ทำความรู้จักกับ Zlatan Ibrahimovic ศูนย์หน้าพรสวรรค์ที่พาทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกลับมาอีกครั้ง

The Best Striker Ever

ศูนย์หน้าเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ชาวสวีเดน ที่ใช้ชีวิตพเนจรกับสโมสรระดับโลกมานับไม่ถ้วน แต่ยังประสบความสำเร็จแบบต่อเนื่องไม่มีหยุด และล่าสุดเขาก็ได้ช็อกวงการลูกหนังด้วยการย้ายไปร่วมทีม Manchester United ที่หลายคนอาจจะเคยมองว่าเป็นเพียงเทพนิยายและไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ใต้บังเหียนของ José Mourinho (โชเซ่ มูรินโญ่) อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ

LONDON, ENGLAND - AUGUST 07: Zlatan Ibrahimovic of Manchester United in action during The FA Community Shield match between Leicester City and Manchester United at Wembley Stadium on August 7, 2016 in London, England.  (Photo by Michael Steele/Getty Images)

Tern Pro

เริ่มต้นค้าแข้งครั้งแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพในวัย 18 ปี

Salary

200,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์ คือรายได้ล่าสุดของเขากับสโมสร Manchester United

LONDON, ENGLAND - MARCH 09:  Zlatan Ibrahimovic of PSG celebrates after scoring his team's second goal during the UEFA Champions League round of 16, second leg match between Chelsea and Paris Saint Germain at Stamford Bridge on March 9, 2016 in London, United Kingdom.  (Photo by Mike Hewitt/Getty Images)

Zlatan Ibrahimovic

ชื่อนี้แจ้งเกิดครั้งแรกและได้การยอมรับจากทั่วโลกตั้งแต่สมัยที่ค้าแข้งกับ Ajax Amsterdam

Multiple

เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ใช้ชีวิตมามากกว่า 6 ประเทศแล้ว แถมยังค้าแข้งกับลีกสูงสุดตลอดเสียด้วย

Born To Be

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาเขาคือคนที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดกับทุกสโมสรที่ค้าแข้งมาโดยตลอด

LONDON, ENGLAND - AUGUST 07: Zlatan Ibrahimovic of Manchester United lifts the Community Shield after scoring the winning goal during The FA Community Shield match between Leicester City and Manchester United at Wembley Stadium on August 7, 2016 in London, England.  (Photo by Ben Hoskins/Getty Images)

First Honour

ถ้วยแรกของเขากับทีมปีศาจแดงคือ FA Community Shield ที่เพิ่งคว้ามาสดๆ ร้อนๆ นี่เอง

The Last Battlefield

โรงละครแห่งความฝันหรือ The Theatre Of Dream อาจจะเป็นสนามสุดท้ายกับทีมระดับโลกแล้วก็ได้

MANCHESTER, ENGLAND - APRIL 12:  Zlatan Ibrahimovic of Paris Saint-Germain beats Eliaquim Mangala (20) and Joe Hart of Manchester City to score, but his goal is disallowed during the UEFA Champions League quarter final second leg match between Manchester City FC and Paris Saint-Germain at the Etihad Stadium on April 12, 2016 in Manchester, United Kingdom.  (Photo by Clive Brunskill/Getty Images)

Impossible Is Nothing

ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้สำหรับเขา เพราะถ้วยรางวัลหนึ่งโหลที่สโมสร Paris Saint-Germain ได้มาคือจากฝีเท้าพี่แกทั้งนั้น

All Time

เขายังผู้ที่ทำประตูให้กับทีมชาติสวีเดนได้เยอะที่สุดอีกตลอดกาลด้วย

Only Player

เขาเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถทำประตูในยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้กับ 6 สโมสร

We Hope

แฟนบอลปีศาจแดงคงหวังว่าเขาจะช่วยทำประตูได้มากถึง 38 ประตูเท่ากับฤดูกาลสุดท้ายของเขากับ Paris Saint-Germain

LONDON, ENGLAND - AUGUST 07: Zlatan Ibrahimovic of Manchester United celebrates after scoring his sides second goal during The FA Community Shield match between Leicester City and Manchester United at Wembley Stadium on August 7, 2016 in London, England.  (Photo by Ben Hoskins/Getty Images)

Oldie, but Goldie

มีไม่กี่คนในวงการฟุตบอลหรอกที่อายุปาเข้าไป 34 แล้วแต่ฟอร์มยังโหดระดับเทพเจ้าขนาดนี้

Content by Poramin Thongkong, Photography by Getty Images / Courtesy of the Club

เมื่อกีฬาคือสิ่งรวมใจให้คนไทยเป็นหนึ่ง วีรบุรุษเหล่านี้คือ
ผู้ที่ทำให้ฝันของผู้ชมที่ส่งใจเชียร์ผ่านหน้าจอกลายเป็นจริง

National Heroes

เมื่อกีฬาคือสิ่งรวมใจให้คนไทยเป็นหนึ่ง ทุกครั้งที่มีการแข่งขันรายการแห่งความหวังของคนทั้งประเทศ วีรบุรุษเหล่านี้คือ
ผู้ที่ทำให้ฝันของผู้ชมที่ส่งใจเชียร์ผ่านหน้าจอกลายเป็นจริง และชื่อของพวกเขาไม่เพียงแต่ถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาตร์อย่างเป็นทางการ แต่พวกเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนด้วยความสำเร็จและตัวอย่างของความมุ่งมั่นได้

Coach zico

Sico

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

หนึ่งในนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ยังโลดแล่นอยู่ในบ้านหลังเดิมนี้ คือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม ซิโก้ คนรุ่นใหม่ที่ไม่ทันได้เห็นผลงานของเขาในฐานะกองหน้าของทีมชาติไทยผู้เข้มแข็งและยิงประตูมากที่สุดของทีมเมื่อช่วงปีพ.ศ. 2536-2550 ก็จะชินตากับรอยยิ้มและสายตาแห่งความหวังของอดีตนักฟุตบอลทีมชาติที่ผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอนให้แก่ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีในยุคปัจจุบัน เกียรติศักดิ์ได้นำ
นักฟุตบอลทีมชาติรุ่นใหม่ไฟแรงเหล่านี้ไปเอาชนะทีมชาติจากนานาประเทศในหลายสนาม และความสำเร็จล่าสุดของเขาคือ การคุมทีมชาติชุดใหญ่ผ่านเข้าสู่รอบที่สามของรอบคัดเลือกโซนเอเชียของฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จในฐานะแชมป์กลุ่มอีกด้วย อ่านบทสัมภาษณ์เต็มๆ ของซิโก้ได้ในเล่มนี้

THE TOOK

Piyapong

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

แฟนกีฬาฟุตบอลหลายคนคงจะคุ้นเคยกับเสียงและความสามารถในการบรรยายการแข่งขันฟุตบอลอย่างรู้ลึกรู้จริงของเดอะตุ๊ก หรือ 
ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตนักฟุตบอลทีมชาติหน้าหล่อที่ผ่านเส้นทางการเล่นฟุตบอลมาชนิดที่เป็นที่จดจำของแฟนฟุตบอลชาวไทย เพราะเขาได้อวดฝีมือผ่านการคัดเลือกจากสโมสรต่างๆ มาจนกระทั่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทย ทำผลงานอันเป็นที่น่าประทับใจให้แก่เหล่าแฟนๆ ที่รอคอยข่าวดีอยู่หน้าโทรทัศน์ตลอดเวลา 16 ปี สถิติเก็บสถิติแฮททริก 6 ครั้งซึ่งถือว่าเป็นสถิติ ที่สูงที่สุดของทีมชาติไทย ณ ปัจจุบัน ความโดดเด่นของเขาหลังจากที่เอาชนะเกาหลีเหนือในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลคิงส์คัพเมื่อปีพ.ศ. 2524 ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะระดับดาราเอเชียเลยทีเดียว

