BOTTEGA VENETA: MEN ภาพยนตร์สั้นที่ตีความหมายของความหลากหลายและซับซ้อนของผู้ชายในทุกแง่มุมผ่านความสัมพันธ์ระหว่างเสื้อผ้าและผู้สวมใส่

ผู้ชายแบบ New BOTTEGA นั้นจะมีบุคลิกอย่างไรเรียบเท่มินิมอลหรือรักสนุกแบบฉีกทุกเกณฑ์ชมหลากหลายในการตีความ “ความเป็นผู้ชาย” และสายสัมพันธ์ระหว่างบุรุษผู้สวมใส่กับเสื้อผ้าตัวสวยได้ผ่านหนังสั้น BOTTEGA VENETA: MEN  ที่ Daniel Lee, Creative Director ชาวอังกฤษคนเก่งผู้คืนชีพให้ BOTTEGA  ได้จัดทำขึ้นพร้อมด้วยเพื่อนศิลปินจากหลากหลายแขนงนำโดย

  • Barry Keoghan
  • Dick Jewell 
  • George Rouy 
  • Michael Clark 
  • Neneh Cherry
  • Obongjayar
  • Octavian
  • Roberto Bolle
  • Roman
  • Tricky  

ได้แล้วตอนนี้ถือว่าห้ามพลาดเลยล่ะเพราะหนังสั้นตัวนี้จะเปิดให้รับชมถึงวันที่ 6 สิงหาคมนี้เท้านั้นไปชมทีเซอร์เท่ๆรอกันก่อนได้เลยครับ! ส่วนหนังตัวเต็มคลิ๊กที่นี่เพื่อชมได้เลยครับ!

แม่มาแล้ว! เจสสิกา แชสเทน เปิดตัวบทบู๊ครั้งแรกใน “AVA เอวามาแล้วฆ่า”

เปิดตัวตัวอย่างแรกของภาพยนตร์บู๊แอ็กชั่น ‘AVA เอวามาแล้วฆ่า’ ที่นำแสดงโดยเจสสิกา แชสเทน กับบทบู๊เต็มตัวเป็นครั้งแรก บอกเลยว่าดูจบแล้วอยากจะจองตั๋วล่วงหน้าไปกราบแม่กันในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว

ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเรื่องราวของ เอวา (เจสสิกา แชสเทน) มือสังหารอันดับต้นๆ ของวงการ ที่ได้รับภารกิจสังหารข้ามชาติ แต่กลับทำงานผิดพลาดจนทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของทางการ รวมถึงโลกใต้ดินที่ฝึกฝนเธอเป็นมือสังหาร เธอจึงต้องใช้ทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมา เพื่อต่อสู้ เอาชีวิตรอดและหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง รวมทั้งตามล้างแค้นมือสังหารหนุ่ม (โคลิน ฟาร์เรล) ที่อาจเป็นตัวการของเรื่องทั้งหมด นำไปสู่จุดเริ่มต้นแห่งการไล่ล่าและการตอบโต้ ที่จะมาพร้อมความตื่นเต้น ลุ้นระทึกจนผู้ชมแทบลืมหายใจ

ซึ่งนอกจากได้ดาราตัวแม่อย่างเอวามาเป็นตัวดึงดูดหลักแล้ว ยังได้เทต เทย์เลอร์ ผู้กำกับมือดีจาก The Girl on the Train (2016) มากุมบังเหียนกำกับ พร้อมนักแสดงฝีมือดีทั้ง โคลิน ฟาร์เรล (Fantastic Beasts and Where to Find Them (2016)) จอห์น มัลโควิช (Con Air, Unlocked, Mile 22) จีน่า เดวิส (The Long Kiss Goodnight, Thelma and Louise) และ ไดอาน่า ซิลเวอร์ส (Booksmart, Ma)

เตรียมพบกับภาพยนตร์บู๊ระห่ำ ‘AVA เอวามาแล้วฆ่า’ ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

GUCCI’s EPILOGUE : When the curtain closed.

ปิดฉากอย่างดงามของไตรภาคแห่งความรักจาก Alessandro Michele ที่ปฐมบทเร่ิมในแฟชั่นโชว์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะถึงภาคสองในแคมเปญโฆษณานำเสนอในเดือนพฤษภาคม และบทส่งท้ายอันเป็นบทจบ Epilogue ที่รูดม่านปิดไตรภาคแห่งความรักนี้อย่างงดงามสมบูรณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา(19.00 น.17/07/20)

