Posts

เพราะพนักงานคือคนสำคัญ! apple ออกแบบหน้ากากอนามัยพิเศษเพื่อพนักงานในบริษัท

เพราะพนักงานคือคนสำคัญ! วันนี้เราเอาหน้ากากอนามัยที่ apple ออกแบบพิเศษให้กับพนักงานในบริษัทได้ใช้ขณะมาทำงานครับ
โดยนอกจากปรับระดับสายได้แล้วยังสามารถซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยเรียกได้ว่าห่วงใยพนักงานทุกคนจริงๆ!

ซึ่งเครดิตของภาพก็มาจาก  Hiroshi Fujiwara บุคคลสำคัญแห่งโลกสตรีทแวร์ชาวญี่ปุ่นผู่ก่อตั้งแบรนด์ Fragment ครับ (ตอนนี้ตัวหน้ากากจะมอบให้พนักงานเท่านั้น ยังไม่มีการวางจำหน่าย แต่เราได้นำวีดีโอ unboxing มาให้ชมเรียกน้ำย่อยกันก่อนครับ ชมได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลยครับ)

Apple Watch Black Unity Collection การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางเชื้อชาติสู่เทคโนโลยีสุดล้ำบนข้อมือ!

Apple เปิดตัว Black Unity Collection ซึ่งออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองและเชิดชูประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวผิวดำ โดยในคอลเลกชั่นนี้ประกอบด้วย Apple Watch Series 6 รุ่นพิเศษ, สายแบบ Sport Band รุ่น Black Unity และหน้าปัดนาฬิกา Unity หรือ “เอกภาพ” และในครั้งนี้ Apple ยังร่วมสนับสนุนองค์กรระดับโลก 6 แห่งเพื่อช่วยผลักดันพันธกิจขององค์กรในการส่งเสริมและบรรลุเป้าหมายด้านความเท่าเทียมกันและสิทธิพลเมืองทั้งในสหรัฐฯ และที่อื่นๆ ทั่วโลก อันได้แก่ Black Lives Matter Support Fund ผ่านทาง Tides Foundation; European Network Against Racism; International Institute on Race, Equality and Human Rights; Leadership Conference Education Fund; NAACP Legal Defense and Education Fund, Inc. และ Souls Grown Deep

สมาชิกชุมชนชาวครีเอทีฟผิวดำและพันธมิตรทั่วทั้ง Apple ได้ร่วมกันออกแบบสาย Apple Watch แบบ Sport Band และหน้าปัดนาฬิกา Apple Watch เพื่อเป็นเกียรติแก่การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางเชื้อชาติที่ยังคงดำเนินอยู่ สายแบบ Sport Band รุ่น Black Unity ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเคลื่อนไหวทั้งในอดีตและปัจจุบันเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มีคำว่า “Truth. Power. Solidarity” สลักด้วยเลเซอร์อยู่ด้านในหมุดสแตนเลสสตีลสำหรับยึดสาย

Black Unity Collection เป็นการแสดงความเคารพต่อประเพณีและความประณีตในการถักเย็บของชุมชนชาวผิวดำที่มีมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการเฉลิมฉลองสีของธงแพนแอฟริกัน ซึ่งประกอบด้วย สีแดง แทนสีของโลหิตที่รวมกลุ่มคนแอฟริกันพลัดถิ่น หรือ African Diaspora ให้เป็นหนึ่ง และการหลั่งโลหิตเพื่ออิสรภาพ, สีดำ แทนคนผิวดำซึ่งธงดังกล่าวนี้เองที่เป็นเครื่องยืนยันถึงการมีตัวตนของพวกเขา และสีเขียว แทนความมั่งคั่งทางธรรมชาติอันเขียวขจีของแอฟริกาซึ่งเป็นมาตุภูมิ สายแบบ Sport Band รุ่น Black Unity ทำมาจากยางฟลูโอโรอีลาสโตเมอร์สีสันต่างๆ หลายชิ้นที่นำมาประกอบด้วยมือและอัดขึ้นรูปเข้าด้วยกันเป็นชิ้นเดียว ส่วนหน้าปัดนาฬิกา “เอกภาพ” มาพร้อมลายที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามการเคลื่อนไหวของ Apple Watch (ชมวีดีโอ Unbox ได้ด้านล่างบน IGTV ของเราเลยครับ)

Apple Watch Series 6 รุ่น Black Unity และสายแบบ Sport Band รุ่น Black Unity จะวางจำหน่ายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ (ตาลเวลาประเทศสหรัฐอเมริกา)ส่วนหน้าปัดนาฬิกา “เอกภาพ” มาพร้อมกับ watchOS 7.3 ซึ่งพร้อมให้อัพเดทแล้ววันนี้
นอกจากนี้ ผู้ใช้ Apple Watch ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมใหม่ในชื่อ Unity Activity Challenge เพื่อรับรางวัลพิเศษโดยการปิดวงแหวนการเคลื่อนไหว 7 วันติดต่อกันในเดือนกุมภาพันธ์

Top 5 แอกเซสซอรีชิ้นสวยที่จะช่วยให้ AirPods ของคุณเท่ไม่ซ้ำใครและยังใช้เป็นเครื่องประดับเสริมลุคได้ง่ายๆ

นับตั้งแต่เปิดตัวไปเมื่อปี 2016 AirPods หูฟังไร้สายดีไซน์สวยจาก Apple ก็กลายเป็น gadget ชิ้นโปรดของหลายๆคนแต่เมื่อทุกคนก็มี Airpods คู่สวยไว้ในครอบครองทำอย่างไรล่ะหูฟังของเราถึงเท่ได้ไม่เหมือนใครหรือสามารถเติมความสนุกให้หูฟังกลายมาเป็นเครื่องประดับเพิ่มมิติให้การแต่งตัว  วันนี้ L’officiel Hommes Choice ได้เลือก  5 แอกเซสซอรีที่จะช่วยให้ Airpods เป็นมากกว่าหูฟังสำหรับคุณจะมีอะไรบ้างไปชมได้เลย! 

