Gucci’s Masculine, Plural

            นี่เป็นการจัดแฟชั่นโชว์คอลเล็กชันสุภาพบุรุษแยกออกมาหลังที่จัดรวมกันกับของสุภาพสตรีมาโดยตลอดสำหรับ Gucci ภายใต้ Alessandro Michelle และไม่ได้จัดที่ Gucci Hub แต่มาจัดที่ Palazzo Della Scintille เมื่อเข้าไปในโถงจัดแสดงโชว์ต้องตื่นตากับลูกตุ้มขนาดยักษ์แกว่งคล้ายลูกตุ้มนาฬิกา แต่มิเคลเล่ ต้องการเล่าถึงภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ต้องมีเปลือกนอกที่หยาบคาย กักขฬะ เป็นพิษกับบรรยากาศซึ่งเขานำเสนอแฟชั่นเพื่อทำลายกรอบนี้เหมือนเช่นทุกคอลเล็กชันที่เขาต้องมีเรื่องราวเบื้องหลังงานดีไซน์เสมอ

              เปิดตัวด้วยนายแบบในชุดกางเกงผ้าสีเงินเนื้อมันวาวส่วนชิ้นบนเป็นแจ็คเก็ตกำมะหยี่(ทักซีโด้)คอปกทรงแปลกด้านในคือสเวตเตอร์ที่ทับเสื้อเชิ้ตไม่มีการติดหูกระต่ายหรือเนคไทใดๆ เป็นลุคที่จะทางการก็ได้หรือจะลำลองก็ยังไหว ผ้าเนื้อหนาต่างๆ ในรูปของเสื้อโค้ตหลากสี รวมทั้งลายสก็อต โดยปกของโค้ตจะใหญ่มีช่วงลำตัวสั้นและยาว เก๋ตรงที่นำแจ็คเก็ตผ้าเนื้อหนามาจับคู่กับกางเกงขาสั้นและสวมถุงเท้ายาวสูงใต้เข่าแทนถ้าใครกลัวหนาว โดยมีโค้ตความยาวระดับเหนือหัวเข่าให้สวมทับอีก สิ่งเดียวที่ไม่ปิดน่าจะเป็นหัวเข่า แต่ในยุคโลกร้อน การแต่งตัวมันจะปนๆ กันไปโดยโทนสีของคอลเล็กชั่นมีทั้งสดใสและอ่อนหวานรวมทั้งสีขรึมที่ดูภูมิฐาน(แบบกุชชี่) กางเกงทรงหลวมสบาย หรือแม้แต่กางเกงยีนส์ขาดก็ยังมี แต่จับคู่กับเสื้อเชิ้ตลายตารางตัวโคร่งทับด้วยสเว็ตเตอร์ตัวหลวมแต่ความยาวของสเว็ตเตอร์จะมีทั้งสั้นเหนือเอวและยาวโคร่งคลุมสะโพก

โค้ตตัวเด่นกลับเป็นทรงเอไลน์สีฟ้าเบบี้บลูแต่เขาทำออกมาไม่แฟมินีนเลยสักนิด แม้จะรู้ว่าเป็นโค้ตทรงเอที่ปกติจะเป็นทรงของผู้หญิง อย่างที่เขาบอกว่าจะทำแฟชั่นเพื่อลบภาพจำของสุภาพบุรุษที่ถูกมองว่าต้องห้าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูนิ่มนวลอ่อนหวานแบบผู้หญิง แต่แน่นอนว่ามีรายละเอียดเสื้อของผู้หญิงอย่างการจับจีบตรงหน้าอกเหมือนการตกแตง และคอเสื้อกว้างและลึกแต่มีปก เอวเสื้อเข้ารูปแล้วผายออกซึ่งถ้าผู้หญิงสวมก็สวยแบบหญิงๆ แต่ผู้ชายใส่ก็เท่ชวนฉงนดี 

            ที่ต้องพูดถึงจริงจังก็คือกระเป๋าที่มีทั้งทรงหีบเดินทาง กระเป๋าถือแบบสุภาพบุรุษรวมทั้งกระเป๋าใบเล็กที่ไม่มีเพศสภาวะ แล้วไม่จำเป็นว่าใบเล็กเหมาะกับผู้หญิง ผู้ชายกุชชี่ถือหรือสะพายกระเป๋าใบเล็กๆ ได้เท่ แต่อะไรก็ไม่เด่นเท่าคำว่า FAKE ที่อยู่บนกระเป๋าบางดีไซน์ ซึ่งคำนี้ใช้จิกกัดแกมหยอกแล้วไม่ได้ทำให้คนรู้สึกแย่ถ้าไม่มีอะไรที่เสแสร้ง กับกลายเป็นคำเสียดสีที่ชวนให้ขำ แต่ใครที่ชอบเสแสร้งก็อาจจะไม่ขำก็ได้ 

#GucciFW20 #GucciThailand #HommesThailand #LofficielHommesThailand

The Gentleman Grant is Back in ‘The Gentlemen’

เจ้าพ่อหนังรอมคอมรุ่นใหญ่ขวัญใจแฟนๆ ฮิวจ์แกรนท์ กลับมาอีกครั้งในผลงานอาชญากรรมคอเมดี้เรื่องใหม่ของผู้กำกับสายฮาสุดกวน กายริชชี่ในภาพยนตร์  “THE GENTLEMEN” หรือในชื่อไทย “สุภาพบุรุษมาหากัญ”” ที่รวบรวมเอานักแสดงแถวหน้าของวงการเอาไว้อย่างคับคั่ง กับเรื่องราวการต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อความเป็นหนึ่งของสุภาพบุรุษผู้ทรงอิทธิพลมืดแห่งอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น แมทธิว แมคคอนาเฮย์ (Interstella), ชาร์ลี ฮันแนม (Pacific Rim), เฮนรี โกลดิ้ง (Crazy Rich Asians), โคลิน ฟาร์เรล (The Lobster), มิเชล ด็อคเคอรี (Downton Abbey),เจเรมี สตรอง ( Molly’s Game) และ เอ็ดดี้ มาร์ซาน(Hobbs & Shaw 2) แต่ที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นการพลิกบทบาทสุดขั้วของ ฮิวจ์แกรนท์ที่บทบาทที่เขาได้รับในหนังเรื่องนี้นั้นแตกต่างไปจากภาพลักษณ์เดิมๆของเขาอย่างสิ้นเชิง    

