร์จะจัดสรรรองเท้าผ้าใบAir Jordan 1 OG Diorในจำนวนจำกัดเพื่อวางจำหน่ายภายในบูติคบางแห่งที่ร่วมในกิจกรรมออนไลน์เปิดตัวครั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้สนใจจะสามารถหาซื้อผลงานดังกล่าวได้อย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของคอนเซ็ปต์ ‘first come, first served’

 จากนั้น ดิออร์จะเชิญผู้ได้รับสิทธิ์ที่ลงทะเบียนซื้อภายในเวลาก่อนสินค้าจะหมดไปยังบูติคที่ได้เลือกไว้ วันนัดรับสินค้าจะถูกแจ้งผ่าน SMS หรืออีเมลหลังจากผ่านการตรวจสอบแล้ว และจะมีการออก QR code พร้อมชื่อของผู้ได้รับสิทธิ์โดยผู้ทีได้รับสิทธิ์จะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงในวันที่นัดรับสินค้า

สำหรับแคปซูลคอลเลคชัน Air Dior ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องประดับ อันเป็นการร่วมงานกับ Jordan Brand จะมีวางจำหน่ายให้ได้เลือกซื้อในร้านพอป อัปของดิออร์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ตลอดจนร้านพอป อัปพิเศษอีกสองแห่งซึ่งตั้งอยู่ภายใน Selfridges Corner Shop (ลอนดอน) และ Taikoo Li (เฉิงตู)

ชมรายละเอียดการเข้าร่วมประสบการณ์ออนไลน์ครั้งสำคัญของโลกลักชัวรี่และสตรีทแวร์ได้ที่นี่เลยครับ

Someone in the Rain

ลอฟฟีเซียล ออมส์ ได้ฤกษ์ดี ฉลองครบรอบหนึ่งปีของหนังสือโดยการดึงตัวหนุ่มฮ็อต Jung Hae In จากซีรีส์ Something in the Rain มาขึ้นปกในคอลเลกชั่นใหม่ของ Dior Men โดย Kim Jones พร้อมบทสัมภาษณ์เจาะลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแฟนๆ โดยเฉพาะ

คุณได้ร่วมงานกับ Dior Men คอลเลกชั่นแรกของ Kim Jones เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา คุณรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแบรนด์ Dior ในครั้งนี้

คอลเลกชั่นของคิม โจนส์แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษของแบรนด์ไปพร้อมๆ กัน นอกจากเสื้อผ้าแล้ว เครื่องประดับอย่างอื่นก็ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งการเอางานของ Kaws มาตกแต่งด้วยดอกไม้จริง และยังมีรันเวย์รูปวงกลมอีก ผมประทับใจจนหาคำพูดมาบรรยายไม่ได้เลยครับ ไม่ใช่แค่ผมเห็นคอลเลกชั่นนี้เป็นคนแรกๆ ด้วยนะครับ แต่ผมเป็นคนแรกที่ได้ใส่เสื้อผ้าจริงๆ หลังจากโชว์จบลง ถือเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายมากสำหรับผมครับ

ไปร่วมงานกับ Dior ที่ปารีส รู้สึกอย่างไรบ้างฤดูร้อนในกรุงโซลมันร้อนมากใช่ไหม เราคิดว่าคุณอาจจะรู้สึกแตกต่างกันไปบ้างตอนอยู่ที่ปารีสใช่ไหม

เป็นการไปปารีสครั้งแรกในชีวิตของผม และเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ขนาดนี้ ผมตื่นเต้นมาก ทุกอย่างดูใหม่และยิ่งใหญ่ไปหมด ถึงจะไปแค่สั้นๆ แต่อากาศมันดีมากเลยครับ ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการได้ร่วมโชว์และถ่ายภาพ ซึ่งการได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงทีเดียวครับ

ชื่อของคุณโด่งดังและเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วในช่วงปีที่ผ่านมา ค.ศ. 2018 ถือว่าเป็นปีทองของคุณในฐานะนกั แสดงทีเดียว คุณจะอธิบายความสำคัญของปีนี้ภายในคำเดียวได้อย่างไร

‘ตั้งสติ’ ครับ เพราะผมยุ่งมากตลอดทั้งปีดั้งนั้นการคุมสติให้อยู่และรู้ตัวตลอดเวลาทำให้ตลอดทั้งปีมีความหมายมากครับ