THE LEFITE

Khaosai

เขาทราย แกแล็คซี่

จะมีกี่คนที่ทำให้กรุงเทพมหานครถนนว่างอย่างผิดหูผิดตาเพราะผู้คนต่างรีบกลับบ้านไปส่งเสียงเชียร์ หนึ่งในนั้นคือนักชกขวัญใจมหาชน เขาทราย แกแล็คซี่ หรือชื่อจริงว่า สุระ แสนคำ นักมวยสากลที่ทุกคนต่างจดจำการชกของเขาได้ ฉายา “ซ้ายทะลวงไส้” นั้นไม่ได้ห่างไกลจากความดุดันบน  ผืนผ้าใบของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาทรายคือเจ้าของสถิติโลกในรุ่นจูเนียร์เบนตั้มเวทหรือซูเปอร์ฟลายเวท ที่ชนะน็อกได้จำนวนครั้งสูงที่สุด เจ้าของตำแหน่งแชมป์ประเทศไทยรุ่นเบนตั้มเวทเมื่อปีพ.ศ. 2525 แชมป์โลกรุ่นจูเนียร์เบนตั้มเวทเมื่อปีพ.ศ. 2527 และป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้ง ชื่อของเขาได้รับการบรรจุไว้ในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของสมาคมมวยโลกเมื่อปีพ.ศ. 2542 ซึ่งถือเป็นเกียรติยศในระดับโลกเลยทีเดียว

WHITE BALL KING

TongSitChoi

ต๋อง ศิษย์ฉ่อย

ในบรรดานักกีฬาที่กลายมาเป็นตำนานชนิดที่ยังไม่มีใครมาโค่นตำแหน่งลงได้ประหนึ่งกาลเวลาไม่เคยหมุนไป ชื่อของ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย หรือรัชพล ภู่โอบอ้อม ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเขาคือที่สุดแห่งตำนานแห่งวงการสนุกเกอร์ประเทศไทยเจ้าของตำแหน่งมือวางอันดับ 3 ของโลกเมื่อช่วงปีพ.ศ.2537-2538 ผู้เข้ารอบรองชนะเลิศศึกชิงแชมป์โลก รวมถึงเจ้าของตำแหน่งแชมป์รายการไทยแลนด์ โอเพ่น (ปัจจุบันคือรายการไทยแลนด์มาสเตอร์ส) จากจุดเริ่มต้นของการเดินสายแข่งขันเมื่อเขาอายุได้ 14 ปีด้วยการฝึกซ้อมจากคุณพ่อของเขา ผ่านก้าวแห่งความสำเร็จแรกในฐานะแชมป์โลกของสนุกเกอร์มือสมัครเล่นเมื่อปี 1988 และสถิติต่างๆ ที่เขาได้ทำไว้จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นที่ยอมรับว่าต๋อง ศิษย์ฉ่อยคือผู้ที่ทำให้วงการสนุกเกอร์ของไทยเป็นที่นิยม และเมื่อใครกล่าวถึงสนุกเกอร์ ภาพของหนุ่มขาวตี๋ที่มีสายตามุ่งมั่นผู้นี้ก็จะปรากฏขึ้นในความคิดของหลายๆ คนทันที

Super Ball

Paradorn

ภราดร ศรีชาพันธุ์

หลายคนคงยังจำได้ว่า เมื่อช่วงปีพ.ศ. 2546 แฟนเทนนิสชาวไทยได้เฮกันลั่นเมื่อหนึ่งในนักเทนนิสชาวไทยที่ได้ไปเยือนสนามวิมเบิลดันอย่างภารดร ศรีชาพันธุ์ สามารถหวดเอาชนะแชมป์ตลอดกาลอย่างอังเดร อากัสซีได้ ความสำเร็จในครั้งนั้นทำให้ “ซุปเปอร์บอล” ภารดร ได้ไต่ความรุ่งโรจน์ของอาชีพขึ้นสู่อันดับที่ 9 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับที่ไม่เคยมีชาวเอเชียคนใดสามารถทำได้สูงเท่านี้ เส้นทางนักเทนนิสของเขาได้รับการสนับสนุนโดยคุณพ่อซึ่งเป็นครูผู้ฝึกซ้อมให้มาตั้งแต่ 5 ขวบ เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างมุ่งมั่น จนได้มาซึ่งอันดับอันทรงเกียรตินี้ รวมถึงชื่อเสียงที่ทำให้เขาได้รับการกล่าวถึงในสื่อชั้นนำในระดับสากล และได้รับคัดเลือกให้ขึ้นปกนิตยสาร Time ฉบับของเอเชียอีกด้วย กล่าวได้ว่าภารดรคือตัวแทนของประเทศไทยในโลกของวงการเทนนิสที่ยิ่งใหญ่ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างแท้จริง

The Shark

ChalarmNuk

รัฐพงศ์ ศิริสานนท์

ชื่อแรกที่นักกีฬาว่ายน้ำชื่อดังในปัจจุบันจะกล่าวถึงในฐานะผู้สร้างแรงบันดาลใจ คือชื่อของฉลามนุก-รัฐพงศ์ ศิริสานนท์ นักกีฬาว่ายน้ำชายของไทย
คนแรกที่นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยเมื่อเขาได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 12 ณ เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่นมาได้ กล่าวได้ว่าปีพ.ศ.2537 คือปีแห่งความสำเร็จสูงสุดของเขาหลังจากที่กวาดเหรียญทองจากซีเกมส์มาตลอด นอกจากความสำเร็จในฐานะตัวแทนนักกีฬาไทยแล้ว เขายังเป็นนักกีฬาหนุ่มที่สาวๆ คลั่งไคล้ ด้วยรูปร่างสูงยาวและเครื่องหน้าที่หล่อเหลา ภาพที่บรรดาแฟนๆ มาตามเชียร์ฉลามนุกถึง
ขอบสระ และบรรยากาศการแข่งขันแต่ละครั้งที่เต็มไปด้วยแสงแฟลชสลับกับเสียงกรี๊ดจึงกลายเป็นสิ่งชินตาแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมชม

The Brave

Pluemchit

ปลื้มจิตร์ ถิ่นขาว

หากยอดไลค์บนเฟซบุคจะแสดงให้เห็นถึงความนิยม
ในตัวคนดังสักคน ยอดไลค์แฟนเพจของปลื้มจิตร์ ถิ่นขาวที่พุ่งไปถึงหกแสนห้าหมื่นไลค์ก็คงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ เพราะนักวอลเลย์บอลสาวหุ่นสูงโปร่งผู้นี้ คือหนึ่งในทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยที่เรียกเสียงเฮให้กับแฟนๆ ชาวไทยได้ทุกครั้งที่ลงสนามแข่ง ตลอดเวลา 19 ปีที่ปลื้มจิตร์โลดแล่นอยู่ในวงการวอลเลย์บอลทีมชาติไทยนี้ คือประสบการณ์และความภูมิใจของคนไทยที่สามารถคว้าแชมป์มาได้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียที่ทีมไทยเราได้อันดับ 3 
เมื่อปีพ.ศ.2550 และได้แชมป์เมื่อสองปีต่อมา แชมป์การแข่งขันเอเชียนคัพเมื่อปีพ.ศ.2555 และแชมป์ซีเกมส์อีก 6 ครั้ง รวมถึงผู้ชนะเหรียญทองแดงจากเอเชียนเกมส์เมื่อปีพ.ศ.2557

