Posts

BREITLING X TRIUMPH

พบกับการจับคู่นาฬิการะดับสุดยอด Breitling และรถจักรยานยนต์สุดหรู Triumph เป็นการร่วมมือครั้งใหม่อันน่าทึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม café-racer ในปี 1960 ซึ่งในยุคนั้นสายบิดกับการแข่งรถรุ่งโรจน์มาก และเกิดกระแส“café-racer” ซึ่งพวกเขาจะไปพบปะกันที่คาเฟ่จำหน่ายเครื่องดื่มพร้อมรถจักรยานยนต์ที่มีสไตล์ ซึ่งพวกเขาจะตระเวณไปตามคาเฟ่สุดฮิปต่างๆ นี่คือการร่วมมือของสุดยอดแห่งเวลาและความเร็วที่นานๆ ครั้งจะโคจรมาพบกัน ไม่ว่าสายบิดหรือสายนักสะสมนาฬิกาคงต้องหามาครอบครองกันแล้ว

Willy Breitling ตระเวณไปวัดความเร็วของนักบิดเปี่ยมสไตล์เหล่านั้นด้วยนาฬิกาที่เป็นรูปแบบใหม่ในการจับเวลา ผลลัพธ์ก็คือนาฬิกา Breitling Top Time Triumph ซึ่งเป็นนาฬิกาโครโนกราฟแหวกแนวที่ออกแบบมาสำหรับ “มืออาชีพรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น” ทำให้เป็นนาฬิกายอดนิยมอย่างรวดเร็วสำหรับชายและหญิงออกแนวสปอร์ตที่ห้าวหาญ

วันนี้ จิตวิญญาณของ café-racer เปี่ยมเสรีแห่งทศวรรษ 1960 ได้กลับมาอีกครั้ง เป็นการทำงานร่วมกันแบบท็อปไทม์ครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นระหว่าง Breitling และ Triumph รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษ และนับเป็นปีที่ 120 ที่ Triumph ผสมผสานงานฝีมืออันเก่าแก่เข้ากับการออกแบบร่วมสมัยเพื่อสร้างรถจักรยานยนต์คลาสสิก

“มรดกของ Triumph และความงามแบบย้อนยุคแต่มีความสมัยใหม่เป็นสองสิ่งที่เรามีเหมือนกัน” Georges Kern ประธานกรรมการบริหารของ Breitling กล่าว “การผสมผสานระหว่างประเพณีกับเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราทำ”

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรก Breitling ผลิตนาฬิกา Top Time Triumph ที่มีพื้นผิวขัดมันอันโดดเด่นในลวดลายโบว์ไทที่เรียกเล่นๆ ว่า “หน้าปัด Zorro” โดยนักสะสม Top Time ขณะเดียวกัน Triumph กำลังเปิดตัวรถจักรยานยนต์ The Speed Twin Breitling Limited Edition ซึ่งผู้ที่ได้ครอบครองจะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษในการซื้อ Top Time Triumph รุ่นพิเศษด้วย โดยรุ่นนี้มีหน้าปัดแบบ Sunray และฝาหลังแบบจะแกะสลักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นก็คือหมายเลขของจักรยานยนต์ที่คู่กัน (การสั่งซื้อกับ Triumph ภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2022)

ความเจิดจรัสของนาฬิกาทั้งสองเรือนคือหน้าปัดสีน้ำเงินไอซ์บลู สีที่เป็นเอกลักษณ์นี้มีการอ้างอิงหลักสองประการ: Triumph Thunderbird 6T สีน้ำเงินจากปี 1951 และ Breitling Top Time Ref. สีน้ำเงินที่หายาก 815 จากปี 1970

ความโดดเด่นอื่นๆ ได้แก่ สายหนังลูกวัวในธีมรถแข่งที่ดูเรียบหรู ช่วยให้หน้าปัดเปล่งประกาย โลโก้ Breitling และ Triumph วางไว้อย่างประณีตที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา ปุ่มกดทรงดอกเห็ดขนาดใหญ่ช่วยควบคุมฟังก์ชันหยุด-เริ่มและรีเซ็ตของโครโนกราฟได้อย่างง่ายดาย และสเกลทาคีมิเตอร์คอนทราสต์สูงที่ให้ความชัดเจนในการอ่านค่าความเร็วอย่างเด่นชัด นาฬิกาใช้พลังงานจากกลไก Breitling Calibre 23 ซึ่งเป็นโครโนมิเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก COSC สามารถสำรองพลังงานได้ประมาณ 48 ชั่วโมง และอีกหนึ่งคุณลักษณะเจ๋ง ๆ ที่นักสะสมจะหลงรักนั่นก็คือ ฝาหลังสลักด้วยภาพร่างการออกแบบที่มีรายละเอียดของเครื่องยนต์แฝดของ Triumph
หน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. Top Time Triumph จึงมีความพอเหมาะสำหรับชายและหญิงเช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม สำหรับแฟน ๆ ของแบรนด์ Triumph และผู้ที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ Speed ​​Twin Breitling Limited Edition ก็คงต้องมีอย่างแน่นอน


Triumph Speed ​​Twin Breitling รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น รถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษนี้จะมีการผลิตเพียง 270 คันเท่านั้น มาดูการออกแบบที่ร่วมสร้างสรรค์กันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน Polychromatic Blue ที่ปรากฏบนหน้าปัดของนาฬิกาโครโนกราฟ Top Time ซึ่งเป็นโทนสีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรถมอร์เตอร์ไซค์ Triumph รุ่นอมตะในภาพยนตร์นักบิดที่เป็นตำนานจากปี 1953 เรื่อง The Wild One
สเปคสุดพรีเมี่ยมของรถจักรยานยนต์ด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบคู่หลัง Öhlins piggyback twin rear suspension units  ที่ปรับแต่งได้เต็มที่ เป็นสเปกที่สูงกว่า ผสานกับสมรรถนะ ความสามารถ และเทคโนโลยีของ Speed ​​Twin เจนเนอเรชั่นล่าสุด
รวมทั้งรายละเอียดเครื่องยนต์ที่ไม่ซ้ำใคร อุปกรณ์ตกแต่งคลัตช์อะลูมิเนียมกลึง Billet และ alternator พร้อมผิวเคลือบอะโนไดซ์สีเข้มแสดงโลโก้ Breitling ที่ทำขึ้นอย่างประณีต