แม้มหากาพย์ความรักนี้จะมีบทจบที่คาดไม่ถึงด้วยวิกฤติไวรัสโคโรนา-19 ที่ทำให้ฉากจบที่สมควรจะอบอวลไปด้วยสวนสวยและมวลหมู่พฤกษากลับกลายเป็นการที่ต่างคนต่างมี social distancing และการเดินทางไปชมคอลเลกชั่นอย่างใกล้ชิดกลายเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ บทส่งท้ายนี้จึงอยู่กันแบบสันโดษต่างคนต่างชื่นชมผ่านจอคอมพ์ ซึ่ง Gucci ก็จัดให้หนำใจ 12 ชั่วโมงตั้งแต่บ่ายโมงตรงในประเทศไทย จนถึงถึงการโชว์ให้เห็นอาภรณ์ในคอลเลกชั่นและหลังจากนั้นก็มีเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายภาพต่างๆ ไปเรื่อยจนครบ 12 ชั่วโมง เรียกว่าดูกันจุใจผ่านทาง www.gucci.com 

ในเมื่อเราไปยังสวนของกุชชี่ไม่ได้ กุชชี่ก็ส่งพืชผักและผลไม้ออร์แกนิกมาให้สื่อมวลชนถึงออฟฟิศและถึงบ้านเพื่อจะได้เข้าใจกับบทส่งท้ายนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีบางคนได้ส้มโอเป็นลูกๆ ไปส่งถึงบ้านนอกเหนือจากเงาะ กล้วย แอปเปิ้ล แก้วมังกร มะเขือเทศเชอร์รี่ ถั่วแขก ผักสลัดและเห็ด ก็ต้องบอกว่ามาเหนือชนิดที่ใครๆ ก็ต้องอ้าปากค้าง

ระหว่างการดำเนินบทส่งท้ายไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงเวลาทุ่มตรงที่มีลุคในคอลเลกชั่นมาให้ชมต้องบอกว่าทำได้ดีมากๆ เพราะเป็นการนำเสนอเบื้องหลังการถ่ายภาพแฟชั่นหรืออาจจะเป็นแคมเปญของคอลเลกชั่นนี้ที่ Campo Boario และ Palazzo Sacchetti ในกรุงโรม ได้เห็นการแต่งหน้าโมเดลที่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของคอลเลกชั่นต่างๆ ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับอเลสซานโดร เขาจึงมาคิดว่าบทส่งท้ายนี้นักแสดงก็ควรจะเป็นพวกเขาเหล่านี้ที่เป็นนักออกแบบและมีความคิดสร้างสรรค์และแน่นอนย่อมมีความเป็นกุชชี่ ใน Lookbook ที่เพิ่งส่งมาสดๆ ร้อนๆ และในช่วงนำเสนอคอลเลกชั่นตอนทุ่มตรงเราจึงเห็นภาพคนเหล่านี้ในลุคต่างๆ ของคอลเลกชั่นนี้ ที่ทำให้รู้สึกจริงมากยิ่งกว่าใช้โมเดล เพราะพวกเขาก็มีรูปร่างแบบคนปกติส่วนใหญ่ที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ทว่าเป็นเรื่องของบุคลิกที่ทำให้แครีย์ลุคนั้นๆ ได้ แน่นอนว่าสาวกกุชชี่ก็ย่อมทำได้เฉกเช่นเดียวกันเพราะเป็นเรื่องของอินเนอร์ล้วนๆ

ความเก๋อยู่ที่เขาทำให้โมเดลในลุคต่างๆ เป็นเหมือนตุ๊กตากระดาษ มีข้อความเขียนเน้นในส่วนที่ต้องการเน้น มีสติ๊กเกอร์ติดให้ซูมว่าเป็น detail ของเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือแม้แต่บิวตี้ มีแม้แต่แยกรูปมาเฉพาะส่วนหน้าแล้วเติมสีลิปสติกเข้าไปในหน้าชายหนุ่มแล้วมีป้ายสติ๊กเกอร์ใสแปะพร้อมข้อความลองทาลิปสติกดู นี่คือความสนุกที่เราได้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ที่อเลสซานโดร ต้องการเน้นย้ำ รวมไปถึงการทาสีเล็บของหนุ่มๆ (หลากวัย)ที่มาเป็นแบบ ว่าให้ทาเล็บสีดำหรือสีแดงเพียงบางนิ้วเท่านั้น ก็เก๋ไปอีกแบบ กุชชี่ก็ยัง no gender เช่นเคยแต่สนุกตรงที่ล้ำให้เพศสภาพชายทำในหลายๆ สิ่งที่คาดไม่ถึง แม้แต่การผูกผ้าโพกผมทำจากผ้าชีฟองพิมพลายดอกไม้ ซึ่งเชื่อว่ามีผู้ชายทำตามแน่ๆ

