Posts

ยอดเติบโตสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 13% แม้ในช่วงโควิด Burberry การันตีว่า Riccardo Tisci จะอยู่กับแบรนด์ต่อไปอีกอย่างแน่นอน

Burberry ได้เปิดเผยรายงานการประกอบการประจำไตรมาสแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกลับมาสู่ระดับการเติบโตเท่ากับตอนก่อนเกิดการระบาดของ Covid แล้วและยังทำได้ดีกว่าที่กว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้กว่าถึง 13% นอกจากนั้นแบรนด์สัญชาติอังกฤษยังได้ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับอนาคตของแบรนด์ภายใต้การนำของ Creative Director ชาวอิตาลีคนปัจจุบันอย่าง Riccardo Tisci ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้อีกด้วย

ตามรายงานของ Business of Fashion CFO ของ Burberry อย่าง Julie Brown เปิดเผยว่าทางแบรนด์มีความมั่นใจอย่างสูงว่า Tisci จะยังคงอยู่ในตำแหน่งแม้ว่า Marco Gobbetti ผู้เป็น CEO ของ Burberry มากว่า 5 ปีจะย้ายไป Ferragamo อย่างกะทันหัน. Tisci ยังคง “ตื่นเต้น” กับโปรเจกต์ของเขาที่ Burberry แต่ทั้งนี้ Brown ไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับระยะเวลาที่เหลือของสัญญาที่ Tisci มีกับแบรนด์. และในปีที่แล้ว Tisci ก็มีข่าวลือว่าจะย้ายไปยัง Versace แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

ถ้าเปรียบเทียบอย่างละเอียดเป็ยอดขายของ Burberry เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2019 โดยทำเงินได้ 664 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสที่ผ่านมา(สิ้นสุดเมื่อ 26 มิถุนายน). แม้ว่าจะเป็นการเพิ่มเพียงเล็กน้อยแต่การที่ยอดขายเพิ่มทั้งๆที่ต้องเจอกับการแพร่กระจายของโควิดก็ถือว่าทำได้ดีมากๆแล้ว

Brown ยังเผยกับนักข่าวอีกว่า “เรามีกลยุทธ์ที่ชัดเจน เรามีทีมผู้บริหารระดับสูงที่มีความสามารถ เรามีความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า

เรื่อง Teeratat Somudomsup

เรียบเรียง  rhunrun 

ติดอีกราย! Cristiano Ronaldo นักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ติดโควิด-19

ติดอีกราย! Cristiano Ronaldo ซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการฟุตบอล ของทีมชาติโปรตุเกสและสโมสร Juventus มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยังมีสภาพร่างกายแข็งแรงดีแต่จะพลาดการลงสนามให้โปรตุเกสที่จะต้องเจอสวีเดนในการแข่ง Nations League เราขอให้ยอดนักเตะวัย 35 ขวัญใจแฟนๆ หายป่วยไวๆครับ!

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Unidos dentro e fora do campo! 🇵🇹👏🏽👊🏽 #todosportugal

โพสต์ที่แชร์โดย Cristiano Ronaldo (@cristiano) เมื่อ

ป้องกันฝุ่นละอองและการแพร่ระบาดของโควิดอย่างมีสไตล์ ด้วยหน้ากากรุ่นใหม่จาก Ralph Lauren!

ในปัจจุบันนี้ มีหน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้นให้ลูกค้าได้เลือกซื้อและเลือกใส่กันในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพวกเราก็ยังคงต้องอยู่ในภาวการณ์เช่นนี้ไปอีกสักพักใหญ่ทีเดียวครับ วันนี้ ออมส์ก็ขอนำเสนออีกหน้ากากตัวเลือกหนึ่งจาก Ralph Lauren แก่ผู้อ่านทุกท่านครับ 

