Posts

7 กิจกรรมเที่ยวทิพย์ญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์

วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์นี้ไหนๆ เราก็เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกันไม่ได้แล้ว ก็มาเที่ยวทิพย์กันดีกว่า สำหรับคนที่ไม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ถ้าถามว่าประเทศไหนที่มีคนไทยไปรวมตัวมากที่สุดช่วงสงกรานต์ทุกคนตอบได้ง่ายๆ ว่า ญี่ปุ่น และประเทศไหนจะเป็นประเทศแรกที่ทุกคนเลือกไปเที่ยวเมื่อพ้นวิกฤติโควิด 19 ก็ญี่ปุ่นอีกนั่นแหละ


ดังนั้นโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จึงจัดงาน The Okura Prestige Bangkok Japanese Fair Series 2021 : “The Passionate Curators” เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านกิจกรรมหลากหลายทั้งการแสดงดนตรี รวมไปถึงการบริการอาหารและเครื่องดื่มจากห้องอาหารและกิจกรรมมากมาย โดยจะจัดขึ้นติดต่อกัน 5 วัน ช่วงวันหยุดยาวในวันสงกรานต์ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน 2564 เพื่อการเที่ยวทิพย์ที่สมบูรณ์แบบเรามาลิสต์สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดในงานนี้


1. มื้อค่ำที่ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ จะเปิดให้บริการ “ยะไต และ อิซากายะ” บุฟเฟต์มื้อค่ำวันเสาร์ในบรรยากาศแบบประเทศญี่ปุ่น โดย เชฟ เซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ (Sebastiaan Hoogewerf) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef) ได้เตรียมรายการอาหารญี่ปุ่นเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เฉพาะในวันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564
เพื่อให้เป็นค่ำคืนพิเศษที่น่าจดจำ อาหารน่ารับประทาน ได้แก่ข้าวหน้าปลาดิบหลายชนิด ซาชิมิ ยากิโทริ (ไก่เสียบไม้ย่าง) โทริซึคาเนะ (เนื้อไก่บดย่าง) ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ อุด้งกับไข่ลวกออนเซ็น โอเด้ง ข้าวหน้าปลาแซลมอนรมควัน อีกทั้งยังมีอาหารนานาชาติให้บริการหลากหลายรายการ ตั้งแต่อาหารทะเลสด ๆ เสิร์ฟบนน้ำแข็ง อาหารทะเลปรุงร้อนย่างบนเตาบาร์บีคิว และรายการอาหารพิเศษทำสดใหม่จากครัว เช่น ตับห่านย่างซอสบัลซามิค “ยะไต และ อิซากายะ” บุฟเฟต์มื้อค่ำให้บริการตั้งแต่ 18.00 น ถึง 22.00 น. ราคาสุทธิเริ่มต้นท่านละ 1,950 บาท ให้บริการอาหารพร้อมน้ำผลไม้และน้ำอัดลมแบบไม่จำกัด แค่นี้ก็เหมือนเราได้ไปดินเนอร์อยู่ในโตเกียวแล้ว


2.วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ เปิดให้บริการบุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ (Sunday Brunch) มื้ออาหารยอดนิยม สำหรับส่งท้ายวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเชฟ เซบาสเตียน จะคัดสรรเมนูน่ารับประทานหลากหลายสัญชาติมาให้บริการแก่ทุกท่าน ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารอเมริกัน อาหารฝรั่งเศส อาหารไทย นอกจากนั้นยังมีอาหารที่เชฟรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อให้บริการเป็นอาหารพิเศษ ปรุงสดจานต่อจานให้บริการทุกท่านถึงโต๊ะ
ส่วนมุมอาหารญี่ปุ่นจะให้บริการซูชิและซาซิมิสดใหม่ตามฤดูกาล รวมไปถึงเมนูอาหารรับประทานเล่นแบบญี่ปุ่น อาทิ ทาโกะยากิ ยากิโทริ พิซซ่าญี่ปุ่น เทมปุระ และอื่น ๆ ไว้ให้ได้เลือกสรร บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ ให้บริการ ตั้งแต่ 12.00 น ถึง 15.00 น. ราคาสุทธิเริ่มต้นท่านละ 2,800 บาท ให้บริการพร้อมชา กาแฟ น้ำอัดลม และน้ำผลไม้


