Posts

Gucci เปิดตัว TOWARDS THE SUN คอลเล็กชั่นล่าสุดที่ถ่ายทอดเรื่องราวอันมีสีสันของฤดูร้อนได้อย่างสดใสและมีสไตล์

Gucci เปิดตัวเสื้อผ้ารับฤดูร้อน กับชุด ready-to-wear และแอคเซสเซอรี่ที่คัดสรรมาจากคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดซึ่งได้แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาซัมเมอร์ โดยผสมผสานเนื้อผ้าบางเบาเข้ากับสีสันสดใสบาดตา ในชื่อว่า Towards the Sun ที่ชวนให้นึกถึงดนตรีจังหวะสบายๆ ที่มาพร้อมกับเวลาพักผ่อนในวันสดใส 

ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า หรือแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ในคอลเล็คชั่นล้วนมาพร้อมลวดลายและโมโนแกรม GG บนวัสดุปาล์มถักทอ ลายผ้าทั้ง Houndstooth และ Seersucker ก็มีให้เลือกสรรกับสินค้าซิกเนเจอร์ อาทิเช่น กระเป๋าจากไลน์  Beloved  เสื้อผ้า ready-to-wear ของสตรีที่มีความเป็นเฟมินีนและเลือกใส่ได้ง่าย  ด้วยชุดสลิปเดรสผ้ามัสลินตกแต่งด้วยลูกไม้ รวมไปถึงชุดว่ายน้ำหลายรูปแบบ ทางด้านเสื้อผ้าบุรุษมีตั้งแต่สไตล์แคชชวลไปจนถึงเสื้อผ้าหรูในสไตล์เป็นทางการ  มีทั้งกางเกงออกกำลังกายขาสั้น กางเกงขายาวลายตาราง แจ็กเก็ตผ้าไนลอน และเสื้อเบลเซอร์กระดุมสองแถว 

สินค้าต่างๆ ในคอลเล็คชั่น Towards the Sun นั้นถูกนำเสนอในแคมเปญพิเศษที่ถ่ายทำ ณ ชายทะเลแห่งโพรวินซ์ทาวน์  แหล่งตากอากาศที่บรรดาศิลปินและผู้ทำงานสร้างสรรค์โปรดปราน   ภาพนิ่งและวิดีโอในแคมเปญนี้จับภาพของผู้คนที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ บนปลายแหลมทางตอนเหนือของเคปก็อด  ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ นอนอาบแดด และเดินเล่นรอบๆ ประภาคาร  นอกจากนี้ยังมีภาพที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการพักผ่อนหย่อนใจ นั่นก็คือ กระเป๋าเดินทาง  Gucci Ophidia ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประวัติอันยาวนานนับร้อยปีของ Gucci ในด้านของการเดินทางได้เป็นอย่างดี 

สินค้าในคอลเล็คชั่น Towards the Sun มีจำหน่ายแล้วในร้าน Gucci ทั่วโลกและนำเสนอผ่านวินโดว์ดิสเพลย์และร้าน Pop-Ups ด้วยคอนเซ็ปท์สร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ลวดลาย  houndstooth ซึ่งพบได้ในสินค้าต่างๆ ในคอลเล็คชั่น Towards the Sun นั่นเอง  นอกจากนั้นยังมีจำหน่ายผ่านทางออนไลน์บนเว็บไซต์ gucci.com ด้วยเช่นกัน

เรียบเรียง rhunrun

Gucci เปิดตัวคอลเลคชั่น Gucci Pet ซึ่งออกแบบมาสำหรับสุนัขและแมวให้สัตว์เลี้ยงแสนรักมีสไตล์ไม่แพ้เจ้าของ!

Gucci เปิดตัวคอลเลคชั่น Gucci Pet ซึ่งออกแบบมาสำหรับสุนัขและแมว โดยผสมผสานวัสดุคุณภาพสูงและงานฝีมือที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมตลอดจนลวดลายต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ คอลเลคชั่นใหม่นี้ยังคงเล่าเรื่องราวของความสุขและความประหลาดใจเบื้องหลังคอลเลคชั่น Gucci Lifestyle ซึ่งเปิดตัวไปในเดือนกันยายน 2021 ที่ผ่านมาและได้รับแรงบันดาลใจตู้เก็บของต่างๆ ที่เรียกว่า cabinet of curiosities สถานที่ที่เก็บสิ่งของทุกอย่างเป็นอย่างดี แม้ว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แต่มันก็ยังคงเปล่งประกายที่น่าหลงใหลและมหัศจรรย์ออกมา

สินค้าในคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วยปลอกคอและสายรัดตัวที่มาในหนังแบบเรียบ ผ้าแคนวาสลาย GG ลายแถบ Web ลาย Herbarium หรือลาย Geometric G แบบทั่วทั้งตัว และยังประดับตกแต่งด้วยรายละเอียดต่าง ๆ เช่น โลโก้ Interlocking G หรือสตั๊ด สำหรับสายจูงในขนาดความยาวและความกว้างที่แตกต่างกัน ที่ใส่ถุงอุจจาระสัตว์เลี้ยง และเคส Air Tag ซึ่งมีมาให้เลือกในวัสดุและลวดลายแบบเดียวกันเพื่อช่วยให้จับคู่กันได้อย่างลงตัว ภายในคอลเลคชั่นนี้ยังมีสินค้าที่ใช้เป็นของตกแต่งภายในบ้านได้ เช่น โซฟาขนาดจิ๋วแบบ Made-to-Order ซึ่งเป็นที่นอนให้สัตว์เลี้ยงนอนเล่น ชามอาหารที่มีลวดลายต่าง ๆ ของ Gucci ฝาครอบชาม กล่องแบบแข็งพร้อมชามเซรามิกแบบถอดได้และที่จับเพื่อการขนย้ายที่สะดวก และแผ่นรองสำหรับให้อาหาร สำหรับสัตว์เลี้ยงที่เดินทางบ่อย กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยงที่แสนสะดวกสบายทำจากผ้าแคนวาสลาย GG ก็เป็นส่วนหนึ่งในของคอลเลคชั่นนี้