ลายดอกไม้ ลายพันธ์ุพฤกษาที่คลี่คลายมาจากลายยุคอาร์ตนูโวช่วงเซเวนตี้ส์ เขียนไม่ผิดเพราะยุคเซเวนตี้ส์นำเอาลายอาร์ตนูโวกลับมาทำเป็นลายแบบเซเวนตี้ส์ ใครยังทันแบรนด์แฟชั่นที่ชื่อ Biba ของลอนดอนต้องนึกออก เราจึงเห็นลายดอกป็อปปี้ที่มีก้านยาวคดโค้ง ดอกคาร์เนชั่นที่มีกลีบพับจับระบายสวย ลายดอกแอนนีโมนี(Anemone)สุดฮิตของยุคนั้น และอีกหลายๆ ลายดอกไม้แบบเซเวนตี้ส์ที่มาสร้างสีสันเจิดจ้าสมกับฤดูกาลที่แสงอาทิตย์มาปลุกทุกสรรพสิ่งบนโลกให้ผ่านพ้นฤดูหนาว 

คือความฮิปคือความเนิร์ดและคือความกุชชี่ที่หลอมรวมเป็นบทส่งท้าย ไม่มีซิลลูเอทที่สวมใส่ยากเพราะจำกัดเรื่องรูปร่าง หากแต่ถ้าใจไปลุคไหนๆ ก็แครีย์อยู่ ลายโลโก้ GG ก็ยังมีอยู่ ทั้งแจ็คเก็ตผ้าเดนิมตกแต่งด้วยหนังในส่วนของขอบกระเป๋าหรือข้อแขนของเสื้อ ผ้าสักหลาดแต่ทำให้เนื้อบางและสวมใส่สบาย เติมสีสันด้วยผ้าพันคอลายดอกที่จับพลีทคลายๆ เหมือนผ่านการใช้งานมานานมาผูกแทนโบไท ถือกระเป๋าทรงโบโฮใบใหญ่ที่จุของได้สารพัดตกแต่งด้วยแถบสีเขียวแดงอันคลาสสิกของกุชชี่

เครื่องประดับก็สุดเหวี่ยงด้วยงานโลหะในรูปทรงแบบโรโคโค ลูกปัดโลหะของชนเผ่า สร้อยทองกับจี้โลหะสุดเท่ เข็มขัดหนังเส้นใหญ่ที่หัวเข็มขัดเป็นโลหะหล่อลายวิจิตร ส่วนรองเท้านั้นเป็นทรงคลาสสิกตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์ Horsebit  ในส่วนลายตกแต่งต่างๆ รองเท้าบู้ตลายหนังงูสามารถแมตช์ได้ทุกลุคถ้าใจต้องการ รองเท้าผู้หญิงมีส้นสูงตันหนาแต่งส้นด้วยโลหะมันวาวโดยรอบ ของสุภาพบุรุษมีทั้งรองเท้าทรงคลาสสิกไปจนถึงรองเท้าสนีกเกอร์สีสดจ้า รองเท้าผ้าใบลายดอกไม้ โดยมีถุงเท้าสูงยาวไปถึงเข่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ถ้าลุคนั้นเป็นกางเกงขาสั้นของหนุ่มๆ

ยังมีลายการ์ตูนของ Looney Tunes ที่เราประทับใจกันถ้วนทั่ว แต่สะดุดตาที่สุดก็คือกระเป๋าทรงโท๊ตลายโลโก้ GG ที่มีตัวการ์ตูนโดราเอมอนในอากัปกิริยาต่างๆ ประดับอยู่ทั่วไป ถือเป็นการ์ตูนจากเอเชียที่โดดเด่นขึ้นมาในลวดลายของเหล่าลูนนีย์ตูน แต่ส่วนตัวก็ยังชอบลวดลายที่มีเส้นสายแบบอาร์ตนูโวฉวัดเฉวียนแต่เมื่อมองให้ชัด อ้าวนั่นคือลูกเป็ดจอมซนหลานๆ ของโดนัลด์ ดัก ที่แสนน่ารัก คือ Huey, Dewey และ Louie ต้องบอกว่าปังมากๆ กับการสร้างสรรค์ลวดลายของกระเป๋าต่างๆ 

บทส่งท้ายที่แสนจะโรแมนติก อบอวลไปด้วยดอกไม้ พันธุ์พฤกษาและการ์ตูน แต่ยิ่งล้ำไปอีกในเรื่องไร้เพศสภาพเพราะในคอลเลกชั่นนี้ทุกชิ้นจับมาผสมผสานโดยไม่ต้องคำนึงเรื่องเพศสภาพยิ่งกว่าทุกๆ ภาคของไตรภาคแห่งความรักนี้ เป็นการรูดม่านปิดพร้อมเสียงปรบมือกึกก้องชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ที่เราจะได้สัมผัสในปีหน้าที่กุชชี่จะมีการจัดแสดงคอลเลกชั่นเพียง 2 ครั้งต่อปีเท่านั้น ระหว่างรอที่จะเป็นเจ้าของชิ้นสวยๆ ของคอลเลกชั่นนี้ที่จะเข้าบูติกคงช่วงไตรมาสแรกปีหน้า เราก็ตื่นเต้นว่าปฐมบทของจักรวาลกุชชี่ในปีหน้านั้นจะเป็นเช่นไร     

