“GOLDEN MOMENTS” เอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ ฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับภารกิจพิชิตดวงจันทร์ พร้อมเปิดตัว โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ อพอลโล 11 ลิมิเต็ด อิดิชั่น

ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) และผจก.ผลิตภัณฑ์ โอเมก้า สุดยอดแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกสัญชาติสวิส จัดงาน “GOLDEN MOMENTS” เอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งความสำเร็จให้กับภารกิจพิชิตดวงจันทร์ ที่นำท่านย้อนเวลาสู่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ กับวินาทีที่สองนักบินอวกาศจากโครงการอพอลโล 11 ประทับรอยเท้าลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ ร่วมดื่มด่ำกับความล้ำค่าของเหล่าเรือนเวลาสปีดมาสเตอร์ สัญลักษณ์แห่งความช่างประดิษฐ์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่สวมใส่บนดวงจันทร์อย่างแท้จริง

ทั้งยังได้รับเกียรติจากวีรบุรุษแห่งองค์การนาซา มร.เทอร์รี่ เวิรตส์ นักบินอวกาศผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของมิชชั่นสุดหฤโหดมานับไม่ถ้วน และ มร.เกรกอรี่ คิสลิ่ง หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ โอเมก้า สวิตเซอร์แลนด์ บินตรงร่วมฉลองพร้อมพูดคุยแบบเอ็กซคลูซีฟ เมื่อค่ำวันอังคารที่ 6 สิงหาคม ณ วัน แบงค็อก (One Bangkok)

ในปีนี้ โอเมก้า (OMEGA) จึงได้ผลิตเรือนเวลา โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ อพอลโล 11 ลิมิเต็ด อิดิชั่น ออกมาถึง 2 เวอร์ชั่น คือ โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ อพอลโล 11 ลิมิเต็ด อิดิชั่น ผลิตจำกัดเพียง 1,014 เรือนเท่านั้น รังสรรค์จากมูนไชน์ โกลด์ 18 กะรัต วัสดุที่จดสิทธิบัตรเพื่อเป็นเอกสิทธิ์พิเศษของแบรนด์ โทนสีของทองคำชนิดใหม่นี้จะอ่อนและนวลกว่าเยลโลว์ โกลด์ ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร ที่คงการออกแบบตามสปีดมาสเตอร์ รุ่นตำนาน BA145.022 วงแหวนด้านในของฝาหลังฝั่งซ้ายยังฝัง ‘อุกกาบาต ดวงจันทร์’ ไว้ ขณะที่ฝั่งตรงข้ามเป็นสัญลักษณ์แผนที่โลกบางส่วน โอเมก้า สปีดมาสเตอร์ อพอลโล 11 ลิมิเต็ด อิดิชั่น ผลิตจำกัดเพียง 6,969 เรือน ตัวเรือนสแตนเลส สตีล ขนาด 42 มิลลิเมตร มาพร้อมขอบตัวเรือนสีดำขัดเงารังสรรค์จากเซรามิก [ZrO2] และพื้นหน้าปัดสีเทาดำที่แฝงไปด้วยดีเทลที่น่าสนใจ ซึ่งรังสรรค์จากมูนไชน์ โกลด์ 18 กะรัต ทั้งหมด อาทิ เลข 11 ที่ตำแหน่ง 11 นาฬิกา ที่สื่ออย่างตรงไปตรงมาถึงยานอพอลโล 11 ภาพแกะสลักด้วยเลเซอร์ของ “บัซ อัลดริน” ขณะไต่ลงจากยานอพอลโล 11เพื่อลงมาเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์ บนวงหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา

เมื่อพลิกไปส่วนของฝาหลัง ก็จะได้พบกับรอยเท้าของนักบินอวกาศซ่อนอยู่ใต้กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ซึ่งถูกแกะสลักไว้อย่างประณีตด้วยเลเซอร์บนพื้นสีดำ ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยประโยคในตำนานของ “นีล อาร์มสตรอง” ที่ว่า “THAT’S ONE SMALL STEP FOR A MAN, ONE GIANT LEAP FOR MANKIND” ด้วยตัวอักษรชุบมูนไชน์ โกลด์ 18 กะรัต

#OMEGAThailand #Moonwatch

GUCCI G-TIMELESS ICONIC ความงามเหนือกาลเวลาผสานเอกลักษณ์เทคนิคลวดลายปักแบบร่วมสมัย

