Omega ลุยตลาดออนไลน์พร้อมเปิดตัวรุ่น Speedmaster “Speedy Tuesday”

พูดได้ว่า Omega เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิการะดับไฮเอนด์แบรนด์แรกๆ ที่ได้เปิดช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อโดยไม่ต้องไปถึงหน้าบูติกหรือตัวแทนจำหน่ายให้เสียเวลา ทั้งยังสะดวกต่อในการดูข้อมูลรายละเอียดของแต่ละรุ่นได้อย่างง่ายดาย

Omega Marine

Omega Marine

และในการเปิดตัวครั้งนี้ก็มัดรวมไปกับการเปิดตัว Omega รุ่น Speedmaster “Speedy Tuesday” ที่ได้รับแรงบัลดาลใจจากโมเดล  “Alaska Project III” เพื่อให้ NASA ได้น้ำไปใช้งานจริงๆ บนอวกาศในปี 1978 โดยรุ่น “Speedy Tuesday” นั้นจะผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 2,012 เรือน ผ่านอินสตาแกรม @OMEGA ส่วนเหล่าสาวกคนไหนที่กำลังหมายปองหรือถูกใจก็สามารถจองได้บนหน้าเว็บไซต์ omegawatches.com
และที่สำคัญคุณยังสามารถเลือกหมายประจำเลขตัวเรือนได้อย่างอิสระตามความต้องการอีกด้วย

Related Post

HM8 เรือนเวลาที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้าน จาก MB&F

The Beauty of Engineering

MB&F เป็นแบรนด์นาฬิกาอิสระสัญชาติสวิส ก่อตั้งโดยผู้ชายที่ความหลงใหลในการทำนาฬิกากลไกอย่าง Maximilian Büsser (แม็กซิมิเลียน บุสเซอร์) และผองเพื่อน ในปีค.ศ. 2005 เรื่องราวการก่อร่างสร้างแบรนด์ของเขานั้นเต็มไปด้วยสีสันพอที่จะเอาไปทำเป็นหนังฮอลลีวูดได้สบายๆ

maximilian_buesser_2016-copyright-hung-h5-production

จากเด็กชายลูกครึ่งอินเดีย-สวิสที่แปลกแยกจากสังคม แปรเปลี่ยนปมในวัยเด็กและความหลุ่มหลงในโลกการ์ตูนญี่ปุ่นมาเป็นนาฬิกาชั้นสูง ไอเดียการทำธุรกิจของเขานั้น สวนทางกับผู้บริหารที่จบ MBA อย่างเช่นปีที่ผ่านมาความต้องการนาฬิกา MB&F สูงกว่ากำลังการผลิต 35 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงขยายโรงงาน แต่แม็กซิมิเลียนเลือกที่จะลดจำนวนผู้แทนจำหน่ายลงหนึ่งในสามแทน

HM8 คือนาฬิกาคอลเลกชั่นล่าสุดของ MB&F สำหรับแฟนตัวจริงอาจจะสงสัยว่า HM7 หายไปไหน? เพราะก่อนหน้านี้ คือ HMX รุ่นฉลองครบ 10 ปี และ HM6 แล้วข้ามมา HM8 เลย “จริงๆ แล้วเราวางแผนที่จะเปิดตัว HM7 และ HM8 ปีนี้ ทั้งสองรุ่นนี้อยู่ในสายพานการเปิดตัวเรียบร้อยแล้ว” แม็กซิมิเลียนบอกว่า เขาตัดสินใจพัก HM7 ไว้ก่อน เพราะอยากเปิดตัวนาฬิกาปีละรุ่น และที่เลือก HM8 เพราะเป็นนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันรถยนต์ Can-Am การแข่งขันรถยนต์ระหว่างแคนาดาและอเมริกา ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1966 (Canadian-American) ซึ่งช่วงเวลาที่เปิดตัว HM8 นั้นเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ Can-Am พอดีhm8_rt_rear_hres

แล้วทำไมถึงไม่เรียกนาฬิการุ่นนี้ว่า HM7 เสียเลยล่ะ? แม็กซิมิเลียน ให้เหตุผลว่า “8 เท่ากับ 5 บวก 3” กล่าวคือ HM8 เป็นผลรวมของพลังครีเอทีฟระหว่างนาฬิการุ่น HM5 และ HM3 “HM5 เป็นนาฬิการุ่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งคลาสสิก Lamboghini ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นนักออกแบบรถยนต์สุดๆ” เอกลักษณ์สำคัญของ HM5  คือ กลไกนาฬิกาที่วางตัวแนวราบ แต่แสดงผลในแนวตั้งเฉพาะการออกแบบรายละเอียดของฟังก์ชั่นส่วนนี้ก็ใช้เงินในการพัฒนาหลายสิบล้านเข้าไปแล้ว ถ้ามองในเชิงธุรกิจ นี่ถือเป็นการลงทุนที่บ้าคลั่งเอามากๆ ส่วนที่หยิบยืมมาจาก HM3 คือ โรเตอร์รูปขวาน Battle Axe ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากการ์ตูนหุ่นยนต์พิฆาต Grendizer ที่เขาชื่นชอบ

ความโดดเด่นของ HM8 อีกอย่างคือ เขาตัดสินใจเรียกนาฬิการุ่นนี้ว่า Can-Am ศัพท์เฉพาะที่คอรถยนต์ตัวจริงเท่านั้นที่จะรู้จัก

hm8_rt_hres

กล่าวคือ HM8 เป็นการผสมผสานระหว่าง HM3 และ HM5 มีทั้งรุ่นที่ทำจากทองคำขาว (HM8 CAN-AM WT) และรุ่นที่ตัวเรือนทำจากเรดโกลด์ (HM8 CAN-AM RT) หน้าปัดเป็นแเซฟไฟร์ที่มองทะลุเห็นโรเตอร์ทองคำรูปขวาน Battle Axe “ทำให้คุณได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้ใส่ว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของนาฬิกา” แม็กซิมิเลียน อธิบายที่มาที่ไป ส่วนช่องหน้าต่างแสดงเวลาสองทิศทางแบบจัมปิ้งอาวร์ ใช้ปริซึ่มสะท้อนภาพให้อยู่ในแนวตั้ง ความเท่ อีกอย่างคือโรลบาร์สองข้างที่ปกป้องหน้าปัด ทำให้ดูเหมือนคุณจอดรถแข่งไว้บนข้อมือ

Related Post

หนึ่งในนาฬิกาเรือนล่าสุดจาก Tudor ที่เพิ่งจะคว้ารางวัลนาฬิกาที่มีความโดดเด่นมาจาก GPHG

tudor-black-bay-bronze-1

แต่แต่นาฬิกา Tudor Heritage Black Bay Bronze รุ่นนี้ได้เปิดตัวก็มีแววว่าจะฉายแสงเจิดจรัสและคงจะอนาคตดีแน่ๆ และตั้งแต่ครั้งที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาคงจะไม่มีใครคิดเช่นเดียวกับเราแน่ๆ ว่านาฬิกาเรือนนี้จะไปคว้ารางวัลอะไร แต่ล่าสุดในงานประกาศผล GPHG หรือ Grand Prix d’Horlogerie de Genève ผลปรากฏว่า Black Bay Bronze ได้รางวัล Petite Aiguille Prize ในฐานะนาฬิกาที่มีความโดดเด่นในระดับราคาขายปลีกไม่เกิน 8,000 สวิสฟรังก์ ก็คงจะทำให้แฟนๆ Tudor นั้นได้ใจชื้นและมีหนึ่งหัวข้อในการพูดคุยถึงนาฬิกาบนข้อมือตัวเองมากขึ้นไปอีก