ในส่วนของเสื้อผ้าของสัตว์เลี้ยงนั้นจะประกอบด้วย เสื้อโปโล เสื้อยืด เสื้อถัก และเสื้อโค้ท ที่ดูโดดเด่นด้วยสีสันที่สดใสและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และขี้เล่น อาทิเช่น ลายสตรอเบอรี่และลายหัวใจแบบทั่วทั้งตัว ไปจนถึงลาย Interlocking G และลายโมโนแกรมแบบคลาสสิก ที่พบเห็นได้ในสินค้าเครื่องแต่งกาย ready-to-wear ของ Gucci ที่ยังช่วยเปิดโอกาสในการจับคู่เข้ากับลุคต่าง ๆ อีกด้วย

เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของแบรนด์ในด้านความยั่งยืน คอลเลคชั่น Gucci Pet ได้รวมสินค้าต่าง ๆ ที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ผ้าฝ้ายรีไซเคิล หรือ Demetra วัสดุที่เป็นนวัตกรรมของ Gucci ซึ่งเปิดตัวไปในเดือนมิถุนายน 2021 หลังจากสองปีของการวิจัยและพัฒนาภายในบริษัท วัสดุ Demetra ได้ผสมผสานคุณภาพ ความอ่อนนุ่ม และความทนทานเข้ากับจริยธรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงถูกผลิตขึ้นจากวัตถุดิบปลอดสัตว์ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแหล่งหมุนเวียนและชีวภาพ นอกจากนี้วัสดุ Demetra ที่ผลิตขึ้นจากความปรารถนาของแบรนด์ในการสำรวจและสร้างสรรค์วัสดุสำหรับอนาคต ยังถูกผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงาน Gucci ที่ประเทศอิตาลีโดยใช้ความเชี่ยวชาญและกระบวนการแบบเดียวกันสำหรับการฟอกหนังซึ่งทำให้ตัววัสดุมีความยืดหยุ่นพร้อมกับผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่ม

กลุ่มสินค้าใหม่นี้ถูกเปิดตัวผ่านแคมเปญที่กำกับและถ่ายภาพโดย Max Siedentopf สุนัขและแมวขี้เล่นในสายพันธุ์และขนาดต่าง ๆ ที่กำลังสวมใส่สินค้าจากคอลเลคชั่นใหม่ในสไตล์ย้อนยุค ได้ถูกถ่ายทำร่วมกับฉากหลังที่สะอาดตาและมีสีสันสดใสที่ช่วยดึงให้บุคลิกของสัตว์แต่ละตัวให้โดดเด่นออกมา โดยทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากวิสัยทัศน์พื้นฐานที่เป็นลักษณะเฉพาะของ Gucci

rhunrun เรียบเรียง

Gucci เปิดตัวร้านใหม่ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ บนพื้นที่กว่า 224 ตารางเมตร พร้อมด้วยไอเท็มสินค้าให้เลือกครบทุกรูปแบบ

Gucci เปิดตัวร้านใหม่ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ บนพื้นที่ 224 ตารางเมตร พรั่งพร้อมด้วยสินค้าที่ได้รับการคัดสรรสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป (ready-to-wear) กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ นาฬิกา และแอคเซสเซอรี รวมถึงกระเป๋าเดินหลากหลายรูปแบบ

ผู้ที่มาแวะชมที่ร้านจะได้รับการต้อนรับสู่ร้านที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งแบบความร่วมสมัย ภายนอกร้านทั้งหมดติดตั้งจอ LED เต็มรูปแบบ เพื่อให้เห็นดีไซน์อันน่าตื่นตาของโลโก้รูปตัว G อันเป็นสัญลักษณ์ของ Gucci รวมถึงการตกแต่งภายในด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่สุดแสนประณีต พร้อมต้อนรับลูกค้าในบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกอันอบอุ่น ผ่อนคลาย และนอกจากความหรูหราในสไตล์สมัยใหม่ที่มาจากวัสดุที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีความน่าสนใจในการเลือกใช้พื้นที่ได้อย่างลงตัว ร้าน Gucci แห่งนี้จึงเป็นส่วนผสมของร้านในรูปแบบดั้งเดิม แต่ยังมีความร่วมสมัยอินดัสเทรียล และความโรแมนติกเข้าไว้ด้วยกัน และยังส่งเสริมผลิตภัณฑ์ต่างๆให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย

บรรยากาศภายในร้านจะเน้นความสวยงามประณีต แต่แฝงลูกเล่นและความน่าตื่นเต้นอยู่ในวัสดุต่าง ๆ ที่เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้องหินอ่อนหลากสีที่ช่วยดึงความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ ชั้นโชว์สินค้าทองเหลืองขัดเงา ที่ดูตัดกันกับโซฟาและเก้าอี้นวมบุกำมะหยี่สีชมพูกุหลาบ ช่วยให้ร้านเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าประทับใจอย่างคาดไม่ถึง และซึมซับได้ถึงบรรยากาศในแบบเฉพาะตัวของGucci อย่างแท้จริง

rhunrun เรียบเรียง

พาไปชมเรื่องราวของ Gucci Blondie กระเป๋าสุดไอคอนิกจากยุค 70s ของ Gucci ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงกลมของลวดลาย Interlocking G

Gucci นำเสนอ Gucci Blondie กระเป๋าถือที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ที่อยู่ในคลังข้อมูลซึ่งถูกนิยามโดยการตีความในรูปทรงกลมของลวดลาย Interlocking G อันเป็นเอกลักษณ์ ดังที่เห็นในเอกสารสิทธิบัตรตั้งแต่ปี 1971 โดยตัวสัญลักษณ์จะอยู่ตรงกลางที่ด้านหน้าของตัวกระเป๋า ขณะที่ Alessandro Michele ยังคงเดินทางข้ามเวลา ค่อย ๆ ลากเส้นของเรื่องราวที่กำลังรอคอยอย่างใจเย็นที่จะรอให้ถูกค้นพบและให้ชีวิตใหม่

Gucci Blondie เปิดตัวครั้งแรกภายในแฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่น Love Parade ซึ่งจัดขึ้นที่ ลอสแองเจลิส สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในการเชื่อมโยงยุคสมัยต่าง ๆ ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานของเขาได้อย่างง่ายดาย ความสามารถในการกลับสู่สภาพเดิมนี้สะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ที่ทั้งเปลี่ยนแปลงได้และมีเสน่ห์ เป็นการผสมผสานที่ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้เป็นเฉกเช่นเดียวกับกระเป๋าตัวอื่น ๆ ของ Gucci ที่ยังคงความร่วมสมัยไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม การตีความใหม่นี้นับเป็นความก้าวหน้าทางรูปแบบของสินค้าเดิมที่ถูกผสมผสานด้วยการตกแต่งอันโดดเด่นและตัวตนที่เป็นอิสระ

Gucci Blondie มีให้เลือกในขนาด รูปทรง และรายละเอียดที่หลากหลาย ตั้งแต่กระเป๋าสะพายข้างอเนกประสงค์ที่สามารถสะพายไหล่หรือพาดลำตัวด้วยสายลาย Web หรือสายหนัง ไปจนถึงสไตล์ที่ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งมาพร้อมสายโซ่ที่สามารถซ่อนไว้ด้านในแล้วเปลี่ยนให้เป็นกระเป๋าคลัทช์ได้ ในส่วนของขนาดมินิจะมาพร้อมกับสายหนังและสายลาย Web ที่สามารถสับเปลี่ยนและปรับขนาดได้ สำหรับดีไซน์ต่าง ๆ จะมีให้เลือกทั้งแบบหนัง หนังกลับ และแคนวาสลาย GG โทนสีที่หลากหลายสำหรับทั้งกระเป๋าและสายลาย Web

Gucci Blondie ได้ถูกนำเสนอผ่านแคมเปญตัวใหม่ที่เปรียบเสมือนเป็นจดหมายรักถึงนิวยอร์ก ขณะที่ตัวแสดงในแคมเปญนั้นถูกถ่ายทำโดยมีสถานที่สำคัญที่ต่างๆของเมืองเป็นฉากหลัง ในส่วนของรูปภาพแบบ Reportage-style ที่ชวนให้นึกถึงยุคอนาล็อกที่เต็มไปด้วยความตรงไปตรงมาและความเป็นธรรมชาติ โดยถ่ายทอดช่วงเวลาแห่งมรดกอย่างกะทันหันและผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกันอย่างกระตือรือร้นในทุก ๆ เฟรม

rhunrun เรียบเรียง

GUCCI : Cosmogonies

การนำเสนอคอลเลกชั่น GUCCI Cosmogonies (กุชชี่ คอส-โม-โก-เหนี่ย) ที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของปรัชญาที่คนต่างยุคสมัยกัน มีมุมมองคล้ายกันที่ต้องการทำลายกำแพงของความไม่รู้ไปสู่ความเวิ้งว้างของห้วงนภากาศ โดยตำแหน่งของดวงดาวคือหมุดหมายเสมือนแผนที่ที่จะนำไปสู่การไขปริศนาต่างๆ แม้ทุกวันนี้เราจะเดินทางไปสู่อวกาศได้ง่ายขึ้น แต่ปริศนาแห่งดวงดาวก็ยังคงรอการขานไขอีกมากมาย แต่ที่นี่เราจะเผยคำตอบแห่งปริศนาของคอลเลกชั่นนี้

การเดินทางสู่การไขปริศนาแห่งดวงดาวและความมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ของ GUCCI แม้สาสน์จาก Alessandro Michele เกี่ยวกับคอลเลกชั่นนี้จะเล่าถึงเรื่องของ Hannah Arendt และ Walter Benjamin นักปรัชญาชาวยิวที่พยายามหลบหนีนาซีออกจากเยอรมัน โดยเบนจามินได้มอบงานเขียนของเขาให้กับอาเร็นต์ ซึ่งเธอได้นำมาเผยแพร่ในภายหลังเมื่อมาลี้ภัยมาอยู่อเมริกา ขณะที่เบนจามินกำลังหนี เมื่อเขาถูกจับตัวโดยตำรวจที่ชายแดนสเปนเขาทราบข่าวว่าเกสตาโปได้บุกค้นอพาร์ตเม้นต์และทำลายห้องสมุดของเขา เขาจึงคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรในเมือ่เขาไม่สามารถรวบรวมข้อความดีๆ จากแหล่งอ้างอิงในห้องสมุดของเขา หนังสือหรือเอกสารที่เขาคัดสรรมาเพื่อสะท้อนความคิดของเขา เบนจามินเลยเลือกที่จะจากไปชัวนิรันดร์ บทความของเบนจามินถูกเผยแพร่โดยอาเร็นต์ในอีกหลายปีต่อมา


