Posts

The Future Project

Coach(โค้ช)ได้แถลงข่าวการเยี่ยมเยียนที่เป็นเซอร์ไพรส์ของ นักแสดง, โปรดิวเซอร์ และ เฟซเครื่องแต่งกายชายคนแรกของโค้ช อย่าง Michael B. Jordan (ไมเคิล บี จอร์แดน) ที่โรงเรียนมัธยมปลาย Barringer (แบรินเจอร์) ในนวร์ก นิวเจอร์ซีย์ เมืองบ้านเกิดของเขาการเซอร์ไพรส์พิเศษครั้งนี้เป็นการสนับสนุนโครงการ  Dream It Real โครงการการกุศลของ Coach ผ่านมูลนิธิ Coach ที่มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้พวกเขามองเห็นและสร้างอนาคตที่พวกเขารู้ว่าสามารถเป็นไปได้

Michael B. Jordan

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Dream It Real  Coachได้ร่วมมือกับ The Future Project ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับชาติที่ทำให้คนหนุ่มสาวค้นพบพลังของพวกเขาและเรียนรู้ที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่า องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรนี้จะนำบุคคลที่เรียกว่าเป็น “Dream Director” เข้าไปอยู่ในโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นโค้ช,ผู้นำหรือผู้จัดการที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลง โดยบุคคลเหล่านี้จะได้รับการอบรมฝึกฝนในระเบียบวิธีที่ได้อ้างอิงจากการวิจัยของ The Future Project กิจกรรมหนึ่งของโครงการนี้คือการที่นักเรียนจะทำงานร่วมกับ Dream Directors เพื่อสร้างสรรค์โครงการในอนาคตที่อ้างอิงจากแพสชั่นของพวกเขา เพื่อทำให้ความฝันของพวกเขาเอง, ของโรงเรียน หรือของสังคมเป็นจริงขึ้นมา

Michael B. Jordan

และในวันศุกร์ที่ผ่านมา จอร์แดนได้ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนมัธยมปลาย Barringer (แบรินเจอร์) ในฐานะ Dream Director กิตติมศักดิ์ ซึ่งเขาได้พบปะและให้คำปรึกษาแก่เด็กนักเรียน และได้ร่วมเป็นพิธีกรในงานโรงเรียนที่เหล่านักเรียนได้จัดขึ้น ที่มีชื่อว่า “Passion Show” และได้ร่วมลงชื่อบนจิตรกรรมฝาผนังที่สร้างแรงจูงใจ ที่ถูกสร้างสรรค์โดยความร่วมมือของ Coach และศิลปิน Toby Triumph นอกจากนี้จอร์แดนยังได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเชียร์ก่อนเริ่มการแข่งขันกีฬา และเขาได้รับของขวัญเป็นเสื้อกีฬาบาสเก็ตบอลของโรงเรียนอีกด้วย

Michael B. Jordan

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับ Coach และโครงการ Dream It Real” จอร์แดนกล่าว “การเพิ่มขีดความสามารถของคนหนุ่มสาวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผม และความสามารถในการทำงานร่วมกับนักเรียนในฐานะ Dream Director กิตติมศักดิ์ ที่ Barringer – ในบ้านเกิดของผมที่นวร์ก – เป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืม”

 “เราตื่นเต้นมากที่ได้มาอยู่ที่ Barringer กับไมเคิลเพื่อทำงานกับ The Future Project และคนรุ่นใหม่ที่โรงเรียนมัธยมปลาย Barringer” Carlos Becil หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Coach กล่าว “ไมเคิลได้ส่งเสริมคุณค่าของ Coach และ โครงการ Dream It  Real ซึ่งก็คือความเป็นไปได้, การมองโลกในแง่ดี และการเป็นหนึ่งเดียวกัน และเขายังได้แบ่งปันความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชน” 

 “ในนวร์กและในชุมชนทั่วประเทศมีการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของคนหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยแพสชั่น ซึ่งกำลังสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับพวกเราทุกคน” Kanya Balakrishna ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ The Future Project กล่าว “Michael B. Jordan เป็นแบบอย่างที่เหลือเชื่อสำหรับคนหนุ่มสาวเหล่านี้และเราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับเขาและ Coach เพื่อมอบแรงบันดาลใจและการสนับสนุนที่คนหนุ่มสาวเหล่านี้สมควรได้รับ”

