Posts

Bread pudding

พุดดิ้งนี้มีความน่าทึ่งที่เราใช้ขนมปังชนิดใดก็ได้ทำออกมาอย่างไรก็อร่อย จะใส่เครื่องปรุงอื่นๆ เสริมรสชาติ อาทิ ช็อกโกแลตแท่งบิเป็นชิ้นๆ ผลไม้แห้งอย่างแอปริคอต แต่ยอดนิยมก็คงจะเป็นลูกเกด หรือจะเป็นแฮมหั่นชิ้นเล็กๆ เนยแข็งขูด ก็ได้ เราอยากให้เบรดพุดดิ้งที่เราทำเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานก็ได้ แล้วแต่ว่าเราจะเลือกใส่เครื่องปรุงอะไร

เป็นอาหารที่ทำแสนง่ายด้วยเครื่องปรุงเพียงไม่กี่อย่าง ความน่าทึ่งคือเราใช้ขนมปังชนิดใดก็ได้ทำออกมาก็อร่อย และจะใส่เครื่องปรุงอื่นๆ เสริมรสชาติ อาทิ ช็อกโกแลตชิป ช็อกโกแลตแท่งบิเป็นชิ้นๆ ผลไม้แห้งอย่างแอปริคอตแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ยอดนิยมก็คงจะเป็นลูกเกด เราอยากให้เบรดพุดดิ้งที่เราทำเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานก็ได้ แล้วแต่ว่าเราจะเลือกใส่เครื่องปรุงอะไร ถ้าใส่แฮมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และเนยแข็งขูดลงไปก็จะได้อย่างคาว เป็นอาหารที่จะเป็นอะไรก็ได้ตามใจของเราหรือเรานึกอยากจะรับประทานอะไร  

คงไม่ต้องไปหาต้นตอของอาหารชนิดนี้ ความที่เป็นอาหารที่แปรรูปจากขนมปังที่เหลือข้ามวัน ก็ต้องมีความเป็นมาที่ยาวนานแน่ๆ เหมือนข้าวที่เป็นอาหารหลักของเราเมื่อรับประทานไม่หมดก็มีการคิดพลิกแพลงทำเป็นอาหารหรือขนมต่างๆ ได้ไม่ทิ้งให้เสียของ

อย่างขนมปังในภาพนี้จริงๆ เป็นบาร์แก็ตแบบแช่แข็ง ความที่ซื้อไว้นานจนลืม เมื่อนำออกมาเนื้อจึงค่อนข้างแห้ง จะเอามาปิ้งหรืออบรับประทานเนื้อก็จะแห้งไป ก็นำมาทำเบรดพุดดิ้งเสีย ก็ได้อาหารใหม่ที่ไม่เสียของแถมมีรสอร่อยยิ่งขึ้นด้วยนมและไข่ 

ครั้งนี้อยากได้เบรดพุดดิ้งไว้รับประทานเป็นมื้อเช้าหรือเป็นขนมปังเคียงกับอาหารอื่นๆ ก็เลยทำออกมาแบบเรียบง่ายสุดไม่ใส่อะไรมากนัก มีแต่เครื่องปรุงหลักๆ คือ ขนมปัง นมและไข่ไก่ แต่ถ้าต้องการทำเป็นขนมหวานสามารถเพิ่มน้ำตาลจากสูตรได้ ใช้น้ำตาลทรายขาวได้ ที่ใช้น้ำตาลทรายแดงเพราะชอบกลิ่น เพิ่มน้ำผึ้ง เพิ่มซอสคาราเมล ใส่ช็อคโกแลตนมบิเป็นชิ้นๆ หรืออะไรที่มีในตู้เย็นแม้แต่มาชเมลโลว์ ค่อนข้างเป็นขนมแกงโฮะคือใส่อะไรลงไปก็ได้ ด้วยหลักการแค่ให้ขนมปังเก่าได้ชุบแช่กับส่วนผสมของไข่และนมและอบออกมาให้มีรูปใหม่เท่านั้นเอง