การจะเชื่อมโยงงานปรัชญาของวอลเตอร์ เบนจามินเข้ากับสถานที่จัดแสดงแฟชั่นโชว์ Castel del Monte ที่เป็นปราสาท(ป้อมปราการ)เก่าสมัยศตวรรษที่ 13 โดยจักรพรรดิเฟรเดอริกที่ 2 ได้โปรดให้สร้างขึ้นมาอาจจะชวนกังขาไม่น้อย แต่ถ้าทราบว่าพระองค์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องบทกวี ทรงตรัสได้หลายภาษา และทรงคลั่งไคล้ศาสตร์ต่างๆ ที่เป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์(ในปัจจุบัน)ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์รวมไปถึงการเล่นแร่แปรธาตุ พระองค์ถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้วิเศษที่มีพลังอำนาจ(น่าจะมาจากศาสตร์ต่างๆ ที่ทรงศึกษาและสนับสนุนให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาทำงานให้พระองค์นั่นเอง) จะว่าไปที่ปราสาทนี้ก็เหมือนกับสถาบันค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ในยุคกลางนั่นเองซึ่งจะออกไปในทางนอกรีตนิดๆ ตามขนบความเชื่อของคนยุคนั้นที่จะไม่ท้าทายกับความเชื่อของศาสนจักรคือการไปค้นหาคำตอบในสิ่งที่เชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้าง


ถ้าเราโชว์นี้จากออนไลน์ สิ่งที่เราจะเข้าใจได้อย่างชัดเจนที่คนที่นั่งดูโชว์แบบเรียลไทม์จะไม่เห็นก็คือการทวิสต์เอาสถาปัตยกรรมของปราสาทที่ดูเป็นป้อมปราการโบราณเมื่อถ่ายภาพจากมุมท็อปในยามกลางคืน การหมุนเลนส์ให้เหมือนตัวปราสาทหมุนเป็นวงกลม การจัดแสงสีที่ลงตัวทำให้ภาพที่ถ่านจากด้านบนของปราสาทดูเหมือนภาพด้านหลังของยานอวกาศที่กำลังลอยอยู่ในอวกาศ รวมทั้งเสียงนักบินอวกาศที่เป็นซาวด์แทรคกับเสียงดนตรีที่ชวนใ้ห้นึกถึงความเวิ้งว้างของอวกาศ ผสมกับเรื่องราวโรแมนติกของเรื่องเล่าของกลุ่มดาว โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายที่มีการฉายภาพแผนที่ดวงดาวขึ้นไปบนผนังของปราสาทที่ไม่เพียงสวยงามมีความขลังชวนให้นึกถึงนิทานแห่งดวงดาวปรัมปรากับการเดินทางไปในอวกาศของเหล่ามนุษย์อวกาศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำใหม่


แน่นอนว่าเรื่องราวของคอลเลกชั่นเกี่ยวพันกับช่วงเวลาหลายยุคสมัย ซึ่งปกติงานสร้างสรรค์ของมิเคเล่ ก็จะไม่นำเสนออะไรมาแบบทื่อๆ อยู่แล้ว ซิลลูเอทของคอลเลกชั่นนี้จึงนำเอารายละเอียดของแฟชั่นยุคสมัยต่างๆ มาผสมผสานให้เป็นความใหม่ในแบบ GUCCI ไม่ว่าจะเป็นชุดนักบวชของยุคกลาง การใช้ coif ผ้าที่สวมศีรษะเพื่อปิดบังผมเผยให้เห็นแค่ใบหน้าโดยผ้าจะยาวลงมาถึงคอ(แบบที่แม่ชีใส่)และ guimpe ที่เหมือน cape ตัวสั้นปิดแค่ช่วงไหล่หรือยาวลงมาครึ่งหน้าอก แต่มิเคเล่ ได้ดีไซน์ให้มีรูปทรงแบบใหม่มีแค่โครงคร่าวๆ พอที่จะรำลึกถึงที่มาของดีไซน์ แม้แต่เสื้อคอปกแหลมยาวลงมาถึงหน้าอกก็เป็นเครื่องแต่งกายของยุคกลาง รวมทั้งหลายข้าวหลามตัดสีสันต่างๆ ที่เรียกว่าลาย harlequin จนถึงลายกราฟฟิกของแฟชั่นยุค 1930s ลาย Op Art ของยุคเซเวนตี้ส์ รายละอียดของการปักประดับต่างๆ บางลวดลายชวนให้นึกถึงแผนที่ของดวงดาว การใช้ผ้าเดนิมสีซีดมาปักลายด้วยคริสตัลและหมุดสีเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้นหรือแจ็คเก็ต การปักประดับนี้มีทั้งลวดลายพันธุ์พฤกษาต่างๆ รวมไปถึงลวดลายแผนที่ดวงดาว หรือแม้แต่ชุดบางชุดมีการปักเลื่อมไล่สีเหลือบดุจดังท้องฟ้ายามมีแสงเหนือ เป็นสิ่งที่ล้าเกินจินตนาการจริงๆ แม้ไฮไลท์จะเป็นชุดฟินาเล่ที่เป็นชุดกระโปรงยาวทรงหลวมที่มีสีน้ำเงินแบบท้องฟ้าในยามค่ำคืนกับลายปักแผนที่ดวงดาวโดยมี guimpe ทรงเหลี่ยมทำจากลูกไม้สวมทับตรงคอและไหล่ โดย guimpe หรือ chemisette จะทำจากผ้าไหมหรือผ้าลินินมีความโปร่งบาง บางครั้งจะลงแป้งให้อยู่ตัว เพื่อคลุมคอและไหล่ของผู้สวมใส่ บางครั้งก็คลุมทั้งหน้าอก สวมใส่เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแต่งกายของผู้หญิงเพื่อแสดงฐานะทางสังคมในยุคกลาง


