Posts

Sean Connery นักแสดงระดับตำนานชาวสกอตแลนด์ผู้รับบทบาทสายลับ James Bond 007 คนแรกเสียชีวิตลงบนวัย 90 ปี

#RIP ข่าวเศร้าวันนี้ Sean Connery นักแสดงระดับตำนานชาวสกอตแลนด์ผู้รับบทบาทสายลับ James Bond 007 คนแรกเสียชีวิตลงบนวัย 90 ปีครับ เรารวบรวมภาพเจ้าตัวสมัยรับบท James Bond ในช่วงปี ค.ศ. 1962-1983 (รวมทั้งหมด 7 ภาค) มาฝากแฟนๆเพื่อรำลึกถึงยอดนักแสดงคนนี้ครับ

เรื่องเรียบเรียง rhunurn

ขับขี่อย่าง 007! Aston Martin เผยโฉมรถยนต์ DB5 สุดคลาสสิกจากภาพยนตร์ James Bond

แม้ว่าภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ภาคสุดท้ายของ Daniel Crag อย่าง No Time to Die จะยังไม่เข้าฉายจนว่าจะถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ผลงานรถยนต์ DB5 ของ Aston Martin ครั้งใหม่นี้ก็พอที่จะทำให้เราหายคิดถึงสายลับแดนผู้ดีคนนี้ไปพลาง ๆ ก่อนได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ 

รถรุ่นนี้ปรากฏให้เห็นในหนังบอนด์ครั้งแรกในภาค Goldfinger (1964) ที่รับบทโดย Sean Connery ส่วนในการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะมีรูปลักษณ์ภายนอกตามแบบต้นฉบับแล้ว DB5 ยังซ่อน gadget ต่าง ๆ ไว้ประหนึ่งว่าเป็นรถของสายลับ 007 จริง ๆ  

ภายนอกนั้นมีหน้าตาตามฉบับ DB5 รุ่นปกติจากตัวถังอะลูมิเนียมและโครงเหล็ก มีสมรรถนะที่น่าประทับใจด้วยเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร ระบบ N/A อินไลน์ 6 สูบที่มากับขุมพลัง 290 แรงม้า แต่หากดูใกล้ ๆ แล้ว จะพบกับอุปกรณ์เสริมสุดร้ายกาจตามสไตล์ 007 ทั้งช่องปล่อยควันและช่องปล่อยน้ำมันจำลอง ช่องปืนกลจำลอง กันชนกระแทก ป้ายทะเบียนที่สลับได้เอง และตัวเจาะยางจำลอง อีกทั้งแผงหลังคานั้นสามารถถอดออกได้ด้วย

ส่วนด้านในก็มีลูกเล่นไม่แพ้กัน ทั้งโทรศัพท์ที่ประตูด้านข้างคนขับ จอติดตามเรดาร์จำลอง ถาดลับใส่อาวุธใต้ที่นั่ง รีโมทสั่งการทุกเก็ตเจ็ตของรถ และกระปุกเกียร์ตรงแผงคอนโซลกลาง จะมีก็แต่ที่นั่งที่ดีดตัวได้ที่ยังคงเป็นออฟชั่นเสริมเพียงในหนังเท่านั้น 

รถยนตร์ DB5 Goldfinger รุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นเพียง 25 คันเท่านั้น และทุกคันกำลังจัดส่งไปสู่มือเจ้าของแล้ว ส่วนตอนนี้ เรามาชมความเท่ของ DB5 สุดคลาสสิกนี้กันได้เลยครับ! 

เรื่อง Peerachai Pasutan

เรียบเรียง rhunrun

ไปชมโปสเตอร์อย่างเป็นทางการของ 007 “No Time To Die” ลั่นชัตเตอร์โดยตากล้องชื่อดัง Greg Williams

ไปชมโปสเตอร์อย่างเป็นทางการของ 007 “No Time To Die” ลั่นชัตเตอร์โดย Greg Williams ตากล้องชื่อดังชาวอังกฤษที่ได้ Nicola dove และ Jasin Boland อีกสองตากล้องมากฝีมือมาช่วย

โดยภาพยนตร์เรื่องที่ 25 ในซีรีย์ Bond ที่มี Rami Malek เจ้าของรางวัลออสการ์มาร่วมแสดงด้วยเรื่องนี้จะถูกเลื่อนไปเป็นในช่วงเดือนพฤศจิกายนแทนเนื่องจากการระบาดของ coronavirus เป็นโปสเตอร์ที่สวยงามและถือว่าน่าหามาสะสมมากครับ สำหรับการส่งท้าย Daniel Craig กับบทบาทสายลับมาดเท่ James Bond

เรื่อง เรียบเรียง rhunrun

หล่อให้สุดด้วยชุดสูทสไตล์ต่างๆ ของสายลับ 007

ถามว่าใครคือผู้ชายที่คนทั้งโลกเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะเป็น หนึ่งในนั้นย่อมหนีไม่พ้นตัวละครจากนิยายสายลับสุดคลาสสิคอย่างเจมส์ บอนด์ 007 ซึ่งเป็นต้นแบบของชายหนุ่มมาดดี คารมเจ๋ง ฉลาดและแข็งแกร่ง มีเสน่ห์เหลือหลาย แถมยังกระเป๋าหนัก และที่สำคัญพยัคฆ์ร้าย 007 ยังดูดีเสมอในชุดสูทเนี้ยบกริบชนิดที่แผ่รังสีมาแต่ไกล แน่นอนว่าฝ่ายคอสตูมต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อเลือกเฟ้นชุดสูทที่ใส่แล้ว ‘ส่งเสริม’ คาแร็กเตอร์ ไม่ใช่ทำลาย จึงไม่ผิดนักถ้าเราจะลองทำความรู้จักและเรียนรู้การใส่สูทต่างๆ จากบอนด์