3.สำหรับท่านที่ชื่นชอบขนมหวานแบบญี่ปุ่น พลาดไม่ได้กับการสอนทำ วากาชิ (Wakashi) หรือขนมหวานของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น คุณยูตะ ทาคะยะ (Yuta Takaya) จากร้าน กันยูโด (Gunyado) ที่ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรรับเชิญสอนการทำวากาชิในครั้งนี้ วากาชิถือเป็นขนมหวานของญี่ปุ่นที่ถูกปั้นแต่งให้มีความงดงามอย่างปราณีตโดยใช้ศิลปะแบบญี่ปุ่น กิจกรรมสอนทำ วากาชิ จะจัดขึ้นที่บริเวณซูชิ บาร์ ห้องอาหารยามาซาโตะในวันที่ 11 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 14:00 – 15:30 น. รับจำนวนจำกัดเพียง 8 ท่านเท่านั้น ราคาสุทธิเพียงท่านละ 1,400 บาท

4.ใครที่สนใจเรื่องการชงชาแบบญี่ปุ่น ในวันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 กิจกรรมชงชาเขียวญี่ปุ่นโดยคุณจิตชญา สาระสมบัติ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ชญา แอนด์ โค ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะชาและพิธีชงชาของญี่ปุ่น ที่จะมาสาธิตการชงชาญี่ปุ่น และให้บริการชาเขียวมัทฉะแบบญี่ปุ่นกับขนมหวานในสีสันอ่อนหวานของดอกซากุระ ขนมหวานอันลือชื่อของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โดยจัดการสาธิต 2 รอบ เวลา 13:00 น. และ 15:00 น.ที่ห้องอาหารเอเลเมนท์ ในราคาสุทธิท่านละ 1,400 บาท


5.เที่ยวญี่ปุ่นแล้วเราจะพลาดมื้ออาหารแบบไคเซกิ ได้อย่างไร ช่วงหัวค่ำของวันที่ 12 เมษายน 2564 เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) หัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ประจำห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’(Michelin Plates) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ร่วมกันรังสรรค์อาหารค่ำมื้อพิเศษ “ไคเซกิ” (Kaiseki) 7 รายการจับคู่กับสาเกชิชิเคน (Shichiken) สาเกชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น โดยมื้อค่ำแสนพิเศษนี้จะเริ่มด้วยการต้อนรับที่บริเวณส่วนต้อนรับบนชั้น 24 ของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จากนั้นคุณโคจิ ฮาร่า (Koji Hara) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาเก (Sake Sommelier) ชาวญี่ปุ่นจะให้บริการสาเกจับคู่กับอาหารมื้อค่ำ “ไคเซกิ” ชุดพิเศษทุกรายการ โดยอาหารมื้อค่ำจับคู่สาเกนี้ ราคาสุทธิ ท่านละ 3,750 บาท ให้บริการเฉพาะวันที่ 12 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 18:30 – 22:00


6.บ่ายวันสงกรานต์ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการฉลองวันสงกรานต์ยามเย็น ในงาน Aperol Sunset Lounge and Izakaya ที่บริเวณห้องอาหาร เอเลเมนท์ และบริเวณระเบียงของห้องอาหาร ชมวิวใจกลางเมืองที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร สนุกสนานกับเพื่อนฝูงและครอบครัว พร้อมบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่นและเครื่องดื่มปรุงโดย เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่ม (Beverage Curators) ซิมโฟนี่ ลู แทมมารีน คูเปอร์ และ เจน แก้วยอด ให้บริการวันที่ 13 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 17:00 – 23:00 น. ราคาสุทธิท่านละ 990 บาท รวมเครื่องดื่ม 2 แก้ว และบาร์บีคิวสไตล์ญี่ปุ่น 1 ชนิด