The Youngster

Ratchanok

รัชนก อินทนนท์

วัย 21 ปีของหลายๆ คน อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้น
การสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความรู้ความสามารถของตัวเอง แต่สำหรับนักแบดมินตันที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้อย่างรัชนก อินทนนท์ อายุ 21 ปีของเธอ คือจุดสูงสุดที่คนคนหนึ่งจะสามารถไปถึงสำหรับวงการแบดมินตัน เพราะเธอเพิ่งจะสร้างสถิติใหม่ คือนักแบตมินตันหญิงมือหนึ่งของโลกที่มีอายุน้อยที่สุด ซึ่งน่าอัศจรรย์
หากมองย้อนกลับไปเมื่อไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมาที่รัชนกได้เริ่มลงแข่งขันแบตมินตันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เพราะนั่นเองคือจุดเริ่มต้น
ที่เธอเก็บเกี่ยวเหรียญรางวัลที่นำเธอไปสู่สนามแข่งระดับโลก และกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งประเทศดังเช่นวีรบุรุษแห่งวงการกีฬาภายในเวลาอันรวดเร็ว

Refugee Olympic Team ในวันที่เราไม่มีประเทศและไม่มีธง

นับเป็นการเปิดตัวครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์โลก เมื่อ International Olympic Committee (IOC) ประกาศรับรองทีมนักกีฬาผู้ลี้ภัย Refugee Olympic Team ให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2016 ที่จัดขึ้น ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในฐานะ “ประเทศ” หนึ่งในรหัสประเทศ ROT เพื่อที่จะต้องการแสดงความเห็นอกเห็นใจ และเรียกร้องความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กับผู้ลี้ภัยทั่วโลก

57a87c95c46188d7418b45b7

ซึ่ง #TeamRefugee นั้นก็จะโบกธงสีขาว เป็นการแสดงจุดยืนว่าพวกเขานั้นไร้ซึ่งสัญชาติ ไร้แผ่นดิน แต่ก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับมนุษย์ทุกคนบนโลก

refugee_olympic_team-e1470449289463

หนึ่งในเรื่องเล่าของนักกีฬา #TeamRefugee นี้คือ Mardini นักกีฬาว่ายน้ำอายุ 18 ปีที่เพิ่งคว้าชัยจากท่าผีเสื้อไปหมาดๆ เมื่อปีที่แล้ว เธอเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่หนีจากสงครามผ่านเลบานอน ตุรกี และขึ้นเรือไปขึ้นฝั่งที่ประเทศกรีซ เธอมากับเพื่อนๆ และครอบครัวอีก 20 คน และต้องลงเรือลำเดียวกันที่บรรทุกคนได้ไม่เกินสิบคนเท่านั้น และเมื่อถึงกลางทะเล มอเตอร์เรือก็หยุดทำงานลง เธอกับน้องสาว และเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคนจึงตัดสินใจโดดลง และว่ายน้ำเพื่อดันเรือและผู้อพยพที่ว่ายน้ำไม่เป็นที่เหลือกลับเข้าฝั่ง ซึ่งก็ใช้เวลาถึงสามชั่วโมง เธอและเพื่อนๆ ก็ถึงประเทศกรีซได้อย่างปลอดภัย

&NCS_modified=20160320133109&MaxW=640&imageVersion=default&AR-160329917

ลอปติมัมขอแสดงความยินดีกับมาร์ดินี่และ #TeamRefugee อย่างสุดใจ

โลกแห่งฟุตบอลคงไร้สีสัน หากขาดนักฟุตบอลฝีเท้าระดับเทพอย่าง Cristiano Ronaldo

THE WINNING WAYS

มรดกชิ้นสุดท้ายจากฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส รายการยูโร 2006 ที่เยอรมนี เขาเป็นผู้เล่นที่เคย ลงเล่นเคียงข้างกับ Luis Figo (หลุยส์ ฟิโก) คนสุดท้ายก่อนจะอำลาทีมชาติ ไม่มีอะไรจะ ยิ่งใหญ่ไปกว่าการคว้าแชมป์หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนานกับทีมชาติโปรตุเกสชุดนี้

PARIS, FRANCE - JULY 10:  Cristiano Ronaldo (R) and Ricardo Quaresma (L) and Portugal hold the Henri Delaunay trophy to celebrate after their 1-0 win against France in the UEFA EURO 2016 Final match between Portugal and France at Stade de France on July 10, 2016 in Paris, France.  (Photo by Lars Baron/Getty Images)

The Unexpected

ทีมชาติโปรตุเกสถูกจัดอันดับโดย FIFA Ranking ให้อยู่ในอันดับที่ 12 ซึ่งหลายคนคงคาดหวังไว้แค่อย่างดีก็คงติดอันดับ 4 ทีม หรือ 6 ทีมสุดท้าย ใครจะไปคิดว่าทีมที่รอบแบ่งกลุ่มที่ไม่ชนะใครเลยอย่างโปรตุเกสจะเข้ามาได้ลึกขนาดนี้ ซึ่งโปรตุเกสชนะภายในเวลา 90 นาที เพียงโครเอเชีย (1-0) และเวลส์ (2-0) เท่านั้นเอง แน่นอนว่าปรากฏการณ์นี้ ทำให้ใครที่ติดปลายดาบไว้แต่แรกก็จะได้เงินเยอะกว่าคนอื่น อีกเรื่องที่น่าสนใจคือเขาเป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่หลงเหลือมาจากปี 2006 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ ถึงขนาดที่หลุยส์ ฟิโก้ฝากความหวังเอาไว้ที่ตัวเขาว่า “ช่วยสานฝันที่เขาไม่มีวันทำได้” ให้ด้วยการแข่งขันในปีนี้อาจเป็นการแข่งขันทีมชาติครั้งสุดท้ายของ Ricardo Quaresma (ริคาร์โด ควาเรสมา) Pepe (เปเป้) Ricardo Carvalho (ริคาร์โด คาวัลโญ) และ Bruno Alves (บรูโน อัลเวส) ทำให้เราอดคิดถึงพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ ที่ครั้งเมื่อยังหนุ่มยังแน่นต่างก็เป็นตัวหลักของสโมสรในยุโรปมากมาย

Portugal's players pose with the trophy as they celebrate after beating France during the Euro 2016 final football match at the Stade de France in Saint-Denis, north of Paris, on July 10, 2016. / AFP / Valery HACHE        (Photo credit should read VALERY HACHE/AFP/Getty Images)

The Real Player CR7

ย้อนไปในปี 2003 หากใครยังจำกันได้เมื่อ Sir Alex Ferguson (เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ได้เปลี่ยนตัวเจ้าหนูวัย 18 ปีท่าทางกระฉับกระเฉงลงมาในสนามแทนที่ Nicky Butt (นิกกี้ บัตต์) ซึ่งทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า “เจ้าเด็กนี่มันคือใคร” ได้โชว์ฝีไม้ลายมือการเลี้ยง กระชาก สับขาหลอกให้ผู้ชมอย่างเราร้องว้าว และตามอ่านข่าวว่าเจ้าเด็กนี่เป็นใคร แน่นอนว่าการปรากฏตัวของเขาในเวลานั้นสร้างความฮือฮาอยู่พอสมควรด้วยสไตล์การเล่นแบบหวือหวาจนดูเหมือนจะเป็น One Man Show ทำให้เขาถูกเซอร์อเล็กซ์ละลายพฤติกรรม ซึ่งถ้าหากใครเคยได้ยินฉายาของเซอร์ว่า ‘‘เครื่องดูดฝุ่น’’ ให้ลองนึกภาพตามถึงเครื่องดูดฝุ่นที่เป่าลมใส่หน้า (ถึงขนาดที่ว่าเบคแฮมก็เคยโดนปาสตั๊ตใส่มาแล้ว) ซึ่งพอโดนเครื่องดูดฝุ่นเข้าบ่อยๆ ส่งผลให้โรนัลโดรู้จักการเล่นเป็นทีมมากขึ้น ซึ่งพอมาปี 2006-09 เราสามารถเห็นการเล่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลให้เพื่อนมากขึ้น พร้อมการทำประตูเป็นกอบเป็นกำการมาของเขาส่งผลให้ทีมมีสไตล์การเล่นที่สนุกมากขึ้น ทำให้บางครั้งเราเห็น Ryan Giggs (ไรอัน กิกส์) ที่อายุขึ้นเลขสามแล้วโชว์ลีลาการไขว้ขาแข่งกับรุ่นน้องเพราะกลัวจะเสียฟอร์มฉายา “ปีกพ่อมด” อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน ซึ่งถ้าหากใครจำได้ถึงการมาของ Dimitar Berbatov (ดิมิทาร์ เบอบาตอฟ) กองหน้าสายอาร์ติสจากสเปอร์ที่ผลัดกันเล่นท่าไปกับโรนัลโดทำให้ทีมในเวลานั้นเป็นบอลที่เอนเตอร์เทนคนดูมากๆ ทำให้หลายคนคิดถึงเวลาที่สองคนนี้เล่นในสนามด้วยกัน พอมาถึงจุดอิ่มตัวตอนจบฤดูกาลในปี 2008 แน่นอนว่าเป้าหมายใหม่ของเขา คือการหาความท้าทายใหม่ ซึ่งก็หนีไม่พ้นทีมมหาเศรษฐีอย่าง Real Madrid (รีล มาดริด) ที่พร้อมจะอ้าแขนรับไปดูแลต่อด้วยเม็ดเงินที่สูงถึง 94 ล้านปอนด์ เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้ถึง 200 ลูกภายในระยะเวลา 178 แมตช์ ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมไม่ว่าจะในนามทีมสโมสรหรือทีมชาติตลอดมา