Related Post

เยือนโรงงานผลิตนาฬิกา TAG Heuer เบื้องหลังเครื่องจักรผลิตนาฬิกาอันล้ำสมัย

Modern Mechanics

เยือนโรงงานผลิตนาฬิกา TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ชมเบื้องหลังเครื่องจักรผลิตนาฬิกาอันล้ำสมัยและฝีมือของช่างผลิตนาฬิกาชั้นครูที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็งอยู่ในโรงงาน

lcdf_facade_w1

“สายการผลิต” นั้นคืออะไรกันแน่ ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีนิยามที่สั้นๆ อธิบายได้ง่าย แต่ตามความเข้าใจของทุกคนแล้ว อุตสาหกรรมการผลิตนาฬิกาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะมอบรางวัลอันสูงค่าให้กับ
บริษัทนาฬิกาที่มีเครื่องเป็นของตัวเอง และสามารถผลิตแท่นเครื่อง สะพานจักร และสะพานจักรกรอกได้ด้วยตัวเอง ในขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ นั้นก็พอจะอะลุ่มอล่วยได้ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่มีประสบการณ์ยาวนานกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่สามารถสรรค์สร้างอุปกรณ์สำหรับการผลิตและอะไรต่อมิอะไรในเรือนเวลาได้อย่างไม่จำกัด คุณสามารถวางใจในฝีมือของพวกเขาโดยไม่จำเป็นต้องผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นด้วยตัวเองทั้งหมดก็ได้

cornol_four_w1

ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ TAG Heuer เริ่มต้นก้าวแรกที่สำคัญของแบรนด์โดยการเข้าสู่วงจร “สายการผลิต” อย่างเต็มตัวเมื่อปีค.ศ. 2010 โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อบริษัทซัพพลายอะไหล่คนสำคัญอย่าง ETA ตัดสินใจที่จะกำหนดข้อจำกัดครั้งยิ่งใหญ่ในการซัพพลายชิ้นส่วนต่างๆ ให้กับโรงงานนาฬิกา ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับการตัดสินใจเปิดแผนกพัฒนาและทดลองผลิตเครื่องภายในที่ TAG Heuer ตัดสินใจอนุมัติเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ เพราะมันจำเป็นต้องอาศัยเวลายาวนานในการวิจัยและพัฒนาเครื่องนาฬิกาที่เที่ยงตรง ไว้ใจได้ และอยู่ในต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมเพื่อที่จะสามารถผลิตจำนวนมากได้แม้ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ทุกอย่างต้องพึ่งคอมพิวเตอร์แล้วก็ตาม และในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาที่มากับฟังก์ชั่นจับเวลาแบบดั้งเดิมนั้น TAG Heuer จึงจำต้องเก็บอัตลักษณ์ของแบรนด์ไว้แบบทิ้งไม่ได้ และก็เป็นที่แน่นอนว่า ฟังก์ชั่นจับเวลานั้นถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศิลปะในการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม ถึงแม้ว่าจะมีตัวเครื่องอัตโนมัติอย่าง Caliber ETA 7750 มาทดแทนได้แล้วก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม กลไกอันซับซ้อนในเรือนเวลานั้น ถึงแม้ว่าจะดูมีขนาดเล็กจิ๋วไม่สลักสำคัญมากนักก็ตาม แต่ละชิ้นส่วนนั้นจำเป็นต้องอาศัยทั้งเวลาและความเชี่ยวชาญทั้งจากวิศวกรและช่างฝีมือเป็นอย่างมากในการศึกษาและพัฒนา และด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เครื่องอัตโนมัติเครื่องแรก Caliber 1887 ที่ออกมาในปีค.ศ. 2010 นั้นก็ถือเป็นเครื่องจับเวลาที่มีความเที่ยงตรงสูงที่ผลิตโดย TAG Heuer เอง ซึ่งก็ส่งผลให้เครื่องนาฬิการุ่นใหม่เอี่ยมอย่าง Heuer 02 T (ที่เปิดตัวในงาน Baselworld 2016) นั้นมีระบบขึ้นลานอัตโนมัติ ฟังก์ชั่นจับเวลา และฟังก์ชั่นตูร์บิญงพร้อมกรงที่ทำจากคาร์บอนน้ำหนักเบาแต่เหนียวและยืดหยุ่นได้ดี ซึ่งผลลัพธ์แห่งความเที่ยงตรงของเครื่องนี้ก็ได้รับการยืนยันด้วยประกาศนียบัตรรับรองความเที่ยงตรงที่แบรนด์ได้รับ และก็เป็นประกาศนียบัตรที่ไม่ใคร่จะมอบให้กับนาฬิกาตูร์บิญงเท่าใดนัก

lcdf_etancheite_w1

จาก T0 จนถึง T3

วงการนาฬิกา โดยเฉพาะสายการผลิตแบบใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่นั้นต้องการโครงสร้างการผลิตที่ชัดเจน ในโรงงานการผลิตจึงแบ่งลำดับขั้นตอนในการผลิตแยกส่วนอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ชิ้นส่วนโลหะพื้นฐานไล่เรียงไปจนถึงขั้นตอนที่นาฬิกาเสร็จสมบูรณ์ เป็นที่แน่นอนว่า
ในตอนต้นนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะประกอบไปด้วย ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกร และดีไซเนอร์ที่ทำงานร่วมกันที่เมือง La Chaux-de-Fonds ซึ่งก็มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องพื้นฐานทั้งหมดของนาฬิการุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่อง ตัวเรือน หน้าปัด เข็ม หรือสาย วิศวกรผู้ออกแบบตัวต้นแบบนั้นจะทำงานร่วมกับสำนักงานใหญ่เป็นเสมือนผู้แปลงทฤษฎีที่ออกแบบโดยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นนาฬิกาเรือนจริงที่ใช้การได้ หลังจากการทดสอบต่างๆ ในห้องทดลองที่ถูกเรียกกันติดปากว่า “ห้องเชือด” และปรับปรุงแก้ไขจนกระทั่งนาฬิกาเรือนนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงค่อยส่งไปผลิตในสายการผลิตเพื่อนำออกขายในท้องตลาด

cornol_usinage_w1

ในช่วงต้นๆ ของการพัฒนาและผลิตส่วนประกอบเครื่องนั้น จะมีธรรมเนียมเรียกขั้นตอนนี้ว่า T0 ซึ่งก็จะตามมาด้วยขั้นตอน T1 ซึ่งหมายถึงกระบวนการทดลองประกอบชิ้นส่วนกลไกภายในหลายชิ้น เพื่อที่จะ
ให้ออกมาเป็นเครื่องนาฬิกาที่สมบูรณ์ สำหรับ TAG Heuer นั้น ทั้งสองขั้นตอนผลิตที่เมือง Chevenez เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ติดชายแดนประเทศฝรั่งเศส ซึ่งการตัดสินใจก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องนาฬิกาที่เมืองนี้นั้นถือเป็นการตัดสินใจที่ผ่านการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วน เพราะมันสามารถดึงดูดช่างทำนาฬิกามีฝีมือจากอีกฟากชายแดนให้เข้ามามีส่วนร่วมได้ไม่ยากนัก ในปัจจุบันนี้ โรงงานผลิตแห่งนี้มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องนาฬิกาอยู่กว่า 40 ชีวิต

lcdf_constructeurmouvement_w1

กระบวนการผลิตและสร้างสรรค์แท่นเครื่องและสะพานจักรนั้นเกิดขึ้นในตึกหน้าตาทันสมัยในเมือง Fleury ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยเครื่องจักรเหล่านี้นั้นสามารถทำงานได้หลากหลายและสามารถทำงานต่อเนื่องกันได้โดยไม่สะดุด หลังจากที่มันจบงานขั้นตอนหนึ่งแล้ว มันก็จะส่งชิ้นงานนั้นไปยังเครื่องจักรตัวถัดไปเพื่อเริ่มกระบวนการต่อไปได้ทันที กระบวนการจักรกลที่แม่นยำแบบนี้นั้นเป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องของความแม่นยำที่เครื่องนาฬิกาที่มีฟังก์ชั่นจับเวลาต้องการ หลังจากที่ผิวของตัวเรือนเสร็จสิ้นกระบวนการฟินิชชิ่งแล้ว เครื่องจักรเหล่านี้ยังสามารถทำหน้าที่ฝังเพชรบนตัวเรือนต่อได้อีกด้วย และมันก็สามารถทำงานละเอียดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ ไม่มีปัจจัยเรื่องความเหน็ดเหนื่อย
เมื่อยล้าแบบแรงงานมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