Misho Convertible Pro Pods 

แบรนด์ดังจากอินเดียที่ออกแบบตุ้มหูสีทองคู่สวยที่จะล็อก Airpods เข้ากับใบหูให้แน่นขึ้นแต่ก็ยังสามารถถอดหูฟังออกเมื่อไม่ใช้ก็จะกลายเป็นตุ้มดีไซน์สวยที่สามารถหาจี้หรือห่วงมาคล้องเพิ่มได้ราคาประมาณ 120 USD

Louis Vuitton Nanogram Earphone Earrings

แบรนด์หรูจากฝรั่งเศสที่ออกแบบที่ครอบให้กับตัวหูฟังโดยไม่ต้องสอดเข้ากับรูหูสีทองสุดหรูพร้อมลายโมโนแกรมไม่ว่าใครใช้ก็หรูหราดูแพงไปซะหมด! ราคาประมาณ 350 USD

Tapper 18k Gold Plated Rope Chain 

มาเป็นสร้อยคอทอง 18k พร้อมสายสวมสำหรับแบรนด์จากสวีเดนที่เมื่อไม่ใช้ฟังเพลงก็ใช้เป็นสร้อยคอสวยๆที่มีจี้เป็น gaddet ชิ้นสวยของคุณ! ราคาประมาณ 97 USD

Bottega Veneta AirPods Pro Case

ดีไซน์แบบชิวๆ relaxed สไตล์วันหยุดแต่ก็เต็มไปด้วยดีเทลสไตล์ New Bottega ที่โดดเด่นด้วยหนังลูกวัวสาน Intrecciato ไอคอนิกของแบรนด์ ราคาประมาณ 772 USD

Gucci AirPods Pro Case 

ถอดแบบมาจากกระเป๋าหูจับ Bamboo ไม้ไผ่ขัดสุดไอคอนิกพร้อมลาย GG ไขว้บน Canvasเสริมขอบด้วยหนังพร้อมตัวล็อกแบบ Padlock อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์พร้อมสายหนังคล้องคอปรับระดับได้ราคาประมาณ 1,100 USD

Apple เปิดตัว MacBook Air, MacBook Pro และ Mac mini รุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนโดย M1 ชิพสุดล้ำที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 6 เท่า!

Apple เปิดตัว  MacBook Air, MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว และ Mac mini รุ่นใหม่ ที่ขับเคลื่อนโดย M1 ชิพสุดล้ำตัวแรกที่ Apple ออกแบบมาเพื่อ Mac โดยเฉพาะ (ถือเป็นชิพที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างมา) M1 ช่วยพลิกโฉมหน้าประสบการณ์ของ Mac ครั้งใหม่ และด้วยประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมที่ผสานเข้ากับ macOS Big Sur ทำให้ M1 มี CPU ที่ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่า, GPU ที่ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 6 เท่า, 

ความสามารถด้านการเรียนรู้ของระบบ (ML) ที่เร็วขึ้นสูงสุด 15 เท่า และระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานขึ้นกว่าเดิมสูงสุด 2 เท่า ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอลเลกชั่นแอพสำหรับ Mac ที่มีจำนวนมากที่สุดกว่าที่เคย อันเป็นผลจากทั้ง M1 และ Big Sur เรียกว่า Mac รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโดย M1 มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานอันน่าทึ่งและคุณสมบัติใหม่ที่ไม่ธรรมดา ในราคาที่คุ้มค่า

MacBook Air: สุดยอดขุมพลังที่ทั้งบางและเบา

MacBook Air ถือเป็น Mac ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Apple และเป็นโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว ที่ขายดีที่สุดในโลก โดย MacBook Air ที่มาพร้อมชิพ M1 สามารถทำงานได้เร็วขึ้นทุกด้าน ตั้งแต่การปรับแต่งรูปภาพครอบครัวไปจนถึงการส่งออกไฟล์วิดีโอสำหรับเว็บ การทำงานของ CPU แบบ 8-core ที่ทรงพลัง สามารถประมวลผลเร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน ขณะเดียวกัน GPU สูงสุด 8-core ก็ทำให้การประมวลผลกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 5 เท่า ถือเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับ MacBook Air อันทำให้เกมต่างๆ ที่เน้นกราฟิกและความสมจริงสามารถทำงานได้ที่อัตราความเร็วของเฟรมที่สูงกว่าเดิมอย่างมาก 

นอกจากนี้การทำงานของ ML ยังเร็วขึ้นสูงสุด 9 เท่า ดังนั้นแอพต่างๆ ที่ใช้คุณสมบัติด้าน ML เช่น การรู้จำใบหน้าหรือการตรวจจับวัตถุ จึงสามารถประมวลผลโดยใช้เวลาเพียงเสี้ยวเดียวของที่ผ่านมา อีกทั้งตัวควบคุมตัวจัดเก็บข้อมูลและเทคโนโลยีแฟลชล่าสุดของชิพ M1 ยังให้ประสิทธิภาพด้าน SSD ที่เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า ทำให้การเรียกดูตัวอย่างรูปภาพขนาดมหึมาหรือการนำเข้าไฟล์ขนาดใหญ่จำนวนมาก สามารถทำได้เร็วขึ้นกว่าที่เคย และชิพ M1 ใน MacBook Air ยังทำงานได้เร็วกว่าชิพอื่นที่อยู่ใน 98 เปอร์เซ็นต์ของแล็ปท็อป PC ที่จำหน่ายเมื่อปีที่ผ่าน
MacBook Air ที่มาพร้อมชิพ M1 ซึ่งประหยัดพลังงานในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ยังมอบประสิทธิภาพผ่านดีไซน์แบบไม่มีพัดลม ดังนั้นไม่ว่าผู้ใช้จะกำลังทำอะไรก็ตาม ก็จะยังคงทำงานได้อย่างเงียบสนิท นอกจากนี้ MacBook Air รุ่นใหม่ยังมีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษ สามารถท่องเว็บผ่านระบบไร้สายนานสูงสุดถึง 15 ชั่วโมง และสามารถเล่นวิดีโอนานสูงสุดถึง 18 ชั่วโมง เรียกว่ามีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดสำหรับ MacBook Ai