7.เวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์ เราก็ต้องคิดถึงดอกซากุระ ซึ่งอาจจะบานจนใกล้ร่วงหรือกำลังบานเต็มที่ในช่วงนั้นก็ต้องลุ้นกันไปในแต่ละปี แต่เที่ยวญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์จะทำให้เรานึกถึงดอกไม้สวยๆ ของฤดูใบไม้ผลิของที่นั่นเสมอ ดังนั้นเช้าวันที่ 14 เมษายน 2564 คุณศุภกร บวรปรัณชัย หัวหน้าห้องดอกไม้ และผู้เชี่ยวชาญด้านดอกไม้ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จะสาธิตการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น “อิเคบานะ” (Ikebana) ที่ห้องอาหารเอเลเมนท์
โดยคุณศุภกรจะถ่ายทอดความรู้และศิลปะการจัดดอกไม้ของญี่ปุ่นที่ตนได้ผ่านการอบรมกับ Mr. Nicolai Bergmann ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านอย่างใกล้ชิด และให้ทุกท่านได้ลองจัดดอกไม้ด้วยมือของตนเอง กิจกรรมการจัดดอกไม้เริ่มเวลา 10.00 น. ราคาสุทธิท่านละ 2,500 บาท ราคารวมอุปกรณ์การจัดดอกไม้และอาหารชุดโชกาโดเบนโตะ (Shokado Bento) มื้อกลางวันที่ห้องอาหารยามาซาโตะ


8.ส่วนใครที่หลงใหลข้าวปั้นแบบญี่ปุ่น เชฟฮารูเอกิ มัตซึโอกะ (Haruaki Matsuoka) ซูชิ มาสเตอร์ (Sushi Master) ประจำห้องอาหารยามาซาโตะ ได้รังสรรค์ ซูชิโอมากาเสะ ชุดพิเศษให้บริการ เพียง 3 รอบเท่านั้น ในราคาสุทธิท่านละ 5,000 บาท เชฟ มัตซึโอกะ ได้ฝึกฝนการทำซูชิจาก Tsuji Culinary Institute ที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นอาจารย์ผู้ช่วยด้านอาหารญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะมาร่วมงานกับโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
เมนูอาหารเริ่มต้นด้วย ปลาหิมะย่างราดซอสมิโซะกุ้งตุ๋นกับไข่และฟองเต้าหู้สด ก่อนเริ่มรับประทานซูชิสุดพิเศษเชฟจะให้บริการเชอร์เบทมะเขือเทศและส้มยูซุเพื่อเปิดต่อมรับรสแล้วจึงบรรจงให้บริการซูชิที่คัดสรรมาเป็นพิเศษทีละชิ้นจนครบ 8 ชิ้น พร้อมกับซุปถั่วอิดามาเมะกับเต้าหู้งาญี่ปุ่นและปลาเงินญี่ปุ่น ปิดท้ายด้วยขนมหวานเป็นซากุระโมจิเสิร์ฟคู่กับโมจิแบบเส้นราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงญี่ปุ่น ซูชิโอมากาเสะ ชุดพิเศษนี้ให้บริการ 3 รอบ ได้แก่มื้อกลางวันเวลา 11.30 น. ถึง 14.00 น. วันที่ 13 เมษายน และ 14 เมษายน 2564 และมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 20.30 น. วันที่ 14 เมษายน 2564 เท่านั้น


9.ใครที่ชอบความคราฟท์สไตล์ญี่ปุ่น อย่าพลาดกิจกรรมการพับกระดาษแบบญี่ปุ่น (Origami) และการห่อผ้าแบบญี่ปุ่น (Furoshiki) ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกิจกรรมการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นจะจัดขึ้นที่ห้องอาหารยามาซาโตะ ในวันที่ 10, 11 และ 13 เมษายน 2564 เวลา 15.00 น. ถึง 17.00 น. ส่วนกิจกรรมเรียนรู้การห่อผ้าแบบญี่ปุ่นจะจัดขึ้นที่ห้องอาหารยามาซาโตะเช่นกัน ในวันที่ 12 และ 14 เมษายน 2564 เวลา 15.00 น. ถึง 17.00 น.
แค่ลิสต์คร่าวๆ ก็ช่วยให้การเที่ยวทิพย์ญี่ปุ่นของคุณช่วงสงกรานต์นี้สมบูรณ์แบบอย่างยากจะหาจากที่ไหน นอกจากนี้ยังมีความพิเศษอื่นๆ อย่างส่วนต้อนรับชั้น 24 ของโรงแรมจะถูกประดับด้วยต้นซากุระสีชมพูสร้างบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งในช่วงเวลานี้ พบกับวงดุริยางค์เยาวชนไทย (Thai Youth Orchestra) นำโดย ดร. เป้ อัครวัฒน์ ศรีณรงค์ ที่จะแสดงดนตรีบริเวณส่วนต้อนรับชั้น 24 ตั้งแต่เวลา 17:00 – 18:00 เพื่อเป็นการเปิดงาน ในวันที่ 10 เมษายน 2564