สำรวจประวัติศาสตร์แห่งสยามประเทศผ่านฟิล์มกระจกอันทรงคุณค่าในนิทรรศการฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา

นับตั้งแต่ที่องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจกและต้นฉบับภาพถ่ายชุดหอพระสมุดวชิรญาณเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกเมื่อปี 2560 นั้น ได้มีแผนการที่จะเปิดคลังภาพถ่ายฟิล์มกระจกเป็นประจำทุกปีตามลำดับเวลาของภาพเพื่อให้ภัณฑารักษ์นำไปจัดแสดงแก่สาธารณชนต่อไป โดยมีการจัดนิทรรศการจัดแสดงฟิล์มกระจกครั้งแรกในชื่อ “เฉลิมฟิล์มกระจก ฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก” ในปี 2561 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการประกาศขึ้นทะเบียนฯ ดังกล่าว 

สำหรับนิทรรศการในปี 2563 กรมศิลปากร มูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจกในชื่อ ฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้หญิง สิริกิติยา เจนเซน เป็นภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการครั้งนี้

นิทรรศการครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดให้เห็นเรื่องราวและความเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของสยามระหว่างสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 7 โดยในนิทรรศการส่วนที่หนึ่ง ปฐมบรรพ ผู้ชมจะได้ร่วมติดตามการเสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้พระองค์ได้สำราญพระราชอิริยาบถและทรงใกล้ชิดกับราษฎรอย่างทรงมิถือพระองค์ แม้ว่าจะสิ้นสุดลงด้วยเหตุการณ์อันน่าโศกเศร้าราวกับเป็นสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ตาม ส่วนที่สอง ทุติยบรรพ จะพาไปสำรวจวิถีชีวิตอันสงบสุขแสนเรียบง่ายของประชาชนในกรุงเทพฯ เป็นช่วงเวลาที่เปรียบดั่งการพักครึ่งระหว่างการแสดง ก่อนความเปลี่ยนแปลงจะเข้ามาเยื้องกรายในสยามประเทศในไม่ช้า

ส่วนถัดมา ตติยบรรพจะถ่ายทอดอิทธิพลของชาวตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวสยาม จนเกิดเป็นลักษณะการพัฒนาประเทศแบบ “ตะวันออกบรรจบตะวันตก” ที่มาถึงจุดสูงสุดในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 และส่วนสุดท้าย จตุตถบรรพ จะนำเสนอภาพของสยามที่กำลัง “เร่งรุดไปข้างหน้า” ด้วยกิจการรถไฟ กิจการซึ่งสะท้อนอิทธิพลตะวันตกทั้งในเชิงกายภาพและแนวคิดอุดมคติ นำไปสู่ความเป็นรัฐชาติที่ใช้ทางรถไฟเชื่อมหัวเมืองน้อยใหญ่ต่าง ๆ เข้าสู่ศูนย์กลาง ณ พระนคร เกิดเป็นการปกครองรวมศูนย์ทั้งในด้านวัฒนธรรมและการบริหารบ้านเมืองในที่สุด อีกทั้งจะได้ชมภาพความเป็นไปของชาวสยามท่ามกลางสารพันความทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งมวล

ร่วมชมฟิล์มกระจกที่สวยงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์อันประเมินค่ามิได้ในนิทรรศการ ฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) จัดแสดงแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2563 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และ virtualarchives.nat.go.th/glassplate

Story: BACC

Photography: BACC & NAT

Edited by: Peerachai Pasutan

‘One For Two’ at Shangri-La Bangkok or Chiang Mai

เครือโรงแรมแชงกรี-ลาคืนกำไรให้ผู้เข้าพัก โดยออกแพ็กเกจ ‘One For Two’ ตั้งแต่วันที่ 17-19 กรกฎาคมนี้ หากคุณสำรองห้องพักที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ หรือโรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ คุณจะได้สิทธิพิเศษ​เข้าพัก 1 คืน พักฟรีเพิ่มอีก 1 คืน

โดยค่าเข้าพัก 1 คืนสำหรับห้องพักแบบดีลักซ์ ราคาอยู่ที่ 3,500 บาทถ้วน* ต่อห้องต่อคืนเท่านั้น โดยคุณสามารถเลือกสิทธิพิเศษต่างๆ เพิ่มเติมได้ดังต่อไปนี้

  • อิ่มอร่อยไปกับอาหารเช้าเลิศรสในราคาพิเศษท่านละ 590 ถ้วน
  • แขกห้องพักท่านที่ 3 (อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป) สามารถร่วมเข้าพักในห้องเดียวกันได้ โดยต้องชำระค่าห้องพักเพิ่มเติม 500 บาทถ้วนต่อห้องต่อคืน 
  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าพักฟรีได้สูงสุด 2 ท่านต่อห้องต่อคืน