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว: ทรงพลังยิ่งขึ้นและโปรยิ่งกว่าเดิม

MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ถือเป็นโน้ตบุ๊คระดับโปรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ Apple เหล่านักศึกษาใช้เพื่อการเรียนในมหาวิทยาลัย และเหล่ามืออาชีพใช้เพื่อถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ และเมื่อ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว มาพร้อมชิพ M1 และ Big Sur ก็ทำให้ทรงพลังยิ่งขึ้นและโปรยิ่งกว่าเดิม โดย CPU แบบ 8-core ที่ทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อนของ MacBook Pro มอบความเร็วที่เหนือกว่าเจเนอเรชั่นก่อนสูงสุดถึง 2.8 เท่า 

ให้ประสิทธิภาพการทำงานในมิติใหม่ทั้งด้านการคอมไพล์โค้ด การแปลงไฟล์วิดีโอ การปรับแต่งรูปภาพความละเอียดสูง และอีกมากมาย ส่วน GPU แบบ 8-core นั้น ก็เร็วขึ้นกว่าเดิมสูงสุดถึง 5 เท่า ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่สุดจะราบรื่นไม่ว่าจะกำลังออกแบบเกมที่เน้นกราฟิกหรือออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ตาม และ M1 ยังทำให้ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ทำความเร็วได้เหนือกว่าแล็ปท็อป Windows ยอดนิยมระดับเดียวกันสูงสุดถึง 3 เท่า  ขณะเดียวกัน ML ก็ทำงานเร็วขึ้นสูงสุด 11 เท่า และหากพูดถึงการทำงานของ ML บนตัวเครื่องซึ่งใช้ Neural Engine ต้องบอกว่าปัจจุบัน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใหม่ล่าสุด ถือเป็นโน้ตบุ๊คระดับโปรรุ่นกะทัดรัดที่ทำงานได้เร็วที่สุดในโลก นอกจากนี้ MacBook Pro ยังมอบระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานกว่าเดิมสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน และยังเป็นระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่บน Mac ที่ยาวนานที่สุด โดยสามารถท่องเว็บได้สูงสุด 17 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอได้นานถึงกว่า 20 ชั่วโมง

Mac mini: ประสิทธิภาพสุดทึ่งและดีไซน์สุดกะทัดรัด

Mac mini ถือเป็นคอมพิวเตอร์ที่อเนกประสงค์ที่สุดของ Apple และเมื่อมาพร้อม M1 ก็ทำให้มีประสิทธิภาพการทำงานอันสุดทึ่งและคุณสมบัติใหม่ ๆ อันตื่นตา ภายใต้ดีไซน์ที่แสนกะทัดรัด โดย M1 ช่วยมอบ CPU แบบ 8-core ที่มีประสิทธิภาพเร็วกว่าเจเนอเรชั่นก่อนสูงสุดถึง 3 เท่า สามารถเร่งความเร็วเวิร์กโหลดได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการคอมไพล์โค้ดนับล้านบรรทัดหรือจัดการกับโปรเจ็กต์เพลงขนาดใหญ่แบบหลายแทร็คก็ตาม ส่วน GPU แบบ 8-core ก็ให้ประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่สูงขึ้นถึงกว่า 6 เท่า ทำให้ Mac mini สามารถรับมือกับงานที่เน้นประสิทธิภาพได้สบาย ๆ อาทิ การเรนเดอร์ 3D ที่ซับซ้อน 

นอกจากนี้การทำงานของ ML ยังเป็นไปอย่างเหนือระดับกว่าเดิม ให้ประสิทธิภาพที่เร็วขึ้นสูงสุด 15 เท่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อน และหากเทียบกับเดสก์ท็อป Windows ในระดับราคาเดียวกัน ก็ชัดเจนว่า Mac mini นั้นมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กกว่าถึง 1 ใน 10 เท่า อีกทั้งยังให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วกว่าสูงสุดถึง 5 เท่า

ราคาและความพร้อมในการวางจำหน่าย

MacBook Air รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 32,900 บาท และ 29,600 บาท สำหรับนักศึกษา; MacBook Pro รุ่น 13 นิ้ว ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท และ 39,600 บาท สำหรับนักศึกษา; และ Mac mini รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 22,900 บาท และ 22,200 บาท สำหรับนักการศึกษา 

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่นี่เลยครับ

Apple เปิดตัว iphone 12 และ iPhone 12 mini แล้ว!

Apple เปิดตัว iphone 12 แล้ว! เผยโฉม iPhone® 12 และ iPhone 12 mini ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 5G โดย iPhone 12 ได้รับการออกแบบใหม่ให้มาพร้อมจอภาพ Super Retina® XDR ที่กว้างแบบขอบจรดขอบเพื่อมอบประสบการณ์ในการรับชมที่เต็มมุมมองและสมจริงยิ่งขึ้น

พร้อมด้วยด้านหน้าแบบ Ceramic Shield ใหม่รอบตัวเครื่อง ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดในเรื่องความคงทนของ iPhone และชิพ A14 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple นั้นยังนับได้ว่าเป็นเป็นชิพที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟนและเป็นขุมพลังที่ขับเคลื่อนทุกๆ ประสบการณ์บน iPhone 12 และครั้งนี้ A14 Bionic จับคู่มากับระบบกล้องคู่ที่มีรูรับแสงขนาดกว้างถึง ƒ/1.6 นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกของ iphone กับ การรองรับ 5G อันล้ำสมัยครอบคลุมทั่วโลก

โดยจุดเด่นของ 5G บน iPhone มีตั้งแต่ความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดที่สูงขึ้น การสตรีมวิดีโอที่มีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น การเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น การโต้ตอบภายในแอพที่รวดเร็วทันใจ ในด้านของดีไซน์ iPhone 12 และ iPhone 12 mini มาในดีไซน์อะลูมิเนียมที่มี 5 สีสันสวยงามให้เลือก ได้แก่ น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว และ (PRODUCT)RED1 แฟนๆเก็บเงินรอกันได้เลยครับ!