ส่วนท่านที่มองหาแพคเกจสเตเคชั่นช่วงวันหยุดยาว โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ขอเสนอแพคเกจ วะโชกุ สเตเคชั่น (Washoku Staycation) โปรโมชั่นห้องพักพิเศษสำหรับงาน The Okura Prestige Bangkok Japanese Fair Series 2021 : “The Passionate Curators” ที่ให้คุณได้ใช้เวลาในวันหยุดนี้เหมือนได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ในราคาเริ่มต้น 6,900 บาทสุทธิต่อคืน ราคารวมห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) 1 คืน พร้อมของขวัญชุดพิเศษต้อนรับในวันเข้าพัก ชุดอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น สำหรับ 2 ท่าน และอาหารมื้อค่ำที่ห้องอาหารยามาซาโตะ สำหรับ 2 ท่าน โดยสามารถเลือกได้ระหว่างชุดอาหารมื้อค่ำแบบเทปปันยากิ หรือ อิโช ไคเซกิ (Icho Kaiseki) อาหารชุดมื้อค่ำ ให้บริการตามแบบราชสำนักญี่ปุ่น สำรองแพคเกจ วะโชกุ สเตเคชั่น ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 17 เมษายน 2564 และสามารถเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 10 – 17 เมษายน 2564


ผู้ถือบัตรเครดิตเจซีบี (JCB) ที่มียอดค่าใช้จ่ายรวมภายในงาน ครบ 6,900 บาท จะได้รับกระติกน้ำ JCB TUMBLER 1 ใบ มูลค่า 990 บาท (1 ใบ ต่อบัตรตลอดรายการ สินค้ามีจำนวนจำกัด) สมัครบัตรเครดิตเจซีบีได้ง่ายๆ ผ่านธนาคารพันธมิตร 5 แห่งได้แก่ KTC, SCB, AEON, KBANK และ Krungsri
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 026879000 หรือ อีเมล์ FB.concierge@okurabangkok.com ติดต่อแผนกสำรองห้องพักที่reservations@okurabangkok.com หรือ เวปไซด์ www.okurabangkok.com

Taste of Spring at Kinu by Takagi

เปิดเซ็ตเมนูประจำฤดูใบไม้ผลิที่ได้วัตถุดิบมาจากจังหวัดชิซูโอกะ ห้องอาหาร Kinu by Takagi ที่จะมีจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบของฤดูร้อน แม้เราจะยังเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการโปรโมทเส้นทางการท่องเที่ยวของที่นั่นจะหยุดพักไปด้วย อย่างจังหวัดชิซูโอกะ ที่เรามักจะเดินทางผ่านเลยไปไม่ค่อยแวะ แต่ถ้าหากรู้จักจังหวัดนี้ดีๆ แล้ว ไปญี่ปุ่นได้เมื่อไรที่นี่ต้องเป็นอีกหนึ่งจุดหมาย

ส่วนใหญ่เวลาเราไปเที่ยวชมซากุระ หรือช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีถ้าเราไม่ขึ้นไปทางเหนือก็ลงไปทางใต้โดยไม่แวะจังหวัดนี้ แต่จริงๆ ที่นี่คือจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ ช่วงที่มีซากุระบานสวยที่สุดของญี่ปุ่น และที่นี่ก็มีซากุระพันธ์พิเศษที่ออกดอกสะพรั่งดกทั้งต้นโดยขนาดดอกจะเล็กแต่ออกดอกแน่น แน่นอนว่าปีนี้เรายังไปชมซากุระที่นั่นไม่ได้ แต่ก็จะได้ชิมวัตถุดิบที่คัดสรรมาสุดพิเศษจากชิซูโอกะ ที่ห้องอาหารคินูบายทาคากิ