จี-ไทม์เลส (G-Timeless) หนึ่งในคอลเลคชั่นนาฬิกาไอคอนนิคอันเลื่องชื่อของลักซ์ชัวรี่แฟชั่นแบรนด์ระดับโลก กุชชี่ (Gucci) ด้วยความงามเหนือกาลเวลาของหน้าปัดกลม ที่ในครั้งนี้จะกลับมาครองใจแฟชั่นนิสต้าชาวไทยอีกครั้งกับโฉมใหม่ใน คอลเลคชั่นล่าสุด ที่ผสมผสานเทคนิคลวดลายปักเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ถ่ายทอดสไตล์ความหรูหราที่ดูนุ่มนวลเข้าไว้กับดีไซน์แบบร่วมสมัย ภายใต้การออกแบบของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ คนเก่ง อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele)

คอลเลคชั่น G-Timeless Iconic ระบบควอตซ์ ตัวเรือนสตีลขนาด 38 มิลลิเมตรดีไซน์ทรงกลมร่วมสมัย โดดเด่นในรายละเอียดที่ล้วนบอกเล่าความครีเอทีฟ สะท้อนถึงอิสระแห่งจินตนาการด้วยแฟชั่นไอคอนรูปผึ้งขนาดใหญ่ ที่ประดับบนพื้นหน้าปัดเงินซันบรัช ตกแต่งอย่างงดงามด้วยเอฟเฟ็กซ์เสมือนลวดลายปักที่เป็นจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ประดับด้วยหลากหลายโมทีฟ ทั้ง รูปดาว รูปผึ้ง หมุดสตั๊ด และ Interlocking G ที่นำมารังสรรค์เป็นอินเด็กซ์บอกเวลา ต่างสไตล์ด้วยสายที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ สายสเตนเลสสตีล หรือ สายสตีลและเยลโล่ว์โกลด์พีวีดีแบบทูโทน ที่จะมาเพิ่มหลากหลาย มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่ายกับทุกโอกาสและทุกสไตล์ที่เป็นคุณ

อีกหนึ่งคอลเลคชั่นใหม่จากแบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของโลก ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยในสไตล์ที่แตกต่าง

Oris Ocean Trilogy

โครงการเพื่อมหาสมุทร Oceans Project ของโอริส เพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มีเป้าหมายเพื่อช่วยทำความสะอาด ปกป้อง และฟื้นฟู มหาสมุทรของเรา ผ่านซีรี่ย์ประดิษฐกรรมเรือนเวลาที่ผลิตจำนวนจำกัด

ซีรี่ย์ประดิษฐกรรมเรือนเวลา Oris Ocean Trilogy เป็นชุดนาฬิกาสามรุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัด แต่ละเรือนรังสรรค์ขึ้นเพื่อเปล่งประกายแสงให้เห็นถึงองค์กรผู้บุกเบิก และงานสำคัญที่กำลังทำเพื่อช่วยทำความสะอาด ปกป้อง หรือฟื้นฟูมหาสมุทรของโลก และแหล่งทรัพยากรของสรรพชีวิตนั่นก็คือ – น้ำ

ประดิษฐกรรมเรือนเวลารุ่นใหม่ Blue Whale Limited Edition ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดต่อจากอีกสองรุ่นที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว คือ Great Barrier Reef Limited Edition III และ Clean Ocean Limited Edition ทั้งสามรุ่นประกอบบนฐานตัวเรือนนาฬิกาประดำน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่น Oris Aquis

นาฬิกา Oris Great Barrier Reef Limited Edition III เป็นนาฬิการุ่นที่สามที่ผลิตขึ้นเพื่อให้การสนับสนุนงานอนุรักษ์แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก Great Barrier Reef ที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงจากเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวถึงสองครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากอากาศที่ร้อนจัดในช่วงฤดูร้อนที่ทำให้น้ำในมหาสมุทรนั้นอุ่นขึ้นจนถึงระดับที่ทำให้ปะการังขับสาหร่ายที่เป็นอาหารและสีที่อยู่ข้างในพวกมันออกมา ถึงแม้ว่าอุณหภูมิของน้ำจะเย็นลง ปะการังพวกนั้นก็จะตาย

