Posts

Gucci นำเสนอแคมเปญแว่นตาคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021 ผ่านความสัมพันธ์ระยะไกลจากสองซีกโลกระหว่าง เวนิส และ อู่เจิ้น

แคมเปญโฆษณาแว่นตาใหม่ของ Gucci สำหรับฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนประจำปี 2021 เป็นเรื่องราวของเมืองสองเมืองที่แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ก็เชื่อมโยงถึงกัน ในโฆษณานี้สถานการณ์ชวนคิดสองสถานการณ์เปิดเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่คาดฝันและร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวช่วงเวลาของการพักผ่อนโดยมีคอลเลคชั่นแว่นตาเป็นตัวเอก

ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele ได้รับแรงบันดาลใจจากคลองที่ลึกลับและให้บรรยากาศของเมืองเวนิสซึ่งมีทางน้ำที่ล้อมรอบไปด้วยพระราชวังหินอ่อนที่ดูหรูหราและสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตา เขายังได้จินตนาการถึงการนั่งเรือกอนโดลาแบบเวนิสดั้งเดิมออกสำรวจเมืองลอยน้ำอันโด่งดังของประเทศอิตาลี Ni Ni ยังคงทำหน้าที่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Gucci ทำให้ความฝันเกี่ยวกับเมืองเวนิสของ Alessandro Michele ได้รับการพัฒนาต่อเพื่อที่จะรวบรวมภาพถ่ายคู่ขนานของเมืองอู่เจิ้นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ของจีนที่นักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงได้รับการถ่ายภาพในขณะที่กำลังเที่ยวชมคลองด้วยเรือแบบโบราณ

ด้วยวิธีนี้ Gucci ได้ขยายมุมมองเกี่ยวกับการร้องเพลง ความสงบ และการเดินทางทางน้ำ พัฒนาจากภาพถ่ายที่คุ้นเคยไปสู่ภาพถ่ายที่ดูแปลกตาและคาดไม่ถึง เมื่อนำมารวมเข้ากับการเล่าเรื่องด้วยภาพทั้งสองนี้ทำให้เกิดความเป็นสากลและความแพร่หลายที่พูดถึงประสบการณ์และความสุขที่มีร่วมกัน

ภาพของเมืองเวนิสที่ถ่ายโดย Daniel Shea เน้นให้เห็นขาแว่น Forked แบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Gucci โดดเด่นบนกรอบแว่นรูปทรง Geometric ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกตินอกจากนี้ Horsebit เหล็กคาดปากม้า สัญลักษณ์อันโด่งดังของ Gucci ก็ปรากฏเป็นครั้งแรกในคอลเลคชั่นแว่นตาที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของมรดกนักขี่ม้าของ Gucci สัญลักษณ์แบบพิเศษนี้มอบความสง่างามที่โดดเด่นให้กับกรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้วยการผสมผสานที่ซับซ้อนของวัสดุสีสันสดใส จุดเด่นอีกอย่างคือการออกแบบแว่นกันแดดที่หรูหราซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยุค80 พร้อมยกระดับด้วยกรอบโลหะเคลือบตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงขาแว่นที่โชว์ให้เห็นโลโก้ Gucci ขนาดใหญ่ในรูปแบบตัวเขียน (Script)

ย้ายไปที่ภาพของเมืองอู่เจิ้นที่ถ่ายโดย Leslie Zhang ที่มี Ni Ni สวมแว่นกันแดดทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดโอเวอร์ไซส์พร้อมกรอบที่ทำจากโลหะน้ำหนักเบาที่มาพร้อมกับสัญลักษณ์ Horsebit ของ Gucci นอกจากนี้สไตล์ย้อนยุคที่หรูหราและไม่ล้าสมัยยังได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยเลนส์ที่มีโทนสีอบอุ่นและขาแว่นที่เรียวบางสวยงาม

Gucci ต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยแคมเปญ Gucci Love, Love & Love ในรูปแบบของนิตยสารผ่านมุมมองของ ของ Brad Elterman ช่างภาพสายดนตรีร็อคมากฝีมือ!

คิวปิดเทพเจ้าแห่งความรักเป็นภูติน้อยที่แสนซุกซน และยังคงความซุกซนและเฉลียวฉลาดผ่านทางเลนส์ของ Brad Elterman ช่างภาพสายดนตรีร็อคจากลอสแองเจลิสผู้ซึ่งสามารถอ้างสิทธิ์ได้อย่างแท้จริงว่าเป็นหนึ่งในนักถ่ายทำสารคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแวดวงดนตรี ด้วยกล้องถ่ายภาพและแฟลชของเขา Elterman สามารถแทรกซึมเข้าไปในโลกของดนตรีร็อคแอนด์โรลยุค 70 ขณะที่เป็นวัยรุ่น และผลงานภาพถ่ายสไตล์ candid ของเขาทำให้เราเข้าใจถึงช่วงเวลาที่พิเศษมาก รวมไปถึงวิถีชีวิตและลักษณะของบางคนที่พิเศษและมีความสามารถทัดเทียมกัน งานของ Eltermanเหมือนกับเพลงร็อคแอนด์โรลของนักเคลื่อนไหวที่สำคัญและภาพถ่ายที่ดูเป็นธรรมชาติของเขาได้เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับวัยที่ไร้เดียงสาและยังไม่ค่อยมีความระมัดระวังมากนัก

ตั้งแต่ปี 2014 Elterman ยังคงถ่ายภาพและผลงานของเขายังคงได้ตีพิมพ์ในหนังสือที่พิมพ์ออกมาในจำนวนจำกัดที่ชื่อว่า Fanzine ผลงานของเขาและถือเป็นอัญมณีของนักสะสม Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของนิตยสารที่ตีพิพม์เป็นเล่มในรูปแบบเดิม จึงเลือกที่จะร่วมงานกับ Elterman ในการเฉลิมฉลองวันแห่งเซนต์วาเลนไทน์ หรือที่เราเรียกันสั้นๆว่าวันวาเลนไทน์นั่นเอง

