Posts

Specularis

Photographer: Thanut Treamchanchuchai

Stylist: Teeratat Somudomsup

Black is Eternity

เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ใน Geneva Watch Days 2022 ความโดดเด่นหนึ่งจาก BVLGARIที่นำเสนอมาเสมือนเทรนด์หลักก็คือสีดำ สีแห่งความลึกลับไร้กาลเวลา หากเอ่ยถึงความสง่างามและเสน่ห์เย้ายวนใจ คงยากจะปฏิเสธได้ถึงสีดำ ด้วยสีที่สามารถอยู่เหนือกาลเวลาและยุคสมัยโดยคงไว้ซึ่งความทันสมัยได้เสมอ ด้วยการแสดงออกของทุกอย่างและบอกเป็นนัยได้ถึงทุกๆ สิ่ง ที่บุลการี สีดำยังผสมผสานไว้ด้วยวัสดุ โดยเฉดสีนี้ได้นำมาตกแต่งบนผลงานไอคอนิก ทั้ง เซอร์เพนติ ซีดัตทอรี (Serpenti Seduttori), เซอร์เพนติ สปิกา (Serpenti Spiga) และความล้ำสมัยสไตล์เมืองอย่าง บุลการี บุลการี (Bvlgari Bvlgari) ภายใต้วัสดุเซรามิกหรือสตีล ผ่านวิธีการเคลือบดีแอลซี (DLC) โดยทั้งสามคอลเลกชั่นนี้ได้เล่นกับเฉดสีเข้ม และสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่ประทับไว้ภายในภาพของการประดิษฐ์นาฬิกาอันแสนลึกลับและไร้กาลเวลาซึ่งเรานำบางรุ่นมาให้ชม

BVLGARI BVLGARI

ตำนานล่าสุดที่เติมเต็มเรื่องราวแห่งมหากาพย์บนแนวคิดของเฉดสีดำ และเป็นที่รู้จักกันอย่างดีผ่านอักษรย่อ บีบี (BB) นั่นคือ บุลการี บุลการี (BVLGARI BVLGARI) ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้สืบทอดเรื่องราวการเดินทางผ่านช่วงเวลามากว่าสี่ทศวรรษ พร้อมถ่ายทอดไว้ด้วยรูปทรงอันกลมมน เรียบง่ายและร่วมสมัย ในวันนี้ ยังพร้อมนำเสนอภายในสองเวอร์ชั่นใหม่ของตัวเรือนขนาด 33 มม. พร้อมทั้งกลไกควอร์ตซ์ และตัวเรือนขนาด 41 มม. ที่เต้นระรัวด้วยจังหวะอันเที่ยงตรงของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ บีวีแอล คาลิเบอร์ 191 (BVL Calibre 191) รังสรรค์ขึ้นทั้งหมดด้วยความทันสมัยรับกับยุคสมัย ที่ทั้งสองเวอร์ชันได้เลือกใช้สีดำ 

BVLGARI BVLGARI – 103540

ตัวเรือนสตีลเคลือบดีแอลซีสีดำ ขนาด 41 มม. พร้อมด้วยเม็ดมะยมสตีล ประดับตกแต่งด้วยเซรามิกสีดำ ขอบตัวเรือนสตีล แกะสลักด้วยโลโก้คู่ สายสร้อยข้อมือสตีล เคลือบด้วยดีแอลซีสีดำ และตัวพับล็อกสาย  

BVLGARI BVLGARI – 103557

ตัวเรือนสตีลเคลือบดีแอลซีสีดำ ขนาด 33 มม. พร้อมด้วยเม็ดมะยมสตีล ประดับตกแต่งด้วยเซรามิกสีดำ ขอบตัวเรือนสตีล แกะสลักด้วยโลโก้คู่ สายสร้อยข้อมือสตีล เคลือบด้วยดีแอลซีสีดำ และตัวพับล็อกสายนี่คือตัวอย่างหนึ่งของความงามอันเป็นนิรันดร์ของสีดำที่ยังมีดีไซน์อื่นๆ อีกมากจากบุลการีซึ่งเร่ิมจะเผยโฉมออกมาเรื่อยๆ 

BVLGARI Exclusive High Jewellery Presentation

แรงบันดาลใจของกรุงโรมสู่กรุงเทพฯ บุลการีจัดงานแสดงเครื่องประดับชั้นสูง “BVLGARI Exclusive High Jewellery Presentation” เผยโฉมผลงานอันงดงามวิจิตรแห่งเครื่องประดับ High Jewellery Collection มากกว่า 100 ชิ้นเป็นการถ่ายทอดความงดงามและหัตถศิลป์ รวมถึงความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง ที่ บุลการี (Bulgari) ในฐานะช่างอัญมณีแห่งโรมัน (Roman Jeweler)


โดยทางบุลการีได้แสดงถึงความหรูหราและความประณีตวิจิตรของอัญมณีล้ำเลอค่า ผ่านการจัดงานแสดง “BVLGARI Exclusive High Jewellery Presentation” กับการเผยโฉมเหล่าผลงานอันงดงามของเครื่องประดับอัญมณีจาก High Jewellery Collection มากกว่า 100 ชิ้นงาน โดยมีกว่า 20 ผลงานที่เป็นเครื่องประดับ One-of-a-kind ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียวชิ้นเดียวในโลก จากการหล่อหลอมไว้ด้วยเสน่ห์แห่งงานฝีมือที่รังสรรค์เครื่องประดับแต่ละชิ้นเสมือนศิลปะชิ้นเอก พร้อมทั้งความโดดเด่นของสี ความมีชีวิตชีวา และความแจ่มจรัสของเหล่าอัญมณีสีล้ำค่าอันแสนพิเศษ

