Seiko Prospex Zimbe Limited Edition

ท้องทะเลจะสวยงามได้นั้นจะต้องเปี่ยมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง และในคอลเลคชั่น Zimbe ฉลามวาฬลำดับที่ 10 นั้น เราได้นำแรงเอาบันดาลใจในการออกแบบหน้าปัดที่มีลายแพทเทิร์นอันสวยงามนี้มาจากลวดลายของกระดองเต่าทะเลซึ่งเต่าทะเลนั้นก็เปรียบดั่งอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์แห่งท้องทะเลเช่นกัน

หากสังเกตบนพื้นหน้าปัดนั้นจะพบกับแพทเทิร์นลวดลายสวยงามที่เป็นลายหกเหลี่ยมกระจายแผ่ออกจากตรงกลาง โดยในประเทศไทยนั้นมีเต่าด้วยกันอยู่หลากหลายชนิด แต่ชนิดที่พบได้บ่อยในเมืองไทยคือเต่าตนุ หรืออีกชื่อที่สากลเรียกกันคือเต่าเขียว ซึ่งกระดองนั้นจะมีสีเขียวและสีดำปะปนกันอยู่ ในปัจจุบันนั้นก็จำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ ลำดับที่สองก็คือเต่ากระหรือที่สากลเรียกกันว่าเต่าปากเหยี่ยว เป็นเต่าที่มีกระดองเป็นสีดำตัดกับสีเหลือง ปากของเต่าชนิดนี้นั้นจะคล้ายปากของเหยี่ยว ซึ่งในปัจจุบันพบเจอได้น้อยกว่าเต่าตนุหลายเท่าเลยทีเดียว

สิ่งที่ ไซโก ประเทศไทย ต้องการจะสื่อผ่านไปในนาฬิการุ่นพิเศษในรุ่น Zimbe No.10 ทั้งสองสีนี้ ก็คือการช่วยกันรักษาความสวยงาม สมบูรณ์ของท้องทะเลไทย ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมทิ้งขยะรวมถึงลดการใช้พลาสติกเพื่อลดอัตราการทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลรวมถึงสัตว์ทะเลที่นับวันยิ่งสูยหายและลดจำนวนลงทั้งจากสภาพแวดล้อมและการกระทำของมนุษย์

และนี่เองจึงเป็นที่มาของแรงบันดาลใจสู่นาฬิกา Seiko Prospex Zimbe Limited Edition ลำดับที่ 10 โดยมี 2 สีให้ลือก รุ่น SRPD17K หน้าปัดจะเป็นสีเขียวพิมพ์ลายแพทเทิร์นแบบพิเศษ สเกลสำหรับดำน้ำจะเป็นสีเขียวตัดกับสีดำ และรุ่นSRPD19K เป็นสีเหลืองพิมพ์ลายแพทเทิร์นแบบพิเศษ สเกลสำหรับดำน้ำจะเป็นสีเหลืองตัดกับสีดำ ทั้งสองรุ่นนำเสนอบนตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.3 มิลลิเมตร หนา 13 มิลลิเมตร ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจก Hardlex พร้อมเลนส์ขยาย ขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ทิศทางเดียวพร้อมสเกลสำหรับดำน้ำ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องระบบอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 4R35 มีฟังก์ชั่นบอกวันที่บริเวณ 3 นาฬิกา สำรองพลังงานได้นานสูงสุด 41 ชั่วโมง มีอัตราความแม่นยำที่ +45 ถึง +35 วินาทีต่อวัน ดำน้ำได้ลึกสูงสุด 200 เมตร สวมใส่ด้วยสายซิลิโคนพร้อมเข็มขัดสเตนเลสสตีล ทั้งสองรุ่นจะผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 999 เรือน ในประเทศไทยเท่านั้น  ทุกเรือนจะประทับหมายเลขประจำตัวเรือนเอาไว้ที่ฝาหลัง บรรจุเอาไว้ในกล่องพิเศษเฉพาะรุ่น โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายนาฬิกา คอลเลคชั่น Zimbe นั้น จะยังคงนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ทะเลไทย อย่างต่อเนื่องทุกปี

นาฬิกา Seiko Prospex Zimbe Limited Edition ลำดับที่ 10 เปิดจำหน่ายพร้อมกันที่เคาน์เตอร์ไซโกทุกสาขาในวันที่ 12 มีนาคม 2562 และที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่ 8 มีนาคม 2562 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-255-1245 ต่อ 888

Related Post

นาฬิกา ไบรทลิ่ง สามรุ่นใหม่ ร่วมรำลึกถึงตำนานแห่งการบิน : เคอร์ทิสส์ พี-40 วอร์ฮอว์ค

เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษ ที่ ไบรทลิ่ง (Breitling) ได้สร้างชื่อเสียงระดับโลกจากความเชื่อมโยงของแบรนด์กับโลกแห่งการบิน เช่นเดียวกับนาฬิกานักบินของตน และด้วยการเปิดตัวของนาฬิกาโครโนกราฟสองรุ่นใหม่ กับอีกหนึ่งนาฬิกาแสดงเวลาแบบสามเข็มเรียบง่าย เพื่อรำลึกถึงความสัมพันธ์ที่มีร่วมกับผู้ผลิตเครื่องบินระดับตำนาน อย่าง พี-40 วอร์ฮอว์ค (P-40 Warhawk) ไบรทลิ่ง ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าการบินนั้นยังคงเป็นส่วนสำคัญภายใน ดีเอ็นเอ (DNA) ของแบรนด์เสมอ