artecad_posesln_w1

และในตึก Atelier T1 ที่อยู่ไม่ไกลกันนัก กว่า 100 ขั้นตอนกระบวนการเกิดขึ้นเพื่อประกอบชิ้นส่วนคุณภาพสูงต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้กลายมาเป็นเครื่องนาฬิกาที่เที่ยงตรงที่สุด อุปกรณ์หลักๆ นั้นไปอยู่ที่สายการผลิตของโรงงาน Lecureux ซึ่งกำหนดมาตรฐานการผลิตทั้งหมดโดย TAG Heuer มีจอฉายภาพกระบวนการทุกขั้นตอนให้กับผู้เชี่ยวชาญที่คุมเครื่องจักรได้เห็น กระบวนการหล่อลื่นโดยใช้คนหยอดน้ำมันแบบดั้งเดิมนั้นถูกยกเลิกไป แต่ใช้เครื่องจักรที่มีความแม่นยำคำนวณปริมาณน้ำมันและหยอดลงไปในแต่ละขั้นตอน ซึ่งก็เป็นการจำกัดความผิดพลาด
ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความใส่ใจและความละเอียดอ่อนนั้นถือเป็นกระบวนการสำคัญในการผลิตช่วงนี้ และเมื่อกระบวนการผลิตสิ้นสุดลง ก็จะมีกระบวนการตรวจเช็คและแยกคุณภาพอย่างระมัดระวัง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่อง 1887 และ Heuer 01 จะเป็นผู้เข้ามาจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองทีละเคส

lcdf_emboitage_w1

เมื่อเครื่องเดินทางมาถึงเมือง La Chaux-de-Fonds แล้ว 
ก็มีการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการปรับโครงสร้างภายในองค์กรครั้งใหญ่ที่เมือง Chevenez ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สายพานการผลิตนั้น
ก็มีคุณภาพสูงขึ้น และอัตราการผิดพลาดก็ลดน้อยลงแบบเห็นได้ชัดเจน หลังจากนั้นแผนก T2 และ T3 ก็รับหน้าที่ดำเนินการต่อ พวกเขารับผิดชอบเรื่องการประกอบชิ้นส่วนหน้าปัด เข็ม การเข้าตัวเรือน และการใส่สาย ไปจนถึงเรื่องการตีตราและออกเอกสารรับรอง จนสิ้นสุดที่การตรวจสอบคุณภาพครั้งสุดท้าย Jean-Claude Biver (ฌ็อง-คล็อด บีเวอร์) ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นที่หนึ่งเสมอ

lcdf_labo_chocs_w1

เรื่องเล่ารอบตัวเรือน

ไม่ไกลจากเมือง Chevenez คือที่ตั้งของเมือง Cornol ที่ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกว่า 140 ชีวิตได้ร่วมมือกันผลิตตัวเรือนด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ตัวเรือนหลากหลายวัสดุถูกผลิตขึ้นเพื่อเรือนเวลาของ TAG Heuer ตั้งแต่รุ่น Aquaracer ไปจนถึงรุ่น Monaco ซึ่งเครื่องจักรหน้าตาดุดันเหล่านี้
ก็ทำงานกันอย่างต่อเนื่องเข้มแข็ง

เริ่มต้นการผลิตด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ ในการที่จะผลิตตัวเรือนอันซับซ้อนจากแผ่นสเตนเลสสตีลหนึ่งแผ่นนั้น ต้องอาศัยกระบวนการปั๊มขึ้นรูปถึงสิบครั้ง โดยใช้เครื่องปั๊มหลายรูปแบบซึ่งควบคุมโดยคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้ความถูกต้องแม่นยำสูงสุด และในแวดวงการสรรค์สร้างกลไกนาฬิกา ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวเรือนก็จะจัดการตัด ตกแต่ง และเจียรชิ้นส่วนแต่ละชิ้นอย่างประณีตบรรจงจนกระทั่งได้ชิ้นส่วนตัวเรือนที่สมบูรณ์แบบมาประกอบเป็นตัวเรือน

artecad_frappe_w1

หลังจากขั้นตอนการปั๊มเสร็จสิ้นแล้ว เครื่องจักรอีกส่วนก็จะเจาะรูและประกอบเดือยต่างๆ จัดการลบเหลี่ยมมุม และดำเนินการจนกระทั่งกระบวนการตัวเรือนเสร็จสิ้น อีกครั้งหนึ่งที่มนุษย์และเครื่องจักรจะต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด งานบางส่วนจำต้องอาศัยความแม่นยำไม่ผิดพลาดของหุ่นยนต์ ในขณะที่มนุษย์มีหน้าที่จบงานละเอียดที่เครื่องจักรอาจจะไม่แม่นยำเท่า ทุกขั้นตอนมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ตัวเรือนที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งก็หมายรวมถึงฝาหลังและขอบตัวเรือนด้วย

กระบวนการถัดไปต้องอาศัยห้องปลอดฝุ่น เพราะมันคือกระบวนการประกอบกระจกแซฟไฟร์ป้องกันหน้าปัด และการประกอบตัวเรือนทั้งหมดเพื่อให้นาฬิกากันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ การทดสอบแรงกด และการเช็คคุณภาพโดยรวมอีกครั้งหนึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ห้ามมีข้อผิดพลาด
เกิดขึ้นเป็นอันขาด และการทดสอบตัวเรือนนั้นก็โหดหินไม่ต่างจากการทดสอบเครื่องที่เกิดขึ้น ณ เมือง La Chaux-de-Fonds เพราะทุกอย่างจะต้องถูกตรวจสอบอย่างชัดเจนตามมาตรฐานอันสูงส่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพสูงสุดเท่านั้น

artecad_galvano_w1

หน้าปัดนาฬิกา

เบื้องหลังความพยายามและเทคนิคอันซับซ้อนในการผลิตหน้าปัดนาฬิกานั้นสามารถวัดได้จากอารมณ์ที่คุณสัมผัสได้ยามวางหน้าปัดอันสุดแสนจะสมบูรณ์แบบนั้นลงบนข้อมือของคุณและรัดสายนาฬิการอบข้อมือนั่นเอง ArteCad บริษัทลูกของ TAG Heuer (ที่ตั้งอยู่ในเขต Tramelan ทางตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์) นั้นมีขีดความสามารถในการผลิตหน้าปัดทุกประเภท และใช้เทคนิคการผลิตอันซับซ้อนที่เชื่อกันว่าหายสาบสูญไปแล้วได้อย่างคล่องแคล่ว แม้กระทั่งการทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ที่โดยปกติจะทำงานอยู่ที่เมือง La Chaux-de-Fonds นั้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านหน้าปัดที่นี่ก็จะสามารถหาทางออกให้กับสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำหน้าปัดนาฬิการุ่นเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ หรือมาเพิ่มเติมออกแบบใหม่ให้ทันสมัยก็ตาม

lcdf_prototypage_w1

ความสลับซับซ้อนของหน้าปัดแบบใหม่ ยกตัวอย่างให้ชัดเจนก็รุ่น Carrera Heuer 01 และ Carrera Heuer 02T นั้นดูจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี่ หน้าปัดแบบสามมิตินั้นเมื่อก่อนก็มีแค่เพียงปั๊มตรานูน หรือมีกรอบนูนขึ้นมาล้อมรอบหน้าต่างบอกวันที่บนหน้าปัดเท่านั้น แต่
ในปัจจุบันนั้น หน้าปัดส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้น และฝีมือในการผลิตนั้นก็ต้องถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแสดงถึงทักษะในการประกอบงานแต่ละชิ้นให้ลงล็อกพอดีกัน ArteCad นั้นถนัดในเรื่องการประกอบชิ้นงานทองเหลืองที่ผ่านการปั๊ม ขัดเงา เคลือบเงา ปั๊มจมและปั๊มนูน รวมไปถึงการใช้ไข่มุกมาทำหน้าปัดสำหรับนาฬิกาสุภาพสตรีเพื่อเพิ่มความหรูหราและมูลค่าให้กับตัวเรือนอีกด้วย