*เงื่อนไขและข้อกำหนด

  • สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 นี้
  • เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ระบุไว้ในบัตรกำนัลห้องพักของโรงแรมฯ
  • บัตรกำนัลห้องพักฟรี 1 คืนนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กับผู้อื่นได้
  • ข้อเสนอนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ หรือไม่สามารถใช้ร่วมกับการสำรองห้องพักแบบกลุ่มได้
  • กรุณาสำรองห้องพักล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่าง และเป็นไปตามข้อเงื่อนไขและข้อกำหนดตามที่โรงแรมฯ กำหนด
  • ราคานี้ไม่สามารถสะสมคะแนนโกลเด้นเซอร์เคิลได้
  • ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าบริการ 17.7 เปอร์เซ็นต์แล้ว

สำรองห้องพักที่ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ กรุณาติดต่อที่ 0-2236-7777 หรือ reservations.slbk@shangri-la.com

สำรองห้องพักที่ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ กรุณาติดต่อที่ 0-5325-3888 หรือ chiangmai@shangri-la.com

ชื่นชมผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ได้ในนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLCON ที่ BACC

เชื่อว่าในทุกวันนี้ มีศิลปินรายใหม่ ๆ จากทุกอาชีพ ทุกช่วงวัย และทุกแห่งหนได้เริ่มลงมือสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางความคิดของตนเอง ทว่าหลายคนนั้นอาจไม่มีโอกาสที่จะพัฒนา ต่อยอด หรือได้รับคำแนะนำในการแสดงความสามารถทางศิลปะของตน จนทำให้วงการศิลปะพลาดโอกาสที่จะได้เห็นผลงานจากศิลปินเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย

Author: Peerachai Pasutan

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกันสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่หรือศิลปินที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นในเส้นทางศิลปะ ผ่านโครงการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLCON: 20/20 ‘เปลี่ยน’ (Fluidity of Change) ซึ่งปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2559 โดยศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกนั้นจะได้รับการพัฒนาผลงาน แนวความคิด ตลอดจนทักษะการทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งในและนอกวงการศิลปะ อีกทั้งยังได้รับทุนสนับสนุนในการสร้างสรรค์ผลงาน และมีโอกาสทำงานร่วมกับฝ่ายนิทรรศการของ BACC ด้วยเช่นกัน 

“น้อยเวทีที่จะเปิดโอกาสให้คนได้มาแสดงความสามารถจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ และมีความแตกต่างตั้งแต่แรก ก็คือการเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่รักชอบงานศิลปะโดยไม่จำกัดอาชีพได้มีพื้นที่หรือเวทีที่ได้ลงมือทำจริง ๆ” คุณสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงโครงการนี้ไว้ในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โครงการ EARLY YEARS PROJECT ครั้งนี้นำเสนอผลงานที่สะท้อนการเคลื่อนไหวทางศิลปะ และสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ โดยมีสาระสำคัญเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติต่อไป มีศิลปินเลือดใหม่ที่จะมาถ่ายทอดผลงานของตนสู่สายตาสาธารณชน ทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ อวิกา สมัครสนาน, รัตนา สุจริต, รัตนกานต์ กาญจนพันธุ์บุญ, รณรงค์ บุตรทองแก้ว, สรีนา สัตดาผล, สุชน สุจิต, ธนนันท์ ใจสว่าง และ ญาณุศักดิ์ เนาว์แสง 

สามารถชมผลงานและให้กำลังใจทั้งแปดศิลปินรุ่นใหม่ได้ในนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLON: 20/20 ‘เปลี่ยน’ (Fluidity of Change) จัดแสดงแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กันยายน 2563 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง facebook.com/baccpage

ภาพจาก BACC

#LofficielHommesChoice รวม 5 ไอเท็มคู่สีสดรับลมร้อนและกลิ่นไอทะเลเพื่อทริปแรกหลังหมดโควิด-19!

ในช่วงที่สนามบินและน่านฟ้ายังคงปิดอยู่แบบนี้รวมถึงการต้องใช้ชีวิตแบบรักษาระยะห่าง Social Distancing มันก็อดชวนให้จินตนาการถึงทริปแรกหลังจากที่การระบาดสิ้นสุดลงและเราได้เอนกายพักผ่อนบนชายหายปลอดผู้คนพร้อมฟังเสียงคลื่นรับลมทะเลไม่ได้จริงๆ 

และวันนี้ #LofficielHommesChoice ของเราก็ได้รวบรวม 5 ไอเท็มไว้เติมสีสันและสไตล์ที่โดดเด่นกว่าใครให้คุณเอ็นจอยวันหยุดอย่างมีคลาสพร้อมโทนสีสดใสรับฟ้าหลังฝนของภัยโควิด แต่ละชิ้นจะมีอะไรบ้างไปชมกันเลยครับ 