สำหรับสุภาพบุรุษนั้นแม้ซิลลูเอทจะไม่แฟนซีเท่าของสุภาพสตรีแต่ก็มีชิ้นที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทร้นช์โค้ตที่มีกลิ่นอายของยุค 1940s แต่ทำด้วยหนังที่มีความมันวาวและทำผิวให้ดูเป็นวัสดุสมัยใหม่ โดยกางเกงที่สวมจะเป็นดครงกางเกงสามมิติที่ทำให้เกิดรอยย่นของทรงกางเกงเมื่อสวมเข้าคู่กับรองเท้าหนังสีดำหัวตัด ชุดสูทแบบกุชชี่ก็ยังมีมาในซิลลูเอทสุดเท่แต่ปักประดับด้วยลายแผนที่ดวงดาวที่มีความแอบสแตรคและไร้กาลเวลา นอกจากนี้ยังมีชุดสูทกางเกงขาสั้นระดับเหนือเข่าแต่เพิ่มความแซบด้วยรองเท้าบู้ทปลายมนแบบแมรีเจนแต่ตัวรองเท้าเป็นเข็มขัดรัดขึ้นมาสูงเกินครึ่งน่องแบบแกลดิเอเตอร์ หนุ่มคนไหนชอบความเผ็ดต้องไม่พลาดรองเท้านี้ ส่วนผ้าเดนิมทำสีซีดปักหมุดมาในรูปกางเกงขาสั้นและแจ็คเก็ตเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ฮิตแน่


ส่วนเครื่องประดับสวยๆ มีหลากหลาย หลายๆ ชิ้นจะเป็นชิ้นใหญ่ๆ อย่าง head dress ที่ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดในยุคหนังเงียบ ที่เป็นเครื่องแต่งกายของนักแสดงอย่าง Theda bara และไม่จำกัดเพศ แต่ชิ้นที่ดูต้องใจกล้านิดหนึ่งคงเป็นสร้อยตุ้งติ้งที่โยงเข้ากับหูและมาเกี่ยวที่มุมปาก คือแต่ละชิ้นล้วนเป็นชิ้นเด่นที่มาเสริมลุคให้เผ้ดทั้งสิ้น ส่วนกระเป๋าก็มาจากคลังตำนานของกุชชี่แต่นำมาทวิสต์ใหม่ให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าทรงบัคเก็ตหรือกระเป๋าทรงโบโฮ หรือกระเป๋ารูปสตรอว์เบอร์รี่สองลูกซ้อนกันสายเป็นโซ่ที่มีทั้งสีแดง-ขาวและสีดำ-ขาวที่นายแบบนำมาสวมพาดลำตัวดูแท่ๆ ไม่หวานแบบสีแดง ส่วนรองเท้าก็เป็นอีกหนึ่งของความโดดเด่นของซีซั่นนี้ อย่างรองเท้าบู้ทสูงขึ้นมาถึงต้นขาร้อยด้วยเชือกที่เป็นส่วนตกแต่งไปในตัว รองเท้าบู้ทหัวตัดสูงครึ่งน่อง รองเท้าทูโทนส่วนปลายสีแดงตัวรองเท้าสีดำ บู้ทปลายมนแบบแมรีเจนแต่เป็นตัวเข็มขัดรัดขึ้นมาสูงแบบแกลดิเอเตอร์ เป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นที่น่าจดจำของกุชชี่


ปิดท้ายด้วยเหล่านางแบบและนายแบบเดินออกมาอีกครั้งพร้อมกับผนังตัวปราสาทที่เรียบนั้นกลายเป็นจอขนาดใหญ่ของภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนและหมู่มวลดาราที่ครั้งหนึ่งมนุษย์ต้องการค้นหาไขปริศนาลี้ลับนี้ และผู้คนที่เคยอยู่ในปราสาทแห่งนี้ก็คงได้ศึกษาแผนที่ดวงดาวจนก่อให้เกิดศาสตร์ต่างๆ ที่ไขความลับของสิ่งที่ถูกเรียกว่าพลังวิเศษหรือความมหัศจรรย์ด้วยวิทยาศาสตร์หรือหลักการที่เป็นเหตุและผล


ค่ำคืนนี้แขกรับเชิญของกุชชี่ก็ได้มาสัมผัสพลังวิเศษจากการร่ายมนต์โดยอเลสซานโร มิเคเล่ ด้วยคอลเลกชั่นที่งดงามน่าตื่นตาชวนจินตนาการไปถึงห้วงอวกาศอันไกลโพ้นและการเดินทางตามแผนที่ดวงดาวที่จะพาไปสู่คำตอบแห่งปริศนาต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