การปั๊มนูนเล็กๆ บางอย่างนั้นต้องอาศัยทักษะอันชำนาญการของช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เครื่องจักรจะตัดมันออกมาจากชิ้นส่วนโลหะใหญ่ หลังจากนั้นก็จะขัดและเคลือบให้เรียบร้อย ArteCad นั้นก็เชี่ยวชาญเรื่องการเคลือบสารซูเปอร์ลูมิโนวา และผ่านความร้อนในเตาสั่งทำพิเศษ และการติดเครื่องหมายเหล่านั้นลงบนหน้าปัดนั้นก็ไม่ใช่ศาสตร์ที่ทำได้ง่ายนัก เพราะการประกอบติดนั้นคือการเจาะรูขนาดเล็กจิ๋วลงบนหน้าปัดก่อนประกอบให้เรียบที่สุด และเมื่อผู้ตรวจงานขั้นสุดท้ายจบงานนั้น ก็เท่ากับว่านาฬิกาข้อมือเรือนนี้ได้ผ่านกระบวนการผลิตมามากกว่า 100 ขั้นตอน ความพยายามทั้งหลายที่มันได้ผ่านมานั้นถือว่าคุ้มค่า เพราะเรือนเวลาเหล่านี้นั้นถือเป็น “หน้าฉากแห่งกาลเวลา” ที่จะคงทั้ง
ความคลาสสิกและเทคโนโลยีไว้ในตัวมันตราบนานเท่านาน

lcdf_labo_w1

เครื่อง ตัวเรือน และหน้าปัดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการประกอบสร้างเป็นเรือนเวลาสุดคลาสสิกของ TAG Heuer เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์หลากหลายสาขาที่ร่วมมือกันผลิตเรือนเวลาอันล้ำค่านั้นถือว่าเป็นผู้ร่วมสรรค์สร้างประวัติศาสตร์แห่งเรือนเวลาไปพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัยอีกด้วย

Related Post

เอกลักษณ์แห่งการดีไซน์นาฬิกาข้อมือจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่เคยเลือนหายไปจาก Tudor

Timeless Design 

ก่อนที่จะไปเริ่มต้นกับ Tudor Heritage Black Bay รุ่นใหม่ล่าสุดนั้น มารู้จักกับแบรนด์ Tudor (ทิวดอร์) สักเล็กน้อยว่าแรกๆ นั้นคอลเลกชั่นนาฬิกาที่มีให้เลือกก็ไม่หลากหลายเหมือนทุกวันนี้ ต้นตำรับสุดคลาสสิกของแบรนด์คือรุ่น Date-Day, Heritage Chronos 
และ Submariner ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีมูลค่าสูง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ Tudor แบรนด์น้องชายร่วมสายเลือดของ Rolex (โรเล็กซ์)  ในอดีตชิ้นส่วนบางชิ้นของ Tudor เช่น ตัวเรือน ฝาหลัง เม็ดมะยม และบานพับสาย ก็เป็นฝีมือการผลิตของ Rolex ทำให้ในปัจจุบันคนที่สะสม Rolex ก็ไม่พลาดที่จะเก็บ Tudor ควบคู่ไปด้วยเพราะบางรุ่นของ Tudor นั้นผลิตออกมาน้อยกว่า Rolex เสียอีก และ Tudor Submariner แต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเช่นเดียวกับ Rolex Submariner ยิ่งถ้าเรือนไหนมีหน้าปัดเป็น Gilt Dial’ หรือที่ภาษาบ้านๆ เรียกกันว่า ตัวอักษรบนหน้าเป็นสีทองอมเหลืองแล้วล่ะก็ ความหายากของนาฬิกาเรือนนั้นจะสูงเกินบรรยายเลยล่ะ

8ee623dc87bfad7d0c1140aeda28b146

ก็รู้จักความขลังและเรื่องราวส่วนหนึ่งของแบรนด์ Tudor ไปเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาพบกับ Tudor Heritage Black Bay ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร มีวัสดุตัวเรือนให้เลือก 2 แบบคือ สเตนเลสสตีล และสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำ ขอบตัวเรือนสามารถหมุนได้ มีสเกลบอกหลักนาทีอยู่บนขอบตัวเรือน หน้าปัดจะมีพื้นเป็นสีดำทุกรุ่น ส่วนตัวอักษรที่เป็นแบบ Gilt นั้นจะมีเฉพาะรุ่นสเตนเลสสตีลชอบฟิล์มสีดำและแดงเท่านั้น ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ ทุกรุ่นจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ MT 5602 จากโรงงาน Tudor เอง โดยคุณสามารถวางใจกับเครื่องรุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะได้รับ
การการันตีว่าผ่านมาตรฐานระดับโครโนมีเตอร์จากสถาบัน COSC มาแล้ว สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุดถึง 70 ชั่วโมง และดำน้ำได้ลึดสูงสุดที่ 200 เมตร สามารถเลือกสวมใส่ได้ทั้งสายสเตนเลสสตีลพร้อมบานพับหรือสายหนังที่ผ่านการฟอกมาให้เข้ากับตัวเรือน แต่ถ้าคุณอยากจะลองสวมใส่ให้วินเทจ ในกล่องจะมีสายผ้าแถมมาให้ก็ทดลองดูว่าจะเหมาะกับข้อมือคุณเพียงใด

และน้องชายที่ตามออกมาท้ายสุดของตระกูล Heritage Black Bay นั้นก็คือรุ่นที่ตัวเรือนผลิตจากวัสดุบรอนซ์ ตัวเรือนจะมีขนาด 43 มิลลิเมตร ซึ่งก็นับได้ว่า Tudor เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกา
ชั้นนำจากสวิสแบรนด์แรกๆ ที่ใช้วัสดุบรอนซ์เช่นกัน ขอบตัวเรือนสามารถหมุนได้ ผลิตจากวัสดุบรอนซ์พร้อมสเกลบอกนาทีบนขอบ ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม หน้าปัดสีน้ำตาลตัวอักษรแบบ ‘Gilt’ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกอัตโนมัติ MT5601 จากโรงงาน Tudor และได้รับการรับรองความแม่นยำจากสถาบัน COSC เช่นเดียวกับเครื่องรุ่น MT 5602 สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 70 ชั่วโมง ดำน้ำได้ลึกสูงสุด 200 เมตร ส่วนฝาหลังนั้นมองผ่านๆ คุณอาจจะคิดว่าเป็นวัสดุบรอนซ์แต่จริงๆ แล้วคือสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีบรอนซ์ สามารถเลือกสวมใส่ได้ทั้งสายหนังที่ผ่านการฟอกแบบวินเทจพร้อมบานพับวัสดุบรอนซ์ หรือสายผ้าสีน้ำตาลวินเทจที่เตรียมไว้
ให้ในกล่องก็เท่ไปอีกแบบ และหากถามว่าวัสดุบรอนซ์พิเศษตรงไหน คุณลองนึกถึงกางเกงยีนส์ผ้าดิบที่ไม่ผ่านการฟอก แล้วคุณก็ใส่ไปสักระยะหนึ่งอาจจะ 6 เดือน หรือ 1 ปี เฟดของกางเกงยีนส์ที่ขึ้นนั้นก็จะไม่ซ้ำกับใครเป็นหนึ่งในสเน่ห์ของยีนส์ผ้าดิบ วัสดุบรอนซ์ก็เช่นกันสีของตัวเรือนนั้นจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่คุณเจออาจจะเข้มขึ้นหรืออาจจะเป็นดวงๆ ก็แล้วแต่ว่าคุณจะลุยขนาดไหน แล้วคนที่เห็นจะคุณสวมนาฬิกาเรือนนี้ก็จะเข้าใจได้เลยว่า “นายมันขาลุยของจริงนี่นา”