Apple & Mango Jam and How to canning.

ช่วงนี้หลายๆ บ้านเร่ิมมีผลไม้ที่รับประทานไม่หมด แทนที่จะนำไปทิ้งขว้าง เราลองมาทำเป็นแยมดู คุณอาจจะมีแยมรสชาติใหม่ๆ ที่คุณสร้างสรรค์สูตรเอง อย่างคราวนี้มีทั้งแยมแอปเปิ้ลผสมมะม่วงสุกเพิ่มความจี๊ดด้วยมะปรางรสออกเปรี้ยวนำ

ช่วงนี้หลายๆ บ้านเร่ิมมีผลไม้ที่รับประทานไม่หมด แทนที่จะนำไปทิ้งขว้าง เราลองมาทำเป็นแยมดู คุณอาจจะมีแยมรสชาติใหม่ๆ ที่คุณสร้างสรรค์สูตรเอง อย่างคราวนี้มีทั้งแยมแอปเปิ้ลผสมมะม่วงสุกเพิ่มความจี๊ดด้วยมะปรางรสออกเปรี้ยวนำ และมีแยมกล้วยหอม(สูตรลงวันพรุ่งนี้ เพราะวันนี้แบ่งพื้นที่มาเล่าการฆ่าเชื้อบรรจุขวดแยม) การกวนแยมไม่ยากเลย ขอให้ใช้ภาชนะเคลือบจะดีกว่าสเตนเลสหรืออะลูมิเนียม เพราะกรดในผลไม้อาจจะทำปฏิกิริยาบางครั้งทำให้ได้สีแยมไม่สวย

ในครอบครัวของเรามักจะสอนให้ไม่ทิ้งขว้างอะไรที่จะแปรรูปได้ แต่วิถีชีวิตปัจจุบันที่เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงาน เลยทิ้งมากกว่าทำใหม่อย่างที่ยายเคยสอน จนมาถึงวิกฤติไวรัสนี่แหละที่ต้องกักตัวทำงานจากที่บ้าน ก็มีเวลาในบ้านเยอะ ผลไม้ที่ซื้อมารับประทานไม่ทันก็ไม่อยากจะทิ้งขว้างเพราะเสียดาย จึงเกิดเป็นแยมชนิดต่างๆ ซึ่งทำง่ายแสนง่าย แต่ใช้เวลากวนแยมนี่แหละที่นานหน่อยไม่ต่ำกว่า 1- 2 ชั่วโมง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ได้ทำเลยในยามทำงานปรกติ

อย่างแรกคือแยมแอปเปิ้ล มะม่วงและมะปราง จริงๆ ไม่มีสูตรตายตัวอะไรเพราะเอาผลไม้ที่รับประทานไม่ทันมาทำแยม แต่หลักการทำแยมคือการใช้ผลไม้ที่มีเพคติน(pectin)ซึ่งเป็นสารที่มีในผนังเซลล์ของพืชช่วยสร้างความหนืดเพื่อทำให้แยมอยู่ตัวคล้ายเจลลี สารนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร แต่ปรกติผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะมีแพคตินมากอยู่แล้ว ผลไม้ที่เรานำมาทำแยมคราวนี้จึงไม่ต้องพึ่งการเติมเพคตินซึ่งมีราาแพงใดๆ แต่ใช้เนื้อกับเปลือกผลไม้ในสัดส่วนที่เหมาะสม

แอปเปิ้ลเมื่อเรานำมาเคี่ยวกับน้ำตาลจะได้ซอสแอปเปิ้ลไม่เป็นแยม ถ้าเติมน้ำมะนาวหรือเพคตินลงไปจะทำให้มีความอยู่ตัวมากขึ้นจะไ้ดเนื้อสัมผัสแบบแยมที่ต้องการ ครั้งนี้เรามีมะม่วงและมะปรางรวมทั้งเติมน้ำมะนาวเลมอนเข้าไปด้วย จึงได้เนื้อแยมที่มีมีความเป็นเจลลีเล็กๆ นอกจากน้ำมะนาว มะปรางที่ฝานเอาแต่เนื้อติดเปลือกนี่แหละที่เสริมเพคตินให้กับแยมนี้

อุปกรณ์ที่ต้องมีไว้ใกล้ตัวตอนกวนแยมคือยาสีฟัน เอาไว้ทาผิวที่ปวดแสบปวดร้อนเพราะโดนแยมร้อนๆ กระเด็นใส่ โดยเฉพาะมือที่จับไม้พายคนแยม ขั้นตอนการกวนแยมนี่จะต้องระวัง อย่าให้เด็กๆ ทำเอง เพราะถึงช่วงที่แยมเร่ิมข้นจะเป็นคล้ายโคลนเดือดที่กระเด็นไม่มีทิศทาง ต้องใช้ไม้พายไม้ด้ามยาวๆ(หรือทัพพี่ด้ามยาว แต่ไม่ใช่ช้อนแน่ๆ) กวนแยมไปเรื่อยๆ แล้วให้ตัวเราอยู่ห่างๆ จากหม้อแยมบนเตา แต่ช่งไหนเราจะพักให้เอากระชอนมาวางปิดด้านบนของหม้อ เราจะปิดหม้อด้วยฝาไม่ได้เพราะแยมจะเดือนพล่านและกระเด็นใส่เวลาเราเปิดฝาหม้อ ได้ปวดแสบปวดร้อนแน่ๆ     