Portugal's forward Cristiano Ronaldo (3rdL) lifts the trophy as he celebrates with teammates (fromL) Portugal's forward Ricardo Quaresma, Portugal's defender Pepe, Portugal's midfielder Joao Moutinho and Portugal's midfielder Andre Gomes after they won the Euro 2016 final football match between Portugal and France at the Stade de France in Saint-Denis, north of Paris, on July 10, 2016. / AFP / FRANCISCO LEONG        (Photo credit should read FRANCISCO LEONG/AFP/Getty Images)

Bad Boy, Nice Guy

เรื่องเล่าที่เราชอบที่สุด (นอกเหนือไปจากเรื่องราวความผูกพันของเขากับเกาะบาหลีที่เราเอ่ยถึงไว้ในคอลัมน์ Taste of Sport หน้า 158 แล้วน่ะนะ) ของโรนัลโดเป็นเรื่องความผูกพันระหว่างเขากับเพื่อนสมัยเด็กที่ชื่อว่า Albert Fantrau (อัลเบิร์ต ฟันตรา) ที่เขาเล่าให้สื่อฟังว่า ทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่อยู่ในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง และเล่นฟุตบอลให้กับทีมท้องถิ่นเดียวกัน เมื่อทั้งคู่อายุได้เพียง 8 ขวบและลงเล่นในนัดสำคัญที่จะมีการคัดเลือกเด็กที่ยิงประตูได้มากที่สุดเข้าร่วมอะคาเดมีฟุตบอลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ฟันตราและโรนัลโดยิงไปได้แล้วคนละหนึ่งลูก ในช่วงท้ายเกมฟันตราหลุดเดี่ยวเข้าไปมีโอกาสทำประตูโล่งๆ แบบไม่มีใครขวาง เขาเลือกที่จะไม่ยิงประตู แต่ผ่านบอลไปเข้าเท้าโรนัลโดเป็นผู้ยิงแทน ทำให้โรนัลโดได้โควต้าในการเข้าอะคาเดมีไป ซึ่งครั้งนั้นเป็นโอกาสพลิกชีวิตของเขาที่ทำให้เขากลายเป็นโรนัลโดที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ ซึ่งเหตุผลที่ฟันตราตัดสินใจแบบนั้นก็คือ เขาคิดว่าโรนัลโดมีความสามารถมากกว่า และสมควรได้รับโควต้านี้มากกว่าเขา เวลาผ่านไปมากกว่าสองทศวรรษแล้วหลังจากเหตุการณ์นั้น ฟันตราไม่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพ และไม่มีงานทำจริงจัง แต่โรนัลโดก็ไม่เคยลืมบุญคุณเพื่อนคนนี้ เขาได้เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนด้านการเงินของเพื่อนเขาคนนี้มาโดยตลอด เรื่องเล่าโรแมนติกฟังดูเหมือนนิยายของเขานี้อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่แหล่งข่าวหลายแหล่งต่างก็เห็นตรงกันว่า ความน่าเชื่อถือของมันสูงมาก เนื่องด้วยพฤติกรรมน่ารักของเขาที่ปรากฏต่อหน้าสื่อมาโดยตลอดทั้งเรื่องความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากสึนามิจนกลายเป็นขวัญใจชาวบาหลีอาสาแบกรับค่ารักษาของหนูน้อยที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง และโรคความผิดปกติในสมอง พร้อมมอบรองเท้าสตั๊ดของเขาที่มีลายเซ็นเป็นกำลังใจให้หนูน้อยต่อสู้กับโรคร้ายไปได้ และเขาก็ยังนำรางวัลรองเท้าทองคำของเขา (GoldenBoot) ที่เขาได้รับมาเมื่อปี 2011 ออกมาประมูลได้เงินจำนวนกว่า 75 ล้านบาทเพื่อมอบให้กับกองทุนช่วยเหลือเด็กๆ และโรงเรียนในบริเวณฉนวน-กาซา ประเทศปาเลสไตน์อีกด้วย โอเค … จบย่อหน้าที่สองไปแล้ว เรื่องราวของเขาก็ยิ่งฟังดูนิยายหนักกว่าเดิมเสียอีก … แต่เราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า โรนัลโดนั้นไม่ได้มาจากครอบครัวที่มั่งมี เขากำพร้าบิดาไปตั้งแต่อายุเพียง 20 ปีด้วย โรคพิษสุราเรื้อรัง ในขณะที่พี่ชายก็มีปัญหาเรื่องยาเสพติดและสุรา เมื่อเขามีโอกาสลืมตาอ้าปากในฐานะนักฟุตบอลผู้เป็นฮีโร่ของคนทั้งชาติ เขาจึงตั้งมั่นที่จะดูแลและช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ในจุดเดียวกับเขาวัยเยาว์ให้มีโอกาสเหมือนเช่นที่เขาเคยมีโอกาสมาแล้วนั่นเองเรื่องราวความน่ารักของโรนัลโด้นั้นยังไม่หมด เกร็ดเล็กๆ น้อยๆอย่างเช่นเขาเอ่ยปากขอบคุณทีมกายภาพบำบัดของมาดริดที่ช่วยให้ร่างกายของเขาสมบูรณ์ ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงตลอดฤดูกาลจนกระทั่งได้รับรางวัล Fifa Ballon D’or 2008 ไปได้ในที่สุด แจกโบนัสมูลค่ากว่า 40 ล้านบาทให้กับสตาฟฟ์ หลังจากที่ทีมของเขาได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกและเขายืนกรานที่จะไม่สักใดๆ ลงบนร่างกาย เพราะเขาต้องการที่จะบริจาคเลือดอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับความเก่งกาจชีวิต ความคิด และทัศนคติสุดน่ารักของลอปติมัมกายคนนี้ เราเชื่อนะว่าด้วยการนำของเขา ทีมชาติโปรตุเกสจะไปได้ไกลกว่านี้อย่างแน่นอน

Photography by GettyImages

พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ฮีโร่ของทีมชาติไทย

Determined Player + Positive Attitude + Charming Character = Coach Zico

เราเคยรู้จักเขาในฐานะนักเตะศูนย์หน้าฝีมือดี ตอนนี้เรารู้จักเขาในฐานะโค้ชทีมชาติไทยที่พาทีมไทยคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี และแชมป์คิงส์คัพเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และในวันนี้ ลอปติมัมจะมาทำความรู้จักกับเขามากยิ่งขึ้นอีกในฐานะฮีโร่ของทีมชาติไทย และในฐานะผู้ชายอารมณ์ดีนาม “โค้ชซิโก้ – เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง”