m79230dk-0001_black_95760dk_det1_amb_xxl

และแน่นอนว่าหลายคนต้องสงสัยถึง
ที่มาที่ไปของเข็มทรงแปลกประหลาดที่มีชื่อเรียกว่า Snowflake และเม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่ตีตรา
ดอกกุหลาบไว้อย่างสวยงามว่ามาจากไหนแน่ๆ 
วันนี้เรามาพร้อมกับคำตอบสั้นๆ ง่ายๆ และเข้าใจแน่นอน เข็ม Snowflake นั้นคือดีเอ็นเอที่ถูก
ส่งตรงมาจากนาฬิการุ่นพิเศษที่ Tudor ผลิตให้กองทัพเรือฝรั่งเศสใช้ในช่วงปี ’70s ทำให้นาฬิกา Tudor วินเทจรุ่นนั้นเป็นหนึ่งในของสะสมชิ้นโปรดของคอลเลกเตอร์ทั่วโลก ส่วนเม็ดมะยมขนาดใหญ่นั้นก็ถ่ายทอดมาจากรุ่นพิมพ์นิยมรหัสตัวถัง 7924 ที่ผลิตออกมาเมื่อปีค.ศ. 1958 ซึ่งตอนนี้
ก็เป็นหนึ่งในรุ่นยอดฮิตเช่นกัน

tudor-heritage-watches-heritage-black-bay-bronze-watch-2016

Related Post

‘อีบิซ่า’ เกาะสวรรค์แห่งการปาร์ตี้ที่กระหึ่มด้วยเสียงเพลงตลอดคืน เราเชื่อว่านักท่องเที่ยวทุกคนใฝ่ฝันว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องไปเยือนแน่นอน

Road To IBIZA

IBIZA, SPAIN - MAY 29:  A plane flies over sun loungers on Playa D'En Bossa on May 29, 2007 in Ibiza, Spain. Ibiza remains one of the world's top holiday destinations for young people from around the world. For the last decade or so the island has been a mecca for clubbers with some of the bigger clubs drawing crowds of up to four thousand in peak season. The interior of the island remains a place of solitude and unspoilt natural beauty whilst coastal resorts cater for the masses of the package holiday industry  (Photo by Chris Jackson/Getty Images)

ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาลอปติมัม ไทยแลนด์ได้รับเชิญจาก TAG Heuer (แท็ก ฮอยเออร์) ไปร่วมงาน Global Launch เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Aquaracer Black Titanium ที่อีบิซ่า เกาะสวรรค์ของคนรักดนตรีและปาร์ตี้ที่คุณจะได้ตื่นเต้นและตาลุกวาวเหมือนกับเราตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินแน่ๆ เพราะก่อนที่เครื่องบินจะแตะรันเวย์นั้นคุณจะได้ชมทัศนียภาพของอีบิซ่าทั้งเกาะในมุมกว้างโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่อย่างใด เพราะระหว่างทางที่เครื่องบินมุ่งหน้าไปยังสนามบินนั้นคุณจะได้เห็นตั้งแต่อ่าวจอดเรือยอร์ชสำหรับปาร์ตี้ส่วนตัวของเหล่าเศรษฐี ชายหาดสีที่มีทรายสีขาวนวลและน้ำทะเลสีครามมองทะลุลงไปเห็นพื้นด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องเพ่ง แต่นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นสำหรับการเดินทางมาอีบิซ่าของเราครั้งนี้เท่านั้น

dsc01644_w1

เมื่อเราถึงสนามบินก็ต้องพบกับความอลังการของทุกเสาในสนามบิน เพราะมันถูกห่อหุ้มด้วยโฆษณานาฬิกา TAG Heuer หลากหลายรุ่น เรารู้ได้ทันทีที่เหยียบสนามบินเลยว่าจะต้องมีอะไรตื่นเต้นรอเราอยู่ที่นี่แน่ๆ พ้นจากประตูสนามบินมาก็สัมผัสได้ทันทีว่าอากาศที่อีบิซ่านั้นร้อนระอุถึง 36 องศาเซลเซียส ไม่ต่างอะไรกับเตาไมโครเวฟเลย แต่ก็ถือว่าชดเชยกันได้อย่างลงตัวกับสาวผมบลอนด์ที่สวยระดับนางแบบวิกตอเรียซีเคร็ตที่เดินขวักไขว่ไปมาเป็นเรื่องธรรมดาในชุดสบายๆ จนเราอยากจะมุ่งหน้าไปเก็บของที่โรงแรมแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดบางๆ พร้อมกางเกงขาสั้นเพื่อกระโดดลงทะเลในทันที แต่พอถึงโรงแรม Hard Rock Ibiza สถานที่พักพิงของเราในครั้งนี้นั้น ความคิดที่สนามบินก็เปลี่ยนไปในทันที 
เพราะปาร์ตี้ในสระน้ำของโรงแรมนั้นเริ่มตั้งแต่เที่ยงวันจนกระทั่ง 6 โมงเย็นโดยที่คุณไม่ต้องเดินไปไหนไกลจากห้องพัก หลังจากที่ปาร์ตี้ริมสระกันอย่างสนุกสนานก็ถึงเวลาที่จะอาบน้ำแต่งตัวรีเฟรชตัวเองให้พร้อมเพื่อที่จะไปพบกับ David Guetta (เดวิด เก็ตต้า) แบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ TAG Heuer ในปาร์ตี้ F*** Me I’m Famous ณ Pacha Ibiza ไนท์คลับที่ดังที่สุดในอีบิซ่า แต่ถ้าคุณได้เดินทางไปเยือนเกาะอีบิซ่า ไม่ต้องตกใจเพราะเวลาเที่ยวราตรีที่นี่นั้นแตกต่างกับที่อื่นโดยสิ้นเชิง ไนท์คลับจะเปิดเที่ยงคืนถึง 7 โมงเช้า แต่ก่อนหน้านั้นคุณจะต้องไปอุ่นเครื่องตามโรงแรมหรือบาร์ที่เปิดเวลา 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน นั่นหมายความว่าคุณจะเริ่มต้นเที่ยวได้ตอนที่พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า และเสร็จสิ้นเมื่อพระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นรับวันใหม่ และคืนแรกในการมาเยือนอีบิซ่าของเรานั้น เดวิด เก็ตต้าก็เริ่มเล่นตั้งแต่ช่วงตี 3 และก็ไม่ผิดหวังด้วยดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์เอกลักษณ์ของเขาที่ขับเคลื่อนให้นักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในคลับนั้นต้องเต้นตามและระเบิดความมันกันแบบเต็มที่ และตามสเตจที่เล่นระดับขึ้นมารอบๆ คลับจะมีสาวสวยในชุดวาบหวิวที่คุณสามารถมองเธอเต้นได้โดยเธอจะไม่ว่าคุณสักคำ

dsc01538_w1

วันที่สองของเรานั้นมีนาฬิกาปลุกชนิดพิเศษนั่นก็คือเสียงเพลงจากปาร์ตี้ริมสระน้ำที่ลอยเข้ามากระแทกแก้วหูจนต้องตื่นเองแบบอัตโนมัติ ทำให้เราต้องรีเฟรชตัวเองและหาอาหารมื้อรวบรัดที่มัดรวมเอามื้อเช้าที่ได้ผ่านไปแล้วและมื้อกลางวันที่มาถึงพอดีเข้าด้วยกันพร้อมกับชมวิวหาดทรายสีขาวน้ำทะเลสีฟ้าที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนเช่นกัน จากนั้นก็ถึงเวลาที่จะต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยกันสักนิด เพราะนี่คือเป้าหมายสำคัญในการเดินทางมาอีบิซ่าครั้งนี้เพื่อร่วมงานเปิดตัว TAG Heuer Aquaracer Black Titanium ที่จัดขึ้นในวิลล่าตากอากาศส่วนตัวและพบกับสองแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านดนตรีอย่าง Martin Garrix (มาร์ติน แกร์ริกซ์) และ David Guetta (เดวิด เก็ตต้า) และเราก็ได้รับโอกาสพิเศษให้สัมภาษณ์ Jean-Claude Biver (ฌ็อง-คล็อด บีเวอร์) ซีอีโอของ TAG Heuer และตัวเดวิด เก็ตต้าด้วย

dsc08387_w1

ทำไมถึงเลือกมาร์ติน แกร์ริกซ์และเดวิด เก็ตต้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

