Posts

BREITLING X TRIUMPH

พบกับการจับคู่นาฬิการะดับสุดยอด Breitling และรถจักรยานยนต์สุดหรู Triumph เป็นการร่วมมือครั้งใหม่อันน่าทึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม café-racer ในปี 1960 ซึ่งในยุคนั้นสายบิดกับการแข่งรถรุ่งโรจน์มาก และเกิดกระแส“café-racer” ซึ่งพวกเขาจะไปพบปะกันที่คาเฟ่จำหน่ายเครื่องดื่มพร้อมรถจักรยานยนต์ที่มีสไตล์ ซึ่งพวกเขาจะตระเวณไปตามคาเฟ่สุดฮิปต่างๆ นี่คือการร่วมมือของสุดยอดแห่งเวลาและความเร็วที่นานๆ ครั้งจะโคจรมาพบกัน ไม่ว่าสายบิดหรือสายนักสะสมนาฬิกาคงต้องหามาครอบครองกันแล้ว

Willy Breitling ตระเวณไปวัดความเร็วของนักบิดเปี่ยมสไตล์เหล่านั้นด้วยนาฬิกาที่เป็นรูปแบบใหม่ในการจับเวลา ผลลัพธ์ก็คือนาฬิกา Breitling Top Time Triumph ซึ่งเป็นนาฬิกาโครโนกราฟแหวกแนวที่ออกแบบมาสำหรับ “มืออาชีพรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น” ทำให้เป็นนาฬิกายอดนิยมอย่างรวดเร็วสำหรับชายและหญิงออกแนวสปอร์ตที่ห้าวหาญ

วันนี้ จิตวิญญาณของ café-racer เปี่ยมเสรีแห่งทศวรรษ 1960 ได้กลับมาอีกครั้ง เป็นการทำงานร่วมกันแบบท็อปไทม์ครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้นระหว่าง Breitling และ Triumph รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษ และนับเป็นปีที่ 120 ที่ Triumph ผสมผสานงานฝีมืออันเก่าแก่เข้ากับการออกแบบร่วมสมัยเพื่อสร้างรถจักรยานยนต์คลาสสิก

“มรดกของ Triumph และความงามแบบย้อนยุคแต่มีความสมัยใหม่เป็นสองสิ่งที่เรามีเหมือนกัน” Georges Kern ประธานกรรมการบริหารของ Breitling กล่าว “การผสมผสานระหว่างประเพณีกับเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราทำ”

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรก Breitling ผลิตนาฬิกา Top Time Triumph ที่มีพื้นผิวขัดมันอันโดดเด่นในลวดลายโบว์ไทที่เรียกเล่นๆ ว่า “หน้าปัด Zorro” โดยนักสะสม Top Time ขณะเดียวกัน Triumph กำลังเปิดตัวรถจักรยานยนต์ The Speed Twin Breitling Limited Edition ซึ่งผู้ที่ได้ครอบครองจะมีโอกาสรับสิทธิพิเศษในการซื้อ Top Time Triumph รุ่นพิเศษด้วย โดยรุ่นนี้มีหน้าปัดแบบ Sunray และฝาหลังแบบจะแกะสลักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นก็คือหมายเลขของจักรยานยนต์ที่คู่กัน (การสั่งซื้อกับ Triumph ภายในวันที่ 22 สิงหาคม 2022)

ความเจิดจรัสของนาฬิกาทั้งสองเรือนคือหน้าปัดสีน้ำเงินไอซ์บลู สีที่เป็นเอกลักษณ์นี้มีการอ้างอิงหลักสองประการ: Triumph Thunderbird 6T สีน้ำเงินจากปี 1951 และ Breitling Top Time Ref. สีน้ำเงินที่หายาก 815 จากปี 1970