1 Acne Studios Shirt 

คู่สีส้มเขียวที่ไม่สว่างจนเกินไปพร้อมปก Cuban แหลมสวยลงตัวและมีสไตล์ งานผลิตมือใน Morocco จากแบรนด์โปรดสัญชาติสวีเดนของสายแฟชั่นอย่าง Acne Studios 

ราคาประมาณ 370 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

2 Dior Foxton Flower T-Shirt 

เสื้อยืดสีขาวคลีนๆเนื้อผ้าดีๆพร้อมลายพริ้นท์แบบมินิมอลคืออะไรที่ลงตัวเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องวันหยุดแถมโลโก้ Dior ขนาดกำลังพอดีก็สะท้อนรสนิยมอันแสนมีระดับของคุณได้เป็นอย่างดี 

ราคาประมาณ 790 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

3 Casablanca Jeans 

Statement piece คืออีกหนึ่งหมวดหมู่ที่เอามาใส่ในช่วงวันหยุดได้โดยไม่ดูเยอะเกินไปและคู่สีพร้อมลายพริ้นท์ที่โดดเด่นมาแต่ไกลจาก Casablanca แบรนด์ที่ทำลายพริ้นท์ได้ดีเสมอมาพร้อมกับแพทเทิร์นการตัดเย็บที่ relaxed แต่ปราณีต 

ราคาประมาณ 282 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

4 JW Anderson Shorts

การนำเอาลายพริ้นท์คลาสสิคอย่างลาด Paisley มาเติมสีสันและความละมุนชวนฝัน เชือกปรับระดับผ้ายิ่งช่วยเติมความสบายจับคู่กับเสื้อสีขาวเรียบๆซักตัวเป็นอันจบ 

ราคาประมาณ 474 USD (ลดจาก 790 USD ) ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

5 Vilebrequin Moonrise Swim Shorts 

แบรนด์กางเกงว่ายน้ำจากสถานที่ท่องเที่ยวในฝันอย่าง Saint Tropez ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสด้วยเนื้อผ้าแบบ 98% polyamide / 2% elastane แห้งเร็วและเบาสบายพร้อมลายพริ้นท์น่ารักๆกำลังดี ช่วยให้ตอนลงและขึ้นจากน้ำของคุณมั่นใจมากขึ้นอีกทั้งโลโก้ที่ปักอยู่ด้านหลังยังเป็นการซ่อนความหรูหราอย่างแยบยลอีกด้วยล่ะ!

ราคาประมาณ 234 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

ไอเท็มชิ้นตำนานผสมกับคอลเล็กชั่นสายสตรีทล่าสุด! ไปวิเคราะห์ลุคอยู่บ้านของ Travis Scott ที่มียอดไลก์สูงถึง 2 ล้านภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง

เป็นอีกหนึ่งแร็พเปอร์ผู้นำเทรนด์แฟชั่นโดยเฉพาะในสายสตรีทและไฮสตรีทอยู่แล้วสำหรับ Jacques Webster หรือที่เรารู้จักกันในนาม Travis Scott โดยล่าสุดเจ้าตัวก็ได้โพสรูป Portriat เต็มตัวกับลุคสบายๆในบ้านพัก

แต่ที่น่าสนใจก็คือไอเท็มแต่ละชิ้นนั้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยซักชิ้นวันนี้เราเลยขอวิเคราะห์กันชิ้นต่อชิ้นเลยว่าแต่ละชิ้นนั้นคืออะไรและทำไมถึงช่วยทำให้ลุคสบายๆดูลงตัวและเท่แบบไม่ต้องพยายาม ไปชมกันเลยครับ

เริ่มต้นที่แจ๊กเกตที่เป็นชิ้นตำนานเลยล่ะจาก Raf Simons แบรนด์ขวัญใจสายแฟ โดยเจ้าแจ๊กเกต Varsity ตัวนี้มาจากคอลเล็กชั่น  ‘Virginia Creeper’ ประจำฤดูกาล Autumn/Winter 2002 ที่นักสะสมและคนในวงการแฟชั่นยกให้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของ Raf และไอเท็มทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นก็มีราคาซื้อขายในตลาดตอนนี้ที่สูงเอามากๆ (สูงกว่าราคาจำหน่ายถึง 5-10 เท่าเลยล่ะสำหรับบางชิ้น)

ต่อด้วยกางเกงทรงขากว้างที่ Travis สวมใส่เป็นประจำและกางเกงสีน้ำตาลตัวนี้ก็มาจากแบรนด์ Rick Owens อีกหนึ่งแบรนด์หรูอเมริกันขวัญใจสายดาร์กที่ชื่นชอบแฟชั่นที่เอากลิ่นอายโกธิคโบราณมาเล่าให้ดูล้ำสมัย และแน่นอนราคาของทุกไอเท็มมาพร้อมราคาแรงๆ ที่แม้แต่ไอเท็มอย่างเสื้อกล้ามยังมีราคาทะลุ 1 หมื่นบาท