สำหรับนิตยสาร Gucci Love, Love & Love Elterman ได้ถ่ายภาพความรักในทุกรูปแบบ ณ บ้านเกิดของเขาที่ลอสแองเจลิส ภาพถ่ายทั้งหมดถูกสื่อผ่านทางเลนส์ร็อคแอนด์โรลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและร่าเริง ในโทนสีที่สดใสไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนและหลังคา ด้านนอกไนต์คลับชื่อดังและสถานที่แสดงดนตรีสดบนถนน Sunset Strip ริมสระว่ายน้ำหรือริมทะเลเราได้รู้จักกับผู้คนที่หลากหลายมาเฉลิมฉลองความหลากหลายของความรักผ่านการโพสท่าที่สนุกสนานร่าเริงและการมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ภาพถ่ายยังมอบสัมผัสที่ทรงพลังในมุมมองของ Michele ที่มีต่อความรักและความสวยงาม รวมถึงนำเสนอสินค้าใหม่ของ Gucci ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์นี้ โดยสินค้านั้นประกอบไปด้วยสัญลักษณ์รูปหัวใจ Gucci Heart ที่โดดเด่น สัญลักษณ์ Gucci Heart ที่มีลักษณะ 3 มิติแบบของเล่นเด็กนี้ถูกนำไปใช้กับเครื่องประดับแนวโรแมนติก เครื่องหนัง และผ้าไหมต่างๆ นอกจากนี้ในคอลเลคชั่นของ Gucci Beauty ยังมีสินค้าต่างๆให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม Gucci Guilty Love Edition ลิปสติก และผลิตภัณฑ์แต่งหน้าสำหรับใบหน้าและดวงตา ไปจนถึงกระเป๋าถือในรุ่นต่างๆที่เป็นรุ่นยอดนิยม ของ Gucci ไม่ว่าจะเป็น Dionysus, GG Marmont, Jackie 1961 และ Gucci Horsebit 1955

ภาพถ่ายชุดใหม่ล่าสุดของ Elterman สำหรับ Gucci นั้นถูกนำมารวมกับความสนุกสนานซุกซนในแบบของ Gucci และยังถูกนำมาจับคู่กับผลงานล่าสุดอื่น ๆ และภาพถ่ายบางส่วนจากคลังเก็บข้อมูลของ Elterman เองด้วย

พบนิตยสาร Zine ทางออนไลน์ได้ที่ https://lovelovelove.gucci.com/

Gucci ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนด้วยคอลเลกชั่นสุดน่ารักกับตัวการ์ตูนตัวโปรดในวัยเด็ก โดราเอม่อน

เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปีฉลู Alessandro Michele (อเลซซานโดร มิเคเล) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของ Gucci สร้างสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษที่มาพร้อมกับตัวการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง โดราเอม่อน 

คอลเลกชั่น Doraemon x Gucci เป็นผลงานความร่วมมือใหม่ล่าสุดกับเจ้าแมวหุ่นยนต์ โดราเอม่อน ซึ่งย้อนเวลากลับมาจากอนาคตศตวรรษที่ 22 สร้างขึ้นโดยเซวาชิ (ทายาทรุ่นที่ 4 หลังจากโนบิตะ) เพื่อช่วยเหลือเด็กชายโนบิตะ โนบิ ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดราเอม่อนเป็นหุ่นยนต์ที่เป็นมิตรต่อทุกคนและมีกระเป๋าสี่มิติที่หน้าท้อง เต็มไปด้วยของวิเศษมากมายที่มาจากห้างสรรพสินค้าแห่งโลกอนาคต  

Gucci ได้เปิดตัวโดราเอม่อนในคอลเลกชั่น Epilogue ซึ่งประกอบไปด้วยเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ รองเท้า และกระเป๋า โดยคอลเลกชั่น Doraemon x Gucci นี้นอกจากจะเป็นการเปิดตัว 50 ปีของโดราเอมอน (2020) แล้ว และยังเป็นโอกาสในการครบรอบ 100 ปี ของ Gucci (2021) ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังได้เหล่า celebrities ชื่อดังของไทยอย่าง 4 หนุ่มฮอต กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข, เต-นิว (ตะวัน วิหครัตน์ และ ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ) สาวน้อยสุดน่ารัก แอลลี่-อชิรญา นิติพน และที่จะขาดไปไม่ได้ก็คือสาวใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ Friend of Gucci ซึ่งสวมใส่คอลเล็กชั่นนี้ด้วยเช่นกัน

โดราเอม่อนในคอลเลกชั่นนี้มีให้เลือกในสองเวอร์ชั่นคือ โดราเอม่อนสีฟ้าอันเป็นรูปลักษณ์ของโดราเอม่อนที่เราคุ้นเคย นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่นพิเศษที่โดราเอม่อนแปลงกายอยู่ในชุดวัวแสนน่ารักเพื่อฉลองปีฉลูอีกด้วยโดราเอม่อนในเวอร์ชั่นนี้ สีฟ้าถูกแทนที่ด้วยสีทองและเพิ่มเขาจิ๋วสุดน่ารักเพื่อให้กลายเป็นวัว ตัวการ์ตูนโดราเอม่อนทั้งสองแบบนี้ปรากฏอยู่บนลาย GG ในท่าทางที่แตกต่างกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นโดราเอม่อนหลายตัว หรือตัวเดียว เพื่อสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ให้แก่ Gucci

พบคอลเลกชั่นพิเศษนี้ได้ที่ Gucci Pin, Thara Hall ชั้น M ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กุมภาพันธ์นี้

#DoraemonxGucci

©Fujiko-Pro

Gucci เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับคอลเล็กชั่นที่ดึงเอา Doraemon ตัวการ์ตูนขวัญใจวัยเด็กของหลายคนมาเพิ่มสีสันและพลังแห่งจินตนาการ!