นาฬิกา ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Breitling Aviator 8 Curtiss Warhawk) สามรุ่นใหม่ได้มอบเกียรติให้กับ เคอร์ทิสส์ ไรท์ (Curtiss Wright) ผู้ผลิตเครื่องบินอเมริกันชื่อดัง และเคอร์ทิสส์ พี-40 วอร์ฮอว์ค เครื่องบินที่มีชื่อเสียงโด่งดังสูงสุดซึ่งถูกผลิตขึ้นในช่วงระหว่างปี 1938 ถึง 1944 โดยนาฬิกาโครโนกราฟสองรุ่นใหม่ ซึ่งรุ่นหนึ่งติดตั้งด้วยกลไก ไบรทลิ่ง แมนูแฟคเจอร์ คาลิเบอร์ 01 (Breitling Manufacture Caliber 01) ได้เปิดตัวแนะนำแล้วในวันนี้ พร้อมกับนาฬิกาแสดงเวลาแบบสามเข็มอันโดดเด่นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญ

จอร์จส เคิร์น (Georges Kern) ซีอีโอของไบรทลิ่ง ได้กล่าวว่า: “เคอร์ทิสส์ ไรท์ ผลิตเครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ไบรทลิ่ง และแผนกวิท เอวิเอชั่น (Huit Aviation Department) ของแบรนด์กำลังพัฒนาและสร้างสรรค์อุปกรณ์สำหรับติดตั้งบนเครื่องบินรุ่นต่างๆ ที่ใช้งานโดยกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) และกองกำลังอากาศอื่นๆ ด้วยสัมพันธภาพและนาฬิการุ่นใหม่อันยิ่งใหญ่เหล่านี้ เราจะได้ร่วมตอกย้ำอีกครั้งถึงความสำคัญของมรดกแห่งการบินของไบรทลิ่งที่มีต่อแบรนด์”

ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 บี01 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค

เอวิเอเตอร์ 8 บี01 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Aviator 8 B01 Chronograph 43 Curtiss Warhawk) โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวมิลิแทรีตกแต่งแบบด้าน ตัดกับบรรดาหน้าปัดย่อยสีเงิน ซึ่งเป็นหน้าปัดจับเวลาโครโนกราฟ 12 ชั่วโมง และ 30 นาที และหน้าปัดแสดงวินาทีเล็ก ที่บ่งบอกว่านาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนภายในโดย ไบรทลิ่ง แมนูแฟคเจอร์ คาลิเบอร์ 01 (Breitling Manufacture Caliber 01) กลไกจักรกลที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์เอง พร้อมกับศักยภาพของการสำรองพลังงานได้อย่างยาวนานถึงประมารณ 70 ชั่วโมง

นาฬิกาโครโนกราฟอันโดดเด่นนี้ยังติดตั้งด้วยขอบตัวเรือนปรับหมุนได้สองทาง บรรจุตัวเลขอารบิคและเครื่องหมายแสดงเวลาอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับตัวชี้สีแดงเด่นที่ช่วยให้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาที รวมถึงตัวเลขอารบิคบนหน้าปัดเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ทำให้ง่ายต่อการอ่านค่าเวลาได้ในทุกสภาวะแสง

นาฬิกาเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรโดย ซีโอเอสซี (COSC) รุ่นนี้มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43 มิลลิเมตร และประกอบคู่มากับสายสีเขียวมิลิแทรี พร้อมทั้งประสิทธิภาพของการกันน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 10 บาร์ (100 เมตร/330 ฟุต)

ขณะที่ฝาหลังสะดุดตาด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใส พิมพ์ประทับด้วยชื่อเคอร์ทิสส์ และภาพของเครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค กับงานออกแบบด้วยรูปปากฉลามและโครงสี ซึ่งได้มาจากเอกลักษณ์ภาพวาดที่เชื่อมโยงกับเครื่องบิน เมื่อครั้งขึ้นบินโดยกลุ่มอาสาสมัครอเมริกัน (American Volunteer Group) ของหน่วยเสือบิน หรือฟลายอิ้ง ไทเกอร์ (Flying Tigers) อันโด่งดังของกองทัพอากาศจีน (Chinese Air Force)

ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค

เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Aviator 8 Chronograph 43 Curtiss Warhawk) มาพร้อมหน้าปัดสีเขียวมิลิแทรีตกแต่งแบบด้าน และหน้าปัดย่อยแบบโทนออนโทน ทั้งหน้าปัดย่อยจับเวลาโครโนกราฟ 12 ชั่วโมง และ 30 นาที รวมถึงหน้าปัดแสดงวินาทีเล็ก ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาทีแบบชุบนิเกิลสีดำ เช่นเดียวกับตัวเลขอารบิคบนหน้าปัดล้วนเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา เพื่อช่วยให้สามารถดูเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาวะแสงอันท้าทายสูงสุด