Michael B. Jordan

Michael B. Jordan

Related Post

Design & Desire สำหรับสุภาพบุรุษ กลิ่นหอมคือหัวใจสำคัญในการคอมพลีตลุค

Related Post 5 ร้านอาหาร บาร์ และคลับเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ… พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง… The Umbrella Academy – ซีรีส์ข้ามเวลากู้โลกของเหล่… รายชื่อหนังเข้าชิงรางวัล “ออสการ์ 2019&#8221… FINE DINING DESTINATION IN CHIANG MAI DESIGNED FOR UNFORGETTABLE STAYS: PRIVATE RESIDENC… LIVING WELL WITH TAILOR-MADE JOURNEYS OF WELLBEING LOVE, ETC.

Related Post

แคมเปญโฆษณา COACH ประจำฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 นำเสนอการย้อนเวลาหาอดีตในมหานครนิวยอร์ก 

Coach เปิดตัวแคมเปญโฆษณาใหม่สำหรับคอลเลคชั่น Fall 2017 ของ  Coach 1941 ซึ่งถ่ายทำที่สถานีรถใต้ดินในบรู๊คลินที่มองเห็นวิวของฝั่งแมนฮัตตันและโฆษณาสไตล์วินเทจของ Coach แคมเปญนี้เป็นการให้เกียรตินิวยอร์กซึ่งเป็นเมืองที่เป็นบ้านเกิดของ Coach และในแคมเปญนี้ก็เต็มไปด้วยแก๊งค์ชาว Coach ที่จะมานำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ของทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

แคมเปญนี้ถ่ายโดยช่างภาพที่ร่วมงานกับ Coach มายาวนาน อย่าง Steven Meisel และสไตลิสต์ Karl Templer และกำกับด้านศิลป์โดย Baron & Baron นางแบบและนายแบบในแคมเปญนี้ได้แก่ Imari Karanja, He Cong, Kiki Willems, Faretta, Hiandra Martinez และ Oscar Kindelan ซึ่งรับบทบาททเป็นกลุ่มเพื่อนที่กำลังจะออกไปผจญภัยด้วยกัน ภาพถ่ายในแคมเปญนี้แสดงให้เห็นว่านิวยอร์กเป็นเมืองที่สนุกสนานและมีโอกาสอันไม่รู้จบ ด้วยกลิ่นอายสไตล์ 1970 แสงสีน้ำผึ้งทอดผ่านหน้าต่างรถไฟ แสดงให้เห็นสีสันที่เป็น Coach ไม่ว่าจะเป็นสีครีม สีคาราเมล หรือสีแทน

Fall 2017 เป็นการผสมผสานโลกแห่งการผจญภัยแบบอเมริกันเข้ากับวัฒนธรรมฮิปฮอปของนิวยอร์กในยุคแรก ๆ ผสมผสานทุ่งแพรรี่เข้ากับเมือง และเล่นกับเสื้อผ้าชิ้นเด่นของ Coach ไม่ว่าจะเป็นเสื้อบอมเบอร์แจ็กเก็ต เสื้อทีม หรือเสื้อคลุมไบเกอร์ มีรายละเอียดที่น่าสนใจและเพิ่มความสนุกสนาน คอลเลคชั่นนี้ยังมีการใช้ขนแกะเนื้อนุ่ม ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เพอร์เฟคอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากกระเป๋า Rogue และ Dinky แล้วยังมีรุ่น Bandit ซึ่งเป็นกระเป๋าที่เป็นสองชิ้น ดีไซน์เรียบง่าย แสดงให้เห็นคุณภาพของหนังที่ใช้ และสำหรับสุภาพบุรุษก็มีกระเป๋าหนังเพ็บเบิลแบบโกลฟแทนซึ่งจะมาเป็นกระเป๋าคู่กายหนุ่ม ๆ ได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋ารุ่นเก่าของ Coach เพื่อเป็นการเปิดตัวแคมเปญใหม่นี้ Coach จะปล่อยตัวหนังสั้นฝีมือของ Baron & Baron ซึ่งเป็นการระลึกถึงเด็ก ๆ ที่แสดงฝีมือตามสถานีรถใต้ดิน รวมทั้งนักเต้นแก๊งค์ชาว Coach อย่าง Joel “Kozik” Leitch และ Randy “KidTheWiz” Vargas จาก W.A.F.F.L.E. NYC พร้อมดนตรีฝีมือ Junkie XL