เบรดพุดดิ้งที่ทำนี้จึงทำไว้กินเป็นมื้อเช้า อบเสร็จก็พักให้เย็นแล้วแช่ตู้เย็น เวลาจะรับประทานก็ตัดออกมาเป็นชิ้นๆ นำไปทอดกับเนยน้อยๆ หรือจี่ รับประทานกับไข่ดาวและแฮมทอด ราดน้ำผึ้งลงบนชิ้นเบรดพุดดิ้งของเรา เติมรสเผ็ดจัดจ้านด้วยซอสพริกข้างๆ ชิ้นแฮมทอด แค่นี้เอง แต่ถ้าอยากจะให้เบรดพุดดิ้งสุดเบสิกนี้เป็นของหวาน ก็หั่นมาชิ้นหนึ่ง ใส่ถาดอบ โรยช็อกโกแลตชิปหรือหักช็อกโกแลตนม แม้แต่คิตแคตโรยลงไป ราดด้วยซอสวานิลลา นำเข้าเตาอบไฟกลาง แป็บเดียวก็ได้ขนมแสนอร่อย 

ถ้าไม่มีซอสวานิลลาก็ไม่ต้องราด เอาเข้าอบแบบนั้น ช็อคโกแลตก็ละลายอยู่ดี เมื่อนำออกมาถ้ามีไอศกรีมวานิลลาก็ตัดโป๊ะลงไป ความร้อนของขนมจะทำให้ไอศกรีมละลายกลายเป็นซอสวานิลลาอยู่ดี แต่รับประทานคู่ไอศกรีมเย็นๆ จะอร่อยกว่าปล่อยให้ละลายเป็นซอสหมด หรือง่ายสุดถ้าต้องการทำให้เบรนดพุดดิ้งสูตรเบสิกนี้เป็นขนมหวาน ก็แค่ตัดออกมาแล้วนำไปเข้าเตาอบให้ร้อน เมื่อได้ที่นำออกมาทาด้วยเนยและเสิร์ฟกับแยมแค่นี้เอง  ได้ขนมหรือของว่างยามบ่ายง่ายๆ  

ใครมีขนมปังปอนด์ ขนมปังฝรั่งเศสเหลือเก็บในตู้เย็นอย่าทิ้ง นำมาทำเบรดพุดดิ้งไว้รับประทาน ทำเป็นสูตรเบสิกนี้ก็ได้ แล้วค่อยมาทำเป็นแบบคาวแบบหวานตามต้องการ 

เครื่องปรุง

ขนมปังฝรั่งเศส 1 แท่ง

หรือใช้ขนมปังแผ่นแบบหนา 6 แผ่น

เนยละลาย 1/4 ถ้วย

ไข่ไก่ 4 ฟอง

นม 1 ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย

เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

เปิดเตาอบไฟ 350 องศาเซลเซียส

ฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ ถ้าไม่ถนัดจะใช้มีดหั่นขนมปัง(มีดฟันเลื่อย)หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้นำชามอบหรือพิมพ์ก้นลึกมาทาเนยให้ทั่ว ใส่ขนมปังที่ฉีกไว้ลงไป  หยอดเนยละลายลงไปบนขนมปังเป็นหย่อมๆ 

ในอ่างผสมให้ตอกไข่ลงไป 4 ฟอง ใช้ส้อมหรือตะกร้อมือตีให้เข้ากันเบาๆ ใส่น้ำตาลทรายแดงและเกลือป่นลงไปตีให้เข้ากัน เติมนมลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี

รินส่วนผสมไข่และนมลงไปบนขนมปังในพิมพ์ ใช้ช้อนกดเบาๆ ให้ขนมปังจมลงในส่วนผสมของของเหลว แม้ขนมปังด้านบนจะลอยตัวขึ้นมาก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องกดให้จมมากถ้าเราต้องการหน้าขนมมีความกรอบของขนมปังอบ