ในงานได้รับเกียรติจากคุณเจฟฟรีย์ ฮัง (Jeffrey Hang), Regional Managing Director, Bulgari South Asia Pacific ร่วมด้วย คุณสุปราณี จันทไพบูลย์ขจร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท บุลการี (ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ก่อนนำทุกท่านเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงของบุลการี ทั้งความยิ่งใหญ่แห่งเมืองอันเป็นนิรันดร์ (Eternal City) อย่างโรม รวมถึงสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งได้นำมาสู่การรังสรรค์ลวดลายและงานดีไซน์อันสง่างามของเครื่องประดับอัญมณีหลากหลายชิ้นพิเศษ พร้อมทั้งถ่ายทอดถึงสัมผัสและพลังแห่งเฉดสีสันที่มาจากทั้งอัญมณีและธรรมชาติ มวลดอกไม้และสวนอันเปี่ยมเสน่ห์ ที่ได้มอบเรื่องราวแห่งการรังสรรค์ให้กับอัญมณีชิ้นเอกเสมือนดั่งบทกวีแห่งความสุขอันเป็นนิรันดร์ที่อยู่เหนือซึ่งกาลเวลา ภายใต้ความหรูหราของงานจัดแสดงที่บรรจงเนรมิตจากแรงบันดาลใจของกรุงโรมสู่กรุงเทพฯ ณ ห้อง Author’s Lounge โรงแรม Mandarin Oriental Hotel

เฉกเช่นทุกๆ อัญมณีซึ่งล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่บุลการีได้นำมาถ่ายทอดเคียงคู่กับเอกลักษณ์แห่งงานดีไซน์อันไร้ขอบเขตของจินตนาการ ทั้งยังผสมผสานไว้ด้วยเหล่าผลงานอันเป็นไอคอนิก อาทิ ความทรงพลังและเปี่ยมด้วยความหมายแห่งการเปลี่ยนรูปและการตีความใหม่ได้อย่างไม่มีสิ้นสุดของงู สู่ชิ้นงาน High Jewellery ซึ่งได้ต้นแบบมาจากผลงานระดับตำนานแห่ง Serpenti หรือรูปทรงพัดที่นำมาถ่ายทอดบนเครื่องประดับ Divas’ Dream จากแรงบันดาลใจแห่งลวดลายและสีสันแบบโมเสกของ Roman Baths of Caracalla ที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างเมืองอันเป็นนิรันดร์และความสวยงามสไตล์อิตาลีอันเป็นหัวใจ เช่นเดียวกับอัญมณีหายาก อย่าง แซฟไฟร์เฉดสีน้ำเงินทรงพลัง ที่นำมารังสรรค์สู่สร้อยคอรายล้อมด้วยเพชรจากงานฝีมือชั้นเอกของบุลการี พร้อมทั้งถ่ายทอดความงดงามวิจิตรดั่งศิลปะชิ้นเอกหนึ่งเดียวนี้โดย อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่เผยความสวยงามของอัญมณีได้อย่างไร้ที่ติ

คอลเลกชั่นเครื่องประดับอัญมณีเหล่านี้ได้ร่วมเผยกวีบทใหม่แห่งมหากาพย์ความงดงามล้ำเลิศ และร่วมเฉลิมฉลองให้กับความสวยงาม พร้อมทั้งแรงบันดาลใจอันเป็นนิรันดร์แห่งโรมัน ที่หล่อหลอมสู่ความวิจิตรหรูหราภายในโลกแห่งอัญมณีชั้นสูงจากบุลการี

Casablanca x Bulgari การร่วมมือกันระหว่างแบรนด์หรูสุดไอคอนิกและแบรนด์มากไสตล์กลิ่นไอสปอร์ตแห่งเมดิเตอร์เรเนียน

เฮาส์สุดหรูแห่งโรมัน และเฮาส์ร่วมสมัยแห่งกรุงปารีส อย่าง คาซาบลังกา ได้จับมือร่วมงานกัน เพื่อสร้างสรรค์การเปลี่ยนโฉมอันแสนสนุกสนานสู่สไตล์ชิคสูงสุดแห่ง เซอร์เพนติ

คาซาบลังกา (Casablanca) แบรนด์ซึ่งผสมผสานระหว่างหัวใจแห่งสไตล์สปอร์ตลำลองกับสุนทรียะความสวยงามอันหรูหราแห่งเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) ได้ส่งมอบการตีความสุดเอ็กซ์คลูซีฟใหม่ให้กับไอคอนแห่งตำนานอย่าง บุลการี  เซอร์เพนติ (Bulgari Serpenti) ผ่านคอลเลกชั่นแคปซูลของแอคเซสซอรี (accessories capsule collection) ที่มีทั้งความสนุกสนานและสไตล์ชิคสูงสุด

โดดเด่นด้วยการผสมผสานอันน่าหลงใหลของวิถีอันเรียบง่ายผ่อนคลายสไตล์โรมัน กับจิตวิญญาณสปอร์ตและลวดลายพิมพ์ที่เต็มไปด้วยสีสัน กับความร่วมมือครั้งนี้ที่นับเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์แห่งความร่วมมือที่ยังคงดำเนินต่อไปของบุลการี (Bulgari) อย่าง “เซอร์เพนติ ทรู ดิ อายส์ ออฟ” (“Serpenti Through the Eyes Of”) ซึ่งนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 ซีรีส์อันแสนวิเศษนี้ได้จับเอาการเปลี่ยนโฉมอย่างไม่มีสิ้นสุดของสัญลักษณ์งูแห่งบุลการี โดยผ่านวิสัยทัศน์และมุมมองต่างๆ อันกล้าแกร่งของเหล่าบรรดานักออกแบบผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์มากมาย