เบาะหนังพรีเมี่ยมทำจากหนังสีดำเจาะรูพร้อมเย็บตะเข็บสีเทาตัดกันเชื่อมโยงดีไซน์กับสายนาฬิกา Top Time Triumph และโดดเด่นด้วยการปัก Breitling “B” อย่างหรูหรา
ปรับแต่งรายละเอียดแสดงผลความเร็วของรถ ร่วมออกแบบโดย Breitling มาตรวัดความเร็วและ RPM gauges ของรถจักรยานยนต์ใช้สไตล์เดียวกับการออกแบบหน้าปัดนาฬิกา Top Time Triumph
นี่คือการร่วมมือของสุดยอดแห่งเวลาและความเร็วที่นานๆ ครั้งจะโคจรมาพบกัน ไม่ว่าสายบิดหรือสายนักสะสมนาฬิกาคงต้องหามาครอบครองกันแล้ว

TUDOR: PELAGOS FXD

สายดำน้ำต้องมองนาฬิการุ่นนี้จาก TUDOR เป็นพิเศษแล้ว เพราะนี่คือผลงานที่รังสรรค์ขึ้นจากสายสัมพันธ์ที่ TUDOR มีต่อนาฬิกาดำน้ำและการทำงานร่วมกับกองทัพเรือฝรั่งเศส นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการนำทางใต้น้ำและการใช้งานระดับมืออาชีพที่เปี่ยมประสิทธิภาพสูงสุด นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 การรังสรรค์หนึ่งในนาฬิกานักดำน้ำยุคใหม่รุ่นแรกๆ ของ TUDOR มาจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 ทางแบรนด์ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหานาฬิกาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องเสมอมา

ด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญของกองทัพเรือฝรั่งเศส Pelagos FXD(หมายเลขอ้างอิง 25707B/21) ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อกำหนดเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการนำทางใต้น้ำและการใช้งานระดับมืออาชีพที่เปี่ยมประสิทธิภาพสูงสุด นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 การรังสรรค์หนึ่งในนาฬิกานักดำน้ำยุคใหม่รุ่นแรกๆ ของ TUDOR มาจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 ทางแบรนด์ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหานาฬิกาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องเสมอมา TUDOR ได้หวนรำลึกถึงความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้อีกครั้งด้วยนาฬิการุ่น Pelagos FXD ซึ่ง FXD หมายถึงบาร์สำหรับใส่สายนาฬิกาแบบยึดติดกับตัวเรือนที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ในครั้งนี้แบรนด์ภูมิใจนำเสนอนาฬิกาทางเทคนิคที่ตรงตามข้อกำหนดเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ Commando Hubert ซึ่งเป็นหน่วยจู่โจมใต้น้ำที่มีชื่อเสียงของกองทัพฝรั่งเศส

จุดเด่นสำคัญ
• ตัวเรือนไทเทเนียมผิวสัมผัสซาติน ขนาด 42 มม. พร้อมบาร์สำหรับใส่สายนาฬิกาแบบยึดติด ผลิตจากแท่งโลหะชิ้นเดียว และฝาหลังตัวเรือนสลักโลโก้ Marine nationale (กองทัพเรือฝรั่งเศส) และข้อความจารึก “M.N.21” (Marine nationale 2021) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการสลักข้อความดั้งเดิมในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980
• ขอบตัวเรือนหมุนได้สองทิศทางทำจากไทเทเนียม พร้อมวงแหวนทำจากเซรามิกที่แสดงช่องแบ่งเวลา 60 นาทีแบบเรโทรเกรด เคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด X1 ของสวิส
• หน้าปัดสีน้ำเงินกรมท่าแบบด้าน ประดับด้วยเครื่องหมายชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด X1 ของสวิส
• คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) พร้อมด้วยสปริงซิลิคอนเพิ่มสมดุลและพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง
• เข็มนาฬิกาทรง “เกล็ดหิมะ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิกานักดำน้ำ TUDOR มาตั้งแต่ปี 1969 เคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด X1 ของสวิส
• สายผ้าแบบชิ้นเดียวที่เป็นระบบยึดรัดได้เองสีน้ำเงินกรมท่า พร้อมแถบกลางสีเทา และสายอีกหนึ่งเส้นทำจากยางแบบชิ้นเดียวปั๊มด้วยลายผ้า

TUDOR และกองทัพเรือฝรั่งเศส
TUDOR ได้ร่วมมือกับ Marine nationale (กองทัพเรือฝรั่งเศส) ในปี 2021 เพื่อสืบสานความสัมพันธ์อันยาวนานที่มีมานับตั้งแต่ปี 1956 ซึ่งในครั้งนั้น Groupe d’Étude et de Recherches Sous-Marines (G.E.R.S.) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพเรือฝรั่งเศสที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองตูลง ได้นำเอานาฬิกา Oyster Prince Submariner บางรุ่นไปประเมินประสิทธิภาพการทำงานในสถานการณ์จริง โดยเป็นนาฬิการุ่นหมายเลขอ้างอิง 7922 และ 7923 ซึ่งทั้งสองรุ่นสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 100 เมตร (330 ฟุต) และมาพร้อมกลไกลานแบบอัตโนมัติและแบบหมุนเองตามลำดับ ผู้บัญชาการของ G.E.R.S. ในขณะนั้นได้ตัดสินว่าการกันน้ำของนาฬิกาเหล่านี้ “สมบูรณ์แบบ” และประสิทธิภาพในการทำงาน “ถูกต้องทั้งหมด” ด้วยความเชื่อมั่นในสมรรถนะของอุปกรณ์จากแบรนด์ที่มาจากเจนีวานี้ เขาจึงได้สั่งซื้อนาฬิกาเพิ่ม ทำให้ TUDOR มีสถานะเป็น “ผู้จัดหานาฬิกาอย่างเป็นทางการของกองทัพเรือฝรั่งเศส” ในปี 1961

นาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทางกองทัพเรือฝรั่งเศสก็ได้เลือกใช้นาฬิกาจากทางแบรนด์หลายต่อหลายรุ่นมานานหลายทศวรรษต่อจากนั้น และในวันนี้ นาฬิกานักดำน้ำที่โด่งดังที่สุดของ TUDOR ซึ่งทางกองทัพเรือฝรั่งเศสได้เลือกใช้ก็คือรุ่นหมายเลขอ้างอิง 9401 พร้อมหน้าปัดและขอบตัวเรือนสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สลักตัวย่อ “M.N” ไว้ที่ฝาหลังตัวเรือน ตามด้วยปีที่วางจำหน่าย โดยนำเสนอนาฬิกาในสองรูปแบบ ได้แก่ รุ่นเข็มนาฬิกาทรง “เกล็ดหิมะ” พร้อมเครื่องหมายบอกชั่วโมง ส่วนอีกรุ่นจะมาพร้อมเครื่องหมายบอกชั่วโมงทรงสามเหลี่ยม นาฬิการุ่นนี้เปิดตัวในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 และได้รับการจัดหาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสจนถึงช่วงทศวรรษที่ 1980 และยังมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทศวรรษที่ 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนสอนดำน้ำของกองทัพเรือฝรั่งเศส รวมถึงหน่วยจู่โจมใต้น้ำ ถึงแม้จะถูกนำออกจากรายการวัสดุคงคลังของกองทัพเรือฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แต่ทุกวันนี้ก็ยังอาจพบเห็นนาฬิการุ่นนี้ได้ในบางครั้งบนข้อมือของทหารกองหนุนและทหารเรือที่เกษียณแล้ว นาฬิการุ่น Pelagos FXD นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นฉบับอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง

ข้อกำหนดจำเพาะที่ไม่เหมือนใคร
Pelagos FXD นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นร่วมกับหน่วยจู่โจมใต้น้ำของกองทัพเรือฝรั่งเศส โดยอ้างอิงจากข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงซึ่งมีความพิถีพิถัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้นาฬิกามาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงานที่ไม่เคยมีมาก่อนในนาฬิกา TUDOR เช่น บาร์สำหรับใส่สายนาฬิกาที่เชื่อมเข้ากับตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42 มม. เพื่อเพิ่มความทนทานและความมั่นใจในการใช้งาน โดยบาร์สำหรับใส่สายนาฬิกานี้เป็นส่วนที่ต่อออกมาจากปลายขานาฬิกา และถือเป็นรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของนาฬิการุ่นนี้เลยทีเดียว

อีกหนึ่งคุณสมบัติจำเพาะของรุ่นนี้ก็คือขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ที่มี 120 ร่อง ซึ่งหมุนได้สองทิศทาง พร้อมช่องแบ่งเวลาแบบเรโทรเกรดที่แสดงตัวเลขจาก 60 ถึง 0 ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 6425:2018 ของนาฬิกานักดำน้ำ แต่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงตามวิธีที่เรียกว่า “การนำทางใต้น้ำ” อันเป็นหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของเจ้าหน้าที่หน่วยจู่โจมใต้น้ำ

การนำทางใต้น้ำ
การนำทางใต้น้ำประกอบด้วยการไปถึงตำแหน่งที่ตั้งทางทะเลได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องขึ้นมาบนผิวน้ำตามเส้นทางที่วางแผนเอาไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน นักดำน้ำจะทำการนำทางใต้น้ำนี้เป็นคู่ๆ โดยผูกโยงระหว่างกันไว้ด้วยเชือกนิรภัยหรือ “Life Line” และว่ายน้ำเป็นเส้นตรงเป็นช่วงๆ ตามที่นำทางโดยเข็มทิศแม่เหล็ก นักดำน้ำจะว่ายด้วยความเร็วคงที่ตามเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วง และว่ายให้ได้จำนวนช่วงตามที่จำเป็นพร้อมกับจับเวลาแต่ละช่วงอย่างแม่นยำ โดยการนำทางนี้จะต้องทำการเริ่มจับเวลาถอยหลังใหม่ในแต่ละครั้งที่มีการเปลี่ยนเส้นทาง เครื่องหมายแบ่งเวลาแบบทวนเข็มนาฬิกาและขอบตัวเรือนเรืองแสงของนาฬิการุ่นนี้ช่วยให้สามารถตั้งเวลาและควบคุมเวลาที่นับถอยหลังในแต่ละครั้งได้อย่างง่ายดาย โดยตั้งเวลาสำหรับการว่ายแต่ละช่วงบนขอบตัวเรือนให้สอดคล้องกับเข็มนาที เมื่อเข็มนาทีเดินไปถึงฝั่งตรงข้ามกับสามเหลี่ยม ทีมก็จะเปลี่ยนเส้นทางและนักดำน้ำที่มีหน้าที่ควบคุมเวลาก็จะเริ่มทำการจับเวลาถอยหลังครั้งถัดไป นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมวงแหวนขอบตัวเรือนขนาดใหญ่ ซึ่งกว้างกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเรือนเพื่อความสะดวกในการบิดหมุนแม้ในขณะที่สวมถุงมือดำน้ำหรือเมื่อมือรู้สึกชาจากการดำน้ำเย็นเป็นระยะเวลานาน