เทศกาลสำคัญช่วงต้นปีอย่าง Lunar New Year กำลังใกล้เข้ามาแล้วและในปีนักษัตรฉลูหรือวัวปีนี้ Gucci ที่นำโดย creative director คนเก่งชาวอิตาลี Alessandro Michele ก็ได้เลือกตัวการ์ตูนสุดไอคอนิกผลงานของ อาจารย์ Fujiko F. Fujio อย่าง โดราเอม่อน เจ้าเหมียวไซบอร์กจอมซนจากศตวรรษที่ 22 ที่ถูกส่งมาช่วยเหลือเด็กน้อยที่ไม่มั่นใจในตัวเองอย่าง โนบิ โนบิตะ ด้วยของวิเศษจากโลกอนาคต จนเกิดเป็นเรื่องราวมิตรภาพแสนงดงามระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ ซึ่งในปีนี้ก็เป็นปีครบรอบ 50 ปีของเจ้าแมวสีฟ้าตัวนี้ด้วย

ในส่วนของเสื้อผ้า Gucci 2021 Lunar New Year Collection นี้จะใช้ลายเส้นและคู่สีฟ้าขาวเอกลักษณ์ของโดราเอม่อน มาผสมผสานกับลานพริ้นท์และโลโก้ GG สุดคลาสสิกของ Gucci และสอดแทรกคู่สีสดใสไว้อีกหลายสีเพื่อความสนุกส่งเสริมเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นชวนจินตนาการของ โดราเอม่อนและผองเพื่อน และยังสอดแทรกเซอร์ไพร์ซไว้ด้วยโดราเอม่อนในชุดวัวสีทองซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อคอลเล็กชั่นนี้เท่านั้น 

วันนี้เราจึงนำเอาภาพแคมเปญน่ารักๆที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของ Alessandro Michele ลั่นชัตเตอร์โดย Angelo Pennetta มาฝากกัน โดยเรื่องราวนั้นถูกถ่ายทอดภายใต้แนวคิดที่ว่าแม้ในกิจกรรมประจำวันอย่าง การทานอาหารเช้า เล่นเกมส์ ปาร์ตี้เล็กๆในสวนกับเพื่อนๆ ก็สามารถกลายเป็นการผจญภัยในจินตนาการได้ หากมีเจ้าเหมียวโดราเอม่อน เข้ามาสร้างสีสันและรับบทเพื่อนในจินตนาการที่ย้อนให้เรานึกถึงวัยเด็ก

ปิดท้ายด้วย packaging พิเศษของคอลเล็กชั่นนี้จะทำมาจากวัสดุรีไซเคิลที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการ์ดพิมพ์ลายเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความฝันและมิตรภาพในวัยเยาว์กว่าครึ่งศตวรรษของ โดราเอม่อน

#DoraemonxGucci ©Fujiko-Pro

Gucci ออกแบบชุดทั้งหมดในเอ็มวี ‘Treat People With Kindness’ เพลงล่าสุดของ Harry Styles

เพลงความหมายดีๆต้อนรับปีใหม่! ‘Treat People With Kindness’ ของศิลปินมากสไตล์ขวัญใจสาวๆอย่าง Harry Styles ซึ่งในเพลงนี้เจ้าตัวได้ Phoebe Waller-Bridge นักแสดงสาวชาวอังกฤษมาร่วมสร้างสีสันในเอ็มวีทั้งการแสดงและการเต้น

แต่อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือชุดของทั้งสองนั้นถูกออกแบบและตัดเป็นพิเศษขึ้นโดย Gucci ผ่านฝีมือของ Alessandro Michele เพื่อเพลงนี้โดยเฉพาะครับ! ลงตัวทุกองค์ประกอบแบบนี้ยอดวิว 10 ล้านภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 วันก็ดูเหมาะสมดีจริงมั้ยครับ

รวมไอเท็มของขวัญชิ้นเด่นสำหรับหนุ่มๆจาก GUCCI ในแคมเปญ GIFT GIVING 2020 ที่ประทับใจผู้รับแน่นอนสำหรับเทศกาลแห่งการให้ปลายปีนี้!

สำหรับเทศกาลวันหยุดนี้ Gucci วาดภาพค่ำคืนสุดพิเศษของปีในช่วงยุค 90 เมื่อสถานที่ทำงานกลายเป็นการผสมปนเปที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ของฟลอร์เต้นรำ,ไนต์คลับ, และบาร์

แคมเปญ Gift Giving ตัวล่าสุดของ Gucci ได้สื่อถึงบรรยากาศย้อนยุคของงานปาร์ตี้ในสำนักงานสมัยก่อน ตัวแคมเปญถูกคิดขึ้นโดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Micheleของ Gucci ถ่ายภาพโดยช่างภาพ Mark Peckmezian และถ่ายทำภาพยนตร์โดยผู้กำกับ Akinola Davies Jr ในภาพยนตร์แสดงให้เห็นตัวละครที่กำลังใช้เวลาจนหมดวันทำงานอย่างเบื่อหน่าย กดคีย์บอร์ดและมองนาฬิกาของพวกเขาอย่างไร้จุดหมาย วันที่ที่อยู่บนปฏิทินเป็นเวลาหลายเดือนแล้วและมีความตื่นเต้นที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนแผ่ไปทั่ววิวทิวทัศน์ที่น่าเบื่อหน่ายของโต๊ะทำงาน, เครื่องถ่ายเอกสาร, และตู้เก็บเอกสารโลหะ การตกแต่งตามฤดูกาลได้รับการติดตั้งอย่างเร่งรีบ เครื่องประดับแวววาว, สายรุ้งประดับ, และลูกโป่งล้วนถูกจัดวางไว้ในสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยงรื่นเริงที่ถูกทำขึ้น