Hugh Grant กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิต


  โดยในภาพยนตร์ ฮิวจ์แกรนท์ รับบทบาท เฟลตเชอร์ นักสืบเอกชนเล่ห์เหลี่ยวแพรวพราว ที่ต้องเอาชีวิตของตัวเองเข้ามาเสี่ยงในเกมการแย่งชิงอำนาจของเหล่าสุภาพบุรุษผู้ทรงอิทธิพลแห่งกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นบทบาทที่แตกต่างไปจากบทบาทที่เขาเคยแสดงไว้ใน “Four Weddings and a Funeral” และ “Notting Hill” จนดูเหมือนเป็นคนละคนเลยทีเดียว

Hugh Grant กับภาพลักษณ์อบอุ่นที่ทุกคนคุ้นชิน

นี่มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของบทและมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกกลัวไปด้วยในเวลาเดียวกัน แกรนท์ พูดกับนักข่าวในงานฉายรอบพิเศษของ “THE GENTLEMEN” ในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ผมคิดว่าตอนนี้ผมก็อายุ 59 เข้าไปแล้วมันจะเป็นไปได้จริงๆเหรอว่าผมจะสามารถเปลี่ยนบุคลิกไปเป็นคนอีกคนหนึ่งที่พูดสำเนียงแบบชาวลอนดอนจ๋าแต่กายริชชี่พูดกับผมว่าไม่ๆคุณต้องทำได้สิคุณต้องทำมันได้คว้าตัวละครนั้นมาซะผมก็เลยตกลงลุยไปพร้อมกับเขาครับ แกรนท์ กล่าว

  สำหรับกาย ริชชี่ เป็นผู้กำกับที่สร้างชื่อจากผลงาน “Lock, Stock and Two Smoking Barrels” และ “Snatch” ก่อนที่จะได้มาเป็นผู้กำกับ “Sherlock Holmes” และล่าสุดในภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นของค่าย Disney “Aladdin” ภาพยนตร์เรื่องนี้นับเป็นการกลับมาสร้างภาพยนตร์แนวอาชญากรรมอีกครั้งของเขา โดยผู้ที่รับบทเป็นตัวเอกของเรื่องนี้ก็คือ แมทธิวแม็กคอนาเฮย์ (Interstellar) ที่ได้สวมบทเป็นเจ้าพ่อกัญชาชาวอเมริกัน มิกกี้ เพียร์สัน ที่คร่ำหวอดวงการกัญชาในประเทศอังกฤษ และความวุ่นวายก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจที่จะขายธุรกิจนี้

ร่วมพิสูจน์การพลิกบทบาทการแสดงขั้นสุดขั้วของ ฮิวจ์แกรนท์ กับภารกิจการแย่งชิง ‘กัญ’ เพื่อความเป็นหนึ่ง! “THE GENTLEMEN สุภาพบุรุษมาหากัญ”  30 มกราคม ในโรงภาพยนตร์

Way to End Your Year Crazily at ‘Sound Check Party’

มีแผนไปเที่ยวพัทยากันก่อนสิ้นปีไหม? Fat Coco ชวนคุณมาสนุกสุดเหวี่ยงกับกองทัพดีเจและศิลปินกับ Sound Check Party ส่งท้ายปีก่อนเคานท์ดาวน์

DJ GRAMOPHONEDZIE

สุดสัปดาห์ที่ 27-29 ธันวาคม โค้งสุดท้ายก่อนเคานท์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ Fat Coco ณ โรงแรมเอวัน เดอะรอยัล ครูส ร่วมจัดปาร์ตี้ส่งท้ายปีสามวันรวดที่ยกทัพศิลปินชั้นแนวหน้าทั้งไทยและเทศมากันอย่างคับคั่ง

DJ ZIGGY PHUNK

โดยไลน์อัพสำคัญของทั้งสามวันนั้นเรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร ทั้ง DJ Gramophonedzie, DJ Ziggy Phunk, T-Bone, Srirajah Rockers, DJ Superlover และอื่นๆ อีกคับคั่ง

บัตรเข้างานหนึ่งวันราคา 500 บาท และ 1,300 บาทสำหรับสามวัน

จองได้ที่ www.hatcha.live / แฟนเพจ A-One The Royal Cruise Hotel / 038-259-999

#Fatcoco #SoundCheckParty #qccommsPR

Light of My Life: เพราะลูกคือดวงใจของพ่อ

คุณจะทำอย่างไรหากโลกใบนี้เกิดไวรัสประหลาดที่คร่าชีวิตมนุษย์เพศหญิงไปจนหมด เหลือเพียงลูกสาววัยแบเบาะของคุณที่ต้องสูญเสียแม่ของตัวเองไป เธอมีเพียงคุณเท่านั้นที่จะเป็นผู้ปกป้องเธอจากโลกที่แทบจะไม่เหลือความหวังนี้แล้ว พบกับการแสดงสุดตราตรึงของเคซีย์ แอฟเฟล็ค กับบทบาทของ ‘พ่อ’ ที่จะทำให้คุณยิ่งเชื่อมั่นในความรักที่ไร้ข้อกังขานี้ไปยิ่งกว่าเดิมกับ ‘Light of My Life – คือพ่อ… คือลูก’