พยัคฆ์ร้าย 007 ปรากฎบนจอหนังครั้งแรกในปี พ.ศ. 2505 โดยใช้ชื่อตอนว่า ‘Dr. No’ ภาพของนักแสดงหนุ่ม (ในตอนนั้น) ฌอน คอนเนอรี ยังตราตรึงในใจทุกคนอยู่ คอนเนอรีในบทบาทสายลับ 007 อยู่ในชุดสูท 3 ชิ้น รวมด้วยโค้ตตัวยาวจาก Anthony Sinclair (แอนโธนี ซินแคลร์) ทั้ง 6 ภาคที่คอนเนอรีแสดงนำ แต่งครบเซตทั้งสปอร์ตแวร์ ดินเนอร์ แจ๊กเก็ต และทักซิโด้

ให้ตายสิ จะมีใครใส่สูทสีขาวกลัดดอกไม้แดงได้เท่เท่าณอนอีก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 จอร์จ ลาเซนบี ปรากฎตัวในตอน ‘On Her Majesty’s Secret Service’ (และกลายเป็นตอนเดียวของเขา) ในชุดสูทของ Dimi Major (ดีมี เมเจอร์) ในสไตล์คลาสสิกอิงลิช ดินเนอร์ แจ๊กเก็ต ลุคเด่นได้แก่ชุดสูทผ้าลินินสีขาวและชุดสูทกระดุม 2 แถว

แม้โผล่มาตอนเดียวแต่ก็ยังไม่ทิ้งมาดสายลับ

 

การมาถึงของโรเจอร์ มัวร์ ในพ.ศ. 2516 กับตอน ‘Live and Let Die’ ก็ถึงตาของ Douglas Hayward (ดักลาส ฮาวาร์ด) ร้านตัดสูทเก่าแก่ของประเทศอังกฤษที่มัวร์มักจะปรากฎตัวในชุดสูท 3 ชิ้น ตัดเย็บจากผ้าขนสัตว์ลายทางทั้งแบบกระดุมแถวเดียวและแบบ 2 แถว รวมถึง Morning Coat ยังไม่นับเนคไทลายทะแยงสลับสีแดงที่แฟนพันธ์แท้ย่อมจำได้ไม่ลืม

หนึ่งในนักแสดงที่ได้รับบทเจมส์ บอนด์ ยาวนานถึง 7 ภาค

 

อีก 2 ปีต่อมา ทิโมธี ดาลตัน ได้รับบทเจมส์ บอนด์ ครั้งแรกในตอน ‘The Living Daylights’ ซึ่งเป็นสายลับเพียงคนเดียว ที่ไม่มีการบันทึกว่าดาลตันใส่ชุดสูทของแบรนด์อะไร แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้ง 2 ตอน ที่ดาลตันแสดงนำ (The Living Daylights และ Licence to Kill) เป็นภาคที่บอนด์แต่งตัวลำลองมากที่สุดแล้ว (ไม่นับทรงผมที่ยุ่งเหยิงตลอดเวลา)

สายลับ 007 ที่ลำลองและผ่อนคลายมากที่สุด

เมื่อ เพียร์ซ บรอสแนน มารับบทสายลับใน ‘Golden Eyes’ ปีพ.ศ. 2538 บรอสแนนปรากฎตัวในชุดสูทคัตติ้งคมกริบของ Brioni (บริโอนี) ไม่ว่าจะชุดสูท 3 ชิ้น แจ๊กเก็ตตัวยาว แจ๊กเก็ตกระดุม 2 แถว ปกสไตล์ Peaked Lapels ทักซิโด้ รวมไปถึงสูทผ้าลินินในตอน ‘Die Another Day’ ส่วนตอนสุดท้ายของบรอสแมนอย่าง ‘The World Is Not Enough’ ก็ได้ชื่อว่าเป็นเจมส์ บอนด์ที่แต่งตัวดีที่สุด

เจมส์ บอนด์ ภาคนี้ได้รับการขนานามว่าแต่งตัวดีที่สุด

เจมส์ บอนด์คนล่าสุดได้แก่ แดเนียล เคร็ก ปรากฎตัวในชุดสูทของบริโอนีใน ‘Casino Royale’ ปี พ.ศ. 2549 เพียงตอนเดียว หลังจากนั้น บอนด์คนล่าสุดก็เปลี่ยนไปสวมชุดสูทของ Tom Ford (ทอม ฟอร์ด) ในแทบทุกภาค ไม่ว่าจะแจ๊กเก็ตทรง Regency กระดุม 2 เม็ด หรือแจ๊กเก็ตทรง O’ Connor กระดุม 3 เม็ด ที่ทอม ฟอร์ด ดูแลลุคให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

เมื่อทอม ฟอร์ด เริ่มเข้ามาคุมเจมส์ บอนด์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า