คุณก่อให้เกิดปรากฏการณ์ไปทั่วหลังจากซีรีส์เรื่อง Something in the Rain ออกฉายคุณรู้สึกอย่างไรกับชีวิต

ผมว่าปรากฏการณ์เหล่านั้นมันเกิดขึ้นเพราะคนดูชอบเรื่องราวของมันครับ ผมอยากจะถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณผู้กำกับนักเขียนบท และนักแสดงทุกคนที่ทำให้ซีรีส์นี้น่าจดจำรวมไปถึงผู้ชมที่ชอบมันด้วยนะครับ

บทบาทของ Seo Joon-hee นั้นแสดงออกถึงความรักอันมั่นคงซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง หลังจากคุณปิดกล้องแล้ว คุณเชื่อไหมว่าความรักแบบนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ

ตอนที่รับบทเป็นเขานั้น ผมหมกมุ่นอยู่กับการถ่ายทอดความรู้สึกของเขาออกมาให้ได้ดีที่สุด ผมคิดว่าความรักอันมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการได้รักใครสักคน ในตอนต้นผมก็แอบสงสัยเหมือนกันนะครับแต่พอได้สวมบทบาทเป็นเขามานานๆ ผมก็เริ่มเชื่อแล้วว่าความรักแบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงเช่นกันน่ะครับ

ดูเหมือนว่าคุณจะโด่งดังในชั่วข้ามคืนจากการแสดงซีรีส์เพียงเรื่องเดียว แต่เอาเข้าจริงแล้วคุณเคยร่วมแสดงภาพยนตร์มาหลายเรื่องแล้วคุณอาจจะโด่งดังเพราะบทนี้ แต่บอกเราหน่อยว่าคุณฝึกฝนการแสดงอย่างไร จึงมาถึงจุดนี้ได้

ผมไม่เคยอยากเป็นนักแสดงเพราะต้องการเป็นจุดสนใจแต่ผมดีใจมากที่ทุกคนชอบการแสดงของผม และชอบตัวตนของผม ผมไม่รู้หรอกว่าเหตุผลที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้คืออะไรแต่ผมรู้สึกดีใจและขอบคุณมากที่หลายคนเปิดโอกาสให้ผมได้แสดงมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ และผมก็จะแสดงต่อไปเรื่อยๆ ครับ

คุณรับบทบาทมาหลากหลายมาก ทั้งซีรีส์ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ และหนังอินดี้ดูเหมือนว่าคุณไม่ลังเลที่จะลองรับบทใหม่ๆคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า ผมอยากจะเล่นบทบาทที่หลากหลาย เพื่อให้รู้ว่าตัวเองกลัวอะไร และไม่เก่งเรื่องอะไร’ คุณตอบตัวเองได้หรือยังว่าคุณกลัวอะไร และไม่เก่งเรื่องอะไร

ผมได้รับคำตอบว่า ‘มันไม่มีคำตอบ’ หรอกครับทุกครั้งที่สวมบทบาทใดๆ ก็ตาม ไม่มีอะไรง่ายเลยผมรู้สึกหวาดกลัวตลอดเวลา และต้องปรับตัวตลอดเวลาผมคิดว่าความรู้สึกเหล่านี้แหละที่ทำให้ผมรู้สึกดีเวลาที่การแสดงแต่ละครั้งจบลง ผมเชื่อว่าผมจะแสดงต่อไปเพราะความรู้สึกแบบนี้ล่ะครับ

หลายคนคิดว่าคุณเป็นนักแสดงที่ถ่อมตัวจริงใจ และตรงไปตรงมา คุณเห็นด้วยไหม

ก็จริงนะครับ ผมเป็นคนจริงจังและระวังตัวตลอดเวลา อาจจะน่าเบื่อไปบ้างสำหรับบางคน คุณเห็นด้วยไหมล่ะครับ (ยิ้ม)

ยิ่งได้ทำความรู้จักกับคุณ ยิ่งรู้สึกว่าคุณเป็นนักแสดงที่มีความสุขกับการแสดงจริงๆ เคยได้ยินมาว่าคุณได้รับโอกาสโดยบังเอิญตอนเดินเล่นอยู่บนถนน คุณจึงตัดสินใจเรียนด้านการแสดงในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำอาชีพนี้ หรือนี่คือธรรมชาติตัวตนของคุณอยู่แล้ว