โดยได้รับเอกสิทธิ์พิเศษในการนำเสนอวัตถุดิบบางชนิด รังสรรค์เป็นเมนูต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ไม่ว่าจะเป็นมิโซะขาวที่ผลิตกันมาหลายชั่วอายุคน และจะจำหน่ายให้เชฟที่พวกเขาเชื่อใจว่าจะทำให้ชื่อเสียงของมิโซะขาวสุดพิเศษนี้ได้เลื่องลือต่อไป ซึ่งเชฟทาคากิ ก็เป็นหนึ่งในน้อยคนนั้น Kirapika strawberry ที่มีเฉพาะที่ชิซูโอกะ มีความสมดุลย์ของความหอมและรสชาติที่หวานฉ่ำสดชื่น ไม่หวานจัดหรือมีรสเปรี้ยวเด่นเกินไป สำหรับสตรอว์เบอร์รี่นี้ที่ญี่ปุ่นยังไม่ได้รับประทานกัน เขาส่งมาให้ที่นี่ทำเป็นของหวานสุดพิเศษเพื่อการเผยแพร่ชื่อเสียงของจังหวัดนี้ก่อน ปีหน้าถ้าเราไปญีปุ่นได้ อย่าลืมแวะจังหวัดชิซูโอกะ ก็แล้วกัน
ที่นี่เสิร์ฟอาหารแบบไคเซกิ เสิร์ฟมาที่ละอย่างโดยมีเชฟทำให้ดูตรงหน้า เร่ิมจาก Sakizuke ที่เป็นหอยจอบเนื้อหวานย่างมาพอสุก เนื้อหอยลายนึ่ง เรียงมาพร้อมกับเผือกหวานนึ่งราดด้วยซอสไข่แดงผสมมะนาวยูสุ เสิร์ฟมากับผักประจำฤดูใบไม้ผลิส่งตรงจากญี่ปุ่นนึ่งพอให้ผักหวานมีความกรอบกรุบๆ แค่จานแรกก็ชวนให้นึกถึงฤดูใบไม้ผลิที่งดงามแล้ว
Wanmori หัวผักกาดขาวจากญี่ปุ่นที่จักสลักเป็นดอกไม้ดอกใหญ่นึ่งมาพอสุก วางอยู่บนเนื้อกุ้ง Kuruma prawn ที่นำมาบดปรุงรส และตัดคาเวียร์หยอดตรงกลางดอกไม้สีขาวที่ทำจากหัวผักกาดเหมือนเกสรสีดำ ก่อนจะตักน้ำซุปที่ปรุงในหม้อต่างหากใส่ลงไป เป็นซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมและสุดพิเศษเมื่อรับประทานคละเคล้ากับเครื่องปรุงทั้งหมดในถ้วยนี้
Tsukuri ที่มี 2 จานคือปลาดิบที่เชฟจะเลือกปลาสดที่ได้มาในแต่ละวันมาทำจานนี้เสิร์ฟเคียงมาด้วยหอยนางรมญี่ปุ่นในเจลลีที่ทำจากน้ำส้มพอนซึ รสเปรี้ยวตามด้วยความหวานของเนื้อหอยทำให้การเดินทางมาค่อนเซ็ตอาหารยิ่งน่าตื่นเต้นขึ้น Sushi ไม่ต้องสงสัยว่าเชฟจะทำซูชิได้ถูกระเบียบของความน่าจะเป็นซูชิชั้นยอดของญี่ปุ่น เชฟเลือกปลาทาโรส่วนที่อร่อยที่สุดมาเป็นหน้าข้าวปั้น เสิร์ฟมาพร้อมวาซาบิขูดสดๆ โดยวาซาบิก็มาจากจังหวัดชิซูโอกะ เช่นกันแสดงว่าแหล่งน้ำของที่นั้นสะอาดบริสุทธิ์เพราะหัววาซาบิจะเจริญได้ดีในพื้นที่ที่มีน้ำคุณภาพดี