“ด้วยการร่วมงานกับบุลการี เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งความรักและความเคารพเดียวกันต่อรหัสอันเหนือกาลเวลา และความพยายามที่จะแปลความหมายสิ่งเหล่านั้นสู่วิถีใหม่ๆ ซึ่งนั่นคือมิติที่เราได้เล่นกับผลงานแห่งความร่วมมือครั้งนี้ โดยภายในคอลเลกชั่นได้เผยทั้งความทันสมัยและคลาสสิกในเวลาเดียวกัน ขณะที่ เซอร์เพนติ มีความเป็นประติมานวิทยาหรือรูปแห่งไอคอนอันเก่าแก่นับพันปีที่อยู่เบื้องหลัง และเราปรารถนาที่จะนำสิ่งนี้กลับมาอีกครั้ง แต่เป็นในวิถีที่ทันสมัยยิ่งกว่า โดยการเล่นกับคุณลักษณะแห่งสุนทรียะความสวยงามโดยเฉพาะ” ชาราฟ เทเจอร์ (Charaf Tajer) ผู้อำนวยการสร้างสรรค์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ชาวฝรั่งเศส-โมร็อกโกของ คาซาบลังกา (Casablanca) 

ผสมผสานอย่างโดดเด่นระหว่างความหรูหรา เครื่องแต่งกายสไตล์พักผ่อนแบบลำลองสบายๆ และดีเอ็นเอ (DNA) แห่งเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง ที่หลอมรวมไว้โดยกระเป๋าแฟนซี จิวเวลรี บ็อกซ์ (Jewellery Box) ประติมากรรมกระเป๋าที่ได้รับ แรงบันดาลใจมาจากกล่องเงินใส่เครื่องประดับยุค ‘20s อันเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่น บุลการี เฮอริเทจ (Bulgari Heritage Collection) โดยในเอดิชันพิเศษนี้ ฝาปิดกระเป๋าด้านบนอันโดดเด่นนั้นได้มาบรรจบกับมิติเหลี่ยมด้านอันหลากหลายราวกับ   อัญมณีล้ำค่า และสวยเด่นด้วยหนังวัวสีเขียว ขณะที่ตัวดึงซิปอันมีเอกลักษณ์หนึ่งเดียวได้ผสมผสานไว้ด้วยชาร์มรูปหัวงูไอคอนิก  

ขณะที่ในอีกด้านหนึ่งและภายใต้รูปทรงใหม่ทั้งหมดนั้นได้สร้างซึ่งการปรากฏตัวเป็นครั้งแรกของกระเป๋ามินิ เซอร์เพนติ  ครอสบอดี้ แบ็ก (Serpenti Crossbody Bag) ผลงานที่ต้องมีไว้ในครอบครอง ซึ่งได้ร่วมถ่ายทอดถึงสไตล์อันหลากหลายและฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว อาบไว้ด้วยจิตวิญญาณอันเต็มไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวาและสะท้อนความเป็นวัยรุ่นของ คาซาบลังกา โดยด้านบนนั้นประกบไว้ด้วยไอคอนิกรูปหัวงูพร้อมลายเกล็ดงูลงยา กระเป๋าทรงกะทัดรัดและแบนเรียบอันประณีตสวยงามพร้อมทั้งสายหนังแบบหนานี้ประกอบด้วยโซ่ถักชุบทองอันหนักแน่น และเรียงรายด้วยการตกแต่งโลโก้ของ คาซาบลังกา 

จากโลกแห่งสไตล์สปอร์ตอันแสนผ่อนคลายสู่พรมแดนซึ่งเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับเอกลักษณ์เฉพาะของบุลการี ได้ถ่ายทอดภายในสตอรีที่สองของคอลเลกชั่น ซึ่งนำทางสู่หัวใจแห่งความสง่างามอันยิ่งใหญ่และงดงามล้ำเลิศของกรุงโรม  

คอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้จะเปิดตัวภายในบูติก บุลการี ที่ผ่านการคัดสรรทั่วโลก ภายใต้สองเรื่องราวที่เป็นธีมหลักของคอลเลกชั่น โดยจะมีวางจำหน่ายในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2022 สำหรับธีม เอพริส เทนนิส และในวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 สำหรับธีมโมเสก ตามลำดับ 

เรียบเรียง rhunrun

สร้างวันอันแสนประทับใจให้ยิ่งงดงามและสนุกสนานด้วย เอ็กซ์คลูซีฟ ไลน์ สติกเกอร์ จาก Bulgari ดาวน์โหลดได้เลยที่นี่

สร้างวันอันแสนประทับใจให้ยิ่งงดงามและสนุกสนานด้วย เอ็กซ์คลูซีฟ ไลน์ สติกเกอร์ จาก บุลการี ประเทศไทย ด้วยแรงบันดาลใจของไอคอนหญิงสาวผู้เปี่ยมเสน่ห์และสดใสของบุลการี เพิ่มเป็นเพื่อนกับ บุลการี ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคานต์ @BVLGARITH เพื่อดาวน์โหลดสติกเกอร์เหล่านี้ได้แล้ว จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 