ผ่านทางนาฬิกา รุ่น Great Barrier Reef Limited Edition III โอริสได้ให้การสนับสนุน The Reef Restoration Foundation (มูลนิธิเพื่อการฟื้นฟูปะการัง) องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรที่ดำเนินโครงการปลูกปะการัง โดยการใช้ปะการังที่ยังรอดชีวิตจากเหตุการณ์การฟอกขาว

นาฬิการุ่น Oris Clean Ocean Limited Edition เป็นเครื่องหมายแห่งพันธมิตรร่วมกับ Pacific Garbage Screening (โครงการคัดกรองขยะในมหาสมุทรแปซิฟิก) ซึ่งกำลังดำเนินการตามแนวคิดที่จะดักเก็บขยะพลาสติกในแม่น้ำ และปากแม่น้ำต่างๆ ก่อนที่จะไหลสู่ทะเล และเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นพลังงาน โดยใช้แท่นแพลทฟอร์มลอยน้ำที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ

ซีรี่ย์ประดิษฐกรรมเรือนเวลา Oris Ocean Trilogy ให้การสนับสนุนทั้งสามโครงการที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของมหาสมุทรของเรา ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด 200 ชุด และบรรจุมาในกล่องพิเศษที่ทำขึ้นจากพลาสติกรีไซเคิล (PET)

รายละเอียดนาฬิกา

ตัวเรือน : สเตนเลสสตีลแบบประกอบหลายชิ้น วงแหวนบนขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ทิศทางเดียวสอดเคลือบด้วยเซรามิคสีฟ้าน้ำทะเล
ขนาด : 45.50 มม (1.791 นิ้ว)
หน้าปัด : สีฟ้าน้ำทะเล
วัสดุเรืองแสง : เข็ม และขีดแสดงเวลาพิมพ์ทับด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova®
กระจกหน้าปัด : แซฟไฟร์ โค้งรูปโดมสองชั้น เคลือบสารกันแสงสะท้อนด้านใน
ฝาหลัง : สเตนเลสสตีล ขันสกรู สลักสัญลักษณ์รูปวาฬสีน้ำเงิน

กลไกปรับตั้งเวลา : มะยมนิรภัย และปุ่มกดสเตนเลสสตีล
สายนาฬิกา : สายสเตนเลสสตีลแบบประกอบหลายชิ้น พร้อมเฟืองล็อคสายนิรภัยสเตนเลสสตีลแบบบานพับ พร้อมส่วนปรับขยายสาย

การกันน้ำ : ถึงระดับ 50 บาร์ (500 เมตร)

กลไก

หมายเลขเครื่อง : Oris 771
การทำงาน : เข็มชั่วโมง เข็มนาที และเข็มจับเวลาโครโนกราฟ 1/4 วินาที จากจุดศูนย์กลาง หน้าปัดย่อยสามหน้าปัดสำหรับแสดงเวลาวินาทีที่เดินอย่างต่อเนื่อง จับเวลา 30 นาที และจับเวลา 12 ชั่วโมง หน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่งระหว่าง 4 และ 5 นาฬิกา เปลี่ยนวันที่แบบฉับพลัน ปุ่มปรับวันที่ อุปกรณ์จับเวลา และหยุดเวลาวินาทีแบบละเอียด
การขึ้นลาน : ระบบอัตโนมัติ
พลังงานสำรอง : 48 ชั่วโมง

Oris Ocean Trilogy

ผลิตจำนวนจำกัด 200 เรือน นำเสนอมาพร้อมกับนาฬิการุ่น Oris Great Barrier Reef Limited Edition III และ Oris Clean Ocean Limited Edition บรรจุมาในกล่องที่ชั้นนอกทำขึ้นจากขวดพลาสติกรีไซเคิล PET

สีสันใหม่แห่งวงการแฟชั่นเมืองไทย นาฬิกา KLASSE14 : Bright Neon Lights

เปิดสีสันใหม่แห่งวงการแฟชั่นเมืองไทย ที่เหล่าบรรดาแฟชั่นเลิฟเวอร์หนุ่มสาววัย Gen ต้องมาร่วมอัพเดทเทรนด์นาฬิกาแฟชั่นใหม่จากอิตาลี ในงานเปิด Pop-up Store ครั้งแรกในเมืองไทยของนาฬิกา Klasse14 (คลาสโฟร์ทีน) ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ล่าสุดในเครือ โทรคาเดโร ไทม์ ที่โดดเด่นสะดุดตาด้วย Bright Neon Lights ซึ่งเป็น Concept Design ของบูธนีออนสุดเก๋ไก๋

โดยผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ตุนท์ มหาดำรงค์กุล ได้รวบรวมนาฬิกา และแอคเซสเซอรี่สุดแนว ด้วยสไตล์การออกแบบ one-of-a-kind หลากหลายไอเท็มสุดยูนีค ซึ่งเป็นผลงานดีไซน์ของ มาริโอ้ โนบิเล่ (Mario Nobile) ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์หนุ่มชาวอิตาเลี่ยน ที่มาสร้างสีสันปลุกพลังแห่งความสนุกสดใส กับซิกเนเจอร์คอลเลคชั่นสุดฮอต Volare และ Okto พร้อมไฮไลท์แห่งปี นาฬิการุ่นพิเศษ “เฉลิมพระเกียรติ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒” นำมาให้สัมผัสเป็นครั้งแรก ในงาน Siam Paragon Watch Expo 2019

SEIKO “Prospex Experience” Save The Ocean

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัทไซโก (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรม เปิดประสบการ์ณใหม่ๆให้กับลูกค้าไซโก  ภายใต้กิจกรรมที่มีชื่อว่า “Prospex Experience” Surf Party สุดมันส์ที่นำทีมโดยมร.คัตซูมิ คูโบตะ กรรมการผู้จัดการ และมร.เคนอิจิ คิโตะ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมกับผู้โชคดีที่ซื้อ นาฬิกาไซโก SAVE THE OCEAN เดอะ เติร์ด เจเนอเรชั่น ที่มาร่วมสนุกกับการโต้คลื่นกลางใจเมืองกันที่ Flow House Bangkok สุขุมวิท 26 พร้อมรับของรางวัลสุดพิเศษจากทางไซโกมากมายภายในงาน โดยสามารติดตามกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี สามารถรับชมติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Seiko Club, Instagram : Seiko_Thailandและ Line Official : @Seiko_thailand แล้วพบกับประสบการ์ณ สนุกๆมันส์ๆอีกเร็วๆนี้แน่นอน

ISSEY MIYAKE “1/6” นาฬิกาดีไซน์ร่วมสมัยสุดล้ำ

ไม่ใช่เป็นการย้อนยุคหรือโหยหาจักรกลที่เป็นอดีต แต่ดีไซน์ที่เป็นผลพวงของการตั้งคำถามว่าสุนทรียะและความสุขจากการได้เรียนรู้ด้วยตัวเองของคนเราในยุคนี้นั้นได้สูญหายไปพร้อมกับอุปกรณ์ที่ทันสมัยสะดวกสบายต่างๆ

อย่างเช่นการสวมใส่นาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา ไม่ต้องมีฟังก์ชั่นซับซ้อนอะไร แค่เป็นการบอกเวลา เราจะทราบว่าส่วนหนึ่งที่เราคุ้นชินได้หายไปเพราะความสะดวกจากสมาร์ทโฟนที่เหมือนอวัยวะที่ 33 ของชีวิตเราไปแล้วจริงๆ มีเสน่ห์และการใช้สอยบางอย่างที่สมาร์ทโฟนก็ไม่สามารถจะเติมเต็มให้เราอย่างที่นาฬิกาข้อมือให้ได้ แค่พลิกข้อมือดูหน้าปัดนาฬิกาเราก็จะทราบเวลา กำหนดเวลาให้ตัวเองได้ว่าจะต้องวางแผนการเดินทางให้ไปตามเวลานัดหมายอย่างไร แล้วคุณจะรู้ว่าคุณค่าของเวลานั้นได้กลับมา

นอกเหนือจากการตอบโจทย์วิถีชีวิตที่หายไป นาฬิกาข้อมือยังเป็นดีไซน์ที่บ่งบอกถึงตัวคุณเป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนรสนิยมของผู้สวมใส่ เป็นเครื่องประดับที่จะเติมเต็มการแต่งกาย ดังเช่นงานดีไซน์ของ ISSEY MIYAKE ที่มาเอาใจผู้ที่หลงใหลงานดีไซน์ ด้วยนาฬิกาซีรี่ย์ล่าสุด “1/6” อีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่เป็นความเหนือชั้นทางด้านงานออกแบบ ด้วยแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของ “สเกลวัดแบบดั้งเดิม” (Traditional Scale) ผลงานสร้างสรรค์ของ นาโอะ ทามูระ (Nao Tamura) เป็นครั้งแรกในการร่วมงานกับนักออกแบบหญิงคนแรกสำหรับ ISSEY MIYAKE WATCH Project ในผลงานซีรี่ย์ลำดับที่ 18

