ชื่นชมผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ได้ในนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLCON ที่ BACC

เชื่อว่าในทุกวันนี้ มีศิลปินรายใหม่ ๆ จากทุกอาชีพ ทุกช่วงวัย และทุกแห่งหนได้เริ่มลงมือสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางความคิดของตนเอง ทว่าหลายคนนั้นอาจไม่มีโอกาสที่จะพัฒนา ต่อยอด หรือได้รับคำแนะนำในการแสดงความสามารถทางศิลปะของตน จนทำให้วงการศิลปะพลาดโอกาสที่จะได้เห็นผลงานจากศิลปินเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย

Author: Peerachai Pasutan

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกันสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่หรือศิลปินที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นในเส้นทางศิลปะ ผ่านโครงการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLCON: 20/20 ‘เปลี่ยน’ (Fluidity of Change) ซึ่งปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2559 โดยศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกนั้นจะได้รับการพัฒนาผลงาน แนวความคิด ตลอดจนทักษะการทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้งในและนอกวงการศิลปะ อีกทั้งยังได้รับทุนสนับสนุนในการสร้างสรรค์ผลงาน และมีโอกาสทำงานร่วมกับฝ่ายนิทรรศการของ BACC ด้วยเช่นกัน 

“น้อยเวทีที่จะเปิดโอกาสให้คนได้มาแสดงความสามารถจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ และมีความแตกต่างตั้งแต่แรก ก็คือการเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่รักชอบงานศิลปะโดยไม่จำกัดอาชีพได้มีพื้นที่หรือเวทีที่ได้ลงมือทำจริง ๆ” คุณสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงโครงการนี้ไว้ในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โครงการ EARLY YEARS PROJECT ครั้งนี้นำเสนอผลงานที่สะท้อนการเคลื่อนไหวทางศิลปะ และสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ โดยมีสาระสำคัญเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการแสวงหาความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติต่อไป มีศิลปินเลือดใหม่ที่จะมาถ่ายทอดผลงานของตนสู่สายตาสาธารณชน ทั้งหมด 8 ราย ได้แก่ อวิกา สมัครสนาน, รัตนา สุจริต, รัตนกานต์ กาญจนพันธุ์บุญ, รณรงค์ บุตรทองแก้ว, สรีนา สัตดาผล, สุชน สุจิต, ธนนันท์ ใจสว่าง และ ญาณุศักดิ์ เนาว์แสง 

สามารถชมผลงานและให้กำลังใจทั้งแปดศิลปินรุ่นใหม่ได้ในนิทรรศการ EARLY YEARS PROJECT #5 by MILLON: 20/20 ‘เปลี่ยน’ (Fluidity of Change) จัดแสดงแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 20 กันยายน 2563 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง facebook.com/baccpage

ภาพจาก BACC

#LofficielHommesChoice รวม 5 ไอเท็มคู่สีสดรับลมร้อนและกลิ่นไอทะเลเพื่อทริปแรกหลังหมดโควิด-19!

ในช่วงที่สนามบินและน่านฟ้ายังคงปิดอยู่แบบนี้รวมถึงการต้องใช้ชีวิตแบบรักษาระยะห่าง Social Distancing มันก็อดชวนให้จินตนาการถึงทริปแรกหลังจากที่การระบาดสิ้นสุดลงและเราได้เอนกายพักผ่อนบนชายหายปลอดผู้คนพร้อมฟังเสียงคลื่นรับลมทะเลไม่ได้จริงๆ 

และวันนี้ #LofficielHommesChoice ของเราก็ได้รวบรวม 5 ไอเท็มไว้เติมสีสันและสไตล์ที่โดดเด่นกว่าใครให้คุณเอ็นจอยวันหยุดอย่างมีคลาสพร้อมโทนสีสดใสรับฟ้าหลังฝนของภัยโควิด แต่ละชิ้นจะมีอะไรบ้างไปชมกันเลยครับ 

1 Acne Studios Shirt 

คู่สีส้มเขียวที่ไม่สว่างจนเกินไปพร้อมปก Cuban แหลมสวยลงตัวและมีสไตล์ งานผลิตมือใน Morocco จากแบรนด์โปรดสัญชาติสวีเดนของสายแฟชั่นอย่าง Acne Studios 

ราคาประมาณ 370 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

2 Dior Foxton Flower T-Shirt 

เสื้อยืดสีขาวคลีนๆเนื้อผ้าดีๆพร้อมลายพริ้นท์แบบมินิมอลคืออะไรที่ลงตัวเสมอเมื่อพูดถึงเรื่องวันหยุดแถมโลโก้ Dior ขนาดกำลังพอดีก็สะท้อนรสนิยมอันแสนมีระดับของคุณได้เป็นอย่างดี 

ราคาประมาณ 790 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

3 Casablanca Jeans 

Statement piece คืออีกหนึ่งหมวดหมู่ที่เอามาใส่ในช่วงวันหยุดได้โดยไม่ดูเยอะเกินไปและคู่สีพร้อมลายพริ้นท์ที่โดดเด่นมาแต่ไกลจาก Casablanca แบรนด์ที่ทำลายพริ้นท์ได้ดีเสมอมาพร้อมกับแพทเทิร์นการตัดเย็บที่ relaxed แต่ปราณีต 