ในแง่ของความงาม นาฬิการุ่น Pelagos FXD ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR ที่กองทัพเรือฝรั่งเศสนำมาใช้จนกลายเป็นตำนาน โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินกรมท่าและมีเครื่องหมายบอกชั่วโมงทรงสี่เหลี่ยมและเข็มนาฬิกามุมเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ เกล็ดหิมะ ที่ทางแบรนด์เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1969 เพื่อให้นาฬิกาสามารถเรืองแสงได้เด่นชัดยิ่งขึ้นในสภาวะที่มีแสงสลัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมขอบตัวเรือนหมุนได้ที่เป็นวงแหวนเซรามิกพ่นทรายเคลือบด้วยสารเรืองแสง ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 42 มม. กันน้ำได้ถึง 200 เมตร และมีผิวสัมผัสแบบซาตินทั้งหมดเพื่อให้มีรูปลักษณ์แบบด้านที่ช่วยลดการสะท้อนแสง เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงคุณลักษณะที่เป็นทางการของนาฬิกา ฝาหลังของตัวเรือนสลักด้วยโลโก้ Marine nationale (กองทัพฝรั่งเศส) ซึ่งประกอบด้วยสมอเรือและหมวกทหารเรืออยู่ด้านบน รวมถึงอักษรย่อ “M.N.21” สำหรับ “Marine nationale 2021” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์

สายนาฬิกาผ้าทอที่เป็นมรดกตกทอดของกองทัพเรือฝรั่งเศส
แต่เดิมนั้นทางกองทัพเรือฝรั่งเศสได้สั่งนาฬิกา TUDOR แบบไม่มีสาย จากนั้นจึงนำไปใส่สายของตนเองทั้งในแบบแฮนด์เมดหรือแบบอื่นๆ โดยดูเหมือนว่าจะมีสายนาฬิกาสองรูปแบบที่ใช้อย่างแพร่หลายตลอดระยะเวลาหลายปี แบบแรกคือสายสีดำทำจากไนลอนถักแบบชิ้นเดียว และอีกแบบที่พบเห็นน้อยกว่าก็คือสายแบบแฮนด์เมดที่ทำจากยางยืดร่มชูชีพ ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่มองเห็นได้จากสีเขียวของสายและแถบกลางที่เป็นสีเหลืองหรือแดง ซึ่งสายแบบหลังอันเป็นอนุสรณ์ตกทอดที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในการใช้งานที่เชื่อมโยงกับนักดำน้ำของฝรั่งเศสอย่างเหนี่ยวแน่นนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจของสายนาฬิกาผ้าในรุ่น Pelagos FXD

สายผ้าแบบชิ้นเดียวนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ TUDOR ซึ่งในปี 2010 ได้กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาแบรนด์แรกๆ ที่มอบสายผ้ามาให้พร้อมกับนาฬิกา ผ้าดังกล่าวทอขึ้นในฝรั่งเศสด้วยเครื่องทอผ้าแจ็กการ์ดสมัยศตวรรษที่ 19 โดยบริษัท Julien Faure ในแคว้นแซงต์ เอเตียน มีความโดดเด่นด้านคุณภาพและความรู้สึกสบายยามสวมใส่บนข้อมือที่ไม่เหมือนใคร สำหรับรุ่น Pelagos FXD นั้น TUDOR และ Julien Faure ได้มีการพัฒนาเทคนิคขั้นสูงแบบใหม่ในการผลิตสายนาฬิกาเพื่อให้สอดคล้องกับความเรียบง่ายในการทำงานของนักดำน้ำกองทัพเรือฝรั่งเศส รังสรรค์ขึ้นจากริบบิ้นโพลีเอทิลีนถักสีน้ำเงินกรมท่าขนาด 22 มม. ที่มีแถบกลางสีเงิน หัวเข็มขัดไทเทเนียมรูปตัว “D” และระบบยึดรัดได้เอง โดยสามารถปรับให้พอดีกับข้อมือขนาดต่างๆ และให้ความรู้สึกสบายขณะสวมใส่

และด้วยความบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อที่ Julien Faure ธุรกิจครอบครัวซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1864 ได้ทอริบบิ้นสำหรับตกแต่งเฉพาะในโรงงานของตนเองเป็นเวลาหลายปีโดยตั้งชื่อตามเรือของกองทัพเรือฝรั่งเศส และเป็นส่วนสำคัญของบาชิ หมวกพู่สีแดงอันเป็นตำนานที่ทหารเรือและลูกเรือฝรั่งเศสสวมใส่กัน

นอกจากนี้ Pelagos FXD ยังมาพร้อมสายอีกหนึ่งเส้นทำจากยางแบบชิ้นเดียวปั๊มลาย พร้อมหัวเข็มขัดรวมมาให้ด้วย นับว่าเป็นครั้งแรกที่ TUDOR ได้นำเสนอสายในรูปแบบเรียบง่ายที่สวมใส่สบายนี้

คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเอง
คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเอง ซึ่งขับเคลื่อนนาฬิการุ่น Pelagos FXD แสดงชั่วโมง นาที และวินาที โดยมีพื้นผิวแบบเดียวกันกับคาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองรุ่นอื่นๆ ของ TUDOR ได้แก่ โรเตอร์ทำจากทังสเตนแบบโมโนบล็อกที่มีลวดลายฉลุ พร้อมพื้นผิวซาตินที่ตกแต่งรายละเอียดแบบพ่นทราย แผ่นเชื่อมและแท่นเครื่องมีพื้นผิวแบบพ่นทรายสลับกับขัดเงาและตกแต่งด้วยเลเซอร์

โครงสร้างถูกออกแบบมาเพื่อรับประกันถึงความทนทาน อายุการใช้งานที่ยืนยาว ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรง เช่นเดียวกับเม็ดถ่วงสมดุลในตัวนาฬิกาซึ่งรักษาสมดุลด้วยแผ่นเชื่อมอันมั่นคงที่มีจุดยึดสองจุด และด้วยสปริงซิลิคอนแบบไร้แม่เหล็ก คาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองจึงเป็นโครโนมิเตอร์ที่ผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นยิ่งกว่ามาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันอิสระแห่งนี้ โดยอันที่จริงแล้ว ทาง COSC อนุญาตให้กลไกนาฬิกามีความผันแปรเฉลี่ยสำหรับอัตราการทำงานในแต่ละวันอยู่ที่ระหว่าง -4 ถึง +6 วินาทีตามเวลาสัมบูรณ์ในแต่ละครั้งที่เคลื่อนไหว แต่ TUDOR ยังคงยืนยันที่จะกำหนดความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ไว้ที่ -2 ถึง +4 วินาทีสำหรับนาฬิกาของบริษัทที่ประกอบสมบูรณ์แล้ว

อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นก็คือพลังงานสำรองของคาลิเบอร์ MT5602 ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองนั้น “ไม่หยุดสุดสัปดาห์” หรือกล่าวคือประมาณ 70 ชั่วโมง จึงทำให้ผู้สวมใส่สามารถถอดนาฬิกาในคืนวันศุกร์และสวมกลับคืนอีกครั้งตอนเช้าวันจันทร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องไขลานหรือตั้งเวลาใหม่

นาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR
ประวัติศาสตร์ของนาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1954 ที่ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นหมายเลขอ้างอิง 7922 ด้วยคุณสมบัติการกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร (330 ฟุต) นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของนาฬิกา “นักดำน้ำ” ที่ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ราคาที่เอื้อมถึงได้ ความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรง สิ่งเหล่านี้คือตัวแทนแห่งหลักปรัชญาของนาฬิกาประเภทเครื่องมือของแบรนด์ หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกเป็นเวลากว่า 70 ปี นาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR ยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และมีหลายรุ่นที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากมืออาชีพในสายงานต่างๆ ซึ่งรวมถึงกองทัพราชนาวีที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกหลายประเทศ การเปิดตัว Pelagos FXD ในปี 2021 บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ TUDOR ที่จะสืบสานเรื่องราวใต้ทะเลร่วมกับพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างกองทัพเรือฝรั่งเศสต่อไป

การรับประกันโดย TUDOR
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรังสรรค์โดย Hans Wilsdorf เมื่อปี 1926 และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเขาที่ต้องการสร้างนาฬิกาที่ตอบโจทย์สูงสุด TUDOR ยังคงมุ่งมั่นที่จะผลิตนาฬิกาที่แข็งแกร่ง ทนทาน น่าเชื่อถือ และเที่ยงตรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและความมั่นใจในคุณภาพที่เหนือชั้นของนาฬิกา TUDOR จึงมีความยินดีมอบการรับประกันห้าปีสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น โดยการรับประกันนี้ไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนหรือนำนาฬิกามาตรวจซ่อมบำรุงใดๆ และสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ TUDOR ยังแนะนำให้นำนาฬิกามาเข้ารับบริการทุก 10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งานจริงในแต่ละวันด้วย

เกี่ยวกับ TUDOR
TUDOR คือแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับรางวัล ซึ่งนำเสนอนาฬิกาที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น มีความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว และมาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่าไม่มีใครเทียบได้ ต้นกำเนิดของ TUDOR เริ่มขึ้นเมื่อปี 1926 โดยชื่อ “The Tudor” ได้ถูกจดทะเบียนในฐานะแบรนด์เป็นครั้งแรกในนามของ Hans Wilsdorf ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Rolex เขาได้ก่อตั้งบริษัท Montres TUDOR SA ในปี 1946 เพื่อผลิตนาฬิกาซึ่งมีทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือดังเช่น Rolex แต่อยู่ในระดับราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ ด้วยความทนทานและราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้นี้เอง จึงทำให้ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมา เหล่าผู้กล้านักผจญภัย ทั้งบนพื้นดิน ใต้น้ำ และท่ามกลางหิมะต่างพร้อมใจกันเลือก TUDOR เป็นนาฬิกาคู่ใจ คอลเลกชันของ TUDOR ในปัจจุบันนั้นประกอบด้วยนาฬิการุ่นเอกลักษณ์มากมาย อาทิ Pelagos, Black Bay, 1926 และ Royal ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา TUDOR ยังได้นำเสนอคาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง พร้อมฟังก์ชันการทำงานหลากหลายและสมรรถนะในการทำงานที่เหนือชั้น

ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมด้วยตัวคุณเองทางออนไลน์ได้ที่ https://tudor.watch/PelagosFXD

Chopard : Mille Miglia 2021 Race Edition

หลังการรื้อฟื้นจัดให้มีการแข่งขัน 1,000 Miglia ในปี 1977 ได้ทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องยนต์ของรถยนต์ในตำนานอย่างต่อเนื่อง ด้วยระยะทางการแข่งขัน 1,600 กม. ผ่านซานมารีโน โรม เซียนา และฟลอเรนซ์ ในฐานะที่ Chopard เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักและผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของงานตั้งแต่ปี 1988 Chopard ได้สืบทอดความมุ่งมั่นนี้อีกครั้งในปีนี้ โดยการเปิดตัว Cronographs Mille Miglia 2021 Race Edition 

สำหรับโอกาสนี้ เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 1,000 ชิ้น ทำจากสแตนเลสสตีลหรือแบบทูโทน 250 ชิ้นทำจากสแตนเลสสตีลและพิงค์โกลด์ 18 กะรัต นาฬิกาสุดหรูนี้มาพร้อมกลไกการทำงานที่มีความแม่นยำที่ผ่านการรับรอง ‘Chronometer’ สะท้อนถึงความหลงใหลที่แน่วแน่ของ Chopard ที่มีต่อมอเตอร์สปอร์ต สำหรับ The 2021 1000 Miglia ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 19 มิถุนายนปีนี้ ถือเป็นการบัญญัติกฎครั้งประวัติศาสตร์ครั้งที่ 39 ของ ‘การแข่งขัน Red Arrow’ โดย 1,000 Miglia ครั้งแรกเกิดขึ้นในปีค.ศ. 1927 เมื่อกลุ่มผู้ชื่นชอบรถใน Brescia จัดการแข่งขันเพื่อทดแทนการสูญเสีย Italian Grand Prix ให้กับ Monza เส้นทางปี 2021 จะเป็นการแสดงความเคารพต่อการแข่งขันดั้งเดิม โดยมีการออกกฎใหม่นี้เป็นครั้งแรก ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา รถยนต์สี่ร้อยคันจะมุ่งหน้าไปยังชายฝั่ง Tyrrhenian จากเมือง Brescia โดยหยุดที่ Viareggio ก่อนขับไปยังกรุงโรม อาเพนนีเนส และโบโลญญา