คนเป็นพ่อย่อมอยากจะปกป้องลูกของตัวเองเป็นธรรมดา เคซีย์ แอฟเฟล็ค นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก ‘Manchester by the Sea’ ได้กล่าวขณะที่พูดถึงบทบาทของ ‘พ่อ’ ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา ‘Light of My Life – คือพ่อ… คือลูก’ ศูนย์กลางของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือเด็กอายุ 11 ขวบซึ่งเป็นวัยที่เด็กตัวน้อยกำลังจะก้าวสู่ช่วงวัยรุ่นแต่สถานการณ์ในโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสถานการณ์ที่อันตรายกับเด็กคนนี้มากและมันทำให้การตัดสินใจของเธอบางอย่างอาจจะเป็นการตัดสินว่าพวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่

ผมเป็นคนที่หลงไหลในเรื่องราวที่สื่อถึงสังคมของมนุษย์‘Light of My Life’ คือเรื่องราวของพ่อที่อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกของพวกเขามันเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้แทนที่เราจะมองเห็นความสวยงามของโลกใบนี้บางครั้งพวกเรากลับมองว่ามันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายสำหรับลูกๆครับเขากล่าว คนเป็นพ่อก็ย่อมอยากจะปกป้องลูกของตัวเองเป็นธรรมดาแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่กระหายอิสระจนกว่าเขารู้ว่าลูกสาวของเขาสามารถเอาตัวรอดเองได้เขาก็จะพยายามปกป้องเธออย่างสุดชีวิตแม้ว่าจะต้องแลกกับการทำให้จิตใจของพวกเขารู้สึกเจ็บปวดก็ตาม”

เคซีย์เผยว่าเขาใช้เวลากว่า 10 ปีในการพัฒนาบทประพันธ์สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมันเริ่มมาจากนิทานก่อนนอนที่เขาเล่าให้ลูกชายทั้งสองของตัวเองฟังนั่นเอง ผมได้จดนิทานเหล่านั้นเอาไว้ทั้งหมดผมคิดว่าผมอาจจะนำเรื่องเหล่านั้นไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกการเล่านิทานและบทบาทของนิทานที่ส่งเสริมต่อการเติบโตของลูกตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ไอเดียนั้นของผมได้มีวิวัฒนาการและมันก็ได้ทำให้ผมเริ่มเขียนบทภาพยนตร์จากมัน

LOML_D33_CC_0031.RAF

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือแม่ว่าหนังจะสร้างเสร็จแล้วผมก็ยังคงต้องหาว่ามันเป็นเรื่องของอะไรและทำไมมันถึงมีความสำคัญสำหรับผม เขากล่าวต่อ เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถตีความหมายได้อย่างชัดเจนทันทีพวกมันเป็นสิ่งที่เรารับรู้ผ่านจิตใต้สำนึกและบางครั้งมันก็ต้องใช้เวลาเป็นปีๆกว่าที่เราจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร

และเราเชื่อว่าภายหลังจากการตัดสินใจพัฒนาบทกว่าสิบปีผันตัวเองเป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงนำของเรื่องนี้เคซีย์คงได้คำตอบกับสิ่งที่เขาสงสัยอยู่ในใจบ้าง ไม่มากก็น้อย

ไปร่วมค้นหาคำตอบในใจ และพิสูจน์ความรักอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์พ่อได้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘Light of My Life – คือพ่อ… คือลูก’ ได้ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป 

บางเรื่องที่คุณ(อาจจะยัง)ไม่รู้เกี่ยวกับ Chris Evans

ก่อนจะไปพบกับ Chris Evans ในบทบาทของ ‘แรนซัม’ หลานชายตัวแสบผู้เปรียบเสมือนแกะดำของครอบครัวธรอมบีย์ในภาพยนตร์เรื่อง Knives Out – ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่ ที่ได้แดเนียล เครกมารับบทนักสืบที่จะต้องคลี่คลายคดีฆาตกรรมของฮาร์ลาน ธรอมบีย์ (นำแสดงโดยคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์) นักเขียนนวนิยายอาชญากรรมชื่อดังที่ถูกพบเป็นศพในบ้านตัวเอง เรามาทำความรู้จักกับผู้ชายที่มีเสน่ห์จนสาวๆ ยกให้เป็น ‘สามีมรดกโลก’ กันดีกว่า

คริสกับบทบาทของแรนซัมใน KNIVES OUT.

เขาเป็นหนอนหนังสือตัวยงเลยนะ

ภาพแอบถ่ายของคริสและหลานในอิริยาบถที่แสนจะเป็นตัวเองของทั้งคู่

ใครจะคิดว่าผู้ชายหุ่นดีเซ็กซี่อย่างคริส อีแวนส์ จะมีงานอดิเรกคือการอ่านหนังสือ เขาชอบอ่านหนังสือมาก โดยเฉพาะหนังสือแนวสุขภาพจิต และเขายังสนใจปรัชญาของศาสนาพุทธเป็นอย่างมากอีกด้วย

เขาออกตัวสนับสนุนกลุ่ม LGBT อย่างเต็มตัว เพราะสก็อตต์ อีแวนส์ น้องชายสุดที่รัก

คริสและสก็อตต์ควงคู่กันออกงานออสการ์ปีล่าสุด

คริส อีแวนส์ คอยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่ม LGBT มาโดยตลอด เพราะ สก็อตต์ อีแวนส์ น้องชายของเขาเป็นเกย์อย่างเปิดเผย อีกทั้งสก็อตต์ยังเป็นนักแสดงเหมือนกับเขาด้วย นอกจากนั้น น้องชายสุดแสบเคยแฉพี่ชายไว้ว่าตอนเด็กๆ คริสชอบแกล้งเขาบ่อยมากถึงขั้นเคยทำให้หัวแตกจนต้องเย็บแผล แต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังสนิทสนมพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเรื่อยมา