ราคาประมาณ 282 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

4 JW Anderson Shorts

การนำเอาลายพริ้นท์คลาสสิคอย่างลาด Paisley มาเติมสีสันและความละมุนชวนฝัน เชือกปรับระดับผ้ายิ่งช่วยเติมความสบายจับคู่กับเสื้อสีขาวเรียบๆซักตัวเป็นอันจบ 

ราคาประมาณ 474 USD (ลดจาก 790 USD ) ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

5 Vilebrequin Moonrise Swim Shorts 

แบรนด์กางเกงว่ายน้ำจากสถานที่ท่องเที่ยวในฝันอย่าง Saint Tropez ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสด้วยเนื้อผ้าแบบ 98% polyamide / 2% elastane แห้งเร็วและเบาสบายพร้อมลายพริ้นท์น่ารักๆกำลังดี ช่วยให้ตอนลงและขึ้นจากน้ำของคุณมั่นใจมากขึ้นอีกทั้งโลโก้ที่ปักอยู่ด้านหลังยังเป็นการซ่อนความหรูหราอย่างแยบยลอีกด้วยล่ะ!

ราคาประมาณ 234 USD ชมรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

ไอเท็มชิ้นตำนานผสมกับคอลเล็กชั่นสายสตรีทล่าสุด! ไปวิเคราะห์ลุคอยู่บ้านของ Travis Scott ที่มียอดไลก์สูงถึง 2 ล้านภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง

เป็นอีกหนึ่งแร็พเปอร์ผู้นำเทรนด์แฟชั่นโดยเฉพาะในสายสตรีทและไฮสตรีทอยู่แล้วสำหรับ Jacques Webster หรือที่เรารู้จักกันในนาม Travis Scott โดยล่าสุดเจ้าตัวก็ได้โพสรูป Portriat เต็มตัวกับลุคสบายๆในบ้านพัก

แต่ที่น่าสนใจก็คือไอเท็มแต่ละชิ้นนั้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยซักชิ้นวันนี้เราเลยขอวิเคราะห์กันชิ้นต่อชิ้นเลยว่าแต่ละชิ้นนั้นคืออะไรและทำไมถึงช่วยทำให้ลุคสบายๆดูลงตัวและเท่แบบไม่ต้องพยายาม ไปชมกันเลยครับ

เริ่มต้นที่แจ๊กเกตที่เป็นชิ้นตำนานเลยล่ะจาก Raf Simons แบรนด์ขวัญใจสายแฟ โดยเจ้าแจ๊กเกต Varsity ตัวนี้มาจากคอลเล็กชั่น  ‘Virginia Creeper’ ประจำฤดูกาล Autumn/Winter 2002 ที่นักสะสมและคนในวงการแฟชั่นยกให้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นที่ดีที่สุดตลอดกาลของ Raf และไอเท็มทุกชิ้นในคอลเล็กชั่นก็มีราคาซื้อขายในตลาดตอนนี้ที่สูงเอามากๆ (สูงกว่าราคาจำหน่ายถึง 5-10 เท่าเลยล่ะสำหรับบางชิ้น)

ต่อด้วยกางเกงทรงขากว้างที่ Travis สวมใส่เป็นประจำและกางเกงสีน้ำตาลตัวนี้ก็มาจากแบรนด์ Rick Owens อีกหนึ่งแบรนด์หรูอเมริกันขวัญใจสายดาร์กที่ชื่นชอบแฟชั่นที่เอากลิ่นอายโกธิคโบราณมาเล่าให้ดูล้ำสมัย และแน่นอนราคาของทุกไอเท็มมาพร้อมราคาแรงๆ ที่แม้แต่ไอเท็มอย่างเสื้อกล้ามยังมีราคาทะลุ 1 หมื่นบาท

ดูโพสต์นี้บน Instagram

@travisscott

โพสต์ที่แชร์โดย RAF SIMONS ARCHIVES (@raf_simons_archives) เมื่อ

ขยับลงมากันต่อกับรองเท้าแตะทรง Bulky หุ่นหนากับ Visvim รุ่น Christo แบรนด์ญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพและวัสดุการผลิตชั้นนำ แต่ก็มาในราคาที่ค่อนข้างโหดเช่นกัน (สำหรับรุ่น Christo มีราคาเฉลี่ยที่ประมาณ 23,000 บาท) 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

BIRKENSTOCKS NOW AVAILABLE ONLINE #RICKOWENS #RICKOWENSONLINE

โพสต์ที่แชร์โดย RICK OWENS ONLINE (@rickowensonline) เมื่อ

ปิดท้ายด้วยหมวก Nike คอลเล็กชั่นที่แร็พเปอร์วัย 28 ปีได้ร่วมออกแบบและนำโลโก้ Swoosh อันโด่งดังมากลับหัวและแน่นอนทุกชิ้นขายหมดตั้งแต่วันแรกที่วางขาย เรียกได้ว่าร้อนแรงสมฉายา LaFlame จริงๆสำหรับลุคนี้ของเจ้าตัว 

ส่องนาฬิกาสุดเนี้ยบของกษัตริย์อีกน ใน The King: Eternal Monarch

มาแรงสุดๆ กับการห่างหายจากหน้าจอไปรับใช้ชาติ อีมินโฮ(Lee Min Ho) กลับมาอย่างสมภาคภูมิในบทพระเจ้าอีกน ที่มีประตูเวลาเป็นสิ่งเชื่อมมิติ และไม่ว่าจะอยู่โลกราชาธิปไตยหรือโลกสาธารณรัฐ เวลาคือตัวแปร ดังที่กษัตริย?หนุ่มมีรับสั่งว่า  “นาฬิกาที่ดีจะต้องไม่คลาดเคลื่อนเลย แม้แต่เศษเสี้ยววินาที”