กลไกโครโนกราฟที่ให้ความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
นาฬิกาทุกเรือนในคอลเลกชั่นนาฬิกา Mille Miglia มีความสปอร์ตและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง รุ่นล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันแรลลี่ก็ไม่ได้แตกต่างกัน โครโนกราฟไขลานอัตโนมัติที่สร้างขึ้นเพื่อ เป็นครั้งแรกและใหม่ล่าสุด การวัดเวลาอย่างเชื่อถือได้ รุ่น Mille Miglia 2021 Race Edition เป็นนาฬิกาที่ได้รับความไว้วางใจ สำรองพลังงานได้ 48 ชั่วโมง ฟังก์ชันหยุดวินาที กันน้ำได้ 100 เมตร และคริสตัลแซฟไฟร์กันแสงสะท้อนเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็น
ทั้งสองตัวเลือกนี้แบ่งออกเป็นรุ่นตัวเรือนสแตนเลส 1,000 เรือน และตัวเรือนสแตนเลส และทองคำ 18 กะรัต 250 เรือน กลไกการทำงานที่ได้รับการรับรองความเที่ยงตรงจาก COSC ซึ่งเป็นการรับประกันความแม่นยำที่สำคัญ


รายละเอียดตัวบ่งชี้โครโนกราฟถูกเน้นด้วยเข็มสีแดงเพิ่มความชัดเจนของเข็มวินาทีตรงกลาง ตัวนับ 30 นาทีที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และตัวนับชั่วโมงที่ 6 นาฬิกา การรักษาสัดส่วนที่สมมาตรบนหน้าปัดอย่างพิถีพิถัน การแสดงวินาทีเล็กๆ จะปรากฏขึ้นที่ 9 นาฬิกา และช่องหน้าต่างแสดงวันที่อยู่ที่ 3 นาฬิกา กรอบมีสเกลทาคีมิเตอร์เซรามิกสีดำขัดเงาพร้อมเครื่องหมายแล็กเกอร์สีขาวแสดงถึงเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบที่จะช่วยให้นักแข่งคำนวณความเร็วเฉลี่ยระหว่างการแข่งขันแรลลี่ 1,000 Miglia ซึ่งการแข่งความเร็วครั้งประวัติศาสตร์นี้ขึ้นอยู่กับการจับเวลาที่แม่นยำ และนั่นคือเหตุผลที่ Chopard แม่นยำและแม่นยำในทุกด้านของการผลิตนาฬิกา ยังคงเป็นคู่หูที่ดีที่สุดสำหรับการแข่งขัน


Mille Miglia 2021 Race Edition เป็นนาฬิกาที่มีประสิทธิภาพสูง มีฟังก์ชั่นเพื่อการงานได้ดีและทนทาน ขอบหน้าปัดทำจากสเตนเลสสตีลหรือโรสโกลด์ 18 กะรัตขัดเงาตามแบบแผนดั้งเดิมพร้อมเม็ดเซรามิกสีดำ ถ่ายทอดรูปลักษณ์จากหน้าปัดและมาตรวัดของรถยนต์คลาสสิก ฝาหลังยึดด้วยสกรูและมีธงลายตารางหมากรุก โลโก้ 1,000 Miglia และคำจารึก ‘Brescia > Roma > Brescia’ เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างนาฬิกากับการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยสีเทาและสีเงินที่เข้มข้น ขับเน้นด้วยสีแดง ทำให้นาฬิกาทั้งเรือนมีอัตลักษณ์ทางภาพที่ชัดเจน


ข้อต่อสายสั้นพอดีกับข้อมือส่วนใหญ่ และการออกแบบตัวเรือนสแตนเลสขนาด 44 มม. ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์รถคลาสสิกที่ผสมผสานสไตล์ร่วมสมัยเข้ากับจิตวิญญาณสไตล์วินเทจ แม้แต่สร้อยข้อมือหนังลูกวัวยังได้รับแรงบันดาลใจจากถุงมือแข่งแบบมีรูพรุนแบบดั้งเดิม เย็บแบบทูโทนสีแดงหรือสีดำ บุด้วยยาง และชวนให้นึกถึงลวดลายของยาง Dunlop ในยุค 1960 — มอเตอร์สปอร์ตพยักหน้ารวมอยู่ในคอลเลกชั่น Mille Miglia ปี 2018 ของ Chopard ปิดท้ายด้วยตัวล็อคแบบพับสแตนเลสขัดเงาและขัดซาติน สายรัดนี้เป็นส่วนสำคัญของคุณลักษณะของ Mille Miglia 2021 Race Edition
หน้าปัดสีเทาที่ได้จากการชุบกัลวานิกบนฐานทองเหลือง โดดเด่นด้วยพื้นผิวปัดซาตินแบบวงกลมที่ดำเนินการโดยช่างฝีมือของผู้ผลิตหน้าปัด ลวดลาย ‘ลูกศรสีแดง’ ของ 1000 Miglia อันโด่งดังชี้ไปที่การแสดงวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ซึ่งอ่านได้ชัดเจนผ่านเลนส์ขยายวันที่ เข็มนาฬิกาและตำแหน่งบอกชั่วโมงเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อให้อ่านค่าได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญเมื่อขับรถท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

BLACK BAY CERAMIC

TUDOR เปิดตัว นาฬิการุ่น Black Bay Ceramic ที่มีความพิเศษสุดและแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความเชี่ยวชาญด้านแทคนิคของแบรนด์ โดยที่ตัวเรือนทำจากเซรามิกสีดำด้านพร้อมกลไกที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง และได้รับการรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเตอร์จากสถาบัน METAS

