Posts

POP ART : Who’s Leftover?

Photography: Courtesy of the Artist / the Studio

ในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีประชาชนและนักต่อสู้เคลื่อนไหวมากมายที่ต้องประสบภัยจากการปราบปรามโดยอำนาจรัฐจนเสียชีวิตหรือถูกบังคับให้หายสาบสูญ ญาติมิตรหรือคนรักของพวกเขาเหล่านั้นไม่เพียงต้องเจ็บปวดกับการเสียชีวิตของบุคคล

อันเป็นที่รักเท่านั้น บางคนก็ยังคงได้แต่เฝ้ารอคอยการกลับมาของบุคคลผู้หายสาบสูญอย่างไม่อาจทราบชะตากรรมเช่นเดียวกัน

ถึงแม้เรื่องราวเหล่านี้จะไม่ถูกบอกเล่าผ่านสื่อกระแสหลักเท่าไรนัก แต่ก็มีศิลปินหลายคนหยิบยกเอาเรื่องราวเหล่านี้มาตีแผ่ให้ผู้ชมได้รับรู้ผ่านงานศิลปะของพวกเขาและเธออยู่ไม่น้อย ดังเช่นในนิทรรศการศิลปะที่มีชื่อว่า แด่คนที่ยังอยู่ (The Leftovers) นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งที่สองของแพร – พัชราภา อินทร์ช่าง ศิลปินอิสระ นักออกแบบกราฟิก ครูสอนโยคะ และนักต่อสู้เรียกร้องสิทธิและพื้นที่ของผู้หญิง ความเท่าเทียม และประชาธิปไตยในสังคมร่วมสมัย ผู้พำนักและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มากว่า 12 ปี

นิทรรศการครั้งนี้นำเสนอผลงานจิตรกรรมบนกระดาษและผืนผ้าใบที่ถูกวาดขึ้นด้วยผงฝุ่นของเถ้าถ่านโดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย จนเกิดป็นร่องรอยคราบไคลดำทะมึนของเรือนร่าง รูปเงา และองคาพยพบางส่วนของร่างกายมนุษย์ (หรือสัตว์) ภาพวาดเหล่านี้มีแรงบันดาลใจเริ่มต้นมาจากเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งในหนังสือรวมเรื่องสั้นของนักเขียนชาวไทยที่เล่าเรื่องของหญิงสาวผู้พยายามจะลืมคนรักที่สาบสูญไปอย่างเป็นปริศนาด้วยการลอกคราบผิวหนังของเธอเอง กระนั้นเศษซากจากผิวหนังของเธอก็กลับก่อเกิดเป็นตัวตนใหม่ของผู้ที่เคยสูญหาย

แพรผสมผสานเนื้อหาในเรื่องสั้นเข้ากับประสบการณ์ส่วนตัวในอดีตของเธอและเรื่องราวของผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์ทางการเมือง เพื่อสื่อถึงประสบการณ์ของความรู้สึกสูญเสีย โศกเศร้า เจ็บปวดของญาติมิตรหรือคนรักของบุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหาย ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของคนที่พวกเขารัก ที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยไม่อาจทราบได้ว่าคนที่เขารักนั้นอยู่ที่ใด หรือแม้แต่ยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่

“ผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องสั้นชื่อ ‘ลอก’ จากหนังสือรวบรวมเรื่องสั้นชุด ‘รักในลวง’ ของจิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ ที่นางเอกในเรื่องพยายามลืมคนรักที่เลิกรากันไปด้วยการลอกผิวหนังส่วนที่คนรักของเธอเคยสัมผัสจับต้อง เพื่อที่จะลืมเขาให้ได้

“ความคิดที่จะเอาเรื่องสั้นมาทำเป็นงานศิลปะเริ่มต้นมาจากเรามีโอกาสได้ออกแบบโลโก้คาเฟ่ Artzy ให้คุณต้น – พัลลภ สามสี แล้วได้คุยกับเขาว่า ที่ผ่านมาพื้นที่ในวงการศิลปะกับพื้นที่ในวงการวรรณกรรมนั้นมีความคาบเกี่ยวกันอยู่ เราก็เลยสนใจที่จะทำงานร่วมกับนักเขียนในมุมมองของนักอ่านดูว่าเราจะตีความงานเขียนออกมาเป็นภาพอย่างไร เพราะกระบวนการทำงานของนักเขียนก็เริ่มขึ้นจากการเปลี่ยนตัวหนังสือให้เกิดเป็นภาพในหัวของนักอ่าน แล้วถ้านักอ่านบังเอิญวาดภาพได้ก็น่าจะถ่ายทอดภาพนั้นให้ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น