นับว่ากระแสมาแรงตั้งแต่เริ่มต้นเพียงไม่กี่ตอน The King: Eternal Monarch ก็ทะยานขึ้นสู่ซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งบน Netflix ประเทศไทย ส่วนหนึ่งอาจเพราะได้พระเอกเกาหลีคนดังอย่าง อีมินโฮ (Lee Min Ho) มารับบทนำ และเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ชวนติดตามเกี่ยวกับโลกคู่ขนานของเกาหลี โดยในโลกหนึ่งมีการปกครองระบอบกษัตริย์ และอีกโลกหนึ่งมีการปกครองแบบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดี แต่เมื่อประตูระหว่างโลกทั้งสองได้เปิดออก ทำให้กษัตริย์อีกนได้เข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง และเกิดเรื่องราวต่างๆ ที่เราต้องคอยติดตามกันในตอนต่อไป

ตั้งแต่ episode แรกจะเห็นได้ว่า กษัตริย์อีกนทรงมีบุคลิกเนี้ยบและพิถีพิถันในเรื่องของการแต่งกายที่ต้องดูดีอยู่เสมอ และสิ่งหนึ่งที่ทรงสวมติดตัวที่เราเห็นก็คือ “นาฬิกา” แน่นอนนาฬิกาที่พระองค์ทรงเลือกจะต้องสะท้อนถึงความสง่างาม เรียบหรู และมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมเฉกดังสโลแกนของแบรนด์ลองจินท์ Elegance is An attitude 

 “นาฬิกาที่ดีจะต้องไม่คลาดเคลื่อนเลย แม้แต่เศษเสี้ยววินาที” นี่คือคำพูดของกษัตริย์อีกน และใน episode ที่สองก็ได้เผยโฉมแล้วว่านาฬิกาที่กษัตริย์อีกนทรงเลือกใส่คือ “Longines Master  Moonphase” นั่นเอง 

Longines Master Moonphase  เป็นส่วนหนึ่งของ Longines Master Collection ที่เปิดตัวในปี 2005 และได้กลายมาเป็นคอลเลกชั่นหลักประจำแบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความสง่างามอันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ และช่วยสั่งสมชื่อเสียงให้ลองจินส์โด่งดังไปทั่วโลก โดยโมเดล L2.673.4.78.3 นี้มีความพิเศษที่ฟังก์ชั่นโครโนกราฟ และเข็ม 60 วินาทีตรงกลาง ทั้งยังแสดงข้างขึ้นข้างแรมพร้อมหน้าปัดวงทดเวลา 12 ชั่วโมงที่ 6 นาฬิกา และหน้าปัดวงทดเวลา 30 นาทีพร้อมแสดงวันและเดือนที่ 12 นาฬิกา ภายในตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 40 มม. บรรจุกลไกไขลานอัตโนมัติที่แกว่งด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และมีกำลังลานสำรองสูงสุด 54 ชั่วโมง มาพร้อมหน้าปัดสีเงินบาร์ลีย์คอร์นตกแต่งตัวเลขอารบิกสี ส่วนสายรัดข้อมือเป็นสายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาล เข้ากับหน้าปัดอย่างลงตัว พร้อมตัวล็อคแบบพับเพื่อความปลอดภัยสามชั้นและกลไกเปิดแบบปุ่มกด

หมายเลขรุ่น

L2.673.4.78.3

คาลิเบอร์

กลไกไขลานอัตโนมัติ โครโนกราฟคอลัมน์วิล

คาลิเบอร์ L687

11½ lines, 21 jewels แกว่างด้วยความถี่ 28’800 ต่อชั่วโมง

กำลังลานสำรอง 54 ชั่วโมง

ฟังก์ชั่น

ชั่วโมง นาที วินาที และเข็มแสดงเวลา 24 ชั่วโมงที่ 9 นาฬิกา แสดงวันที่ด้วยเข็มตรงกลางรูปพระจันทร์ครึ่งดวง และข้างขึ้นข้างแรมที่ 6 นาฬิกา

ฟังก์ชั่นโครโนกราฟ: เข็มวินาทีตรงกลางแสดงข้างขึ้นข้างแรมพร้อมหน้าปัดวงทดเวลา 12 ชั่วโมงที่ 6 นาฬิกา และหน้าปัดวงทดเวลา 30 นาทีพร้อมแสดงวันและเดือนที่ 12 นาฬิกา

ตัวเรือน

ทรงกลมทำจากสแตนเลสสตีล ขนาด  40 มม. กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ และฝาหลังตัวเรือนแบบโปร่งใส 

หน้าปัด

ขนาด Ø 40.00 

สีเงินบาร์ลีย์คอร์น ตกแต่งตัวเลขอารบิก

เข็มนาฬิกา

เข็มนาฬิกาบลูสตีลสีน้ำเงิน

การกันน้ำ

ระดับ 3 บาร์ 

สายรัดข้อมือ

สายหนังอัลลิเกเตอร์สีน้ำตาล พร้อมตัวล็อคสามชั้นเพื่อความปลอดภัย และกลไกการเปิดแบบปุ่มกด 