หุ่นเพอร์เฟ็กต์เกินไปก็ไม่เพอร์เฟ็กต์ได้เหมือนกันนะ

คริสกับบทนำใน Snowpiercer

ใน Snowpiercer ผู้กำกับ บอง จุน โฮ กังวัลกับหุ่นของเขามากๆ เพราะตามบทต้องมาจากครอบครัวยากจน ทำให้ทีมคอสตูมต้องใช้เสื้อผ้าหลายชิ้นซ่อนรูปร่างที่ฟิตแกร่งของเขา ดึงให้ผู้ชมหันมาสนใจเนื้อหาหนังมากกว่าหุ่นงามของเขา

สุภาพบุรุษเหมือนหลุดออกมาจากยุคกลาง

คริสและคามิลลาเข้าร่วมซีนในภาพยนตร์เรื่อง Push

ขณะถ่ายทำ Push คริส อีแวนส์กังวลใจกับการที่เขาต้องมีฉากโมเมนต์สวีทกับ คามิลลา เบล จนคามิลลาต้องพูดอย่างชัดเจนว่า เธอสบายใจกับการแสดงตามที่บทเขียนไว้

เกือบจะไม่ได้เป็นกัปตันอเมริกาเสียแล้ว!

คริสกับบทบาทสำคัญในชีวิต Captain America

คริสลังเลที่จะรับบท เพราะกังวลว่าบทใหญ่แบบนี้จะส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวของเขาจึงตอบปฏิเสธโอกาสนี้ไปถึงสามครั้งติดกัน แต่ในที่สุดเขาก็ยอมเปลี่ยนใจ ถือเป็นการตัดสินใจที่พลิกหน้าชีวิตเขาในทันทีหลังจากนั้น

ถ้าคุณอยากจะทำความรู้จักกับคริสและบทบาทการแสดงที่เข้มข้นของเขา เตรียมพบกับ Knives Out – ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่ เข้าฉายรอบพิเศษตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมนี้ และฉายจริงตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำทั่วประเทศ

เตรียมโสตประสาทพร้อมพบกับดนตรีสุดล้ำจาก Stranger Things กันหรือยัง?

สำหรับสาวกซีรีส์ Stranger Things จาก Netflix นั้น ชื่อ Kyle Dixon และ Michael Stein อาจจะไม่คุ้นหูเท่าชื่อของดารานำสักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก แต่เราแอบกระซิบดังๆ เลยว่า เบื้องหลังบทเพลงสุดหลอนที่ทำให้เมืองฮอว์กินส์ดูทั้งน่าสยดสยองและลึกลับขึ้นอีกหลายริกเตอร์นั้นล้วนแล้วแต่ผ่านมือของผู้ชายชื่อไม่คุ้นหูทั้งสองคนนี้มาแล้วทั้งสิ้น

และก็ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่สาวก Stranger Things ชาวไทยจะสัมผัสโลก upside down กันแบบสดๆ จากผู้จัด Have You Heard? ที่จะย้อมกรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ตให้กลายเป็นสีแดงฉาน พร้อมซาวด์สุดหลอนที่จะทำให้คุณล่องลอยไปกับโลกกลับหัวกลับหางได้แบบสมจริงยิ่งกว่าการเฝ้าหน้าจอกันเลยทีเดียว

ภาพตัวอย่างการแสดงของทั้งสองหนุ่มในงาน Panorama Music Festival เมื่อค.ศ. 2017

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ เรามีนัดกันที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ (KBang Siam Pic-Ganesha) ซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon.com

https://www.facebook.com/watch/?v=1236364409889317

แล้วไปค้นพบโลกกลับหัวด้วยกันนะครับ

Deep Down: ดำดิ่งไปกับ DABOYWAY และ Violette Wautier

Interesting Facts:

  • Deep Down คือซิงเกิ้ลลำดับที่สามที่ DABOYWAY ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อนี้
  • นี่เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง DABOYWAY และ Violette Wautier
  • เนื้อเพลงถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตนของ DABOYWAY ทั้งในแง่ของการทำงานและผู้นำครอบครัว
  • DABOYWAY ต้องการให้เพลงนี้เป็นพลังงานด้านบวก และแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ เหมือนกับที่การทำงานของเขาเป็นแรงผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้
Behind the Scene

Special MV Contents:

  • อยากเห็น DABOYWAY ในมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนไหม?
  • ตามไปดูเลยครับ

Thanks: Universal Music Thailand

Bring Me My Horizon: ในวันที่คอนเสิร์ตไม่จำเป็นต้องอยู่ที่อารีน่าเท่านั้น

ไม่รู้ว่าทำไม โสตประสาทการรับรู้เรื่องเวนิวคอนเสิร์ตของเราสำหรับวงดนตรีใหญ่ๆ ระดับโลกนั้นจะยึดโยงอยู่กับอิมแพ็ก อารีน่า เมืองทองธานี และสนามรัชมังคลากีฬาสถานเท่านั้น ประมาณว่า ในยุคก่อน ถ้าไม่ใช่สองเวนิวนี้ ดูเหมือนจะไม่สมศักดิ์ศรีวงดนตรีระดับโลกเท่าใดนัก แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าวงดนตรีระดับโลกเหล่านั้นแฟนเพลงไม่หนา (หรือเงินไม่หนาพอ) ในประเทศไทย ภาวะความเสี่ยงจากการขายบัตรไม่หมด หรือเวนิวไม่เต็มก็ดูจะตกไปอยู่ที่ผู้จัดเต็มๆ