“เริ่มแรกเราสนใจเรื่อง ‘ฝ่าละออง’ เรื่องสั้นอีกเรื่องในหนังสือ ‘รักในลวง’ เพราะเราสนใจเรื่องของคนที่แทนตัวเองว่าเป็นฝุ่น เหมือนประชาชนที่เป็นฝุ่น แต่ด้วยความที่เราอยากมองในมุมมองของบุคคลผู้ยังมีชีวิตอยู่ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปโดยอำนาจรัฐพอเป็นเรื่องของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เราคิดว่าเรื่องสั้นเรื่อง ‘ลอก’ น่าจะเข้ากับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อมากกว่า ก็เลยเลือกเรื่องนี้มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ เพราะในเรื่องสั้นเรื่องนี้นางเอกอยู่ในห้วงเวลาของความพยายามที่จะลืมคนรัก ห้วงเวลาของความคิดถึง ห้วงเวลาของการพยายามที่จะหนีออกจากพื้นที่เก่าที่เคยมีคนรักอยู่ พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีคนรักอยู่อีกต่อไป

“อย่างภาพวาดพอร์ตเทรตผู้หญิงที่ถูกกรีดเป็นริ้วๆ นี่คือภาพที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายของคุณประทับจิต นีละไพจิตรลูกสาวของทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ถ่ายโดยคุณศุภชัย เกศการุณกุล ทนายสมชายเป็นคดีแรกๆ ของการถูกบังคับให้สูญหายคุณประทับจิตเคยให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่พ่อของเธอหายไปแล้ว ก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เธอเห็นข่าวเหล่านี้ ก็รู้สึกว่าเหมือนถูกกรีดแผลเดิมซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆเราเลยกรีดภาพวาดของเธอที่วาดเสร็จแล้วให้ขาดเป็นริ้วๆ เพราะคำพูดที่เขาบอกว่าเขารู้สึกเหมือนถูกกรีดเป็นแผลซ้ำไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้ข่าวบุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหาย

“ส่วนอีกภาพเราได้แรงบันดาลใจจากบางตอนของบทความที่พูดเรื่องฝน และการกำเนิดของร่างที่ถูกลอกออกมา เราก็วาดภาพของคนที่มีรอยหยดของฝนรายรอบ เหมือนเป็นภาพนามธรรม แต่วาดไปวาดมา กลายเป็นว่าเหมือนภาพในโปสเตอร์หนัง (สุดเสน่หา)ของพี่เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่เคยติดอยู่ในบ้านเรา แต่ปลดออกไปแล้ว เหมือนภาพนี้เป็นภาพที่เราเคยเห็นติดตา แล้วพอถึงเวลาเราก็วาดสิ่งที่เคยอยู่ในหัวเราออกมา

“หรืออีกภาพที่จ๊อยซ์ (กิตติมา จารีประสิทธิ์) ภัณฑารักษ์ บอกว่าเชื่อมโยงกับงานในนิทรรศการก่อนหน้านี้ของเรา (Poetry of Dead, we are all alone… how ghosts found us) เพราะดูมีความเป็นเมือง แต่โดยหลักแล้ว ตอนที่วาดภาพนี้ เราคิดถึงตัวเองในวันที่ฝนตกแล้วเดินข้างถนนหาแท็กซี่กลับบ้านจนตัวเปียกโชก เราตัดสินใจว่าไม่อยากจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อีกต่อไปแล้ว และคิดหาทางออกไปอยู่ที่อื่นแทน

“หรืออีกภาพที่เราอยากลองเอางานที่อยู่ในประวัติศาสตร์ศิลปะมาตีความใหม่ ซึ่งเราหยิบเอาภาพวาด The Wounded Deer ของฟรีด้า คาห์โล (Frida Kahlo) ที่เขากำลังจะไปผ่าตัดที่นิวยอร์ค แล้วเขาก็วาดภาพนี้ให้เพื่อนของเขาที่เป็นคนดูแลการผ่าตัดครั้งนี้ เป็นภาพกวางที่บาดเจ็บอยู่ในป่าเราสนใจที่เขาวาดภาพพอร์ตเทรตของตัวเองใส่ลงไปบนตัวกวาง ซึ่งพ้องกับเรื่องสั้น ‘ลอก’ ที่นางเอกพยายามลอกผิวหนังของตัวเองออกเพื่อหนีความทรงจำเกี่ยวกับความรัก