คลิกลิงค์เพื่อดาวน์โหลดสติกเกอร์ https://line.me/S/sticker/25394

เรียบเรียง rhunrun

Bvlgari B.zero1 คอลเล็กชั่นคลาสสิกเหนือกาลเวลาตัวแทนของความฝัน การเติบโตของช่วงชีวิต และความมุ่งมั่นพยายาม

เชื่อในอนาคต รับรู้ได้ถึงความน่าตื่นเต้นของทุกๆ สิ่งที่กำลังจะเข้ามา ไม่ว่าความใฝ่ฝันของเรานั้นจะเป็นสิ่งใด อย่างน้อยเราก็ได้มีซึ่งความฝันและความมุ่งมั่นพยายาม ที่จะสร้างซึ่งเป้าหมายใหม่ๆ ของชีวิต และเหนืออื่นใดคือการมีซึ่งศรัทธาและเชื่อในความสามารถของเราเองที่จะพาไปถึงยังสิ่งที่เรานั้นปรารถนาที่จะเป็น

ก้าวล้ำหน้าและขับเคลื่อนโดยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมเสมอ ที่ในปี ค.ศ. 2022 นี้ บี ซีโรวัน (B.zero1) จะเปิดตัวเป็นครั้งแรกด้วยการตีความใหม่ของสไตล์อันคลาสสิกเหนือกาลเวลา ซึ่งเสริมเสน่ห์ไว้ด้วยการประดับตกแต่งเพชรบนลวดลายรูปคลื่น เสมือนดั่งช่วงจังหวะการเคลื่อนไหวอันเปี่ยมด้วยพลังที่พร้อมจะมุ่งหน้าไปสู่โอกาสใหม่ๆ กับการเติบโตของช่วงชีวิตและการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี อัญมณีชิ้นเลอค่าเพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับทุกๆ ความสำเร็จนี้ได้เปิดเส้นทางไปสู่การเริ่มต้นครั้งใหม่ และสู่หลากหลายการเดินทางอันน่าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีหรือเกิดขึ้นมาก่อน 

สร้างสรรค์​ขึ้นในปี ค.ศ. 1999 เพื่อเฉลิมฉลองให้กับอนาคต และต้อนรับการมาเยือนของปี ค.ศ. 2000 ที่ บี ซีโรวัน คอลเลกชั่น (B.zero1 collection) ได้วางเส้นทางให้กับความเข้มแข็งและกล้าหาญ ซึ่งตอกย้ำถึงทุกๆ การเริ่มต้นใหม่ แม้แต่ด้วยชื่อของตนเอง ทั้ง “B” ซึ่งหมายถึง Bulgari (บุลการี) ขณะที่ “zero” (ซีโร) สื่อถึงสหัสวรรษใหม่ และเลข “1” (วัน) ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นใหม่อย่างไม่สิ้นสุด  

ความหมายนี้ได้ผ่านการแปลความลงสู่งานออกแบบอันเป็นสัญลักษณ์แห่งไอคอนของบุลการี ด้วยขดเกลียวอันไร้สิ้นสุดที่เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า ยังคงมีช่วงขณะเวลาดีๆ เสมอที่จะสร้างความสว่างไสวให้กับเส้นทางของเราเอง เพราะเบื้องหลังของทุกๆ การพลิกผันและการเปลี่ยนแปลงนั้นคือโอกาส และเป็น “บทที่ 1” ที่รอให้เราได้เขียนบันทึกไว้เสมอ 

ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กๆ หรือยิ่งใหญ่ สำหรับโลกหรือต่อคนคนเดียว การได้ค้นพบ การเปลี่ยนแปลง เป้าหมายของชีวิตที่รอคอยมาอย่างยาวนาน การปฏิวัติซึ่งเปิดมุมมองไปสู่สิ่งใหม่ หรือสถิติใหม่ของตนเอง กับอีกหลากหลายเรื่องราวความสำเร็จ ทั้งการได้โอกาสงานใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่หรือมิตรภาพใหม่ และการเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ ล้วนมีผลงานสร้างสรรค์ใหม่ของ บี ซีโรวัน ที่พร้อมร่วมเฉลิมฉลองและเป็นที่ระลึกให้กับช่วงเวลาอันล้ำค่าเหล่านั้นเสมอ กับทุกช่วงขณะและบอกเล่าถึงทุกเรื่องราวแห่งความสำเร็จ โดยเฉพาะการดำดิ่งด้วยความหาญกล้าเพื่อค้นพบตนเอง และสร้างให้มุมมองหรือวิสัยทัศน์เหล่านั้นเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างได้จริง 

เสมือนดั่งโคลอสเซียม (Colusseum) อันงดงามและยิ่งใหญ่ของกรุงโรม ภายใต้ประติมากรรมแห่งเส้นสายอันลื่นไหล และด้วยรูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่มิอาจเทียบเคียง ได้ถ่ายทอดผ่านแหวน บี ซีโรวัน (B.zero1 ring) ใหม่ ซึ่งประดับตกแต่งไว้ด้วยคลื่นของเพชรส่องประกายแสงระยิบระยับ พร้อมทั้งโอบกอดรูปทรงขดเกลียวกลางเรือนแหวนอันโดดเด่นไว้บนปลายทั้งสองด้าน สัมผัสอันลุ่มลึกนี้ได้เสริมมิติแห่งสไตล์อันซับซ้อนประณีตให้กับงานออกแบบอันทันสมัยเหนือกาลเวลาและเป็นนิจนิรันดร์จากไอคอนแห่งบุลการี และได้มอบซึ่งความคลาสสิกครั้งใหม่ โดยมีให้เลือกทั้งในเวอร์ชันแหวนแบบสามแถบทำจากเยลโลโกลด์ โรสโกลด์ หรือไวท์โกลด์ การตีความใหม่นี้ได้หลอมรวมไว้ด้วยจิตวิญญาณที่นิยามขึ้นโดยประเพณีอันเป็นตำนานของคอลเลกชั่นและพลังแห่งแรงบันดาลใจครั้งใหม่