เมื่อนาฬิกาบอกเวลาห้าโมงเย็น โต๊ะต่าง ๆ ถูกเปลี่ยนและสถานที่ทำงานได้ถูกสลายไปด้วยเพลงป๊อบยุค 80 และเสียงเปิดขวดเครื่องดื่ม เช่นเดียวกับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่แปลงร่างโดยชุดของพวกเขา พนักงานที่สวมใส่ชุด Gucci ก็กลายเป็นนักเที่ยวที่เปิดเผยและกระตือรือร้นที่จะแสดงท่าเต้นของพวกเขาบนฟลอร์เต้นรำที่ปูด้วยพรม ถูกปลดปล่อยโดยชุดและเสียงเพลงที่ดังจากเครื่องเล่นเทปของพวกเขา เหล่าเพื่อนร่วมงานเผยให้เห็นถึงตัวตนข้างในของพวกเขาเช่นเดียวกับในการแสดงละครที่มีการเปลี่ยนบทบาทและตัวตนถูกสลับไปมา เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ปกติทั่วไปให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีที่น่าตื่นเต้น

คอลเลคชั่น Gift Giving ของ Gucci นำเสนอกุญแจสำคัญในการเข้าถึงงานปาร์ตี้ที่น่าหลงไหลนี้ที่นำมาซึ่งความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวาในพื้นที่ของบริษัท อันที่จริงแล้วตัวสินค้าได้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงตามสองกลุ่มสินค้าที่มีความโดดเด่น โดยกลุ่มแรกได้รับแรงบันดาลใจจากความอบอุ่นสบาย ๆ ของผ้าห่มสำหรับฤดูหนาวซึ่งทำจากผ้า Jacquard ขนสัตว์ลาย Houndstooth ในสีเขียวและสีแดง ขณะที่กลุ่มที่สองจะเฉลิมฉลองจิตวิญญาณของงานปาร์ตี้ด้วยเลื่อมระยิบระยับเปล่งประกายในหลากหลายสีสันตั้งแต่สีทองและสีเงินไปจนถึงสีพาสเทลและสีดำ

กระเป๋าสะพายไหล่สายโซ่ GG Marmont 2.0 ขนาดกลางและขนาดเล็กได้ถูกตกแต่งด้วยผ้า Jacquard ขนสัตว์ แบบเดียวกับสินค้าเครื่องหนังขนาดเล็กและกระเป๋าเดินทางเช่น กระเป๋า tote ทรง East/West และกระเป๋าเป้สะพายหลังขนาดกลาง นอกจากนี้มันยังให้ความรู้สึกแบบวินเทจเนื่องจากผ้าแบบเดียวกันถูกนำมาใช้กับสินค้ากลุ่มรองเท้า เช่น รองเท้าบูทสั้นบุด้วยขนแกะ Merino สำหรับสุภาพสตรีและรองเท้า Mule แบบไม่ระบุเพศรุ่นใหม่รวมไปถึงรองเท้าสนีกเกอร์ Gucci Tennis 1977 ในหลากหลายสไตล์ เครื่องประดับที่โดดเด่นอื่น ๆ ได้แก่ หมวกเบสบอล, หมวกบักเก็ต, ที่ปิดหู, ถุงเท้า, ผ้าพันคอ, และเสื้อ Poncho

กระเป๋าถือแบบเดียวกันในรุ่นสะพายไหล่สายโซ่ขนาดมินิและขนาดเล็กยังได้รับการตกแต่งด้วยเลื่อมระยิบระยับในสีดำ, สีเงิน, สีทอง, และสีพาสเทลชมพูและเขียว รวมถึงในรุ่นที่เป็นแถบหลายสีด้วยเช่นกัน การตกแต่งถูกทำขึ้นโดยการเย็บเลื่อมขนาด 3 มิลลิเมตรลงบนแถบผ้าไหมซึ่งทำให้ผ้านั้นส่องแสงระยิบระยับและเป็นประกาย กระเป๋าบักเก็ตขนาดมินิมาในวัสดุและสีแบบเดียวกันกับดีไซน์ของ GG Marmont (รวมถึงลายแถบ) และเลื่อมยังถูกนำไปใช้กับรองเท้าแตะและรองเท้า Loafer สำหรับสุภาพสตรีรวมไปถึงรองเท้าสนีกเกอร์ Gucci Tennis 1977 นอกจากนี้ยังมีรองเท้าส้นสูงที่ตกแต่งตรงส้นรองเท้าด้วยเลื่อมระยิบระยับซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะจับคู่รองเท้ากับกระเป๋า ในส่วนของเครื่องประดับอ่อนที่มีการตกแต่งด้วยเลื่อมนั้น ได้แก่ ที่คาดผม, หมวกเบเร่ต์, และถุงมือในหลากหลายสีสัน

นอกจากนี้วันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมายังเป็นการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ของ Gucci ที่มีลวดลายตกแต่งด้วยสีเขียวที่ดูหรูหราสลักเป็นลายนูนบนถุงและกล่องกระดาษ กระดาษทิชชู่สีเบจที่มีลวดลายแบบเดียวกันจะถูกใช้สำหรับห่อสินค้า ถุงผ้าและกระเป๋าใส่ชุดสูทก็ถูกนำมาใช้ด้วยเช่นกัน โดยบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดจะมีโลโก้ Gucci สีดำแสดงอยู่ ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Gucci ในด้านความยั่งยืน บรรจุภัณฑ์ได้ถูกผลิตขึ้นโดยมีตัวเลือกการออกแบบเชิงกลยุทธ์ในทุก ๆ ขั้นตอนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระดาษทั้งหมดมาจากป่าที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนและมีการใช้กระดาษที่ไม่เคลือบผิวเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำมารีไซเคิลได้อย่างเต็มที่ ตัวกระดาษยังถูกเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการผลิตเพื่อลดการใช้น้ำหมึก