หลังจากสอบเอนทรานซ์ติด ผมก็เลือกสาขาการแสดงเพราะเคยถูกจับไปแคสต์ตอนเดินเล่นอยู่นั่นล่ะครับ แต่ผมก็ไม่คิดว่าการที่ผมมาไกลได้ขนาดนี้มันเป็นเพราะธรรมชาติของผมหรอก ผมตัดสินใจเป็นนักแสดงเต็มตัวตนที่ไปเกณฑ์ทหารน่ะครับ ยิ่งผมรับบทบาทต่างๆ มากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้ตัวว่าผมรักการแสดงมากขึ้นเท่านั้น หยุดไม่อยู่แล้วจริงๆ

เวลาคุณอยู่กับคนที่สนิท คุณเป็นคนแบบไหนกันนะ

ผมค่อนข้างขี้อายกับคนแปลกหน้า แต่ถ้าสนิทกับใครแล้วผมจะปล่อยมุกตลอดเวลา และเป็นเด็กขี้แกล้ง ผมหัวเราะง่ายด้วยครับ เวลาอยู่ใกล้คนที่ผมไว้ใจน่ะครับ (ยิ้ม)

ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของคุณ Yoo Yeol’s Music Album ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ไม่มีใครรู้รายละเอียดเกี่ยวกับนอกจากเป็นเรื่องราวความรักของคนสองคนที่จูนกันเหมือนกับคลื่นความถี่ของคลื่นวิทยุที่เล่นเพลงรัก แต่ก็แคล้วคลาดกันไปมา อธิบายคาแร็กเตอร์ของตัวคุณหน่อยสิ

มันก็ยังคลุมเครืออยู่นั่นล่ะ ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพิ่งถ่ายจบไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเป็นดนตรีอยู่มาก และเรื่องราวก็พิเศษมากทีเดียวผมคิดว่านี่เป็นบทที่ยากที่สุดที่ผมเคยแสดงมาตลอดชีวิตนี้ก็รอติดตามเเล้วกันครับ

ได้ยินมาว่าคุณชอบร้องเพลงมากคุณฟังเพลงประเภทไหนบ้าง

ตอนที่ผมถ่ายเรื่อง Something in the Rain ผมจะฟังเพลงประกอบภาพยนตร์เพื่อให้ตัวเองมีสมาธิจดจ่อกับบทแต่ส่วนมากผมชอบฟังเพลงแจ๊ซน่ะครับ

ปีค.ศ. 2019 ผ่านมาสองเดือนแล้ว คุณมีอะไรที่อยากจะทำเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้ทำเมื่อปีที่แล้วบ้างไหม

ผมชอบเดินทาง แต่ก็มัวติดถ่ายซีรีส์และภาพยนตร์จนไม่เหลือเวลาเดินทาง ผมอยากจะเดินทางเพื่อพักผ่อนเข้าเสียทีแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปไหนนะครับ

10 Questions with Kim Jones

หลังจากเผยโฉมคอลเลกชั่นแรกของ Dior Men ไปอย่างฮือฮาน่าจับตามองแล้ว ลอฟฟีเซียล ออมส์ไทยแลนด์ ก็อดไม่ได้ที่จะดึงตัวKim Jones หัวหอกคนใหม่ของแบรนด์ Dior มาตั้งคำถามถึงแรงบันดาลใจ ไอเดีย และอะไรต่อมิอะไรในหัวเขา เพราะเราเชื่อว่าการเริ่มต้นใหม่ในครั้งนี้จะกลายมาเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการแฟชั่นอย่างแน่นอน

ในมุมมองของคุณ คุณมองแบรนด์ Dior อย่างไร

เป็นแบรนด์ที่เก๋ไก๋ หรูหรา สง่างาม โรแมนติกและเต็มไปด้วยเรื่องเล่า เรื่องราวอันเป็นต􀂷ำนานแต่ก็มีความทันสมัยที่พร้อมจะหมุนไปกับโลกใบนี้ มันมีความรีแล็กซ์บางประการที่สัมผัสได้ผมอยากจะทำให้แบรนด์นี้มีความสง่างามเพิ่มขึ้นไปอีก ความสง่างามถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผม ในส่วนกระบวนการทำงานนั้น Diorเป็นแบรนด์ที่มีทั้งเสื้อผ้ากูตูร์ และเสื้อผ้าเรดดี้ทูแวร์ ดังนั้นจึงมีกลิ่นอายของความเป็นกูตูร์อยู่มากในแต่ละคอลเลกชั่น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ ที่ได้มาทำงานในฐานะดีไซเนอร์