ZICO 04_036_w1

เป็นเวลาเกินทศวรรษที่วงการฟุตบอลไทยตกหลุมดำ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่ในวันนี้ศรัทธาวงการฟุตบอลไทยกลับมาอีกครั้ง และนั่นไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะความมุ่งมั่นของโค้ชซิโก้คนนี้นี่เอง

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมชาติไทยได้ฉลองชัยถ้วยพระราชทานคิงส์คัพในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 70 ปี ซึ่งก็เป็นปีฉลองครบศตวรรษสมาคมฟุตบอลไทยพอดีเช่นเดียวกัน และมันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ผู้กุมตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทยชุดนี้มีชื่อว่า โค้ชซิโก้ – กิตติศักดิ์ เสนาเมือง

“ผมเป็นผู้เล่นประเภทครูพักลักจำ ชอบจำแทคติกของโค้ชที่คุมทีมเรา ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าจะได้นำมาใช้” ซิโก้เปิดบทสนทนาอย่างอารมณ์ดี “ช่วงสองปีสุดท้ายที่อยู่เวียดนาม จับพลัดจับพลูได้มาเป็นผู้ช่วยโค้ช และก็ขึ้นเป็นเฮ้ดโค้ชเพราะโค้ชคนเก่าโดนเด้งออกไป พอกลับมาเมืองไทยก็ว่างนะ ยังไม่ได้หางานใหม่ เลยได้มีโอกาสไปช่วยบิ๊กหอยคุมทีมจุฬายูไนเต็ดตอนนั้น เป้าหมายคือหนีตกชั้น เราก็ทำได้ เลยรู้สึกสนุกกับการเป็นโค้ช และเริ่มคิดจะเป็นโค้ชจริงจัง”

นับตั้งแต่นั้น ซิโก้ก็ได้คุมอีกหลายทีมทั้งในลีกไทยอย่างชลบุรีเอฟซี บีบีซียูจุฬายูไนเต็ด และบางกอกเอฟซี ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ได้โอกาสได้เป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยที่คุมทีมชาติชุดซีเกมส์ 2009 ที่ประเทศลาว “มีเวลาเตรียมทีมห้าวันครับ” ซิโก้พร้อมหัวเราะขื่นๆ “ตกรอบแรกเลย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยที่ทีมชาติไทยตกรอบแรก หลังจากนั้นคนก็ดูเหมือนจะเอือมระอาวงการฟุตบอลไปเลย หลังจากนั้นอีกสองปี ซีเกมส์ที่อินโดนีเซีย ก็ตกรอบแรกอีก คนเลยเลิกดูฟุตบอล ดิ่งลงเหวกันไปทั้งวงการ ช่วงนั้นมันก็เป็นยุคมืดน่ะนะ ผมก็คุมทีมลีกอยู่ แล้วก็มีแวะไปคุมทีมที่เวียดนาม แล้วก็กลับมาคุมทีมไทยต่อ โดยทีมสุดท้ายที่คุมก่อนที่จะถูกเรียกมาเป็นโค้ชทีมชาติคือบางกอกเอฟซี”

ZICO 01_238++_w1

ซิโก้เล่าว่า ตอนที่จะตัดสินใจรับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย ถือเป็นช่วงเวลาที่ลำบากใจที่สุดในชีวิต “ผมเคยเจ็บช้ำตอนซีเกมส์ที่ลาวมานะ ขนาดเป็นผู้ช่วยโค้ชเองนะ ยังปวดใจขนาดนั้น เพราะเวลาทีมไทยแพ้ มันไม่ได้แพ้เฉพาะตัวเรา มันแพ้ทั้งครอบครัว แต่ในตอนนั้น เราต้องตัดสินใจ เพราะสิบสามปีที่บอลไทยเข้าสู่ยุคมืด ไม่มีใครตั้งใจแข่ง ทั้งๆ ที่ทีมชาติไทยเป็นของพวกเรา สมัยเราเป็นนักเตะ เราเคยเป็นแชมป์ซีเกมส์สี่สมัยรวด ซูซูกิคัพสามสมัย และน้องๆ ทำต่อรวมเป็นแปดสมัย นั่นก็สิบหกปีเชียวนะ แล้วทำไมตอนนี้มันเป็นแบบนี้ ผมเลยตัดสินใจไปถามคุณเปิ้ล ภรรยาว่าถ้าผมเข้าไปเป็นโค้ช แล้วทีมชาติไทยแพ้ แม่รับได้ไหม ภรรยาผมก็ตอบสั้นๆ ว่า แล้วแต่พ่อแล้วกัน ผมก็เลยตาสว่างเลย ถ้าผมแพ้ ผมแพ้ของผมคนเดียว แต่ถ้าผมชนะ ทุกคนทั้งประเทศชนะไปกับผม ผมถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้ม นั่นก็เป็นจุดที่ทำให้ผมตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย”

เป้าหมายของโค้ชซิโก้ต่อทีมชาติไทยไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่เขามองไปอีกหลายสิบปี เพราะเขาเชื่อว่าการสร้างทีมก็เหมือนกับการเรียนจบปริญญาเอกที่ไม่สามารถทำได้ในระยะสั้นๆ แต่ต้องอาศัยเวลาในการสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งเพียงแค่เริ่มต้นอาชีพการเป็นโค้ชทีมชาติไทยนั้น โค้ชซิโก้ก็สามารถนำทีมชาติไทยไปคว้าแชมป์กีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศพม่า ต่อด้วยแชมเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2014 และคิงส์คัพ 2016 เรียกศรัทธาในวงการฟุตบอลไทยกลับคืนมาได้อย่างสวยงาม

“การคุมทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเป็นสตาร์จากสโมสรของตัวเอง ผมก็ต้องมาละลายพฤติกรรม ทำให้พวกเขาภูมิใจให้ได้ว่าพวกเขาเป็นคนไทยเหมือนกัน มีธงไตรรงค์อยู่ที่หน้าอกเหมือนกัน ทุกคนต้องตั้งใจเล่น ห้ามเหยาะแหยะ ผมตัดสินใจเอาเด็กวัยรุ่นไฟแรงมาเป็นทีมชาติทั้งหมดอายุไม่เกิน 23 กันทั้งนั้น ผมอยากดันให้พวกเขาเล่นให้ได้นานที่สุด สักสิบปี” และเมื่อเราถามว่าเขามีเทคนิคอย่างไรในการคุมทีมเด็กวัยรุ่นขนาดนี้ มันก็เหมือนการจับปูใส่กระด้งดีๆ นี่เอง “เด็กเราต้องมีวินัย พี่โก้ให้กฎเหล็กสี่ข้อคือ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มเหล้า ห้ามเล่นการพนัน และห้ามหนีเที่ยวระหว่างช่วงเก็บตัว ทุกคนต้องรู้หน้าที่ว่ามีแฟนบอลรออยู่ ห้ามเสียสมาธิระหว่างการฝึกซ้อม ผมใช้ยาแรงน่ะ เด็กทุกคนเข้าใจ เพราะถ้าใครทำผิดปุ๊บ ผมไม่พูดอะไรเลย เก็บเสื้อผ้า ยัดใส่กระเป๋า กลับบ้านไปเลย”