ความโดดเด่นอื่นๆ ได้แก่ สายหนังลูกวัวในธีมรถแข่งที่ดูเรียบหรู ช่วยให้หน้าปัดเปล่งประกาย โลโก้ Breitling และ Triumph วางไว้อย่างประณีตที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา ปุ่มกดทรงดอกเห็ดขนาดใหญ่ช่วยควบคุมฟังก์ชันหยุด-เริ่มและรีเซ็ตของโครโนกราฟได้อย่างง่ายดาย และสเกลทาคีมิเตอร์คอนทราสต์สูงที่ให้ความชัดเจนในการอ่านค่าความเร็วอย่างเด่นชัด นาฬิกาใช้พลังงานจากกลไก Breitling Calibre 23 ซึ่งเป็นโครโนมิเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก COSC สามารถสำรองพลังงานได้ประมาณ 48 ชั่วโมง และอีกหนึ่งคุณลักษณะเจ๋ง ๆ ที่นักสะสมจะหลงรักนั่นก็คือ ฝาหลังสลักด้วยภาพร่างการออกแบบที่มีรายละเอียดของเครื่องยนต์แฝดของ Triumph
หน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. Top Time Triumph จึงมีความพอเหมาะสำหรับชายและหญิงเช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม สำหรับแฟน ๆ ของแบรนด์ Triumph และผู้ที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ Speed ​​Twin Breitling Limited Edition ก็คงต้องมีอย่างแน่นอน


Triumph Speed ​​Twin Breitling รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น รถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษนี้จะมีการผลิตเพียง 270 คันเท่านั้น มาดูการออกแบบที่ร่วมสร้างสรรค์กันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน Polychromatic Blue ที่ปรากฏบนหน้าปัดของนาฬิกาโครโนกราฟ Top Time ซึ่งเป็นโทนสีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรถมอร์เตอร์ไซค์ Triumph รุ่นอมตะในภาพยนตร์นักบิดที่เป็นตำนานจากปี 1953 เรื่อง The Wild One
สเปคสุดพรีเมี่ยมของรถจักรยานยนต์ด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบคู่หลัง Öhlins piggyback twin rear suspension units  ที่ปรับแต่งได้เต็มที่ เป็นสเปกที่สูงกว่า ผสานกับสมรรถนะ ความสามารถ และเทคโนโลยีของ Speed ​​Twin เจนเนอเรชั่นล่าสุด
รวมทั้งรายละเอียดเครื่องยนต์ที่ไม่ซ้ำใคร อุปกรณ์ตกแต่งคลัตช์อะลูมิเนียมกลึง Billet และ alternator พร้อมผิวเคลือบอะโนไดซ์สีเข้มแสดงโลโก้ Breitling ที่ทำขึ้นอย่างประณีต


เบาะหนังพรีเมี่ยมทำจากหนังสีดำเจาะรูพร้อมเย็บตะเข็บสีเทาตัดกันเชื่อมโยงดีไซน์กับสายนาฬิกา Top Time Triumph และโดดเด่นด้วยการปัก Breitling “B” อย่างหรูหรา
ปรับแต่งรายละเอียดแสดงผลความเร็วของรถ ร่วมออกแบบโดย Breitling มาตรวัดความเร็วและ RPM gauges ของรถจักรยานยนต์ใช้สไตล์เดียวกับการออกแบบหน้าปัดนาฬิกา Top Time Triumph
นี่คือการร่วมมือของสุดยอดแห่งเวลาและความเร็วที่นานๆ ครั้งจะโคจรมาพบกัน ไม่ว่าสายบิดหรือสายนักสะสมนาฬิกาคงต้องหามาครอบครองกันแล้ว

BREITLING’S HERITAGE, REVIVED

สดๆ ร้อนๆ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมากับการเผยโฉม Premier Heritage Collection ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ของผู้ก่อตั้ง Breitling เพื่อคนทันสมัย มีรสนิยมที่ไร้ที่ติ นาฬิกาที่สวยงามเหล่านี้เป็นนาฬิกาที่หรูหราและประณีตที่สุดของแบรนด์

“ การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมด้วยการเพิ่มเติมความทันสมัยอย่างมีสไตล์ สะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Breitling และฟื้นฟูมรดกด้านการผลิตนาฬิกาของ Breitling ในการประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาสมัยใหม่ นี่คือมรดกของที่ได้รับการฟื้นฟูอย่างแท้จริง”