เพราะว่าทั้งคู่คือตัวแทนของ TAG Heuer ที่ตรงกับคอนเซ็ปต์ “Don’t Crack Under Pressure” พวกเขาคือคนที่เชื่อมเด็กรุ่นใหม่เข้ากับ TAG Heuer ผ่านการแสดงตัวตนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ได้เข้าใจว่าอะไรคือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาและของ TAG Heuer

คุณเข้ามาบริหาร TAG Heuer แล้วจะเปลี่ยนแปลงแบรนด์เยอะแค่ไหน

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเยอะแยะ เพราะ TAG Heuer นั้นมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ชัดเจนอยู่แล้ว และนาฬิกาแต่ละรุ่นนั้นก็มีเรื่องราวในตำนานของตัวเองโดยที่เราไม่ต้องเพิ่มอะไรเข้าไปใหม่เลย

ใครๆ ก็บอกว่าคุณเป็นมือทองในการปั้นแบรนด์นาฬิกา แล้วจับแบรนด์ไหนก็สำเร็จไปทุกแบรนด์จริงไหม

ผมก็ไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่ถ้ามันเป็นไปได้ก็คงดี แต่ผมเชื่อว่าทุกแบรนด์นั้นมีวิธีการทำการตลาดที่แตกต่างกัน เราต้องเอาลูกเล่นและเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้นออกมาให้ได้ และต้องถูกกลุ่มเป้าหมาย แต่ตอนนี้ผมได้ทำให้แบรนด์ที่เคยผ่านมือของผมไปนั้นสำเร็จมาแล้ว ผมก็ยังคงอยากจะให้เป็นอย่างนั้น

รู้สึกอย่างไรกับการที่ได้มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ TAG Heuer

เป็นอะไรที่วิเศษมาก เพราะ TAG Heuer ก็เป็นเหมือนตัวตนของผม มีนาฬิกาหลายรุ่นที่ผมชอบมาก และผมก็รู้สึกยินดีมากที่ได้ทำงาน กับฌ็อง-คล็อด บีเวอร์ เขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ดีมาก ทำงานกับเขาผมรู้สึกสนุกมากเลย

นาฬิกา TAG Heuer รุ่นไหนที่คุณชอบมากที่สุด

ผมชอบอยู่สองรุ่นนะ รุ่นแรกคือ Carrera Calibre Heuer 01 เป็นรุ่นที่ผมชอบมาก ดีไซน์มันสวยและสปอร์ตโดนใจ ผมเพิ่งขอฌ็อง-คล็อดไป แต่ของขายหมดเกลี้ยงผมเองก็ยังไม่มีใส่เหมือนกัน (หัวเราะ) และอีกรุ่นคือ Monaco มันน่าหลงใหลมากทั้งประวัติอันยาวนานและดีไซน์ของตัวเรือนที่มีเอกลักษณ์

คิดอย่างไรกับทิศทางของดนตรี EDM ที่กำลังเปลี่ยนไป คุณคิดว่าจะเปลี่ยนแนวเพลงไหม

มันก็เป็นเรื่องปกตินะ ดนตรีก็จะหมุนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จริงๆ ผมเองก็มีดนตรีแนวอื่นที่ชอบแถมมันก็ไม่ใช่แนวอิเล็กทรอนิกส์ด้วย แต่ทำอย่างไรได้แฟนๆ อยากจะฟังเพลงแดนซ์ และพวกเขาก็อยากให้ผมเล่นให้ฟัง แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่า EDM ตอนนี้มันก็คงช้าลงบ้าง เร็วขึ้นบ้างตามจังหวะเวลาของมัน

_rcz8511_w1

หลังจบจากสัมภาษณ์ซีอีโอและดีเจชื่อก้องโลก ก็ถึงคิวที่มาร์ติน แกร์ริกซ์และเดวิด เก็ตต้าจะไปร่วมเตะฟุตบอลกับอดีตนักฟุตบอลชื่อดังของลาลีกาลีกประกอบไปด้วย Albert Luque (อัลเบิร์ต ลูเก้), Michel Salgado (มิเชล ซัลกาโด้), Joan Capdevila (โจน แคปเดวิญา), Aitor Ocio (ไอตอร์ โอซิโอ), Fernando Morientes (เฟอร์นันโด มอริเอนเตส), Fernando Sanz (เฟอร์นันโด แซงส์), Gaizka Mendieta (ไกซ์กา เมนเดียตต้า) และ Marcos Senna (มาร์กอส เซนน่า) เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ TAG Heuer เพิ่งจะเข้าเป็น Official Timekeeper ของลาลีกา ลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศสเปนฤดูกาล 2016/2017 อย่างเป็นทางการ ฌ็อง-คล็อด บีเวอร์ให้เกียรติรับหน้าที่เป็นท่านเปาตัดสินการแข่งขันด้วยตัวเอง หลังจากผู้เล่นทั้งสองฝั่งได้โชว์ทักษะที่ไม่ได้เห็นกันมานาน แต่ผลออกมาสองทีมเสมอกันจึงต้องตัดสินกันด้วยการเตะลูกฟุตบอลเข้าไปที่แผ่นกระดาน Carrera Calibre Heuer 01 Chronograph เพื่อวัดผลการตัดสิน ก่อนจะปิดฉากงานเปิดตัวด้วยดนตรี EDM สุดฮ็อตจากมาร์ติน แกร์ริกซ์ให้แขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ได้ร่วมสังสรรค์ พร้อมปาร์ตี้ค็อกเทลกันแบบเต็มที่ และที่จะลืมไม่ได้เลยคือชีสสุดพิเศษจากฌ็อง-คล็อด บีเวอร์ที่นำมาให้แขกทุกท่านได้ร่วมลิ้มลองกันโดยเฉพาะ

_rcz9542_w1

ค่ำคืนสุดท้ายเราส่งท้ายด้วยการไปปาร์ตี้ที่โรงแรม Ushuaia Ibiza ใจกลางของโรงแรมนั้นจะเป็นไนท์คลับแบบเปิดโล่ง ซึ่งคิว
ของมาร์ติน แกร์ริกซ์นั้นจะเริ่ม 4 ทุ่ม ทำให้เราได้วอร์มอัพกับ
ดีเจ Marshmello ที่แต่งกายมาในชุดมาร์ชเมลโลว์มาตามชื่อกันไปพลางๆ ก่อนและช่วงใกล้ที่จะจบนั้นเราก็รู้สึกได้ว่าคนในคลับนั้น
เริ่มแน่นมากขึ้น ทุกคนมาเพื่อดูมาร์ติน แกร์ริกซ์โดยเฉพาะ และ
เมื่อเขาปรากฏตัว ทุกคนก็พร้อมที่จะระเบิดความมันไปพร้อมกับเขา 
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาปาร์ตี้นั้นก็อย่างถึก เพราะหลังจากงานจบพวกเขายังสามารถไปต่อที่อื่นกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ มันช่างเข้ากับคอนเซ็ปต์ #DontCrackUnderPressure ตามสไตล์ TAG Heuer จริงๆ ซึ่งทำให้เรารู้แล้วเข้าใจเลยว่าหนึ่งในตัวตนของ TAG Heuer 
ที่ฌ็อง-คล็อด บีเวอร์ต้องการจะสื่อให้แฟนๆ นาฬิกาของเขาได้รู้นั้นคืออะไร และเราก็แนะนำว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตคุณน่าจะลองบินลัดฟ้าข้ามประเทศมาปาร์ตี้ที่อีบิซ่าดูสักครั้ง จะได้รู้ว่าอะไรคือตัวตนของ TAG Heuer และรู้ว่าเหตุใดอีบิซ่าจึงเป็นสวรรค์แห่งการปาร์ตี้ที่ทุกคนใฝ่ฝัน