และก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกเหมือนกัน ในโลกยุคใหม่ที่จู่ๆ กรุงเทพมหานครก็ดูจะกลายเป็นเมืองคอนเสิร์ตขึ้นมาภายในระยะเวลาไม่ถึงห้าปีดี ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีผู้จัดหน้าใหม่ที่กล้าเสี่ยงมากขึ้น แฟนๆ ของวงที่กล้าจ่ายมากขึ้น และอาจจะด้วยการตอบรับของวงเองที่พร้อมจะเล่นในเวนิวขนาดย่อมลงมาอีกนิด อาจจะด้วยเหตุผลในการใกล้ชิดกับแฟนเพลง หรือลดความเสี่ยงในการขายบัตรก็ได้

ในยุคก่อน สิ่งที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือ วงร็อกบางสเกลจะไม่รับเล่นในเวนิวที่ความจุไม่ถึงเกณฑ์ที่วงกำหนดไว้ อาจจะด้วยเหตุและปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง (ซึ่งเราเองก็ไม่รู้รายละเอียดนักหรอก) ทำให้ภาระในการจัดการนั้นตกอยู่กับผู้จัดไปเต็มๆ และหลายครั้งที่เราได้เห็นวงร็อกระดับโลกในดวงใจของเราขึ้นเล่นในเวนิวระดับอิมแพ็ก อารีน่า เมืองทองธานี (ความจุ 12,000 ที่นั่ง ไม่รวมที่ยืน) ในสภาพแฟนเพลงโหรงเหรงจนน่าใจหาย ทำให้เรารู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่ถ้าวงไปเล่นในเวนิวที่น้อยกว่านี้ แฟนเพลงจะแน่นขนัดชวนใจชื้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี… ในโลกยุคที่วงสามารถสื่อสารกับแฟนเพลงโดยตรงได้ผ่านโซเชียลมีเดียแบบนี้ สิ่งที่เราได้เห็นคือ การรวมพลังของแฟนเพลงเรียกร้องให้มีการจัดคอนเสิร์ต ทำให้ผู้จัดสามารถต่อรองและเจรจากับศิลปินในการเลือกเวนิวที่ขนาดย่อมเยาว์ แต่การันตีความใกล้ชิด และลดความเสี่ยงจากการขายบัตรไม่หมดลงไปได้มากมาย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นวงดนตรีระดับโลกหลายต่อหลายวงรับมาเล่นในเวนิวขนาดย่อมเยาว์ลงมาอีกนิด ด้วยราคาบัตรแพงขึ้นอีกหน่อย แต่การันตีว่าแฟนๆ จะอุ่นหนาฝาคั่ง และทุกฝ่ายก็จะวิน-วินกันได้ ไม่มากก็น้อย

อีกหนึ่งในตัวอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในบ้านเราเร็วๆ นี้เห็นจะได้แก่คอนเสิร์ตของวงร็อกชื่อดังจากประเทศอังกฤษ Bring Me The Horizon ที่กำลังจะมาเปิดการแสดงในกรุงเทพมหานคร เมืองแห่งคอนเสิร์ตในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ณ เวนิว Show DC Arena ซึ่งเป็นเวนิวขนาดไม่ใหญ่จนน่าตกใจกลัว แต่ก็ไม่ได้เล็กจนกระทั่งไม่สมศักดิ์ศรีวงดนตรีระดับโลกเช่นนี้ และที่สำคัญ… คอนเสิร์ตของ BMTH ครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตเดียวที่จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพื่อเป็นการโปรโมทคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ในเวนิวขนาดอบอุ่นเอาใจแฟนเพลงชาวไทยครั้งนี้ สมิทธิ เพียรเลิศ Music Promoter แห่ง The Very Company ผู้จัดคอนเสิร์ต BRING ME THE HORIZON Live In Bangkok 2019 ได้จัดงานแถลงข่าวพร้อมรับประกันกับแฟนๆ ไว้ว่า “ปัจจุบัน Bring Me The Horizon กลายเป็นวงร็อกแถวหน้าของโลกไปแล้ว ทาง Very รู้สึกภูมิใจมากๆ ที่ได้นำพวกเขามาแสดงให้แฟนเพลงได้ชมกัน และต้องบอกว่า ช่วงหลัง โอกาสที่วงจะมาเปิดโชว์ในเอเชีย เริ่มน้อยลง และ โชว์ในเมืองไทย วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นเพียงโชว์เดียวของ Bring Me The Horizon ในเซาธ์อีสเอเชียในปีนี้ แฟนเพลงที่มาดู อาจจะไม่ได้มีแค่ชาวไทย แต่ยังมีแฟนเพลงจากประเทศเพื่อนบ้านที่บินเข้ามาดูด้วย แฟนเพลงบ้านเราเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสียแต่เนิ่นๆ นะครับ ทาง Very เอามาให้ดูถึงที่แล้ว ก็ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ส่วนตัว ผมเชื่อว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งงานที่ถูกจดจำในฐานะคอนเสิร์ตร็อกเข้มๆ ขนาดใหญ่ที่เกิดในเมืองไทย ซึ่งนานแล้วเหมือนกันที่ไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้น”

ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ วงร็อกระดับโลกที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดศิลปินมากขึ้น โดยที่ผู้จัดก็ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงมากเกินไปจากเวนิวขนาดยักษ์ ซึ่งเราเองก็แอบดีใจที่ความหลากหลายของเวนิวในประเทศไทยมีมากขึ้น (แม้จะมีปัญหาขลุกขลักบางประการตามมาด้วยก็ตาม แต่ก็คงจะมองข้ามๆ ไปได้บ้าง) และวงร็อกในดวงใจของเราจะมีทางเลือกในการใกล้ชิดกับแฟนเพลงของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

