Posts

Light Banana muffin.

เมื่ออยากรับประทานเค้กเบาๆ แต่ทำได้ง่ายๆ เครื่องปรุงไม่เยอะ เพราะไม่อยากออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น จึงเกิดมัฟฟินกล้วยสูตรนี้ที่ใช้กล้วยสุกที่เชื่อหลายคนมีติดบ้าน จะกล้วยหอม กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยไข่ก็ได้ แต่ขอที่สุกจนงอม ส่วนเครื่องปรุงอื่นก็มีแค่เนย แป้งกับน้ำตาลกับสารช่วยฟูเท่านั้นเอง แค่นี้ก็จะได้มัฟฟินที่มีหน้าขนมเสริมให้มีรสสัมผัสพิเศษขึ้น

จริงๆ การทำขนมประเภทเค้กไม่ยาก ถ้าไม่คิดจะทำเค้กเนื้อเบาฟูเป็นชิฟฟอนหรือสปันจ์เค้กที่ต้องใช้ทักษะหรอทำบ่อยหน่อยจะเร่ิมรู้ทาง แต่เค้กง่ายๆ อย่าเค้กกล้วยหอมใครๆ ก็ทำได้ จะให้เนื้อแน่นเป็น Banana Bread ก็ใส่แป้งเยอะหน่อย ถ้าอยากให้เนื้อเบาเหมือนเค้กก็ลดแป้งลง ส่วนการตีเนยกับน้ำตาลถ้าไม่มีเครื่องตีไข่ก็ใช้มือคนโดยมีอุปกรณ์คือช้อนไม้หรือตะกร้อมือ

แต่ถ้าหาอุปกรณืเหล่านี้ใกล้ตัวไม่ได้ เคยใช้ทัพพีตักแกงหรือทัพพีพลาสติกคดข้าวคนเหมือนกันก็ทำได้ แค่ปล่อยให้ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ ปล่อยไว้ในอุณหภูมิห้องให้หายเย็นจัด แต่ไม่ใช่หลอมจนบางส่วนกลายเป็นน้ำมันเนยนะ คือปล่อยเนยไว้ในห้องสักพัก ลองคนดูถ้าเริ่มนุ่มไม่เป็นก้อนก็เริ่มใส่น้ำตาลทรายคนให้เข้ากันได้ ไข่ไก่ไม่ควรนำออกมาจากตู้เย็นแล้วใส่ลงในส่วนผสมเนยทันที ควรพักให้อยู่ในอุณหภูมิห้อง ไข่เย็นจัดทำให้เนยจับตัวเป็ฯลิ่มเล้กๆ และแยกตัวจากน้ำตาลทำให้น้ำตาลกลายเป็นของเหลวแยกตัวจากเนยที่เราอุตส่าห์คนจนเมื่อยมือ

สำหรับหน้าขนมก็สุตรเดียวกันแต่มีใส่ของเหลว(นมหรือน้ำก็ได้)นิดหน่อยให้ได้เป็นก้อนเล็กๆ หรือใมากอีกนิดให้ได้เป็นส่วนผสมข้นๆ ซึ่งทั้งสองแบบนี้ให้รสสัมผัสบนหน้าขนมที่ต่างกัน อย่างเป็นก้อนๆ ก็จะให้รสหวานมันกรุบๆ แต่อย่างเหลวพออบเสร็จจะเป็นทอฟฟี่เหนียวหนึบ ถ้าต้องการทั้งสองแบบให้ทำแบบแห้งเป็นก้อนเล็กๆ ก่อน ส่วนหนึ่ง จากนั้นค่อยเติมของเหลวทำเป็นแบบข้นราดบนหน้าขนมก่อนอบ

จริงๆ การทำครัวช่วงทำงานที่บ้านก็จะถึงวาระที่ต้องไปทำงานที่ออฟฟิศในอาทิตย์หน้า แต่ก็เป็นการสลับกันเข้าทำงานอาทิตยืเว้นอาทิตย์ คอลัมน์ทำอาหารนี้คงไม่ได้เจอกันทุกวันจันทร์ถึงศุกร์อีก แต่ก็จะนำเรื่องอาหารต่างๆ ๆ มาเขียนถึงบ้างแต่คงไม่ได้ลงมือทำเองเช่นช่วงที่ผ่านมา ส่วนวันพรุ่งนี้คือสูตรอาหารปิดท้ายรอดูว่าจะเป็นอะไร   

เครื่องปรุง

แป้งสาลี 1 ถ้วย

ผงฟู 1/2 ช้อนชา

โซดาทำขนม 1/4 ช้อนชา

เนย 1/4 ถ้วย

น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

ไข่ไก่ 1 ฟอง

กล้วยสุกบด 1 ถ้วย

เปิดเตาอบไฟ 350 องศาเซลเซียส ถ้าใช้เตาติ้งหรือ Toaster oven จะวอร์มเตาก่อนก็ได้ โดยบิดปุ่มตั้งเวลาไปสัก 5 นาที หลังจากที่เราตั้งอุณหภูมิแล้ว เพื่อวอร์มเตา แต่ปกติที่ใช้เตาติ้งก็ไม่เคยวอร์มเตาก่อน คือตั้งระดับอุณหภูมิ ใส่ของที่จะอบแล้วก็หมุนปุ่มตั้งเวลาเลย