ไอเดีย คอนเซ็ปต์ และแรงบันดาลใจแรกสุดที่คุณใช้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นแรกให้กับ Dior Men คืออะไร และคุณนิยามเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับความเป็นตัวตนของคุณได้อย่างไร

มรดกตกทอดและคอลเลกชั่นต่างๆ ที่ Dior มีนั้นมหัศจรรย์มาก และพวกเขาก็เคารพต่อรากเหง้าของตัวเองได้อย่างน่านับถืออีกด้วย นี่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะร่วมต่อยอดตำนานให้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ผมเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นของแบรนด์ พร้อมหยิบเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นของเมอซิเออร์ดิออร์ และภาพเก่าๆ ของครอบครัวมาใช้เป็นเรเฟอเรนซ์ คือผมแอบขุดลงไปในชีวิตส่วนตัวของเขาด้วยนิดหน่อยล่ะคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2019 นี้ฉายแสงทุกอย่างของความเป็น Dior ออกมาอย่างหมดจดลวดลายดอกไม้ก็ได้มาจากการตกแต่งห้องรับประทานอาหารส่วนตัวของเมอซิเออร์ดิออร์ซึ่งสะท้อนความหลงใหลในธรรมชาติของเขา และปรัชญา femmes-fleurs ที่เขายึดมั่น เราก็หยิบภาพรวมตรงนั้นมาถ่ายทอดออกมาเป็นลายพิมพ์เพราะตัวเขาก็มีชื่อเสียงในเรื่องรสนิยมการรับประทานอาหารที่ละเมียดละไมเช่นกันส่วนบ็อบบี้ หมาสุดที่รักของเขา ก็เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้ำหอม Miss Dior เมื่อปี 1952 เราจึงดึงทั้งเขาและบ็อบบี้มาถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ของ Kaws ในส่วนของเครื่องประดับนั้นผมใส่ความโมเดิร์นเข้าไปในโลโก้ดั้งเดิมที่ครอบครัว Dior ใช้ก่อตั้งแบรนด์ตั้งแต่ยุค ’20s แล้วยังมีลายพิมพ์ซิกเนเจอร์อย่าง toile de Jouy ที่เมอซิเออร์ดิออร์ใช้ตกแต่งร้านแรกของเขาในปี 1947 ซึ่งเราเอามาประดับประดาเย็บบนผ้าโปร่งหลากหลายเนื้ออีกหนึ่งซิกเนเจอร์เห็นจะได้แก่กรรมวิธี cannage หรือการใช้เลเซอร์คัตลงไปในกระเป๋าหนังบางรุ่น และเทรนช์โค้ต ซึ่งเราก็นำมาปัดฝุ่นให้มีความทันสมัยและดูไม่หนักอึ้งเกินไป ผมคิดว่านี่คือการตีความความเป็น cannage ในรูปแบบใหม่ให้มีความเป็นมาสคิวลีนมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นการนำเอามรดกดั้งเดิมของแบรนด์มาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยนอกจากนั้นผมยังหยิบเอา Oblique และSaddle มาจัดการใหม่อีกด้วย กระเป๋าพวกนี้มีความเป็นมาสคิวลีนดั้งเดิมอยู่แล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะย้ายพวกมันมาอยู่ร่วมในคอลเลกชั่นผู้ชายอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ผมตัดสินใจเอาสัญญะสำคัญอย่างคำว่า saddle (อานม้า) มาตีความใหม่ในคอลเลกชั่นผู้ชาย ออกมาเป็นกระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าเป้ และกระเป๋าคาดเอว สัดส่วนของ ‘กระเป๋าอานม้า’เหล่านี้เจ๋งมากเลยนะครับ มันมีกลิ่นอายของความเป็นโคบาลอยู่สูงมาก ซึ่งนั่นก็บ่งบอกถึงความเป็นคอลเลกชั่นผู้ชายที่แท้จริง