สจ๊วต วีเวอร์ส ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Coach กล่าวว่า: “เราเคยถ่ายแคมเปญเราที่ลานทิ้งขยะ ถนนนอกเมือง และมาครั้งนี้เราถ่ายที่รถไฟใต้ดิน ผมอยากให้แคมเปญนี้รู้สึกติดดิน หนุ่มสาว Coach เป็นคนช่างฝัน แต่ก็ใช้ชีวิตไม่แตกต่างจากคนอื่น สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับแบรนด์ Coach ก็คือเราไม่เหมือนแบรนด์ลักชัวรี่อื่น ๆ เราไม่ได้นำเสนอไลฟ์สไตล์ที่เป็นแค่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่สัมผัสได้ในโลกปัจจุบัน”

Related Post

พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ฮีโร่ของทีมชาติไทย

Determined Player + Positive Attitude + Charming Character = Coach Zico

เราเคยรู้จักเขาในฐานะนักเตะศูนย์หน้าฝีมือดี ตอนนี้เรารู้จักเขาในฐานะโค้ชทีมชาติไทยที่พาทีมไทยคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และแชมป์คิงส์คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และในวันนี้ ลอปติมัมจะมาทำความรู้จักกับเขามากยิ่งขึ้นอีกในฐานะฮีโร่ของทีมชาติไทย และในฐานะผู้ชายอารมณ์ดีนาม “โค้ชซิโก้ – เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง”

ZICO 04_036_w1

เป็นเวลาเกินทศวรรษที่วงการฟุตบอลไทยตกหลุมดำ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่ในวันนี้ศรัทธาวงการฟุตบอลไทยกลับมาอีกครั้ง และนั่นไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะความมุ่งมั่นของโค้ชซิโก้คนนี้นี่เอง

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมชาติไทยได้ฉลองชัยถ้วยพระราชทานคิงส์คัพในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ซึ่งก็เป็นปีฉลองครบศตวรรษสมาคมฟุตบอลไทยพอดีเช่นเดียวกัน และมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ผู้กุมตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทยชุดนี้มีชื่อว่า โค้ชซิโก้ – กิตติศักดิ์ เสนาเมือง

“ผมเป็นผู้เล่นประเภทครูพักลักจำ ชอบจำแทคติกของโค้ชที่คุมทีมเรา ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าจะได้นำมาใช้” ซิโก้เปิดบทสนทนาอย่างอารมณ์ดี “ช่วงสองปีสุดท้ายที่อยู่เวียดนาม จับพลัดจับพลูได้มาเป็นผู้ช่วยโค้ช และก็ขึ้นเป็นเฮ้ดโค้ชเพราะโค้ชคนเก่าโดนเด้งออกไป พอกลับมาเมืองไทยก็ว่างนะ ยังไม่ได้หางานใหม่ เลยได้มีโอกาสไปช่วยบิ๊กหอยคุมทีมจุฬายูไนเต็ดตอนนั้น เป้าหมายคือหนีตกชั้น เราก็ทำได้ เลยรู้สึกสนุกกับการเป็นโค้ช และเริ่มคิดจะเป็นโค้ชจริงจัง”

นับตั้งแต่นั้น ซิโก้ก็ได้คุมอีกหลายทีมทั้งในลีกไทยอย่างชลบุรีเอฟซี บีบีซียูจุฬายูไนเต็ด และบางกอกเอฟซี ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ได้โอกาสได้เป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยที่คุมทีมชาติชุดซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาว “มีเวลาเตรียมทีมห้าวันครับ” ซิโก้พร้อมหัวเราะขื่นๆ “ตกรอบแรกเลย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยที่ทีมชาติไทยตกรอบแรก หลังจากนั้นคนก็ดูเหมือนจะเอือมระอาวงการฟุตบอลไปเลย หลังจากนั้นอีกสองปี ซีเกมส์ที่อินโดนีเซีย ก็ตกรอบแรกอีก คนเลยเลิกดูฟุตบอล ดิ่งลงเหวกันไปทั้งวงการ ช่วงนั้นมันก็เป็นยุคมืดน่ะนะ ผมก็คุมทีมลีกอยู่ แล้วก็มีแวะไปคุมทีมที่เวียดนาม แล้วก็กลับมาคุมทีมไทยต่อ โดยทีมสุดท้ายที่คุมก่อนที่จะถูกเรียกมาเป็นโค้ชทีมชาติคือบางกอกเอฟซี”