ที่จับของถุงช้อปปิ้งจะเป็น Torchon สีดำที่ทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% และผูกเป็นปมเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กาว วัสดุสำหรับเสื้อผ้าและถุงผ้าจะเป็นส่วนผสมของฝ้ายที่ถูกนำมาทำใหม่และโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ริบบิ้น Grosgrain สีดำเป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิก 100% ไม้แขวนเสื้อทำจากโพลีสไตรีนรีไซเคิล

In my Opinion : OUVERTURE OF SOMETHING THAT NEVER ENDED (Ep.1-3)

ผ่านไปแล้ว 4 ตอน สำหรับ OUVERTURE of Something that Never Ended ที่ร่วมกำกับโดย GUS VAN SANT ผู้กำกับภาพยนตร์ที่สร้างภาพลักษณ์ของหนังยุค 90s และ ALESSANDRO MICHELE ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci นำเสนอเป็นมินิซีรีส์ 7 ตอนที่จะฉายในระหว่างเทศกาล GucciFest ซึ่งเป็นงานเทศกาลนวัตกรรมแฟชั่นดิจิตัลและภาพยนตร์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 22 พฤศจิกายน ทาง www.GucciFest.com

ที่ต้องพูดถึงไม่ใช่การมาสปอยล์เนื้อหาหรือมาตีความเรื่องราวต่างๆ แต่มาแสดงความเห็นถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นของกุชชี่ที่ต่อไปนี้จะไม่เข้าอยู่ในตารางของมิลานแฟชั่นวีค อีกต่อไป ดังที่ทราบเมื่อปลายปีที่แล้วว่าปีนี้ทางกุชชี่จะมีการนำเสนอคอลเลกชั่นเพียง 2 ครั้งต่อปี และไม่เรียกว่า Spring/Summer หรือ Fall/Winter อีกต่อไป นี่ต้องบอกเช่นนี้เพื่อให้เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ผลพวงของวิกฤติโควิด -19 แต่เป็นความตั้งใจแต่แรกของกุชชี่ที่จะนำเสนอคอลเลกชั่นเช่นนี้ ซึ่งกลางปีที่ผ่านมาก็มี Epilogue ที่เป็นบทสรุปของแฟชั่นโชว์ต่างๆ ที่ได้จัดขึ้นมา โดย Epilogue ก็เป็นการนำเสนอผ่านทางดิจิตัล และ OUVERTURE of Something that Never Ended หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า  OUVERTURE ก็คือการนำเสนอคอลเลกชั่นล่าสุดของกุชชี่ผ่านทางภาพยนตร์มินิซีรีย์ 7 ตอนดังกล่าว   

ภาพยนตร์ซีรีส์นี้ถ่ายทำในกรุงโรม นำแสดงโดยนักแสดง Silvia Calderoni ที่ใช้ชีวิตประจำวันแบบเหนือจริงภายในเมือง ร่วมกับเหล่านักแสดงและศิลปินมากความสามารถและเป็น Friends of Gucci ไม่ว่าจะเป็น Paul B. Preciado นักเขียน, Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ, Billie Eilish คนนี้คงไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร, Darius Khonsary, Lu Han, Jeremy O. Harris, Ariana Papademetropoulos, Arlo Parks, Sasha Waltz, Florence Welch และที่คนรอว่าเขาจะโผล่มาตอนไหนของซีรีย์ก็คือ Harry Styles

ซึ่งใน Ep.3 Harry Styles ก็ปรากฎตัวในฉากที่พูดโทรศัพท์กับ  Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ ผู้บัญญัติคำว่า Transavanguardia หรือ Neo-expressionism อันเป็นทิศทางใหม่ของงานศิลปะในช่วงปลายทศวรรษ 1970 แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตอนนี้ต้องเล่าท้าวความก่อนตั้งแต่  Ep.1(At Home) ที่เราได้เห็นการดำเนินชีวิตของ  Silvia Calderoni ตั้งแต่การตื่นขึ้นมา ยีดเส้นยีดสายพร้อมกับฟังไลฟ์โค้ชจากทีวี ซึ่ง Paul B. Preciado นักเขียน นักปรัชญาและผู้ก้าวข้ามสถานะทางเพศจากบีทริซมาเป็นพอล ปัจจุบันเขาเป็นทั้งบุรุษข้ามเพศและเป็นนักสิทธิสตรีตัวยงอีกด้วย โดยงานเขียนของเขามุ่งเน้นไปที่ทฤษฎีเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์เพศภาพ สิ่งอนาจาร เรื่องเพศและสถาปัตยกรรม ความเหนือจริงมาปรากฎชัดเมื่อพอลในจอทีวีหันมาคุยกับซิลเวีย แม้ก่อนหน้านั้นระหว่างซิลเวียเดินไปเข้าห้องน้ำเธอมองลอดบานประตูมาเห็นนักดนตรีซ้อมเพลงในห้องถัดไป ซึ่งอาจจะแค่ชวนแงนว่าเขาเหล่านี้มาได้อย่างไรแต่ก็ไม่เซอร์เรียลเท่าคนในทีวีหันมาพูดกับตัวละครด้านนอกจอ 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่านี่คือการร่วมงานกันที่ลงตัวมากและ GUS VAN SANT ได้นำเสนอแฟชั่นได้อย่างแยบคายแต่ก็ชัดเจนและไม่ปิดบังให้สงสัยว่านี่คือซีรีย์ที่ต้องการบอกเล่าถึงคอลเลกชั่นของกุชชี่ ไม่ว่าจะเป้นชุดนอนของซิลเวียที่เป็นชุดลูกไม้ดำ ยกทรงแบบบิกินีที่ปิดปลายถันด้วยรูปดอกไม้ แต่เมื่อเธอจะเดินไปเปิดตู้ไปรษณีย์เธอเปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวที่ปักระยิบระยับพร้อมหมวกแบบ skull cap ที่ปักเลื่อมแน่นมากใช่แค่สวมไปเปิดตู้จดหมาย ก่อนจะกลับมาสวมชุดกางเกงและหยิบเดรสผ้าเนื้อโปร่งบางเบาพิมพ์ลายสีแดงออกมาออกมาสะบัดที่ริมระเบียงแล้วปล่อยให้ลอยไปตามลมเหมือนจะเป็นนัยยะว่าเธอได้ส่งผ่านความกล้าและความเป็นตัวตนออกไป ซึ่งเราจะเห็นในอีพีต่อมาว่ามีคนที่นั่งอยู่หน้าคาเฟ่ถึง 5 คนที่สวมใส่ชุดเดรสสีแดงนี้ 