Georges Kern แห่ง Breitling ได้กล่าวอย่างภูมิใจ


Premier Heritage Collection เป็นการแสดงความเคารพต่อเหล่าผู้ก่อตั้งของ Breitling ชายสามรุ่นที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การบอกเวลาและทำให้ Breitling เป็นเช่นทุกวันนี้ นั่นก็คือ Léon Breitling ก่อตั้ง บริษัท ในปี ค.ศ.1884 ต่อมาเขาได้จดสิทธิบัตรเครื่องจับเวลา/เครื่องวัดความเร็วแบบธรรมดาที่สามารถวัดความเร็วระหว่าง 15 ถึง 150 กม./ชม. ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่นำเสนอในนาฬิกาพกรุ่น 1906 Vitesse
ในปี 1906 และ Gaston ลูกชายของเขาได้สร้างนาฬิกาโครโนกราฟแบบสวมที่ข้อมือเครื่องแรกโดยมีตัวกดอิสระที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา นวัตกรรมนี้แยกฟังก์ชั่นเริ่มต้น หยุดและรีเซ็ต ออกจากเม็ดมะยมทำให้ใช้งานได้คล่องตัวและจริงจังมากยิ่งขึ้นสำหรับนาฬิกาจับเวลาสำหรับการแข่งขันกีฬา
ในปี 1934 วิลลีหลานชายของลีอองได้จดสิทธิบัตรตัวกดโครโนกราฟอิสระตัวที่สองที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา หนึ่งในความสำเร็จในการบุกเบิกที่โด่งดังของ Willy Breitling คือการก่อตั้งแผนกการบิน Huit ในปีพ. ศ. 1938

รสนิยมที่ไร้ที่ติ
นอกจากความกล้าหาญและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแล้ว วิลลี ไบรท์ลิง ยังเข้าใจความต้องการของผู้คนที่ต้องการสัมผัสความสง่างามและความเย้ายวนใจ สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาออกแบบนาฬิกาข้อมือระดับพรีเมียร์ดั้งเดิมในปี 1940 ซึ่งเป็นก้าวแรกของ Breitling ในการเชื่อมโยงจุดมุ่งหมายกับสไตล์ ดังที่วิลลีเห็น
“เมื่อผู้ชายใส่นาฬิกาของเขา มันคือตราประทับของรสนิยมที่ไร้ที่ติ”

Premiers รุ่นล่าสุด (Breitling’s Premier Heritage Collection)นำความสง่างามเหนือกาลเวลานี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง คอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยนาฬิกาหกเรือนที่แบ่งออกเป็นสามประเภทที่โดดเด่น ได้แก่ The Chronograph, The Duograph และ The Datora
ทั้งหมดประกอบด้วยตัวเลขอารบิก เข็มนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์วินเทจ และสายจระเข้กึ่งเงาพร้อมการเย็บแบบ tone-on-tone นาฬิกาทุกเรือนเป็นนาฬิกาโครโนมิเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก COSC และกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร

ฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่เพิ่มเติม


นาฬิกา Premier Heritage Chronograph ขนาด 40 มม. เป็นนาฬิกาไขลานด้วยมือเช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิมในปี 1940 ใช้กลไก Breitling Manufacture Caliber B09 ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Breitling Manufacture Calibre 01 โดยมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ หน้าปัดสีเขียวพิสตาชิโอที่สะดุดตาซึ่งตัวเรือนเป็นสแตนเลสสตีล หรือหน้าปัดสีเงินอันโอ่อ่าตกแต่งด้วยทอง Red gold 18 k


ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลและทองคำขาว 18 k ขนาด 42 มม. Premier Heritage Duograph มาพร้อมกับหน้าปัดสีน้ำเงินหรือสีดำตามลำดับ ฟังก์ชั่น Rattrapante ซึ่งเป็นหนึ่งในความซับซ้อนที่สุดในการผลิตนาฬิกาช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถจับเวลาที่ผ่านไปสองครั้งพร้อมกันได้ด้วยเข็มนาฬิกาโครโนกราฟสองอันที่ซ้อนทับกัน ชิ้นนี้เป็นกลไก Breitling Manufacture Calibre B15 ซึ่งพัฒนามาจาก Breitling Manufacture Caliber B03


เช่นเดียวกับรุ่นก่อนในปี 1940 Premier Heritage Datora ขนาด 42 มม. ยังโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นที่มองเห็นได้ชัดเจนและซับซ้อนเช่นการแสดงวันวันที่และข้างขึ้นข้างแรม ขับเคลื่อนโดยกลไก Calibre B25 หน้าปัดสี Red gold ของ Datora ล้อมรอบด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลในขณะที่หน้าปัดสีเงินมาในตัวเรือนทองคำขาว 18 k
Premier Heritage Collection ทั้งสามรุ่นเน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญในการบอกเวลาของ Breitling ที่สืบเนื่องจากการพัฒนาการมาหลายชั่วอายุคน