“การที่เราได้ใช้สองมือของเราปรับหมุนเครื่องมือในการวัดวัตถุต่างๆ ทำให้เราได้เรียนรู้และค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆรอบตัวเรา หากแต่สุนทรียะและความสุขจากการเรียนรู้ด้วยตนเองนั้น กำลังค่อยๆเลือนหายไปในยุคดิจิตอลที่เทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน สร้างความสะดวกสบาย และแสดงผลข้อมูลออกมาเป็นตัวเลขได้รวดเร็วเพียงชั่วพริบตา”

ซึ่งนาฬิกาซีรี่ย์นี้นำเสนองานดีไซน์ร่วมสมัย ถือได้ว่าเป็นนาฬิการะบบกลไกออโตเมติก
ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Tradition Scale ทั้งเครื่องวัดมุม 180 องศา เครื่องตรวจวัดสายตา เครื่องบอกทิศเหนือด้วยพลังงานแม่เหล็ก และเครื่องวัดขนาด เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถรู้สึกได้ถึงจังหวะการเดินของเวลา โดยเข็มวินาทีจะขยับ 6 จังหวะในหนึ่งวินาที สะท้อนภาพที่ชัดเจนของแนวคิดในการสร้างสรรค์และเป็นที่มาของชื่อนาฬิกาซีรี่ย์นี้

เข็มนาฬิกาเรียวยาวที่เดินเคลื่อนผ่านขีดบอกเวลา และรายละเอียดการออกแบบบนพื้นหน้าปัด ถ่ายทอดถึงสิ่งต่างๆ ที่มักถูกมองข้ามไปในยุคนี้ เม็ดมะยมถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ดังเช่นสกรูสำหรับปรับในเครื่องชั่งน้ำหนักอนาล็อกสเกลแบบดั้งเดิม ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 43 มม. มีหน้าปัดให้เลือกสองโทนสี ดำหรือขาว ที่สามารถเลือกแมทช์กับสายหนังสีดำ สายสตีลเงิน หรือสายสตีลดำ ให้เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ และคอมพลีตลุคเรียบเท่ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สนใจสัมผัสนาฬิกาเรือนจริงได้ที่งาน Siam Paragon Watch Expo 2019 ตั้งแต่วันนี้ – 7 สิงหาคม 2562 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรคาเดโร ไทม์ โทร. 02-163-0555

ไซโกเอาใจนักสะสมนาฬิกากับนาฬิการะดับหรู Seiko Prospex LX Line

ไซโก (Seiko) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก จัดงาน เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด “ไซโก พรอสเปกซ์ แอล เอกซ์ ไลน์” (Seiko Prospex LX Line) ที่ได้รับการออกแบบโด เคน โอคูยามา (Ken Okuyama) นักออกแบบรถสปอร์ตระดับโลกอย่าง เอ็นโซ เฟอร์รารี่ (Enzo Ferrari) โดยนาฬิการุ่นยอดนิยมนี้พัฒนามาจากซีรีย์สุดฮอตอย่างรุ่น “พรอสเปกซ์” ณ เดอะ กลาสเฮ้าส์ สตูดิโอ ปาร์ค นายเลิศ โดยมีนักสะสมนาฬิกาให้ความสนใจมาร่วมงานมากมาย

สำหรับงานเปิดตัว ‘Seiko Prospex LX Line’ นอกจากเหล่านักสะสมนาฬิกาจะได้ยลโฉมนาฬิกาทั้ง 6 โมเดลที่ได้ นายแบบและนางแบบชื่อดังนำเสนอทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นแล้ว ยังได้สนุกกับเจ้าพ่อเพลงรัก เบล สุพล ที่เอนเตอร์เทนด้วยเพลงรักหลากหลายบทเพลงอีกด้วย