ปกติที่ได้ชมผลงานของ กัส  แวน แซงต์ ก็จะไม่แปลกใจว่าเขาช่างซ่อนนัยยะและสัญลักษณ์ต่างๆ ไว้เสมอ สำหรับมินิซีรีย์นี้แม้จะพูดเป็นภาษาอิตาเลียนแต่ก็มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นการพากษ์เสียงทับลงในตัวละครหลายๆ ตัว ทำให้รู้สึกว่าภาษาอิตาเลียนก็ไพเราะ ยิ่งแปลมาก็เหมือนบทกวี(ต้องชมคนเขียนบทก็จะใครละถ้าไม่ใช่ กัส แวน ซองต์) และบอกเล่าถึงปณิธานของกุชชี่ที่จะช่วยแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นกับโลก ปัญหาโลกร้อน จนถึงการยกย่องในเรื่องความหลากหลายของเพศสภาพ ซึ่งในเรื่องชัดมากว่าไม่มีเครื่องแต่งกายใดที่แบ่งแยกว่านี่คือชุดของชาย นั่นคือชุดของหญิง แต่เป็นการเลือกสวมใส่โดยเจ้าตัวที่พึงพอใจที่จะแต่งกายเช่นนั้น 

หลังจากทิ้งท้ายด้วยการปล่อยให้ชุดเดรสพิมพ์ลายสีแดงลอยปลิวไปสายลม ใน Ep.2(At the Cafe) ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือมินิซีรีย์ที่นำเสนอคอลเลกชั่นของกุชชี่แต่เนื้อหาไม่ใช่เรื่องแฟชั่น แต่เป็นเรื่องของคนที่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนและไม่ให้สิ่งใดมาเป็นกรอบในการใช้ชีวิต กล้องจับไปถึงรายละเอียดการแต่งตัวต่างๆ แบบไม่ให้สะดุดเลยว่านี่คือการนำเสนอคอลเลกชั่น แต่ขณะเดียวกันทุกบทสนทนาของนักแสดงก็ล้วนแต่มีความหายและเฉียบคมทุกคำ ไม่มีการพูดขึ้นมาโดยไม่มีความหมายหรือนัยยะให้ชวนขบคิด เพราะไม่เช่นนั้นก็เป็นความเงียบ ดังเช่นข้อความในกระดาษจดหมายที่ซิลเวียเปิดซองออกมาที่ว่า a manner of speaking I JUST WANT TO SAY THAT I COULD NEVER FORGET THE WAY YOU TOLD ME EVERYTHING by “SAYING NOTHING” ซึ่งมาจากเพลง  In a manner of speaking. ของ Tuxedomoon และข้อความนี้ได้ถูกใช้อีกครั้งเมื่อซิลเวียไปไปรษณีย์แล้วถามหาสแตมป์สำหรับติดโปสการ์ดที่ดูน่ารักๆ เจ้าหน้าที่ไปค้นๆ ตามตู้ลิ้นชักติดผนังจนได้สแตมป์ที่เป็นข้อความนี้ใน Ep.3(At the Post Office) 

แต่สำหรับ Ep.2(At the Cafe) ต้องบอกบทสนทนาล้วนชวนให้ขบคิดหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ซิลเวียพูดว่าทำไมคนถึงชอบเก็บดอกเดซี่ นี่ไม่รู้กันเลยหรือว่าดอกเดซี่เป็นตัวทำลายธรรมชาติ หรือที่สองสาวนั่งคุยกันแล้วคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าฉันฝันจะเป็นภรรยาของเธอ หรือการพูดถึงการเริงระบำของต้นพีชที่ระบัดไปด้วยดอก และท้ายสุดของตอนจะใช้เพลงคลาสสิกเป็นเพลงประกอบและจบแบบเปิดปลายให้เราขบคิดอย่างตอน 2 นี้ซิลเวียเปิดประตูห้องน้ำออกไปเจอกับเวทีและมีเก้าอี้ของโรงละครเรียงเป็นแถวซึ่งล้อกับวอลเปเปอร์บนหัวเตียงนอนของเธอในตอนที่ 1 ซึ่งเป็นลายพิมพ์รูปเก้าอี้โรงละครเช่นกัน