แบรนด์ Menswear คุณภาพจากอเมริกาแห่งนี้ได้เผยโฉมของหน้ากากผ้าสองแบบที่จะเริ่มจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ หน้ากากแบบแรกอย่าง The Polo Cloth Mask นั้นได้รับการยืนยันมาตรฐานว่าสามารถกรองฝุ่นและอนุภาคต่าง ๆ ได้ถึง 80% ในขณะที่หน้ากากอีกรุ่น The Polo High-Filtration Mask นั้นกรองฝุ่นละอองได้มากถึง 95% เลยทีเดียว โดยหน้ากากทั้งสองรุ่นนั้นล้วนมีโลโก้คนขี่ม้าแข่งโปโลของแบรนด์ประทับอยู่ และมีเนื้อผ้าต่าง ๆ ของแบรนด์ให้เลือกสรร ซึ่งรวมไปถึงผ้าตาลายทาง Stripe และคู่สีพื้นอันโด่งดังครับ 

ทางแบรนด์ระบุว่า รายได้ 50% ของหน้ากากแต่ละชิ้นที่ยังไม่รวมภาษีนั้นจะนำไปบริจาคให้แก่กองทุน COVID-19 Solidarity Response Fund ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสหประชาชาติ 

แม้วันจัดจำหน่ายในสโตร์ต่าง ๆ จะยังไม่มีการประกาศออกมา แต่สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของหน้ากากสองรุ่นนี้ได้ทางเว็บไซต์ของ Ralph Lauren เรียกได้ว่าเป็นหน้ากากผ้าที่น่าสนใจมากทีเดียวในยามนี้ครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ยังไม่ฟื้นตัว! LVMH เผยผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2020 โดยมีรายได้ตกลงไปมากถึง 38%

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทเจ้าของแบรนด์หรูหลากหลายหมวดหมู่ LVMH ได้ออกมาประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2/2020 ของบริษัท ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญว่า รายได้ของบริษัทในไตรมาสนี้ลดลงไปถึง 38% และยอดขายของผลิตภัณฑ์แฟชั่นและเครื่องหนังต่าง ๆ – ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton – ตกลงไป 37% อันเป็นผลมาจากการปิดร้านค้ากับบูติกในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่หยุดชะงักไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้ที่ 42% และ 38% ตามลำดับ 

“แม้ว่าจะมีสัญญาณการฟื้นตัวเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนจากการดำเนินงานต่าง ๆ ของบริษัท แต่รายได้ในสหรัฐฯ และทวีปยุโรปยังคงตกลงอยู่ในไตรมาสนี้” LVMH ออกมาชี้แจง “อย่างไรก็ตาม ในทวีปเอเชียนั้นมีสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะจากการกลับมาเติบโตในประเทศจีน” ส่วนกำไรของหกเดือนแรกของบริษัทในปี 2020 นี้อยู่ที่ 1.67 พันล้านยูโร (ประมาณ 61.8 พันล้านบาท) น้อยกว่าที่ประเมินไว้ที่ 2.32 พันล้านยูโร (85.8 พันล้านบาท) แต่ “การกำไรของแบรนด์ Louis Vuitton Christian Dior และ Moët Hennessy นั้นยังอยู่ในระดับที่สูง” ทางบริษัทกล่าวเสริม 

แผนผังแบรนด์ในกลุ่ม LVMH

ด้านรายได้จากทางออนไลน์นั้น LVMH กล่าวว่า “ยอดขายจากออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญนั้น มีผลต่อรายได้เพียงเล็กน้อยหลังจากการปิดร้านค้าเป็นเวลาหลายเดือน” ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่เคยประกาศไปเมื่อปี 2018 นั้น บ่งบอกว่าบริษัทมียอดขายจากช่องทางออนไลน์อยู่ที่เพียง 8% ผู้ลงทุนจึงยังคงจับตาดูว่า การแพร่ระบาดของโรคฯ จะเร่งให้บริษัทปรับตัวสู่โลกดิจิตอลมากขึ้นหรือไม่ 

นอกเหนือจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์จาก Credit Suisse ออกมาว่า Louis Vuitton – ที่โดงดังจากลวดลายโมโนแกรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ – ได้ปรับราคาของกระเป๋าไอคอนิกรุ่นต่าง ๆ ขึ้นอีก 5% ในตลาดสำคัญเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับสถานการณ์ในขณะนี้ 

ต้องจับตากันดูต่อไปครับว่า ผลประกอบการของบริษัทแฟชั่นอื่น ๆ ในไตรมาสนี้ – ที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์กันไว้ว่าจะเป็นไตรมาสที่เลวร้ายที่สุดจากโรคระบาด – จะเป็นเช่นไรต่อไป ยังไงเราก็เป็นกำลังใจให้นะครับ!  

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ! Ted Baker ประกาศลดจำนวนพนักงานใน UK กว่า 1 ใน 4 จากภาวะโควิด-19

แม้ว่าตอนนี้สโตร์ของแบรนด์ดังต่าง ๆ จะกลับมาเปิดบริการได้บ้างจากมาตรการคลายล็อกดาวน์ แต่ทุกแบรนด์ยังคงดำเนินการการปฏิรูปแผนธุรกิจเพื่อลดภาระและค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ซึ่งวันนี้ Ted Baker แบรนด์เครื่องแต่งกายชื่อดังจากสหราชอาณาจักรจะลดพนักงานออกไปถึงหนึ่งในสี่เลยทีเดียวครับ 

จากรายงานของ Sunday Times มีรายละเอียดว่า จะมีการลดจำนวนพนักงานออกไป 500 จาก 2,000 ตำแหน่งในอังกฤษภายในสิ้นปีนี้ โดยจะเลิกการจ้างงานที่สำนักงานใหญ่ของแบรนด์ที่กรุงลอนดอนกว่า 200 ตำแหน่ง ในขณะที่อีก 300 ตำแหน่งที่เหลือจะเป็นการลดพนักงานจากช็อปและบูธต่าง ๆ ในประเทศกว่าหลายสิบแห่ง คาดว่าการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้จะทำให้ Ted Baker ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 7.5 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 230 ล้านบาท)  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Trying to work out if summer’s back. It’s a maybe. @stayfancyj (Snake print cotton T-shirt: PORTION)

โพสต์ที่แชร์โดย Ted Baker Menswear (@ted_baker_menswear) เมื่อ

“เราเชื่อว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปแบรนด์ และสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคต” ทางแบรนด์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางอีเมลเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้ ก็ต้องมาติดตามกันต่อไปครับว่า ทาง Ted Baker และแบรนด์แฟชั่นอื่น ๆ จะปรับตัวต่อสถานการณ์โลกที่ท้าทายนี้อย่างไรครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ทนพิษโควิดไม่ไหว! Valentino ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อปิด Flagship Store สาขาหลักบนถนน Fifth Avenue ในแมนฮัตตัน

แม้ว่าจะมีมาตรการคลายล็อกดาวน์ให้ร้านค้าต่าง ๆ เปิดทำการได้อีกครั้งในมหานครนิวยอร์ก – ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงสามเดือนหลังที่ผ่านมา – แต่หลายแบรนด์ดังก็ตัดสินใจปิดร้านของตัวเองในมหานครแห่งนี้เนื่องจากได้รับผลกระทบทางธุรกิจอย่างหนัก เช่น Victoria’s Secret ที่ยื่นคำร้องต่อศาลและฟ้องผู้ให้เช่าพื้นที่เพื่อยกเลิกสัญญาเช่าร้าน flagship store ใน Herald Square และตอนนี้ Valentino แบรนด์หรูจากอิตาลีก็ต้องการที่จะปิดร้านของตัวเองในแมนฮัตตันตามไปอีกรายครับ 

เว็บไซต์ Business of Fashion รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (21 มิถุนายน) Valentino ได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดของแมนฮัตตันเพื่อฟ้องร้องบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Savitt Partners ผู้ให้เช่าพื้นที่ร้านของแบรนด์บนถนน Fifth Avenue ในแมนฮัตตัน – ซึ่งเป็นย่านเดียวกับที่ตั้งของร้าน high-end ของแบรนด์อื่น ๆ อย่าง Louis Vuitton และ Versace 