Black Bay Ceramic คือตัวอย่างชั้นเลิศแห่งความเชี่ยวชาญของ TUDOR

ที่เป็นหนึ่งในมาตรฐานระดับสูงสุดของอุดสาหกรรมนี้ในด้านการทำงานที่เที่ยงตรงและความต้านทานต่อสนามแม่เหล็ก

นาฬิกาในตระกูล Black Bay นี้ผ่านการทดสอบโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธรัฐหรือ METAS

จึงเปรียบเสมือนตัวแทนอันยอดเยี่ยมของการผสมผสานสุนทรียภาพเข้ากับเทคโนโลยีสุดล้ำ

ส่วนประกอบที่ทำจากเซรามิกสีดำด้านและกลไกลานสีดำ ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง

ขับเน้นให้เห็นถึงสมรรถนะในการทำงานอันโดดเด่นของ Black Bay Ceramic

จุดเด่นสำคัญ

1. ตัวเรือนเซรามิกสีดำด้านขนาด 41 มม.

2. หนำาปัดทรงโดมสีดำด้าน ประดับด้วยสัญลักษณ์บอกชั่วโมง

3. เข็มนาฬิกาทรง “เกล็ดหิมะ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิกานักดำน้ำ TUDOR มาตั้งแดปี 1969

เคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง Super-LumiNova  เกรด เอของสวิส

4. คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) พร้อมด้วยแฮร์สปริงซิลิคอนและพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง

5. การรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเดอร์

6. การรับประกันห้าปีที่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นไดโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนหรือตรวจซ่อมบำรุงดามระยะ

คุณภาพระดับ TUDOR

TUDOR ประสบความสำเร็จในการส่งนาฬิการุ่น Black Bay Ceramic

เข้ารับการทดสอบเพื่อขอการรับรองสถานะมาสเตอร์โครโนมิเตอร์

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างไม่หยุดยั้ง

นาฬิการุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกในคอลเลกชั่นของ TUDOR ที่ถูกส่งไปทดสอบภายในมาตรฐานระดับนี้

การผ่านการรับรองนี้เป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนที่สำคัญหลายอย่างกับคาลิเบอร์ที่ TUDOR

พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งหมายความว่า TUDOR

สามารถมอบการรับรองคุณภาพจากองค์กรอิสระเพื่อรับประกันถึงนาฬิกาที่มีคุณภาพชั้นเลิศของบริษัทได้

การรับรองมาตรฐานอย่างครอบคลุมโดยองค์กรอิสระและมาตรฐานระดับสูง

การรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเตอร์จากสถามัน METAS

มีขั้นตอนการพิจารณาที่ครอบคลุมโดยรวมถึงคุณลักษณะของฟังก์ชันการทำงานหลักของนาฬิกา ได้แก่ความเที่ยงตรง

ความต้านทานต่อสนามแม่เหล็ก การกันน้ำ และพลังงานสำร้อง สถาบันมีมาตรฐานที่สูงเป็นอย่างยิ่งโดยเริ่มจากความเที่ยงตรง

ในการจะผ่านเกณฑไ์ด้นั้นนาฬิกาจะต้องสามารถทำงานได้ภายในเกณฑ์การผันแปรในช่วง 5 วินาทีต่อวัน (0 +5) ซึ่งต่ำกว่าที่สถาบันการทดสอบโครโนมิเตอรอ์ย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์(COSC) กำหนดไว้ถึง 5 วินาที (-4 +6) สำหรับในแต่ละกลไกลานท่ีทำการทดสอบ และต่ำกว่าค่ามาตรฐานภายในที่ TUDOR กาหนดไว้สำหรับนาฬิการุ่นต่างๆ ของแบรนดที่ใช้คาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเองอยู่ 1วินาที (-2 +4)
การรับรองน้ียังรับประกันถึงความแม่นยำในการทำงานของนาฬิกาเมื่ออยุ่ในสนามแม่เหล็กที่มีระดับ 15,000 เกาส์
ประการสุดท้ายสถาบันยังรับประกันถึงความสามารถในการกันน้ำตามที่ผู้ผลิตได้แจ้งไว้ โดยสอดคล้องตามมาตรฐาน  22810:2010 ขององค์การมาตรฐานสากล (ISO)
รวมไปถึงการรับประกันพลังงานสำรองของนาฬิกามาสเตอร์โครโนมิเตอร์แต่ละเรือน นอกจากนี้
ยังมีคุณสมบัติอีกสองข้อที่จำเป็นต้องมีก่อนที่จะผ่านเกณฑ์การับรอง ได้แก่ การผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ Swiss Made และกลไกลานต้องผ่านการรับรองโดยสถาบันการทดสอบโครโนมิเตอร์อย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) 

รูปลักษณ์ของความไฮเทค

นาฬิการุ่น Black Bay Ceramic ของ TUDOR ผสมผสานสุนทรียภาพของความร่วมสมัยและรายละเอียดของความไฮเทค

ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งมรดกตกทอดแห่ง TUDOR ได้อย่างกลมกลืน

ด้วเรือนเซรามิกโมโนบล็อกสีดำด้านมีพื้นผิวแบบพ่นทรายพร้อมด้วยการขัดแต่งเหลี่ยมมุมของขอบตัวเรือนตัดกับการขัดเงาซึ่ง

ขับเน้นผิวตัวเรือนให้มีความงดงามและตกแด่งด้วยลายเส้นที่โดดเด่น

วงแหวนขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ทำจากเซรามิกสีดำผิวซาตินชันเรย์เช่นเดียวกัน

ช่องแบ่งเวลาแบบสลักในโทนสีเดียวกันเพิ่มรายละเอียดให้กับพื้นผิวแบบด้านที่สะท้อนแสงเล็กน้อย

นอกจากนี้หน้าปัดยังเป็นสีดำล้วน มีเพียงเครื่องหมายดำแหน่งชั่วโมงเท่านั้นที่ตัดชอบด้วยวัสดุเรืองแสงสีขาวหม่น