ZICO 01_238++_w1

ยาแรงของโค้ชซิโก้ดูเหมือนจะได้ผล เพราะทั้งทีมเห็นตรงกันว่า ถ้าหากไร้วินัย ก็จะเสียโอกาสในการเป็นทีมชาติไป เพราะสายน้ำไม่มีวันไหลกลับ “ผมก็พยายามประคบประหงมพวกเขาไปพร้อมๆ กัน พยายามให้พวกเขาเล่นด้วยความสามัคคี ให้ทุกคนเปิดใจ เพราะเวลาทีมแพ้ ไม่มีใครเป็นสตาร์หรอก แต่ถ้าเวลาเป็นแชมป์ ทุกคนเป็นสตาร์เหมือนกันหมด ดังนั้น ทีมชาติที่พี่คุมจะไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนรักกัน จะเห็นได้ชัดเจนว่าเด็กๆ ในทีมของพี่จะดังเท่ากันทุกตำแหน่ง เพราะทุกตำแหน่งในทีมพี่มีความหมาย พี่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าฟุตบอลคือทีมเวิร์ก ทีมสปิริตต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ทุกคนรู้ดีว่าเราไม่จำเป็นต้องยิงประตูก็ได้ แต่ขอให้ทีมชนะก็พอ”

ความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของโค้ชซิโก้นั้นกำลังทำให้วงการฟุตบอลผลิดอกออกผลอย่างเห็นได้ชัดเจน ซิโก้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นคือต้นแบบของเยาวชนในวันนี้ เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเด็กไทยเล่นฟุตบอลอย่างสมัครใจโดยไม่มีใครบังคับ เราอดใจไม่ได้จริงๆ ที่จะหลงรักและชื่นชมผู้ชายใจดีและทัศนคติดีเยี่ยมคนนี้ “ผมบอกเด็กๆ ทุกคนเสมอว่า จะทำอาชีพอะไรก็ตาม ห้ามเป็นแค่เบอร์สอง และสำหรับอาชีพนักฟุตบอล การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งคือการติดทีมชาติ และสำหรับผมเอง การได้เป็นเฮ้ดโค้ชทีมชาตินั้นถือเป็นเป็นหมายในการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของผม และคุณก็ต้องพยายามถีบตัวเองให้เป็นเบอร์หนึ่งในสายงานของคุณให้จงได้”

Content by Maya, Photography by Sompoch Tuamcharoen, Style by Chanond Mingmit

การร่วมมือกันกับ Trek แบรนด์จักรยานยักษ์ใหญ่ กับศิลปินสายคอนเซ็ปต์ชวลชื่อก้องโลกอย่าง Damien Hirst

The come back of legend

madone_damian_hirst_artbike_mr

Butterfly Trek Madone คือชื่อของจักรยานคันนี้ เป็นการร่วมมือกันกับ Trek แบรนด์จักรยานยักษ์ใหญ่จากอเมริกากับศิลปินสายคอนเซ็ปต์ชวลชื่อก้องโลกอย่าง Damien Hirst ที่นำเอาปีกผีเสื้อจริงๆ มาประดับทั้งคันรวมไปถึงขอบล้อจักรยานและเคลือบพื้นผิวด้วยแล็คเกอร์ ดาเมี่ยน เฮิสท์ กล่าวว่า “ผมไม่ต้องการใช้รูปผีเสื้อหรือวัสดุเสมือน เพราะไม่สามารถทดแทนเอฟเฟ็คของปีกผีเสื้อยามกระทบแสงอาทิตย์จริงๆ ได้ และที่สำคัญคือเราต้องไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่จักรยาน” เป็นจักรยานที่ Lance Armstrong (แลนซ์ อาร์มสตรอง) ปั่นในรายการ Tour de france ปี 2009 จักรยานคันนี้จึงนับว่าเป็นทั้งพาหนะและงานศิลปะในคันเดียวกัน   จักรยานคันนี้สร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์เดียว นั่นคือเป็นเกียรติต่อการกลับมาอีกครั้งของแลนซ์หลังจากต้องรับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากและหยุดการแข่งขันไปหลายปี จักรยานของแลนซ์เคยถูกประมูลในนิวยอร์กไปแล้วถึง 6 คัน ซึ่งในวันที่ 1 พฤศจิกายนในปีเดียวกันนั้นเอง จักรยานคันนี้ได้ถูกประมูลไปราว 500,000 เหรียญสหรัฐและนับว่าเป็นจักรยานที่แพงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย รายได้รวมจักรยานทั้ง 7 คันของเขามีมูลค่าสูงถึง 1,250,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งได้สมทบทุนของ Livestrong มูลนิธิโรคมะเร็งที่เขาก่อตั้งขึ้น

Content by Kornpat K.

Antoine Pinto นักมวยไทยสังกัด Thai Fight ที่ไม่ได้มีดีเพียงแค่หน้าตา

เวลาแพ้ทีนึงเหมือนโลกพังไปเลย นอนไม่ได้เป็นอาทิตย์ ถ้าผมขึ้นชกทั้งๆ ที่ไม่พร้อม ผมยังโกรธตัวเองได้ แต่นี่ผมทำดีที่สุดแล้ว แต่ดีที่สุดของผมก็ยังไม่ดีพอ ผมเลยเจ็บหนักทุกครั้ง”

Antoine Pinto นักมวยไทย สังกัด Thai Fight

Interview 02-360

หนุ่มฝรั่งเศสวัยเบญจเพศคนนี้เปิดฉากให้สัมภาษณ์เราเป็นภาษาไทยสำเนียงไทยแท้ๆ “อองตวนขึ้นชกมวยไทยครั้งแรกตอนอายุสิบสามปีครับ” เขาตอบเมื่อเราถามว่าเหตุใดเขาถึงเลือกอาชีพนักมวยไทย “จริงๆ มันไม่ใช่ว่าผมเลือกอาชีพหรอก มันเป็นโอกาสที่ผมจะหาเงินได้มากกว่า คือ ตอนที่พ่อแม่ย้ายมาที่เมืองไทยใหม่ๆ อองตวนกับน้องไม่มีเพื่อน เห็นเด็กแถวบ้านไปเล่นในยิม ก็เลยวิ่งตามไป ได้ไปซ้อม จนกระทั่ง วันหนึ่งได้มีโอกาสขึ้นชกและได้เงิน ในตอนนั้นก็เป็นเด็กๆ   ได้เงินห้าหกร้อยก็ถือว่าเยอะมากแล้ว ก็เลยชกไปเรื่อยๆ พอยิ่งชกนาน เงินก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยกลายมาเป็นนักมวยอาชีพในปัจจุบัน ไม่เคยหยุดเลยครับ”

Interview 02-723

ปัจจุบัน นอกเหนือไปจากเป็นนักมวยอาชีพขึ้นชกให้กับ Thai Fight แล้ว อองตวนยังเปิดยิมสอนมวยไทย และเพิ่งจะเซ็นสัญญาไปชกต่างประเทศอีกด้วย “อาชีพนักกีฬาเป็นอาชีพที่ต้องสนุกกับมัน มันไม่ใช่งานที่ทำไปวันๆ จบไปวันๆ เพราะมันคือการแข่งขัน เราต้องรัก ต้องสนุกกับมัน ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นก็อยู่ไม่ได้ ทำไม่ได้หรอก” วันที่มาถ่ายปกให้เรา อองตวนก็เพิ่งจะซ้อมเสร็จ และเมื่อทำงานตรงนี้เสร็จ เขาก็ต้องรีบกลับไปซ้อมต่อ “เรารู้หน้าที่ของเราด้วยประสบการณ์ ถ้าเราขึ้นชกโดยที่ร่างกายไม่พร้อม เราจะเจ็บตัว มันคือบทลงโทษที่มาพร้อมกับอาชีพ ทำให้เรากลายเป็นคนมีวินัยไปเอง เราเจอมาเยอะ เจ็บมา ก็เยอะ เจ็บแล้วเจ็บอีก เจ็บจนกระทั่งเราจำไปเองครับ”  และเมื่อเราถามถึงว่าเขาคิดอยากจะไปเที่ยวเตร่สังสรรค์กับเพื่อนตามประสาเด็กวัยรุ่นบ้างไหม อองตวนก็ตอบว่า “ผมโชคดีครับที่ไม่ได้เป็นคนชอบเที่ยว ถ้ามีเวลาว่าง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีหรอกครับ เพราะวันๆ ก็ต้องซ้อม ซ้อมตั้งแต่เช้าตรู่ เที่ยงก็พักผ่อนนอนนิดหน่อย เย็นก็มาซ้อมอีก และตอนนี้ผมเปิดยิมก็เข้าไปที่ยิมทุกวัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สอนเอง แต่ก็เข้าไปทุกวันจริงๆ ครับ ดังนั้นถ้าว่าง ผมก็จะอยู่บ้าน ดูทีวี พักผ่อน หรือไม่ก็ไปเตะบอลกับเพื่อนๆ พอแล้ว ไม่เปลืองเงิน และสนุกด้วยครับ”