แฟนๆ อีมินโฮ อย่าลืมติดตามบทบาทใหม่ในรอบ 3 ปีของเขา รวมถึงแฟชั่นสุดเนี้ยบของกษัตริย์อีกนได้ทาง Netflix

 และสามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาที่สะท้อนความสง่างาม Longines Master Moonphase  โมเดล L2.673.4.78.3 ในราคา 117,400 บาท หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง;

https://www.facebook.com/LonginesTH/
https://www.longines.com/th/watches/the-longines-master-collection

Online shopping : https://s.lazada.co.th/s.1ZR08

#LonginesThailand #Eleganceisanattitude #LonginesMasterCollection

เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จะจัดตลาดซื้อขายภาพยนตร์ออนไลน์เพื่อสนับสนุนบุคคลในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโคโรน่า

“ไม่มีใครรู้เลยว่าครึ่งหลังของปีนี้ สถานการณ์จะเป็นอย่างไรบ้าง คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะสามารถจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ใดๆ ก็ตามขึ้นได้อีกสักครั้งไหมภายในปี 2020 นี้ นั่นหมายรวมถึงเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วยครับ” Thierry Frémaux โฆษกของงานกล่าว​ “ด้วยเหตุนั้น ทีมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำเสนอเป็นพิเศษในปีนี้ โดยการประเทศเทศกาล Marché du Film Online โดย Jérôme Paillard ผู้อำนวยการใหญ่ของ Marché เอง ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาดพร้อมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก” 

CANNES, FRANCE – MAY 17: The red carpet is rolled out for the start of the 70th annual Cannes Film Festival at the Palais des Festivals on May 17, 2017 in Cannes, France. Celebrities, fans and the movie world are descending on Cannes for this year’s festival of the screen which begins today. (Photo by Christopher Furlong/Getty Images)

ซึ่งงาน Marché du Film Online นี้ถือเป็นตลาดค้าขายภาพยนตร์ออนไลน์อิสระที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้คนในวงการอุตสาหกรรมภายนตร์ทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 22 – 26 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

โดยภายในงานนั้นจะจำลองบรรยากาศการซื้อขายภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบูธสามมิติเสมือนจริงสำหรับเอเยนต์ภาพยนตร์ พาวิลเลียนเสมือนจริงสำหรับค่ายหนัง การเจรจาค้าขายผ่านวิดีโอคอลล์ ออนไลน์สกรีนนิ่งสำหรับเช็คภาพยนตร์ รวมไปถึงการสัมนาอื่นๆ อีกด้วย 

หากสมัครเข้าร่วมงานก่อนวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ค่าร่วมงานเพียง 95 ยูโรเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นราคา 195 ยูโรสำหรับเรตปกติ

รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก ที่นี่

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาลทั่วประเทศ ที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ณ. อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาเสด็จไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อทรงเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ แพทยสภา คณะผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อพระราชทานขวัญและกำลังพระทัย รวมถึง หน้ากากผ้าและเจลแอลกอฮอล์จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkok และน้ำยาฆ่าเชื้อ ให้แก่กลุ่มผู้แทนแพทย์พยาบาลเพื่อกระจายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขาดแคลนเวชภัณฑ์ดังกล่าว

โดยมี ศ.เกียรติคุณ พญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ (นายกแพทยสภา) ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) รศ.นพ.นิพนธ์ เขมะเพชร (รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฝ่ายสนับสนุนบริการ) และ น.ส.เฉลาศรี เสงี่ยม (หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) เป็นผู้เข้าเฝ้ารับเสด็จ

ตอนหนึ่งของพระราชดำรัสในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในระหว่างการเสด็จเยี่ยมผู้แทนแพทย์และพยาบาล มีใจความว่า “ข้าพเจ้าดีใจที่ได้มาเยี่ยมแพทย์พยาบาลที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในวันนี้ และข้าพเจ้าต้องขอแสดงความขอบคุณแก่แพทย์พยาบาลทุกท่านของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมไปถึงแพทย์พยาบาลจากทั่วประเทศที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 สืบเนื่องจากการที่ข้าพเจ้าได้มอบเวชภัณฑ์ให้แก่กระทรวงสาธาณสุขไปเมื่อครั้งที่แล้ว ข้าพเจ้าได้รับรายงานจากทางกระทรวงว่า เวชภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยังแพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆที่ขาดแคลนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยดำเนินการเพื่อให้แพทย์พยาบาลได้มีอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสว่า “นอกจากนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมแก่แพทยสมาคมในโครงการ “นักรบเสื้อขาวสู้ภัยCOVID-19” ที่ข้าพเจ้าร่วมสมทบทุน เพื่อจัดหาความคุ้มครองชีวิตให้แพทย์พยาบาล ได้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และยังขยายผลในการจัดหาความคุ้มครองชีวิตไปยังบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาอื่นๆอีกด้วย ที่ต้องร่วมเป็นผู้ดูแลคนไข้โรคโควิด-19นอกเหนือจากแพทย์และพยาบาล ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของการติดเชื้อโรคโควิด-19 จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้ทุกท่านอย่าพึ่งชะล่าใจ อย่าประมาทในการต่อสู้กับโรคนี้ ข้าพเจ้าตระหนักเป็นอย่างดีว่า โรงพยาบาลทั่วประเทศยังคงขาดแคลนเวชภัณฑ์หลายอย่าง ดังนั้นในวันนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องการที่จะมอบหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากแบรนด์SIRIVANNAVARI Bangkok รวมไปถึงน้ำยาฆ่าเชื้อเพิ่มให้แก่ทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อที่จะกระจายต่อให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ”