ประการสุดท้าย สายนาฬิกาที่ผสมผสานสองวัสดุระหว่างหนังและยางซึ่งแน่นอนว่าเป็นสีดำอีกเช่นกัน พร้อมด้วยลวดลายเกล็ดหิมะ” ที่ด้านใน และตัวล็อกแบบพับ รวมทั้งสายผ้าสีดำแถบคาดสีครีมที่รวมมาให้อีกเส้นเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับสีดำทีเข้มขรึมของนาฬิการุ่นนี้

คาลิเบอร์ MT5602- 1U ที่พัฒนาขึ้นภ ายในโรงงานของตนเอง

คาลิเบอร์ MT5602- 1U ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงนของตนเอง ซึ่งเป็นขุมพลังของ Black Bay Ceramic

แสดงการทำงานของชั่วโมง นาที และวินาที โดยมีผิวสัมผัสเช่นเดียวกันกับคาลิเบอร์ ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของ TUDOR

รุ่นอื่นๆ แต่เป็นสีดำสนิทเพื่อให้สอดรับกับรูปลักษณ์โดยรวมของนาฬิกา โดยเน้นให้เห็นสมรรถนะในการทำงานที่โดดเด่น

โรเตอร์ทำจากทังสเดนแบบโมโนบล็อกสีดำที่มีลวดลายฉลุ พร้อมผิวสัมผัสซาตินที่ตกแด่งรายละเอียดแบบพ่นทราย

แผ่นเชื่อมและแท่นเครื่องมีพื้นผิวแบบพ่นทรายสลับกับขัดเงาและดกแต่งด้วยเลเซอร์

โครงสร้างถูกออกแบบมาเพื่อรับประกันถึงความทนทานและความเที่ยงตรง

เช่นเดียวกับเม็ดถ่วงสมดุลในตัวนาฬิกาซึ่งถ่วงด้วยแผ่นเชื่อมอันมั่นคงที่มีจุดยืดสองจุด

และด้วยแฮร์สปริงซิลิคอนแบบไร้แม่เหล็ก คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเอง

ทำให้สามารถทำงานได้ภายใด้เกณฑ์การผันแปรที่ยอมรับได้ในช่วง 5 วินาที (0 +5)

อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นก็คือพลังงานสำรองของคาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาชี้บในโรงงานของตบเองนั้น

“ไม่หยุดสุดสัปดาห์” หรือกล่าวคือ 70 ชั่วโมง ซึ่งได้ผ่านการรับรองโดยสถาบัน METAS

จึงทำให้ผู้สวมใส่สามารถถอดนาฬิกาในคืนวันศุกร์และสวมกลับคืนอีกครั้งในตอนเช้าวันจันทร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องไขลานหรือ

ตั้งเวลาใหม่ แม้ผู้สวมใส่จะหยุดพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ แต่นาฬิการุ่นนี้จะไม่หยุดทำงาน

หมายเลขอ้างอิง 79210CNU

ตัวเรือน

ตัวเรือนเซรามิกสีดำด้านขนาด 41 มม. พร้อมผิวสัมผัสแบบพ่นทรายละเอียดและตัวเรือนตรงกลางแบบโมโนบล็อก

ฝาหลังตัวเรือนแบบเปิดทำจากเหล็กกล้า 316L เคลือบ PVD สีดำ พร้อมคริสตัลแซฟไฟร์

ขอบตัวเรือน

ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวทำจากเหล็กกล้า 316L เคลือบ PVD สีดำ

พร้อมดิสก์เซรามิกสีดำผิวชาตินชันเรย์ที่แสดงช่องแบ่งเวลา 60 นาที สลักด้วยเครื่องหมายดำแหน่งและตัวเลข

ม็ดมะยม

เม็ดมะยมทำจากเหล็กกล้า 316L เคลือบ PVD สีดำแบบขันเกลียว พร้อมสัญลักษณ์กุหลาบ TUDOR แบบนูน

และท่อเม็ดมะยมทรงกลมผิวชาติน

หน้าปัด

ทรงโดมสีดำ

กระจกคริสตัล

คริสตัลแชฟไฟร์ ทรงโดม

การกันน้ำ

กันน้ำได้ลึกถึง 200 ม. (660 ฟุด)

สายนาฬิกา

สายนาฬิกาที่ผสมผสานสองวัสดุระหว่างหนังและยาง พร้อมตัวล็อกแบบพับทำจากเหล็กกล้า 316L และสลักนิรภัยเหล็กกล้า

316L เคลือบ PVD สีดำ และยังมีสายผ้าสีดำพร้อมแถบคาดครีมและหัวเข็มขัดเหล็กกล้า 316L เคลือบ PVD สีดำ

รวมมาให้ในกล่องอีกด้วย

คาลิเบอร์

คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง

กลไกลานอัตโนมัติพร้อมระบบโรเตอร์หมุนได้สองทิศทาง

พลังงานสำรอง

70 ชั่วโมงที่ผ่านการรับรองโดยสถาบัน METAS

ความเที่ยงตรง

สวิสโครโนมิเตอร์ที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการโดย COSC

(สถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์)

การรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเดอร์จากสถาบัน METAS

ฟังก์ชันการทำางาน

เข็มชั่วโมง นาที และวินาทีตรงกลาง

เข็มวินาทีจะหยุดเมื่อตั้งเวลาเพื่อให้ตั้งเวลาได้อย่างแม่นยำ 

วงจรกำเนิดฐานเวลา

เม็ดถ่วงสมดุลที่ปรับแต่งอย่างละเอียดได้ด้วยสกรู

สปริงซิลิคอนเพิ่มสมดุลแบบไร้แม่หล็ก

ความถี่: 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง (4 Hz)

เส้นผ่านศูนย์กลางโดยรวม

31.8 มม.

ความหนา

6.5 มม.

อัณมณีในกลไก

25 เม็ด