ดูโพสต์นี้บน Instagram

@travisscott

โพสต์ที่แชร์โดย RAF SIMONS ARCHIVES (@raf_simons_archives) เมื่อ

ขยับลงมากันต่อกับรองเท้าแตะทรง Bulky หุ่นหนากับ Visvim รุ่น Christo แบรนด์ญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและวัสดุการผลิตชั้นนำ แต่ก็มาในราคาที่ค่อนข้างโหดเช่นกัน (สำหรับรุ่น Christo มีราคาเฉลี่ยที่ประมาณ 23,000 บาท) 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

BIRKENSTOCKS NOW AVAILABLE ONLINE #RICKOWENS #RICKOWENSONLINE

โพสต์ที่แชร์โดย RICK OWENS ONLINE (@rickowensonline) เมื่อ

ปิดท้ายด้วยหมวก Nike คอลเล็กชั่นที่แร็พเปอร์วัย 28 ปีได้ร่วมออกแบบและนำโลโก้ Swoosh อันโด่งดังมากลับหัวและแน่นอนทุกชิ้นขายหมดตั้งแต่วันแรกที่วางขาย เรียกได้ว่าร้อนแรงสมฉายา LaFlame จริงๆสำหรับลุคนี้ของเจ้าตัว 

ส่องนาฬิกาสุดเนี้ยบของกษัตริย์อีกน ใน The King: Eternal Monarch

มาแรงสุดๆ กับการห่างหายจากหน้าจอไปรับใช้ชาติ อีมินโฮ(Lee Min Ho) กลับมาอย่างสมภาคภูมิในบทพระเจ้าอีกน ที่มีประตูเวลาเป็นสิ่งเชื่อมมิติ และไม่ว่าจะอยู่โลกราชาธิปไตยหรือโลกสาธารณรัฐ เวลาคือตัวแปร ดังที่กษัตริย?หนุ่มมีรับสั่งว่า  “นาฬิกาที่ดีจะต้องไม่คลาดเคลื่อนเลย แม้แต่เศษเสี้ยววินาที”

นับว่ากระแสมาแรงตั้งแต่เริ่มต้นเพียงไม่กี่ตอน The King: Eternal Monarch ก็ทะยานขึ้นสู่ซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งบน Netflix ประเทศไทย ส่วนหนึ่งอาจเพราะได้พระเอกเกาหลีคนดังอย่าง อีมินโฮ (Lee Min Ho) มารับบทนำ และเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ชวนติดตามเกี่ยวกับโลกคู่ขนานของเกาหลี โดยในโลกหนึ่งมีการปกครองระบอบกษัตริย์ และอีกโลกหนึ่งมีการปกครองแบบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดี แต่เมื่อประตูระหว่างโลกทั้งสองได้เปิดออก ทำให้กษัตริย์อีกนได้เข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง และเกิดเรื่องราวต่างๆ ที่เราต้องคอยติดตามกันในตอนต่อไป

ตั้งแต่ episode แรกจะเห็นได้ว่า กษัตริย์อีกนทรงมีบุคลิกเนี้ยบและพิถีพิถันในเรื่องของการแต่งกายที่ต้องดูดีอยู่เสมอ และสิ่งหนึ่งที่ทรงสวมติดตัวที่เราเห็นก็คือ “นาฬิกา” แน่นอนนาฬิกาที่พระองค์ทรงเลือกจะต้องสะท้อนถึงความสง่างาม เรียบหรู และมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมเฉกดังสโลแกนของแบรนด์ลองจินท์ Elegance is An attitude 

 “นาฬิกาที่ดีจะต้องไม่คลาดเคลื่อนเลย แม้แต่เศษเสี้ยววินาที” นี่คือคำพูดของกษัตริย์อีกน และใน episode ที่สองก็ได้เผยโฉมแล้วว่านาฬิกาที่กษัตริย์อีกนทรงเลือกใส่คือ “Longines Master  Moonphase” นั่นเอง 

Longines Master Moonphase  เป็นส่วนหนึ่งของ Longines Master Collection ที่เปิดตัวในปี 2005 และได้กลายมาเป็นคอลเลกชั่นหลักประจำแบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความสง่างามอันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ และช่วยสั่งสมชื่อเสียงให้ลองจินส์โด่งดังไปทั่วโลก โดยโมเดล L2.673.4.78.3 นี้มีความพิเศษที่ฟังก์ชั่นโครโนกราฟ และเข็ม 60 วินาทีตรงกลาง ทั้งยังแสดงข้างขึ้นข้างแรมพร้อมหน้าปัดวงทดเวลา 12 ชั่วโมงที่ 6 นาฬิกา และหน้าปัดวงทดเวลา 30 นาทีพร้อมแสดงวันและเดือนที่ 12 นาฬิกา ภายในตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 40 มม. บรรจุกลไกไขลานอัตโนมัติที่แกว่งด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และมีกำลังลานสำรองสูงสุด 54 ชั่วโมง มาพร้อมหน้าปัดสีเงินบาร์ลีย์คอร์นตกแต่งตัวเลขอารบิกสี ส่วนสายรัดข้อมือเป็นสายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาล เข้ากับหน้าปัดอย่างลงตัว พร้อมตัวล็อคแบบพับเพื่อความปลอดภัยสามชั้นและกลไกเปิดแบบปุ่มกด