ส่วนการทดสอบว่าแยมได้ที่หรือยัง แน่นอนว่าปริมาณของส่วนผสมต้องงวดลงไปเหลือประมาณ 1 ใน 3 ส่วน แต่วิะธีสากลที่เขาใช้ทดสอบแยมก็คือนำเอาจานเซรามิก(จานรองกาแฟก็ได้ สีอ่อนๆ หรือสีขาว)ใส่ในช่องฟรีซให้เย็นจัด เมื่อจะทดสอบ ให้เอาส่วนผสมแยมหยดลงไป ถ้าเป็นก้อนและผิวตึงๆ เหมือนมีแผ่นฟิลม์คลุมอยู่ แตะๆ ผิวหน้าหยดแยมจะย่น แสดงว่าใช้ได้ แต่ถ้าเหลวไม่เป็นหยดเป็นก้อนแสดงว่ายังใช้ไม่ได้

Apple & Mango Jam

จริงๆ สัดส่วนต่างๆ ให้ไว้คร่าวๆ เพราะจริงๆ แล้วผลไม้ที่เรามีในบ้านและเห็นว่าควรนำมากวนเป็นแยมมีแค่ไหนก็เอามาทำได้ ขยายสัดส่วนของน้ำตาลทรายไปตามส่วน แต่น้ำมะนาวนี่สำหรับมะนาวเลมอนลูกใหญ่ใช้แค่ครึ่งลูกก็พอ ถ้าใช้มะนาวไทยผลเขียวๆ ก็สัก 1 ลูก แต่ก็ขึ้นกับรสเปรี้ยวที่ต้องการ ถ้าอยากจะใช้มะนาวเลมอนทั้งผลก็ได้ ส่วนการฝานผิวมะนาวนั้นอย่าเอาส่วนที่เป็นเนื้อขาวๆ ติดมาด้วยเพราะจะขม ใช้แต่ผิวสีเหลืองๆ 

เครื่องปรุง

แอปเปิ้ลหั่นเล็กๆ 2 ถ้วยตวง

มะม่วงสุกหั่น 2 ถ้วยตวง

มะปรางหั่น 1 ถ้วยตวง

น้ำมะนาวเลเมอน 1/2 ลูก

ผิวมะนาวหั่น 1/2 ลูก

น้ำตาลทราย 2 ถ้วย

วิธีการปอกมะม่วงสุกสำหรับทำขนมที่ต้องการเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เรามีวิธีง่ายๆ ดังที่เคยแนะไป คือฝานมะม่วงทั้งเปลือกมาซีกหนึ่ง ใช้ปลายแหลมของมีดกรีดลงไปเป็นลายตาราง จากนั้นก็พลิกให้เนื้อมะม่วงกลับออกมา ค่อยๆ ใช้ปลายมีดแซะเอาเนื้อออกจากเปลือก วิธีนี้ง่ายและสะดวกสำหรับคนปอกมะม่วงไม่เก่ง 

แอปเปิ้ลให้ปอกเปลือกแล้วหั่นเอาแต่เนื้อไม่เอาแกนหรือไส้กลาง หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ

มะปรางฝานเอาทั้งเนื้อและเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทิ้งเม็ดไป

นำผลไม้ที่เตรียมไว้ใส่ลงในหม้อที่จะกวนแยมรวมทั้งผิวมะนาวเลมอนที่เตรียมไว้(หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้) ใส่น้ำมะนาว ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากัน นำไปตั้งบนไฟกลาง คนเป็นพักๆ จนน้ำในผลไม้ออกมาต้มให้เนื้อผลไม้สุก ระยะนี้อาจจะต้องคนบ่อยหน่อย อย่าลืมว่าให้ใช้ไม้พายหรือทัพพีด้ามยาวๆ อย่าเอามือหรือตัวไปใกล้หม้อที่กวนแยม 

พอส่วนผสมงวดลงและเปลี่ยนสีเข้มขึ้น เราควรกวนอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้แหละที่เนื้อแยมจะเหมือนโคลนเดือน ต้องระวัง กวนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมพร่อมลงไปเหลือ 1 ใน 3 ส่วน เอาจานเซรามิกที่แช่ช่องฟรีซไว้มาทดสอบความอยู่ตัวของแยมดังที่บอกไว้ ถ้าได้ที่ให้ยกลง

การนำแยมบรรจุขวด(Canning)

เคยแปลกใจไหมว่าทำไมแยมที่ยังไม่เปิดฝาสามารถเก็บได้ในอุณหภูมิห้องเป็นปี เพราะเขามีการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดอาหารเน่าบูดในภาชนะที่บรรจุ หรือเรียกว่าการสเติริไรซ์ แต่สำหรับการบรรจุแยมลงในขวดด้วยกรรมวิธีฆ่าเชื้อนี้เราเรียกว่า canning 

ขวดแยมที่มีฝาปิดแบบฝาเกลียวนี้หาซื้อได้ทั่วไปตามแผนกเครื่องครัว และร้านขายเครื่องแก้วจานชามถนนรอบนอกด้านหลังตลาดนัดจตุจักร ร้านเหล่านี้เปิดขายทุกวันแม้ช่วงนี้ก็เปิด หรือคุณจะโทรสั่งหรือสั่งออนไลน์กับห้างสรรพสินค้าเจ้าประจำก็ได้ในช่วงอยู่บ้านนี้