เมอซิเออร์ดิออร์ให้แรงบันดาลใจอย่างไรบ้างใน Dior Men คอลเลกชั่นแรกนี้

Dior เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นแฟชั่นชั้นสูง และนั่นก็หมายถึงความเหมาะสมในทุกสิ่ง รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปดูเรเฟอเรนซ์ของตัวแบรนด์ Dior ในทุกยุคเอง ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ Dior ผมเคยอยู่ที่ Louis Vuitton มาก่อนนะครับ ซึ่งทั้งสองแบรนด์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Vuitton มีรากฐานมาจากแบรนด์เครื่องหนัง ทำกระเป๋าเดินทาง ซึ่งผมรักแบรนด์นั้นนะครับ และยังรักมาจนถึงตอนนี้ แต่การทำงานนั้นคนละเรื่องกันเลย ทุกอย่างถูกผลิตในโรงงาน ไกลจากออฟฟิศของเรา ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยได้เห็นเสื้อผ้าหรือโปรดักต์อื่นๆ เท่าไหร่ ในขณะที่การทำงานของ Dior นั้นมีอาเตลิเยร์อยู่ในออฟฟิศทั้งหมด คุณสามารถเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการได้ตลอดเวลา กระบวนการตัดเย็บนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากมีวิธีการทำงานที่ครีเอตมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด Vuitton เป็นยานพาหนะขนาดใหญ่ที่มีการหล่อลื่นไม่ติดขัด ในขณะที่ Dior ยังคงความเป็นกูตูร์ชั้นสูงของแบรนด์ไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งในฐานะดีไซเนอร์ การทำงานในสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง นอกจากนั้นเรายังสนุกกับการสร้างสรรค์ชิ้นงานกูตูร์ในแต่ละคอลเลกชั่นให้ออกมาน่าจดจำและน่าสะสมในขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอื่นๆ นั้นมีแนวทางที่ชัดเจน ผมรู้สึกว่า Dior โดดเด่นแตกต่างจากทุกแบรนด์ ผมจึงเริ่มจากการให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตก่อน อย่างพวกเสื้อผ้าสปอร์ตส์แวร์นั้นผมก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ความเป็นกูตูร์เข้าไปตอนฟินิชชิ่งมันคือการเบรกดาวน์สิ่งที่แบรนด์ถนัดอยู่แล้วนั่นคือเอเลเมนต์ความเป็นกูตูร์ที่จะถูกเสริมเข้าไปตรงโน้นตรงนี้ ซึ่งโดยรวมแล้วจะทำให้คอลเลกชั่นทั้งหมดมีความเป็นมาสคิวลีนและน่าสนใจมากขึ้น

ตอนที่เห็นกรุสมบัติที่แสดงถึง DNA ของแบรนด์ตั้งแต่เริ่มต้นนั้นคุณรู้สึกอย่างไรคอลเลกชั่นทั้งผู้ชายและผู้หญิงของ Diorนั้นโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ เสมอมาคุณสามารถรวบรวม ตกตะกอน และสังเคราะห์ไอเดียต่างๆ เพื่อออกมาเป็น Dior Men คอลเลกชั่นแรกที่เราเห็นวันนี้ได้อย่างไร

ผมต้องการหาเรเฟอเรนซ์ความเป็นออริจินอลของแบรนด์ Dior ก่อน และหาสัญญะความเป็นเสื้อผ้าผู้ชายในยุคปัจจุบัน ผมหาดูงานของเมอซิเออร์ดิออร์ทั้งหมดที่มี ซึ่งก็เป็นงานเสื้อผ้าผู้หญิงทั้งนั้น แต่ถ้าคุณมองให้ลึก เบรกดาวน์เอเลเมนต์ต่างๆ ออกมาก็จะเห็นเรื่องราวของเสื้อผ้าผู้ชายซ้อนทับอยู่ในนั้นได้ไม่ยากขอนิยามว่าสิ่งเหล่านี้คือ ‘ความโรแมนติก’มากกว่า ‘ความเป็นเฟมินีน’ นะครับ เพราะส่วนตัวผมคิดว่าแบรนด์นี้ค่อนข้างโรแมนติกทีเดียว ถ้าคุณเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ให้ถ่องแท้จะเห็นว่าทุกอย่างก็อยู่ตรงหน้ารอคุณหยิบมาเลือกใช้ครับ