Interview 02-770

การแข่งขันกีฬาก็ต้องมีชนะและมีแพ้ แต่สำหรับอองตวน แล้ว ความพ่ายแพ้เป็นเสมือนยาขมสำหรับเขา “ทุกคนจะบอกว่า กีฬามันต้องมีแพ้มีชนะ แต่สำหรับเรามันไม่ใช่นะ เวลาแพ้ทีนึงเหมือนโลกพังไปเลย นอนไม่ได้เป็นอาทิตย์  น้ำหนักลด รับไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะทุกครั้งที่ผมขึ้นชก ไม่เคยไม่พร้อม ผมเลยเจ็บหนัก คือ ถ้าผมขึ้นชกทั้งๆ ที่ไม่พร้อม ผมยังโกรธตัวเองได้ แต่นี่ผมทำดีที่สุดแล้ว แต่ดีที่สุดของผมก็ยังไม่ดีพอ ผมเลยเจ็บหนักทุกครั้ง” เขามองหน้าเราแล้วรีบพูดต่อว่า “ผมไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นอะไรคู่ต่อสู้นะครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวผมล้วนๆ ผมไม่ดีพอเอง ไม่เกี่ยวกับเขาเลย อาชีพนักมวยเราต้องต่อยกันอยู่แล้ว เราจะไปโกรธอะไรเขา เราต้องโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เขาต่อยเราสิ   มันไม่มีหรอกครับ อาการโกรธกัน เกลียดกันแบบที่เห็นในหนัง เพราะเวลาขึ้นชก เราไม่ได้เห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู เขาก็ เป็นแค่เงาลางๆ เราต้องโค่นเขาลงให้ได้ พอระฆังดัง หมดยก ก็จบกัน ไม่ได้มีความแค้นเคืองหรือมีอารมณ์อะไรแน่นอนครับ มันไม่เกี่ยวกันจริงๆ มวยมันคือต้องต่อสู้กับตัวเองล้วนๆ เท่านั้นครับ”

Interview 02-785

สำหรับอนาคตของอองตวน นอกเหนือไปจากการสร้างครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานแล้ว เขายังคิดที่จะขยายมวยไทยไปยังต่างประเทศอีกด้วย “ผมรักเด็กครับ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่คงจะมีลูก แต่ตอนนี้อยากจะตั้งใจทำงานในขณะที่ยังมีแรงอยู่ ทั้งในฐานะนักมวย และในฐานะเจ้าของยิม ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ผมคงวางมือและไปดูแลครอบครัวครับ”

Content by MAYA

เติมเต็มความหรูหราโลดแล่นอย่างมีสไตล์ไปกับจักรยานสุดหรูจาก Hermes

สำหรับ ‘ทริสตอง โด’ นักฟุตบอลทีมชาติไทยนั้นฟุตบอลเป็นเหมือนความฝันของเขาตั้งแต่เด็กๆ

Tristan “Somchai” Do

นักฟุตบอลทีมชาติไทย สังกัดทีม SCG Muangthong United

Interview 04-1304

ฟุตบอลเป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ ผมบอกคนอื่นรอบตัว และบอกตัวเองว่าผมอยากจะเป็นนักฟุตบอล มันคือความฝันที่เป็นจริงชัดๆ ผมว่าผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เกิดเลยล่ะ”

Interview 04-1207

ทริสตอง โด หนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส-ไทย ผู้เล่นตำแหน่ง
กองหลังขวาของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย และทีมสโมสร
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดโผล่มาให้สัมภาษณ์ลอปติมัมด้วยอาการนิ่งๆ จนทีมงานแอบเกร็งไปเล็กน้อย แต่เมื่อเราลงนั่งสัมภาษณ์และแสดงความยินดีกับเขาที่นำทีมชาติไทยคว้าแชมป์ถ้วยคิงส์คัพครั้งที่ 44 ในปีนี้เพียงสองวันก่อนที่เขาจะมาขึ้นเป็นปกให้กับลอปติมัมของเรา ดวงตาของเขากลับเปล่งประกาย “ใช่ครับ มันเป็นแมตช์ที่เยี่ยมมาก เราไม่ได้ครองถ้วยนี้มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว ผมร่วมเล่น
ทีมชาติได้แค่ปีครึ่ง และผมก็ได้เป็นหนึ่งในทีมที่ได้แชมป์ถ้วยนี้ เป็นประสบการณ์ที่ยอดจริงๆ ครับ” เราเลยถึงบางอ้อว่าเหตุผลที่เขาดูเนือยนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าเขา
เพิ่งจะผ่านแมตช์ใหญ่มาก็เป็นได้

Interview 04-939

“ฟุตบอลเป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ” ทริสตองเล่าต่อดูเหมือนจะลืมความเหนื่อยล้าจากแมตช์  เมื่อวันก่อนไปจนหมดสิ้น “ผมบอกคนอื่นรอบตัว และบอกตัวเองว่าผมอยากจะเป็นนักฟุตบอล มันคือความฝันที่เป็นจริงชัดๆ ผมว่าผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เกิดล่ะ” เขาหัวเราะและเมื่อเราถามถึงเหตุผลที่เลือกอาชีพนักบอลในปัจจุบัน เขาก็นิ่งคิด “ผมเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสไทยดังนั้นผมจึงมีโอกาสที่จะเล่นให้กับทีมชาติทั้งสองประเทศพอผมมาถึงเมืองไทย ผมก็ถูกเรียกไปคัดตัว  และได้ติดทีมชาติไทยก็เป็นโอกาสดีที่ผมไม่สามารถปล่อยหลุดไปได้ ผมเลยได้มาเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติไทยใน วันนี้” นัดแรกที่ทริสตองเตะให้กับทีมชาติไทยคือนัด   คัดเลือกฟุตบอลโลกกับอิรักที่สนามรัชมังคลากีฬาสถานที่จุคนได้ 45,000 คนและบัตรขายหมดเกลี้ยงเป็นนัดที่ ทริสตองบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเลย “วันนั้นคนเยอะมากครับ ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี ทั้งตื่นเต้นและประหม่า เราเล่นกันเต็มที่จริงๆ”

Interview 04-973

ในวันที่ทริสตองให้สัมภาษณ์เรา เขาพูดภาษาอังกฤษ เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขามีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับคนในทีมหรือไม่ “ฟุตบอลคือภาษาสากลครับ” เขาหัวเราะ “ตอนมาใหม่ๆ ผมมีปัญหาเรื่องการพูดและฟังภาษาไทย แต่ตอนนี้ผมฟังภาษาไทยได้เกือบ 90% แล้ว และสามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารเรื่องทั่วๆ ไปนอกสนามได้เกือบหมดแล้ว แต่ในสนามผมรู้สึกได้ว่าทุกคนพูดภาษาเดียวกันหมด เราสื่อสารกันได้โดยใช้ภาษาฟุตบอล ผมมีความสุขที่สุดเวลาได้อยู่บนสนามกับทีม เป็นความรู้สึกว่าเราเข้าใจกันและกันได้ ไม่ว่าเราจะพูดภาษาอะไรก็ตาม”