นำเนยออกมาจากตู้เย็น ตัดออกมา 1/4 ก้อน(ขนาดก้อนละ 225 กรัม)นี่เป็นการกะคร่าวๆ ถ้าไม่ต้องการตวงแบบเป๊ะๆ ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้ในอ่างผสมให้หายเย็นจัด 

ร่อนแป้ง ผงฟู โซดาทำขนม(baking soda) และเกลือป่น เข้าด้วยกัน พักไว้

ใช้ตะกร้อมือหรือช้อนไม้ด้ามยาวๆ คนให้เนยนุ่ม ก่อนจะใส่น้ำตาลทรายขาวลงไปทีละช้อน คนไปเรื่อยๆ ทำสลับกันจนหมดน้ำตาลทราย เมื่อคนเนยกับนำ้ตาลได้ที่จะกลายเป็นครีมที่สีอ่อนลงและขึ้นฟู ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปทีละช้อนกับสลับด้วยการคนจนเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ลงไป คนให้เข้ากับส่วนผสมเนย (จริงๆ ไข่มีที่ตีไข่ไฟฟ้าจะใช้แทนการคนด้วยมือก็ได้) 

นำส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้แล้วใส่ลงในส่วนผสมเนย คนให้เข้ากัน แบ่งแป้งออกเป็น 3 ส่วน แบ่งใส่แป้งทีละส่วน คนให้เข้ากันอย่างเบามือด้วยพายยาง สลับกับส่วนผสมของกล้วยบดที่เราแบ่งเป็น 3 ส่วนเช่นกัน ใส่แป้งสลับกับกล้วยบดและจบที่แป้งส่วนสุดท้าย คนให้เข้ากันดีอย่างเบามือ จากนั้นค่อยตักใส่พิมพ์มัฟฟินที่เตรียมพิมพ์ไว้แล้ว ถ้ามีพิมพ์ขนาด 6 ชิ้น สำหรับเตาอบเล็กๆ เราก็พักแป้งที่ผสมไว้ก่อนรออบในคราวต่อไป  การตักส่วนผสมแป้งใส่ลงในพิมพ์ให้เหลืออย่างถึงขอบพิมพ์สักครึ่งเซนติเมตร โรยหน้าขนมลงไปเล้กน้อย ไม่ต้องใส่จนเต็มหน้าขนมก็ได้ นำเข้าอบ 15-20 นาทีก็ใช้ได้ 

เตรียมพิมพ์มัฟฟินด้วยการทำเนยลงไปให้ทั่วแม้กระทั่งด้านบนพิมพ์ เผื่นขนฟูล้นออกมาตรงขอบด้านบน โรยแป้งสาลงลงไปบางๆ แล้วเคาะออก ให้แป้งติดบนพิมพ์บางๆ  

หน้าขนม

แป้งสาลี 1/2 ถ้วย

เนย 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายขาว 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ

โซดาทำขนม 1/4 ช้อนชา

เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

นมหรือน้ำสะอาดนิดหน่อย

นำส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นของเหลว(นมหรือน้ำอย่าเพิ่งใส่)ใส่ลงในอ่างผสมใช้มือหรือหลังช้อนบี้ให้เข้ากัน พอได้เป็นเม็ดร่วนๆ ใส่น้ำหรือนมลงไปนิดหน่อย 1/2 ช้อนชา คนให้ส่วนผสมบางส่วนจับเป็นก้อนเล็กๆ แบบในรูป นำส่วนนี้มาโรยบนหน้าขนมที่จะนำเข้าอบ หรอืถ้าอยากได้หน้าเหนียวๆ เป็นทอฟฟี่ให้ใส่ของเหลว(น้ำหรือนม)เพิ่มทีละน้อนจนได้ส่วนผสมที่ข้นกว่านมข้นหน่อยเอาไว้หยอดหน้าขนม ใครต้องการหน้าขนมแบบไหนเลือกได้ หรือแบ่งครึ่งๆ    

เมื่อขนมสุกนำออกจากเตา หน้าขนมอาจจะเยิ้มย้อยดูไม่สวยงามแต่นั่นคือความอร่อย เรานำขนมในพิมพ์ออกมาพักสัก 5 นาที แล้วเตรียมถาดหรือผ้าสะอาดๆ วางราบบนหน้าโต๊ะ คว่ำพิมพ์มัฟฟินลงไปเบาๆ  ขนมจะหลุดออกมา หล่อยให้ขนมพักไว้อย่างนั้นจนหายร้อนจัด คือขนมจะเบานิ่มกว่าเค้กกล้วยหอม หรือ Banana bread ดังนั้นถ้าเราเตรียมพิมพ์ไม่ดีแล้วขนมติดพิมพ์เราจะนำออกยากเพราะขนมจะไม่เป็นทรง จริงๆ เสิร์ฟอุ่นจะอร่อย ยิ่งทำหน้าแบบทอฟฟี่ ตรงส่วนนั้นถ้ายังอุ่นๆ อยู่จะเหนียวหนึบหนับหวานมันรับประทานอร่อยมาก