Breitling Summit in Dubai

ภายในงาน Breitling Summit ที่ดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้มีการเผยโฉมนาฬิกาโมเดลใหม่ๆ เป็นการส่งท้ายปีนี้ โดย Georges Kern ผู้เป็น CEO ของไบรทลิ่งได้เป็นคนแนะนำบนเวทีด้วยตัวเอง โดยมีแขกรับเชิญสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาในคอลเล็กชั่นนี้มาร่วมพูดบนเวที

โดยนาฬิการุ่นที่ถูกจับตามากที่สุดรุ่นหนึ่งของงานนี้ก็คือ Breitling Avenger Collection ที่ได้แรงบันดาลใจจากการบุกเบิกด้านการบินที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับเหล่านักผจญภัยทางอากาศแห่งยุคร่วมสมัยไบรทลิ่ง(Breitling)ออกแบบนาฬิกาอเวนเจอร์(Avenger)ขึ้นมาใหม่ในฐานะคอลเลกชั่นที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสมดังชื่อ สมทบกับอีกสองคอลเลคชั่นทั้งเอวิเอเตอร์ 8 (Aviator 8) และนาฬิกาต้นตำรับอย่าง นาวิไท เมอร์ (Navitimer) ท่ามกลาง อาณาจักรแห่งท้องฟ้าของไบรทลิ่ง


อเวน เจอร์ โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นสหายที่วางใจและเชื่อถือได้สำหรับเหล่านักผจญภัยทางอากาศผู้ซึ่งต้องการพิชิตความท้าทายอันโดดเด่นและเหนือความคาดหมาย นับเป็นอุปกรณ์บนข้อมืออัน สมบูรณ์แบบสำหรับนักเชี่ยวชาญด้านโดรนที่สามารถควบคุมการบินได้จากพื้นดิน รวมถึงนักบินภายในห้องควบคุมของเครื่องบิน ความเร็วสูงเหนือเสียง หรือแม้แต่นักบุกเบิกด้านการบินผู้อุทิศตนอย่างทุ่มเทมายาวนานให้กับความท้าทายเหนือพรมแดนแห่งการบินตามแบบแผนปฏิบัตทั่วไป

นาฬิกาซูเปอร์ อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 48 (Super Avenger Chronograph 48) และโครโนกราฟ 48 ไนท์ มิชชั่น งดงามด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 48 มม. พร้อมขอบตัวเรือนแบบสปริงสับปรับหมุนได้ทางเดียวรวมถึงหน้าปัดสีดำ
ไบรทลงิ่ อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 45 (Breitling Avenger Chronograph 45) คือนาฬิกานักบินสุดคลาสสิก ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 45 มม. พร้อมด้วยขอบตัวเรือนแบบสปริงปรับหมุน ได้ทางเดียว และมีให้เลือกทั้งหน้าปัดสีดำหรือสีน้ำเงิน
ส่วน อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 45 ไนท์ มิชชั่น(Avenger Chronograph 45 Night Mission) โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่ง แต่น้ำหนักเบา ตัวเรือน 45 มม. ทำจากไทเทเนียมเคลือบ DLC ประกอบด้วยขอบตัวเรือนแบบสปริงสับ ปรับหมุนได้ ทางเดียวและฝาหลังประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุชุดเดียวกันโดยมีให้เลือกทั้งหน้าปัดสีดำและหน้าปัดสีเขียว