www.seiko.co.th / FACEBOOK : Seiko Club / IG : Seiko_Thailand

Gucci เปิดตัว Pop-up Store คอนเซ็ปต์ล่าสุด

เปิดตัว Gucci Pop up Store ในงาน Siam Paragon Watch Expo 2019 โดย เตย มหาดำรงค์กุล ผู้บริหารแห่ง โทรคาเดโร ไทม์ พร้อมโชว์นาฬิกาไฮไลท์ จี-ไทม์เลส (G-Timeless) ที่แฝงด้วยลูกเล่นเต็มไปด้วยเสน่ห์ ผลงานสร้างสรรค์ของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) โดยการนำเอาเฮ้าส์โมทีฟซิกเนเจอร์ GG สุดคลาสสิก มาทวิสต์กับแฟชั่นไอคอนล่าสุด Gucci Strawberry ผลไม้ประจำซีซั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพพิมพ์ลายการ์ตูนสีสันสดใสในยุค 70s นอกจากนี้ยังมีจิวเวลรี่ใหม่ล่าสุด ทั้ง Fine Jewelry และ Silver แบบฟูลคอลเลคชั่น นำมาจัดแสดงเพื่อเอาใจบรรดาแฟชั่นนิสต้าให้ได้สัมผัสก่อนใคร

ภายใน Pop-up Store นำเสนอความหรูหราด้วยความสดใสของสีฟ้า Dusty Blue ทั้งผนัง พรมและตู้โชว์ สร้างความเด่นตัดกับสีสันของพรมเปอร์เชียสไตล์วินเทจ เก้าอี้กำมะหยี่สี Heart Red ที่เป็นกลิ่นอายจากป็อปอัพคอนเซ็ปต์กลาสเฮ้าส์ล่าสุด พร้อมทั้งทาวเวอร์โชว์เคสสี Pistachio และ Pale Pink ตกแต่งในแนวอินดัสเตรียลด้วยหมุดสตีล เส้นสายสีดำ กระจกโค้ง และโลโก้ที่ส่องสว่าง เพื่อชูให้เห็นความโดดเด่นของนาฬิกาและจิวเวลรี่คอลเลคชั่นใหม่ อาทิ นาฬิการุ่น จี-ไทม์เลส ไอคอนนิค (G-Timeless Iconic), จี-ไทม์เลส คอนเทมโพรารี่ (G-Timeless Contemporary), จี-ไทม์เลส ออโตเมติค (G-Timeless Automatic), ไดฟ์ (Dive) และวินเทจ เว็บ (Vintage Web)

งานนาฬิกาและจิวเวลรี่ Gucci Pop-up Store จะจัดแสดงในช่วงงาน Siam Paragon Watch Expo ตั้งแต่วันนี้ ถึง 7 สิงหาคม 2562 ณ Hall of Fame ชั้น M

Parisian Time

รู้หรือไม่ว่าประเทศฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นาฬิกามายาวนานมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างสวิตเซอร์แลนด์เสียอีก และแม้ว่าบ่อยครั้งจะทำงานด้วยกลไกลสวิส แต่แบรนด์ฝรั่งเศสก็ไม่ลืมที่จะสอดแทรกความเลิศจองตนทั้งในด้ามีสไตล์และเสน่ห์ที่ยากจะหาใครเหมือน พิสูขน์ได้จากนาฬิกาทั้ง 7 รุ่นที่คัดสรรมานี้ ซึ่งมีทั้งรุ่นที่เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ไปจนถึงรุ่นที่เข้าถึงได้จริง

นาฬิการุ่น Monsieur จาก Chanel

นาฬิกาที่ได้ชื่อว่า Monsieur นี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อสามปีก่อน และขึ้นแท่นผลงานที่น่าจับตามองในโลกนาฬิกาชั้นสูงสำหรับผู้ชาย ตัวเรือนกลม ดีไซน์เรียบง่ายสะอาดตา โชว์ความโดดเด่นของกลไกรุ่นแรกที่พัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของ Chanel เอง ซึ่งกลไกดีไซน์งดงามราวประติมากรรมนี้แสดงชั่วโมงด้วยตัวเลขแบบจัมปิงอาวร์ และเข็มนาทีแบบเรโทรเกรดหรือแบบตีกลับ ทั้งยังมีกำลังลานสำรองนานถึง 3 วัน ตัวเรือนแพลทินัมขนาด 40 มิลลิเมตร กลไกขึ้นลานด้วยมือ แสดงชั่วโมง นาที และวินาทีที่หน้าปัดย่อย สายรัดข้อมือหนังจระเข้สีดำ ตัวล็อกแบบบานพับผลิตจากแพลทินัม