คืนนี้ตีหนึ่ง รับชมโช์ล่าสุด Gucci Cosmogonie สดๆส่งตรงจาก Castel del Monte ประเทศอิตาลีได้ที่นี่

คืนนี้ตีหนึ่งตามเวลาประเทศไทย (1 นาฬิกาของวันที่ 17 พฤษภาคมนี้) รับชมโช์ล่าสุด Gucci Cosmogonie สดๆส่งตรงจากปราสาท Castel del Monte ประเทศอิตาลีได้ที่นี่ครับ รอรับชมกันได้เลยว่า Alessandro Michele จะมีอะไรมาทำให้แฟนๆตื่นเต้น

นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์ไอจีต้อนรับโชว์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีใหม่ @davikah เป็นคนชวนให้มาลองเล่น filter นี้ด้วยครับไปลองกันได้เลย!

rhunrun เรียบเรียง

Gucci เลือกสถานที่โชว์ Cruise Collection ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ กับสถานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างปราสาทบนยอดเขา Castel del Monte ที่ถูกยกย่องให้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมของโลก

Gucci เลือกสถานที่โชว์ Cruise Collection ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ กับสถานที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่างปราสาทบนยอดเขา Castel del Monte ในแคว้น Apulia ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลี ที่สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1240–1250 โดย King Frederick II

และถูกยกให้เป็น UNESCO World Heritage Site อีกด้วย รอชมโชว์ฝีมือการออกแบบของ Alessandro Michele กันได้เลยครับ

rhunrun เรียบเรียง

GUCCI BAMBOO 1947 กระเป๋ารุ่นที่หลอมรวมความเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับหูจับทำด้วยไม้ไผ่สุดไอคอนิกของแบรนด์เข้ากับ ปัจจุบัน และอนาคตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

อะเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) ได้นำแรงบันดาลใจจากกระเป๋าที่มีหูจับทำด้วยไม้ไผ่ในอดีตมานำเสนอผ่านมุมมองร่วมสมัยให้แก่กระเป๋ารุ่น  Bamboo 1947 รุ่นใหม่นี้ ด้วยการออกแบบที่เป็นที่รู้จักและเป็นส่วนหนึ่งของ Beloved line อันเป็นเอกลักษณ์ กระเป๋ารุ่นนี้ได้หลอมรวมความเชื่อมโยงระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน รวมถึงเป็นการนำของจากอดีตมาตีความใหม่ในแบบฉบับและวิสัยทัศน์ของ อะเลสซานโดร มิเคเล่ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ของ Gucci

ในปี 1947 ในช่วงหลังสงครามของอิตาลี ที่วัตถุดิบแบบดั้งเดิมนั้นหาได้ยาก Guccio Gucci ผู้ก่อตั้งที่เต็มไปด้วยความคิดริเริ่มและความช่วยเหลือจากช่างฝีมือชาวฟลอเรนซ์ที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ได้ตัดสินใจนำไม้ไผ่ที่มีน้ำหนักเบาและทนทานมาใช้เป็นหูจับของกระเป๋าถือ ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในทันที หลายทศวรรษต่อมากระเป๋าที่มีหูจับทำจากไม้ไผ่นี้ได้กลายเป็นสิ่งของที่ต้องมีในหมู่สตรีชั้นนำของฮอลลีวูดและกลุ่มคนมีฐานะร่ำรวย เป็นสัญลักษณ์เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสไตล์และความนิยมไปทั่วโลก

กระเป๋า Bamboo 1947 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้นั้น หูจับด้านบนที่ทำจากไม้ไผ่มีจุดเด่นอยู่ที่สายสะพายหนังและสายสะพายผ้าที่เป็นแถบสีที่เรียกว่า Web ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ แสดงออกถึงสไตล์อันร่วมสมัยบนรูปทรงที่ดูหรูหรา มีมาให้เลือกในขนาดที่ต่างกันและโทนสีที่สดใส

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวกระเป๋า Bamboo 1947 รุ่นใหม่นี้ Gucci ได้เชิญครีเอเตอร์ทั้ง 9 คนจากประเทศต่างๆมาร่วมงานในดิจิทัลโปรเจกต์ โดยขอให้แต่ละคนแบ่งปันมุมมองส่วนตัวของพวกเขาที่มีต่อ Gucci Bamboo 1947 ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมกับกระเป๋าถือที่มีหูจับทำจากไม้ไผ่นี้ ได้เป็นชุดภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด และวิดีโอ ที่ทำให้กระเป๋ารุ่น Bamboo 1947 นี้มีชีวิตชีวาขึ้นผ่านมุมมองหลากหลายในการนำเสนอกระเป๋าที่เป็นสัญลักษณ์นี้ 

ผู้ที่เข้าร่วมในโปรเจ็คนี้ ได้แก่ ช่างภาพ Maddalena Arcelloni, Lou Escobar, Katja Mayer, Theo Liu Xiangyu, Cho Gi-Seok และ Suzanne Saroff และศิลปิน Nico Ito, Samson Bakare และ Everett Glenn