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานเวชภัณฑ์ต่างๆให้แก่กลุ่มผู้แทนแพทย์พยาบาลเพื่อจะกระจายให้แก่แพทย์พยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศที่ขาดแคลน ตามรายการดังต่อไปนี้

  1. พระราชทานหน้ากากผ้า โดยตัดเย็บจากจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkokโดยมี  ศ.เกียรติคุณ พ.ญ. สมศรี เผ่าสวัสดิ์ (นายกแพทยสภา) เป็นผู้รับพระราชทาน
  2. พระราชทานเจลแอลกอฮออล์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI Bangkokโดยมี ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์) เป็นผู้รับพระราชทาน
  3. พระราชทานน้ำยาฆ่าเชื้อ โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) เป็นผู้รับพระราชทาน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระราชดำรัสปิดท้ายว่า “ข้าพเจ้าทราบมาว่า มากกว่าครึ่งของ 10 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดนั้นมาอยู่ทางภาคใต้ ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนทางภาคใต้ และคงต้องขอความร่วมมือจากแพทย์พยาบาลและผู้บริหารราชการทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้ความดูแลสถานการณ์โควิด-19ที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงมีความประสงค์ที่จะมอบเวชภัณฑ์ต่างๆเพิ่มไปให้แก่โรงพยาบาลทางภาคใต้ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะมีการส่งมอบในเร็วๆนี้สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีกไม่นานนี้ ประเทศไทยจะชนะในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ด้วยแรงกายแรงใจของเหล่าแพทย์พยาบาลทุกท่าน ข้าพเจ้าจึงขออวยพรให้แพทย์พยาบาล และบุคลาการทางการแพทย์ทุกท่านมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ด้วยร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ อีกทั้งมีสติที่มั่นคง เพื่อการช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยทุกท่าน ”

Vagabond – เจาะแผนลับเครือข่ายนรก: โลกแฟนตาซีที่ไม่มีมังกรบินได้

ไม่แปลกใจเลยที่ซีรีส์เรื่อง Vagabond – เจาะแผนลับเครือข่ายนรกของช่อง SBS ที่ออกฉายทั่วโลกผ่าน Netflix จะได้รับเรตติ้งสูงถึง 10.4% ในตอนแรกทันทีที่ออกฉาย นอกเหนือไปจากความสนุกสนาน ชวนระทึกให้ติดตามตามสไตล์หนังแอ็กชั่นสืบสวนสอบสวนแล้ว สาส์นที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้นั้นก็ช่างพอเหมาะลงตัวกับสถานการณ์บ้านเมืองช่วงนี้อย่างแท้จริง

Author: Pacharee Klinchoo

ซีรีส์แอ็กชั่นฟอร์มยักษ์เรื่องนี้เพิ่งเริ่มไปได้เพียงหนึ่งซีซั่น แม้จะมีข่าวว่ากำลังวางแผนสร้างซีซั่นสองอยู่ แต่ด้วยความอลังการของทั้งบท ฉาก และคิวดารานำตัวใหญ่หลายต่อหลายคน เราอาจจะต้องกด pause ซีรีส์เรื่องนี้กันไปยาวๆ ก็เป็นได้ 

ในระหว่างนั้น… เรามาลองคิดเล่นๆ กันดูไหมว่า เหตุใดซีรีส์เรื่องนี้ถึงเรตติ้งสูงแซงซีรีส์ประเภทรักโรแมนติกที่มักจะเข้าถึงคนดูได้กว้างกว่ากันแน่

คนธรรมดากับชะตาชีวิตที่ผกผัน

Vagabond เล่าเรื่องราวของชาดัลกอน (รับบทโดย Lee Seung-gi) สตันท์แมนหนุ่มตกอับที่ต้องสูญเสียชาฮุน หลานชายเพียงคนเดียวของตัวเองไปจากเหตุการณ์เครื่องบินตก ที่เขาบังเอิญไปรับรู้ว่าแท้จริงแล้วนั่นเป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย และด้วยความช่วยเหลือของโกแฮรี (รับบทโดย Bae Suzy) เจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติของประเทศเกาหลี พร้อมด้วยพรรคพวกเพียงไม่กี่คน ชาดัลกอนก็สามารถเปิดโปงแผนลับระดับชาติซึ่งมี ‘รัฐบาลเกาหลี’ ชักใยอยู่เบื้องหลังสำเร็จจนได้

เรื่องย่อมีแค่ย่อหน้าที่แล้วที่เราเล่าไปนั่นล่ะ แต่การดำเนินเรื่องสุดระทึก บวกกับการออกแบบคิวบู๊สุดตื่นตา ทำให้ผู้ชมที่ชมซีรีส์เรื่องนี้ลุ้นระทึกไปพร้อมกับตัวละครตั้งแต่ต้นจนจบ ทว่า… ปัจจัยของ ‘ความดัง’ เปรี้ยงปร้างนั้นมีเพียงแค่เท่านั้นจริงๆ หรือ?