นำเข้าเตาอบนาน 40 นาที

นำออกมาจากเตาพักไว้จนหายร้อนจัดค่อยตัดเสิร์ฟ ควรเสิร์ฟขณะอุ่นๆ   

Yogurt biscuits

Yogurt Biscuits

ด้วยเครื่องปรุงไม่กี่อย่างที่เป็นพื้นฐานของการทำขนมอบก็ทำให้เราได้บิสกิตไว้รับประทาน หลายคนอาจจะเบื่อกับขนมปังแล้ว บิสกิตใช้แทนขนมปังได้ในทุกมื้อ อย่าคิดว่าต้องเสิร์ฟบิสกิตกับไก่ทอดแบบอเมริกันทางใต้สไตล์เคเจน เท่านั้น เราเสิร์ฟบิสกิตกับมื้อเช้าเคียงไข่ดาวหมูแฮม หรือจะยามบ่ายที่ขอแค่บิสกิตกับแยม

บิสกิตสูตรนี้ออกจะไม่ตามกฎเกณฑ์เดิมๆ ของการทำบิสกิตตรงที่ใส่ไข่ด้วย เพราะอยากได้รสชาติที่อร่อยไม่ใช่แค่รสแป้งๆ ถ้าต้องการสุตรแบบดั้งเดิมให้ตัดไข่ออกและเพิ่มนมเข้าไปราว 1/4 ถ้วย จริงๆ แบบดั้งเดิมเขาก็ไม่ใส่น้ำตาลทราย ส่วนไขมันที่นำมาผสมกับแป้งนั้นเขาใช้ lard หรือน้ำมันหมูที่เป็นไขเพราะบ้านเขาอากาศเย็นกว่าบ้านเรา แต่บางสูตรก็ใช้ crisco(ยี่ห้อทางการค้า) เนยขาวที่ทำจากไขมันพืชนั่นเอง 

ส่วนตัวชอบใช้เนยสดธรรมดานี่แหละ เพราะไม่เหลวง่ายแบบน้ำมันหมูที่ขึ้นไข จริงๆ อยากจะลองใช้ก็ให้เอาน้ำมันหมูแช่ตู้เย็นก็ได้ แต่คืนตัวเร็วเหลือเกิน ข้อสำคัญคืออย่านวดแป้งหรือคลึงแป้งนานเพราะจะทำให้ขนมเนื้อแน่นและกระด้างไม่ฟูอย่างควรจะเป็น 

คำเรียกบิสกิตของอเมริกันกับอังกฤษจะต่างกัน บิสกิตของอังกฤษจะเป็นประเภทคุ้กกี้ที่เราคุ้นเคย เพราะอังกฤษเขามี scone นั่นเอง แต่สโกนเขาเป็นขนมสำหรับมื้อชายามบ่าย สูตรคล้ายๆ บิสกิตของอเมริกัน แต่เนื้อสโกนจะแน่นกว่าเพราะเน้นการคลึงให้แป้งเรียบ  

เครื่องปรุง

แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 ถ้วย

ผงฟู 2 ช้อนชา

โซดาทำขนม 1 ช้อนชา

เกลือป่น 1 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย

เนย 1/4 ถ้วย

ไข่ไก่ 1 ฟอง

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยบรรจุ

ตวงแป้งใส่ลงในตะแกรงร่อนแป้งหรือกระชอนลวดตาถี่ๆ ใส่ผงฟู โซดาทำขนม(Baking soda) เกลือป่น ร่อนส่วนผสมลงในอ่างผสมแป้ง ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน ที่ไม่ใส่น้ำตาลทรายลงไปร่อนด้วยเพราะเมล็ดใหญ่กว่าร่อนไม่ผ่านรูตะแหรง แต่ถ้าเกลือป่นที่ใช้เม็ดใหญ่ก็ตวงใส่ทีหลังเหมือนน้ำตาลทรายก็ได้

ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ การตวงเนย 1/4 ถ้วย ถ้าซื้อเนยมา 1 ก้อนขนาด 225 กรัม ให้กะเป็น 4 ส่วน ตัดมาใช้เสียหนึ่งส่วน จริงๆ ไม่ถึงกับเป๊ะ แต่ก็เป็นวิธีบอกปริมาณของเนยที่เราใช้ได้ง่ายกว่าจะตวงกับถ้วยตวงจริงๆ นำเนยที่ตัดแล้วใส่ลงในแป้ง