_mg_3965_w1

Related Post

10 เรือนเวลาสุดหรูกับสวนขวดที่เข้ากันได้อย่างลงตัวให้คุณชื่นชมได้ไม่มีเบื่อ

Great Expectations

ด้วยวิวัฒนาการอันล้ำสมัย บวกกับไอเดียสร้างสรรค์และเสน่ห์แห่งความเขียวขจีของพงไพร
ได้ถูกนำจับมาใส่ในโหลแก้ว กลายเป็นเทอร์ราเรียม สวนสวยในขวดโหลให้คุณชื่นชมได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้อง

ออกเดินทางไกลไปไหน เฉกเช่นกับความสลับซับซ้อนของเทคโนโลยีแห่งเรือนเวลา

l_oh_110999r

L.U.Chopard XP Skeletec

Ref.161936-5001

วัสดุตัวเรือน: โรสโกลด์

เครื่อง: อัตโนมัติ 96.17-S

ฟังก์ชั่น: บอกเวลา

สำรองพลังงาน: 65 ชั่วโมง

แหวนโลหะทองเหลืองรมดำ
ตราสัญลักษณ์งูไขว้และ
แหวนทองเหลืองวงเกลี้ยง 
ทั้งหมดจาก Gucci

l_oh_110954r

Bvlgari Bvlgari Roma Finissimo Tourbillon

Ref.102362

วัสดุตัวเรือน: โรสโกลด์

เครื่อง: ไขลาน BVL 268

ฟังก์ชั่น: บอกเวลาและตูร์บิญง

สำรองพลังงาน: 55 ชั่วโมง

คัฟลิ้งค์หินอ่อนตกแต่งโลหะจาก Dior Homme

l_oh_111012r

Hermes Heure H Quartz

Ref. W036842WW00

วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีลชุบทอง

เครื่อง: ควอตช์จาก
สวิตเซอร์แลนด์

ฟังก์ชั่น: บอกเวลา

สำรองพลังงาน: จนกว่า
แบตเตอรีจะหมด

เข็มกลัดหนังจระเข้และหนังวัว ทั้งหมดจาก Hermes

l_oh_110942r

Panerai Submersible

Ref. PAM00024

วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีล

เครื่อง: อัตโนมัติ Panerai OP III

ฟังก์ชั่น: บอกวันที่

สำรองพลังงาน: 42 ชั่วโมง

คัฟลิ้งค์โลหะรมดำ
และแหวนสลักลายเข้าชุด 
ทั้งหมดจาก 
Bottega Veneta

l_oh_111063r

Graham Swordfish Grillo GMT Alarm

Ref.2SWASGMT.B01A.K06B

วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีล

เครื่อง: อัตโนมัติ G1711

ฟังก์ชั่น: บอกวันที่ ปลุกและ GMT

สำรองพลังงาน: 42 ชั่วโมง

สร้อยคอโลหะสลักลวดลาย
พร้อมจี้ตราสัญลักษณ์เขี้ยวเสือ จาก John Varvatos

l_oh_110985r

Piaget Altiplano

Ref.G0A40109

วัสดุตัวเรือน: ไวท์โกลด์

เครื่อง: อัตโนมัติ 534P

ฟังก์ชั่น: บอกเวลา

สำรองพลังงาน: 42 ชั่วโมง

คัฟลิ้งค์โลหะประทับ
ตราสัญลักษณ์ CD จาก 
Dior Homme

l_oh_111045r

Franck Muller Heart

คอลเลกชั่น Heart

วัสดุตัวเรือน: โรสโกลด์

เครื่อง: ควอตช์

ฟังก์ชั่น: บอกเวลา

สำรองพลังงาน: จนกว่าแบตเตอรีจะหมด

สร้อยข้อมือลูกปัดหินจาก John Varvatos

l_oh_110962r

IWC Davinci Chronograph

Ref. IW376421

วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีล

เครื่อง: อัตโนมัติ Caliber 89361

ฟังก์ชั่น: บอกวันที่ โครโนกราฟจับเวลาแบบ Flyback

สำรองพลังงาน: 68 ชั่วโมง

คัฟลิ้งค์ตราสัญลักษณ์
หัวกะโหลกประดับพลอยสี 
จาก John Varvatos

l_oh_111031r

Gamin Fenix3

Ref 010-01338-63

วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขอบตัวเรือนสีโรสโกลด์

เครื่อง: ควอตช์ พร้อม
แบตเตอรีลิเธียมไออน

ฟังก์ชั่น: แอพพลิเคชั่น
สำหรับการอกกำลังกาย
โดยเฉพาะ GPS และรองรับ
การเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน

สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง
จนกว่าแบตเตอรีจะหมด

สร้อยลูกปัดหินพร้อม
จี้สัญลักษณ์ขนนก 
จาก John Varvatos

l_oh_111035r

Ferrari Aerodinamico 

Ref. 830203

วัสดุตัวเรือน: สเตนเลสสตีลเคลือบดำ

เครื่อง: ควอตช์

ฟังก์ชั่น: บอกเวลา และวันที่

สำรองพลังงาน: จนกว่าแบตเตอรีจะหมด

คลิปหนีบเนคไทโลหะ
ตราสัณลักษณ์หัวม้า 
จาก Hermes

Special Thanks: Garden Recipe by Hummingbird Studio @Mahatun Plaza FB: Garden Recipe

Related Post

TAG Heuer จัดเต็มเปิดตัวนาฬิกา รุ่น Aquaracer Black Titanium กันที่เกาะอีบิซ่าแหล่งกำเนิดเพลงอีดีเอ็ม

เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา TAG Heuer ได้จัดงาน Global Launch เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Aquaracer Black Titanium ในวิลล่าส่วนตัวสุดหรู ณ เกาะอีบิซ่า ซึ่งก็มีเหล่าเซเลบริตี้และแบรนด์แอมบาสเดอร์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันเพียบ นำทีมโดย 2 ดีเจชื่อดังอย่าง David Guetta และ Martin Garrix ที่เป็นคีย์แมนของงานครั้งนี้

ทาง Jean-Claude Biver ซีอีโอของแบรนด์ก็ได้เปิดงานอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส และได้ร่วมพูดคุยกับ David Guetta และ Martin Garrix แบรนด์แอมบาสเดอร์ทั้ง 2 คนถึงเรื่องราวความผูกพันระหว่างพวกเขากับ TAG Heuer และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Jean-Claude Biver เลือกทั้งสองคนเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งเป็นเพราะว่า ทั้งคู่คือตัวแทนของ TAG Heuer ที่ตรงกับตอนเซ็ปต์ “Don’t Crack Under Pressure” พวกเขาคือคนที่เชื่อมเด็กรุ่นใหม่เข้ากับ TAG Heuer ผ่านการแสดงตัวตนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ได้เข้าใจว่าอะไรคือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาและของ TAG Heuer
 4
ภายในงาน TAG Heuer ยังได้เปิดตัวเรื่องการเข้าเป็น Official Timekeeper ของบอลลาลีกา ประเทศสเปน ฤดูกาล 2016/2017 อย่างเป็นทางการด้วยการขนทัพนักเตะในตำนานลาลีกา หรือลีกสูงสุดของสเปนอย่าง Albert Luque, Michel Salgado, Joan Capdevila, Aitor Ocio, Fernando Morientes, Gaizka Mendieta และ Marcos Senna มาร่วมเตะฟุตบอลโดยมี David Guetta และ Martin Garrix เป็นผู้รักษาประตู ส่วน Jean-Claude Biver ให้เกียรติรับหน้าที่เป็นท่านเปาตัดสินการแข่งขันด้วยตัวเอง หลังจากผู้เล่นทั้งสองฝั่งได้โชว์ทักษะที่ไม่ได้เห็นกันมานาน แต่ผลออกมาสองทีมเสมอกันจึงต้องตัดสินกันด้วยการเตะลูกฟุตบอลเข้าไปที่แผ่นกระดาน Carrera Heuer 01 Chronograph เพื่อวัดผลการตัดสิน