หมายเลขรุ่น

L2.673.4.78.3

คาลิเบอร์

กลไกไขลานอัตโนมัติ โครโนกราฟคอลัมน์วิล

คาลิเบอร์ L687

11½ lines, 21 jewels แกว่างด้วยความถี่ 28’800 ต่อชั่วโมง

กำลังลานสำรอง 54 ชั่วโมง

ฟังก์ชั่น

ชั่วโมง นาที วินาที และเข็มแสดงเวลา 24 ชั่วโมงที่ 9 นาฬิกา แสดงวันที่ด้วยเข็มตรงกลางรูปพระจันทร์ครึ่งดวง และข้างขึ้นข้างแรมที่ 6 นาฬิกา

ฟังก์ชั่นโครโนกราฟ: เข็มวินาทีตรงกลางแสดงข้างขึ้นข้างแรมพร้อมหน้าปัดวงทดเวลา 12 ชั่วโมงที่ 6 นาฬิกา และหน้าปัดวงทดเวลา 30 นาทีพร้อมแสดงวันและเดือนที่ 12 นาฬิกา

ตัวเรือน

ทรงกลมทำจากสแตนเลสสตีล ขนาด  40 มม. กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ และฝาหลังตัวเรือนแบบโปร่งใส 

หน้าปัด

ขนาด Ø 40.00 

สีเงินบาร์ลีย์คอร์น ตกแต่งตัวเลขอารบิก

เข็มนาฬิกา

เข็มนาฬิกาบลูสตีลสีน้ำเงิน

การกันน้ำ

ระดับ 3 บาร์ 

สายรัดข้อมือ

สายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาล พร้อมตัวล็อคสามชั้นเพื่อความปลอดภัย และกลไกการเปิดแบบปุ่มกด 

แฟนๆ อีมินโฮ อย่าลืมติดตามบทบาทใหม่ในรอบ 3 ปีของเขา รวมถึงแฟชั่นสุดเนี้ยบของกษัตริย์อีกนได้ทาง Netflix

 และสามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาที่สะท้อนความสง่างาม Longines Master Moonphase  โมเดล L2.673.4.78.3 ในราคา 117,400 บาท หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง;

https://www.facebook.com/LonginesTH/
https://www.longines.com/th/watches/the-longines-master-collection

Online shopping : https://s.lazada.co.th/s.1ZR08

#LonginesThailand #Eleganceisanattitude #LonginesMasterCollection

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จะจัดตลาดซื้อขายภาพยนตร์ออนไลน์เพื่อสนับสนุนบุคคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโคโรน่า

“ไม่มีใครรู้เลยว่าครึ่งหลังของปีนี้ สถานการณ์จะเป็นอย่างไรบ้าง คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะสามารถจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ใดๆ ก็ตามขึ้นได้อีกสักครั้งไหมภายในปี 2020 นี้ นั่นหมายรวมถึงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วยครับ” Thierry Frémaux โฆษกของงานกล่าว​ “ด้วยเหตุนั้น ทีมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำเสนอเป็นพิเศษในปีนี้ โดยการประเทศเทศกาล Marché du Film Online โดย Jérôme Paillard ผู้อำนวยการใหญ่ของ Marché เอง ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาดพร้อมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก” 

CANNES, FRANCE – MAY 17: The red carpet is rolled out for the start of the 70th annual Cannes Film Festival at the Palais des Festivals on May 17, 2017 in Cannes, France. Celebrities, fans and the movie world are descending on Cannes for this year’s festival of the screen which begins today. (Photo by Christopher Furlong/Getty Images)

ซึ่งงาน Marché du Film Online นี้ถือเป็นตลาดค้าขายภาพยนตร์ออนไลน์อิสระที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้คนในวงการอุตสาหกรรมภายนตร์ทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 22 – 26 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

โดยภายในงานนั้นจะจำลองบรรยากาศการซื้อขายภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบูธสามมิติเสมือนจริงสำหรับเอเยนต์ภาพยนตร์ พาวิลเลียนเสมือนจริงสำหรับค่ายหนัง การเจรจาค้าขายผ่านวิดีโอคอลล์ ออนไลน์สกรีนนิ่งสำหรับเช็คภาพยนตร์ รวมไปถึงการสัมนาอื่นๆ อีกด้วย 

หากสมัครเข้าร่วมงานก่อนวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ค่าร่วมงานเพียง 95 ยูโรเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นราคา 195 ยูโรสำหรับเรตปกติ

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก ที่นี่