Hasson จานเด่นที่มีความหลากหลายรวมเอาวัตถุดิบที่เด่นดังของชิซูโอกะมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ปลากะพงตาโตนำมาทำซูชิแต่หมักกับน้ำมัน Shenso oil เสิร์ฟมาบนข้าวปั้นตกแต่งด้วยไข่ปลาแซมอน เนื้อปูหิมะ และหัวเทอร์นิบดอง ไข่ปลาเฮอร์ริ่งกับซอสเต้าหู้วาซาบิ และกุ้ง Ise Ebi ย่างกับมิโซะขาว จานนี้ต้องบอกว่ามีความหลากหลายแต่ทุกอย่างมาพอคำและรับประทานด้วยกันได้กลมกล่อมมาก

Aizakana เนื้อหอยเป๋าฮื้อเสิร์ฟมากับหัวเทอร์นิบผัดเสิร์ฟมาพร้อมซอสที่ทำจากตับหอยเป๋าฮื้อ Agemono ปลาเนื้อขาวเทมปุระที่ตัวแป้งเทมปุระผสมด้วยชาเขียวจากจังหวัดชิซูโอกะ แหล่งชาเขียงที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่หอยเม่น
Yakimono เนื้อวากิว A4 นำมาย่างซอสเทอริยากิ ที่เชฟย่างตรงเตาดินเผาตรงหน้าของเรา เพื่อให้เราได้เห็นและได้กลิ่นหอมของเนื้อย่าง เชฟจะค่อยๆ ย่าง ค่อยๆ ทาซอสเทอริยากิ เรียกว่าทำซ้ำๆ หลายครั้งมากจนซอสจับบนเนื้ออย่างเหมาะสม เนื้อย่างจะถูกแล่เป็นแผ่นพอคำให้คงความฉุ่มฉ่ำของน้ำเนื้อไว้ แล้วฝานเห็ดทรัฟเฟิลดำลงไปให้รับประทานคู่กัน แต่จานนี้กลิ่นหอมของทรัฟเฟิลชูกับกลิ่นของซอสเทอริยากิอย่างลงตัวมากๆ


Rice ข้าวของชิซูโอกะ มีชื่อเสียงมาก เขาเสิร์ฟข้าวสวยที่หุงอย่างดีโดยเหยาะคาเวียร์ไว้บนข้าว เสิร์ฟมากับซุปมิโซะขาวและผักดอง ต้องอบกว่าดีงามเหลือเกิน แค่รสชาติของข้าวก็อร่อยล้นเหลือแล้ว
Dessert ของหวานคืออีกหนึ่งไฮไลท์ เพราะใช้สตรอว์เบอร์รี่ Shizuoka Kirapika strawberry เป็นส่วนผสมหลักทำเป็นสลัดที่มีกรานิต้าทำจากสตรอว์เบอร์รี่นี้เช่นกัน เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมช็อกโกแลตขาวผสม Sake Kasu ที่มีชื่อเสียงของชิซูโอกะ เช่นกัน ถ้าเราเลือกแพร์ริ่งอาหารกับสาเกก็จะได้ดื่มสาเกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชิซูโอกะนี้กับทุกจานซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวมาก รสชาติของสาเกนี้จะออกหวานนิดๆ แต่หอมกรุ่นมาก

ปิดท้ายด้วยชาเขียวมัตฉะที่เชฟลงมือตีชาด้วยตะกร้อมือไม้ไผ่ตามขนบการชงชาของญี่ปุ่นทีละถ้วย เสิร์ฟมาพร้อมกับช็อกโกแลตทรัฟเฟิลที่ไส้เป็นมิโซะขาวเจ้าดังนั่นเอง
สัมผัสประสบการณ์รสชาติแห่งฤดูใบไม้ผลิจากจังหวัดชิซูโอกะได้แล้ววันนี้ที่ Kinu by Takagi โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรงุเทพฯ