New Classic Fusion 40 Years Anniversary

ผ่านไปแล้วกับการไลฟ์ฉลองครบรอบ 40 ปี แบรนด์ Hublot เมื่อวานนี้ มองย้อนไปในอดีตของแบรนด์ที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1980 โดย Carlo Crocco เขาเป็นช่างนาฬิกาชาวอิตาเลียนแต่ได้ที่ได้ย้ายไปอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และที่มาของชื่อ Hublot ที่เป็นแบรนด์นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึงช่องหน้าต่างของเรือรบโบราณ และนาฬิการุ่นแรกของ Hublot ก็จำลองกรอบหน้าต่างนั้นมาไว้บนขอบหน้าปัดซึ่งทำได้งดงามและมีเอกลักษณ์ ในวาระครบรอบ 40 ปีของ Hublot จึงมี New Classic Fusion 40 Years Anniversary! ฉลองครบรอบ 40 ปี Hublot นำเรือนเวลา 1980 Classic Original ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการยืนหยัด

สร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างมาให้แฟนๆ Hublot ได้สัมผัสกลิ่นอายคลาสสิกกันอีกครั้ง ในรูปแบบของนาฬิการุ่นพิเศษสามรุ่น สามรูปลักษณ์ โดยยังคงแนวคิดการผสมผสานจับคู่สองวัสดุที่แตกต่าง และยังผสมผสานความสวยหรูแบบนาฬิกาสวิสเข้ากับกลไกออโตแมติกสุดล้ำหน้าของ Hublot สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง กันน้ำที่ระดับความลึก 100 เมตร หรือ 10 ATM ด้านหลังของตัวเรือนตกแต่งโลโก้ XL สำหรับโอกาสพิเศษนี้ด้วย

สวยดีเทลแน่นแถมยังชวนให้คิดถึงวันวาน! Beams x Citizen

Beams แบรนด์ญี่ปุ่นขวัญใจสายแฟชั่นร่วมกับ Citizen ผู้ผลิตนาฬิกาจากโตเกียว ร่วมกันสร้างสรรค์ Ana-Digi นาฬิกาหน้าตาเรโทรที่มาพร้อมดีเทลสนุกๆทั้งหน้าปัดแบบคู่ทั้ง analog ที่เป็นเข็มและตัวเลขแบบดิจิทัล


โดยฟ้อนท์ทั้งหมดจะใช้เป็นลายมือเขียนแทนในทุกๆจุด นอกจากนี้ดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ของ Citizen อย่างเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิก็ยังอยู่ครบข้างๆกับโลโก้ของนาฬิกามากรายละเอียดเรือนนี้
มาในราคาน่าคบหาที่ 260 USD หรือประมาณ 7,900 บาทเท่านั้นครับ (วางจำหน่ายบนเวปไซต์ของ Beams)

ดูโพสต์นี้บน Instagram

アウトドアレジャー 11名品 いいかげん外で遊びたい 11/100 of BEAMS BEST 100 2020AW @beams_mens_casual ビームスの百名品 最新のアウトドア服やギアって、ハイテク機能がてんこ盛りでグッとくるんですよね~。でも、ぶっちゃけそれをいつものファッションに取り入れたり、部屋の中で使ったりすることも醍醐味だったり。だから今は、フルで外遊びできる日を妄想しながら、街&家での普段使いをMAX楽しみましょう! アウトドア&スポーツをもっとチェック! https://www.beams.co.jp/special/bb100/outdoor&sports/ @beams_official ストーリーズハイライト "Features" より! #BEAMS #BEAMSBEST100 #ビームス #ビームスの百名品 #百名品

โพสต์ที่แชร์โดย BEAMS (@beams_official) เมื่อ

Fossil เปิดตัว WEARABLE WATCH ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แอคทีฟคนรุ่นใหม่จัดเต็มทั้งฟังค์ชั่นและงานดีไซน์

ในยุคทีเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน WEARABLE Watch (แวร์เอเบิล วอทช์) จึงถูกพัฒนาให้สามารถตอบสนองความต้องการได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ไม่หยุดแค่การบอกเวลา แต่ยังล้ำกว่าด้วยฟังค์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ผู้นำเข้านาฬิกาแฟชั่นแบรนด์ดัง จึงขอเปิดตัว WEARABLE Watch นาฬิกาอัจฉริยะจากแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำอย่าง Fossil, Emporio Armani, Michael Kors และ Diesel ที่มาพร้อมฟังค์ชั่นใช้งานหลากหลาย และดีไซน์ที่เรียบแต่เท่  รับรองได้ว่า WEARABLE Watch จะเป็นนาฬิกาเรือนโปรดของคุณอย่างแน่นอน และวันนี้เราจะขอนำเสนอแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นอย่าง Fossil ในรุ่น CARLYLE HR ครับ

CARLYLE HR

โดดเด่นด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ตลอดฤดูกาลนี้ ด้วย Matteo สมาร์ทวอทช์ยอดนิยมจาก Fossil นำเสนอสีสันที่เรียบเท่เพื่อให้เข้ากับแอคทีฟสไตล์ของคุณ ดีไซน์ผสมผสานความเท่แบบสปอร์ต เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยเติมเต็มสไตล์ของคุณได้อย่างสมบูรณ์

Retail Price:  13,500 THB

Display Size:  1.28” full round AMOLED, (328 pixels per inch)

Case Size:  44 mm

Case Finish:  Stainless steel case and top ring, Rubber, Mesh

Thickness:  12 mm

Strap Compatibility:  22 mm straps and bracelets

ล้ำกว่า ด้วยฟังค์ชั่นใช้งานสำหรับ Active Lifestyle ที่แท้จริง

OPTIMIZED ACTIVITY TRACKER

ออกกำลังได้อย่างต่อเนื่องกับ Battery-saving workouts แบตเตอร์รี่ระบบใหม่ที่ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น ให้คุณใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาที่คุณออกกำลังกาย แอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพแบบใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบการจัดการแบบเรียลไทม์และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยเปลี่ยนการใช้พลังงานออกจากโปรเซสเซอร์หลัก ทั้งยังติดตาม Tracking ข้อมูลด้านสุขภาพที่คุณสนใจอย่างสม่ำเสมอ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ, ระยะทางและจำนวนก้าวเพื่อคำนวณแคลอรี่ และอื่น ๆ

SLEEP TRACKING

ระบบติดตามประวัติการนอนหลับ และกำหนดเป้าหมายการนอนหลับ ด้วยความสามารถของ Gen 5 ในการชาร์จแบตอย่างรวดเร็ว (50 นาทีถึง 80%) และโหมดแบตเตอรี่ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถสวมใส่นาฬิกาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งช่วงกลางวันและช่วงกลางคืน เพียงชาร์จไฟในขณะที่เตรียมพร้อมในตอนเช้าแล้วออกเดินทางได้เลย!

CARDIO FITNESS TRACKING

Cardio Fitness Level หรือ VO2 max เป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดของสุขภาพหัวใจและระบบทางเดินหายใจโดยรวม มักใช้ในการติดตามดูแลสุขภาพในระยะยาว ตัวติดตามใหม่แสดงการประมาณค่า VO2 max โดยใช้อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักและไบโอเมตริกของผู้ใช้ (อายุเพศน้ำหนัก) เพื่อแสดงระดับความฟิตโดยรวมโดยประมาณในช่วงเวลาหนึ่ง

NEW LOOK & FEATURES FOR BATTERY MODES 

ด้วยระบบการสั่งการใหม่ คุณสามารถการสร้างโปรไฟล์การใช้งานได้ด้วยตัวเอง Custom Mode ให้คุณออกแบบการแสดงผลข้อมูลที่เรียบง่าย ช่วยอ่านข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถบันทึกโปรไฟล์ส่วนบุคคลเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ เช่น สร้างโหมดสำหรับการออกกำลังกาย, กำหนดเวลาเลิกงานและอื่น ๆ  เข้าถึงแต่ละฟังค์ชั่นได้อย่างรวดเร็ว ปรับไปโหมด “ใช้งาน 24 ชั่วโมง” เพื่อให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น

PHONE APP UPDATES การปรับแต่งการออกแบบรวมถึง Phone Tile แบบใหม่ และการเพิ่มอวตารผู้ติดต่อช่วยให้สามารถโทรได้อย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบประวัติการโทรก่อนหน้า และปรับปรุงการใช้งานโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว รองรับทั้งผู้ใช้ Android และ iPhone สามารถรับสายเชื่อมต่อผ่านระบบพิเศษที่พัฒนาโดย

#Wearable #CMGFashionWatch #FossilQ #MKAccess #EAConnected #DieselOn

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Fossil Q's Julianna HR สมาร์ทวอชที่เกิดมาเพื่อสายมินิมอล เรียบง่าย ทันสมัย เข้ากับการแต่งตัวได้ทุกสไตล์ ◾ สายซิลิโคนสีดำ ดูดี นุ่ม ใส่สบาย ◾ หน้าปัดขนาด 44 มม. ◾ วัดอัตราการเต้นหัวใจ รับโทรศัพท์ แจ้งเตือน ลำโพงในตัวเรือน ◾ สมาร์ทวอช Gen 5 รองรับ iPhone และ Android ⌚️ เป็นเจ้าของได้ที่แผนกนาฬิกา ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และ ร้าน WatchStation 📲 ช้อปผ่าน Line: @WATCHSTATION_TH ทักเลย

โพสต์ที่แชร์โดย CMG Fashion Watch (@cmgfashionwatch) เมื่อ

TAG HEUER X BAMFORD นาฬิกา Aquaracer รุ่นพิเศษที่มาพร้อมกับกลไก Calibre 5 Automatic มีจำนวนจำกัด เพียง 1,500 ชิ้น

แทค ฮอยเออร์ นาฬิกาหรูจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ Bamford Watch Department ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับแต่งนาฬิกาจากประเทศอังกฤษ ได้มาร่วมออกแบบนาฬิการุ่นพิเศษลิมิเต็ด อิดิชั่น และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2  The Aquaracer Bamford Limited Edition ความพิถีพิถันในการเลือกวัสดุ อย่างการนำไทเทเนียมที่สะดุดตามาใช้ ตกแต่งด้วยสีส้มอันโดดเด่น นาฬิการุ่นพิเศษนี้คือความผสมผสานที่ลงตัวของงานออกแบบของ TAG Heuer และ Bamford Watch Department ที่มอบความใหม่และน่าตื่นเต้นลงในเรือนนาฬิกานี้  ในปี 2018, TAG Heuer และ George Bamford ได้เคยร่วมกันมาแล้ว ในการออกแบบนาฬิการุ่นโมนาโค (Monaco) รุ่นพิเศษซึ่งได้รับเสียงยกย่องและชื่นชมมากมาย การกลับมาร่วมมือกันของทั้งสองจึงเป็นที่คาดหวัง และถูกจับจ้องในด้านการออกแบบของ Bamford Watch Department ที่นำเอาจินตนาการและมรดกที่โดดเด่นของ TAG Heuer มากลั่นออกมาเป็นเรือนนาฬิการุ่นพี่พิเศษในครั้งนี้ ที่ตอบโจทย์ผู้ที่รักและหลงในในเรือนนาฬิกา

“การออกแบบ Aquaracer รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ เราศึกษาจากโมเดลของ TAG Heuer ในอดีต มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ องค์ประกอบการออกแบบ โดยนำสีส้มและขอบหน้าปัดแบบสปอร์ตชวนให้นึกถึงงานดีไซน์ของ TAG Heuer ที่มีอิทธิพลในช่วงปี 1979 ถึง 1994 จนกลายมาเป็น Aquaracer ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2004”- George Bamford ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Bamford Watch Department.

TAG Heuer Aquaracer Bamford embraces the ultra-modern

การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เห็นชัดในทุกการออกแบบของ Bamford Watch Department นั่นก็คือหน้าปัดสีดำอันหรูหรา พร้อมกับชื่อ Bamford ปรากฏอยู่ ณ 6 นาฬิกา โดยนำสีส้มมาใช้แต่งแต้มบริเวณ เข็มนาฬิกาบอกชั่วโมง นาที และ วินาที รวมถึงรอบหน้าปัดนาฬิกา  ตัวเรือนมีขนาด 43 มม.  กรอบตัวเรือนมาพร้อมตัวเลข 60 นาที หมุนได้ทิศเดียวและสายนาฬิกาแบบ 3 แถว โดยใช้ไททาเนียมเกรด 2 ที่มีความยืดหยุ่นสูง ผ่านกระบวนการแบบ แซนบลาสหรือการพ่นทรายมาใช้กับสายนาฬิกานี้

โลหะไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบาและทนทานเป็นพิเศษ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และ ทนต่อการกัดกร่อน ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับสร้างเครื่องบิน และการผลิตอุปกรณ์กีฬา ถือว่าเป็นวัสดุที่เหมาะแก่การมาใช้เพื่อสรรค์สร้างเป็น Aquaracer รุ่นพิเศษนี้ ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและพร้อมที่เผชิญทุกความท้าทาย

เข็มนาฬิกาทองถูกเคลือบสีดำ พร้อมแล็คเกอร์สีส้มเคลือบด้วย Super-LumiNova® สีขาวและ Super-LumiNova® ยังถูกนำมาใช้อินเด็กซ์บอกเวลา เพื่อให้อ่านค่าได้อย่างง่ายขึ้น เหมาะสำหรับทุกสภาพแสงและทุกระดับความลึก ให้สมกับเป็นเรือนนาฬิกาที่เหมาะกับทุกการใช้งาน มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำได้ลึกถึง 300 ม. ตัวเรือนทำจากไททาเนียมเกรด 2 พร้อมสลักคำว่า “ LIMITED ONE OF 1,500” กลไกการทำงานของนาฬิกาอัตโนมัติรุ่นนี้คือ Calibre 5 

จะไว้ใช้หรือโชว์ก็เหมาะไปหมดกับ watch case อลูมิเนียมสุดหรูจาก RIMOWA !

อีกหนึ่ง accessory ชิ้นล่าสุดที่น่าสนใจเอามากๆสำหรับ RIMOWA Watch Case เคสอลูมิเนียมดีไซน์เรียบหรูผลิตในอิตาลีที่สามารถเก็บนาฬิกาเรือนหรูของคุณให้ปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยกลไกบานสไลด์ ซึ่งเคสยาว 26.7 CM สูง 11.2 CM ชิ้นนี้สามารถเก็บนาฬิกาได้ถึงสามเรือน 

ปกป้องทุกรอยเขียดข่วนด้วย cushions 3 ชิ้นที่สามารถถอดประกอบได้และยังมีชิ้นยาวไว้ปิดบริเวณหน้าปัดนาฬิกาอีกด้วย ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกของแบรนด์เยอรมันทำให้เมื่อไม่ใช้งานก็ยังสามารถใช้เป็น display โชว์เรือนเวลาสุดโปรดของคุณอีกด้วย

RIMOWA Watch Case จะเปิดให้พรีออเดอร์บนเวปไซต์ของแบรนด์ในจำนวนจำกัดในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ในราคาประมาณ 1,985 USD หรือประมาณ 61,000 บาทครับ! 

น่ารักหรูหราสไตล์สปอร์ต Omega เผยโฉมเรือนเวลา Speedmaster “Silver Snoopy Award” 50th Anniversary

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1970 ทาง OMEGA ได้รับรางวัล “Silver Snoopy Award” จากนักบินอวกาศของ NASA เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับความร่วมมือของแบรนด์ที่มีต่อการสำรวจอวกาศ และ Speedmaster ที่มีส่วนอย่างมากในการกอบกู้ยาน Apollo 13 ให้ผ่านห้วงวิกฤต

อีก 50 ปีถัดมา เรือนเวลารุ่นพิเศษได้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระดังกล่าว เรือนเวลามีการผสมผสานระหว่างศาสตร์แห่งการผลิตเครื่องบอกเวลาเข้ากับตัวการ์ตูน เรียกได้ว่า Snoopy รุ่นนี้ได้นำ OMEGA Speedmaster ไปสู่บทใหม่ของการออกแบบ

สุนัขบีเกิ้ลตัวโปรดของเรารับบทสำคัญบนเรือนเวลา นับเป็นครั้งแรกที่ Snoopy ในชุดนักบินอวกาศอันโด่งดังปรากฎในลักษณะรูปนูนต่ำบนหน้าปัดย่อยสีน้ำเงินที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา แบบเดียวกับที่ปรากฎบนเข็มกลัดเงินที่นักบินอวกาศ NASA มอบให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ในส่วนหน้าปัดเองก็ทำจากเงิน Ag925 ซึ่งสลักตกแต่งด้วยเลเซอร์ มีหน้าปัดย่อยสีน้ำเงินอีกสองวง (รวมทั้งหมด 3 วง) ชุดเข็มกับหลักชั่วโมงล้วนเคลือบด้วย PVD สีน้ำเงิน

หมัดเด็ดอยู่ที่ฝาหลัง! ครั้งนี้ Snoopy ของเราได้เดินทางสู่วงโคจรด้วยกลไกพิเศษที่ติดตั้งเข้ากับยานส่วนควบคุมและบริการ (CSM) สีขาวขนาดจิ๋ว เมื่อมีการใช้งานเข็มจับเวลา Snoopy ก็จะเดินทางไปยังด้านไกลของดวงจันทร์ – แบบเดียวกับลูกเรือของ Apollo 13 – นอกจากนี้บนกระจกแซฟไฟร์ยังได้รับการตกแต่งให้เหมือนพื้นผิวของดวงจันทร์โดยกระบวนการพ่นพอกโลหะขนาดไมโครแบบที่ไม่มีใครเหมือน

ที่ถัดลึกเข้าไปจะเป็นบ้านของมนุษยชาติ โลกขนาดย่อมจะหมุนด้วยอัตราหนึ่งรอบต่อนาที เท่ากับรอบของเข็มวินาทีย่อย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการโคจรรอบตัวเองของโลก นอกจากนี้ยังมีประโยคอมตะ “Eyes on the Stars” ประดับอยู่ในส่วนผืนอวกาศดำมืด

ระบบ NAIAD LOCK ช่วยยึดโยงตัวอักษรให้อยู่ตรงตามตำแหน่งได้อย่างสมบูรณ์แบบซึ่งรวมถึงวันที่ที่ OMEGA ได้รับรางวัล Silver Snoopy Award เมื่อปี 1970 เช่นเดียวกับภาพที่อุทิศให้กับภารกิจ Apollo 13 สุดอันตรายในปีเดียวกัน

เพื่อแสดงให้เห็นทักษะการผลิตเรือนเวลาชั้นสูง นาฬิกา Speedmaster “Silver Snoopy Award” 50th Anniversary จึงเคลื่อนด้วยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 3861 กลไกชั้นนำรุ่นนี้ช่วยยกระดับให้กลไกMoonwatch อันลือชื่อให้ก้าวไปสู่มาตรฐานใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม ด้วยคุณสมบัติการต้านทานสนามแม่เหล็กและการรับรองความเที่ยงตรงระดับ Master Chronometer โดย Swiss Federal Institute of Metrology (METAS)

เรือนเวลาของ OMEGA รุ่นนี้จะมาพร้อมกับการรับประกันถึง 5 ปีเต็ม ทว่านาฬิกาไม่ใช่รุ่นลิมิเต็ด เจ้าของเรือนเวลาจะได้รับกล่องนาฬิกาพร้อมยานApollo 13 จำลอง, ผ้าไมโครไฟเบอร์สำหรับทำความสะอาด, แผ่นพับ และแว่นขยายเพื่อให้สามารถรับชมรายละเอียดได้อย่างใกล้ชิด

เรือนเวลาหมายเลขอ้างอิง 310.32.42.50.02.001 สนนราคาที่ 334,000 บาท

ไปชมรูปหลุดแรกกับนาฬิกางานคอลเลปบอเรชั่นของแบรนด์จิวเวลรี่สุดหรู Bvlgari กับเจ้าพ่อแห่งโลกสตรีทแวร์ Hiroshi Fujiwara

รูปหลุดแรกกับงานคอลเลปบอเรชั่นของแบรนด์จิวเวลรี่สุดหรูจากอิตาลี Bvlgari และแบรนด์สตรีทของตัวพ่อแห่งโลกสตรีทแวร์ Hiroshi Fujiwara ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fragment โดยนาฬิกาก็มาในรูปแบบเรียบเท่ มินิมอลแต่วัสดุหรูหราพร้อมกลไกสำหรับพลังงานทำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นการต่อยอดการร่วมงานของทั้งสองหลังจากกระเป๋าและเครื่องประดับเมื่อปีที่แล้วได้อย่างน่าสนใจครับ! (นาฬิกาจะวางขายในช่วงเดือนพฤศจิกายน) และราคาอยู่ที่ประมาณ 500,000 เยน หรือประมาณ 149,000  บาท

ดูโพสต์นี้บน Instagram

@bulgari #bvlgari

โพสต์ที่แชร์โดย fujiwarahiroshi (@fujiwarahiroshi) เมื่อ

BVLGARI in Geneva Watch Days

ชมนาฬิกาสุดหรูของ BVLGARI ใน Geneva Watch Days  ถือเป็นความท้าทายต่อธุรกิจนาฬิกาหรูต่างๆ เมื่อวิกฤติไวรัสทำให้การจัดแสดงนาฬิกาต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไป แต่ถึงอย่างนั้นไม่ได้มีผลกระทบต่อนวัตกรรมและรูปแบบดีไซน์ของนาฬิการะดับสูงเหล่านี้ ที่งาน Geneva Watch Days ที่ผ่านมาก็ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของวงการนาฬิกาในปีนี้ โดยเฉพาะ BVLGARI ที่มีการเผยโฉมนาฬิกาข้อมือรุ่นใหม่ๆ โดย Jean-Christophe Babin ผู้เป็น  CEO ของ ได้นำเสนอนิทรรศการนาฬิกาแนวใหม่ที่ยังคงวิถีแห่งนิวนอร์มอล โดยมีการพบกับลูกค้าคนสำคัญๆ ส่วนใหญ่ในโซนยุโรป ผ่าน Zoom และมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ทั่วโลก ผ่านทางออนไลน์กว่า 45 สำนักในช่วงวันที่ 26-29 สิงหาคมที่ผ่านมา

แม้จะเป็นการจัดนิทรรศการแบบวิถีปรกติใหม่ แม้คนจะไม่ได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการจากทั่วโลกเหมือนแต่ก่อน ทว่าการตกแต่งสถานที่และบรรยากาศโชว์รูมนาฬิกาบุลการี ชั่วคราวในครั้งนี้ก็ทำได้อย่างหรูหราและประณีต โดยมีนาฬิกาที่น่าสนใจอย่าง  Bvlgari Aluminium ในเวอร์ชั่นใหม่ นาฬิกา Octo Finissimo  ที่สร้างสถิติโลกอันใหม่ The Automatic Tourbillon Chronograph ในรูปโฉมแบบสเกลเลตันที่มองห็นกลไกอย่างสวยงามทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  และ The new Arena Bi-Retro by Gerald Genta ซึ่งทางบุลการีได้ผนวกรวมเข้ามาไว้ตั้งแต่ปี 2000

มาดูภาพสวยๆ ของนาฬิกา BVLGARI รุ่นใหม่ที่เผยโฉมในงานนี้กัน รวมทั้ง The new Arena Bi-Retro by Gerald Genta ต้องบอกว่าหนุ่มๆ เตรียมเงินไว้ได้เลย เพราะมีทั้งแบบหรูและแบบสปอร์ตและดูเท่ทันสมัย เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์นาฬิกาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

Rolex เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ประจำปี 2020 ไปชมรุ่นไฮไลต์กันได้เลยครับ!

ในปีนี้ นาฬิกาเจเนอร์เรชันใหม่หลายรุ่นรวมถึง Oyster Perpetual Submariner และ Oyster Perpetual Submariner Date ได้บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Rolex และโลกใต้น้ำ โดยตัวเรือนของนาฬิกาทั้งสองได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 41 มม. พร้อมเพิ่มเติมความโดดเด่นด้วยแสงสะท้อนจากด้านข้างตัวเรือนและสลักตะขอซึ่งประกอบอยู่บนสายนาฬิกาที่ได้รับการออกแบบใหม่ เรือนเวลาเหล่านี้ติดตั้งกลไกการทำงานที่ถือเป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกา โดยนาฬิการุ่น Submariner มาพร้อมกับคาลิเบอร์ 3230 ที่เปิดตัวปีนี้ และนาฬิการุ่น Submariner Date มาพร้อมกับคาลิเบอร์ 3235 ที่มีฟังก์ชันเวลาและวันที่ซึ่งนำมาใช้งานกับนาฬิการุ่น Submariner เป็นครั้งแรก นาฬิการุ่น Submariner โฉมใหม่ได้สืบทอดมรดกแห่งความงดงามในรูปแบบ Oystersteel ผ่านหน้าปัดสีดำ และขอบตัวเรือนแบบหมุนได้พร้อมขอบหน้าปัด Cerachrom สีเดียวกัน นาฬิกา Submariner Date เวอร์ชัน Yellow Rolesor (ที่ผสมผสาน Oystersteel กับทองคำ 18 กะรัต) มาพร้อมกับหน้าปัดสีรอยัลบลู และขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ที่มีขอบหน้าปัด Cerachrom สีน้ำเงิน

นาฬิกาใหม่ทุกเรือนล้วนสานต่อปณิธานอันแน่วแน่ของ Rolex ที่สืบทอดมานานกว่าหนึ่งศตวรรษในการรักษาคุณค่าแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาด้านวิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ในการรักษาความเป็นเลิศให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน (Perpetual) วันนี้ คำว่า ‘Perpetual’ เป็นมากกว่าคำที่ปรากฏบนอยู่หน้าปัด หากแต่หมายถึงปรัชญาแห่งการเสาะหาความเป็นเลิศที่ไม่รู้จบ การสำรวจ และแบ่งปันความรู้ของมวลมนุษย์เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่าเคย

ดูโพสต์นี้บน Instagram

Rolex is introducing the new generation Submariner and Submariner Date, watches that exemplify the historic links between Rolex and the world of diving. Both timepieces now feature a redesigned, slightly larger 41mm case and are fitted on a remodelled bracelet. They are equipped with movements at the forefront of watchmaking technology – the Submariner with calibre 3230, unveiled by the brand this year, and the Submariner Date with calibre 3235, offering both time and date functions and used in the Submariner range for the first time. Presented here, the new Submariner in Oystersteel featuring a black dial with a Cerachrom insert in black ceramic. #Rolex #Submariner #NewWatches2020 For more details about this watch see the link in the profile.

โพสต์ที่แชร์โดย ROLEX (@rolex) เมื่อ

เผยโฉมดีไซน์สุดคูลของ Samsung Galaxy Z Fold 2 Thom Browne Edition

หนุ่มเท่และคนสายแฟฯ คงได้ข่าวการร่วมมือกันของ Samsung และ Thom Browne แบรนด์แฟชั่นสุดแนวจากนิวยอร์ก ที่กลับมาร่วมงานกันอีก หลังจากที่สร้างความฮือฮาเมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Galaxy Z Flip Thom Browne Edition ล่าสุดความร่วมมือนี้ก็ได้ขยายจินตนาการและรูปโฉมสุดล้ำไปอีกระดับกับ Galaxy Z Fold 2 Thom Browne Edition ที่เป็น power phone ที่สามารถพับจอได้ในดีไซน์สุดพรีเมียม แม้รูปลักษณ์ของ Galaxy Z Fold 2  ของซัมซุงจะสุดล้ำแล้วก็ตาม แต่ผนวกกับการดีไซน์ของแบรนด์สุดแนวอย่าง  Thom Browne  จึงเป็นความเอ็กซ์ครูซีฟสุดๆ สำหรับคนที่ได้ครอบครองพาวเวอร์โฟนรุ่นนี้

เรียกว่าสร้างกระแสให้วงการสมาร์ทโฟนอย่างมากเมื่อ Samsung Galaxy Z Fold 2 ได้เปิดตัวเผยโฉมไปก่อนหน้านี้ โดยมีให้เลือก 2 สี คือ Mystic Black และ Mystic Bronze ที่ถือเป็นเฉดสีพรีเมียมโดนใจคนชอบงานดีไซน์ แต่สำหรับ Thom Browne Edition จะมาในเฉดสีเทาที่เป็นเหมือนสีเด่นประจำแบรนด์นี้ และที่ต้องมีเพราะเป็นเอกลักษณ์ที่ใครเห็นปุ๊บต้องนึกถึง Thom Browne นั่นก็คือดีไซน์ที่คาดด้วยแถบสีแดง ขาว และน้ำเงิน 

และไม่ใช่แค่ตัวโทรศัพท์ แต่มาทั้งทีต้องมายกเซ็ต ดีไซน์เฉียบตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ และไม่ใช่มีแค่เครื่องพาวเวอร์โฟนสุดหรู แต่ภายในกล่อง Samsung Galaxy Z Fold 2 Thom Browne Edition ยังมีสมาร์ทวอทช์ Galaxy Watch 3 ที่ออกแบบมาเท่มากๆ ด้วยหน้าปัดสีเทาในกรอบตัวเรือนสีดำที่ดูเด่นด้วยสายสีเทาเดินเส้นด้ายข้างด้วยด้ายสีขาว(มีสายสีดำมาให้เปลี่ยนเพื่อให้เหมาะกับสไตล์ของคุณในแต่ละวันด้วย)  และหูฟังไร้สาย Galaxy Buds Live ที่ดีไซน์สวยในรูปทรงโค้งที่สวยทันสมัยมากมาให้ด้วย และเป็นรุ่นพิเศษที่มาในโทนสีที่เข้ากันทั้งเซ็ต คงต้องรอติดตามต่อไปว่าทาง Samsung ในประเทศไทยจะวางดีไซน์สุดเอ็กครูซีฟนี้เมื่อไรและราคาจะเป็นอย่างไร นี่คืองานดีไซน์ที่แม้คุณจะไม่ใช่คนสายแฟ(ชั่น) แต่ก็เหมาะกับคนที่รักงานดีไซน์ที่มีความพิเศษในทุกรายละเอียดที่ไม่สามารถจะหาได้ทั่วไป