ZICO 01_238++_w1

ซิโก้เล่าว่า ตอนที่จะตัดสินใจรับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย ถือเป็นช่วงเวลาที่ลำบากใจที่สุดในชีวิต “ผมเคยเจ็บช้ำตอนซีเกมส์ที่ลาวมานะ ขนาดเป็นผู้ช่วยโค้ชเองนะ ยังปวดใจขนาดนั้น เพราะเวลาทีมไทยแพ้ มันไม่ได้แพ้เฉพาะตัวเรา มันแพ้ทั้งครอบครัว แต่ในตอนนั้น เราต้องตัดสินใจ เพราะสิบสามปีที่บอลไทยเข้าสู่ยุคมืด ไม่มีใครตั้งใจแข่ง ทั้งๆ ที่ทีมชาติไทยเป็นของพวกเรา สมัยเราเป็นนักเตะ เราเคยเป็นแชมป์ซีเกมส์สี่สมัยรวด ซูซูกิคัพสามสมัย และน้องๆ ทำต่อรวมเป็นแปดสมัย นั่นก็สิบหกปีเชียวนะ แล้วทำไมตอนนี้มันเป็นแบบนี้ ผมเลยตัดสินใจไปถามคุณเปิ้ล ภรรยาว่าถ้าผมเข้าไปเป็นโค้ช แล้วทีมชาติไทยแพ้ แม่รับได้ไหม ภรรยาผมก็ตอบสั้นๆ ว่า แล้วแต่พ่อแล้วกัน ผมก็เลยตาสว่างเลย ถ้าผมแพ้ ผมแพ้ของผมคนเดียว แต่ถ้าผมชนะ ทุกคนทั้งประเทศชนะไปกับผม ผมถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้ม นั่นก็เป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย”

เป้าหมายของโค้ชซิโก้ต่อทีมชาติไทยไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่เขามองไปอีกหลายสิบปี เพราะเขาเชื่อว่าการสร้างทีมก็เหมือนกับการเรียนจบปริญญาเอกที่ไม่สามารถทำได้ในระยะสั้นๆ แต่ต้องอาศัยเวลาในการสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งเพียงแค่เริ่มต้นอาชีพการเป็นโค้ชทีมชาติไทยนั้น โค้ชซิโก้ก็สามารถนำทีมชาติไทยไปคว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า ต่อด้วยแชมเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014 และคิงส์คัพ 2016 เรียกศรัทธาในวงการฟุตบอลไทยกลับคืนมาได้อย่างสวยงาม

“การคุมทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเป็นสตาร์จากสโมสรของตัวเอง ผมก็ต้องมาละลายพฤติกรรม ทำให้พวกเขาภูมิใจให้ได้ว่าพวกเขาเป็นคนไทยเหมือนกัน มีธงไตรรงค์อยู่ที่หน้าอกเหมือนกัน ทุกคนต้องตั้งใจเล่น ห้ามเหยาะแหยะ ผมตัดสินใจเอาเด็กวัยรุ่นไฟแรงมาเป็นทีมชาติทั้งหมดอายุไม่เกิน 23 กันทั้งนั้น ผมอยากดันให้พวกเขาเล่นให้ได้นานที่สุด สักสิบปี” และเมื่อเราถามว่าเขามีเทคนิคอย่างไรในการคุมทีมเด็กวัยรุ่นขนาดนี้ มันก็เหมือนการจับปูใส่กระด้งดีๆ นี่เอง “เด็กเราต้องมีวินัย พี่โก้ให้กฎเหล็กสี่ข้อคือ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มเหล้า ห้ามเล่นการพนัน และห้ามหนีเที่ยวระหว่างช่วงเก็บตัว ทุกคนต้องรู้หน้าที่ว่ามีแฟนบอลรออยู่ ห้ามเสียสมาธิระหว่างการฝึกซ้อม ผมใช้ยาแรงน่ะ เด็กทุกคนเข้าใจ เพราะถ้าใครทำผิดปุ๊บ ผมไม่พูดอะไรเลย เก็บเสื้อผ้า ยัดใส่กระเป๋า กลับบ้านไปเลย”