เรียบเรียง rhunrun

รายละเอียดสินค้า

กระเป๋ารุ่นนี้มีมาให้เลือกใน 3 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาดกลาง, ขนาดเล็ก และขนาดมินิ โดยทุกขนาดจะมาในหนัง สีขาว และหนังแก้ว สีดำ ในขณะที่ขนาดเล็กและขนาดมินิมีวางจำหน่ายในโทนสีที่สดใส เช่น สีส้ม, สีเหลือง, สีชมพู, สีฟ้าคราม และสีเขียว รวมถึงจะมีรุ่นหนังจระเข้และหนังงูที่ช่วยเพิ่มความล้ำค่าให้กับกระเป๋ารุ่นนี้

กระเป๋ารุ่น Bamboo 1947 ถูกนำเสนอในรูปแบบที่เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดา ล้ำค่า ขี้เล่น และแปลกใหม่ ทุกขนาดและทุกสีจะมาพร้อมกับสายสะพายหนังแบบดั้งเดิมและสายสะพายที่มีแถบสี Web ที่ช่วยเพิ่มการใช้งานในสไตล์ที่แตกต่างกัน สายสะพายทั้งสองสามารถถอดออกและปรับได้ ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับโอกาสต่าง ๆ

Gucci Bamboo 1947 ได้รับการรังสรรค์ด้วยฝีมือช่างชั้นเยี่ยม หูจับด้านบนและฝาปิดนั้นทำขึ้นจากไม้ไผ่ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีตามเกณฑ์การออกแบบของ Gucci รวมทั้งผ่ายการขัด ขึ้นรูป และตกแต่งด้วยมืออย่างประณีต

กระเป๋า Gucci Bamboo 1947 มีวางจำหน่ายในร้าน Gucci บางสาขาและที่ gucci.com

ภาพแคมเปญเต็มๆจากแคมเปญ Gucci Love Parade กับคอนเซ็ปต์ ห้องทดลอง งานปาร์ตี้หลุดโลก และเวทีที่เต็มไปด้วยความฝัน

เมื่อความฝันเริ่มขึ้น เราจะอยู่ในนั้น

เราอยู่ที่นี่ ในแสงออร่าที่สะท้อนมาจากรูปภาพเหล่านี้ ความงามไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่มันมาจากความตึงเครียด ซึ่งอันที่จริงมันมาจากความขัดแย้ง มันอยู่ในการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง รูปภาพและจินตนาการจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเคลื่อนไปข้างหน้า เรายืนอยู่ที่นี่จ้องมองไปที่แสงไฟบนถนน เราไล่ตามเงาที่เต็มไปด้วยออร่าที่เราเห็นพวกเขากำลังเดินอย่างสง่าผ่าเผยบนถนน Hollywood Boulevard ขบวนของเหล่าคนดังจากตำนานสมัยใหม่ที่เรียกว่าภาพยนตร์ถูกฟื้นคืนชีพด้วยแฟชั่นในปัจจุบัน ความหลงใหลและความปรารถนาของเราได้เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องราวของเหล่าตัวละครที่ขโมยชีวิตเพื่อกลายเป็นแฟชั่น ต้องขอบคุณพื้นที่การแสดงที่บดบังเส้นแบ่งระหว่างร่างกายและเสื้อผ้า นิยายภาพที่เร็วเป็นสองเท่าซึ่งเกี่ยวกับการมองและการถูกมอง ในขณะเดียวกัน นักแสดงคนอื่น ๆ (เทพเจ้า) ที่พลุกพล่านและกระตือรือร้น ก็เข้ามาเป็นศูนย์กลางของถนนเส้นนี้

“ผมนึกถึงตอนที่แม่ของผมเลี้ยงผมมาให้เป็นผู้ที่ศรัทธาในความสวยงาม “เกี่ยวกับของขวัญแห่งความฝันที่ผมขาดไม่ได้ เกี่ยวกับออร่าของภาพยนตร์ที่สร้างตำนานขึ้นมา” นี่แหละคือเหตุผลที่ผมเลือกถนน Hollywood Boulevard” เขียนโดย Alessandro Michele เพื่ออธิบายถึงการเดินทางในครั้งนี้ถึงต้นกำเนิดของเรื่องราวชีวิตของเขา พร้อมกับต้นกำเนิดของตำนาน Gucci

เรายังคงติดตามพวกเขาต่อไป พวกเขากำลังเดินทางไปยังงานเฉลิมฉลอง งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่ามนุษย์และเทพเจ้านั่งอยู่ข้างกันบนโต๊ะอาหารมากมาย เหล่าตัวเอกในความฝันของเราที่อาจจะปรากฏในจินตนาการของเรา Beanie Feldstein, Deng Lun, Jared Leto, Jungjae Lee, Liu Wen, Miley Cyrus และ Snoop Dogg ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อปลดปล่อยตัวเองสู่การเต้นรำของเทพเจ้า Dionysus

สายตาจ้องมองไปที่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเนื้อผ้าที่สัมผัสบนพื้นผิวต่าง ๆ ผ้าของเสื้อผ้านั้นเริ่มต้นจากที่ไหนและเนื้อหนังของผิวหนังนั้นเริ่มต้นจากที่ใด? เสื้อผ้า ร่างกาย และพื้นที่ว่างล้วนจดจ่ออยู่กับลำดับของภาพนิ่งและการเคลื่อนไหวที่ Alessandro Michele ได้จัดเตรียมไว้ร่วมกับช่างภาพ Mert&Marcus ตามบทที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความปรารถนาที่สะท้อนอยู่ในการจ้องมอง ในขณะที่ผู้เขียนสร้างบรรยากาศ เสื้อผ้าก็คอยกำกับท่าทาง ความลับของพวกเขาคือการตระหนักถึงจุดเริ่มต้นที่แปลกหรือเพ้อฝันของมือที่นำร่างกายไปสู่คำพูดและคำพูดไปสู่ร่างกาย เสื้อผ้าได้ฟื้นคืน เชื่อมต่อและมอบแผนที่ให้กับความปรารถนา การเคลื่อนไหวและการหดตัวอย่างรวดเร็วนั้นมีเสน่ห์มากกว่าความนุ่มนวลที่เงียบสงบ