นาฬิการุ่น Santos-Dumont จาก Cartier

ก้าวเข้าสู่บทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ของนาฬิกาตระกูล Santos ด้วยผลงานล่าสุดที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของผลงานดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม นาฬิกา Santos-Dumont ประจำปี 2019 นี้ ทั้งไร้กาลเวลา เรียบหรู และงดงามลงตัว พร้อมเครื่องควอร์ตซ์รุ่นล่าสุดที่ทำงานได้นานถึง 6 ปี นับเป็นหนึ่งในผลงานที่จับต้องได้จริง และยังเป็นหนึ่งในผลงานของ Cartier ที่ไม่ว่าใครก็หมายตา โดยมีให้เลือกสองขนาด ในภาพนี้ตัวเรือนเหล็ก ขนาด 38.5 มิลลิเมตร (ไซส์เล็ก) ทำงานด้วยเครื่องควอร์ตซ์ แสดงชั่วโมงและนาที สายรัดข้อมือหนังจระเข้สีน้ำเงินพร้อมตัวล็อกเหล็กแบบหัวเข็มขัด

นาฬิการุ่น Newport Classique จาก Michel Herbelin

นาฬิการุ่น Newport Classique นี้ออกแบบและประกอบในฝรั่งเศส แต่เข็มหมุนไปตามแรงบันดาลใจจากชายฝั่งตะวันออกของอเมริกา โดดเด่นด้วยสไตล์แบบยุค ’70s หน้าปัดสีน้ำเงินมันเงาเข้ากับสายหนังสีน้ำตาลเข้ม เสน่ห์ของรุ่นล่าสุดนี้อยู่ที่หน้าปัดกลมซ้อนอยู่ในตัวเรือนทรงคุชชั่น สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ในช่วงยุค ’70s ตัวเรือนเหล็กขนาด 38 มิลลิเมตร ทำงานด้วยเครื่องควอร์ตซ์ แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ สายรัดข้อมือหนังพร้อมตัวล็อกเหล็กแบบหัวเข็มขัด

นาฬิการุ่น Les Matinaux จาก Trilobe

เมื่อนักธุรกิจหนุ่มชาวปารีสได้พบกับวอตช์เมกเกอร์ชาวสวิสผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพลิเคชั่น แบรนด์ Trilobe จึงได้ถือกำเนิดขึ้น เช่นเดียวกับแบรนด์รุ่นหลัง แบรนด์นาฬิกาน้องใหม่นี้เลือกที่จะท้าทายการบอกเวลาในรูปแบบที่เราคุ้นเคย ด้วยแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมและสถาปัตยกรรม ในที่สุดคอนเซ็ปต์ของนาฬิกา Les Matinaux ก็เป็นรูปเป็นร่างด้วยการใช้วงล้อหมุนสามวงแทนเข็มนาฬิกา ซึ่งใช้เวลาหลายปีกว่าจะสำเร็จออกมาได้ ตัวเรือนเหล็กขนาด 41.5 มิลลิเมตร กลไกอัตโนมัติ แสดงชั่วโมง นาที และวินาที สายรัดข้อมือหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม (ถอดเปลี่ยนได้) พร้อมตัวล็อกเหล็กแบบหัวเข็มขัด สำหรับผลงานรุ่นแรกนี้ผลิตเพียง 300 เรือน

นาฬิการุ่น Clubmaster Iconic Acier จาก Briston

ดีไซน์ตัวเรือน Clubmaster รุ่นใหม่ล่าสุดยังคงเป็นทรงคุชชั่นซึ่งนำความสำเร็จมาสู่แบรนด์นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปีค.ศ. 2013 ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติจากญี่ปุ่น พร้อมเปิดช่องโชว์บาลานซ์วีล ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา หน้าปัดเฉดสีขาวเงินประดับด้วยเข็มวินาทีเฉดสีน้ำเงิน ตอกย้ำเสน่ห์ความเท่แบบเรโทร เข้ากับสายรัดข้อมือหนังที่ผ่านกรรมวิธีทำให้ดูเก่า ตัวเรือนสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร กลไกอัตโนมัติ แสดงชั่วโมง นาที และวินาที สายรัดข้อมือหนังสไตล์เรโทรสีโทป (ถอดเปลี่ยนได้) พร้อมตัวล็อกเหล็กแบบหัวเข็มขัด