ZICO 01_238++_w1

ยาแรงของโค้ชซิโก้ดูเหมือนจะได้ผล เพราะทั้งทีมเห็นตรงกันว่า ถ้าหากไร้วินัย ก็จะเสียโอกาสในการเป็นทีมชาติไป เพราะสายน้ำไม่มีวันไหลกลับ “ผมก็พยายามประคบประหงมพวกเขาไปพร้อมๆ กัน พยายามให้พวกเขาเล่นด้วยความสามัคคี ให้ทุกคนเปิดใจ เพราะเวลาทีมแพ้ ไม่มีใครเป็นสตาร์หรอก แต่ถ้าเวลาเป็นแชมป์ ทุกคนเป็นสตาร์เหมือนกันหมด ดังนั้น ทีมชาติที่พี่คุมจะไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนรักกัน จะเห็นได้ชัดเจนว่าเด็กๆ ในทีมของพี่จะดังเท่ากันทุกตำแหน่ง เพราะทุกตำแหน่งในทีมพี่มีความหมาย พี่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าฟุตบอลคือทีมเวิร์ก ทีมสปิริตต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกคนรู้ดีว่าเราไม่จำเป็นต้องยิงประตูก็ได้ แต่ขอให้ทีมชนะก็พอ”

ความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของโค้ชซิโก้นั้นกำลังทำให้วงการฟุตบอลผลิดอกออกผลอย่างเห็นได้ชัดเจน ซิโก้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นคือต้นแบบของเยาวชนในวันนี้ เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเด็กไทยเล่นฟุตบอลอย่างสมัครใจโดยไม่มีใครบังคับ เราอดใจไม่ได้จริงๆ ที่จะหลงรักและชื่นชมผู้ชายใจดีและทัศนคติดีเยี่ยมคนนี้ “ผมบอกเด็กๆ ทุกคนเสมอว่า จะทำอาชีพอะไรก็ตาม ห้ามเป็นแค่เบอร์สอง และสำหรับอาชีพนักฟุตบอล การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งคือการติดทีมชาติ และสำหรับผมเอง การได้เป็นเฮ้ดโค้ชทีมชาตินั้นถือเป็นเป็นหมายในการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของผม และคุณก็ต้องพยายามถีบตัวเองให้เป็นเบอร์หนึ่งในสายงานของคุณให้จงได้”

Content by Maya, Photography by Sompoch Tuamcharoen, Style by Chanond Mingmit

Related Post

อัพเดท London Men Fashion week Fall/Winter 2016 ทุกรันเวย์หลักเพื่อให้คุณไม่หลุดเทรนด์

London Men Fashion week FW 2016

เปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Men Fashion Week คอลเลกชั่นฤดูหนาว 2016 ที่กรุงลอนดอน ลอปติมัมขอพาทุกคนไปอัพเดทในทุกรันเวย์หลักเพื่อให้คุณไม่หลุดเทรนด์

Alexander McQueen

ฤดูหนาวหน้า Sarah Burton เตรียมส่งหนุ่มแมคควีนในมาดของพังก์ร็อกโกธิคในสไตล์อังกฤษขนานแท้ ที่มาพ้อมกับคัตติ้งที่คมกริบและรายละเอียดที่น่าสนใจตามแบบฉบับของ Sarah Burton การปักผีเสื้อและตัวแมลง เครื่องรางของขลัง แต่ทั้งหมดในคอลเลกชั่นนี้เรามั่นใจว่ามันจะสามารถลงมาเดินบนถนนได้ง่ายกว่าเดิมแน่นอน

Burberry

คีย์หลักสำหรับฤดูกาลนี้มีกลิ่ยอายของความเป็นสปอร์ต แวร์มากเป็นพิเศษ ทั้งรองเท้าสนีกเกอร์ซิกเนเจอร์ประจำซีซั่น (เรามั่นใจว่ามันจะเป็นไอเท็มที่ทุกคนต้องมี) แจ๊กเก็ตบอมเบอร์ เสื้อคอเต่าตกแต่งซิป แต่ที่เราเซอร์ไพรเป็นพิเศษก็คือการจับคู่กับกางเกงขาม้าแบบในยุค ’70s ที่ครั้งนี้นำทัพโดยนายแบบเอเชียมากกว่าครั้งไหนๆ