เป็นอีกครั้งที่ บี ซีโรวัน ได้ตอกย้ำบทบาทของตนในฐานะไอคอนแห่งอัญมณี สำหรับผู้ซึ่งใช้ชีวิตภายใต้เงื่อนไขของตนเอง ผู้ซึ่งมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและขนบแบบแผน ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จกับเป้าหมายเล็กๆ หรือยิ่งใหญ่ของตนเองได้ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทและอาจหาญ ถือกำเนิดจากความปรารถนาอันหาญกล้าในการปฏิวัติซึ่งรหัสแห่งความสวยงามในโลกแห่งงานออกแบบเครื่องประดับอัญมณี ผ่านพลังสร้างสรรค์และจินตนาการ บี ซีโรวัน จึงพร้อมเคียงข้างทุกๆ คน ผู้ซึ่งกล้าที่จะฝันและทำทุกๆ สิ่ง เพื่อเปลี่ยนวิสัยทัศน์อันกล้าแกร่งไปสู่ความเป็นจริงของชีวิตด้วยตนเอง

เรียบเรียง rhunrun

BVLGARI : Time is Jewel.

ผ่านไปแล้วกับการเผยโฉมนาฬิกาคอลเล็กชันใหม่สำหรับบุลการีในปี 2022 ที่มีดีไซน์ที่น่าตื่นเต้นไม่ว่าจะเป็นการฉลอง 80 ปีของนาฬิกา Secret-watch ของบุลการีที่มี Serpenti เสมือนดีเอ็นเอของเมซง(Maison)จึงไม่แปลกใจที่เราจะได้เห็น Serpenti Misteriosi High Jewellery Secret Watches ผสมผสานศาสตร์ชั้นสูงของการทำเครื่องประดับชั้นสูงและนาฬิกาที่มีความซับซ้อนเพื่อแสดงให้เห็นว่าบุลการีนั้นคือสุดยอดในทั้งสองด้าน


สิ่งแรกที่อยากจะกล่าวถึงยังไม่ต้องไปที่การประดับตกแต่งขั้นสูงเพราะนั่นคือความคาดหวังที่เห็นด้วยตาเปล่า แต่บุลการีไม่หยุดตัวเองแค่การสืบทอดฝีมือขั้นสูงในด้านจิวเวลรี หากแต่นาฬิกาก็ได้มีการพัฒนาจักรกลให้ไปถึงที่สุดเช่นกัน อย่างในปี 2014 ที่เราได้รู้จักนาฬิกาเรือนบางที่สุดที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ Octo Finissimo ซึ่งใช้กลไกที่มีขนาดบางที่สุดเช่นกัน แต่สำหรับ Serpenti Misteriosi บรรจุกลไกที่พัฒนาในเฮ้าส์เอง BVL100 clicre ที่มีขนาดเล็กที่สุดเพียงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.3 มม. หนา 2.50 มม. น้ำหนัก 1.30 กรัม โดยมีส่วนประกอบสำคัญของจักรกลทำจากทองคำขาว
ความพิเศษของนาฬิกา Serpenti Misteriosi เฉพาะตัวเรือนของนาฬิกาไม่ใช่มีขนาดเล็กมาก แต่ยังสามารถกลับให้หน้าปัดนาฬิกาหันเข้าหรือออกจากตัวผู้สวมใส่ได้ เพียงแค่กดตัวนาฬิกาลงไปจะมีกระเดื่องรับตัวนาฬิกาคล้ายคีมที่ทำให้เรานำตัวนาฬิกาออกจากตัวจิวเวลรีรูปงูได้อย่างง่ายได้ เหมาะสำหรับทั้งคนที่ต้องการสวมนาฬิกาแขนซ้ายหรือแขนขวาก็ได้ เมื่อต้องส่งซ่อมบำรุงก็สามารถส่งไปแค่ตัวนาฬิกา ไม่ต้องส่งนาฬิกาที่เป็นจิวเวลรีไปทั้งเรือน ซึ่งกลไกนี้มีการคิดขึ้นเพื่อฟังก์ชั่นนี้โดยเฉพาะ


มาถึงตัวเรือนของนาฬิกาที่เป็นรูปงู บางดีไซน์ที่ประดับเพชรระยิบระยับคนของบุลการีก็เรียกว่ามังกร แต่จริงๆ ก็เป็นทรงเดียวกัน แน่นอนว่าเทคนิคการประกอบลำตัวของ Serpenti นี้ก็ยังทำด้วยเทคนิคดั้งเดิมที่เป็นลิขสิทธิ์ของบุลการี และใครที่เคยทดลองสวมจะเห็นว่าลำตัวของงูนั้นสามารถสวมกระชับเข้ากับแขนได้อย่างง่ายได้และเป็นธรรมชาติ ส่วนการตกแต่งด้วยการลงยาล้วนทั้งเรือนนั้นจะมีสีน้ำตาลออกมาก่อน(ยังไม่มีรายละเอียดอื่นๆ) แต่ใครที่หลงใหล Serpenti ก็คงมองไปที่ตัวเรือนลงยาสีฟ้าประดับเพชรซึ่งดูโดดเด่นและครบความเป็นไฮจิวเวลรีในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่จะให้พีคสุดๆ ก็ต้องเรือนที่ประดับเพชรมากที่สุดบนตัวเรือนทองคำที่ทำเป็นแผ่นเกล็ดของงู คือมีทองคำกับเพชรที่โดดเด่นสุดและเรือนนี้แหละที่คนของบุลการีเรียกว่ามังกร เพราะคือที่สุดจริงๆ นอกจากนี้ยังมี SERPENTI SEDUTTORI และ SERPENTI TUBOGAS