โดย Valentino ต้องการยกเลิกสัญญาเช่าเนื่องจากไม่สามารถกลับมาเปิดร้านแห่งนี้ได้อีกแม้จะมีมาตรการผ่อนปรนออกมาก็ตาม ด้าน Savitt Partners ก็ได้ประกาศว่า จะไม่ยอมให้แบรนด์อิตาเลียนนี้ยกเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดในปี 2029 หลังจากเริ่มการเช่าพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2013

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Valentino จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรในอนาคต และจะมีหน้าร้านของแบรนด์หรูแห่งไหนที่ต้องปิดตัวลงไปอีกเนื่องจากพิษของโคโรนาไวรัสครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

เจ็บนี้อีกนาน! Chanel คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปอีก 2 ปี

อย่างที่เราได้นำเสนอในระยะหลังครับว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบแก่วงการลักซัวรี่เป็นอย่างมาก และทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องปรับตัวกันยกใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยังไม่คลี่คลายจนกว่าจะถึงปี 2022 อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของผู้บริหาร Chanel ครับ 

Philippe Blondiaux ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินของ Chanel ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้รายได้และกำไรลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญในปีนี้ และจะทำให้อุตสาหกรรมนี้เผชิญกับความยากลำบากไปอีกเป็นเวลา 18-24 เดือนครับ  

Karl Lagerfeld และ Virginie Viard

ปีที่แล้ว Chanel นั้นทำรายได้กว่า 12.3 พันล้านเหรียญฯ (ประมาณ 381,300 ล้านบาท) และทำกำไรได้ 3.5 พันล้านเหรียญฯ (108,500 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากผลประกอบการปีที่แล้ว 13% และ 16.6% ตามลำดับ แม้จะมีดีไซน์เนอร์คนใหม่อย่าง Virginie Viard มือขวาของดีไซเนอร์ชื่อดังชาวเยอรมันผู้ล่วงลับ Karl Lagerfeld ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าตามคำสัมภาษณ์ของ Blondiaux แต่เนื่องด้วยปีนี้มีการเดินทางท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก และกลุ่มลูกค้าสำคัญอย่างชาวจีนหายไป ทำให้มีการคาดการณ์ว่ายอดขายของผลิตภัณฑ์แบรนด์หรูอาจตกลงไปถึง 17-35% เลยทีเดียว โดยอาจต้องรอจนถึงปี 2023 ที่ยอดขายของทุกแบรนด์จะรวมกันได้กว่า 281 พันล้านยูโร (9.7 ล้านล้านบาท) เท่ากับปี 2019 

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปครับว่า Chanel รวมไปถึงแบรนด์ไฮเอนด์อื่น ๆ จะมีกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างไรต่อไปครับ 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

โควิดเป็นเหตุ! ราคาเพชรปรับลดลงกว่า 25% ในช่วงการแพร่ระบาดฯ

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายต่อทุก ๆ อุตสาหกรรมอย่างแท้จริง แม้แต่อุตสาหกรรมเครื่องเพชรก็ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า ผู้ผลิตเพชรรายเล็กบางรายต้องลดราคาเพชรลงถึง 25% ทั้งนี้มีสาเหตุจากการที่ร้านจิลเวอร์รี่ต่าง ๆ ต้องปิดไปในช่วงการล็อกดาวน์ สต็อกสินค้าจึงเพิ่มขึ้น  