เครดิต

ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์: Alessandro Michele 

ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์: Christopher Simmonds

ผู้กำกับภาพ: Mert Alas และ Marcus Piggott

กำกับโดย: Mert Alas และ Marcus Piggott

นายแบบ/นางแบบ/นักแสดงมากความสามารถ: Beanie Feldstein, Deng Lun, Jared Leto, JJ Lee, Liu Wen, Miley Cyrus และ Snoop Dogg

เรียบเรียง rhunrun

Gucci เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Gucci Pineapple” ที่โดดเด่นด้วยลวดลายสับปะรดและดอกกุหลาบสะท้อนถึงความสนุกสนานแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราและมีสไตล์

Gucci เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Gucci Pineapple” ที่นำเสนอเสื้อผ้าสำเร็จรูป (ready-to-wear) และ แอคเซสซอรี่ (accessories) สำหรับสุภาพบุรุษ ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยลวดลายสับปะรดและดอกกุหลาบ สะท้อนถึงความสนุกสนานแต่แฝงด้วยความหรูหรา อีกทั้งยังสื่อถึงความหลากหลายและหลากสีสัน ของคอลเลคชั่นประจำฤดูกาลใหม่ โดยลายสับปะรดซึ่งเป็นธีมของคอลเลคชั่น ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์เสมือนตราประจำตระกูลเก่าแก่ของชนชั้นสูง

“Gucci Pineapple” เป็นคอลเลคชั่นสไตล์สบายๆ สื่อถึงอารมณ์ผ่อนคลาย โดยการผสมผสานแนวเสื้อผ้าสไตล์มหาวิทยาลัยและสตรีทแวร์ในโทนสีพาสเทล เสริมด้วยสีน้ำเงินและสีเขียว 

เสื้อผ้า ready-to-wear ในคอลเลคชั่นนี้ มีตั้งแต่เสื้อผ้าแบบเป็นทางการไปจนถึงชุดกีฬาผ้าฟลีซ ตกแต่งด้วยการติดแพทช์เวิร์ค (patch work) เป็นตัวเลข 22,705 ซึ่งหมายถึงจำนวนเพลงที่มีการกล่าวถึง Gucci ในเนื้อร้อง  นอกจากนี้ยังมีไอเท็มเสริมให้เข้าชุด อย่างรองเท้าผ้าใบและแอคเซสซอรี่หนัง ซึ่งมาในลวดลายสับปะรดพิมพ์ลาย  สีเหลืองสดใส โดดเด่นบนผ้าใบ GG Supreme

คอลเลคชั่นนี้สะท้อนอารมณ์สดใสสบายๆ ซึ่งมักเห็นได้ในที่พักตากอากาศสุดโปรดของเหล่าเจ็ตเซตเตอร์ในฤดูหนาวอย่างโรงแรมเดอะโคโลนี่ (The Colony Hotel) ในปาล์มบีช  (Palm Beach) บรรยากาศผ่อนคลายแบบหรูหรา ยามที่แขกที่มาพักปล่อยตัวสบายๆ ภาพและวิดีโอต่างๆ ให้ความรู้สึกย้อนยุค และความสนุกสนานที่ไร้กาลเวลา ตัดกับฉากหลังซึ่งเป็นงานออกแบบโรงแรมริมหาดสไตล์เรโทรอย่างชัดเจน

คอลเลคชั่น “Gucci Pineapple”จะเปิดตัวในดิสเพลย์ของร้าน Gucci ทั่วโลก รวมไปถึง Gucci ป๊อบอัพสโตร์ โดยไอเดียสร้างสรรค์หลักในการดิสเพลย์อยู่ที่ลายสับปะรดและลายตารางที่พบได้ในคอลเลคชั่นนี้นั่นเอง พื้นที่สำหรับดิสเพลย์จะตกแต่งด้วยกรอบแนวตั้งสีเขียวเคลือบมัน ล้อมรอบด้วยหลอดไฟ LED ตามแนว ผนังด้านหลังบุผ้าพิมพ์ลายตารางสีขาวน้ำเงิน และตกแต่งด้วยป้ายไฟที่มีรูปสับปะรดกับดอกกุหลาบ บนพื้นปูด้วยพรมสีแดงทับทิม ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นจะพร้อมจำหน่ายทางออนไลน์บนเว็บไซต์ gucci.com ด้วยเช่นกัน

CREDITS

ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ : อเลสซานโดร มิเคเล (Alessandro Michele)

อาร์ตไดเรกเตอร์: ซาส เมย์บี (SAS MAYBE)

ถ่ายภาพ&ไดเรกเตอร์: ไทเลอร์ มิตเชลล์ (Tyler Mitchell)

เมคอัพ: มากิ เออร์โยกี (Maki Iryoke)

ผม: มุสตาฟา ยานา (Mustafa Yana)

เรียบเรียง rhunrun