มาถึงนาฬิกาสำหรับใครที่หลงใหลเสียงเตือนของนาฬิกาชั้นสูงที่มีฆ้องเล็กๆ เคาะเสียงสดใสกังวาลดุจดังเสียงกังสดาลต้องรอสัมผัสกับ Octo Roma Emerald Grande Sonnerie. และ Octo Roma Carillon Tourbillon blue edition. โดยเรือนแรกนั้นสำหรับคนชอบนาฬิกาประดับเพชรอีก้ดวยเพราะมาแบบเพชรทรงบาแก็ตแน่นจริงจังเต็มเรือนประดับด้วยมรกตล้อมรอบหน้าปัดเพื่อตอกย้ำว่าบุลการีคือที่สุดของจิวเวลรีและจักรกลนาฬิกา ส่วนเรือนหลังนี้สำหรับสุภาพบรุษสุดเท่ที่มองหานาฬิกากลไกตูร์บิญงแถมยังส่งเสียงเตือนได้อีกทั้งการใช้งานไม่ได้ซับซ้อนและการวางชิ้นส่วนนั้นคิดมาอย่างดีจึงเปิดโชว์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังนาฬิกาให้เห็นการทำงานของจักรกลทั้งหมดถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงของการทำนาฬิกาที่ไม่ได้เพียงเที่ยงตรงและมีฟังก์ชั่นพิเศาหลากหลายแต่ยังมีความสวยงามที่มองทะลุปรุโปร่งเข้าไปอย่างไรก็ยังงดงามน่าทึ่ง


Haute Horlogerie หรือนาฬิกาชั้นสูงของบุลการีที่ผสานเอาเครื่องประดับชั้นสูงมาผนวกไว้กับจักรกลที่ซับซ้อน The Grande Sonnerie ที่ประกอบด้วยฆ้อน 4 ตัวและฆ้องหรือแผ่นโลหะสร้างเสียงเตือนถือเป็นจักรกลที่ซับซ้อนที่สุดของบุลการีจนถึงปัจจุบัน ความเที่ยงตรงภายใต้จักรกล BVL 703 ไขขึ้นลานอัตโนมัติ Octo Roma Grande Sonnerie ประดับด้วยเพชรทรงบาแก็ต 446 เม็ด ล้อมกรอบหน้าปัดด้วยมรกตแซมเบียโโยรวมน้ำหนักทั้งหมดของอัญมณีคือ 30 กะรัต ตัวเรือนไวท์โกลด์ ฝาหลังและฝาหน้าเป็นกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ สายหนังจระเข้ทำสีเขียวสุดประณีต


Octo Roma Blue Carillon Tourbillon. เป็นการผนวกเอาขนบดั้งเดิมของสร้างสรรค์นาฬิกามาขับขานในภาษายุคใหม่ทั้งกลไกตูร์บิญง และการส่งเสียงเคาะสุดไพเราะเพื่อบอกเวลาหรือการเตือน ตัวเรือนทำจากแพลทตินั่ม และส่วนกรอบสีน้ำเงินบนหน้าปัดทำจากไททาเนียมทำสีน้ำเงินโดยมองเห็นเครื่องกลไกด้านในที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงามรวมทั้งกรงตูร์บิญงที่ 6 นาฬิกา ของจักรกล calibre BVL428 ที่มีขนาด 35 มม. หนา 8.35 มม.โดยจักรกลทั้งหมดรวมทั้งที่ให้สัญญานเตือนต่างๆ มีจำนวน 432 ชิ้น นับว่าเป็นความซับซ้อนขั้นสูงทีเดียว โดยระบบการการตีฆ้องที่ให้สัญญานนั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ให้เสียงกังวาลสุดไพเราะและมีความดังที่ปรับได้ รวมทั้งปรับให้สู่โหมดเงียบได้ด้วยทั้งยังสำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง ทำขึ้นมาเพียง 30 เรือน
นี่เป็นเพียงคร่าวๆ ที่ยังโดดเด่นอีกรุ่นก็คือ Lvcea Intarsio ที่มีรุ่นใหม่ออกมาเช่นกัน ซึ่งเราคงได้นำเสนอในครั้งต่อๆ ไปอีกเป็นแน่

Bvlgari ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนด้วยแคมเปญที่นำโดยเหล่าแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เชื้อสายจีนที่พร้อมมาแบ่งปันความสุขและความสนุกสนานเบิกบานใจในเทศกาลสำคัญนี้

ดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตาที่ส่องประกายแสงพร่างพราวบนท้องฟ้ายามราตรี รายล้อมไปด้วยการประดับประดาโคมไฟสีแดงส่องสว่างให้กับบรรยากาศแห่งเทศกาลตรุษจีน พร้อมทั้งตัวอักษรจีน ฝู (Fu) ที่มีความหมายถึงความโชคดี นำมาติดกลับหัวบนประตูและหน้าต่างเพื่อนำพาความสมบูรณ์พูนสุข ความเป็นมงคลและพรมาให้ 