ใช้มือบี้ให้เนยกับแป้งให้เข้ากันเป็นเม็ดเล็กๆ สมัยก่อนเคยสอนโดยให้ใช้มีดรับประทานอาหารมาตัดสลับไปมาให้แป้งเข้ากับเนย หรือใช้ส้อมมือที่ใช้ตัดแป้งกับเนย แต่จริงๆ ไม่จำเป็นเลย ใช้มือบี้แป้งนี่แหละง่ายสุดและเร็ว จริงๆ เคยเตือนว่าอุณหภูมิของมือจะทำให้เนยละลาย แต่จุดประสงค์เราคือให้เนยเข้าไปรวมกับแป้งจับตัวเป้นเม็ดเล็กๆ ร่วนๆ ใช้มือบี้แป้งออกมาก็ครือกันแต่สะดวกกว่าใช้อุปกรณ์อื่นๆ ไม่เปลืองเวลาไปหาอุปกรณ์ครัวเหล่านั้นด้วย 

ในถ้วยใบเล็กให้นำไข่ไก่ 1 ฟองมาตีรวมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติด้วยส้อมให้เข้ากัน จากนั้นรินลงในส่วนผสมแป้ง อย่าเพิ่งรินลงไปจนหมด กะเป็น 3 ส่วน รินแต่ละส่วนลงไปใช้พายยางหรือส้อมคนให้แป้งเข้ากับของเหลว พอส่วนของเหลวส่วนสุดท้ายนี่แหละเราต้องดูด้วยว่าแป้งน่าจะเกาะเป็นก้อนได้ดีหรือยัง ถ้าแห้งไปก็ใส่ลงไปเยอะหน่อย หรือใส่ลงไปหมดแล้วแป้งยังดูแห้งเกินไม่เกาะเป็นก้อนให้เติมนมหรือน้ำเปล่าลงไปทีละน้อย พอแป้งเกาะเป็นก้อนอาจจะมีบางส่วนยังเป็นเศษแห้งๆ บ้าง เราก็ใช้มีข้างเดียวนี่แหละนวดก้อนแป้งเบาๆ แบบตลบพลิกล่างขึ้นบน  2-3 ทีเท่านั้น ห้ามนวดแบบขนมปัง เนื้อบิสกิตจะกระด้างและแข็ง

จากนั้นโรยแป้งสาลีลงบางๆ ที่พื้นโต๊ะเรียบๆ  นำก้นแป้งมาตบเบาๆ ให้แบนลงไปสูงสักสามนิ้ว แล้วพลิกกลับเอาด้านล่างขึ้นบน อย่าลืมโรยแป้งสาลีบางๆ บนหน้าโต๊ะกันก้อนแป้งติด ใช้มือกดก้อนแป้งให้ราบลงไปอีกสูงสักหนึ่งนิ้วครึ่ง จากนั้นให้นำพิมพ์วงกลมหรือพิมพ์ขอบหยักสำหรับตัดบิสกิตมาตัด

การตัดบิสกิตสำคัญมากคือให้กดพิมพ์ลงไปตรงๆ แล้วยกขึ้นตรงๆ ห้ามหมุนบิดมือไปมา เราต้องการขอบขนมที่ตัดฉับสวยๆ แป้งจะได้ขึ้นฟูได้ แต่ถ้าบิดไปมาจะทำให้ขอบแป้งประสานกันบ้างทำให้ขอบแป้งบางส่วนไม่ฟูสวยตอนอบ ขนมถูกตัอแล้วอาจจะไม่ติดพิมพ์ขึ้นมา แต่ก็ตัดเป็นรูปกลมแล้ว กดแผ่นแป้งจนได้ก้อนแป้งเต็มพื้นที่ ยกส่วนแป้งที่ไม่ใช่ก้อนที่ตัดไว้ออก จะได้ก่อนแป้งกลมๆ ใช้พายยางแซะเบาๆ ใส่ลงในถาดที่ทาเนยไว้ หรือจะรองแผ่นฟอยล์ก็ได้ 