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า ชาดัลกอนเป็นเพียงสตันท์แมนหนุ่มตกอับ เป็นชายโสดที่ใช้ชีวิตไปวันๆ จนกระทั่งสูญเสียหลานชายเพียงคนเดียวไปจากเหตุการณ์ปริศนาครั้งนี้ ในขณะที่โกแฮรีเองก็เป็นเพียงพนักงานระดับล่าง ไม่ได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าหน่วย แต่ในยามที่ทั้งคู่มาร่วมมือกันอย่างจริงจัง การณ์กลับกลายเป็นว่า ทั้งคู่สามารถเปิดโปงความลับดำมืดเบื้องหลังรัฐบาลเกาหลี ที่มีองค์กรร้ายใหญ่กว่านั้นชักใยอยู่เบื้องหลังจนล้มยักษ์ลงได้ภายในระยะเวลาแค่ 16 ตอนเท่านั้น

ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในชีวิตจริงมีอยู่สักกี่เปอร์เซ็นต์กัน? นั่นเพียงพอหรือยังที่จะทำให้เราออกปากว่า ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์แฟนตาซีเพ้อฝันที่ไร้ซึ่งมังกรบินได้ หากถูกฉาบเคลือบด้วยฉาก ผู้คน วันเวลา และสถานที่ที่มีอยู่จริง ทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วม และเชื่อได้อย่างเต็มที่ว่าเหตุการณ์ในซีรีส์ก็จะสามารถเป็นไปได้ในชีวิตจริง

แล้วมันเป็นเช่นนั้นได้จริงๆ หรือ?

อำนาจในมือคนธรรมดา

เรื่องราวในซีรีส์นั้นคลี่คลายปมไปเรื่อยๆ ในระหว่างทาง มันทำให้คนดูที่กำลังลุ้นระทึกไปกับโลกเสมือนจริงตรงหน้านั้นเชื่ออย่างหมดหัวใจว่า เมื่อคนธรรมดาอย่างชาดัลกอนและโกแฮรีตั้งมั่นมากพอ พวกเขาสามารถทำตัวเป็นเดวิดที่ล้มยักษ์โกไลแอธลงได้ และในที่สุดแล้ว โลกก็จะรับรู้ความเป็นจริงได้ในที่สุด ไม่ว่าอิทธิพลมืดนั้นจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ตาม 

แม้กระทั่งกีแทอุง (รับบทโดย Shin Sung-rok) หัวหน้าหน่วยของโกแฮรีเอง ก็ยังเกิดอาการลักลั่น เมื่อต้องคราวต้องอยู่จุดปะทะกันระหว่าง ‘คุณธรรม’ และ ‘หน้าที่รับใช้ประชาชน’ ที่ถูกกรอกหูมาตลอดชีวิต กับ ‘หน้าที่ในฐานะลูกจ้างรัฐบาล’ และถึงแม้ว่าการกระทำของเขาจะคลี่คลายไปในทิศทางเอาใจคนดู แต่ในระหว่างการตัดสินใจสลับไปสลับมานั้น การกระทำของเขาก็ตีแผ่อะไรที่ติดอยู่ในใจของ ‘ประชาชน’ ทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการต้องเลือกระหว่างการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน และปกป้องพยานเพียงคนเดียวที่จะตีแผ่แผนลับดำมืดในคดีที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ กับการทำตามคำสั่งของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และปล่อยให้เหตุการณ์ที่ตนเองรู้อยู่แก่ใจว่า ‘ผิดศีลธรรม’ เกิดขึ้นตรงหน้า หรือการที่ต้องตัดสินใจ ‘ตามน้ำ’ ไปกับรัฐ โดยการปรักปรำฝั่งชาดัลกอนทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าอะไรถูกอะไรผิด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเราต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราจะตัดสินใจอย่างไร ถ้าต้องสวมรองเท้าของกีแทอุงเข้าไปยืนอยู่ ณ จุดนั้น’ คำตอบนั้นอาจจะไม่ต่างจากการตัดสินใจของเขาเลยก็เป็นได้

มันเป็นความจริง… แม้จะแสนเศร้าและหดหู่ แต่มันก็คือความจริง 

อย่างไรก็ดี… ซีรีส์เรื่องนี้ก็คือซีรีส์แฟนตาซี… มันคลี่คลายไปในทิศทางที่เอาใจผู้ชมคนธรรมดาที่เฝ้าหน้าจออยู่โดยส่งสารออกมาทื่อๆ เลยว่า คุณธรรม ความดี และความตั้งใจจริงของคนธรรมดานั้น อยู๋เหนืออำนาจใดๆ ก็ตาม และทุกคนสามารถเป็นฮีโร่กอบกู้โลกได้ 

เรียกได้ว่า… โลกทั้งใบอยู่ในมือเรา ถ้าเรายึดมั่นในคุณธรรมมากพอ 

ความดำมืดในจิตใจที่ไม่อาจปล่อยวางได้

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กับประเด็นแฟนตาซีเดวิดล้มยักษ์โกไลแอธที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเห็นจะได้แก่ประเด็นที่ว่าด้วยความดำมืดในจิตใจของชาดัลกอน ที่ต้องการแก้แค้นให้กับหลานชายของตัวเอง ซึ่งทำให้การกระทำของเขานั้นกลายเป็น ‘ทำเพื่อชาติ’ ไปโดยปริยาย 

แต่แท้จริงแล้ว… ในใจของชาดัลกอนนั้น เขาต้องการที่จะ ‘ตีแผ่’ ความเป็นจริงอันฟอนเฟะเบื้องหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่พรากเอาหลานชายเพียงคนเดียวไปจากตัวเขา หรือเขาต้องการที่จะ ‘ฆ่าล้างโคตร’ คนที่มีส่วนทำให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกันแน่?