พบกับ BRING ME THE HORIZON Live In Bangkok 2019 ในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ที่ Show DC Arena 

ซื้อบัตรได้ที่ TicketMelon.com

Breitling Summit in Dubai

ภายในงาน Breitling Summit ที่ดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้มีการเผยโฉมนาฬิกาโมเดลใหม่ๆ เป็นการส่งท้ายปีนี้ โดย Georges Kern ผู้เป็น CEO ของไบรทลิ่งได้เป็นคนแนะนำบนเวทีด้วยตัวเอง โดยมีแขกรับเชิญสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาในคอลเล็กชั่นนี้มาร่วมพูดบนเวที

โดยนาฬิการุ่นที่ถูกจับตามากที่สุดรุ่นหนึ่งของงานนี้ก็คือ Breitling Avenger Collection ที่ได้แรงบันดาลใจจากการบุกเบิกด้านการบินที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับเหล่านักผจญภัยทางอากาศแห่งยุคร่วมสมัยไบรทลิ่ง(Breitling)ออกแบบนาฬิกาอเวนเจอร์(Avenger)ขึ้นมาใหม่ในฐานะคอลเลกชั่นที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสมดังชื่อ สมทบกับอีกสองคอลเลคชั่นทั้งเอวิเอเตอร์ 8 (Aviator 8) และนาฬิกาต้นตำรับอย่าง นาวิไท เมอร์ (Navitimer) ท่ามกลาง อาณาจักรแห่งท้องฟ้าของไบรทลิ่ง


อเวน เจอร์ โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นสหายที่วางใจและเชื่อถือได้สำหรับเหล่านักผจญภัยทางอากาศผู้ซึ่งต้องการพิชิตความท้าทายอันโดดเด่นและเหนือความคาดหมาย นับเป็นอุปกรณ์บนข้อมืออัน สมบูรณ์แบบสำหรับนักเชี่ยวชาญด้านโดรนที่สามารถควบคุมการบินได้จากพื้นดิน รวมถึงนักบินภายในห้องควบคุมของเครื่องบิน ความเร็วสูงเหนือเสียง หรือแม้แต่นักบุกเบิกด้านการบินผู้อุทิศตนอย่างทุ่มเทมายาวนานให้กับความท้าทายเหนือพรมแดนแห่งการบินตามแบบแผนปฏิบัตทั่วไป

นาฬิกาซูเปอร์ อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 48 (Super Avenger Chronograph 48) และโครโนกราฟ 48 ไนท์ มิชชั่น งดงามด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 48 มม. พร้อมขอบตัวเรือนแบบสปริงสับปรับหมุนได้ทางเดียวรวมถึงหน้าปัดสีดำ
ไบรทลงิ่ อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 45 (Breitling Avenger Chronograph 45) คือนาฬิกานักบินสุดคลาสสิก ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 45 มม. พร้อมด้วยขอบตัวเรือนแบบสปริงปรับหมุน ได้ทางเดียว และมีให้เลือกทั้งหน้าปัดสีดำหรือสีน้ำเงิน
ส่วน อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 45 ไนท์ มิชชั่น(Avenger Chronograph 45 Night Mission) โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่ง แต่น้ำหนักเบา ตัวเรือน 45 มม. ทำจากไทเทเนียมเคลือบ DLC ประกอบด้วยขอบตัวเรือนแบบสปริงสับ ปรับหมุนได้ ทางเดียวและฝาหลังประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุชุดเดียวกันโดยมีให้เลือกทั้งหน้าปัดสีดำและหน้าปัดสีเขียว


ไบรทลงิ่ อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 45 สวิส แอร์ ฟอร์ซ ทีม ลิมิเต็ด เอดิชั่น(Breitling Avenger Chronograph 45 Swiss Air Force Team Limited Edition) ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 45 มม. พร้อมด้วยขอบตัวเรือนแบบสปริงสับปรับหมุนได้ทางเดียวและหน้าปัดสีดำประทับโลโก้ของทีม สวิสแอร์ฟอร์ซ(SwissAirForce) ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกาตกแต่งด้วยโทนสสีเหลืองและสีแดงโดดเด่นที่สะท้อนถึงสีสันของโลโก้ ฝาหลัง แกะสลักโลโก้เฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีของ สวิส แอร์ ฟอร์ซ ทีม ด้วยเลข 55 เปี่ยมด้วยสไตล์ และรูปเครื่องบินไอพ่น ความเร็วเหนือเสียง ร่วมไปกับคำว่า “ONE OF 550”
ไบรทลงิ่ อเวนเจอร์ ออโตเมติค 45 ซีวูลฟ์ (Breitling Avenger Automatic 45 Seawolf) เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นนาฬิกานักบินคลาสสิกแต่ยังคงไว้ด้วยคุณสมบัติที่ทำให้รุ่นนี เป็นนาฬิกาในอุดมคติ เหมาะกัทบการผจญภัยใต้ผืนน้ำที่พื้นผิวมหาสมุทร
ไบรทลิ่ง อเวนเจอร์ ออโตเมติค จีเอ็มที 45 (Breitling Avenger Automatic GMT 45) ควรคู่อย่างสมบูรณ์กับนักเดินทางที่ชื่นชอบการผจญภัย นอกจากเข็มนาฬิกาตามมาตรฐานแล้วยังมีเข็มแสดงเวลาสองไทม์โซน โดยทั้งเข็มนาฬิกาและเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสง ซูเปอร์ลูมิโนวา เสริมประสิทธิภาพของการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนในทุก สภาวะแสง