การฆ่าเชื้อเราจะทำทั้งขวดและฝา หลังจากล้างด้วยน้ำยาล้างจานตามวิธีปรกติ นำมาพักหรือตากแดดให้แห้ง ขวดแก้วแบบฝาเกลียวที่บนชิ้นฝาจะมีรอยนูนเล็กๆ รอยนูนนี้เอาไว้ทดสอบว่าอาหารที่เราบรรจุไปนั้นสะอาดปลอดเชื้อไหม ถ้ามีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้อาหารเน่าเสียรอยนั้นจะนูยขึ้น คือกดลงอย่างไรอีกไม่นานก็นูนขึ้นอีก เราควรเอาอาหารในขวดนั้นมารับประทานเสียโดยไว แต่ถ้าเก้บไว้นานแล้วรอยนั้นูนขึ้นแสดงว่ามีเชื้อแบคทีเรียและอาหารนั้นเสียไม่ควรรับประทาน

เรานำทั้งขวดและฝาที่มียางเล็กๆ ลงไปต้มในน้ำเดือด วิธีทำก็คือในหม้อที่เราจะต้มขวดฆ่าเชื้อนั้นให้มีแผ่นลวดรอง(ที่วางของร้อนที่ทำจากโลหะก็ได้) ไม่ให้ขวดสัมผัสกับก้นหม้อตรงๆ เติมน้ำให้สูงจากก้นหม้อหรือท่วมขวดราว 1 นิ้วหรือมากกว่าเล็กน้อย นำไปต้มจนน้ำเดือด นี่คือการฆ่าเชื้อ ใช้คีมคีบอาหารคีบเอาขวดออกมาวางพักไว้ ส่วนฝานั้นให้คีบออกมาวางบรกระดาษทิชชูสำหรับใช้งานครัวที่สะอาด เช็ดให้ฝาแป้ง แต่อย่าเอามือเราไปโดนฝาที่ต้มฆ่าเชื้อแล้ว 

ตักแยมร้อนๆ ใส่ลงในขวด เหลือพื้นที่ก่อนจะถึงขอบฝาขวดราว 1/4 นิ้ว ปิดฝาให้แน่น ใช้กระดาษทิชชูสะอาดๆ กันไม้ให้มือเราสัมผัสขวดหรือฝาขวดตรงๆ จากนั้นเรียงขวดลงในหม้อต้มแบบเดิมคือมีขดลวดหรือที่รองของร้อนวางก้นหม้อไม่ให้ก้นขวดสัมผัสก้นหม้อ ใส่น้ำลงไปให้สูงจากก้นขวดราว 2 นิ้ว ต้มในน้ำเดือนราว 10 นาที หมายถึงน้ำเร่ิมเดือดแล้วค่อยจับเวลา คีบเอาขวดแยมออกมาวางพักไว้ ถ้าขวดไหนที่ฝาด้านบนไม่บุ๋มลง(ปรกติบนฝาขวดบรรจุแยมจะมีรอยนูนเล็กๆ ตรงกลาง ถ้าอาหารเราปราศจากเชื้อแบคทีเรียและเราทำขั้นตอนฆ่าเชื้อดีรอยนี้จะบุ๋มลงไปนูนขึ้น) หากรอยตรงฝานูนขึ้นแสดงว่าให้รีบรับประทานอาหารในขวดนั้น เพราะไม่วามารถจัดเก็บได้ในอุณหภูมิห้องนานๆ 

ส่วนแยมนั้นถ้าคุณเปิดฝาขวดเพื่อรับประทานแล้วต้องนำไปแช่ตู้เย็น และไม่เก็บไว้นานเกิน 1 เดือนในตู้เย็น แต่แยมที่คุณบรรจุขวดได้ดี สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้เรื่อยๆ หลายเดือนหรือเป็นปีโดยที่ยังไม่เปิดฝา ให้สังเกตว่ารอยนุนบนฝาไม่ปรากฏ แต่ถ้ามีรอยนูนเกิดขึ้นหลังจากเก็บไม่ถึงอาทิตย์ให้รีบนำมารับประทานเสียโดยไว แต่ถ้าเก็บไว้นานแล้วแสดงว่าอาหารในขวดนั้นมีเชื้อแบคทีเรีย ให้ทิ้งไปเสีย     

สองบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Apple และ Google ร่วมกันพัฒนาระบบติดตามผู้ป่วยโควิด-19

เพื่อร่วมกันต้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส สองบริษัทใหญ่อย่าง Apple และ Google ได้จับมือกันร่วมพัฒนาระบบการติดตามการแพร่ระบาดในชุมชนผ่าน bluetooth และแอพลิเคชั่น

โดยระบบนี้จะใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นในขององค์กรสาธารณสุขต่างในๆ ทั้งใน Android และ IOS โดยจะแยกแผนดำเนินการผ่านสองขั้นตอนคือขั้นแรกปล่อยแอพลิเคชั่นเพื่อให้มือถือสองเครื่องขึ้นไปที่มีระบบปฎิบัติการเหมือนหรือต่างกันให้สามารถแชร์ข้อมูลสาธารณะสุขระหว่างกันได้

ขั้นที่สองจะจะเปิดใช้แพลตฟอร์มการติดตามผู้ติดเชื้อผ่าน Bluetooth ที่กว้างขึ้นโดยจะคลอบคลุมตึกหรือพื้นที่ต่างๆและมีการส่งข้อมูลถึงผู้ใช้ถึงข้อมูลของระบบนิเวศน์รวมถึงมีการตอบโต้กันในแพลตฟอร์มเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ realtime ด้วย (ข้อมูลจะคัดกรองโดยสาธารณะสุขที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆ)

โดยทั้งสองได้กล่าวอีกว่า การทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นการร่วมงานครั้งสำคัญของทั้งสองบริษัทที่จะช่วยกันแก้ปัญหาที่โลกเรากำลังเผชิญ โดยหวังว่าการทำงานร่วมกันของนักพัฒนา รัฐบาลและสาธารณสุขจะสามารถพัฒนาให้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยเหลือทุกคนได้และหยุดยั้งการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีวันกำหนดแน่ชัดสำหรับการเปิดใช้ระบบนี้