นาฬิการุ่น BR 03-92 Blue Steel จาก Bell & Ross

คอลเลกชั่น Blue Steel ได้เพิ่มเติมสมาชิกใหม่เฉดสีน้ำเงินในปีนี้ด้วยรุ่น BR 03 โดยยังคงอ่านค่าเวลาได้ง่ายด้วยตัวเลขและอินเด็กซ์เฉดสีตัดกับพื้นหน้าปัดเฉดสีน้ำเงินเข้มขัดเงาแบบซันเรย์ พร้อมสายรัดข้อมือเฉดสีเดียวกัน ต้องบอกว่าเป็นผลงานที่เน้นความสปอร์ตและสง่าในเรือนเดียว จึงเข้าได้กับหลายโอกาสอย่างแท้จริง ตัวเรือนสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร กลไกอัตโนมัติ แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่ สายรัดข้อมือหนังสีน้ำเงินพร้อมตัวล็อกเหล็กแบบหัวเข็มขัด

นาฬิการุ่น Tambour Damier Graphite จาก Louis Vuitton

ผลงานล่าสุดจากคอลเลกชั่น Tambour ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2002 มีชื่อว่า Tambour Damier Graphite อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของแบรนด์ Louis Vuitton นับตั้งแต่การเลือกใช้ดามิเยร์กราไฟต์ลายแคนวาสรุ่นดั้งเดิมซึ่งจำลองขึ้นมาใหม่บนหน้าปัดรุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยช่างผลิตหน้าปัดของโรงงาน La Fabrique du Temps Louis Vuitton ที่เมืองเจนีวา ตัวเรือนเหล็กขนาด 41.5 มิลลิเมตร ทำงานด้วยเครื่องควอร์ตซ์ แสดงชั่วโมง นาที และวินาที สายรัดข้อมือแคนวาสดามิเยร์กราไฟต์ (ถอดเปลี่ยนได้) พร้อมตัวล็อกเหล็กแบบหัวเข็มขัด

Author: Bertrand Waldbillig
Photographer: Julien Roux
Translator: Pimpilai Boonjong

Gucci เปิดตัว Grip นาฬิการุ่นล่าสุด

Gucci เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด Grip ที่ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย ในดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และร่วมสมัย 

นาฬิกาคอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยนาฬิการะบบควอตซ์สี่ชิ้นสี่ดีไซน์ แต่ละแบบเน้นตัวเรือนสี่เหลี่ยมโค้งมน พร้อมช่องสีขาวไว้บอกวัน เวลา และนาทีตามลำดับ

หนึ่งในสี่รุ่นนั้นคือตัวเรือนทองที่มาพร้อมสายรัดข้อมือสีทองเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งมี สัญลักษณ์ GG สลักอยู่บนตัวเรือนและสาย ส่วนอีกรุ่นนั้นทำจากเหล็กกล้า เพิ่มความเงางาม ทันสมัยและสามารถเข้าได้กับทุกโอกาส

นอกจากนั้นยังมีอีกสองรุ่นที่จับคู่มาพร้อมกับสายหนังลูกวัวในโทนสีที่ดูหรูหรา สีเขียวจับคู่กับตัวเรือนเหล็กกล้า ส่วนสายหนังลูกวัวสีแดงบอร์โดซ์จับคู่มากับตัวเรือนสีทอง

นาฬิการุ่น Grip นี้จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับทั้งชายและหญิงที่มองหานาฬิกาที่ดูเรียบ หรู สบายตา แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์อันหรูหรา น่าหลงไหล และดึงดูดความสนใจด้วยเสน่ห์ของความเป็นวินเทจ

เกี่ยวกับนาฬิกา Gucci 

Gucci Timepieces เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาแฟชั่นที่มีชื่อเสียง ด้วยรูปลักษณ์ การออกแบบ และการพัฒนาในด้านดีไซน์และการผลิตอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970

นาฬิกา Gucci ได้รับการยอมรับในด้านการออกแบบนวัตกรรม ความร่วมสมัย คุณภาพและงานฝีมือที่ผลิตภายใต้มาตรฐานอันเข้มงวดของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และถูกจัดจำหน่ายไปทั่วโลกเฉพาะที่ร้าน Gucci และผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาที่ได้รับการเลือกสรรแล้วเท่านั้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gucci Timepieces สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.gucci.com 

Gucci เป็นส่วนหนึ่งของ Kering Group ผู้นำแห่งโลกเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับซึ่งพัฒนาแบรนด์สินค้ากลุ่มลัคชัวรี่ กีฬา และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ อีกมากมาย