แต่ Ep.3(At The Post Office) ยิ่งตอกย้ำความเป็นฟิล์มที่นำเสนอคอลเลกชั่น เพราะแถวคนที่ยืนรอใช้บริการไปรษณีย์นั้นยืนเป็นแถวเหมือนเหล่าโมเดลรอเดินออกไปปรากฏตัวบนแคทวอล์ค และกล้องจะจับที่รองเท้า กระเป๋าหรือรายละเอียดการแต่งกายของแต่ละคนในขณะที่ขยับไปทีละก้าวเมื่อมีสัญญานบอกให้คนในแถวขยับ และตอนนี้เองที่ Achille Bonito Oliva นักวิจารณ์ศิลปะ มายืนรอใช้บริการไปรษณีย์พร้อมกับโทรมือถือหาคนปลายสายคือ Harry Styles ในชุดกางเกงยีนส์สั้นกุดสวมถุงเท้ายาวถึงหัวเข่าและเสื้อสไตล์นักกีฬาสีชมพูตัวโคร่งที่พิมพ์ปี ค.ศ. 1921 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้ง Gucci และด้านหลังพิมพ์เลข 25 ซึ่งเป็นเลขนำโชคของอเลสซานโดร มิเคเล และเราจะเห็นเลข 2 กับเลข 5 อยู่เรื่อยๆ อย่างหมายเลขโต๊ะในคาเฟ่เราก็จะเห็นเบอร์โต๊ะที่ 2 และโต๊ะที่ 5 

นอกจากนี้ยังสื่อถึงอิสระความคิดที่เราไม่จำเป้นต้องขีดกรอบการแต่งกายไว้แค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ใครไม่ใคร่สวมใส่เสื้อผ้าเพราะต้องการนุ่งห่มสิ่งที่ติดกายมาแต่แรกก็คือเนื้อหนังของตัวเองก็ไม่ผิดอันใด เราจึงเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งคุยกันในคาเฟ่ด้วยชุดแรกเกิด ในโลกแห่งความเซอร์เรียลที่แทบจะไม่ต่างอะไรกับโลกที่แท้จริงในปัจจุบันแฟชั่นของกุชชี่ได้ตอบสนองกับคนทุกวัย ทุกสไตล์และทุกรูปร่าง เราจะเห็นว่า  Achille Bonito Oliva สวมเสื้อเชิ้ตลายทางแขนยาวมีลายโลโก้ของคอลเลกชั่นเล็กๆ ปักตรงกระเป๋ากับกางเกงที่ดูเป็นสุภาพบุรุษวัยกลางคนที่ไม่พยายามเป็นคนแฟชั่นใดๆ แต่นี่ก็เป็นลุคหนึ่งของคอลเลกชั่นนี้ ที่จะเชื่อมโยงกับคนทั่วไปได้อย่างแยบยลเพราะเชิ้ตตัวกางเกงตัวคือลุคที่คนเข้าถึงง่ายที่สุด 

ก็เหมือนกับมินิซีรีย์นี้ที่สื่อถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นตรงๆ ไม่อ้อมค้อมแต่กลับมีความแยบคายในการนำเสนออันเป็นมวลรวมที่มีเสน่ห์ทำให้เราอยากติดตามไปเรื่อยๆ การไม่พยายามเข้าใจเนื้อเรื่องของหนังจะทำให้เราเข้าใจ ปล่อยให้ใจเราซีมซับไปตามวิถี เฉกเช่นประโยคที่ว่า ฉันไม่เคยลืมวิธีที่เธอบอกทุกอย่างกับฉันด้วยวิธีการไม่พูดอะไรเลย ซึ่งกลายเป็นคีย์หลักที่ติดตามไปทุกตอนของมินิซีรีย์นี้

มินิซีรีส์ 7 ตอนจะเผยแพร่ทุกวันตลอดช่วงเทศกาลในรูปแบบการออกอากาศพิเศษบน YouTube Fashion, Weibo, Gucci YouTube และจะลงไว้บนเว็บไซต์ GucciFest.com โดยค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นคอลเลกชั่นใหม่แบบวันต่อวัน 

ตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ Alessandro Michele ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ Notes From the Silence ที่ว่าการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่เป็นเรื่องที่สนุกสนานและถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ไม่ถูกจำกัดด้วยแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับฤดูกาลอีกต่อไป เข้าใกล้ความต้องการของเขาที่จะผสมผสานกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้รับพื้นที่ใหม่, รหัสทางภาษา, และแพลตฟอร์มการสื่อสาร

ในเทศกาล GucciFest ยังมีการฉายภาพยนตร์แฟชั่นและซีรีส์ OUVERTURE of Something that Never Ended เพื่อเฉลิมฉลองให้กับผลงานของนักออกแบบอิสระรุ่นใหม่ทั้ง 15 คนได้แก่ Ahluwalia, Shanel Campbell, Stefan Cooke, Cormio, Charles De Vilmorin, JordanLuca, Mowalola, Yueqi Qi, Rave Review, Gui Rosa, Rui, Bianca Saunders, Collina Strada, Boramy Viguier, และ Gareth Wrighton นักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกจากผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele เพื่อจัดแสดงคอลเลคชั่นของพวกเขาผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัลของ GucciFest ด้วยการสนับสนุนจาก Gucci

Billie Eilish ควงแขน Harry Styles พร้อมด้วยเหล่าคนดังมีสไตล์อีกมากมายเปิดตัว คอลเล็กชั่นล่าสุดของ Gucci ผ่านทางมินิซีรีส์ 7 ตอน

Gucci เตรียมเปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดในชื่อว่า OUVERTURE of Something that Never Ended ที่จะถูกนำเสนอโดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Alessandro Michele ผ่านทางมินิซีรีส์ 7 ตอนที่จะฉายในระหว่างเทศกาล GucciFest ซึ่งเป็นงานเทศกาลนวัตกรรมแฟชั่นดิจิทัลและภาพยนตร์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16ถึง 22 พฤศจิกายน

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Announcing the premiere of ‘Ouverture Of Something That Never Ended’, the mini-series in seven episodes featuring the new collection by @alessandro_michele that will be presented during Gucci Fest fashion and film festival from November 16-22. Directed by @gus_van_sant and #AlessandroMichele, the film series stars actress, artist and performer @silviacalderoni in a surreal daily routine in the city, encountering international talents, including: #PaulBPreciado, #AchilleBonitoOliva, @billieeilish, @dariuskhonsary, Lu Han @7_luhan_m, @jeremyoharris, @arianapapademetropoulos, @arlo.parks, @harrystyles, @sashawaltzandguests and Florence Welch @florence. The program also includes short films of 15 independent young designers with their collections. Receive updates on Gucci Fest’s debut through link in bio. #GucciOuverture #GucciFest

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

ภาพยนตร์ซีรีส์ 7 ตอนนี้ถูกถ่ายทำในกรุงโรมและร่วมกำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง Gus Van Sant และ Alessandro Michele นำแสดงโดยนักแสดงหญิง Silvia Calderoniศิลปินและนักแสดงที่ใช้ชีวิตประจำวันแบบเหนือจริงภายในเมือง ร่วมกับเหล่านักแสดงมากความสามารถและ Friends of Gucci ที่รวมถึง Paul B. Preciado, Achille Bonito Oliva, Billie Eilish, Darius Khonsary, Lu Han, Jeremy O. Harris, Ariana Papademetropoulos, Arlo Parks, Harry Styles, Sasha Waltz, และ Florence Welch

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Screening alongside the seven episodes of ‘Ouverture Of Something That Never Ended’ as part of Gucci Fest, fashion films celebrating the works of 15 independent young designers: Ahluwalia @ahluwalia, Shanel Campbell @bedonwater, Stefan Cooke @stefan_cooke, Cormio @cormio_fanpage, Charles De Vilmorin @charlesdevilmorin, JordanLuca @jordanluca_official, Mowalola @mowalola, Yueqi Qi @_yueqiqi, Rave Review @ravereviewclothes, Gui Rosa @guiguir0sa, Rui @ruiofficial.me, Bianca Saunders @biancasaunders_, Collina Strada @collinastrada, Boramy Viguier @boramyviguier, and Gareth Wrighton @gareth_wrighton. Proudly supported by the House, these talented emerging designers were selected by Creative Director @alessandro_michele to showcase their collections. #AlessandroMichele Receive updates on Gucci Fest screening times through link in bio. #GucciOuverture #GucciFest

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

มินิซีรีส์ 7 ตอนจะเผยแพร่ทุกวันตลอดช่วงเทศกาลในรูปแบบการออกอากาศพิเศษบน YouTube Fashion, Weibo, Gucci YouTube และจะลงไว้บนเว็บไซต์GucciFest.com โดยค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นคอลเลคชั่นใหม่แบบวันต่อวัน

ดูโพสต์นี้บน Instagram

GOLDEN. OUT NOW.

โพสต์ที่แชร์โดย @ harrystyles เมื่อ

ตามที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ Alessandro Michele ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ Notes From the Silence ที่ว่าการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่เป็นเรื่องที่สนุกสนานและถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ ไม่ถูกจำกัดด้วยแนวคิดเก่า ๆ เกี่ยวกับฤดูกาลอีกต่อไป เข้าใกล้ความต้องการของเขาที่จะผสมผสานกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ได้รับพื้นที่ใหม่, รหัสทางภาษา, และแพลตฟอร์มการสื่อสาร

ดูโพสต์นี้บน Instagram

*Kamala*

โพสต์ที่แชร์โดย Alessandro Michele (@alessandro_michele) เมื่อ

Helen Kirkum Studio เติมความดิบเท่ที่เกิดการการรีไซเคิ้ลให้กับสนีกเกอร์ลุคเรโทรคู่สวย Gucci Ultrapace

เติมความดิบเท่ให้กับสนีกเกอร์ลุคเรโทรคู่สวย Gucci Ultrapace ได้อย่างมีชั้นเชิงสำหรับ Helen Kirkum Studio จากลอนดอน
โดยรองเท้าคู่นี้ทำขึ้นเพื่อเปิดตัว Gucci Sneaker Garage section ล้ำๆล่าสุดในแอพของ Gucci ที่เปิดโอกาสให้แฟนๆได้ออกแบบรองเท้าสนีกเกอร์จากโมเดลทั้งหมดของแบรนด์ทั้งสีและวัสดุหรือจะนำโมเดลมากกว่า 1 รุ่นมาผสมกันออกมาเป็นเวอร์ชั่น hybrids ของตัวเองก็สามารถทำได้


ใครอยากเป็นดีไซน์เนอร์รองเท้านี่คือแอพที่ต้องลองเลยล่ะครับ!

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Rolling up the door to the #GucciSneakerGarage, a new destination on the Gucci App that takes inspiration from the spirit of garages as the hotbed for talent and ideas, where successful start-ups are born, and the place where some sneakerheads store and categorize their collections. Inside the new section on the App is the sneaker generator, where gamers can custom hybridize Gucci sneakers using different elements of the styles and House motifs, and share and vote on the best designs. Talents were invited to use diverse mediums to recreate Gucci sneakers, resulting in artworks displayed in a virtual gallery. Connecting to gaming communities, the Gucci Virtual 25 and other Gucci sneaker designs are also available on @agletapp, where they are wearable on immersive platforms @roblox and VRChat through game patches included in the purchase, along with additional customized contents. @alessandro_michele #AlessandroMichele Discover more through link in bio.

โพสต์ที่แชร์โดย Gucci Official (@gucci) เมื่อ

มีใครให้เท่กว่านี้มั้ย! Harry Styles ในเอ็มวีเพลงใหม่ของเจ้าตัว ‘Golden’

มีใครให้เท่กว่านี้มั้ย! Harry Styles ในเอ็มวีเพลงใหม่ของเจ้าตัว ‘Golden’ ที่เจ้าตัวสวมใส่ทั้งชุดที่ Gucciโดย Alessandro Michele ดีไซเนอร์คนสนิทของเจ้าตัวตัดให้ใหม่ทั้งหมด นอกจากยังผสมผสานแบรนด์ menswear มาแรงอย่าง Bode, s.s. Daley และเครื่องประดับจาก Eliouครับ