ก่อนจะปิดฉากงาน Global Launch ด้วยดนตรี EDM สุดฮ็อตจาก Martin Garrix ให้แขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ได้ร่วมสังสรรค์ พร้อมปาร์ตี้ค็อกเทลกันแบบเต็มที่ และที่จะลืมไม่ได้เลยคือชีสสุดพิเศษจาก Jean-Claude Biver ได้นำมาให้แขกทุกท่านได้ร่วมลิ้มลองกันโดยเฉพาะ

Content by Poramin T.

Related Post

เชื่อมต่อนาฬิกาเรือนโปรดสู่ไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัดกับ TAG Heuer Connected

TIME AND TIDE WAIT FOR NO MAN 

กระแสกาลเวลาที่แปรเปลี่ยน ไม่ได้ต่างจากคลื่นมหาสมุทรที่พัดผ่านอย่างไม่เคยรีรอ ในปัจจุบันวงการนาฬิกาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมากจนสามารถก้าวขึ้นเทียบเคียงวงการโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเลยทีเดียว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเรือนเวลาสัญชาติสวิสอย่าง TAG Heuer (แท็ค ฮอยเออร์) จะรังสรรค์เรือนเวลาแห่งศตวรรตที่ 21 ขึ้นมาฟาดฟันกับเหล่าสมาร์ทวอทช์ในตลาดตอนนี้

TAG Heuer สร้างเสียงฮือฮาอย่างน่าตกตะลึงในงาน BaselWorld 2016 (บาเซลเวิลด์ 2016) ที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ไฮเอนเรือนแรกของแบรนด์ ที่ผลิตออกจำหน่ายเพียงหนึ่งพันเรือนเท่านั้น ซึ่งคือรุ่น Connected ที่มาพร้อมตัวเรือนแบบฉบับของ TAG Heuer ดูหรูหราและคลาสสิคมีลักษณะภายนอกคล้ายนาฬิกาเครื่องกลทั่วไป สร้างตัวเรือนด้วยวัสดุที่คงทนอย่าง ไทเทเนียมเกรด 2 มีหน้าจอแสดงผล LED ขนาด 1.5 นิ้ว บนตัวเรือนขนาด 46 มิลลิเมตร ซึ่งนอกจากระบบสัมผัสด้วยนิ้วแล้ว ยังรับคำสั่งด้วยเสียงได้อีกด้วย ตัวเรือนมาพร้อมความบางที่ 12.8 มิลลิเมตร สามารรองรับระบบ Android ได้อย่างดีเยี่ยมและยังปรับกลับมาใช้เป็นหน้าปัดนาฬิกาแบบเดิมได้ ระบบประมวลผลอินเทลอะตอม ที่มีทั้งแอปพลิเคชันเพื่อการฟังเพลง ออกกำลังกาย แผนที่นำทางด้วยกูเกิ้ล แม็ปส์ แสดงสภาพอากาศ และปฏิทินงาน ด้วยขนาดความจุ 4 GB มาพร้อมสายรัดข้อมือที่ใช้วัสดุยางเพื่อความเบาสบาย มีทั้งสีเขียว ส้ม แดง ขาว และเหลือง โดยตั้งราคาไว้ที่ประมาณ 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 53,000 บาท แน่นอนว่าสมาร์ทวอทช์สัญชาติสวิสเรือนนี้ต้องเป็นเรือนเวลาที่น่าจับจ้องที่สุด และหากท่านผู้อ่านมีโอกาสคว้ามาประดับข้อมือ เราขอแนะนำว่าอย่าพลาดเชียวล่ะ


TEXT : Suwicha Sangkayoolakul

Related Post

Drive de Cartier อีกหนึ่งคอลเลกชั่นนาฬิกาที่แฝงเอาไว้ด้วยความงดงามแต่เรียบหรู

Elegant Stylish

37689

แฟนๆ นาฬิกาคาร์เทียร์หลายท่านคงจะค่อนข้างผูกใจไว้กับ Santos 100 จากคอลเลกชั่น Santos de Cartier เสียส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้วคอลเลกชั่นนาฬิกาสำหรับผู้ชายจากแบรนด์ Cartier นั้นมีรุ่น Drive de Cartier ที่น่าสนใจไม่แพ้ Santos 100 เลย แม้รูปทรงตัวเรือนจะแตกต่างกันดั่งถนนคนละสายแต่มีสไตล์ที่คล้ายคลึงกัน สำหรับ Santos de Cartier นั้นตวเรือนจะมีรู้ร่างค่อนข้างเหลี่ยมแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราและความสปอร์ต ส่วนรุ่น Drive de Cartier นั้นตัวเรือนจะมีความโค้งมนกว่าหรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Cushion-Shaped หรือทรงเบาะนั่นเอง ตัวเรือนของรุ่น Drive de Catier นั่นจะให้ความรู้สึกที่หรูหราและงดงาม

37687

คอลเลกชั่น Drive de Cartier จะใช้วัสดุตัวเรือนเป็นโรสโกลด์หรือสเตนเลสสตีลด้านข้างขัดลายซาติน หน้าปัดที่สลักลายกิโยเช่นั้นได้รับแรงบันดาลใจคล้ายกับการออกแบบกระจังหน้ารถยนต์จะมีให้เลือกทั้งสีดำ เทาและขาว หลักชั่วโมงใช้ตัวเลขสไตล์โรมัน เข็มนาฬิกาจะเป็นทรงดาบ ฝาหลังนั้นจะใช้กระจกซัฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับเครื่องตระกุล 1904 MC จากโรงงาน Cartier เครื่องรุ่นนี้จะแบ่งย่อยออกไปเป็น 2 รุ่นคือ 1904-PS MC ที่แสดง ชั่วโมง นาที วินาทีวงเล็ก และ 1904-FU MC ที่แสดงชั่วโมง นาที วินาทีวงเล็ก มาพร้อมฟังก์ชั่น GMT (แสดงเวลาต่างถิ่นหรือโซนเวลาที่สอง) บอกกลางวัน/กลางคืน แสดงผลวันที่ขนาดใหญ่ แต่หากทั้งสองรุ่นนี้ฟังก์ชั่นยังไม่ถูกใจคุณก็สามารถเลือกรุ่นที่เป็น Fine Watchmaking ซึ่งรุ่นนี้ใช้เครื่อง 9452 MC จะติดตั้งกลไก Flying Tourbillon เพื่อเพิ่มความเที่ยงตรงในการเดินมาให้คุณแล้ว และได้รับการรับโดยประกาศนียบัตร Poinçon de Genève ให้คุณได้อุ่นใจกับคุณภาพแบบคับแก้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือความน่าสนใจและคุณสมบัตที่สำคัญของเรือนนี้ และเราก็เชื่อว่าหากคุณเป็นแฟนนาฬิกา Cartier คงจะพอแบ่งใจจาก Santos 100 มาให้ Drive de Cartier ไปเข้าคอลเลกชั่นของคุณแน่

Content by Poramin Thongkong

Related Post