Moschino

ไม่มีครั้งไหนที่เราจะไม่ตื่นตาตื่นใจกับไปโชว์ของ Moschino ตั้งแต่ Jeramy Scott เข้ากุมบังเหียนและครั้งนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเช่นกัน เมื่อ Jeramy Scott พาเราไปเยื่ยมชมงานศิลปะบนกำแพงตามท้องถนนของศิลปินกราฟิตี้ ซึ่งนอกจากใช้สีสันฉูดฉาดแบบไม่เกรงใจแพนโทนกันแล้ว หนุ่ม Moschino ยังนิ่งและสุขุมกว่าที่เคยเป็นมา

Coach

เป็นแบรนด์จากทางฝั่งอเมริกาที่โดดมาร่วมเดินที่ลอนดอนหลายต่อหลายครั้ง และครั้ง Coach ก็เปิดลุคด้วยเสื้อโค้ตขนสัตว์ตอนรับฤดูหนาว โค้ตปาร์ก้าตกแต่งขนแกะบริเวณปก และที่ขาดไม่ได้คือแจ๊กเก็ตหนังวัวที่เป็นซิกเนอเจอร์ประจำแบรนด์ และที่เติมขึ้นมาคือลายทาร์ทันรวมถึงสเวตเตอร์ทอลายบริเวณหน้าอกที่ทำให้คุณคิดถึงวัยเด็กอีกครั้ง

Paul Smith

เปิดพรีเซนเตชั่นฤดูหนาว 2016 ของ Paul ด้วยการย้อนกลับในปี 1970 ถึงร้านแรกของ Paul Smith ในพื้นที่แค่ 3X3 ตารางเมตร โดยเซอร์พอล สมิท ยังย้อนเล่าถึงความเป็นมาและไอเท็มชิ้นแรกๆ ที่เริ่มวางขายด้วยไม่เฉพาะเสื้อผ้าเท่านั้นยังรวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์

Topman

หนุ่มTopman ในฤดูหนาวครั้งนี้มาในโครงชุดตัวโคร่งแบบโอเวอร์ไซส์ ในสไตล์ยุค ’80s ที่มาทั้งในลุคโทนสีเข้มอย่าง เทา ดำ เสื้อถักนิต และการผสมผสานระหว่างผ้าเดนิมเลเยอร์กับผ้าขนสัตว์ในโทนสีฟ้า-ขาว ปิดท้ายด้วยลายพิมพ์ผเ้าในโทนสีส้มอิฐที่มาโค้ตตัวยาวและอน่นอนว่าต้องใส่กับกางเกงตัวโคร่งและสนีกเกอร์ร์เท่านั้น

Content by Chanond M.

Related Post

COACH MEN’S FALL 2013 COLLECTION

ความแคชชวลในแบบอเมริกันกับการออกแบบที่ถูกพัฒนาให้ให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้ชายในยุคปัจจุบันผ่านการตัดเย็บอย่างประณีตบนวัสดุหนังชั้นดี ออกมาเป็น Coach หนึ่งในแบรนด์ที่ทุกคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยในคอลเลกชั่นต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2013 ที่จะถึงนี้ ได้หยิบเอาแรงบันดาลใจมาจากความดิบเท่ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ด้วยความเรียบเท่ของการผสมผสานแผ่นหนังร่วมกับหนัง nubuck และหนังกลับ ในโทนสีเรียบทั้ง สีดำ มะฮออกกานี ซึ่งถูกทำให้มีเท็กซ์เจอร์อันน่าสนใจบวกกับการออกแบบในรูปทรงต่างๆตามแต่การใช้งานในกิจวัตรประจำวัน อาทิ  กระเป๋าที่นำเสนอความประณีตแต่ยังคงความแคชชวลด้วยหนังสไตล์ bridle แบบ heritage หรือเติมความสปอร์ตให้ลุคดูคล่องแคล่วมากขึ้นกับ กระเป๋า Bleecker Colorblock Convertible Sling และ เช่นเดียวกันกับกระเป๋า Bleecker Colorblock Lock Bag และกระเป๋า Flap Commuter  ซึ่งกระเป๋าทั้งสองแบบมีความโดดเด่นด้วยที่ล็อคแบบ turnlock ทองเหลืองที่เป็นไอคอนนิคของ COACH โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้เหมาะกับสุภาพบุรุษผู้รักความทันสมัยแต่ยังคงไม่ลืมที่จะบ่งบอกรสนิยมอันโดดเด่นในแบบของตนเองไว้กับกระเป๋าใบเก่งที่รู้ใจ

 

 

Related Post