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Everything feels different now. It’s unclear how long this will last, or what life will look like when it’s all behind us. And while much is uncertain, some inspiring things are happening, too. All over the world, we’ve seen an outpouring of creativity in the face of this crisis. People are sharing their unique points of view. Finding ways to connect from afar. To that end, @apple will be featuring moments captured at home by creators from around the world. We have always shined a light on artists, and we are committed to supporting them now, more than ever. We might be apart, but we’re in this together. #ShotoniPhone #atHome by… – 1. Yos B. @iyoso – 2. Greg M. @megaguire – 3. Sidney B. @sidneybensimon – 4. Emma W. @emmafwright – 5. Andre B. @decobueno

โพสต์ที่แชร์โดย apple (@apple) เมื่อ

Apple พัฒนา Face Shield ดีไซน์เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อบุคลากรทางการแพทย์

ความกลัวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทำให้เกิดการขาดแคลนในเครื่องมือการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นในบุคคลทั่วไปหรือแพทย์ ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ร่วมกันบริจาคหรือจัดทำอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ

และล่าสุด Apple ผู้นำด้านเทคโนโลยีและหนึ่งในบริษัทที่มีอิทธิพลต่อโลกได้เข้ามายื่นมือช่วยเหลือ ด้วยการออกแบบหน้ากาก Face Shield ออกมาเพื่อแพทย์และพยาบาล

ซึ่งแตกต่างกับหน้ากากปกติยังไงนั้น โดยปกตินั้นหน้ากากแบบธรรมดาจะมาพร้อมกับแทบสีฟ้าด้านบนและคำว่า Face Shield แต่ของ Apple นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นสีขาวและมีส่วนประกอบเพียงสามชิ้นเท่านั้นที่มาประกอบเข้าด้วยกันโดยมีส่วนของสายคาด แผ่นป้องกันและแผ่นซิลิโคน(ไม่มีส่วนผสมของ latex) สำหรับหน้าผาก

โดยดีไซน์สุดเรียบง่ายนี้ทำให้การขนส่งการทำความสะอาดรวมไปถึงการประกอบนั้นง่ายขึ้นมาก (ในหนึ่งกล่องบรรจุได้ถึง 100 ชิ้นโดยชิ้นส่วนแต่ละชิ้นโดดเด่นอยู่แล้วเรื่องความบางที่วางซ้อนทับกันได้) ซึ่งในส่วนนี้ทางแบรนด์ก็ปล่อยวีดีโอวิธีการประกอบออกมาควบคู่ไปด้วยโดยสามารถทำได้ง่ายๆเพียงไม่ถึงนาที

เรียกได้ว่ายังคงความเป็น Apple ที่คิดค้นการออกแบบที่แยบยลลงตัวได้อยู่เสมอๆและตอนนี้ Face Shield ล้อตแรกนั้นได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลและหน่วยแพทย์ต่างๆใน California เริ่มจากโรงพยาบาล Kaiser hospital ใน Santa Clara Valley ซึ่งผลตอบรับก็ดีเกินคาด ทำให้ทางแบรนด์จะเร่งผลิตหน้ากากจากโรงงานทั้งในอเมริกาและจีนให้ได้หนึ่งล้านชิ้นต่อสัปดาห์และทยอยส่งให้ทุกพื้นที่ในอเมริกาและทั่วโลกให้เร็วที่สุด

Apple ประกาศไม่อนุญาตให้ตัวร้ายในภาพยนตร์ถือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เข้าฉาก

อีกหนึ่งเรื่องราวชวนหัวเราะเมื่อ Rian Johnson ผู้กำกับ Star Was: The Last Jedi และ Knives Out ภาพยนตร์สืบสวนพล็อตสนุกออกมาให้สัมภาษณ์ว่าApple บริษัทไอทียักษ์ใหญ่นั้นไม่อนุญาติให้ตัวร้ายหรือศัตรูของพระเอกถือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ในการเข้าฉาก

ดูโพสต์นี้บน Instagram

As the family unravels, so does the mystery. Watch #knivesout now on Digital. On 4K Ultra HD, Blu-ray & DVD 2/25.

โพสต์ที่แชร์โดย Knives Out (@knivesout) เมื่อ

“ต่อไปนี้ในหนังสืบสวนคนดูอาจจะเดาออกละล่ะว่าใครเป็นตัวร้ายเพราะพวกเขาจะไม่สามารถถือiphone ในมือได้” ผู้กำกับอเมริกันวัย46 กล่าวติดตลก แต่ถ้าย้อนกลับไปดูภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมอย่าง Knives Outที่เป็นการตามหาคนร้ายที่ฆ่านักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังอย่างHarlan Thrombey ก็จะพบว่านี่คือความจริง

ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี2002 ก็มีบทความที่ตั้งข้อสังเกตว่าในทีวีซีรีย์24 ที่ว่าด้วยการต่อกรกับผู้ก่อการร้ายใน Los Angeles ว่าพวกตัวร้ายทั้งหมดจะใช้คอมพิวเตอร์ Window PC ส่วนตัวดีจะใช้ Macs ถือเป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตที่น่าลองเอาไปใช้สำหรับการชมภาพยนตร์ครั้งหน้า

Incase แบรนด์แห่งไลฟ์สไตล์เพื่อการปกป้องกับความเชี่ยวชาญในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับ Apple โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์อันเรียบง่าย ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่สาวกห้ามพลาด