ไบรทลิ่ง อเวนเจอร์ โครโนกราฟ 43 (Breitling Avenger Chronograph 43) เป็นนาฬิกานักบินคลาสสิกด้วยตัว เรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43 มม. พร้อมขอบตัวเรือนแบบสปริงสับปรับหมุนได้ทางเดียว มีให้เลือกทั้งจับคู่กับหน้าปัดสีดำหรือสีน้ำเงิน
ไบรทลิ่ง อเวนเจอร์ ออโตเมติค 43 (Breitling Avenger Automatic 43) ประกอบด้วยหน้าปัดเรียบง่ายสะอาดตา ติดตั้งด้วยเข็มชั่ว โมง นาที และวินาที รวมทั้งช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43 มม. ผสานขอบตวั เรือนแบบสปริงสับปลับหมุนได้ทางเดียว ภายในตัวเรือนติดตั้งด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติ ไบรทลิ่งคาลิเบอร์ 17 สำรองพลังงานได้ประมาณ 38 ชั่วโมง

BIOTHERM HOMME เซรั่มบูส หน้าใสสำหรับคุณผู้ชาย

BIOTHERM HOMME FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE

ครั้งแรกกับเซรั่มผสมสดบูสหน้าใสสำหรับผู้ชาย

“หนุ่มๆที่มองหาตัวช่วยผิวใส ไร้จุดด่างดำ แถมให้ผิวกระชับต้องมี BIOTHERM HOMME FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE เซรั่มผสมสดตัวใหม่ล่าสุดที่แม้แต่ผู้ชายอันดับหนึ่งอย่าง DAVID BECKHAM ยังเลือกใช้”

ใครบอกว่าต้องรอถึงอายุ 30 แล้วค่อยดูแลผิว เป็นคำตอบที่ผิด เพราะทุกวันนี้การใช้ชีวิตท่ีเร่งรีบเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีภารกิจรัดตัว ตั้งแต่การทำงาน การเข้าสังคม ไปจนถึงการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ ที่ต้องออกไปเผชิญแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ  ปัจจัยหน่ึงที่เร่งให้เกิดสัญญาณความร่วงโรยเร็วขึ้นได้ ก็คือจุดด่างดำและความหมองคล้ำยังคงเป็นสัญญาณแรกๆ ท่ีปรากฏให้เห็นและดูแลได้ยาก ดังนั้นหนุ่มๆอายุ 20 กว่าก็ควรเริ่มมองหาสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผิวที่ร่วงโรยง่ายด้วยสภาพแวดล้อมและความเครียดที่มาจากการแข่งขันสูงในปัจจุบัน

ไบโอเธิร์ม อ็อมม์ (BIOTHERM HOMME) มีพันธกิจสำคัญในการดูแลปัญหาผิวทุกประการของผู้ชาย ด้วยความเช่ือว่าชายหนุ่มท่ีมีอิทธิพลต่อผู้คนรอบข้างจะแสดงให้เห็นถึงพลังของเขาด้วยการมีเวลาให้กับการดูแลภาพลักษณ์และเอาใจใส่ผิวพรรณของตนเองด้วยวิธีการที่สะดวก ไม่ยุ่งยาก 

การร่วมมือกันระหว่างสถาบันวิจัยของไบโอเธิร์ม อ็อมม์กับทีมนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำ ก่อให้เกิดบรรจุภัณฑ์แนวคิดใหม่ช่ือว่า CLICK & CLEAR นวัตกรรมเหนือช้ันแห่งวงการผลิตภัณฑ์บำรุงผิว FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE เป็นเซรั่มสำหรับผู้ชายที่ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำชนิดผสมสดสำหรับใช้เป็นประจำทุกวันสูตรแรกของไบโอเธิร์มอ็อมม์ ด้วยการกดเพียงคลิกเดียว สูตรผสมล้ำสมัยจะได้รับการปลุกฤทธ์ิ เพื่อเริ่มต้นการดูแลปัญหาผิวด้วย วิธีการไฮเทคท่ีไม่เหมือนใคร ให้ผิวกระจ่างใสและรู้สึกกระชับข้ึนแลดูอ่อนเยาว์

http://www.biotherm.co.th

เซรั่มสำหรับผู้ชายที่ประกอบด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพสองส่วนซึ่งสามารถสร้างความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกท่ีใช้ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีเซรั่มที่ใหม่สำหรับลดเลือนจุดด่างดำแบบเร่งด่วนได้ทุกท่ีทุกเวลา ก่อนผสม ส่วนผสมทั้งสองส่วนถูกแยกการกักเก็บเพื่อคงความสดใหม่และประสิทธิภาพสูงที่สุดก่อนการผสมใช้ 

ไบโอเธิร์ม อ็อมม์ ทราบดีว่าจุดด่างดำและความหมองคล้ำยังคงไม่ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการทำงานแบบทางเดียวของผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผิวผู้ชายแบบด้ังเดิม ไบโอเธิร์ม อ็อมม์จึงสร้างสรรค์นวัตกรรม CLICK & CLEAR ท่ีไม่เคยมีมาก่อน นวัตกรรมใหม่น้ีทำให้สามารถผสานส่วนผสมที่ทรงประสิทธิภาพสองส่วนเข้าด้วยกันก่อให้เกิดเซรั่มพลังใหม่ข้ึนในทันทีเพื่อรับมือกับความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่จัดการได้ยากที่สุดเพื่อผิวที่ดูกระจ่างใสหมดจดไร้ที่ติ