คำตอบของคำถามนี้ถูกเฉลยไว้ในช่วงท้ายๆ ของซีรีส์ เมื่อเขาตัดสินใจที่จะตัดขาดจากโกแฮรีอันเป็นที่รัก และเข้าร่วมองค์กรทหารรับจ้าง เพื่อสาวไปให้ถึงตัวบงการตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้โดยไม่พึ่งพาอำนาจรัฐหรืออะไรใดๆ เรียกได้ว่าลงใต้ดินอย่างเต็มตัว และเมื่อเขาได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับตัวการที่พรากหลานชายไปจากเขาแบบตัวต่อตัว… เขาก็ตัดสินใจตั้งศาลเตี้ยจัดการด้วยตัวเอง

นั่นอาจจะเป็นฉากแรกที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้หลุดออกจากความเป็นแฟนตาซีมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงก็ว่าได้ 

เพราะในวันที่อำนาจรัฐพึ่งพาไม่ได้ ไร้การตรวจสอบ ไม่โปร่งใสนั้น ‘เหยื่อ’ ที่เกิดจากความหละหลวมดังกล่าวนั้นดูจะไม่มีทางเลือกอะไร นอกจากฉีกกรอบ ‘คุณธรรม’ และ ‘กฎหมาย’ พื้นฐานเพื่อตั้งศาลเตี้ยจัดการเรื่องอยุติธรรมที่เกิดจากกระบวนการยุติธรรมที่อยู่เหนือกว่านั่นเอง 

เนื้อเรื่องของซีรีส์ Vagabond นั้นยังไม่จบ เราไม่อาจคาดเดาได้ว่า มันจะดำเนินไปสำรวจคุณธรรมในตัวชาดัลกอนและพรรคพวกจนถึงจุดไหน โกแฮรีจะหันหน้าเข้าหาความมืดเพื่อแก้แค้นให้กับชาดัลกอนหรือไม่ และชาดัลกอนจะสามารถถอนตัวออกจากหลุมดำที่เรียกว่าความแค้นได้ไหม และที่สำคัญ… ซีรีส์เรื่องนี้จะยังคงดำเนินเรื่องความเป็นแฟนตาซีโดยเขียนให้รัฐบาลเกาหลีกลับมาโปร่งใส ตรวจสอบได้อีกครั้งหรือไม่

คงต้องรอลุ้นซีซั่นสองไปพร้อมกันครับ 

รับชม Vagabond ได้ที่ www.netflix.com 

Lady Gaga จับมือกับ Global Citizen และ WHO จัดคอนเสิร์ตครั้งสำคัญสนับสนุนความช่วยเหลือวิกฤติโคโรน่าไวรัส

Global Citizen และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ประกาศจัดงานไลฟ์เอดครั้งยิ่งใหญ่ One World: Together At Home เพื่อระดมทุนช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก และเพื่อหาเงินสนับสนุน COVID-19 Response Fund กองทุนเงินช่วยเหลือฉุกเฉินที่ก่อตั้งขึ้นโดย UN โดยคอนเสิร์ตจะออกฉายสดในช่องทางโซเชียลมีเดียของ Global Citizen ในวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน เจ็ดโมงเช้า เวลาประเทศไทย

โดยงานนี้ได้ Lady Gaga เป็นแม่งาน มีรายชื่อศิลปินมากมายไล่มาตั้งแต่ Paul McCartney, Stevie Wonder, Billie Eilish และ Lizzo รวมไปถึงการปรากฏตัวของคนดังอย่าง David Beckham อีกด้วย

ศิลปินที่รักของเรายังอยากให้พวกเราอยู่บ้านเพื่อชาตินะครับ เปิดโซเชียลมีเดียเล่นให้หายคิดถึงกันไปก่อน อย่าเพิ่งออกไปไหน รักษาสุขภาพ และเจอกันหน้าจอตามวันและเวลาดังกล่าวครับ

Keep Calm and Listen On กับ Gucci Podcast สารพัดตอนให้เลือกฟังกันอย่างจุใจ

ปล่อยให้จินตนาการของคุณเป็นอิสระในขณะอยู่บ้านกับ Gucci Podcast ตอนล่าสุด กับเรื่องราวความทรงจำตอนเด็กของเชฟมิชลินสามดาวอย่าง Massimo Bottura และเพื่อนเก่าของเขาผู้เป็นถึงประธาน และซีอีโอของ Gucci อย่าง Marco Bizzarri เขายังเป็นเจ้าของร้านอาหาร Gucci Osteria da Massimo Bottura สองสาขาในเมืองฟลอเรนซ์และนครลอสแอนเจลิส เมืองอันเป็นจุดกำเนิดมิตรภาพของทั้งสองฝ่าย 

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา Gucci ได้เปิดช่อง Gucci Podcast เป็นครั้งแรกเพื่อนำเสนอโลกของ Gucci ให้มีชีวิตชีวาผ่านสื่อที่ผู้ฟังสามารถมีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่เปิดตัวมา Gucci Podcast ได้กลายเป็นศูนย์รวมคนฟังในจำนวนที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปี 2020 นี้ด้วยจำนวนตอนและคนเก่งที่มาให้สัมภาษณ์ที่มากขึ้นตลอดปี จนถึงวันนี้ Gucci Podcast ได้ผลิตเรื่องราวออกไปแล้วทั้งหมด 28 ตอน ซึ่งรวมถึงตอนของ Gugu Mbatha-Raw ที่พูดคุยกับนักเขียนและนักต่อสู้สิทธิสตรี และ Scarlett Cutis ที่พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นเรื่องราวรอบโลกและความสำคัญของการเริ่มต้นบทสนทนาใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากลนานาชาติและเดือนประวัติศาสตร์สตรี 

นอกจากนั้นยังมีคนดังที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว อย่าง Alessandro Michele มาชวนแฟนๆ พูดคุยเรื่องแฟชั่น การรวบรวมทำดนตรีกับ Sir Elton John นักออกแบบแฟชั่น Dapper Dan ที่มุ่งมั่นออกแบบชุดสไตล์ one-off ที่ไม่ซ้ำใครให้กับนักแสดงฮิปฮอปในยุค ‘80s และ ‘90s การเปิดงานศิลปะในฮาเล็มและความร่วมมือของเขากับ Gucci รวมถึงนักเขียนและบล็อกเกอร์แฟชั่นอย่าง Susie Lau ที่สัมภาษณ์นางแบบและนายแบบระดับท็อปของ Gucci Beauty Network แคมเปญเกี่ยวกับการแหวกกฎบรรทัดฐานความงาม: Achok Majak, Mae Lapres และ Ellia Sophia คนที่เธอพบในกรุงโรม และนักร้องพังก์ Dani Miller (ร่วมกับนักดนตรี Jeffertitti) คนที่เธอคุยด้วยในงานแฟชั่นโชว์ Gucci Spring Summer 2020 ในกรุงมิลาน

Gucci Podcast ทุกตอน สามารถรับฟังได้ที่ Gucci Podcast channel บน Spotify, Apple Podcast, และ Soundcloud

Author: Chanond Mingmit

The Masterpieces from The Master Watchmaker

กลไกสเกเลตันสองไทม์โซนอันงดงามนี้ยิ่งดูโดดเด่นเมื่อเผยให้เห็นผ่านหน้าปัดทรงตอนโน

Author: Pimpilai Boonjong

จากประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาจะเห็นได้ว่าคาร์เทียร์ (Cartier) รุ่มรวยด้วยความคิดสร้างสรรค์จนเรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งนาฬิกา shaped watch ไม่ว่าจะทรงกลม ทรงเหลี่ยม ทรงรีเหมือนอ่างน้ำ หรือทรงบิดเบี้ยว Cartier ก็ล้วนนำเสนอออกมาได้อย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ล่าสุดทางแบรนด์ได้หวนกลับไปหาผลงานเก่าในอาร์ไคฟ์ นั่นคือนาฬิกาทรงตอนโนซึ่งประดิษฐ์ขึ้นในปีค.ศ. 1906 นอกจากรูปทรงที่แปลกตา ตัวเรือนยังเคลือบด้วยแพลทินัม แตกต่างจากนาฬิกาตัวเรือนทองยอดนิยม และยังดีไซน์ขาตัวเรือนเป็นทรงท่อประดับหมุด หรือ vis amurier จัดว่าเป็นผลงานที่ ‘โมเดิร์น’ ในยุคสมัยนั้น

Cartier ได้นำนาฬิกาทรงตอนโนนี้มาตีความใหม่และจัดไว้ในคอลเลกชั่น Cartier Privé มีทั้งรุ่นหน้าปัดเรียบ แสดงชั่วโมงกับนาที ดูคลาสสิก และที่เรียกได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซอย่างรุ่นสเกเลตัน แสดงเวลาสองไทม์โซน ดังเช่นที่เห็นในภาพ งดงามด้วยดีไซน์โค้ดที่บ่งบอกความเป็น Cartier ทั้งตัวเลขโรมัน สเกลนาที เม็ดมะยมประดับอัญมณีทรงหลังเบี้ย สายรัดข้อมือหนัง และขาตัวเรือนประดับหมุด อีกทั้งการดีไซน์หน้าปัดและชิ้นส่วนกลไกแบบสเกเลตัน ทำให้เห็นชิ้นส่วนกลไกที่จัดเรียงอย่างงดงามและแปลกใหม่

เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นว่าตัวเรือนมีความโค้งเพื่อให้กระชับกับข้อมือ แต่ก็ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนรูปทรงของกลไกไขลาน 9919 MC เสียใหม่ให้มีความโค้งไปตามรูปทรงของตัวเรือนด้วย และทำให้ต้องจัดวางวีลและเกียร์เทรนเป็นเส้นยาวตามความยาวของตัวเรือน ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญขั้นสูงของช่าง ส่วนการแสดงเวลาทั้งสองไทม์โซนเชื่อมโยงกัน สามารถปรับตั้งค่าไทม์โซนที่สองได้ด้วยเม็ดมะยม ณ ตำแหน่ง 4 นาฬิกา โดยเข็มชั่วโมงจะจัมป์ไปทีละชั่วโมง