ไบรทลงิ่ อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 45 สวิส แอร์ ฟอร์ซ ทีม ลิมิเต็ด เอดิชั่น(Breitling Avenger Chronograph 45 Swiss Air Force Team Limited Edition) ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 45 มม. พร้อมด้วยขอบตัวเรือนแบบสปริงสับปรับหมุนได้ทางเดียวและหน้าปัดสีดำประทับโลโก้ของทีม สวิสแอร์ฟอร์ซ(SwissAirForce) ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกาตกแต่งด้วยโทนสสีเหลืองและสีแดงโดดเด่นที่สะท้อนถึงสีสันของโลโก้ ฝาหลัง แกะสลักโลโก้เฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีของ สวิส แอร์ ฟอร์ซ ทีม ด้วยเลข 55 เปี่ยมด้วยสไตล์ และรูปเครื่องบินไอพ่น ความเร็วเหนือเสียง ร่วมไปกับคำว่า “ONE OF 550”
ไบรทลงิ่ อเวนเจอร์ ออโตเมติค 45 ซีวูลฟ์ (Breitling Avenger Automatic 45 Seawolf) เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นนาฬิกานักบินคลาสสิกแต่ยังคงไว้ด้วยคุณสมบัติที่ทำให้รุ่นนี เป็นนาฬิกาในอุดมคติ เหมาะกัทบการผจญภัยใต้ผืนน้ำที่พื้นผิวมหาสมุทร
ไบรทลิ่ง อเวนเจอร์ ออโตเมติค จีเอ็มที 45 (Breitling Avenger Automatic GMT 45) ควรคู่อย่างสมบูรณ์กับนักเดินทางที่ชื่นชอบการผจญภัย นอกจากเข็มนาฬิกาตามมาตรฐานแล้วยังมีเข็มแสดงเวลาสองไทม์โซน โดยทั้งเข็มนาฬิกาและเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสง ซูเปอร์ลูมิโนวา เสริมประสิทธิภาพของการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนในทุก สภาวะแสง


ไบรทลิ่ง อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 43 (Breitling Avenger Chronograph 43) เป็นนาฬิกานักบินคลาสสิกด้วยตัว เรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43 มม. พร้อมขอบตัวเรือนแบบสปริงสับปรับหมุนได้ทางเดียว มีให้เลือกทั้งจับคู่กับหน้าปัดสีดำหรือสีน้ำเงิน
ไบรทลิ่ง อเวนเจอร์ ออโตเมติค 43 (Breitling Avenger Automatic 43) ประกอบด้วยหน้าปัดเรียบง่ายสะอาดตา ติดตั้งด้วยเข็มชั่ว โมง นาที และวินาที รวมทั้งช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43 มม. ผสานขอบตวั เรือนแบบสปริงสับปลับหมุนได้ทางเดียว ภายในตัวเรือนติดตั้งด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ ไบรทลิ่งคาลิเบอร์ 17 สำรองพลังงานได้ประมาณ 38 ชั่วโมง

นาฬิกา ไบรทลิ่ง สามรุ่นใหม่ ร่วมรำลึกถึงตำนานแห่งการบิน : เคอร์ทิสส์ พี-40 วอร์ฮอว์ค

เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษ ที่ ไบรทลิ่ง (Breitling) ได้สร้างชื่อเสียงระดับโลกจากความเชื่อมโยงของแบรนด์กับโลกแห่งการบิน เช่นเดียวกับนาฬิกานักบินของตน และด้วยการเปิดตัวของนาฬิกาโครโนกราฟสองรุ่นใหม่ กับอีกหนึ่งนาฬิกาแสดงเวลาแบบสามเข็มเรียบง่าย เพื่อรำลึกถึงความสัมพันธ์ที่มีร่วมกับผู้ผลิตเครื่องบินระดับตำนาน อย่าง พี-40 วอร์ฮอว์ค (P-40 Warhawk) ไบรทลิ่ง ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าการบินนั้นยังคงเป็นส่วนสำคัญภายใน ดีเอ็นเอ (DNA) ของแบรนด์เสมอ

นาฬิกา ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Breitling Aviator 8 Curtiss Warhawk) สามรุ่นใหม่ได้มอบเกียรติให้กับ เคอร์ทิสส์ ไรท์ (Curtiss Wright) ผู้ผลิตเครื่องบินอเมริกันชื่อดัง และเคอร์ทิสส์ พี-40 วอร์ฮอว์ค เครื่องบินที่มีชื่อเสียงโด่งดังสูงสุดซึ่งถูกผลิตขึ้นในช่วงระหว่างปี 1938 ถึง 1944 โดยนาฬิกาโครโนกราฟสองรุ่นใหม่ ซึ่งรุ่นหนึ่งติดตั้งด้วยกลไก ไบรทลิ่ง แมนูแฟคเจอร์ คาลิเบอร์ 01 (Breitling Manufacture Caliber 01) ได้เปิดตัวแนะนำแล้วในวันนี้ พร้อมกับนาฬิกาแสดงเวลาแบบสามเข็มอันโดดเด่นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญ

จอร์จส เคิร์น (Georges Kern) ซีอีโอของไบรทลิ่ง ได้กล่าวว่า: “เคอร์ทิสส์ ไรท์ ผลิตเครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ไบรทลิ่ง และแผนกวิท เอวิเอชั่น (Huit Aviation Department) ของแบรนด์กำลังพัฒนาและสร้างสรรค์อุปกรณ์สำหรับติดตั้งบนเครื่องบินรุ่นต่างๆ ที่ใช้งานโดยกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) และกองกำลังอากาศอื่นๆ ด้วยสัมพันธภาพและนาฬิการุ่นใหม่อันยิ่งใหญ่เหล่านี้ เราจะได้ร่วมตอกย้ำอีกครั้งถึงความสำคัญของมรดกแห่งการบินของไบรทลิ่งที่มีต่อแบรนด์”

ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 บี01 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค

เอวิเอเตอร์ 8 บี01 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Aviator 8 B01 Chronograph 43 Curtiss Warhawk) โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวมิลิแทรีตกแต่งแบบด้าน ตัดกับบรรดาหน้าปัดย่อยสีเงิน ซึ่งเป็นหน้าปัดจับเวลาโครโนกราฟ 12 ชั่วโมง และ 30 นาที และหน้าปัดแสดงวินาทีเล็ก ที่บ่งบอกว่านาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนภายในโดย ไบรทลิ่ง แมนูแฟคเจอร์ คาลิเบอร์ 01 (Breitling Manufacture Caliber 01) กลไกจักรกลที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์เอง พร้อมกับศักยภาพของการสำรองพลังงานได้อย่างยาวนานถึงประมารณ 70 ชั่วโมง

นาฬิกาโครโนกราฟอันโดดเด่นนี้ยังติดตั้งด้วยขอบตัวเรือนปรับหมุนได้สองทาง บรรจุตัวเลขอารบิคและเครื่องหมายแสดงเวลาอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับตัวชี้สีแดงเด่นที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาที รวมถึงตัวเลขอารบิคบนหน้าปัดเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ทำให้ง่ายต่อการอ่านค่าเวลาได้ในทุกสภาวะแสง

นาฬิกาเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรโดย ซีโอเอสซี (COSC) รุ่นนี้มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43 มิลลิเมตร และประกอบคู่มากับสายสีเขียวมิลิแทรี พร้อมทั้งประสิทธิภาพของการกันน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 10 บาร์ (100 เมตร/330 ฟุต)

ขณะที่ฝาหลังสะดุดตาด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใส พิมพ์ประทับด้วยชื่อเคอร์ทิสส์ และภาพของเครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค กับงานออกแบบด้วยรูปปากฉลามและโครงสี ซึ่งได้มาจากเอกลักษณ์ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับเครื่องบิน เมื่อครั้งขึ้นบินโดยกลุ่มอาสาสมัครอเมริกัน (American Volunteer Group) ของหน่วยเสือบิน หรือฟลายอิ้ง ไทเกอร์ (Flying Tigers) อันโด่งดังของกองทัพอากาศจีน (Chinese Air Force)

ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค

เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Aviator 8 Chronograph 43 Curtiss Warhawk) มาพร้อมหน้าปัดสีเขียวมิลิแทรีตกแต่งแบบด้าน และหน้าปัดย่อยแบบโทนออนโทน ทั้งหน้าปัดย่อยจับเวลาโครโนกราฟ 12 ชั่วโมง และ 30 นาที รวมถึงหน้าปัดแสดงวินาทีเล็ก ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาทีแบบชุบนิเกิลสีดำ เช่นเดียวกับตัวเลขอารบิคบนหน้าปัดล้วนเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา เพื่อช่วยให้สามารถดูเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาวะแสงอันท้าทายสูงสุด

ณ กลางหัวใจของนาฬิกา เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค คือการขับเคลื่อนของ ไบรทลิ่ง คาลิเบอร์ 13 (Breitling Caliber 13) กลไกจักรกลชื่อดังด้วยความเที่ยงตรงและสมรรถนะสูง โดยมอบการสำรองพลังงานได้นานประมาณ 42 ชั่วโมง

ขณะที่ฝาหลังอันโดดเด่นของนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นนี้ยังแกะสลักไว้ด้วยชื่อเคอร์ทิสส์ และภาพของเครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค พร้อมงานวาดเป็นรูปปากฉลาม ที่มอบภาพอันเปี่ยมด้วยพลัง ณ ตอนที่เครื่องบินลำนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยเสือบิน หรือฟลายอิ้ง ไทเกอร์ ชื่อดังของกองทัพอากาศจีน และขึ้นบินโดยเหล่านักบินอาสาสมัครอเมริกัน

นาฬิกาเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรโดย ซีโอเอสซี พร้อมด้วยประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 10 บาร์ (100เมตร/330ฟุต) รุ่นนี้นำเสนอคู่กับสายสีเขียวมิลิแทรี

ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก 41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค

เอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Aviator 8 Automatic 41 Curtiss Warhawk) ถ่ายทอดหน้าปัดสีเขียวมิลิแทรี ตกแต่งแบบด้าน และจับคู่มากับสายสีเขียวมิลิแทรีเดียวกัน โดยบรรจุบนหน้าปัดด้วยเข็มชั่วโมงและนาที รวมถึงตัวเลขอารบิคเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา เพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนสูงสุดในทุกสภาวะแสง ผสานเข้ากับขอบตัวเรือนปรับหมุนได้สองทางและตัวชี้สีแดงเด่น รวมถึงเข็มวินาทีกลางตกแต่งปลายด้วยสีแดง

ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีล เคลือบ ดีแอลซี (DLC) สุดทะมัดทะแมงนี้ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไก ไบรทลิ่ง คาลิเบอร์ 17 (Breitling Caliber 17) ซึ่งมอบการสำรองพลังงานได้ประมาณ 40 ชั่วโมง และเหมือนกับนาฬิกาไบรทลิ่งทุกเรือน ที่ความเที่ยงตรงของนาฬิการุ่นนี้รับประกันด้วยสถานะโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรโดย ซีโอเอสซี  ประกอบฝาหลังแกะสลักด้วยชื่อ เคอร์ทิสส์ และภาพของ เครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค พร้อมด้วยงานวาดเป็นรูปปากฉลามอันเปี่ยมด้วยพลัง

เอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค เป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นที่จะดึงดูดใจผู้ซึ่งหลงใหลในประวัติศาสตร์แห่งการบิน และผู้ซึ่งชื่นชอบในหน้าปัดนาฬิกาสไตล์เรียบง่าย สะอาดตาสุดคลาสสิค

นาฬิกา เอวิเอเตอร์ 8 ของไบรทลิ่ง – มอบเกียรติแก่เหล่าตำนานแห่งการบินผู้ยิ่งใหญ่

ณ ช่วงเวลาที่บริษัท เคอร์ทิสส์  ไรท์ คอร์ปอเรชั่น (Curtiss Wright Corporation) กำลังผลิตเครื่องบินรบระดับตำนานขึ้นในยุค 1930s และ 1940s แผนก วิท เอวิเอเตอร์ ของไบรทลิ่ง ก็กำลังสร้างสรรค์นาฬิกาคล็อกบนเครื่องบินให้กับเหล่าผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำของโลกเช่นกัน

นาฬิกาสามรุ่นใหม่นี้ ทั้ง เอวิเอเตอร์ 8 บี01 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค, เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค และเอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค จึงได้ร่วมสดุดีให้กับความสัมพันธ์ระหว่างสองนักบุกเบิกแห่งโลกการบินอย่างแท้จริง ด้วยการสร้างสรรค์พร้อมกับคุณสมบัติอันโดดเด่นต่างๆ ที่ชวนให้นึกถึงหนึ่งในนาฬิกานักบินยุคแรกๆ ของไบรทลิ่ง อย่าง หมายเลขอ้างอิง 768 (Reference 768) รุ่นต้นตำรับ ซึ่งประกอบด้วยขอบตัวเรือนปรับหมุนได้และตัวชี้ทรงสามเหลี่ยมโดดเด่น ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นรุ่นฮิตยอดนิยมในหมู่นักบินได้ทันที

นาฬิกา เอวิเอเตอร์ 8 ยังได้ร่วมสะท้อนถึงมรดกแห่งการบินอันน่าภาคภูมิใจของทั้งสองแบรนด์สำคัญ ที่แม้จะถ่ายทอดด้วยสไตล์เรโทรทันสมัย แต่ก็มั่นใจว่าผลงานเหล่านี้จะดึงดูดความสนใจของผู้คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในนาฬิกาได้อย่างแน่นอน