ในทางกลับกัน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเพชรรายใหญ่ เช่น De Beers จากสหราชอาณาจักร และ Alrosa PJSC จากรัสเซีย นั้นออกมาปกป้องตลาดเพชรและปฏิเสธการลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ De Beers ต้องย้ายการจัดโปรโมชั่นลดราคาประจำปี จากเดิมที่มักจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม มาเป็นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายลดลงกว่า 90% จากยอด 416 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 12,896 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 35 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 1,085 ล้านบาท) ในปีนี้ 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Are you going to an online Friday party this evening? 💃🕺💎 In the photo: round-cut diamonds mined in Russia and faceted by our cutting and polishing division 'Diamonds of ALROSA'. The photo was made by Vlad Volkov specially for ALROSA Magazine #diamonds #fridaydiamonds #diamondsALROSA #ALROSA ➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖➖ А вы сегодня идете на онлайн-вечеринку? 💃🕺💎 На фото: бриллианты, ограненные московским дивизионом 'Бриллианты АЛРОСА'. Автор фото: Влад Волков, специально для журнала АЛРОСА #БриллиантыАЛРОСА #бриллианты #АЛРОСА

โพสต์ที่แชร์โดย ALROSA® (@alrosadiamonds) เมื่อ

Gemdax บริษัทประเมินและให้คำปรึกษาในอุตสาหกรรมเครื่องเพชรนั้นเผยว่า ผู้ผลิตเพชรรายใหญ่ที่สุด 5 แห่งนั้นมียอดคงค้างของมูลค่าผลิตภัณฑ์ส่วนเกินอยู่ราว 3.5 พันล้านเหรียญฯ (108,500 ล้านบาท) และตัวเลขอาจพุ่งขึ้นไปเป็น 4.5 พันล้านเหรียญฯ (ประมาณ 139,500 ล้านบาท) ในสิ้นปีนี้  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

A or B? 🤔🤔🤔 #AP #Cartier

โพสต์ที่แชร์โดย #Icebox Diamonds & Watches (@icebox) เมื่อ

แต่ถึงอย่างนั้นสัญญาณเชิงบวกก็เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว อย่างในประเทศจีนที่ผู้จัดจำหน่ายเพชรเริ่มกลับมาเปิดทำการ หรือในประเทศอินเดียที่กลับมาเปิดกำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 50 

Knot cufflinks ทองคำขาวฝังเพชรจาก De Beers

ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปครับว่า ผู้ผลิตเพชรเจ้าต่าง ๆ นั้นจะออกมาจะปกป้องตลาดและคงมูลค่าของเพชรอย่างไรในช่วงการเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลก ส่วนใครที่อยากเก็บงานเพชรและอัญมณีนี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นเจ้าของในราคาที่ต่ำกว่าช่วงปกติครับ! 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

NBA เตรียมกลับมาแข่งฤดูกาล 2019-20 อีกครั้ง!

แฟนบาสเกตบอลเตรียมเฮได้เลยครับ เพราะบอร์ดฯ NBA ได้ออกมาประกาศการรับรองรูปแบบการแข่งขันของศึก NBA ประจำฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่ต้องหยุดการแข่งขันลงชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 ไปเมื่อเดือนมีนาคม โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดการแข่งขันในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม และมีทีมที่เข้าร่วมทั้งหมด 22 ทีม นำโดย Milwaukee Bucks, Toronto Raptors, Boston Celtics จากฝั่งตะวันออก และ Los Angeles Lakers, LA Clippers, Utah Jazz จากฝั่งตะวันตก 

ทุกแมตช์ที่เหลือนั้นอาจจัดขึ้นที่ ESPN Wide World of Sport ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ Walt Disney World Resort ในรัฐฟลอริดาแห่งเดียวเท่านั้น โดยแต่ละทีมจะฝึกซ้อมในเมืองเหย้าของตนช่วงปลายเดือนมิถุนายนก่อน แล้วจะย้ายไปสถานที่การแข่งขันในเดือนกรกฎาคม ซึ่งผู้เล่นและทีมงานทุกคนจะต้องอยู่ในบริเวณไซต์ฯ ตลอดเวลา อีกทั้ง NBA ยังได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อสร้างมาตรการที่เข้มงวดและปลอดภัยครับ  