สำหรับเทศกาลตรุษจีน 2022 (Lunar New Year 2022) นี้ บุลการี (Bulgari) ได้เปลี่ยนความปรารถนาอันแสนสุขมีชีวิตชีวามาสู่ผลงานสร้างสรรค์อันงดงามวิเศษอีกครั้ง โดยทั้งหมดได้ร่วมถ่ายทอดผ่านเหล่าแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ทั้ง ชู ฉี (Shu Qi), ถงลี่ย่า (Tong Liya), หยางหยาง (Yang Yang) และวิคกี้ เฉิน (Vicky Chen)   เพื่อแบ่งปันความสุขและความสนุกสนานเบิกบานใจในเทศกาลนี้

เปี่ยมไปด้วยความหวังและความปรารถนาสำหรับปีใหม่จีนนี้ ที่ ชู ฉี ได้เขียนผ่านตัวอักษร ฝู (Fu)  พร้อมทั้งความงดงามของสร้อยคอ เซอร์เพนติ ไวเปอร์ (Serpenti Viper) ใหม่ ที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีนนี้ เพื่อนำพามาซึ่งความโชคดีและสัมผัสแห่งความหรูหราสง่างามผ่านลวดลายงูอันเปี่ยมด้วยพลัง ขณะที่กระเป๋าใบใหม่ของ เซอร์เพนติ จิวเวลรี บ็อก (Serpenti Jewellery Box) และนาฬิกา เซอร์เพนติ ซีดัตทอรี (Serpenti Seduttori) นับเป็นการเชื้อเชิญสู่การผจญภัยครั้งใหม่อันมีชีวิตชีวา ด้วยประกายแสงและสีแดงแห่งการเฉลิมฉลอง

ชู ฉี แบรนด์แอมบาสเดอร์บุลการี

ทุกๆ บ้านล้วนตกแต่งด้วยโคมไฟและพู่สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ถึงความหวังสำหรับปีใหม่นี้ เช่นเดียวกับที่ หยางหยาง ได้ถ่ายทอดผ่านเครื่องประดับบุลการี กับการผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างสีราวดั่งต้องมนตร์และเปี่ยมเสน่ห์เข้ากับงานออกแบบอันเป็นไอคอนิก เขาได้เผยความสง่างามผ่านสร้อยคอเซอร์เพนติ ไวเปอร์ สเปเชียล เอดิชัน (Serpenti Viper Special Edition) ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากพิงค์โกลด์และทับทิม และนาฬิกาตัวเรือนสตีลขัดด้านซาตินและขัดเงาอันแสนดึงดูดใจอย่าง ออคโต ฟินิสซิโม ออโตเมติก (Octo Finissimo Automatic) 

หยางหยาง แบรนด์แอมบาสเดอร์บุลการี

ปี ค.ศ. 2022 จะเป็นปีนักษัตรขาลหรือปีเสือ ซึ่งบรรจงถ่ายทอดผ่านลวดลายอันสวยงามภายใต้ผลงานเอดิชันพิเศษของกระเป๋าใบใหม่ เซอร์เพนติ จิวเวลรี บ็อก (Serpenti Jewellery Box) ที่ซึ่งเสือสีทองจะเชื้อเชิญคุณก้าวเข้าสู่วันตรุษจีนด้วยความสนุกสนานและสุขสันต์

ถงลี่ย่า แบรนด์แอมบาสเดอร์บุลการี

เติมสัมผัสอันแรงกล้าของความสนุกสนานเบิกบานใจให้กับการเฉลิมฉลอง ด้วยเหล่าผลงานสร้างสรรค์เอดิชันพิเศษต้อนรับตรุษจีน (Chinese New Year Special Edition) ของบุลการี ที่พร้อมเผยโฉมร่วมกับอีกหลากหลายผลงานอันเป็นไอคอนิกจากคอลเลกชั่นสัญลักษณ์สูงสุด อาทิ เซอร์เพนติ ไวเปอร์ (Serpenti Viper), ดีวาส์ ดรีม (Divas’ Dream), บุลการี บุลการี (BVLGARI BVLGARI), ออคโต (Octo) และกระเป๋า เซอร์เพนติ ฟอเรเวอร์ (Serpenti Forever) ที่พร้อมจะมอบให้ทุกๆ ความปรารถนานั้นเป็นจริง 

วิคกี้ เฉิน แบรนด์แอมบาสเดอร์บุลการี

เรียบเรียง rhunrun

MORE THAN A WISH แคมเปญล่าสุดจาก BVLGARI เฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งวันหยุดและช่วงเวลาอันน่าจดจำประจำปี 2021

เสมือนตัวแทนแห่งการเริ่มต้นใหม่ ฮอลิเดย์ ซีซั่น 2021 ของบุลการีนับเป็นโอกาสอันแสนวิเศษและน่าอัศจรรย์อีกครั้ง เพื่อ “แกะกล่อง” ความงดงามล้ำเลิศที่ซ่อนอยู่ภายใต้ทุกๆ สิ่งรอบตัวเรา ท่ามกลางท้องถนนที่สว่างไสวและสวยงามไปด้วยแสงไฟเจิดจ้าโดยการประดับไฟแห่งการเฉลิมฉลอง และอาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสนุกสนานเบิกบานใจ

ท้องฟ้าแห่งเวทมนตร์ยังส่องประกายแสงไปทั่วผืนฟ้าด้วยมวลหมู่ดาวระยิบระยับและดอกไม้ไฟ เช่นเดียวกันกับคอลเลกชั่นอันน่าอภิรมย์ที่บุลการีไม่เคยหยุดยั้งที่จะรังสรรค์และนำเสนอผลงานอันแสนงดงามล้ำเลิศเหล่านี้ขึ้นภายในบูติก ที่ซึ่งไม่มีความปรารถนาใดจะใหญ่เกินไป และความมหัศจรรย์นั้นก็ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะปรากฏกายอยู่เสมอ  