เดือนที่จะถึงนี้ หนุ่มๆสาวๆอาจเริ่มเตรียมตัวไปเที่ยวต้อนรับซัมเมอร์กันแล้ว แต่การจะสะสางงานหรือปล่อยวางงานที่มีอยู่เต็มบ่าก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายๆคนจึงเลือกที่จะพกโน้ตบุ๊คหรืออุปกรณ์การทำงานของคุณไปลุยกับคุณด้วยเลย Incase (อินเคส) แบรนด์ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของ Apple มาอย่างยาวนาน และเชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบ Sleeve และ Case ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของ Apple เป็นอย่างดี จะขอดูแลทุกอุปกรณ์การทำงานของชาวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น Macbook, iPad และ iPhone ให้คุณไม่ว่าจะไปที่ไหนเมื่อไหร่ก็สบายใจหายห่วง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพก Notebook อุปกรณ์คู่กายของชาวออฟฟิศติดตัวไปตลอด Incase มีตัวช่วยที่จะทำให้คุณสามารถพก Macbook ไปได้ทุกที่อย่างไม่ต้องกังวลด้วย เคสแข็ง MacBook Hardshell-dots พัฒนาจากรุ่นออริจินอลที่เป็นที่สุดของการปกป้อง มีการพัฒนารูปแบบเพื่อรองรับ device รุ่นใหม่ๆ โดยใช้พลาสติดโพลีคาร์บอเนต Bayer Makrolon polycarbonate เกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น สำหรับรุ่น Dots ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบผิวด้านในเป็นลายปุ่มกลมนูน สามารถมองเห็นเป็นลายจุดได้จากภายนอก ไม่ได้มีไว้เพื่อความเก๋ไก๋เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปรียบเสมือนเบาะรองรับแรงกระแทก แต่ไม่เพิ่มความเทอะทะ ง่ายต่อการพกพา และยังออกแบบเฉพาะสำหรับพอร์ทของรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ Macbook 11” ไปจนถึง 15” พร้อมสีให้เลือกอีกหลากหลาย เป็นเจ้าของได้ในราคา 1790 – 2290 บาท

สำหรับชาวออฟฟิศหรือ Macbook user รวมถึงผู้ใช้ iPad ที่ชอบความเปลือยของเครื่องไม่ถนัดกับการใส่เคสระหว่างการใช้งาน แต่ก็ยังกังวลกับความปลอดภัยขณะพกพาและเดินทาง incase ขอแนะนำ sleeve กระเป๋าใส่ Macbook รุ่นต่างๆ โดยมีตัวเลือกเรื่องสีและวัสดุที่หลากหลายอย่างวัสดุที่ผลิตโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

เริ่มกันที่ ICON sleeve สุดยอดนวัฒกรรมการปกป้อง ที่ใช้เทคโนโลยีทางวัสดุขึ้นรูป TENSAERLITE ฉีดขึ้นรูปพลาสติกแบบไร้รอยต่อ เพื่อปกป้องรับแรงกระแทก 360 องศา สำหรับ ICON sleeve นี้เรียกได้ว่าเป็น form-fitting สำหรับ sleeve เนื่องจากมีความพอดีของช่องใส่ตัวอุปกรณ์ ล็อคกับตัวเครื่องพอดี ปราศจากซิป และยังมีวัสดุของตัวซองให้เลือกกันได้อย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น Diamond ripstop, Diamondwire, Ecoya และ Woolenex ถือว่าเป็น sleeve ที่ตอบทุกความต้องการและยังให้คุณสามารถพกโน้ตบุ๊คของคุณไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไร้กังวล การันตีด้วยรางวัล Reader’s choice award, IF design award 2016 และ reddot design award winner 2015 วางจำหน่ายในราคา 2990 บาท แอบกระซิบว่าทั้งรุ่นที่กล่าวมานี้ นอกจากจะมีรุ่นที่หลากหลายสำหรับ Macbook แล้ว ยังมีรุ่นสำหรับ iPad อย่าง ICON Sleeve with Tensaerlite for iPad Pro 12.9″ ซึ่งมีน้ำหนักเบา สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นสามารถชาร์จแบตได้แม้อยู่ในซอง เพิ่มความมั่นใจให้กับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของคนวัยทำงาน และรุ่นยอดนิยมอย่าง Compact sleeve เป็น sleeve รุ่นขายดี ในราคาที่จับต้องได้ ผลิตจากวัสดุ flight Nylon ที่บางเบา แต่ทนทาน พร้อมช่องใส่โน้ตบุ๊คเปิดปิดด้วยซิป และมีช่องแยกสำหรัปใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆเพิ่มเข้ามา ด้านในบุด้วยกำมะหยี่ขนเทียมตลอดแนว เพื่อการปกป้อง Macbook ของคุณในทุกการเดินทาง

มาถึงอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ทำงานอย่างโทรศัพท์มือถือ incase เอาใจสาวก iPhone ด้วยเคสมือถือที่ออกแบบมาเพื่อ iPhone แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ อย่าง Protective Clear Cover เคสใสกันกระแทกที่ปกป้องตัวเครื่องของคุณอย่างรอบด้าน กันรอยขีดข่วน พร้อมเผยตัวเครื่องอันป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และขอบด้านข้างยังป้องกันโทรศัพท์ไม่ให้ลื่นหลุดมือ ออกแบบมาสำหรับ iPhone หลายๆรุ่นโดยเฉพาะ วางจำหน่ายในราคา 790 บาท แต่สำหรับชาว first jobber คนไหนที่คิดว่า Clear Case อาจจะดูธรรมดาไป อยากได้เคสที่มีลูกเล่นมากกว่านี้ Incase ยังมี Textured Snap Case เคสสีดำที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานผ้า Woolenex ไว้ที่ตัวเคส ออกมาเป็นเคสที่มีดีไซน์โมเดิร์น ทันสมัย และทนทาน แต่ยังคงฟังก์ชั่นกันกระแทกและลดการขีดข่วนที่ตัวเครื่องที่อาจเกิดจากการใส่เคสอีกด้วย มีสำหรับ iPhone หลายรุ่น สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคา 1,290 บาท

พบกับประสบการณ์การเลือกซื้อตัวช่วยปกป้องอุปกรณ์สำคัญของคุณให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าได้แล้ววันนี้ ณ Incase Flagship Store ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ได้ที่ https://incase.co.th/