หากเริ่มการแข่งขันในวันที่ 31 กรกฎาคมจริง เกมสุดท้ายในรอบ Final จะจัดไม่เกินวันที่ 12 ตุลาคม ส่วนการจับฉลาก Draft จะเลื่อนไปเป็นวันที่ 25 สิงหาคม, NBA Draft เลื่อนเป็นวันที่ 15 ตุลาคม และเลื่อนการเปิดฤดูกาล 2020-21 เป็นวันที่ 1 ธันวาคมนี้ 

“เรายังตระหนักอีกว่า ในขณะที่กำลังเตรียมการกลับมาจัดการแข่งขันนั้น สังคมของเรากำลังตกอยู่ในโศกนาฏกรรมแห่งการเหยียดเชื้อชาติและความอยุติธรรม เราจะทำงานร่วมกับทีมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมและอิทธิพลในการสื่อสารในประเด็นเหล่านี้ด้วยวิธีการที่จริงจังครับ” Adam Silver คอมมิชชั่นเนอร์ของ NBA ได้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมในห้วงเวลาของการเคลื่อนไหว Black Lives Matter ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งทีมต่าง ๆ ผู้เล่น และ NBA เองได้ออกมาสนับสนุนการประท้วงครั้งนี้เช่นกันครับ 

อีกอดใจเดียวแฟนบาสฯ ก็จะได้กลับมาลุ้นเกมการแข่นขันอีกครั้งนะครับ ส่วนตอนนี้ ใครที่คิดถึงบรรยากาศในสนามมาก ๆ สามารถเข้าไปที่ Netflix เพื่อชมสารคดี The Last Dance หรือการเต้นรำบนคอร์ทบาสครั้งสุดท้ายของ Michael Jordan และสองคู่หูอย่าง Scottie Pippen และ Dennis Rodman ในชุด Chicago Bulls ให้หายคิดถึงกันก่อนนะครับ  

ดูโพสต์นี้บน Instagram

The gods @jasonmhehir @jumpman23 @netflix #thelastdance #netflix #jumpman23

โพสต์ที่แชร์โดย The Last Dance (@thelastdancenetflix) เมื่อ

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

Gucci เริ่มโครงการ CHIME FOR CHANGE เพื่อร่วมต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงต่อเพศหญิงในช่วงวิกฤต COVID-19

ซัลมา ฮาเย็ค ปิโนลท์ (Salma Hayek Pinaultผู้ร่วมก่อตั้งCHIME FOR CHANGEและกรรมการThe Kering Foundation เปิดตัวแคมเปญ#StandWithWomenโดยเน้นให้ประโยชน์แก่องค์กรพันธมิตรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วโลก

ผู้หญิงและเด็กได้รับผลกระทบอย่างไม่เหมาะสมในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ขึ้น การระบาดของCOVID-19 ไปทั่วโลกส่งผลให้ความรุนแรงทวียิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศ รวมถึงความรุนแรงต่อผู้หญิง ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องในการต่อสู้กับการระบาดของ COVID-19 Gucci ได้ดำเนินการผ่านโครงการ CHIME FOR CHANGE ร่วมกับ KERING FOUNDATIONในการร่วมสร้างสรรค์แคมเปญ#StandWithWomen ขึ้น โดยแคมเปญนี้ทำขึ้นเพื่อขยายการระดมทุนในการ สนับสนุนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อให้เป็นแนวหน้าในการสนับสนุนผู้หญิงและเด็กทั่วโลกและจัดการกับความรุนแรงทางเพศระหว่างการระบาดใหญ่ของ COVID-19

แคมเปญ#StandWithWomenภายใต้การนำของบริษัท Kering ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Gucci และมูลนิธิได้เรียกร้องให้มีการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ“ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกัน” หรือ “We Are All in This Together” ได้ส่งเงินบริจาคจำนวนทั้งหมด 2 ล้านยูโรไปจัดการให้ความช่วยเหลือในประเทศจีน อิตาลี ฝรั่งเศส และอเมริกาSalma Hayek Pinault ผู้ร่วมก่อตั้งCHIME FOR CHANGE และกรรมการ Kering Foundation ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ #StandWithWomen อย่างเป็นทางการด้วยข้อความผ่านวิดีโอเรียกร้องให้ประชาชมโลกร่วมมือร่วมใจกับผู้หญิงทั่วโลก