นอกจากเสริมพลังด้วยเซรั่มส่วนผสมเฉพาะของไบโอเธิร์ม อ็อมม์ อย่าง LIFE PLANKTON™ แล้ว FORCE SUPREME BRIGHTENING DUAL CONCENTRATE ยังนำหน่ึงในส่วนผสมฟื้นบำรุงความกระจ่างใสท่ี ทรงประสิทธิภาพท่ีสุดมารวมเข้ากับเทคโนโลยีชะลอความร่วงโรยอันล้ำสมัย เพื่อการฟื้นบำรุงผิวต่อความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่ดูแลได้ยาก 

ค้นพบที่สุดแห่งเซรั่มดูแลผิวและปฏิบัติการฟื้นบำรุงความกระจ่างใส ด้วยนวัตกรรมของเซรั่มผสมสดที่ผนวกสองบรรจุภัณฑ์ไว้ในหนึ่งเดียว ระหว่างบูสเตอร์ (BOOSTER)และเบส (BASE)

  • บูสเตอร์ (BOOSTER) ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ให้ผิวกระจ่างใส ด้วยพลังของเฟอรูลิกแอซิด (FERULIC ACID) ที่ทรงประสิทธิภาพในเรื่องเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เป็นส่วนผสมฟื้นบำรุงความกระจ่างใสของผิวที่ทรงประสิทธิภาพท่ีสุดชนิดหนึ่งของโลก 
  • เบส (BASE) ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง กระชับ ด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำเงิน สาหร่ายขนาดเล็ก ส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในตระกูล FORCE SUPREME เก็บเก่ียวมาจากทะเลสาบแคลแมธ (KLAMATH LAKE) ในรัฐโอเรกอน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำท่ีได้รับการปกป้องคุณภาพน้ำให้อยู่ใน เกณฑ์ดี เสริมคุณค่าด้วยไลฟ์แพลงตอน (LIFE PLANKTON™) ความเข้มข้น 1 % และผนึกกำลังกับแอคทลี ซี (ACTYL C) มีประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงความกระจ่างใส ด้วยปฏิบัติการช่วยลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำจากรังสียูวี 

เมื่อบูสเตอร์ (BOOSTER) ถูกปล่อยผสมเข้ากับเบส (BASE) เฟอรูลิกแอซิดจะแสดงพลังออกมา เพื่อทำให้เซรั่มผสมสดสูตรน้ีมีประสิทธิภาพการฟื้นบำรุงความกระจ่างใสของผิวได้ดีท่ีสุด เมื่อส่วนผสมท้ังสองรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว แถมยังให้ผิวแข็งแรง กระชับ 

เซรั่มผสมสดสำหรับผู้ชายที่มี 2 ประสิทธิภาพในคลิกเดียว

ปริมาณเฟอรูลิกแอซิดที่เข้มข้นเป็นพิเศษจากบูสเตอร์จะถูกผสมเข้ากับเบสช่วยดูแลสัญญาณความร่วงโรยของผิว ให้ผิวไร้จุดด่างดำ กระจ่างใสและกระชับ บอกลาปัญหาความร่วงโรยของผิวสำหรับคุณผู้ชาย

ผลท่ีได้คือเซรั่มผสมสดสูตรที่มีความเข้มข้นเป็นสองเท่าซึ่งทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน พลังจากเฟอรูลิกแอซิดและการเสริมคุณค่าด้วยส่วนผสมท่ีช่วยดูแลความร่วงโรยประสิทธิภาพสูงทำให้เซรั่มสูตรผสมสดน้ีมีประสิทธิภาพ ในการฟื้นบำรุงความกระจ่างใสทยอดเยี่ยม เพื่อช่วยดูแลจุดด่างดาและความหมองคล้ำ พร้อมมอบผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น กระชับ และดูอ่อนเยาว์ในเนื้อเซรั่มสีขาว-น้ำเงิน 

CLICK & CLEAR นวัตกรรมเซรั่มสำหรับผู้ชายจากแนวคิดใหม่ของไบโอเธิร์ม อ็อมม์ ทำให้สามารถคงคุณค่าของส่วนผสม สำคัญ ๆ ท่ีทรงประสิทธิภาพที่สุด ทว่าเสื่อมสลายได้ง่ายไว้จนกระทั่งได้รับการผสมเข้าด้วยกันเป็นสูตรผสมทรงอานุภาพท่ีสุดต้ังแต่ครั้งแรกท่ีใช้ 

เก่ียวกับไบโอเธิรม์อ็อมม์ 

จากหน่ึงในสิ่งมีชีวิตชนิดแรกๆ ของโลกสู่ผลิตภัณฑ์เซรั่มดูแลผิวระดับพรีเมี่ยมสำหรับผู้ชาย LIFE PLANKTON™ มีอยู่บนโลกใบนี้มานานกว่าสามพันล้านปีก่อนที่คณะผู้เช่ียวชาญด้านผิวหนังจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตชนิดน้ีมีคุณสมบัติฟื้นบำรุงผิวในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930 ยี่สิบปีหลังจากน้ัน คณะนักชีววิทยาก็หาทางผสาน LIFE PLANKTON™ ลงในสูตรผสมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้สำเร็จ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพ แล้วไบโอเธิร์มก็ถือกำเนิดข้ึน ต่อมาในปีคริสต์ศักราช 1985 เมื่อไบโอเธิร์มริเริ่มแนวคิดท่ีจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายมีผิวท่ีหยาบกว่าหนากว่า และมีโอกาสท่ีจะแว็กซ์ขนบนใบหน้าน้อยกว่าผู้หญิงมาก หนุ่มๆ จึงมีชุดผลิตภัณฑ์เซรั่มดูแลผิวเป็นของตัวเอง…ผลิตภัณฑ์เซรั่มที่สร้างมาเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ

ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.biotherm.co.th 

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ 

Facebook : @biothermthailand Twitter : @BiothermTH

#BiothermThailand #No1MenSkincare #ClickAndClear