ณ กลางหัวใจของนาฬิกา เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค คือการขับเคลื่อนของ ไบรทลิ่ง คาลิเบอร์ 13 (Breitling Caliber 13) กลไกจักรกลชื่อดังด้วยความเที่ยงตรงและสมรรถนะสูง โดยมอบการสำรองพลังงานได้นานประมาณ 42 ชั่วโมง

ขณะที่ฝาหลังอันโดดเด่นของนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นนี้ยังแกะสลักไว้ด้วยชื่อเคอร์ทิสส์ และภาพของเครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค พร้อมงานวาดเป็นรูปปากฉลาม ที่มอบภาพอันเปี่ยมด้วยพลัง ณ ตอนที่เครื่องบินลำนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยเสือบิน หรือฟลายอิ้ง ไทเกอร์ ชื่อดังของกองทัพอากาศจีน และขึ้นบินโดยเหล่านักบินอาสาสมัครอเมริกัน

นาฬิกาเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรโดย ซีโอเอสซี พร้อมด้วยประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 10 บาร์ (100เมตร/330ฟุต) รุ่นนี้นำเสนอคู่กับสายสีเขียวมิลิแทรี

ไบรทลิ่ง เอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก 41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค

เอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค (Aviator 8 Automatic 41 Curtiss Warhawk) ถ่ายทอดหน้าปัดสีเขียวมิลิแทรี ตกแต่งแบบด้าน และจับคู่มากับสายสีเขียวมิลิแทรีเดียวกัน โดยบรรจุบนหน้าปัดด้วยเข็มชั่วโมงและนาที รวมถึงตัวเลขอารบิคเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา เพื่อให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนสูงสุดในทุกสภาวะแสง ผสานเข้ากับขอบตัวเรือนปรับหมุนได้สองทางและตัวชี้สีแดงเด่น รวมถึงเข็มวินาทีกลางตกแต่งปลายด้วยสีแดง

ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีล เคลือบ ดีแอลซี (DLC) สุดทะมัดทะแมงนี้ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไก ไบรทลิ่ง คาลิเบอร์ 17 (Breitling Caliber 17) ซึ่งมอบการสำรองพลังงานได้ประมาณ 40 ชั่วโมง และเหมือนกับนาฬิกาไบรทลิ่งทุกเรือน ที่ความเที่ยงตรงของนาฬิการุ่นนี้รับประกันด้วยสถานะโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรโดย ซีโอเอสซี  ประกอบฝาหลังแกะสลักด้วยชื่อ เคอร์ทิสส์ และภาพของ เครื่องบิน พี-40 วอร์ฮอว์ค พร้อมด้วยงานวาดเป็นรูปปากฉลามอันเปี่ยมด้วยพลัง

เอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค เป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นที่จะดึงดูดใจผู้ซึ่งหลงใหลในประวัติศาสตร์แห่งการบิน และผู้ซึ่งชื่นชอบในหน้าปัดนาฬิกาสไตล์เรียบง่าย สะอาดตาสุดคลาสสิค

นาฬิกา เอวิเอเตอร์ 8 ของไบรทลิ่ง – มอบเกียรติแก่เหล่าตำนานแห่งการบินผู้ยิ่งใหญ่

ณ ช่วงเวลาที่บริษัท เคอร์ทิสส์  ไรท์ คอร์ปอเรชั่น (Curtiss Wright Corporation) กำลังผลิตเครื่องบินรบระดับตำนานขึ้นในยุค 1930s และ 1940s แผนก วิท เอวิเอเตอร์ ของไบรทลิ่ง ก็กำลังสร้างสรรค์นาฬิกาคล็อกบนเครื่องบินให้กับเหล่าผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำของโลกเช่นกัน

นาฬิกาสามรุ่นใหม่นี้ ทั้ง เอวิเอเตอร์ 8 บี01 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค, เอวิเอเตอร์ 8 โครโนกราฟ 43 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค และเอวิเอเตอร์ 8 ออโตเมติก41 เคอร์ทิสส์ วอร์ฮอว์ค จึงได้ร่วมสดุดีให้กับความสัมพันธ์ระหว่างสองนักบุกเบิกแห่งโลกการบินอย่างแท้จริง ด้วยการสร้างสรรค์พร้อมกับคุณสมบัติอันโดดเด่นต่างๆ ที่ชวนให้นึกถึงหนึ่งในนาฬิกานักบินยุคแรกๆ ของไบรทลิ่ง อย่าง หมายเลขอ้างอิง 768 (Reference 768) รุ่นต้นตำรับ ซึ่งประกอบด้วยขอบตัวเรือนปรับหมุนได้และตัวชี้ทรงสามเหลี่ยมโดดเด่น ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นรุ่นฮิตยอดนิยมในหมู่นักบินได้ทันที

นาฬิกา เอวิเอเตอร์ 8 ยังได้ร่วมสะท้อนถึงมรดกแห่งการบินอันน่าภาคภูมิใจของทั้งสองแบรนด์สำคัญ ที่แม้จะถ่ายทอดด้วยสไตล์เรโทรทันสมัย แต่ก็มั่นใจว่าผลงานเหล่านี้จะดึงดูดความสนใจของผู้คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในนาฬิกาได้อย่างแน่นอน

Related Post

Klasse 14 (คลาสส์ โฟร์ทีน) แฟชั่นแบรนด์น้องใหม่จากอิตาลี เปิดตัวนาฬิกา Volare Sky Collection

Klasse14 (คลาสส์ โฟร์ทีน) แฟชั่นแบรนด์น้องใหม่จากอิตาลี เปิดตัวนาฬิกา Volare Sky Collection (โวลาเร่ สกาย คอลเลคชั่น) ที่นำเสน่ห์แห่งสีสันของท้องฟ้าในแต่ละช่วงเวลาของวัน มาสร้างสรรค์ผ่านซิกเนเจอร์คอลเลคชั่นเด่นของแบรนด์ รุ่น Volare ที่มีความหมายว่าบินในภาษาอิตาเลี่ยน สื่อถึงดีไซน์คอนเซ็ปต์ของความเป็นอิสระ ด้วยหน้าปัดรูปทรง cone shape และปลายเข็มบอกเวลาหักขึ้นคล้ายปีกอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก การโบยบินบนท้องฟ้าของนกอินทรีย์ที่ทั้งสง่างามและโฉบเฉี่ยว ผลงานการออกแบบของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์หนุ่ม ชาวอิตาเลี่ยน มาริโอ้ โนบิเล่ (Mario Nobile)

Klasse14 Volare Sky Collection นำแรงบันดาลใจจากสีสันอันสดใสของท้องฟ้า มาดีไซน์ด้วยการไล่เฉดสีลงบนหน้าปัดและ  สายนาฬิกา มี 4 แบบตามสีสันของท้องฟ้าในแต่ละช่วงเวลาของวัน ให้ได้เลือกตามสไตล์ของแต่ละคน 

  • Dawn ความอบอุ่นในโทนสีของท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ
  • Midday ความสดใสในโทนสีฟ้าสุดคูลของท้องฟ้ายามเที่ยงวัน
  • Dusk ความนุ่มนวลของโทนฟ้าอมชมพูของท้องฟ้าก่อนพระอาทิตย์จะลับของฟ้า
  • Midnight ความลึกลับในโทนสีน้ำเงินเข้มของท้องฟ้ายามเที่ยงคืน

นอกจากความสร้างสรรค์ของนาฬิกาแล้ว คอลเลคชั่นนี้ยังมาในแพ็คเกจที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ พร้อมของขวัญ กำไลสี Sky Blue ดีไซน์สวยเก๋ ให้คุณได้สวมใส่แมทช์เข้ากับนาฬิกาในลุคสุดชิค

Related Post

ลองจินส์ เผยโฉมโมเดลใหม่จากคอลเลกชั่น HydroConquest นาฬิกาสปอร์ตยอดนิยม

ลองจินส์ เผยโฉมโมเดลใหม่จากคอลเลกชั่น HydroConquest นาฬิกาสปอร์ตยอดนิยมที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬาทางน้ำ กับหน้าปัดเฉดสีใหม่พิเศษด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกพร้อมเปิดตัวมาริโอ้ เมาเร่อในฐานะ เฟรนด์ออฟลองจินส์ ประเทศไทย

Longines (ลองจินส์) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ปราลี เพชรโรจน์ ไวซ์ เพรสซิเดนท์ (Vice President) ลองจินส์ ประเทศไทย ในเครือบริษัท เดอะ สวอทช์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเดอะ ลอนช์ ออฟ ไฮโดรคอนเควสต์ เซรามิก” (The Launch of HydroConquest Ceramic) เพื่อเปิดตัวโมเดลใหม่ในคอลเลกชั่น ไฮโดรคอนเควสต์ (HydroConquest) นาฬิกาสไตล์สปอร์ตที่หลอมรวมความเชี่ยวชาญในองค์ประกอบด้านเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัยที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬาทางน้ำ พร้อมหน้าปัดเฉดสีใหม่ พิเศษด้วยขอบตัวเรือนเซรามิกและกระจกหน้าปัดแซปไฟร์กันรอยขีดข่วน เดอะ คิวบ์ แอท เดอะ ริเวอร์ (The Cube at The River) เจริญนคร 13 ที่ได้รับการเนรมิตเสมือนอยู่ท่ามกลางโลกใต้น้ำอย่างยิ่งใหญ่

คอลเลกชั่น ไฮโดรคอนเควสต์ (HydroConquest) เป็นผลงานรุ่นไอคอนของลองจินส์ ที่ยังคงความสง่างามและสร้างเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ขณะเดียวกันก็สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่หลงใหลในกีฬาทางน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นด้วยมาตรฐานการสร้างสรรค์นาฬิกาทางน้ำเอาไว้ในหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร ขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียว ฝาหลังและเม็ดมะยมแบบขันเกลียว กระจกหน้าปัดแซปไฟร์กันรอยขีดข่วนพร้อมเคลือบป้องกันการสะท้อนแสง ตัวล็อคแบบพับสองชั้นเพื่อความปลอดภัยและตัวปรับขยายสำหรับการดำน้ำ (Diving Extension)

จุดเด่นของผลงานนาฬิกาโมเดลใหม่ล่าสุดในคอลเลกชั่นนี้คือ ขอบตัวเรือนบีเซล (Bezel) ทำจากเซรามิก ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยขอบตัวเรือนบีเซลนี้จะมีสีเดียวกันกับหน้าปัดนาฬิกา ก่อให้เกิดเป็นผลงานดีไซน์สไตล์สปอร์ตและมีความทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในส่วนของเข็มนาฬิกาและมาร์กเกอร์ต่างๆ บนหน้าปัดได้รับการเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นตัดกับสีของหน้าปัดนาฬิกาที่มาใน 3 สีอย่าง สีเทา, สีดำ และสีน้ำเงิน อีกทั้งสายรัดข้อมือก็ได้รับการออกแบบให้สวมใส่สบายยิ่งขึ้น ทั้งสายสแตนเลสสตีลเป็นแบบขัดเงาและขัดด้านในสไตล์สปอร์ต โดยภายในคอลเลกชั่นนี้มีทั้งตัวเรือนขนาด 41 มม. และ 43 มม. แสดงเวลาแบบสามเข็มพร้อมปฏิทิน และฟังก์ชั่นโครโนกราฟจับเวลา ที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานและสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว

ภายในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองคอลเลกชั่น ไฮโดรคอนเควสต์ เซรามิก เริ่มต้นขึ้นด้วยการเปิดตัว เฟรนด์ออฟลองจินส์ ประเทศไทย คนล่าสุด มาริโอ้ เมาเร่ออย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยนักแสดงหนุ่มแถวหน้าของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จคนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์หรูหราคลาสสิกตามแบบฉบับของลองจินส์อย่างแท้จริง นอกจากนี้บรรดาแขกผู้มีเกียรติยังได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงจาก ดีเจ SKA และดีเจ Jay Sarayu ที่มาสร้างความสนุกสานให้ตลอดทั้งคืน และอีกหนึ่งความพิเศษของปาร์ตี้คือ เครื่องดื่มที่ได้ Worldclass DMHT มารังสรรค์ให้เฉพาะลองจินส์เท่านั้น

 

 

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้แถวหน้าและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาสไตล์สปอร์ตมาร่วมปาร์ตี้กันอย่างคับคั่ง อาทิ ญาณินท์ วีระไวทยะ, กรัชเพชร อิสสระ, พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์, ทองเทพ เทพกาญจนา, ธฤต ภูวนัตตรัย, ทัตวร สุกัณศีล, พริษฐ์ จิตตโรภาส, ปรีดากร เมธเกรียงชัย, พอล สิริสันต์, วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์, วสุวัส คูหาเปรมกิจ และ อรรถรส ลิปตพัลลภ โดยมี อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ รับหน้าที่พิธีกร

คุณสามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาในคอลเลกชั่น HydroConquest ได้แล้วที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.longines.co.th และ www.facebook.com/LonginesThailand

Related Post

ไอเทมคู่ใจที่ผู้ชายทุกคนควรมี

ค้นพบสไตล์ที่ใช่กับนาฬิกา Timex Collection 2018 ไอเทมคู่ใจที่ผู้ชายทุกคนควรมี!!

Timex Easy Reader® Signature Edition

นาฬิกา Timex แบรนด์ฮิตตลอดกาลจากอเมริกา กลับมาคราวนี้ด้วยลุคใหม่ เอาใจสายแฟชั่นมากขึ้น  เปิดซีซั่นแบบอุ่นเครื่องเบาๆ ด้วย Timex® Easy Reader Collection ต้อนรับสปริง/ซัมเมอร์ 2018 ด้วยเทรนด์มินิมอลสายหนังคลาสสิกที่ยังคงฮิตอยู่ในกระแสแบบต่อเนื่อง มาพร้อมด้วยนวัตกรรมหนึ่งเดียวของโลกเฉพาะที่ Timex เท่านั้น กับ INDIGLO® Night-Light สำหรับอ่านค่าตอนกลางคืนอย่างแม่นยำ สำหรับใครที่ชอบความเรียบง่าย แค่แมทช์กับเชิ้ตขาวตัวเดียวก็เอาอยู่แล้ว

 

Expedition® MK1 Aluminum Chronograph

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า Expedition® MK1 เป็นคอลเลกชันยอดฮิตตลอดกาลของเรา โดยครั้งนี้เรากลับมาพร้อมความเท่ และล้ำมากกว่าเดิมด้วยหน้าปัดโครโนกราฟและตัวเรือนอลูมิเนียมที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง แต่มีขนาดเบา ทำให้เหมาะกับการสวมใส่ติดตัวในทุกๆวัน  มาพร้อมสายไนลอนที่มีความยืดหยุ่นได้ดี และทนทานแบบสุดๆ มีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ดำ น้ำเงิน และเขียว  ใครชอบสีไหนเลือกสีที่ใช่แล้วพร้อมลุยได้เลย!

ใครที่สนใจ Show Now! ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Watch Else Shop ทุกสาขา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือ Official Online Store: Line @WatchElseShop  /  www.facebook.com/timex thailand

Related Post

TOURBILLON DAY บริเกต์เดย์ อัจฉริยะแห่งวงการนาฬิกาผู้คิดค้นระบบ ”ตูร์บิยอง”

TOURBILLON DAY

วันนี้เป็นวันครบรอบ 217 ปีของการคิดค้นระบบ Tourbillon สำหรับนาฬิกา เป็นผลงานการคิดค้นระบบกลไกนาฬิกาที่ซับซ้อน ซึ่งอับราฮัม – หลุยส์ บริเกต์ ได้สร้างสรรค์ไว้ให้แก่วงการนาฬิกา บริเกต์ ได้จดทะเบียนเป็นลิขสิทธิ์ ” ตูร์บิยอง” ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ 1801 

ระบบ ” ตูร์บิยอง” ของบริเกต์ นี้นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ล้ำหน้าของยุคสมัยนั้น ใช้ระบบการทำงานด้วยการหมุนอย่างสม่ำเสมอของตูร์บิยอง ช่วยชดเชยแรงดึงดูดของโลกที่มีอิทธิพลต่อนาฬิกาได้ บริเกต์ หาวิธีแก้ไขปัญหานี้โดยการนำอุปกรณ์ต่างๆทุกชิ้นเฟืองที่ที่ควบคุมการทำงานของนาฬิกาเข้าไปรวมไว้ในกรงตูร์บิยอง ที่หมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบในหนึ่งนาทีพ ช่วยลดอัตราความไม่เที่ยงของการเดินที่มักเกิดขึ้นอยู่เสมอ   

 

 อับราฮัม-หลุยส์ บริเกต์  ผลิตนาฬิการะบบใหม่นี้ได้ 36 เรือน(ระหว่างปี ค.ศ 1805 – 1828 )จนเขาเสียชีวิต ปัจจุบันมีเพียง 10 เรือนที่หลงเหลืออยู่ ในวาระแห่งการครบรอบในวันที่ 26 มิถุนายนศกนี้ จะได้มีการจัดแสดงนาฬิกาพกตูร์บิยอง No.1188 ซึ่งจำหน่ายให้กับ Don Antonio de Bourbon เจ้านายชั้นสูงในราชวงศ์สเปน เป็นชิ้นเอกแสดงในส่วนพิพิธภัณฑ์ของ The House of Breguet ในซูริค นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาพกตูร์บิยอง No. 1176 ที่จำหน่ายโดย อับราฮัม – หลุยส์ บริเกต์ ในปีค.ศ.1809 และ No. 2567 ที่ขายในปีค.ศ.1812 จัดแสดงอีกด้วย

Related Post

Longines Road To Future Tennis Aces Tournament 2018

 

เปิดตัวไปอย่างชื่นมื่นเมื่อคืนที่ผ่านมา นาฬิการุ่นใหม่ของ Longines (ลองจินส์) ทั้ง  Conquest V.H.P นาฬิกาควอทซ์แนวสปอร์ตที่มีความเที่ยงตรงสูง และนาฬิการุ่นพิเศษ Conquest 1/110th Roland Garros เพื่อฉลองความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างลองจินส์และการแข่งขัน French Open Tennis Championship มากว่า 11 ปี

เริ่มงานด้วยค็อกเทลก่อนจะมีซิทดาวน์ดินเนอร์บนชั้น 27 โรงแรม 137 Pillars​ Suites & Residence Bangkok โดย ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ ปราลี เพชรโรจน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ลองจินส์ บริษัท เดอะ สวอทช์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง(ประเทศไทย) จำกัด 

นอกจากนี้ทางลองจินส์ยังจัดโครงการ “Longines Road To Future Tennis Aces Tournament 2018” มอบโอกาสให้เยาวชนไทย ด.ญ. สลักทิพย์ อุ่นเมือง และ ด.ช. ศุภวัฒน์ แซ่อุ้ย ได้ไปสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันเทนนิสคอร์ตดินระดับตำนาน“French Open 2018” ปิดท้ายแบบเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องเพลงของ นาย-นภัทร เสียงสมบุญ เฟรนด์ออฟลองจินส์ ซึ่งนายจะได้ไปสัมผัสการแข่งขันเทนนิสที่สนาม โรลังด์การ์รอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วย ก่อนจะจบงานด้วยการเซอร์ไพรส์นายด้วยเค้กวันเกิดและเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์

Related Post

นิทรรศการ “From Le Brassus to Bangkok” กับการเดินทางของ โอเดอมาร์ส ปิเกต์

ก่อนจะถึงนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ของ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ เรามาดูกันว่า สุดยอดแบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่จะนำเรื่องราวระดับตำนานมาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับนิทรรศการ “From Le Brassus to Bangkok” ในวันที่ 8 ถึง 17 มิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้ ณ ชั้น G ลานเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

นิทรรศการที่บอกเล่าการเดินทางของ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์กว่า 143 ปี และจิตวิญญาณอันทุ่มเทต่อศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูงในแต่ละยุคสมัย ร่วมด้วยโชว์เคสผลงานชิ้นพิเศษที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง รังสรรค์ขึ้นโดย “อริญชย์ รุ่งแจ้ง” ศิลปินร่วมสมัยเชื้อสายไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเกียรติร่วมงานกับ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ อย่างเป็นทางการ

ภายในงานแบ่งการจัดแสดงเป็นโซนต่างๆ อาทิ โซนต้นกำเนิดของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงอย่าง “วัลเลย์ เดอ ฌูซ์” (Vallée de Joux) ที่เสมือนพาคุณย้อนเวลาสู่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ โอเดอมาร์ส ปิเกต์ โซนวิวัฒนาการเรือนเวลา ที่หยิบเอานวัตกรรมชั้นเลิศมาหลอมรวมกับประเพณีการรังสรรค์เรือนเวลายุคก่อนได้อย่างน่าสนใจ ร่วมด้วยสุดยอดเรือนเวลารุ่นประวัติศาสตร์กว่า 50 เรือน ที่แต่ละชิ้นถูกเก็บรักษาและคัดเลือกอย่างพิถีพิถันโดย เซบาสเตียน วิวาส (Sébastian Vivas) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่ง โอเดอมาร์ส ปิเกต์ อาทิ นาฬิกาพก Triple Complication รุ่นบุกเบิกปี 1880, นาฬิกาอาร์ต เดโค ที่มาพร้อมระบบแสดงเวลาแบบ Jumping hours จากปี 1930, นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นบุกเบิก ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1993

ไฮไลท์ห้ามพลาดคือการสาธิตหลากทักษะอันเชี่ยวชาญโดยช่างฝีมือชั้นสูง กับเบื้องหลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเรือนเวลาที่หาชมได้ยาก ทั้งยังสะท้อนถึงปรัชญาหลักของแบรนด์ “To Break the Rules, You Must First Master Them” ได้เป็นอย่างดี

Related Post

Apple Watch 3 GPS + Cellular พร้อมวางขายในไทยแล้ว!

Text: Patsaya Ch.

สำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบเทคโนโลยีของสมาร์ตวอชท์แต่ไม่อยากทิ้งความหรูหราหรือ DNA ของตัวเอง ข่าวดี! เช้านี้ Apple ได้ประกาศวางขาย Apple Watch Series 3 GPS + Cellular ในไทย ที่สามารถโทรออก/รับสาย /ส่งข้อความ/สตรีมเพลง (ฟังเพลงออนไลน์) /ค้นหาสถานที่ ฯลฯ ผ่านนาฬิกาบนข้อมือได้เลย โดยที่รุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมจุดแดงที่เม็ดมะยม (Digital Crown) และหน้าปัด Explorer (ไฟสีเขียวเพื่อแสดงสัญญาณโทรศัพท์) ที่ช่วยให้การทำงานลื่นไหลยิ่งขึ้น ส่วนเบอร์ที่ใช้ในการติดต่อก็เป็นเบอร์เดียวกับเบอร์มือถือของคุณ วิธีนี้ช่วยตัดปัญหายุ่งยากเรื่องการมีหลายเบอร์ เพียงแต่คุณต้องแจ้งให้ค่ายมือถือทราบ 

รุ่น Cellular ต้องมาพร้อมจุดแดง

 

ข้อดีของระบบเซลลูลาร์คือต่อไปจากนี้คุณไม่จำเป็นต้องพกไอโฟนติดตัวตลอดเวลา เพราะนาฬิกาเรือนนี้จะทำหน้าที่แทนมือถือให้คุณเอง คุณอาจทิ้งมือถือไว้บนโต๊ะทำงานขณะประชุมหรือเดินไปซื้อกาแฟ หรือออกกำลังกายเอาท์ดอร์ เช่น วิ่ง ว่าย ปั่น โดยไม่ต้องพะวังว่าจะพลาดการติดต่อ    

สายใหม่สีสันรับซัมเมอร์

ข่าวดีต่อที่สองได้แก่ Apple Watch Hermès ก็มีรุ่น GPS + เซลลูลาร์ วางขายเช่นเดียวกัน มาพร้อมสายใหม่ 2 แบบ ได้แก่ Simple Tour Rallye ที่อิงจากถุงมือขับรถสุดคลาสสิกประจำแบรนด์และ Eperon d’Or หรือสายหนังพิมพ์ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าพันคอ Hermès ออกแบบโดย Henri d’Origny แน่นอนว่าสายหนังทั้งสองแบบนี้ผลิตขึ้นจากช่างฝีมือของ Hermès ในฝรั่งเศส 

สาย Single Tour Rallye ตัดเย็บด้วยหนังลูกวัว Gala

 

หน้าปัดพิเศษสำหรับผู้เป็นเจ้าของ Apple watch Hermès เท่านั้น

สาย Eperon d’Or ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอ Hermès

ส่วนคนที่อยากใส่ Apple Watch Hermès ออกกำลังกายก็ไม่ยากเพราะรุ่นใหม่ยังมีสายยาง Sport Band สีส้ม Hermès ซึ่งมีทีเด็ดอยู่ตรงหมุดที่มีการสลักหลังตามแบบฉบับของแบรนด์ เรียกได้ว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์สมาร์ตวอชท์ที่ให้ทั้งความหรูหรามีระดับของซูเปอร์ไฮแบรนด์ในวงการแฟชั่นและฟังก์ชั่นการใช้งานระดับ tech-savvy อย่างแท้จริง  

หมุกสลักหลังที่มักเห็นใช้กับเครื่องประดับของแบรนด์นี้

สนนราคาเริ่มต้นสำหรับเรือนอะลูมิเนียมอยู่ที่ 14, 900 บาท (ไม่รวมค่าใช้บริการโทรศัพท์) ในขณะที่รุ่น Apple Watch Hermès ยังไม่เผยราคาแต่คาดว่าไม่น่าจะหนีจากรุ่นก่อนหน้ามากนัก 

Related Post

อัพเดทนาฬิกา GMT บอกเวลาสองประเทศจากงาน BaselWorld 2018

สำหรับคนที่เป็นแฟนขาประจำของนาฬิกาดีไซน์สปอร์ตที่มาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ 

หลายคนที่ยังสงสัยว่าเจ้านาฬิกาจีเอ็มทีมีลักษณะอย่างไร ต้องบอกว่านาฬิกาจีเอ็มทีเป็นนาฬิกาที่สามารถบอกเวลาได้พร้อมกันสองประเทศโดยใช้เข็มชั่วโมงเข็มที่สอง ซึ่งมักมีรูปทรงหรือสีต่างจากเข็มชั่วโมงปกติ และเข็มนี้จะเดินครบหนึ่งรอบหน้าปัดนาฬิกาในเวลา 24 ชั่วโมง อ่านเทียบกับสเกลที่อยู่บนขอบตัวเรือน บ้างมีการแบ่งสีเป็นช่วงกลางวันและกลางคืน หรือบ้างตัวก็ไม่แบ่งชัดเจน ข้อยกเว้นเดียวคือเรือนสุดท้ายอย่างเจ้า Casio ซึ่งเป็นเครื่องควอตซ์ ไม่ใช่เครื่องนาฬิกาแบบจักรกลจึงมีลักษณะแตกต่างออกไป

ในการใช้งานจริง หากบ้านเราอยู่เมืองไทยและจะเดินทางไปประเทศอื่น เราก็ตั้งเข็ม 24 ชั่วโมงนี้ให้เป็นเวลาไทยไว้ก่อน เมื่อไปถึงประเทศปลายทางแล้วก็ตั้งเข็มชั่วโมงปกติให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น เพียงเท่านี้เราก็จะทราบเวลาเมืองไทยแล้วว่าเป็นตีห้าหรือห้าโมงเย็น เป็นต้น ถามว่าจำเป็นหรือไม่ ก็ไม่จำเป็น เพราะดูเวลาในมือถือได้หรือบวกเวลาในหัวได้ แต่มันก็เป็นฟังก์ชั่นที่มีกันมาตั้งแต่สมัยก่อนและก็จะมีต่อไปครับ

Rolex Oyster Perpetual GMT-Master II

รุ่นใหม่ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำและน้ำตาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน วัสดุตัวเรือนและสายเป็นเอเวอร์โรสโกลด์ทั้งเรือน ทรงพลังมากๆ

 

TAG Heuer Carrera Chronograph GMT

จับเวลาได้ด้วยและบอกเวลาในประเทศที่สองได้ด้วย หน้าปัดเป็นแบบเปิดเพื่อให้เห็นกลไกของตัวเครื่องที่อยู่ด้านล่าง ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลขนาด 45 มม. ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำและน้ำเงิน

 

Tudor Black Bay GMT

เป็นนาฬิกาที่เรียกความสนใจของนักข่าวได้มากเพราะเดิม Tudor ไม่มีการผลิตนาฬิกาจีเอ็มทีในลักษณะนี้ ยิ่งประกอบกับความนิยมของ Black Bay ในเวลานี้ก็เชื่อว่าจะมีแต่คนอยากรีบจับจองก่อนใคร

 

Grand Seiko Blue Ceramic Hi-beat GMT “Special” Limited Edition (SBGJ229G)

พื้นหน้าปัดลายพิเศษออกใหม่ปีนี้ ตัวเรือนไทเทเนียมครอบทับด้วยเซรามิกสีน้ำเงิน ขนาดบึกบึน 46.4 มม. ใครชอบงานผลิตระดับสูงแบบไม่กลัวว่าเป็นญี่ปุ่นแต่ราคาสวิสก็ลองดูได้

 

Oris Big Crown ProPilot Calibre 114

เครื่องไขลานแบบมีกำลังลานสำรองยาวนานถึง 10 วันพร้อมเข็มบอกกำลังลานสำรองบริเวณสามนาฬิกา ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44 มม. หน้าปัดสีเทา ปลายเข็มจีเอ็มทีมีสัญลักษณ์รูปเครื่องบินสีแดง

 

Casio G-Shock MRG-G2000HA

ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยวิธีการทุบอย่างละเอียดจนเกิดเป็นลายคล้ายบ่าบนด้ามดาบซามูไรโดยฝีมือช่างชาวญี่ปุ่นอายุ 75 ปี การบอกเวลาประเทศที่สองใช้หน้าปัดเล็กที่อยู่บริเวณหกนาฬิกา

Related Post