Interview 04-888

และเมื่อเราถามเขาถึงเรื่องอนาคตว่าเขาอยากจะทำอะไรต่อจากนี้ อยากเป็นโค้ชบ้างไหม เขาปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ถ้าคุณถามผมวันนี้ ผมตอบได้เลยว่า ผมไม่มีทางเป็นโค้ชเด็ดขาด แต่ถ้าผมจะอยู่ในวงการฟุตบอลต่อไป ผมอยากจะทำงานกับผู้เล่นรุ่นเยาว์มากกว่า อาจจะเป็นครูสอนเด็ก หรือทำงานในอะคาเดมีเกี่ยวกับฟุตบอล แต่ถ้าถามจริงๆ ผมอยากจะทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับฟุตบอลไปเลยมากกว่า” อย่างธุรกิจอะไรล่ะ เราถามต่อ “ผมก็มีโปรเจ็กต์ที่มันเพิ่งจะเริ่มจริงๆ ผมเป็นคนชอบอาหาร และผมชอบจัดการโน่นนี่ ผมอาจจะทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหาร หรือธุรกิจอะไรไปในทิศทางนั้นก็ได้ครับ” ไม่แน่นะเราอาจจะได้เห็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติหันมาสวมหมวกเชฟในอนาคตอันใกล้นี้ ก็เป็นได้ “ตอนนี้ผมยังไม่คิดเรื่องอื่นเลยนอกเหนือจากการเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพที่เก่งที่สุดเท่าที่ศักยภาพผมจะมี และเมื่อถึงวันที่ผมลาวงการแล้ว ผมก็จะไม่เสียใจเลย เพราะผมทำหน้าที่เต็มที่แล้วจริงๆ” ทริสตองทิ้งท้ายไว้ด้วยแววตามุ่งมั่น

Content by MAYA

เผยเคล็ดลับการปั่นจักรยานอย่างมืออาชีพ ที่จะทำให้ร่างกายของคุณนั้นฟิตสุดๆ

Pedal like a pro

 

ใกล้เข้ามาแล้วกับการแข่งขันจักรยานรายการใหญ่ของโลก Tour de France 2016 เชื่อว่าสายหมอบหรือสายภูเขาหลายคนตั้งหน้าตั้งตาดูกันอย่างใจจดใจจ่อ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าพวกเขาฝึกซ้อมหรือกินกันอย่างไร และหากเราอยากจะพัฒนาตัวเองเป็น ‘ขาแรง’ บ้างนั้น จะต้องทำอย่างไร

CHAUFFAYER, FRANCE - JULY 18:  Sky Procycling drive the peloton as they defend the overall race leader's jersey for Chris Froome of Great Britain riding for Sky Procycling during stage eighteen of the 2013 Tour de France, a 172.5KM road stage from Gap to l'Alpe d'Huez, on July 18, 2013 in Chauffayer, France.  (Photo by Doug Pensinger/Getty Images)

ประเภทของการปั่น

Endurance

การปั่นในสปีดต่ำ แต่เน้นไปที่การควงขาและระยะเวลาในการปั่น โดยฝึกควงขาให้ได้ 80 รอบภายใน 1 นาที

Goal – ช่วยฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อ และเป็นการคาร์ดิโอชั้นเยี่ยม

Interval

การฝึกปั่นช้าสลับกับความเร็วสูงสุด โดยเราสามารถเริ่มจากการปั่นปกติ 1 นาที แล้วอัดให้เต็มสปีด 15 วินาที สลับกันไปเรื่อยๆ

Goal – ช่วยฝึกการเร่งความเร็วแซงคู่ต่อสู้ และยังช่วยเผาผลาญไขมันแม้ขณะคุณนอนหลับ

Climbing

การปั่นขึ้นเขา เน้นน้ำหนักที่มากและปั่นเป็นจังหวะต่อเนื่อง

Goal – การสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อต้นขา ทำให้ คุณสามารถปั่นได้นานและกระชากได้แรงมากขึ้น

CHAUFFAYER, FRANCE - JULY 18:  Sky Procycling drive the peloton as they defend the overall race leader's jersey for Chris Froome of Great Britain riding for Sky Procycling during stage eighteen of the 2013 Tour de France, a 172.5KM road stage from Gap to l'Alpe d'Huez, on July 18, 2013 in Chauffayer, France.  (Photo by Doug Pensinger/Getty Images)

Fat Burning Zone

การออกกำลังกายให้หนักไม่ได้แปลว่าคุณจะลดน้ำหนักได้เร็ว ปัจจัยสำคัญคือการเต้นหัวใจที่คงที่ในเวลาเหมาะสมซึ่งจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วงที่เหมาะสำหรับการเผาผลาญไขมันคือช่วงการเต้นของหัวใจที่ 60 เปอร์เซ็นต์ และช่วงที่เหมาะสมสำหรับการทำคาร์ดิโอคือช่วง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเราออกกำลังกายจนชินในระดับหนึ่งแล้ว เราถึงจะเพิ่มความหนักของกิจกรรมได้

Water Matters

กีฬาปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่ทำให้สูญเสียน้ำในร่างกายเยอะมาก เราจึงต้องดื่มน้ำ (หรือเกลือแร่) ทดแทนในปริมาณมาก นักปั่นปกติอาจดื่มน้ำ 3-4 กระบอกต่อการปั่น 1 ทริป แต่นักปั่นอาชีพนั้นดื่มถึง 8-10 กระบอกต่อทริป ซึ่งนอกจากนี้แล้วการดื่มน้ำเปล่าแก้วโตก่อนมื้ออาหารหลักจะช่วยทำให้คุณโหยอาหารน้อยลงหลังจากการปั่นอีกด้วย

Eat on Ride

หากคุณปั่นจักรยานมากกว่า 90 นาที คุณควรจะมีอาหารเสริมจำพวกโปรตีนบาร์ เยลลี หรือกล้วยตาก เพื่อค่อยๆ กินทีละนิด (หากคุณกำลังปั่นทำเวลาสามารถกินไป ปั่นไปได้เลย) เพื่อเป็นพลังงานสำรอง อาหารพวกนี้สามารถดูดซึมได้เร็ว และร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที อีกทั้งยังช่วยให้คุณไม่กินอาหารหลังปั่นอย่างบ้าคลั่งอีกด้วย

Le Tour de France 2014 - Previews

Weight Loss Tips

1. เน้นไปที่การปั่นแบบ Interval เพื่อให้หัวใจทำงานใกล้เคียง 70% ของอัตราการเต้นสูงสุด (อย่างน้อย 30-45 นาที) เพราะเมื่อออกกำลังกายเกิน 15 นาทีในอัตราการเต้นของหัวใจที่เหมาะสม ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันมาใช้เป็นพลังงาน เพราะฉะนั้นการวอร์มร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน 5-10 นาทีเป็นเรื่องที่ดี

2. เครื่องดื่มที่ดื่มหลังปั่นเสร็จไม่ควรเป็นน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้ เพราะร่างกายจะดูดซึมน้ำตาลมากกว่าปกติ เมื่อบวกกับความเหนื่อยและกระหายจะทำให้เราดื่มมากกว่าปกติ น้ำเปล่าหรือเกลือแร่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหลังปั่น

3. เปลี่ยนของว่างจากขนมขบเคี้ยวเป็นอัลมอนด์หรือวอลนัต ช่วยบรรเทาความหิวและเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี

4. กล้ามเนื้อเราต้องการพลังงาน 100 แคลเลอรีต่อกิโลกรัมเพื่อรักษาความแข็งแรงนั้นไว้ ถ้าอยากจะให้กล้ามเนื้อชัดและแข็งแรงมากขึ้น ควรเพิ่มโปรแกรมเวทเทรนนิ่งเข้าไปด้วย

5. เทคโนโลยีที่ติดตามการออกกำลังกายต่างๆ ช่วยให้เราเห็นจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง ทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองและมีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้น

Content by Kornpat K., Photography by Getty Images