ทำไมถึงเลือกใช้สีพาสเทลในคอลเลกชั่นนี้คุณสามารถนำเอาโทนสีแบบนั้นมาสอดแทรกในคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษในยุคปัจจุบันได้อย่างไร อธิบายหน่อย

ผมคิดว่าสีชมพูดิออร์และสีเทาดิออร์นั้นเป็นสองสีสำคัญที่ถ่ายทอดความเป็นเมซงนี้ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ตอนที่ก้าวเข้ามาร่วมงานกับ Dior ใหม่ๆ ผมได้รับบรีฟมาให้‘ใส่พลังงานและสีสันเข้าไปอีกเยอะๆ’ ดังนั้นผมจึงเลือกสองสีอันเป็นเอกลักษณ์นี้ เราเลือกสีชมพูเพราะมันเป็นสีที่ถูกใช้ในชุดยาวของสุภาพสตรีในช่วงที่เมซงนี้เพิ่งก่อร่างสร้างตัวและยังเป็นสีที่เมอซิเออร์ดิออร์ใช้ตกแต่งบ้านของเขาอีกด้วย และสำหรับคนที่คิดว่าสีชมพูไม่เหมาะกับสุภาพบุรุษละก็ ผมขอแนะนำให้คุณไปที่แอลเอนะ เด็กรุ่นใหม่ใส่สีชมพูเดินกันเกลื่อนเมืองเลยล่ะ

คิดอย่างไรถึงเลือก Kaws มาร่วมงานด้วยในคอลเลกชั่นนี้ คุณชอบงานของเขาตรงไหนกัน

ผมอยากร่วมงานกับ Kaws มาตั้งนานแล้วผมว่างานของเขามีเอกลักษณ์และสื่อสารถึงคนได้หลายกลุ่ม นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากให้งานของผมเป็นน่ะ ผมชอบงานของเขามาตั้งแต่เด็กๆ พอผมโตขึ้นมา เขาก็กลายเป็นศิลปินสำคัญคนหนึ่งของเจเนอเรชั่น แล้วงานของเขาก็เข้าถึงทุกคนได้จริงๆ และผมอยากได้อะไรที่มันเซอร์ไพรส์หน่อย เราจึงมอบหมายให้ Kaws ออกแบบตัวผึ้งใหม่ เราเอาเมอซิเออร์ดิออร์มาเป็นคาแร็กเตอร์คู่ขวัญกับบ็อบบี้หมาของเขา ผมอยากให้โชว์นี้ยิ่งใหญ่อลังการซึ่งความช่วยเหลือของ Kaws นั้นก็มาเติมเต็มความต้องการของผมได้สมบูรณ์แบบเลยล่ะถึง Dior จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ แต่ทีมงานทุกคนเคารพกันและกันเป็นอย่างมาก ทุกคนทำงานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน Kaws เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราได้อย่างไม่เคอะเขินเลยครับ

Saddle bag ถือเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ทันทีที่คุณนำมันมาออกโชว์ของ Dior Men ก็มีคนไปควานหาคอลเลกชั่นเก่ากันใหญ่ คุณตั้งใจลบเส้นแบ่งระหว่างแฟชั่นชาย-หญิงหรือเปล่า

ความเป็นมาสคิวลีนและเฟมินีนที่ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ Christian Dior นั้นมีอยู่สูงมาตลอด ในขณะที่ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี เขาก็ควานหาเสื้อโค้ตที่มีความเป็นสุภาพบุรุษสูงมาก ผมว่าคุณสามารถนำเอาไอเดียแบบนั้นมาปรับใช้ในคอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายได้ง่ายมากเลย ดูไม่เป็นผู้หญิงเกินไปด้วย มันดูหรูหรางามสง่ามากเลยนะเมื่อก่อนผมเคยซื้อเสื้อถักนิตของ Celine มาใส่ ก็ชอบและใส่ได้พอดีตัว ผมไม่ได้แยกแยะว่านั่นเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็แค่เสื้อผ้าสวยๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้นเองตราบใดที่เมื่อผู้หญิงเลือกเสื้อผ้าผู้ชายมาใส่หรือผู้ชายใส่เสื้อผ้าผู้หญิงแล้วเป็นประเด็นมันก็ไม่ใช่การแต่งตัวข้ามเพศอย่างแท้จริงเราอาศัยอยู่ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นมากนะ คุณต้องคิดนอกกรอบอะไรบางอย่างหน่อยน่ะ ลองดูพวกแร็ปเปอร์ก็ได้นะ พวกเขานี่โคตรจะผู้ชายเลยใช่ไหม แต่เดี๋ยวนี้ก็มีหลายคนเอาเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ สวยด้วยนะ อิทธิพลอะไรแบบนี้น่าสนใจจะตายคุณว่าไหมล่ะ