ส่วนแป้งที่เหลือที่ไม่เป็นก้อนแป้ง เรานำมารวมกันใหม่โดยนวดเบาๆ ให้รวมกันเป้นก้อน อย่านวดเยอะนี่ไม่ใช่ขนมปัง แค่นวด 2-3 ทีพอแป้งจับเป็นก้อน ก็ทำแบบก่อนหน้านี้อีก คือตบแป้งให้แบนแล้วใช้พิมพ์กดมาเป็นก้อนแป้ง เรียงใส่ถาด ถาเราใช้เตาขนาดเล็ก ถาดขนาดเล้ก ก้อนป้งอาจจะอบไม่หมดในครั้งเดียวก็ไม่เป็นไร ให้นำก้อนแป้งที่ตัดไว้ใส่ลงในกล่องพลาสติกปิดฝาพักไว้รอขนมถาดแรกอบเสร็จ ค่อยเอาส่วนที่เหลือเข้าเตาอบ

ก่อนจะนำแป้งเข้าเตาอบให้นำไข่ไก่เฉพาะไข่แดงมาสักครึ่งลูก(กะๆ เอา) ผสมน้ำสัก 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ใช้แปรงทาขนมจุ่มส่วนผสมไข่แดงทาลงไปบนหน้าขนมก่อนอบ จะทำให้ได้สีของผิวหน้าขนมเข้มสวย แต่ถ้าไม่มีแปรงให้ใช้ช้อนกาแฟตักส่วนผสมไข่แดงนิดหน่อยไปหยอดหน้าขนมแล้วใช้หลังช้อนไล้เบาๆ ให้ส่วนผสมไข่เคลือบหน้าขนม แต่อย่าให้หกเลอะเทอะไปโดนขอบขนม เพราะเวลาอบส่วนผสมไข่นี้จะสุกแล้วจับตัวเป็นฟิลม์ ถ้าโดนขอบขนมจะยึดไม่ให้ขนมฟูได้ตามปกติ

นำเข้าเตาอบไฟ 190 องศาเซลเซียสนาน 25-30 นาที หรือขนมสุกฟูสวยและหน้าขนมมีสีเข้มสวย 

สำหรับคนที่ไม่มีพิมพ์วงกลมสำหรับกดแป้ง เราต้องย้อนไปหาต้นกำเนิดของบิสกิต คือเขาจะนำก้อนแป้งใหญ่ๆ นั้นมากดแผ่ให้แบนเป็นวงกลมขนาดใหญ่ตามความหนาที่ต้องการ ของเราก็ราวหนึ่งนิ้วครึ่ง จากนั้นให้ใช้มีดตัดก้อนแป้งแบบแบ่งเป็นส่วนๆ เหมือนแบ่งเค้ก ข้อสำคัญคือตัดมีดลงไปแล้วยกขึ้นอย่าลากมีดออกเหมือนเราตัดเค้ก เราต้องการขอบขนมที่คม จากนั้นก็ทาส่วนผสมไข่แดงระวังอย่าให้ไหลลงไปโดนรอยตัดของก้อนแป้ง นำเข้าไปอบด้วยอุณหภูมิเท่ากัน เวลาอาจจะเป็น 30-35 นาที เราจะได้บิสกิตเป็นชิ้นสามเหลี่ยม

ส่วนไข่แก่ที่เราตักเอาไข่แดงมาทำส่วนผสมทาหน้าขนม ไข่ที่เหลืออย่าทิ้ง เอาไว้เจียวโดยเพิ่มไข่ไก่ลงไปอีกฟองสองฟองตามต้องการ อย่าทิ้งไข่ให้เสียของ แต่ถ้าไม่เจียวเลย ให้เอาไข่นั้นใส่ถ้วยแล้วเอาจานรองแก้วกาแฟปิดปากชามกันลมแล้วนำไปแช่ตู้เย็น บางคนอาจจะใช้พลาสติกห่ออาหาร แต่ส่วนตัวเราอุตส่าห์ลดละถุงกลาสติกใส่ของ ก็อย่าใช้พลาสติกห่ออาหารพร่ำเพรื่อแล้วกัน เพราะใช้แล้วก็ทิ้งเป็นขยะพลาสติกเช่นกัน