“หรือภาพวาดนกตายซึ่งเป็นภาพที่เราอยากสื่อความหมายของสิ่งที่ตายแล้วแต่ไม่ใช่แค่การตายธรรมดา หากแต่เป็นการสูญเสียที่เหมือนเป็นการถือกำเนิดใหม่ของจิตวิญญาณ เหมือนคนที่รณรงค์ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย พอเขาตายลงไป ก็เหมือนเขาได้ปลุกจิตวิญญาณแห่งเสรีภาพของคนอื่นให้ตื่นขึ้นมาเราอยากวาดภาพนี้โดยไม่ใช้ภาพจากอินเทอร์เน็ต ก็เลยรอเวลาไปเรื่อยๆ จนบังเอิญเราเห็นแมวคาบซากนกมาทิ้งไว้ เราก็เลยเอามาเป็นแบบวาดภาพนี้

“หรือภาพวาดผู้หญิงที่ถูกมือสัมผัสใบหน้า เป็นภาพจากเหตุการณ์ในเรื่องสั้น ที่นางเอกคิดถึงเวลาที่เธอถูกคนรักสัมผัส เรารู้สึกว่าเวลาที่เราคิดถึงคนรัก เราจะคิดถึงสัมผัสของเขา ไม่ว่าจะเป็นในเชิงความรู้สึกทางเพศหรือไม่ก็ตาม เราคิดว่าความคิดถึงแบบนี้เป็นความรู้สึกที่รุนแรง เหมือนเป็นความรู้สึกของความปรารถนาที่ฝังลึกลงไปในร่างกายของเรา”

นอกจากผลงานจิตรกรรมหลากหลายภาพแล้ว ภายในห้องแสดงงานยังถูกโรยด้วยฝุ่นสีดำของผงถ่านชาร์โคลจนเกือบทั่วพื้นห้องเมื่อผู้ชมเข้าไปในห้องแสดงงานก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะเหยียบย่ำฝุ่นเป็นรอยเท้าเปื้อนฝุ่นกระดำกระด่าง ไม่ต่างอะไรกับการเสียดเย้ยวลี ‘ฝุ่นใต้ตีน’ ที่ติดปากผู้คนในประเทศที่รัฐคอยกล่อมเกลาฝังหัวให้ประชาชนเชื่อว่าชีวิตของตนไม่ต่างอะไรจากฝุ่นผง ส่วนผู้ที่เห็นต่างและไม่สยบยอมก็ถูกปราบปรามและบังคับให้สูญหายซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับจะเป็นการตอกย้ำความไร้ค่าในความเป็นมนุษย์ของประชาชนในประเทศนี้ก็ไม่ปาน

“เหตุผลที่เราโรยผงถ่านชาร์โคลบนพื้น มาจากไอเดียแรกที่พูดถึงการเปรียบเทียบประชาชนเหมือนเป็นฝุ่นใต้เท้า เราเลยอยากเอาฝุ่นมาเล่าเรื่อง ตอนแรกกะจะเอาฝุ่นมาวาดเป็นภาพนามธรรม แต่คิดว่าตัวเองยังไม่ถึงเวลาที่จะทำงานนามธรรม ก็เลยปรับใหม่ เอาฝุ่นมาทำเป็นสื่อจัดวางบนพื้นห้องไปก่อน ใต้ฝุ่นผงถ่านชาร์โคลเรายังรองด้วยขี้เถ้าจากการเผาเปลือกข้าวทำให้เกิดความหนาเป็นกองฝุ่นขึ้นมา เพราะผงถ่านชาร์โคลนั้นเบาและละเอียดเกินไปตัวขี้เถ้าเองก็สื่อถึงความตายด้วยเหมือนกัน”

นอกจากผลงานจิตรกรรมและศิลปะจัดวางแล้ว ยังมีเรื่องสั้นที่เป็นต้นธารแรงบันดาลใจของนิทรรศการครั้งนี้อย่าง‘ลอก’ ให้ผู้ชมยืนอ่านภายในห้องแสดงงานหรือจะสแกนคิวอาร์โค้ดกลับไปอ่านที่บ้าน

“การนำงานวรรณกรรมมาตีความเป็นงานศิลปะให้อะไรกับเราเยอะมาก เพราะเรารู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะพูดเรื่องส่วนตัวให้คนได้รับรู้ทั้งหมด และเราคิดว่างานวรรณกรรมเปิดโอกาสให้ผู้อ่านตีความได้อย่างอิสระ เราเองก็สนใจที่จะตีความวรรณกรรมออกมาเป็นภาพ และใช้งานวรรณกรรมเป็นพื้นที่เล่าเรื่อง

ที่เราอยากจะสื่อสาร เรารู้สึกว่าศิลปะกับวรรณกรรมสามารถไปด้วยกันได้”

– Author: MutAnt –

นิทรรศการ ‘แด่คนที่ยังอยู่’ (The Leftovers) โดยพัชราภา อินทร์ช่าง ภัณฑารักษ์โดยกิตติมา จารีประสิทธิ์ จัดแสดงที่ VS Gallery โครงการ N22 ซอยนราธิวาส 22