ลายดีไซน์ต้องการการตัดเย็บที่ประณีตละเอียดอ่อน อย่าง savoir-faire คุณมีปัญหาอะไรกับการผลิตเสื้อผ้าเรดดี้ทูแวร์ด้วยเทคนิคแบบนั้นมากไหม

สำหรับโชว์แรกผมให้ความสำคัญกับการตัดเย็บดั้งเดิมของแบรนด์จึงใส่ลงไปเต็มที่ แต่สำหรับซีซั่นถัดมาผมตั้งใจจะหาเทคนิคและนวัตกรรมใหม่ๆมาใส่มากขึ้น ผมแค่อยากจะเริ่มทำคอลเลกชั่นแรกให้ Dior ในแบบของ Dior เท่านั้นเองครับ

คิดจะเอาเทคนิค savoir-faire มาเป็นเทคนิคซิกเนเจอร์ให้กับคอลเลกชั่นในอนาคตบ้างไหม

เราพยายามหาชิ้นที่จะกลายเป็นชิ้นกูตูร์หลักในแต่ละคอลเลกชั่นอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องการตัดเย็บเท่านั้น แต่หมายถึงความสุขด้วย เราพยายามจะบาลานซ์ทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันDior เป็นแบรนด์ที่แตกต่างจากแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอื่นๆ ในตลาด ทักษะของช่างที่ทำงานในอาเตลิเยร์นั้นเป็นพลังงานสำคัญที่ทำให้ผมกระชุ่มกระชวย ดังนั้นผมจึงคิดอะไรจากสกิลล์และช่างฝีมือเหล่านั้น แน่นอนว่าเราก็ต้องให้ความสำคัญกับสายการผลิตหลักอยู่นั่นแหละแต่งานฝีมืออันละเอียดอ่อนถือเป็นจุดขายสำคัญ ดังนั้นโชว์แรกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องประกาศให้โลกรู้ถึงฝีมือของทุกคนภายในอาเตลิเยร์ และความละเอียดอ่อนของเทคนิค savoir-faire ส่วนฤดูกาลถัดๆ มานั้นเราจะหาอะไรใหม่ๆ มาเสริม เท่านั้นเอง

ใช้เวลานานไหมกว่าจะตกตะกอนความคิดโดยรวมของ Dior Men ได้

ผมเริ่มคิดจากชิ้นงานที่จะกลายมาเป็นศักราชใหม่ของ Dior ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ ไปค้นกรุผลงานเก่าๆ ของแบรนด์ ล้วงลึกลงไปในชีวิตส่วนตัวของเมอซิเออร์ดิออร์ ทั้งก่อนและหลังการกำเนิด Dior Couture โดยพยายามหาแก่นสารสำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้โดดเด่น โฟกัสไปที่ตัวเมอซิเออร์ดิออร์เอง เพราะชีวิตส่วนตัวเขายังดูลึกลับอยู่มาก เขาเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว มีทีมงานที่ทุ่มเทสุดชีวิตห้อมล้อม มันน่าสนใจมากนะสำหรับผม ผมพยายามค้นหาว่าเขาชอบอะไรสมัยเด็กๆ เพราะแฟชั่นในยุคนี้ก็ถูกสวมโดยพวกเด็กๆ ทั้งนั้น ผมหาไอเดียการแต่งตัวของผู้ชายคนนี้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไปจนถึงวัย 75 ถึงผมจะเข้าใจภาพรวมว่าผู้ชายส่วนใหญ่ในโลกนี้แต่งตัวอย่างไร แต่ผู้ชาย Dior นั้นจะต้องรู้ตัวว่าพวกเขาต้องการอะไร ต้องมั่นใจในตัวเองรักรากเหง้าของตัวเอง แต่ก็ไม่กลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ เขารู้จักโลกใบนี้ดีและเคารพมันอย่างสุดหัวใจน่ะครับ

Dior Men Winter 2019 show

Dior Men Winter 2019 show