และนี่คือช่วงเวลาอันน่าจดจำที่อยู่เบื้องหลังของขวัญแห่งบุลการีทุกๆ ชิ้นที่คุณจะได้มอบให้กัน และเป็นห้วงเวลาแห่ง #MORETHANAWISH ที่มากกว่าความปรารถนาอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจที่ไม่มีสิ้นสุด กับความรื่นรมย์ของชีวิตสไตล์อิตาลีและการเสาะแสวงหาอย่างไม่ลดละมาซึ่งความวิเศษล้ำเลิศสูงสุด  

สำหรับ บุลการี ฮอลิเดย์ ซีซั่น แคมเปญ 2021 (BVLGARI Holiday Season Campaign 2021) นี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราได้มองมองขึ้นสู่ท้องฟ้า ภายใต้ทัศนียภาพราวดั่งฝัน ด้วยลวดลายโลโก้ BVLGARI ที่ไม่มีสิ้นสุดอันเป็นตัวแทนถึงความนิยมชื่นชอบของเมซง (Maison) แห่งนี้ที่มีต่อขอบฟ้าแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด และเป็นดวงดาวแปดแฉกแห่งคอนดอตติ (Condotti) ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ท่ามกลางหมู่ดาวตกที่โอบกอดไว้โดยพลังแห่งความทรงจำของท้องฟ้า ซึ่งเป็นตัวแทนถึงความมหัศจรรย์เล็กๆ และแสนยิ่งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตนั้นงดงามล้ำเลิศ อันเป็นวิถีที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจและนำทางให้จินตนาการนั้นกลับกลายเป็นความจริง

โดยในแคมเปญนี้ยังได้ร่วมถ่ายทอดโดยมิวส์ (muses) ผู้เป็นแรงบันดาลใจของบุลการี ทั้ง วิตตอเรีย เซเรตติ (Vittoria Ceretti) และเบลสนีอา  ไมเนอร์ (Blesnya Minher) ที่จะเชื้อเชิญคุณให้ร่วมดื่มด่ำสู่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมทั้งเป็นตัวแทนถึงจิตวิญญาณอันกล้าแกร่ง ร่าเริง และสง่างามอย่างไร้ขอบเขตแห่งการเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่สไตล์อิตาลี

เรียบเรียง rhunrun

Bvlgari Man Terrae Essence น้ำหอมกลิ่นล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากพื้นดินและเนินเขาอันอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต

Tuscan soil ที่มีความอุดมสมบูรณ์อันเป็นสัญลักษณ์ของความสุขคือแรงบันดาลใจของน้ำหอม Bvlgari Man Collection พลังชีวิตของธรรมชาติเคลื่อนตัวผ่านภูมิประเทศ ที่ปรากฎเป็นเนินเขา และต้นไซเปรส, ดอกไม้ และพื้นดิน มันคือพลังชีวิตที่ฝังแน่นซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นหอมอันเป็นสัญลักษณ์ ประจําภูมิภาค ตามความหมายของ Terrae ที่เป็นภาษาละตินแปลว่า พื้นดิน รากฐานของผู้ชายทุกคนที่แฝงไว้ในสัญชาตญาณดั้งเดิม

 

โดยน้ำหอมกลิ่นพื้นพสุธาที่เต็มไปด้วยตัวตนและพลังแห่งชีวิตนี้ได้รับการออกแบบโดย อัลเบอร์โต โมริลลาส (Alberto Morillas) สุคนธกรชาวสเปนที่ตีหมายของความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินออกมาเป็นน้ำหอมกลิ่นแนว Woody Vetiver กับ Top note ด้วยความสดชื่นของซิตรอน (Citron) ที่เพิ่มความแปลกใหม่ด้วยกลิ่นของส้มคาลาแมนซี่ และ Heart Note แมนๆดิบๆจากกลิ่นของรากต้นออร์ริส เคล้ากับกลิ่นของหญ้าแฝก (Vetiver) 2 สายพันธุ์ที่มาจากเกาะชวาและจากประเทศเฮติซึ่งจะได้รับการปลูกคืนภายใน 12 เดือนหลังจากการเก็บเกี่ยวเพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติและรักษาความอุดมสมบูรณ์ที่โลกได้มอบให้เรา

ปิดท้ายด้วย Base Note น้ำหอมตัวนี้เป็นการผสานกันระหว่างกลิ่นแนวอบอุ่นของ Woodleather® และ Carrot Essence ที่ให้ความรู้สึกเข้มข้นนุ่มลึก สร้างภาพรวมที่แข็งแกร่งแต่ก็อบอุ่นให้กับ Bvlgari Man Terrae Essence ขวดนี้

น้ำหอม Bvlgari Man Terrae Essence มาในขวดทรงตคลาสสิก โดยคอขวดได้รับแรงบันดาลใจมาจากหินอ่อนทราเวอทีน (Travertine Marble) ซึ่งใช้เทคนิคการพ่นสีสองเฉดสีผสมดเข้าด้วยกัน ตัวน้ำหอมมาในเฉดสีอำพันผสมน้ำตาลที่ได้อิทธิพลมาจากแสงธรรมชาติชวนฝันในช่วง Golden Hour เมื่อกระทบกับผิวดิน

เรื่องเรียบเรียง rhunrun