รวมถึงแสดงการยืดหยัดทางสัญลักษณ์ต่อต้านความรุนแรงทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้เมื่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและทรัพยากรอื่นๆมีจำกัด

ดูโพสต์นี้บน Instagram

“Last Time I Met The Met”

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ

เธอได้กล่าวว่า “ขณะนี้เป็นเวลาที่เราควรจะร่วมมือกันในการรักษาสุขภาพ สร้างความปลอดภัย ปกป้องสิทธิของสตรีและเด็กทั่วโลก” และ “เราต้องยืนหยัดร่วมมือกับผู้หญิงทั่วโลกเพื่อหยุดความรุนแรงทางเพศ เราต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้หญิงทั่วโลก เนื่องจากเราไม่สามารถแลกความคืบหน้าในการทำงานด้านความเท่าเทียมทางเพศที่เราอุตส่าห์ต่อสู้มายาวนานไปกับอย่างอื่นได้”

รายงานของUN Women และองค์กรอนามัยโลกได้แสดงให้เห็นว่า จำนวนเคสกรณีทำร้ายร่างกายภายในครัวเรือนเกิดขึ้นมากมายในช่วงการระบาดCOVID-19โดย Google Trends Data ได้ร่วมยืนยันว่ามีกรณีทำร้ายร่างกายที่ยังพิสูจน์ไม่ได้เพิ่มขึ้นถึง143% เมื่อค้นหาผ่านsearch engine(ข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤษภาคม) 

การระดมทุนผ่านโครงการCHIME FOR CHANGE และKERING FOUNDATION ได้ขยายขอบเขตเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถช่วยเหลือองค์กรพันธมิตรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานร่วมกับองค์กรรากหญ้าในแนวหน้าได้มากขึ้น ทำให้พวกเขายังคงดำเนินงานที่สำคัญในการสนับสนุนงานด้านความปลอดภัย สุขภาพ และความยุติธรรมแก่สตรี รวมถึงผู้หญิงผิวสี หญิงประเภทสอง หญิงพื้นเมือง และหญิงพิการ

โครงการ CHIME FOR CHANGE และ KERING FOUNDATION ได้เชื้อเชิญให้ผู้สนับสนุนจากทั่วโลกเข้ามาร่วมในแคมเปญ#StandWithWomen ผ่านพันธมิตรการระดมทุนคราวด์ฟันดิงอย่างGlobal Giving ที่หน้าเว็บเพจ globalgiving.org/standwithwomen

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เป็นผู้รับผลประโยชน์จากแคมเปญ#StandWithWomenประกอบด้วยองค์กรต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • Chayn Italiaประเทศอิตาลี
  • Equality Nowทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
  • Global Fund for Womenทำงานร่วมกับกองทุนรากหญ้าอย่าง Elas ในประเทศบราซิล, HER Fund ในประเทศฮ่องกงและMediterranean Women’s Fund ในประเทศฝรั่งเศส และSemillas ในประเทศเม็กซิโก
  • Ms. Foundation for Womenทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกา
  • Rosa Fundในประเทศอังกฤษ   

แคมเปญ #StandWithWomen เป็นความคิดริเริ่มมุ่งมั่นล่าสุดของGucciที่จะเปิดประเด็นในประชาคมโลกในการต่อสู้กับCOVID-19โดยเรียกร้องให้“ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกัน”ในเดือนมีนาคม 2563 ภายใต้การระดมทุนคราวด์ฟันดิ้ง2 โครงการ:

  • การบริจาคเงินจำนวน1ล้านยูโรให้แก่กรมการป้องกันพลเรือนแห่งชาติแห่งประเทศอิตาลี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสพภัยจากวิกฤตการณ์โดยเฉพาะ ผ่านช่องทางการระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งของIntesa Sanpaolo’s For Funding เพื่อส่งเสริมงานบริการด้านสุขภาพของอิตาลีและเพิ่มเตียงห้องไอซียู
  • การบริจาคเงินจำนวน1ล้านยูโรให้แก่กองทุน COVID-19 Solidarity Response Fundขององค์กรสหประชาชาติ เพื่อช่วยเหลือองค์กรอนามัยโลกในการติดตามและรวบรวมข้อมูลการกระจายของไวรัส เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับงานไอซียูทั่วโลก รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้แก่บุคลากรด้านสุขภาพ งานวิจัยคิดค้นวัคซีนและการรักษา

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรพันธมิตรในประเทศสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ KERING FOUNDATION จึงได้แจกจ่ายเงินทุนฉุกเฉินให้แก่องค์กรและมูลนิธิเหล่านั้นไปเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในครัวเรือน ทำให้องค์กรเหล่านี้ยังคงดำเนินงานต่อไปได้ นอกจากนั้น มูลนิธิยังได้เปิดตัวแคมเปญ #YouAreNotAloneเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้ข้อมูลและเป็นแหล่งความรู้ให้แก่ผู้หญิงที่รอดชีวิตมาจากกรณีความรุนแรง รวมถึงส่งผ่านพวกเขาไปให้กับองค์กรผู้เชี่ยวชาญในยุโรปและอเมริกาที่สามารถให้ความช่วยเหลือพวกเขาต่อไปได้

ในประเทศฝรั่งเศสนั้นเครือข่าย One In Three Women เป็นเครือข่ายบริษัทเครือข่ายแรกของยุโรปที่มุ่งมั่นต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศ ที่ทางมูลนิธิได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2561 และได้มีการเปิดตัวแคมเปญระดมทุนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่Fédération Nationale Solidarité Femmes เพื่อให้มั่นใจได้ว่าองค์กรท้องถิ่นจะมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับสนับสนุนผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงในระหว่างและหลังการปลดล็อค

ในปัจจุบันนี้Gucci และKERING FOUNDATION มีเป้าหมายที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสาธารณสุขและวิกฤตเศรษฐกิจผ่านแคมเปญ #StandWithWomenเนื่องจากผลกระทบของการระบาดใหญ่ในปัจจุบันรวมถึงการลดทรัพยากรในระยะยาวทั่วโลกโดยไม่ต้องมีการดำเนินการและการสนับสนุนสำหรับองค์กรที่นำโดยสตรี อาจจะทำให้เกิดการถดถอยด้านความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านความเท่าเทียมทางเพศ Gucci และมูลนิธิ KERING FOUNDATION จึงขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกยืนยัดทางสัญลักษณ์เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้หญิงและเด็กทั่วโลก

ดูโพสต์นี้บน Instagram

As with most crises, the COVID-19 pandemic has intensified long-standing gender inequities, including violence against women. Now more than ever is the time to show that we #StandWithWomen everywhere to protect their safety, health and human rights. @chimeforchange and the Kering Foundation are calling on the global community to unite with women around the world "stand" in support of all women, especially during this time when they are more vulnerable to gender-based violence, and when access to health services and resources is limited. Through crowdfunding partner GlobalGiving, the broader community is invited to join Chime For Change and the Kering Foundation by donating to support nonprofit partners by clicking on the link in bio. @gucci @equalitynoworg, @msfoundation, @globalfundwomen, @herfundhk, @fondosemillas, @fundoelas, @mediterraneanwomensfund, @chayn_italia, @rosaforwomen #keringfoundation #keringforwomen #chimeforchange #guccicommunity #gucciequilibrium #youarenotalone

โพสต์ที่แชร์โดย KERING (@kering_official) เมื่อ

ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #StandWithWomen และให้การสนับสนุนแคมเปญขององค์กรพันธมิตรที่ไม่แสวงหากำไรโดยตรงได้ที่ที่: globalgiving.org/standwithwomen